Mag-log inตอนที่ 3 เชื่อใจ
หลังจากที่กระต่ายยอมตอบรับคำขอติดตามจากโจฮันแบบที่เธอไม่มีการติดตามเขากลับแต่อย่างใด ตั้งแต่วันนั้นมาโจฮันก็ไม่ได้พยายามเข้าหาเธอจนสร้างความอึดอัดให้กับเธออีกต่อไป
กระต่ายคิดว่าโจฮันคงไม่ได้สนใจเธอแล้ว เขาที่น่าจะเห็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเธอผ่านรูปภาพต่าง ๆ ที่เธอเคยลงเอาไว้ คงรู้แล้วว่าตัวเธอไม่ได้มีความน่าสนใจเลยสักนิด เนื่องจากวัน ๆ เธอก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่ในมหาวิทยาลัย พอเรียนเสร็จเธอก็กลับห้องเลย กระต่ายแทบไม่เที่ยวกลางคืน เธอไม่ชอบงานปาร์ตี้ เรียกได้ว่าการใช้ชีวิตของเธอมันออกไปทางจืดชืดด้วยซ้ำ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากโจฮันจะหมดความสนใจในตัวเธออย่างง่ายดาย
…กระต่ายคิดว่ามันเป็นแบบนั้น แต่ทว่าเธอก็มีความคิดที่ฉีกไปอีกทางเหมือนกัน
ช่วงบ่ายของวันที่หญิงสาวได้ถูกไหว้วานจากอาจารย์ให้ช่วยยกของกลับไปไว้ในห้องทำงาน กระต่ายที่วันนี้ต้องเดินทางมายังมหาวิทยาลัยเพียงลำพัง เมื่อมันเป็นวิชาเลือกเสรี ก็เดินถือของตามอาจารย์ไปอย่างเงียบ ๆ
กระต่ายตั้งใจไว้ว่าหลังจากที่เธอนำของไปวางไว้ให้อาจารย์เสร็จ เธอก็จะแวะไปกินข้าวที่โรงอาหารต่อ เมื่อบ่ายนี้กระต่ายมีเรียน ทว่าระหว่างที่เธอกำลังเดินต่อไปยังห้องทำงานของอาจารย์ ทันใดนั้นกระต่ายก็ต้องชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง
หลังจากกระต่ายเห็นว่าโจฮัน พร้อมด้วยเพื่อนของเขา ถ้าจำไม่ผิดคือ พี่ที่ชื่อ อคิณณ์ ธาม วาตะ ที่น่าจะเข้าไปคุยอะไรบางอย่างกับอาจารย์อีกคนที่มีโต๊ะทำงานอยู่ในห้องนั้นเช่นกัน กำลังนั่งรวมกันอยู่ที่หน้าห้อง
วาตะเลื่อนสายตาหันมาเห็นกระต่าย เขาจึงสะกิดไหล่บอกโจฮันที่เขากำลังง่วนอยู่กับการเล่นเกมในโทรศัพท์อย่างเมามันทันที นั่นจึงทำให้ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นโจฮันจึงรีบผละสายตาออกจากหน้าจอ แล้วหันมามองกระต่ายแทน
เพียงแค่ทั้งสองสบตากัน วินาทีนั้นลมหายใจของกระต่ายก็สะดุดอย่างง่ายดาย คิ้วบางของหญิงสาวย่นเข้าหากันโดยอัตโนมัติ เธอนึกอยากจะหมุนตัวรีบเดินหนีอีกคนเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะเธอต้องเอาของไปวางไว้ให้อาจารย์ และไม่ว่าจะเส้นทางไหน กระต่ายก็ต้องเดินผ่านร่างสูงและเพื่อนของเขาอยู่ดี เนื่องจากห้องทำงานของอาจารย์มันมีทางเข้าออกเพียงหนึ่งเดียว นั่นจึงทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องกลั้นใจเดินต่อไป แสร้งทำเหมือนเธอไม่ได้รู้สึกอะไรที่บังเอิญเจอรุ่นพี่ปีสามแบบนี้
