Beranda / โรแมนติก / โฉนดรักนายไร่องุ่น / ตอนที่ 5 ฤทธิ์ไข้คนดื้อ

Share

ตอนที่ 5 ฤทธิ์ไข้คนดื้อ

last update Tanggal publikasi: 2026-08-17 15:14:17

แปรงขัดห้องน้ำด้ามยาวร่วงหล่นจากมือเล็กกระทบพื้นกระเบื้องเสียงดังสะท้อน ลูกจันหอบหายใจรวยรินพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังห้องน้ำคนงานห้องที่สิบ เสื้อผ้าเปียกปอนไปด้วยน้ำและเหงื่อผสมกันจนแยกไม่ออก ร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนักหน่วงมาสองวันเต็มกำลังประท้วงอย่างหนัก หน้าผากมนร้อนจี๋ราวกับมีไฟสุม โลกทั้งใบหมุนคว้างจนภาพตรงหน้าพร่าเบลอไปหมด

"เสร็จ... เสร็จสักทีไอ้หมีบ้าอำนาจ" ลูกจันพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงแหบพร่า

ปกติเมื่อเลิกงานในเวลาค่ำเช่นนี้ เธอจะต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจกลับบ้าน แต่ตอนนี้ แค่จะพยุงตัวยืนให้ตรงยังทำไม่ได้เลย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก กัดฟันฝืนความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง พยายามยันตัวลุกขึ้นยืน ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บๆ ราวกับจะหมดแรง เธอเดินโซเซ เกาะกำแพงพยุงตัวออกมาจากโซนห้องน้ำคนงานท้ายไร่ อากาศเย็นเยียบของช่วงค่ำพัดมากระทบผิวกายที่เปียกชื้นจนเธอต้องยกแขนขึ้นกอดตัวเอง สั่นสะท้านไปทั้งตัว

"เป้าหมาย...ห้องพักคนงาน" เธอพึมพำกับตัวเอง เป้าหมายไม่ใช่บ้านที่ราชบุรี แต่เป็นห้องพักเล็กๆ ในไร่ที่เอาไว้แค่นั่งพักช่วงกลางวัน เธอต้องไปเอากระเป๋าและกุญแจรถเพื่อขี่กลับบ้าน แต่ระยะทางแค่ไม่กี่ร้อยเมตรกลับดูไกลแสนไกลในยามนี้

อีกด้านหนึ่ง ทัพยืนกอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าโรงอาหารคนงาน สายตาคมกริบกวาดมองหาร่างเล็กๆ ของลูกหนี้สาวที่ควรจะโผล่มากินข้าวเย็นได้ตั้งนานแล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังไร้วี่แวว

"ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนของเขาวะ หรือว่าแอบขี่รถหนีกลับบ้านไปแล้ว" ทัพบ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด

เขาเดินงุ่นง่านไปมาอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจสาวเท้ายาวๆ ตรงไปที่โซนห้องน้ำคนงานท้ายไร่ แสงไฟสลัวริมทางส่องให้เห็นร่างบอบบางที่กำลังเดินโซเซไปมาเหมือนคนเมา ลูกจันก้าวขาไม่ออกอีกต่อไป ร่างกายสูญเสียการทรงตัวและกำลังจะร่วงลงไปกองกับพื้นดิน

"เฮ้ย"

ทัพร้องลั่น พุ่งตัวเข้าไปรับร่างนั้นไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่หัวของเธอจะฟาดพื้น เขารวบตัวเธอเข้ามาแนบอก ความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านทะลุเสื้อผ้าออกมาทำเอาเขาถึงกับสะดุ้ง

"นี่เธอ ตัวร้อนเป็นไฟเลยนี่ ทำไมไม่รู้จักเจียมสังขารตัวเองบ้างวะ" ทัพตวาดเสียงดุ แต่แววตากลับแฝงไปด้วยความร้อนรน

