เข้าสู่ระบบตอนที่ 4 โสดครับ
หลังจากที่วันนี้กระต่ายแยกกับโจฮันกลับมาที่ห้องพักของเธอ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันถูกต้องไหม มันจะมีอะไรเลวร้ายไหม เธอคิดถูกไหมที่ตัดสินใจบางอย่างแต่เธอยังไม่ทันเริ่มอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ
กระต่ายคิดย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา
‘ทำไมจู่ ๆ เธอถึงได้มากินข้าวกับพี่โจฮัน ในเมื่อเธอกับเขาไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย?’
นั่นคือคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของกระต่ายซ้ำ ๆ ขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งทานข้าวเที่ยงตรงข้ามเขา รุ่นพี่ที่เธอไม่เคยคุยเป็นการส่วนตัวเลยสักครั้ง แถมทั้งคู่ก็เพิ่งได้ติดตามโซเชียลส่วนตัวกันไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์นี่เอง“ตอนนั้นทำไมถึงไม่ฟอลพี่กลับล่ะคะ?” ระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งทานข้าวด้วยกันแบบที่ไม่มีบทสนทนา เหตุเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าต้องสนทนาอะไรกัน ทันใดนั้นเสียงของพี่โจฮันก็ดังขึ้น นั่นจึงทำให้กระต่ายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาจัดการอาหารตรงหน้าตัวเอง ต้องละสายตาออกจากมัน แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเขาแทน
“กระต่ายต้อง… ฟอลกลับด้วยเหรอคะ?” กระต่ายถามกลับไปเสียงซื่อ เมื่อเธอไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอต้องทำแบบนั้น ซึ่งคำถามของหญิงสาว มันก็ทำให้คนที่ถูกถามมีอการชะงักไปเล็กน้อย อีกฝ่ายมองหน้าเธออย่างคนใช้ความคิด จากนั้นเขาถึงค่อยตอบกลับมา
“ถ้าตามหลักแล้ว มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอคะ”
“…”
“พี่อยากให้กระต่ายได้รู้จักพี่มากขึ้น เราจะได้เลิกกลัวพี่สักที แต่เรากลับทำแบบนี้ แล้วตอนไหนเราถึงจะเลิกกลัวพี่กันล่ะคะ” ร่างสูงกล่าวเพิ่มเติม เจ้าตัวไม่ทำแค่พูดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการระบายยิ้มกว้างจนตาปิดให้เธอด้วย ทว่าแทนที่มันจะทำให้กระต่ายหายกลัวอีกฝ่าย มันกลับทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจกับเขายิ่งกว่าเดิมเสียอย่างนั้น
“จนถึงตอนนี้ เราก็ยังไม่หายกลัวพี่อีกเหรอ” เขาที่เห็นท่าทีไม่สบายใจของกระต่ายถามกัน
“เอ่อ ไม่นะคะ อันที่จริงกระต่ายไม่ได้กลัวพี่ขนาดนั้นสักหน่อย” สิ้นเสียงพูดของกระต่าย หญิงสาวก็หลุบตามองอาหารตรงหน้าเธอ แทนที่จะฝืนสบตาเขาต่อไป เธอตบตีกับความคิดของตัวเองอยู่นานสองนานว่าเธอควรพูดอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่สุดท้ายกระต่ายก็เลือกที่จะไม่พูดมันออกไป