และพอโจฮันเห็นว่าเธอกำลังถือของเต็มไม้เต็มมือ เวลานั้นร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนเต็มสูง เขาไม่ลังเลที่จะเดินเข้ามาหากระต่าย เหมือนต้องการช่วยเธอถือของ
“ไม่ต้องช่วยก็ได้ค่ะ…” ยังไม่ทันที่กระต่ายจะได้ปฏิเสธความมีน้ำใจของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ทันใดนั้นเสียงของเขาก็ดังขัดขึ้นมาก่อน
“เพื่อนเราล่ะ หายไปไหนหมด” พี่โจฮันถาม คล้ายเจ้าตัวรู้ว่าเธอคิดจะปฏิเสธน้ำใจของเขา
“วันนี้เพื่อนกระต่ายไม่มีเรียนค่ะ” กระต่ายบอกกลับไป พร้อมเอ่ยในสิ่งที่เธอต้องการพูดกับเขา เมื่อกระต่ายคิดว่าเธอสามารถจัดการสิ่งนี้เพียงลำพังได้
“อันที่จริงพี่โจฮันไม่ต้องช่วยก็ได้นะคะ กระต่ายถือไปเองได้ค่ะ”
“ของเยอะขนาดนี้ แล้วจะให้พี่นั่งดูเฉย ๆ เหรอครับ” โจฮันบอกกลับมาและพูดตัดบท คล้ายเขาไม่ต้องการรับฟังอะไรจากเธอทั้งนั้น วินาทีเดียวกันเจ้าตัวก็ระบายยิ้มให้เธอพร้อมพูดเพิ่มเติม
“พวกเราไปกันเถอะ”
หลังจากโจฮันบอกกระต่ายเสร็จ เขาก็เดินนำเธอไปยังห้องทำงานของอาจารย์ทันที ขณะที่กระต่ายก็ทำได้แค่เดินตามร่างสูงไปอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
ซึ่งในจังหวะที่กระต่ายกับโจฮันกำลังเดินผ่านเพื่อนของเขาไป กระต่ายก็สัมผัสได้เลยว่าเพื่อนของพี่โจฮันกำลังแซวเขาผ่านทางสายตา
“ให้พี่ไปวางไว้ที่โต๊ะไหนดี” พอทั้งสองเข้ามาในห้องทำงานของอาจารย์แล้ว โจฮันก็หันมาถามกระต่ายต่อ
“โต๊ะของอาจารย์ทัศนีย์ค่ะ” เธอตอบ จากนั้นเธอกับเขาก็ทำการวางของลงบนโต๊ะทำงานของอาจารย์ทัศนีย์ในเวลาไล่เลี่ยกัน
“ขอบคุณนะคะ” พอทั้งหมดวางของไว้ให้อาจารย์เรียบร้อยแล้ว กระต่ายก็รีบกล่าวขอบคุณโจฮันอย่างไม่รีรอ หญิงสาวเตรียมที่จะรีบแยกย้ายกับอีกฝ่าย
เมื่อตอนนี้เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเอาเสียเลย ทว่าในจังหวะที่กระต่ายกำลังจะหมุนตัว เตรียมเดินหนีร่างสูง ทันใดนั้นโจฮันก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธอเสียก่อน นั่นจึงทำให้กระต่ายต้องหันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“พี่ขอเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหมคะ” โจฮันถามกลับมา พร้อมมองเธอด้วยสายตาแพรวพราว ทำเอากระต่ายที่ได้รับสายตาแบบนั้น แสดงท่าทีลำบากใจออกมาทันที แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังเลือกที่จะถามกลับไปอยู่ดี เมื่อเธออยากรู้ว่าถ้าหากเขาไม่ต้องการคำขอบคุณจากเธอ เขาต้องการอะไร