"คุณ...ทัพ..." ลูกจันปรือตาขึ้นมองใบหน้าคมเข้มที่อยู่ห่างแค่คืบ เสียงที่เปล่งออกมาเบาหวิวแทบจะกลืนหายไปกับสายลม "ฉัน...ขัดห้องน้ำเสร็จแล้ว...อย่ามายึดโฉนดฉันนะ"

"ยัยบ๊องเอ๊ย สภาพใกล้ตายขนาดนี้ยังจะห่วงโฉนดบ้าบอนั่นอีก จะมานอนตายตรงนี้ให้ไร่ฉันเหม็นเน่าหรือไง"

"ปล่อย...ฉันเถอะ...ฉันจะกลับบ้าน" ลูกจันพยายามขืนตัวออก แม้แรงจะมีน้อยนิดแต่ความดื้อรั้นยังเต็มเปี่ยม

"สภาพเหมือนลูกหมาตกน้ำแบบนี้จะขี่รถกลับบ้านยังไงไหว ขี่ไปก็คว่ำตายกลางทางพอดี อยู่นิ่งๆ อย่ามาทำตัวเป็นภาระฉันให้มากนัก"

พูดจบ ทัพก็ตวัดแขนช้อนร่างบอบบางขึ้นมาอุ้มแนบอกในท่าเจ้าหญิงอย่างรวดเร็ว ลูกจันตกใจจนต้องคว้าคอเสื้อเขาไว้แน่น แต่ความปวดหัวที่เล่นงานอย่างหนักทำให้เธอไม่มีแรงแม้แต่จะอ้าปากด่าทอเหมือนทุกที เธอหลับตาลง ซบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ปล่อยให้เขาพาเดินไปตามทางอย่างจำยอม

ทัพก้าวเท้ายาวๆ ลัดเลาะผ่านแปลงองุ่นมุ่งหน้าไปยังเขตหวงห้ามส่วนตัว เขาเดินผ่านประตูรั้วไม้เตี้ยๆ เข้าสู่สนามหญ้าสีเขียวขจีที่ถูกตัดแต่งอย่างดี ตรงหน้าคือบ้านพักหลังใหญ่สไตล์คันทรีที่สร้างจากไม้สีเข้มสลับกับกระจกบานกว้างกรอบดำ โดดเด่นด้วยปล่องไฟหินและระเบียงบ้านที่กว้างขวาง ร่างสูงอุ้มคนป่วยเดินขึ้นบันไดหน้าบ้าน ผลักประตูกระจกเข้าไปด้านในอย่างคุ้นเคย

เขาจัดแจงอุ้มร่างเล็กๆ เข้าไปใน ห้องนอนรับแขก ที่อยู่ชั้นล่าง จัดการวางเธอลงบนเตียงนอนหนานุ่มไซส์ใหญ่ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีสะอาดตา ลูกจันนอนขดตัวสั่นงกๆ ริมฝีปากอิ่มซีดเผือดจนไร้สีเลือด ทัพดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มคลุมให้เธอจนถึงคอ

"หนาว...พ่อจ๋า...จันหนาว" เสียงละเมอแผ่วเบาดังเล็ดลอดออกมาจากเรียวปากเล็ก

ทัพที่กำลังจะหมุนตัวไปหาผ้าเช็ดตัวชะงักเท้าทันที เขาก้มลงมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้ม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความทรมาน

"พ่อ...จันเหนื่อย...จันจะเอาโฉนดของพ่อคืนมาให้ได้...พ่ออย่าเพิ่งทิ้งจันไปนะ" น้ำตาหยดใสไหลซึมออกจากหางตาของคนป่วย