โดยระหว่างที่ทั้งสองกำลังได้รับความสนใจจากคนในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ความเงียบก็ปกคลุมทั้งคู่อีกครั้ง เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่มีใครชวนใครสนทนา กระต่ายคิดว่ามันคงจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ กระทั่งมันถึงเวลาที่ทั้งคู่ต้องแยกย้ายกัน ทว่าพี่โจฮันกลับทำอะไรที่อยู่เหนือความคาดหมายเธออีกแล้ว
เพราะจู่ ๆ โจฮันก็ยื่นมือมาเกลี่ยข้างแก้มของกระต่ายอย่างแผ่วเบา ทั้งที่ตอนนี้เด็กในมหาวิทยาลัยกำลังนั่งอยู่เต็มโรงอาหาร
เพียงแค่สัมผัสบางเบาเกิดขึ้นที่ข้างแก้มของกระต่าย เวลานั้นดวงตากลมโตของหญิงสาวที่พักหลังมานี้ มันมักจะสะท้อนความไม่พอใจออกมาอยู่บ่อยครั้ง ก็เบิกกว้างทันที เธอที่ตกใจกับการกระทำของพี่โจฮันมาก ถึงกับสติหลุดออกจากร่าง ซึ่งกระต่ายก็เพิ่งจะกลับมามีสติกับเนื้อกับตัวอีกครั้ง ก็ตอนที่เขาดึงมือกลับไปแล้วนี่แหละ
“พอดีเส้นผมติดแก้มค่ะ พี่ก็เลยช่วยเอาออกให้” โจฮันที่เห็นว่ากระต่ายกำลังมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามรีบอธิบายให้เธอเข้าใจ บนใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงมีรอยยิ้มแต่งแต้มเช่นเดิม ช่วงเวลาเดียวกันแก้มทั้งสองข้างของกระต่ายก็มีอาการเห่อร้อนอย่างไม่ทราบสาเหตุ
และก็อาจเป็นเพราะกระต่ายแทบไม่ได้คลุกคลีอยู่กับเพศตรงข้ามบ่อย ๆ ก็เป็นได้ อาการแบบนี้มันถึงได้เกิดขึ้นกับเธอ
“พี่โจฮัน… อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ” ทันทีที่หญิงสาวตั้งสติได้ กระต่ายก็ตัดสินใจบอกโจฮันเสียงจริงจัง เมื่อเธอคิดว่าเธอควรขีดเส้นความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาเอาไว้เสียหน่อย โดยหลังจากที่เธอพูดเช่นนั้น ร่างสูงก็เอียงคอมองเธอกลับมาด้วยความฉงน คล้ายเขาไม่เข้าใจเหตุผลที่ทำให้เธอสั่งห้ามเจ้าตัว
“ก็ถ้าคนอื่นเขาเข้าใจผิด สาว ๆ ในสต๊อกของพี่อาจหายได้นะคะ” กระต่ายให้เหตุผลกลับไปเสียงเบา ต่อให้ในความเป็นจริง มันเป็นเพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะหวั่นไหวให้ผู้ชายคนนี้ต่างหาก เมื่อเขาดูแพรวพราวเหลือเกิน ขนาดเธอที่ตั้งแง่กับอีกฝ่ายยังเผลอไผล เคลิ้มไปกับสัมผัสที่เจ้าตัวมอบให้กันเลย
“เรื่องนั้นพี่ไม่สนใจหรอกค่ะ เพราะตอนนี้พี่ไม่ได้กำลังคุยกับใครจริงจังสักหน่อย” ร่างสูงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ โดยอีกฝ่ายก็ไม่ได้ปฏิเสธคำพูดที่ว่าเจ้าตัวมีสาวๆ
“พี่จะบอกว่าตัวเองโสด”
“พี่ก็โสดจนมาเจอเรานี่แหละที่ไม่อยากโสดแล้ว” โจฮันบอกไปด้วยสีหน้ายิ้มน้อยแต่คนที่กำลังฟังอยู่หัวใจกำลังเต้นระรัว
“ไม่เกี่ยวกับกระต่ายเลย”
“พี่อยากให้เกี่ยวนะคะ...จริงด้วยสิ พี่ยังไม่ได้ถ่ายรูปเลยแฮะ” โจฮันเอ่ยขึ้นอีกครั้ง คล้ายเขาตัวเพิ่งฉุกคิดอะไรบางอย่างได้พอดี ซึ่งคนตัวสูงก็ไม่ได้ทำแค่พูดเพียงอย่างเดียว แต่โจฮันยังรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อถ่ายรูปจานอาหารของทั้งคู่เอาไว้ด้วย ขณะที่กระต่ายก็ทำได้แค่กะพริบตาปริบ ๆ คอยมองตามการกระทำของเขาอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น เนื่องจากเธอไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน
“พี่โจฮันทำอะไรเหรอคะ?” พอเขาถ่ายรูปเสร็จแล้ว นาทีนั้นกระต่ายก็ไม่ลังเลที่จะถามอีกฝ่ายด้วยความใคร่รู้
“ก็ลงรูปไงคะว่าวันนี้เราสองคนมากินข้าวด้วยกัน” โจฮันเงยหน้าขึ้นมาตอบเธอ พร้อมมองกระต่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม คล้ายตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเธองงอะไร
“…”
“พี่ขอแท็กเราในไอจีนะ” พูดจบโจฮันก็ระบายยิ้มกว้างให้กระต่ายอีกครั้ง และหลังจากนั้นไม่นานนักเสียงการแจ้งเตือนของโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้น เมื่อคนที่นั่งตรงข้ามกันได้แท็กรูปของเธอมาแล้ว กระต่ายเลื่อนสายตามองไปยังเครื่องมือสื่อสารของเธอที่ถูกวางไว้บนโต๊ะครู่หนึ่ง ซึ่งเธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยิบมันขึ้นมาดูด้วยซ้ำ
“ยังไงกระต่ายก็อย่าลืมรีโพสต์นะคะ เดี๋ยวคนอื่นเขาจะเข้าใจผิด คิดว่าพี่มั่วนิ่ม” โจฮันที่เห็นว่ากระต่ายเพิกเฉยต่อเสียงการแจ้งเตือนบอกกัน และก็ไม่รู้ทำไมแม้อีกฝ่ายจะแค่บอกเธอเท่านั้น แต่กระต่ายกลับรู้สึกว่าเขากำลังออกคำสั่งให้เธอรีโพสต์รูปภาพที่ถูกแท็กโดยเขาอย่างไรอย่างนั้น
หลายวันต่อมา
ตอนเช้าของวันที่กระต่ายกำลังนั่งรวมกับเพื่อนของเธออย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เมื่อวันนี้ทั้งหมดมีเรียนด้วยกัน ขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งรอให้ถึงเวลาเรียน ทันใดนั้นกระต่ายก็ต้องมีอาการสะดุ้งเล็กน้อย หลังจู่ ๆ เพื่อนของเธอก็เรียกกันพร้อมกับคำถาม
“ยัยกระต่าย! ตอนนี้แกกำลังคุยกับพี่โจฮันเหรอ” มินเพื่อนสาวคนสนิทถามออกไป
“ไม่นะ เราสองคนก็แค่รู้จักกันเท่านั้น” กระต่ายที่ถูกถามเช่นนั้น รีบส่ายหน้าปฏิเสธกลับไปแบบที่เธอไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน เมื่อเธอกับพี่โจฮันไม่ได้กำลังคุยกันอยู่จริง ๆ เพียงแต่ว่าช่วงพักหลังมานี้ทั้งคู่ได้มีโอกาสเจอกันบ่อยขึ้น เหตุเพราะพี่โจฮันเล่นชวนเธอไปนั่นมานี่ทุกวัน ซึ่งกระต่ายก็ปฏิเสธได้บ้าง ไม่ได้บ้าง
“แล้วทำไมพักหลังมานี้แกกับพี่เขาถึงได้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ ล่ะ เอ๊ะ… แต่จะว่าไปแล้ว ทุกอย่างมันเริ่มขึ้นหลังจากที่เขาเดินเข้ามาคุยกับแกวันนั้นใช่ไหม?” เพื่อนของกระต่ายยังคงซักไซ้กันด้วยความข้องใจ ช่วงเวลาเดียวกันคนที่ถูกถามก็เกิดอาการน้ำท่วมปาก เมื่อเธอไม่รู้จะให้เหตุผลยังไงดี
‘หากกระต่ายบอกเพื่อนของเธอว่าพี่โจฮันพยายามเข้าหาเธอ ทั้งหมดคงไม่เชื่อแน่นอน เนื่องจากนั่นคือพี่โจฮัน วิศวะตัวท๊อปสุดฮอต’
