Share

บทที่ 7

Author: พระอาทิตย์ขึ้น
เหลียงหมิงเจาสวมเสื้อคลุมแล้วลุกขึ้นจากเตียง “พาข้าไปพบเขา”

หน้าประตูจวน เสิ่นเยี่ยนชิงยืนอยู่ใต้บันไดหินในอาภรณ์ขาว ซื่อจื่อผู้สูงศักดิ์และเย็นชามาโดยตลอด บัดนี้กลับมีเส้นผมยุ่งเหยิง มุมหน้าผากยังมีคราบเลือดที่แห้งไม่สนิทติดอยู่

เมื่อเห็นนางออกมา สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไป ก่อนจะรีบก้าวเข้ามา

“ขอองค์หญิงพระราชทานโอสถให้ด้วยเถิด”

เหลียงหมิงเจาจ้องมองเขาอย่างเงียบงัน “โอสถคืนวิญญาณ ข้ามีอยู่เพียงเม็ดเดียว หากมอบให้นาง แล้วภายหน้าข้าจะทำอย่างไร”

“วันหน้ากระหม่อมจะปกป้ององค์หญิงให้ปลอดภัย”

“ปกป้องเหมือนวันล่าสัตว์ครั้งนั้นน่ะหรือ” เหลียงหมิงเจาแค่นหัวเราะเบา ๆ

สีหน้าของเสิ่นเยี่ยนชิงซีดเผือด “นั่นเป็นอุบัติเหตุ... ตอนนั้นเจินเจินอยู่เพียงลำพัง กระหม่อมไม่อาจปล่อยนางไว้คนเดียวได้...”

“โอสถคืนวิญญาณเป็นของล้ำค่า ข้าไม่อาจยกให้เปล่า ๆ” เหลียงหมิงเจาพูดขัดขึ้น “ข้ามีข้อเรียกร้องสามข้อ หากเจ้าตอบรับ ข้าจะมอบยาให้”

“องค์หญิงโปรดตรัสมาได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้อแรก คุกเข่าอยู่ที่นี่หนึ่งคืน”

“ข้อที่สอง วันที่ข้าเข้าพิธีสมรส เจ้าต้องมาร่วมงาน และฟังข้าอ่านราชโองการด้วยตนเอง  ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ห้ามปฏิเสธ”

“ส่วนข้อที่สาม...ข้ายังคิดไม่ออก เอาไว้รอให้เจ้าทำสองข้อแรกสำเร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

พูดจบ เหลียงหมิงเจาก็หันหลังเดินจากไปทันที

เสิ่นเยี่ยนชิงเป็นคนทะนงตนมาแต่กำเนิด  ไม่เคยก้มหัวให้ผู้ใดมาก่อน การให้เขาคุกเข่าอยู่ที่นี่ตลอดทั้งคืน ท่ามกลางสายตาของบ่าวรับใช้ในจวน ก็ไม่ต่างจากการทำลายศักดิ์ศรีและความหยิ่งผยองของเขาลงต่อหน้า

เหลียงหมิงเจาเชื่อมั่นว่าเขาคงยอมหาทางอื่นแทนมากกว่าการยอมคุกเข่าเป็นแน่

แต่ทันใดนั้น เสียง “ตึง!” ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง—

เสิ่นเยี่ยนชิงกลับคุกเข่าลงอย่างไม่ลังเล!

หัวใจของเหลียงหมิงเจาสั่นสะท้าน ฝีเท้าพลันหยุดชะงักลง

เขารักหลินเจินเจินถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

หากวันหนึ่งเสิ่นเยี่ยนชิงได้รู้ว่า คนที่ทำให้หัวใจเขาหวั่นไหวมาตลอดนั้น แท้จริงแล้วเขาจำคนผิด จะน่าขันเพียงใดกัน?

คืนนั้นหิมะตกหนัก เสิ่นเยี่ยนชิงคุกเข่าตลอดทั้งคืนจริง ๆ

เช้าวันที่สอง เมื่อเหลียงหมิงเจาผลักหน้าต่างออกไป และเห็นว่าเขายังคงคุกเข่าอยู่ท่ามกลางหิมะ หิมะขาวโพลนถมอยู่บนบ่าทั้งสองข้างของเขา อีกทั้งใบหน้าซีดเผือดราวแผ่นกระดาษ

เหลียงหมิงเจาโยนโอสถคืนวิญญาณให้เขา เสิ่นเยี่ยนชิงยื่นมือรับไว้ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ขอบพระทัยองค์หญิง”

“วันอภิเษกสมรสขององค์หญิง... กระหม่อมจะไป” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเบา “แต่งงานกับองค์หญิง”

เหลียงหมิงเจาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายในทันที

เสิ่นเยี่ยนชิงคิดว่านางให้เขาไป เพื่อแต่งกับองค์หญิงอย่างนั้นหรือ

น่าขันยิ่งนัก

นางต้องการให้เขาเห็นกับตาตัวเองว่า นางกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น!