“แล้ว… ต้องการอะไรเหรอคะ” กระต่ายที่เงียบไปเกือบนาทีถามกลับไป
“ขอเป็นกินข้าวด้วยกันสักมื้อได้ไหมคะ”
“…”
“ตอนนี้มันเป็นช่วงเที่ยงพอดี ถ้าให้พี่เดาพอเสร็จจากนี่แล้ว กระต่ายก็คงจะไปกินข้าวใช่ไหม?” โจฮันกล่าวเพิ่มเติม ราวกับเจ้าตัวสามารถอ่านความคิดของเธอได้
เนื่องจากกระต่ายเห็นว่าโจฮันแสดงความมีน้ำใจกับเธอ อีกทั้งเธอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเสร็จจากธุระที่อาจารย์ไหว้วานเธอแล้ว หญิงสาวจะไปกินข้าว นั่นจึงทำให้เวลาต่อมาพอโจฮันแยกย้ายกับเพื่อนเขาแล้ว ทั้งสองจึงเดินต่อมายังโรงอาหารของมหาวิทยาลัยด้วยกัน เมื่อกระต่ายยืนกรานกับเขาไปว่าเธอจะมากินข้าวที่นี่
“นานมากแล้วนะที่พี่ไม่ได้แวะเข้ามากินข้าวที่โรงอาหารแบบนี้ ครั้งล่าสุดน่าจะเป็นตอนปีหนึ่งเลยมั้ง” ในจังหวะที่ทั้งสองเดินเข้ามาในโรงอาหารด้วยกัน โจฮันก็เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน จากนั้นเจ้าตัวก็ถามกระต่าย เหมือนเขาอยากให้เธอมีส่วนร่วมในบทสนทนา
“กระต่ายชอบกินข้าวที่โรงอาหารเหรอ?”
“ก็ถ้ามากินคนเดียว กระต่ายจะชอบมากินที่นี่ค่ะ เพราะโต๊ะเยอะดี ไม่ต้องแย่งใคร อีกอย่างราคาถูกดีค่ะ” กระต่ายบอกกลับไป เวลาเดียวกันหญิงสาวก็แสดงสีหน้าไม่สบายใจออกมา เมื่อเธอรู้สึกว่าตอนนี้ดวงตาหลายสิบคู่กำลังมองมาทางเธอและพี่โจฮันอย่างให้ความสนใจ
แน่นอน… ทั้งหมดน่าจะมองผู้ชายที่กำลังยืนอยู่ข้างเธอ เนื่องจากเขาเป็นคนดังและส่วนใหญ่กลุ่มของโจฮันจะทานข้าวเที่ยงในห้อง VIP ของพวกเขานั่นเอง ขณะที่เธอเป็นแค่คนไร้ตัวตนในมหาวิทยาลัยเท่านั้น
“กระต่ายไม่ต้องสนใจหรอก พวกเขาก็มองไปเรื่อยแหละค่ะ” อาจเพราะกระต่ายมีอาการชะงักไป หลังเธอสังเกตเห็นว่ามีดวงตาหลายสิบคู่กำลังมองมาทางหญิงสาว โจฮันถึงได้รีบบอกเธอเสียงเบา พร้อมถือวิสาสะใช้มือดันแผ่นหลังของเธอเล็กน้อย เชิงบอกให้กระต่ายเดินไปข้างหน้าต่อ ไม่ต้องไปสนใจสายตาของคนในมหาวิทยาลัยที่กำลังมองมายังทั้งคู่
“กระต่ายเชื่อใจพี่นะคะ” โจฮันบอกกับกระต่ายอย่างอ่อนโยน
ตอนพิเศษ 4แปดเดือนผ่านไป หลังจากวันที่ชีวิตค่อย ๆ เข้าที่เข้าทาง งานแต่งของโจฮันและกระต่ายก็ถูกจัดขึ้นที่กรุงเทพ ทุกอย่างภายในงานถูกแต่งแต้มด้วยบรรยากาศพิเศษ โรงแรมหรูใจกลางเมืองถูกเลือกให้กลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานที่อบอุ่น เรียบหรูแต่ไม่โอ่อ่าจนเกินไป ดอกไม้สีขาวครีมประดับเรียงราย แซมด้วยใบสีเขียวอ่อนให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายในห้องแต่งตัวเจ้าสาว