“ยังไงก็เถอะ… แกอย่าไปหวั่นไหวกับเขานะ ผู้หญิงเขาเยอะมาก ถ้าแกชอบเขา แกอกหักแน่นอน” คะนิ้งกล่าวเตือนกันอย่างไม่จริงจังนัก จากนั้นเจ้าตัวก็หันไปคุยเรื่องอื่นกับเพื่อนอีกคนต่อ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กระต่ายรับฟังคำพูดของเพื่อนและจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เมื่อหญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองถูกจี้ใจดำ ทั้งที่เพื่อนของเธอก็แค่กล่าวเตือนกันด้วยความหวังดีเท่านั้น และอดนึกในใจตัวเองไม่ได้
‘คนเจ้าชู้.....ไม่น่าจะแคร์เราหรอกมั้ง’
ตอนที่ 37 ปรับความเข้าใจ (ตอนจบ)แสงไฟสีขาวนวลในห้องพักฟื้นสาดลงมาบนใบหน้าที่อ่อนล้าของกระต่าย เธอนอนเอนศีรษะอยู่บนหมอน มือหนึ่งวางทาบอกอีกมือแตะเปลเด็กที่ตั้งอยู่ข้างเตียง เด็กชายตัวเล็กในนั้นหลับสนิท หายใจสม่ำเสมอราวกับไม่รู้เลยว่าโลกใบนี้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสับสนและความหวั่นไหวเพียงใดโจฮันนั่งอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำ เขาแทบไม่ขยับไปไหน นอกจากลุกไปอุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือหยิบน้ำอุ่นมาให้กระต่ายจิบเป็นระยะ ดวงตาที่เคยนิ่งเฉยกลับเต็มไปด้วยความระมัดระวังและอ่อนโยน ทุกการกระทำเหมือนผ่านการคิดมาแล้วอย่างดี ราวกับกลัวว่าเพียงพลาดนิดเดียวทุกอย่างจะพังลงอีกครั้งคืนแล้วคืนเล่าโจฮันยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น แม้หมอจะบอกว่ากระต่ายเริ่มแข็งแรงขึ้นแล้วสามารถกลับบ้านได้แต่โจฮันก็อยากให้กระต่ายได้พักผ่อนและอยู่จนครบ 1 สัปดาห์เพื่อตรวจแผลฝีเย็บให้หายสนิทก่อนกลับบ้าน แม้พยาบาลจะบอกว่าเขากลับไปพักผ่อนได้ แต่เขาก็แค่ยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้า บอกว่าไม่เป็นไรเขาอยู่ได้กระต่ายมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ ในใจมีทั้งความอุ่นและความสับสนปนกันไปหมด เธอไม่ใช่คนไม่รู้สึก เธอเห็นทุกอย่างเห็นวิธีที่เขาอุ้มลูกอย่างท
ตอนที่ 36 ดูแลสามสัปดาห์ต่อมาหลังจากวันนั้น โจฮันก็ไม่หายไปไหน ทุกเช้าเขาจะขับรถมาจอดหน้าบ้านไม้ของแม่ครูอย่างเงียบ ๆ ไม่เคยส่งเสียงดัง ไม่เคยก้าวก่ายเขาเพียงยืนรออยู่หน้ารั้วพร้อมถุงเต็มไปด้วยของในมือ บางวันเป็นผลไม้บางวันเป็นอาหารที่กระต่ายชอบ บางวันก็เป็นแค่นมสำหรับคนท้องกับวิตามินที่เขาศึกษาข้อมูลมาอย่างดีเขาแค่ ‘อยู่ตรงนั้น’ ต้องขอบคุณแม่ครูที่เป็นคนกลางคอยช่วยเหลือเขา ขอบคุณที่ไม่ไล่เขาออกไปและยังให้กำลังใจเขาด้วยแต่ทุกอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกระต่ายเท่านั้นกระต่ายมองภาพเหล่านั้นจากในบ้านอย่างเงียบ ๆ หัวใจของเธอไม่ได้แข็งแรงอย่างที่พยายามแสดงออก เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงของโจฮันชัดเจน จากผู้ชายที่เคยพูดทุกอย่างตามใจและไม่สนใจใครเลย กลายเป็นคนที่ระวังคำพูดทุกคำ ราวกับกลัวว่าเพียงประโยคเดียวอาจทำให้เธอถอยห่างไปไกลกว่าเดิมเขาไม่ถามเรื่องอดีต ไม่พูดถึงอนาคต และไม่เอ่ยถึงคำว่า ‘คืนดี’ กลับแค่ถามว่า“วันนี้ปวดหลังไหม”“กินข้าวหรือยัง”“อยากได้อะไรเพิ่มหรือเปล่า”แม่ครูเองมองทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะโจฮันยกถุงของเข้าไปวางในครัว เขาหันมาหาแม่ครูอย่างสุภาพ“ผ