หัวใจของทัพกระตุกวูบอย่างรุนแรง คำพูดละเมอที่ไร้การปรุงแต่งเหล่านั้นกระแทกใจเขาเข้าอย่างจัง ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เสแสร้ง ไม่ได้ใช้มารยาบีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องความสนใจ เธอสู้ยิบตา ทนลำบากแสนสาหัสก็เพื่อรักษาสมบัติชิ้นสุดท้ายของครอบครัวเอาไว้ มันช่างแตกต่างจากแม่ของเขาที่ทิ้งทุกอย่างไปเพียงเพื่อเงินก้อนโต กำแพงอคติที่เขาสร้างไว้สูงลิ่วเริ่มเกิดรอยร้าวอย่างปฏิเสธไม่ได้

"เลิกงอแงได้แล้วยัยเด็กดื้อ พ่อเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ มีแต่เจ้าหนี้หน้าหล่อๆ ยืนอยู่นี่" ทัพพูดเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เขาปาดน้ำตาออกจากหางตาให้เธออย่างเบามือ ก่อนจะรีบเดินหายเข้าไปในห้องน้ำและกลับมาพร้อมกับกะละมังใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนเล็ก

ทัพลงมือเช็ดตัวลดไข้ให้เธออย่างเก้ๆ กังๆ แต่แฝงความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัว เขาเช็ดตามซอกคอ แขน และฝ่ามือที่เต็มไปด้วยรอยแดงจากการทำงานหนักอย่างเบามือที่สุด สัมผัสอุ่นๆ ทำให้ลูกจันค่อยๆ คลายความเกร็งลง

"อือ...ไม่เอา...จะกลับบ้าน" ลูกจันละเมอประท้วงเบาๆ เมื่อเขาพยายามเช็ดแขน

"อยู่นิ่งๆ บอกให้เช็ดก็เช็ด สภาพแบบนี้จะกลับบ้านยังไง อยากไปนอนตายข้างทางหรือไง" ทัพกดเสียงดุ แต่เนื้อหาแฝงความห่วงใย

หลังเช็ดตัวเสร็จ ทัพรีบไปเอายาและน้ำมาให้คนป่วย

"ลุกขึ้นมากินยาก่อน อย่าเพิ่งหลับ" ทัพตบแก้มใสเบาๆ เพื่อเรียกสติ

"ไม่เอา...ขม" ลูกจันเบือนหน้าหนี คิ้วขมวดมุ่น

"บอกให้กินก็กิน อย่ามาดื้อกับฉันนะ" ทัพจับปลายคางเล็กบังคับให้หันมาหาเขา แกล้งทำเสียงขู่ "หรือจะต้องให้ฉันป้อนด้วยปากเหมือนในละคร"

ลูกจันฝืนลืมตาขึ้นมาด่าเสียงอู้อี้ "คนฉวยโอกาส...ไอ้หมีบ้า"

"ยังมีแรงด่าแสดงว่ายังไม่ตาย เอ้า อ้าปาก" ทัพยัดเม็ดยาพาราเซตามอลเข้าปากเธออย่างรวดเร็ว ตามด้วยการจ่อแก้วน้ำที่ริมฝีปาก "กลืนลงไปให้หมด อย่าให้บ้วนทิ้งนะ ไม่งั้นฉันจับกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำแทนแน่"

ลูกจันจำใจกลืนยารสขมปร่าลงคอไปอย่างทุลักทุเล พอสำลักน้ำนิดหน่อยก็โดนมือหนาตบหลังให้ดังอั้กจนแทบจุก ทัพดึงผ้าห่มให้เธออีกครั้งจนถึงคอ ฤทธิ์ยาและสัมผัสอุ่นๆ ทำให้ลูกจันผลอยหลับไปในที่สุด

เวลาผ่านไปจนล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเที่ยงคืน ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วทั้งบ้าน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ แสงไฟสลัวจากโคมไฟมุมห้องส่องกระทบร่างที่กำลังนอนนิ่งบนเตียงนุ่ม

ลูกจันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า อาการปวดหัวลดลงไปมากแล้ว แต่ความรู้สึกหนักอึ้งยังคงอยู่ เธอหรี่ตาปรับโฟกัสภาพตรงหน้า เพดานไม้สีเข้มและโคมไฟสวยงามไม่คุ้นตาเลยสักนิด นี่ไม่ใช่ห้องพักคนงานแคบๆ ของเธอแน่ๆ และที่สำคัญ เตียงนี้มันนุ่มเกินไป

"ตื่นมาก็ทำหน้าเอ๋อเลยนะ นึกว่าตายคาเตียงฉันไปแล้วซะอีก"

เสียงทุ้มกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้นจากโซฟาปลายเตียง ลูกจันสะบัดหน้าขวับไปมอง ทัพกำลังนั่งกอดอกหลับตาพิงอยู่ที่โซฟาปลายเตียงในท่าทางสงบดูเหมือนจะเฝ้าไข้เธออยู่ พอทัพรู้ตัวว่าเธอตื่นก็รีบตีหน้าขรึม สลัดความง่วงทิ้งไปทันที

"คุณทัพ...ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" ลูกจันพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้าอกไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ

"เหาะมามั้ง ถามโง่ๆ ฉันก็อุ้มเธอมาน่ะสิ ขืนปล่อยให้นอนตายหน้าห้องน้ำ เดี๋ยวกระทรวงแรงงานก็มาสั่งปิดไร่ฉันพอดี" ทัพพูดเสียงเรียบแต่กวนประสาท "แล้วนี่เป็นไง หายไข้หรือยัง หรือยังอยากไปนอนเฝ้าโฉนดที่ห้องน้ำอีก"

"ฉัน...ฉันดีขึ้นแล้ว" ลูกจันตอบเสียงอ้อมแอ้ม "ขอบคุณนะที่ช่วยฉันไว้"

"ไม่ต้องมาขอบคุณ ฉันไม่ได้ใจดีนักหรอก แค่รำคาญคนป่วยเดินเกะกะในไร่" ทัพลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง "กินน้ำซะ" เขาส่งแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงให้

ลูกจันรับแก้วน้ำมาดื่มจนหมดด้วยความกระหาย

"คืนนี้นอนที่นี่แหละ ขี่รถกลับบ้านไม่ได้แน่ๆ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน" ทัพสั่งแกมบังคับ

"แต่แม่..."

"แม่เธอเดี๋ยวฉันให้คนไปบอกว่าเธออยู่ทำงานดึกแล้วนอนพักที่นี่ ไม่ต้องมาเถียง" ทัพตวัดสายตาดุๆ ใส่ "แล้วก็ฟังให้ดี พรุ่งนี้ฉันสั่งให้เธอหยุดงานหนึ่งวัน นอนเน่าอยู่บนเตียงนี่แหละ ห้ามสาระแนไปทำงานเด็ดขาด"

"นี่คุณให้ฉันหยุดงานจริงๆ เหรอ" ลูกจันเลิกคิ้วมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

"ฉันไม่ได้ใจดี ฉันแค่รำคาญคนป่วยเดินไปเดินมาในไร่ให้เป็นภาระ เอาไว้หายดีเมื่อไหร่ค่อยไปทำงานใช้หนี้ต่อ ห้ามเถียง เข้าใจไหม"

ลูกจันเถียงไม่ออก ได้แต่ยอมพยักหน้าตามคำสั่ง หมาป่าจอมเผด็จการคนนี้ดันมีมุมใจดีซ่อนอยู่จนเธอทำตัวไม่ถูก เธอค่อยๆ ซุกตัวลงใต้ผ้าห่มผืนหนา ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจทำให้เธอเผลออมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

"นอนซะ อย่ามาทำหน้าเอ๋อใส่ฉัน" ทัพทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินสาวเท้าออกไปจากห้องนอน ปล่อยให้ลูกจันนั่งกระพริบตาปริบๆ อยู่บนเตียงเพียงลำพัง

"ไอ้หมีบ้า..."