กระต่ายนั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบขับให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานกว่าที่เคยเป็น ดวงตาคู่เดิมที่เคยเต็มไปด้วยความกลัว วันนี้กลับนิ่งและมั่นคง“แก… สวยจริง สวยแบบคนที่ผ่านอะไรมาเยอะแล้วรอดมาได้” คะนิ้งพูดเสียงสั่น พร้อมกับเดินมาใกล้ ๆ กระต่าย“ฉันภูมิใจในตัวแกมากนะกระต่าย” มินพยักหน้า น้ำตาคลอ“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะมีวันนี้” กระต่ายยิ้มตอบรับเพื่อนเสียงอ่อนไม่ต่างกัน“พวกแกไม่ได้ต้องให้ซองนะ ฉันยังติดค้างพวกแกคนละแสน จะโอนให้เลย ”“ยัยเจ้าสาว อย่ามาทำแบบนี้ ฉันรับขวัญหลานชาย” มินย้ำความตั้งใจของเธอ“ฉันก็ด้วย ห้ามโอนกลับมานะ” คะนิ้งเสริมมินเข้าไปอีกคน“ขอบใจพวกแกนะ รักพวกแกที่สุด ถ้าพวกแกแต่งงาน ฉันจะจัดให้หนักๆเลย” กร
ตอนพิเศษ 3สามวันผ่านไปคำปรึกษาของหมอถือว่าช่วยให้โจฮันผ่อนคลายลงไม่น้อย แม้ว่าเขาจะไม่ใช่หมอแต่ก็พอรู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง ความต้องการของเขามันไม่ได้ระบายเลยสักครั้ง ตั้งแต่กระต่ายท้องจนกระต่ายคลอดลูกออกมานั่นแหละโจฮันอดทนมาโดยตลอด เขาไม่เคยเร่งเร้าหรือรบเร้าเธอเลยสักครั้ง เพราะรู้ดีว่าการคลอดลูกมันทั้งเจ็บและเหนื่อยไม่น้อยเลย แต่หลังจากที่ปรึกษากับหมอมาแล้ว กระต่ายเองก็พอจะเดาได้เหมือนกัน เธอเองก็สบายใจไม่ต่างจากโจฮันเท่าไร ใช่ว่าเธอจะไม่รู้เสียที่ไหนว่าอีกฝ่ายต้องการเรื่องแบบนั้นไม่ต่างจากเธอนักหรอกหลังจากที่กลับจากโรงพยาบาลวันนั้น วันนี้กระต่ายและโจฮันก็ฝากลูกไว้กับแม่ครู แม่ครูเองก็เข้าใจว่าทั้งสองคนไม่ได้พักกันเลยสักวัน ตั้งแต่ช่วยกันเลี้ยงลูกมาโดยตลอด ไหนเลยจะเรื่องงานจึงเอาหลานไปนอนด้วยทั้งแต่ฟ้ายังไม่ค่ำ“พี่โจฮัน หนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เสียงหวานบอกกับอีกฝ่าย ขณะที่เธอจัดข้าวของที่ไปซื้อมาเมื่อเช้าให้เข้าที่เข้าทางโจฮันที่ดูสรุปงานของบริษัทเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่ออย่างเร่งรีบ ระยะหลังนี้เขาเอาแต่เลี้ยงลูกและดูแลกระต่ายมากกว่าการทำงานเสียอีก
ตอนพิเศษ 2หลังจากทุกอย่างค่อย ๆ คลี่คลาย พ่อกับแม่ของโจฮันก็จัดการเคลียร์งานทั้งหมด ก่อนจะเดินทางมาที่บ้านแม่ครูด้วยตัวเอง การมาเยือนครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงของฝากหรือความเป็นห่วง แต่มีหัวใจของผู้ใหญ่ที่ตั้งใจมารับผิดชอบอย่างแท้จริงบ้านไม้หลังเล็กอบอวลไปด้วยบรรยากาศเรียบง่าย พ่อแม่โจฮันยกมือไหว้แม่ครูด้วยความนอบน้อม