หลังจากเสิ่นเยี่ยนชิงจากไป ชิงจู๋ก็บอกกับเหลียงหมิงเจาว่า หลินเจินเจินฟื้นแล้ว ส่วนเสิ่นเยี่ยนชิงก็เฝ้าอยู่ข้างกายนางตลอดทั้งวันทั้งคืน ไม่ยอมห่างไปแม้แต่ก้าวเดียว

เมื่อเหลียงหมิงเจาได้ฟังข่าวนั้นแล้ว ในใจกลับไม่รู้สึกอันใด

คืนก่อนวันอภิเษกสมรส เหลียงหมิงเจากำลังยืนอยู่หน้ากระจก ลองชุดเจ้าสาวอยู่ภายในห้อง

“ใครน่ะ”

ร่างในอาภรณ์แดงพลันกระโดดข้ามหน้าต่างเข้ามา เซี่ยหลินเฟิงถือห่อกระดาษน้ำมันไว้ในมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า “ของขวัญแต่งงาน”

“พรุ่งนี้ต่างหากถึงจะเป็นวันแต่งงาน เจ้ารีบให้อะไรตอนนี้”

“พรุ่งนี้ข้าอาจไม่มาแล้วก็ได้” เซี่ยหลินเฟิงยักไหล่ “เดิมทีว่าจะออกไปเที่ยวเล่นสักหน่อย”

เหลียงหมิงเจาถลึงตาใส่เขาทันที “เจ้ากล้าหรือ!”

เซี่ยหลินเฟิงพลันโน้มตัวเข้ามาใกล้ แววตาวูบไหวด้วยอารมณ์บางอย่างที่เหลียงหมิงเจาอ่านไม่ออก “เหลียงหมิงเจา เจ้าหวังให้ข้าเห็นเจ้าแต่งงานกับผู้อื่นถึงเพียงนี้เชียวหรือ”

เหลียงหมิงเจาชะงักงัน กำลังจะเอ่ยปากพูด เซี่ยหลินเฟิงกลับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนแค่นยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “หากเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะทำให้งานแต่งพังจนฟ้าดินถล่ม ข้าก็จะมา”

พูดจบ เขาก็หมุนตัวกระโจนออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนหายลับไปในความมืด

เหลียงหมิงเจาเปิดห่อกระดาษน้ำมันออก และหยุดชะงักไปชั่วขณะ

ด้านในเป็นห่อเมล็ดสนที่ถูกแกะเปลือกไว้เรียบร้อยแล้ว

ตั้งแต่เล็กจนโต นางชอบกินเมล็ดสนที่สุด  แต่เพราะเสิ่นเยี่ยนชิงไม่ชอบกลิ่นของมัน นางจึงไม่แตะต้องมันอีกเลย

ที่แท้เซี่ยหลินเฟิงรู้มาตลอด

ที่แท้ขาก็ชอบกินเมล็ดสนเหมือนกัน
……

วันอภิเษกสมรสมาถึง สีแดงมงคลประดับประดาตลอดทางยาวนับร้อยลี้ บรรยากาศครึกครื้นไปทั่วทั้งเมือง

บริเวณด้านล่างของกำแพงเมือง ผู้คนเบียดเสียดกันจนแน่นขนัด เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่ไปทั่ว “ราชบุตรเขยต้องเป็นซื่อจื่อเสิ่นแน่นอน!”

“ใช่น่ะสิ! ต้องเป็นเขาแน่ ๆ ทั้งเมืองมีใครบ้างไม่รู้ว่าองค์หญิงหลงรักซื่อจื่อเสิ่นมาหลายปี จะทรงเลือกบุรุษอื่นได้อย่างไร”

ฮ่องเต้ทรงพาเหลียงหมิงเจาขึ้นสู่หอประตูเมือง ท่ามกลางการถวายบังคมของราษฎรนับหมื่น

เสิ่นเยี่ยนชิง เซี่ยหลินเฟิง คุณชายหาน และโหวน้อยสกุลโจวยืนเรียงลำดับอยู่เบื้องล่าง