ถึงปากเขาจะร้าย แต่การกระทำของเขากลับสวนทางอย่างสิ้นเชิง ลูกจันซุกตัวลงกับเตียงนุ่มๆ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจทำให้เธอหลับตาลงอย่างเป็นสุขและเธอก็เผลอหลับไปพร้อมความรู้สึกแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โฉนดรักนายไร่องุ่น   ตอนที่ 30 วิวาห์หวานกลางสวนองุ่น [END]

    สองเดือนต่อมาบรรยากาศยามเย็นภายในไร่องุ่นกว้างใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานในฝัน ดอกกุหลาบสีขาวและสีพีชบานสะพรั่งประดับประดาไปทั่วบริเวณ ลานหญ้าสีเขียวถูกจัดวางด้วยโต๊ะอาหารยาวประดับหลอดไฟสีส้มอบอุ่น งานวิวาห์ของนายหัวทัพและลูกจันถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา โดยมีเพียงแขกเหรื่อคนสนิท เพื่อนฝูง และคนงานในไร่ที่มาร่วมแสดงความยินดีจันยืนยิ้มหวานต้อนรับแขกอยู่หน้าซุ้มดอกไม้ หญิงสาวสวยสะกดสายตาในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์แบบเปิดไหล่ อวดผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดและลำคอระหง กระโปรงยาวฟูฟ่องเข้ารูปช่วงเอวทำให้เธอดูราวกับเจ้าหญิง ในขณะที่เจ้าบ่าวร่างยักษ์ยืนอยู่เคียงข้าง ทัพหล่อเนี้ยบในชุดสูทสากลสีเข้ม ผมที่เคยปล่อยปรกหน้าถูกเซ็ตเปิดหน้าผาก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่หล่อเหลากระชากใจแต่ถึงจะหล่อแค่ไหน พญามัจจุราชก็ยังคงคอนเซปต์หน้าตึงไม่เปลี่ยน ทัพคอยดึงผ้าคลุมไหล่ผืนบางรวบปิดลาดไหล่เนียนของเจ้าสาวอยู่แทบจะทุกๆ ห้านาที นัยน์ตาคมกริบตวัดมองแขกเหรื่อผู้ชายในงานที่เผลอมองเมียเขาด้วยสายตาพิฆาต"พี่ทัพ เลิกทำหน้ายักษ์สักทีเถอะค่ะ วันนี้วันแต่งงานของเรานะ แขกกลัวจนไม่กล้าเดินเข้ามาถ

  • โฉนดรักนายไร่องุ่น   ตอนที่ 29 คำสารภาพของยัยแมวขี้เมา

    แสงแดดยามสายสาดส่องลงมากลางแปลงองุ่นที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา อากาศร้อนอบอ้าวไม่ได้ทำให้คนงานในไร่ย่อท้อต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องลอบมองแล้วอมยิ้มกันเป็นแถว คือภาพของนายหัวทัพ พญามัจจุราชแห่งไร่องุ่นที่กำลังยืนถือร่มคันใหญ่กางบังแดดให้เมียเด็ก แถมมืออีกข้างยังถือพัดลมพกพาตัวจิ๋วคอยเป่าลมใส่หน้าให้ไม่ห่าง"พี่ทัพ ไม่ต้องกางร่มให้จันแล้วค่ะ จันมองลูกองุ่นไม่ถนัดเลย" จันบ่นกระปอดกระแปด พยายามดันร่มคันใหญ่ให้พ้นทาง"ไม่ได้ แดดแรงขนาดนี้เดี๋ยวเมียพี่ก็หน้ามืดเป็นลมกันพอดี ทำงานไปเลยไม่ต้องบ่น ผัวจะดูแลเอง" ทัพตอบหน้าตาย ขยับร่มตามติดหนึบไม่ยอมห่างบรื้น! เอี๊ยด!เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถซูเปอร์คาร์สีดำเงาวับจะแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าแปลงองุ่นอย่างโฉบเฉี่ยว ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของ ศิลา เพื่อนสนิทสายแบดบอยเจ้าของคาสิโนชื่อดังที่ก้าวลงมาพร้อมแว่นกันแดดแบรนด์เนมศิลาดึงแว่นกันแดดลงมาเกยไว้บนสันจมูก เบิกตาโตมองภาพเพื่อนรักจอมโหดที่กำลังยืนเป่าพัดลมให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ด้วยความตกตะลึง"เชี่ย! ไอ้ทัพ มึงโดนของเขมรหรือเปล่าวะเนี่ย สภาพพญามั