ก่อนจะหันมามองกระต่ายที่อุ้มลูกน้อยอยู่ในอ้อมแขน สายตาที่เคยมองผ่านเพียงในภาพถ่าย วันนี้กลับเต็มไปด้วยความเอ็นดูและอ่อนโยน“ขอบคุณที่ดูแลลูกสะใภ้กับหลานของเราอย่างดีนะครับ” พ่อของโจฮันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจคำว่าลูกสะใภ้ทำให้กระต่ายชะงัก ดวงตาแดงเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว โจฮันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือมาจับมือเธอไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝันการพูดคุยเป็นไปอย่างเปิดใจ ไม่มีการกล่าวโทษ ไม่มีการตัดสินพ่อแม่โจฮันยอมรับความผิดพลาดของลูกชาย และขอบคุณกระต่ายที่เข้มแข็งอดทนและให้กำเนิดหลานที่น่ารักเช่นนี้“เรื่องแต่งงาน เราไม่อยากเร่งอะไรทั้งนั้น” แม่ของโจฮันพูดพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “ขอแค่กระต่ายพร้อมเมื่อไร เราจะเป็นผู้ใหญ่มาสู่ขออย่างถูกต้อง แม่ครูคิดเห
ตอนพิเศษ 1คำสั่งของประธานบริษัทถือว่าเป็นเด็ดขาด กระต่ายถูกเรียกให้เข้ามาในห้องทำงานของเขาตั้งแต่เริ่มงาน เธออยากท้วงอยู่เหมือนกัน เมื่ออีกฝ่ายบอกให้เข้ามาช่วยงาน แต่ดูเหมือนว่าภายในห้องทำงานจะจัดปาร์ตี้เสียมากกว่าอาหารเครื่องดื่มและขนมถูกจัดเตรียมเอาไว้เยอะแยะ ราวกับว่ากำลังจะเลี้ยงคนทั้งแผนก ทั้ง ๆ ที่ภายในห้องมีเธอและเขาอยู่กันแค่สองคนเท่านั้น ส่วนเรื่องทำงานอย่าพูดถึง เธอถามตั้งแต่เข้าห้องมาในตอนเช้าแล้ว ว่ามีอะไรให้เธอทำหรือเปล่า แต่เธอกลับได้ทำเพียงแค่งานเอกสารเล็กน้อยเท่านั้น“จะให้ฉันเข้ามานั่งเฉย ๆ เหรอคะ” กระต่ายทนไม่ไหวจนต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถามกลับไปแทนนี่จะเข้าช่วงเที่ยงอยู่แล้ว เธอได้แต่นั่ง ๆ จับ ๆ เอกสารที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิด อีกไม่กี่วันเธอก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว เลยอดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่โจฮันกำลังทำอยู่ตอนนี้คือ… กำลังกลั่นแกล้งเธอหรือเปล่าร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เอกสารที่ให้จัดเสร็จแล้วเหรอ”“มันไม่มีอะไรเลยนะคะ เอกสารพวกนี้ไม่ใช่เอกสารสำคัญด้วยซ้ำ” กระต่ายยกเอกสารในมือขึ้นมาให้เขาดู ใบหน้าของเ