ตอนที่ 35 สายเกินไปโจฮันขับรถวนอยู่ในซอยแคบ ๆ นานกว่าที่คิด บ้านเรือนเรียงรายคล้ายกันไปหมด ป้ายถนนเล็กจนแทบมองไม่เห็น เขาชะลอรถลงอีกครั้ง พยายามมองหาหมายเลขบ้านตามที่โอมบอก แต่ยิ่งขับลึกเข้าไปเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังหลงทางมากขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั่งสายตาไปสะดุดเข้ากับหญิงวัยกลางคนร่างเล็กที่ยืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่งที่มองเข้าไปเป็นบ้านสวนด้วย แม่ครูกำลังรดน้ำต้นไม้ ท่าทางสงบเรียบง่าย แตกต่างจากความร้อนรนในอกของเขาอย่างสิ้นเชิงโจฮันตัดสินใจจอดรถ ลงไปยืนตรงหน้าพร้อมยกมือไหว้หญิงคนนั้น“สวัสดีครับ ขอโทษครับ…ผมกำลังตามหาบ้านของแม่ครูวิภา ไม่ทราบว่า…รู้จักไหมครับ”แม่ครูเงยหน้าขึ้น มองเขานิ่ง ๆ สายตาไม่ได้เป็นมิตรหรือแข็งกร้าว หากเป็นสายตาของคนที่ผ่านโลกมามาก“แล้วคุณเป็นใครคะ”คำถามนั้นทำให้โจฮันชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบออกไปอย่างตรงไปตรงมา“ผมเป็นแฟนของกระต่ายครับ…”มือของแม่ครูหยุดนิ่ง น้ำในบัวรดต้นไม้หยดลงบนพื้นอย่างช้า ๆ ดวงตาคู่นั้นมองเขานานขึ้น ราวกับกำลังประเมินทุกถ้อยคำที่ได้ยิน ยังไม่ทันที่แม่ครูจะพูดอะไร เสียงประตูบ้านก็เปิดออก“แม่ครูคะ…”กระต่ายก้าวออกมาในชุดเ
ตอนที่ 34 ตามหาโจฮันกลับเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยหัวใจที่ยังไม่ทันได้สงบลงจากเมื่อคืน เขาคิดมาตลอดว่าอย่างน้อย… เมื่อเขากลับมา กระต่ายก็น่าจะยังอยู่ที่นี่ นั่งรอ หรือหลับพักฟื้นอยู่บนเตียงคนไข้ ให้เขาได้พูดได้ขอโทษ หรือแม้แต่ได้ยืนอยู่เงียบ ๆ ข้างเธอแต่ความจริงกลับสวนทางกับความคาดหวังทุกอย่าง เขาตกใจอย่างมากเมื่อมาถึงห้องพักคนไข้แต่กลับไม่เจอเธอ โจฮันรีบเดินไปที่แผนกต้อนรับทันที ก่อนจะถามกับพยาบาลว่าเธอหายไปไหน“คนไข้ชื่อคุณวาสนาใช่ไหมคะ” พยาบาลเปิดแฟ้มดูข้อมูล ก่อนจะเงยหน้าขึ้น “คนไข้ออกจากโรงพยาบาลไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ”โจฮันชะงักเล็กน้อย“ออกไปแล้ว… ตั้งแต่เมื่อคืน?”“ค่ะ คนไข้เซ็นเอกสารไม่ยินยิมรักษา และมีคนมารับกลับไปเรียบร้อยค่ะ”มือของโจฮันกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกโกรธแล่นวาบขึ้นมาจนหน้าอกตึงแน่น ไม่ใช่โกธรพยาบาล ไม่ใช่โกรธใครทั้งนั้น หากแต่เป็นความโกรธที่ปนความกลัว กลัวว่าเธอจะหายไปจริง ๆเขาออกจากโรงพยาบาลโดยไม่พูดอะไรอีก โทรศัพท์ในมือถูกกำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ทำไมเธอถึงหนี หรือเธอไม่ต้องการให้เขารู้ตั้งแต่แรก ตอนนี้เขามืดไปแปดด้านคิดอะไรไม่ออกเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายโจฮันก็ตัด