  • โฉนดรักนายไร่องุ่น   ตอนที่ 28 นายหญิงสายดุกับนายหัวสายหื่น

    ​แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง แต่บนเตียงคิงไซส์กลับมีร่างของคนสองคนนอนตระกองกอดกันกลมจนแทบจะกลายเป็นร่างเดียว ลูกจันขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งบริเวณหน้าอก เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าสาเหตุมาจากศีรษะทุยของคนตัวโตที่ซุกหน้าซุกตาอยู่กับเนินอกของเธอ แขนแกร่งรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ​จันถอนหายใจยาว พยายามใช้มือเล็กดันศีรษะของทัพให้ออกห่าง​"พี่ทัพ ลุกได้แล้วค่ะ เช้าแล้วนะ"​เสียงหวานเอ่ยเรียกคนขี้เซา แต่แทนที่ทัพจะยอมลุก เขากลับยิ่งซุกใบหน้าเข้าหาความนุ่มหยุ่นมากยิ่งขึ้น ปลายจมูกโด่งสันกดฝังลงบนร่องอกอิ่มพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แถมยังส่งมือหนามาลูบคลำสะโพกมนอย่างเอาเปรียบ​"อืม ขอชื่นใจอีกห้านาทีนะเมียจ๋า" ทัพครางอู้อี้ในลำคอ ไม่ยอมลืมตา​"ไม่ต้องมาห้านาทีเลยค่ะ หยุดล้วงเดี๋ยวนี้นะ" จันตีมือปลาหมึกที่เริ่มเลื้อยเข้ามาในเสื้อนอนของเธอเสียงดังเพียะ "พี่ทัพ! จะหื่นอะไรแต่เช้า คนงานเขามารอกันเต็มหน้าไร่แล้วนะ รีบไปลุกอาบน้ำเลยค่ะ จันจะไ

  • โฉนดรักนายไร่องุ่น   ตอนที่ 27 คำว่าผัว

    รถเอสยูวีคันหรูของนายหัวทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าภัตตาคารชื่อดังประจำจังหวัด ทัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อเช้าว่าจะพาลูกจันออกมาเปิดหูเปิดตาและหาของอร่อยกินเพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไปกับสมรภูมิบนโต๊ะทำงาน ชายหนุ่มก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เมียรักอย่างเอาใจใส่ ทัพในชุดเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมบนรับกับกางเกงสแล็คสีเข้มดูหล่อเหลาเอาเรื่อง ส่วนลูกจันก็สวยสะดุดตาในชุดเดรสสีครีมที่เขาเป็นคนเลือกให้ทัพจับมือเล็กมากุมไว้หลวมๆ แล้วพาเดินเข้าไปในร้าน พนักงานต้อนรับรีบปรี่เข้ามาพาเศรษฐีใหญ่ประจำจังหวัดไปนั่งที่โต๊ะวีไอพีมุมส่วนตัวที่สุดของร้านทันที"สั่งเลยจัน อยากกินอะไรสั่งมาให้หมด ผัวเลี้ยงเอง" ทัพดันเมนูอาหารปกหนังไปตรงหน้า ยักคิ้วกวนๆ ให้คนที่กำลังกวาดสายตามองราคาอาหารที่แพงหูฉี่"แพงจังเลยค่ะพี่ทัพ จานนึงตั้งหลายร้อย" ลูกจันบ่นอุบอิบตามประสาคนที่ประหยัดอดออมมาตลอดชีวิต"ระดับนายหัวทัพ เลี้ยงเมียคนเดียวให