บนหอประตูเมือง ฮ่องเต้ทรงแย้มพระสรวล พลางคลี่ราชโองการออก

ทว่าเหลียงหมิงเจากลับก้าวออกมา “เสด็จพ่อ ให้ลูกประกาศราชโองการด้วยตนเองเถิดเพคะ”

นางรับม้วนราชโองการสีเหลืองอร่ามไว้ในมือ ก่อนกวาดสายตามองผู้คนเบื้องล่าง

คุณชายหานกับคุณชายสกุลโจวทั้งสองมีสีหน้าเรียบเฉย เห็นได้ชัดว่าต่างรู้ดีว่าตนเองเป็นเพียงตัวประกอบในพิธีครั้งนี้

หลินเจินเจินดวงตาแดงก่ำ จ้องมองเหลียงหมิงเจาด้วยความเคียดแค้น

เสิ่นเยี่ยนชิงยืนก้มหน้า มองดูอย่างสงบนิ่ง พลางกำหมัดแน่นจนซีดขาว

ส่วนเซี่ยหลินเฟิง...

เขายืนกอดอกพิงเสาอยู่ด้านข้าง มุมปากยังคงประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเคย ทว่าในดวงตากลับซ่อนอารมณ์บางอย่างที่เหลียงหมิงเจาอ่านไม่ออก

เหลียงหมิงเจาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนคลี่ราชโองการออก

“ด้วยอาณัติแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้มีพระราชโองการว่า บัดนี้ทรงคัดเลือกเซี่ยหลินเฟิงเป็นราชบุตรเขย ให้อภิเษกสมรสโดยทันที จงรับราชโองการ”

ทั่วทั้งลานตกอยู่ในความเงียบงัน

เสิ่นเยี่ยนชิงเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน มองเหลียงหมิงเจาด้วยความไม่อยากเชื่อ

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยหลินเฟิงแข็งค้างไปในทันที ส่วนพัดในมือก็หลุดร่วงลงสู่พื้นดัง “แปะ”

เหลียงหมิงเจามองท่าทางตะลึงงันของเขา ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “เซี่ยหลินเฟิง รับราชโองการ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 23

    ห้าวันต่อมา เซี่ยหลินเฟิงก็รับราชโองการแล้วออกเดินทางไปรบ เขาแกะเมล็ดสนให้เหลียงหมิงเจาถุงใหญ่ พร้อมพูดว่า “กินวันละเม็ดนะ ข้าจะกลับมาหลังจากเจ้ากินหมด” เหลียงหมิงเจาด่าขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะเน่าไปตั้งนานแล้ว”ขณะที่เซี่ยหลินเฟิงโน้มตัวเข้ามาใกล้ พร้อมแนบหน้าผากกับนางอย่างจริงจัง “ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับมาก่อนเมล็ดสนเน่า”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สายตามองตามแผ่นหลังของเซี่ยหลินเฟิงที่กำลังเดินจากไป หลังจากผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งถึงสองเดือน ในที่สุดก็มาถึงวันที่หลินเจินเจินถูกประหาร มีข่าวจากศาลมาว่าหลินเจินเจินต้องการพบนางก่อนตาย เนื่องจากนางถูกขังในคุกเป็นเวลานาน นางจึงไม่มีเรี่ยวแรงก่อเรื่องได้อีก ดังนั้นเหลียงหมิงเจาจึงตัดสินใจเดินทางไปหา เมื่อนางเข้ามาในห้องคุมขังที่มืดและอับชื้น หลังจากไม่ได้พบหลินเจินเจินมาสักพัก นางคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ นางที่เคยเป็นคนสะสวยงดงาม ตอนนี้กลับผมเผ้ายุ่งเหยิง เนื้อตัวสกปรก อีกทั้งยังดูเหมือนถูกรังแกมาไม่น้อย ท่าทางดูป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ผู้คุมจึงอธิบายกับนางว่า“ก่อนหน้านี้คุณหนูหลินพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ แต่สภาพแ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 22