ตอนที่ 33 ตัดสินใจความมืดในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆ กระต่ายสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก หัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผล เธอพยายามขยับตัว แต่กลับรู้สึกว่าร่างกายหนักอึ้ง แถมยังมีสายอะไรบางอย่างพาดผ่านแขน เมื่อสายตาปรับเข้ากับแสงสลัวได้ เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจนี่ไม่ใช่ห้องของเธอผนังสีขาวสะอาดกลิ่นยาฆ่าเชื้อ และเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ดังเป็นจังหวะ ทำให้กระต่ายรู้ตัวในทันทีว่าเธอกำลังอยู่ในโรงพยาบาล ความทรงจำก่อนหน้านั้นพร่าเลือน เธอจำได้เพียงว่ารู้สึกหน้ามืดหายใจไม่ออก และทุกอย่างก็ดับวูบไป“ลูก...” กระต่ายสะดุ้งตื่นพร้อมกับอุทานเรียกลูกของเธอ“ตื่นแล้วเหรอคะ” เสียงพยาบาลดังขึ้นจากข้างเตียง หญิงวัยกลางคนยิ้มอย่างอ่อนโยน “ไม่ต้องตกใจนะคะ คนไข้มีอาการเป็นลมหมดสติไป ตอนนี้ปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์แล้วค่ะ”กระต่ายกลืนน้ำลายและถอนหยายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะถามด้วยเสียงแผ่ว“ใคร…ใครพาฉันมาโรงพยาบาลเหรอคะ”พยาบาลชะงักเล็กน้อยก่อนตอบ“คุณโจฮันค่ะ เขาเป็นคนพามาส่งโรงพยาบาลค่ะ”ชื่อที่หลุดออกมานั้นทำให้หัวใจของกระต่ายหล่นวูบ เธอเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกตีก
ตอนที่ 32 เปิดเผยเสียงอวยพรอย่างเป็นกันเองดังไปทั่วแผนก เมื่อกระต่ายทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้าย เธอเองก็ใจหายใจไม่น้อยเหมือนกันที่ต้องจากไป กระต่ายเก็บข้าวของของตัวเองลงกล่อง หลังจากถึงเวลาที่ต้องไปแล้ววันนี้เป็นวันที่เธอถือว่าเรียนจบการศึกษาก็ว่าได้เพราะเธอฝึกงานจบเรียบร้อย รอเพียงการส่งเอกการแจ้งจบเท่านั้น ดังนั้นต่อไปกระต่ายก็มีเวลาที่จะดูแลตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ เรื่องการเงินเธอพอมีเงินเก็บทั้งจากมิตรภาพของเพื่อนสนิททั้งสองคน แม้เพื่อจะบอกว่าฝากรับขวัญหลานแต่เธอรู้ดีว่าเพื่อนของเธอเป็นห่วงเธอนั่นเอง เธอจะไม่มีทางที่จะลืมเด็ดขาด อนาคตข้างหน้าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมและเธอพร้อมเธอจะคืนให้เพื่อนสนิทแบบใส่ซองงานแต่งหนักๆด้วยเช่นกันเธอร่ำลากับพวกพี่ ๆ อีกครั้ง ก่อนจะหอบข้าวของที่ไม่ได้หนักมากเดินลงด้านล่างเพื่อเรียกรถ… แต่ดูเหมือนว่าจู่ ๆ เธอก็รู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้น กระต่ายวางของในมือลงกับพื้น ก่อนจะพยายามตั้งสติให้มั่นแต่ภาพตรงหน้าของเธอมันเบลอเหลือเกิน… ไม่ทันที่เธอจะร้องขอความช่วยเหลือ พลันสติของเธอก็ดับวูบลงไปทันทีสายตาที่จับต้องไปยังร่างของเธอตั้งแต่ต้นเบิกตากว้างด้วยค