  • โฉนดรักนายไร่องุ่น   ตอนที่ 26 บนโต๊ะทำงาน

    ​"พี่ทัพ! หยุดก่อนค่ะ" จันรีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของคนที่กำลังซุกไซ้ซอกคอเธออย่างเอาแต่ใจ "นี่มันห้องทำงานกระจกนะคะ ขืนใครเดินผ่านไปมาเห็นเข้า จันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"​ทัพชะงักริมฝีปากที่กำลังขบเม้มลาดไหล่เนียน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาสบตา แววตาเต็มไปด้วยความขัดใจ แต่พอเห็นใบหน้าหวานที่แดงก่ำและตื่นตระหนก เขาก็ยอมผละออกห่างอย่างเสียไม่ได้​"ขัดใจผัวเก่งจริงๆ"​ทัพบ่นอุบอิบ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ารีโมทคอนโทรลบนโต๊ะทำงานมากดปุ่ม​ครืด...​ม่านทึบสีเข้มที่ซ่อนอยู่บนเพดานค่อยๆ เลื่อนลงมาปิดทับกระจกใสรอบห้องทุกบานอย่างรวดเร็ว แสงสว่างจ้าจากภายนอกถูกตัดขาด บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางเปลี่ยนเป็นมืดสลัวลงทันตาเห็น เหลือเพียงแสงสีส้มอ่อนๆ จากโคมไฟมุมโต๊ะทำงานที่สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายและขับเน้นผิวสีน้ำผึ้งของคนบนโต๊ะให้ดูเย้ายวนยิ่งขึ้น

  • โฉนดรักนายไร่องุ่น   ตอนที่ 25 เปิดตัวนายหญิงแห่งไร่

    แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนกว้างขวาง ร่างบอบบางบนเตียงคิงไซส์พยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่เพียงแค่ขยับนิดเดียวความปวดร้าวก็แล่นริ้วไปทั่วทั้งร่างจนต้องนิ่วหน้าหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ ร่องรอยสีแดงกุหลาบที่ประทับอยู่ตามผิวเนื้อเนียนละเอียดเป็นหลักฐานชั้นดีถึงความพ่ายแพ้ในสมรภูมิรักเมื่อคืนที่ผ่านมา"จะรีบลุกไปไหน หืม เมียพี่"เสียงทุ้มพร่าดังขึ้นที่ข้างหู พร้อมกับวงแขนแกร่งที่ตวัดรัดเอวคอดบางเข้ามากอดแนบอก ทัพตื่นอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มนอนตะแคงเท้าคางจ้องมองใบหน้าหวานด้วยแววตาฉ่ำเยิ้มและเต็มเปี่ยมไปด้วยความคลั่งรัก"พี่ทัพ ปล่อยจันนะ จันปวดไปหมดแล้ว ขยับตัวแทบไม่ไหวเลยเนี่ย" จันบ่นอู้อี้ หน้าแดงแปร๊ดเมื่อนึกถึงบทเรียนรักที่เขาสอนให้ตลอดทั้งคืน"ปวดมากเลยเหรอคนดี มา เดี๋ยวผัวอุ้มไปอาบน้ำเอง"ทัพไม่รอให้จันได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นนั่ง แล้วช้อนตัวร่างบอบบางขึ้นอุ้มแนบอกอย่างง่ายดายราวกับเธอเป็นเพียงปุยนุ่น ด้วยสรีระที่สูงใหญ่กำยำและมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่น ทำให้จันดูตัวเล็กจิ๋วไปถนัดตาเมื่ออยู่ในวงแขนแกร่งของเขา"ว้าย พี่ทัพ! ปล่อยจันลงนะ จันเดินเองได้" จันร้องเสียงหลง รีบตวัด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status