    เหลียงหมิงเจาพักผ่อนอยู่ในจวนหลายวัน นางมีท่าทางหดหู่และหงอยเหงา ขณะเดียวกัน ในที่สุดเซี่ยหลินเฟิงก็จับมือสังหารได้ คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะได้รับการจ้างวานจากหลินเจินเจินเพื่อให้มาสังหารเหลียงหมิงเจา ตอนที่พวกเขาพบตัวนาง นางก็กำลังกำเงินก้อนสุดท้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มขอทาน เสื้อผ้าเนื้อตัวสกปรกมอมแมม นางคิดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่นางต้องการกำจัดเหลียงหมิงเจา และทำให้เสิ่นเยี่ยนชิงเปลี่ยนใจ กลับเป็นการสังหารที่นางต้องการที่สุดไป ตอนที่คนของเซี่ยหลินเฟิงมาตรวจสอบ นางก็ไม่มีแผนการอะไร ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะหลบซ่อนตัว ตอนนั้นนางจึงถูกนำตัวส่งมาที่ศาล ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ข้าไม่ได้ตั้งใจสังหารเสิ่นเยี่ยนชิง คนเหล่านั้นทำพลาด นั่นไม่ใช่เพราะข้า ข้าเพียงแค่ต้องการทำให้องค์หญิงตกใจเท่านั้น!”เดิมทีไม่มีใครเชื่อคำพูดของนาง เพราะมือสังหารทั้งห้าคนที่ถูกเซี่ยหลินเฟิงจับไว้นั้นให้การสารภาพเหมือนกันทั้งหมด พวกเขากล่าวว่าหลินเจินเจินมอบเงินจำนวนหนึ่งให้พวกเขาเพื่อไปสังหารองค์หญิง แต่ตอนนั้นเสิ่นเยี่ยนชิงกลับมายืนขวางองค์หญิงเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้มีคนตาย มือสังหารท

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 21

    เสิ่นเยี่ยนชิงคิดไม่ถึงว่าเหลียงหมิงเจาจะพูดเช่นนี้ เขาส่ายหน้า พร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลลงมา เขาไม่กล้าคิดเลยว่า ก่อนหน้านี้เหลียงหมิงเจาก็เคยรอเขามาทั้งชีวิตด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน แต่สุดท้ายต้องมารู้ว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้ตาย นอกจากนี้ยังยอมละทิ้งทุกอย่างจากนางเพื่อไปอยู่กับหลินเจินเจินเมื่อเห็นสายตาที่แน่วแน่ของนางในตอนนี้ เขาก็อดร้องไห้ออกมาไม่ได้ “เจาเจา พวกเราไม่มีโอกาสกลับมาอีกแล้วหรือ”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สีหน้าเย็นชา “พวกเราไม่มีโอกาสมาตั้งนานแล้ว”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเยี่ยนชิงก็รู้สึกปวดใจอย่างมาก ตอนที่เขากำลังจะลุกขึ้นยืน ประตูที่เคยปิดสนิทก็เปิดออกอย่างกะทันหัน เซี่ยหลินเฟิงวิ่งเข้ามากอดเหลียงหมิงเจา ด้วยดวงตาแดงก่ำ “เจ้ากำลังพูดไร้สาระอะไรน่ะ ข้าไม่มีทางตายในสนามรบแล้วทิ้งเจ้าไว้คนเดียว! ข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย จากนั้นก็อยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต”เซี่ยหลินเฟิงสีหน้ามีความสุข ที่แท้เขาก็แอบฟังอยู่ตลอด ตอนที่ได้ยินคำพูดประโยคสำคัญ เขาแทบจะพุ่งตัวออกมาอย่างอดไม่ไหวแล้วตระกูลเซี่ยเป็นทหารมาหลายชั่วอายุคน เรื่องที่เซี่ยหลินเฟิงต้องนำทัพออกรบนั้นเป็นเรื่องที่

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 20

    เสิ่นเยี่ยนชิงเป็นคนเย่อหยิ่ง ก่อนหน้านี้เขาเคยคุกเข่าเพื่อขอยาให้หลินเจินเจินเพียงครั้งเดียว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เขาคุกเข่าต่อหน้าเหลียงหมิงเจา ครั้งนี้เขาทำเพื่อขอร้องให้อภัยเขา แต่ในสายตาของคนไม่รัก ต่อให้เสิ่นเยี่ยนชิงคุกเข่าทั้งคืนมันก็ไม่มีความหมาย ความผูกพันทั้งหมดจบลงไปแล้ว เมื่อเห็นท่าทางตอแยของเขา เหลียงหมิงเจาก็รู้สึกทั้งขันและรังเกียจในตอนแรกเขาสาบานว่าเขาไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่ตอนนี้เพิ่งผ่านมาหนึ่งเดือน เขาก็หย่ากับหลินเจินเจินเสียแล้ว นอกจากนี้ยังมาขอร้องอ้อนวอนอยู่ตรงหน้าของนางนางกวักมือเรียกเซี่ยหลินเฟิง“หลินเฟิง เจ้ากลับห้องไปก่อนเถอะ ข้าอยากคุยกับเขาตามลำพัง” แววตาของเสิ่นเยี่ยนชิงเปล่งประกาย ส่วนเซี่ยหลินเฟิงก็เดินจากไปด้วยความยินดี ที่นี่ไม่มีคนนอกแล้ว ในที่สุดเหลียงหมิงเจาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังซ่อนเร้นอีก นางมองไปทางคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า จากนั้นก็ง้างมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรงนางใช้พละกำลังทั้งร่างกาย นางมือหนักมาก พร้อมตบไปที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง มือของนางบวมเป่ง แต่เสิ่นเยี่ยนชิงไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย“เจาเจา ถ้าการตบกระหม่อมม