ตอนที่ 37 ปรับความเข้าใจ (ตอนจบ)แสงไฟสีขาวนวลในห้องพักฟื้นสาดลงมาบนใบหน้าที่อ่อนล้าของกระต่าย เธอนอนเอนศีรษะอยู่บนหมอน มือหนึ่งวางทาบอกอีกมือแตะเปลเด็กที่ตั้งอยู่ข้างเตียง เด็กชายตัวเล็กในนั้นหลับสนิท หายใจสม่ำเสมอราวกับไม่รู้เลยว่าโลกใบนี้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสับสนและความหวั่นไหวเพียงใดโจฮันนั่งอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำ เขาแทบไม่ขยับไปไหน นอกจากลุกไปอุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือหยิบน้ำอุ่นมาให้กระต่ายจิบเป็นระยะ ดวงตาที่เคยนิ่งเฉยกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวังและอ่อนโยน ทุกการกระทำเหมือนผ่านการคิดมาแล้วอย่างดี ราวกับกลัวว่าเพียงพลาดนิดเดียวทุกอย่างจะพังลงอีกครั้งคืนแล้วคืนเล่าโจฮันยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น แม้หมอจะบอกว่ากระต่ายเริ่มแข็งแรงขึ้นแล้วสามารถกลับบ้านได้แต่โจฮันก็อยากให้กระต่ายได้พักผ่อนและอยู่จนครบ 1 สัปดาห์เพื่อตรวจแผลฝีเย็บให้หายสนิทก่อนกลับบ้าน แม้พยาบาลจะบอกว่าเขากลับไปพักผ่อนได้ แต่เขาก็แค่ยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า บอกว่าไม่เป็นไรเขาอยู่ได้กระต่ายมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ ในใจมีทั้งความอุ่นและความสับสนปนกันไปหมด เธอไม่ใช่คนไม่รู้สึก เธอเห็นทุกอย่างเห็นวิธีที่เขาอุ้มลูกอย่างท
ตอนที่ 36 ดูแลสามสัปดาห์ต่อมาหลังจากวันนั้น โจฮันก็ไม่หายไปไหน ทุกเช้าเขาจะขับรถมาจอดหน้าบ้านไม้ของแม่ครูอย่างเงียบ ๆ ไม่เคยส่งเสียงดัง ไม่เคยก้าวก่ายเขาเพียงยืนรออยู่หน้ารั้วพร้อมถุงเต็มไปด้วยของในมือ บางวันเป็นผลไม้บางวันเป็นอาหารที่กระต่ายชอบ บางวันก็เป็นแค่นมสำหรับคนท้องกับวิตามินที่เขาศึกษาข้อมูลมาอย่างดีเขาแค่ ‘อยู่ตรงนั้น’ ต้องขอบคุณแม่ครูที่เป็นคนกลางคอยช่วยเหลือเขา ขอบคุณที่ไม่ไล่เขาออกไปและยังให้กำลังใจเขาด้วยแต่ทุกอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกระต่ายเท่านั้นกระต่ายมองภาพเหล่านั้นจากในบ้านอย่างเงียบ ๆ หัวใจของเธอไม่ได้แข็งแรงอย่างที่พยายามแสดงออก เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงของโจฮันชัดเจน จากผู้ชายที่เคยพูดทุกอย่างตามใจและไม่สนใจใครเลย กลายเป็นคนที่ระวังคำพูดทุกคำ ราวกับกลัวว่าเพียงประโยคเดียวอาจทำให้เธอถอยห่างไปไกลกว่าเดิมเขาไม่ถามเรื่องอดีต ไม่พูดถึงอนาคต และไม่เอ่ยถึงคำว่า ‘คืนดี’ กลับแค่ถามว่า“วันนี้ปวดหลังไหม”“กินข้าวหรือยัง”“อยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า”แม่ครูเองมองทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะโจฮันยกถุงของเข้าไปวางในครัว เขาหันมาหาแม่ครูอย่างสุภาพ“ผ