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 19

    สถานการณ์พลิกผัน ไม่ว่าจะเป็นบ่าวหรือสาวรับใช้ต่างไม่ทันได้ดึงสติกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงเจ็บบริเวณท้องน้อย แววตาประกายความโหดเหี้ยม เขาคว้ามือของหลินเจินเจินแล้วผลักออกไป เลือดไหลทะลักออกมาทันที เขาใช้มือกุมบาดแผลเอาไว้ พร้อมหอบหายใจด้วยใบหน้าซีดเซียว “ตามหมอมา! แล้วจับนังผู้หญิงสารเลวคนนี้โยนออกไป!”หลังจากเขาพูดจบ เขาก็ทนไม่ไหวแล้วสลบลงไป ตอนที่เสิ่นเยี่ยนชิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เวลาก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เมื่อหมอเห็นว่าเขาฟื้น ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก“คุณชายเสิ่น โชคดีที่วันนั้นคุณหนูหลินมีกำลังไม่มาก ทำให้บาดแผลไม่ลึก ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นเทพเซียนก็ยากที่จะช่วยกลับมาได้! แต่ก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นกว่าจะกลับมาหายดี” เขาขยับตัว จากนั้นก็รู้สึกเจ็บท้องน้อยอย่างรุนแรง เสิ่นเยี่ยนชิงเผยสีหน้าเจ็บปวด แล้วกุมหน้าท้องของตัวเองแน่น “องค์หญิง…องค์หญิงกลับตำหนักมาแล้วหรือยัง” เขาถามขึ้นด้วยความร้อนใจ หมอชะงักไป “ได้ข่าวว่าองค์หญิงจะเสด็จกลับมาวันนี้…เอ๋! เอ๋ คุณชายเสิ่น ท่านไม่ควรลุกออกจากเตียงตอนนี้!”เมื่อได้ยินว่าเหลียงหมิงเจากำลังจะกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงก็พยายามลุกขึ้นโดยไม่สนใจบาดแผ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 18

    ลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับขึ้นลงขณะกลืนน้ำลาย ชาติก่อนเขาตั้งใจใช้ชีวิตที่เหลือกับหลินเจินเจินอย่างมีความสุข แต่หลังจากที่เขาแกล้งตาย เขาก็สูญเสียตำแหน่งโหวน้อยสกุลเสิ่น เงินทองหมดไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้แม่เลี้ยงของหลินเจินเจินปฏิบัติตัวต่อนางอย่างย่ำแย่มาโดยตลอด ดังนั้นตระกูลหลินจึงไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้เช่นเดียวกัน ในฐานะที่เขาเป็นโหวสกุลเสิ่น เดิมทีเขาควรจะมีชีวิตที่สุขสบาย แต่ชาติก่อนเขาต้องคัดหนังสือหาเลี้ยงชีพ แม้หลินเจินเจินจะทำงานเย็บปักถักร้อย แต่การใช้ชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้หรูหราเท่าเดิม พวกเขากลายเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งมันแตกต่างจากที่เสิ่นเยี่ยนชิงฝันเอาไว้อย่างสิ้นเชิง เขาจะทนใช้ชีวิตแสนธรรมดาแบบนั้นได้อย่างไร แต่นับจากที่เขาแกล้งตายก็ผ่านเวลามาเนิ่นนาน หากเขากลับไปก็ต้องโทษหลอกลวงเบื้องสูง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงอยู่กับหลินเจินเจินต่อไป จนกระทั่งถึงช่วงบั้นปลายของชีวิต ในที่สุดเขาก็ได้พบกับองค์หญิงและโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อนึกถึงการใช้ชีวิตในจวนตระกูลเสิ่น เขาก็เข้าไปปกป้องเหลียงหมิงเจาจากมือสังหารโดยไม่สนใจอันตราย หากเขารอดชีวิตไปได้ เหลียงหมิงเจา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status