LOGINแสงไฟนีออนดวงเล็กในครัวสาดส่องกระทบใบหน้าหยาบกร้านของสมพลที่กำลังนั่งกระดิกเท้าอยู่บนเก้าอี้พลาสติก บนโต๊ะมีขวดเหล้าขาวที่พร่องไปแล้วครึ่งขวด นงนุชกำลังยืนคนข้าวต้มหน้าเตาด้วยสีหน้าอมทุกข์ เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินกะเผลกลงมาจากบันไดบ้านเรียกความสนใจจากคนทั้งสอง
"แหม ตื่นเช้าได้นี่ นึกว่าจะนอนซมปวดตัวจนต้องคลานลงมาซะอีก" สมพลหัวเราะเยาะในลำคอ สายตากวาดมองร่างของลูกเลี้ยงที่อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงวอร์มตัวเก่า
"ผิดหวังล่ะสิที่เห็นฉันยังมีชีวิตอยู่" ลูกจันสวนกลับทันควัน เดินไปหยิบกุญแจรถมอเตอร์ไซค์บนโต๊ะ
"ปากดีไปเถอะ โดนไอ้ทัพมันใช้งานหนักๆ เข้าเดี๋ยวก็ร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับมาซบอกกูเองแหละ"
"เก็บปากไว้กินเหล้าขาวของแกเถอะไอ้สมพล ต่อให้ฉันต้องตายคาไร่องุ่น ฉันก็ไม่มีวันกลับมาขอความช่วยเหลือจากปลิงอย่างแก"
"นังลูกจัน แกกล้าด่ากูเหรอ" สมพลผุดลุกขึ้นชี้หน้า
"จันลูก พอเถอะ อย่าทะเลาะกับพ่อเขาเลย" นงนุชรีบทิ้งทัพพีแล้ววิ่งมาจับแขนลูกสาว "กินข้าวต้มก่อนไหมลูก แม่ทำไว้ให้ร้อนๆ"
"จันไม่หิวจ้ะแม่ จันรีบ เดี๋ยวไปสายไอ้หมีควายหน้าเลือดมันจะหาเรื่องยึดโฉนดอีก" ลูกจันแกะมือแม่ออกอย่างนุ่มนวล แต่สายตายังคงตวัดไปมองพ่อเลี้ยงด้วยความขยะแขยง "แล้วจำใส่สมองไว้ด้วยนะ ว่าฉันจะเอาที่ดินของพ่อฉันคืนมาให้ได้"
ลูกจันสะบัดหน้าเดินออกจากบ้าน สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้วบิดออกไปท่ามกลางความมืดมิดของรุ่งเช้า ความปวดร้าวตามกล้ามเนื้อแล่นริ้วไปทั่วทุกสัดส่วนจากการแบกปุ๋ยและยกตะกร้าเมื่อวาน แต่เธอต้องกัดฟันทน
ณ โรงบ่มไวน์ท้ายไร่องุ่น แสงอาทิตย์เพิ่งจะเริ่มทอประกาย ทัพยืนกอดอกพิงกรอบประตูเหล็กบานใหญ่ สายตาคมกริบจับจ้องนาฬิกาข้อมือสลับกับถนนลูกรังหน้าโรงบ่ม เสียงมอเตอร์ไซค์กระป๋องดังแว่วมาแต่ไกลทำให้รอยยิ้มมุมปากของเขาผุดขึ้นเล็กน้อย แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็กลับมาตีหน้ายักษ์เหมือนเดิม
ลูกจันจอดรถสนิท ปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม เดินขากะเผลกตรงดิ่งเข้ามาหาเจ้าหนี้ร่างยักษ์
"ตีสี่สี่สิบแปดนาที มาเร็วกว่าเมื่อวานสองนาที สงสัยกลัวโดนยึดโฉนดจนขี้ขึ้นสมอง" ทัพพ่นคำทักทายกวนประสาทออกไปทันที
"ฉันเป็นคนตรงต่อเวลา ไม่ได้ไร้สัจจะเหมือนพวกนายทุนหน้าเลือดบางคน วันนี้มีงานอะไรก็สั่งมาเลย ฉันไม่อยากยืนร่วมหายใจกับคุณนานๆ"
ทัพหรี่ตามองรอยช้ำสีม่วงจางๆ ที่โผล่พ้นแขนเสื้อของเธอ รู้สึกขัดใจแปลกๆ แต่ก็เลือกที่จะเมินเฉย "ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งนะ วันนี้ไม่ต้องแบกปุ๋ย ไปคัดแยกองุ่นในโรงหมัก คัดลูกที่ช้ำหรือเน่าทิ้งให้หมด ห้ามพลาดแม้แต่ลูกเดียว ถ้าฉันเจอองุ่นเน่าหลงไปในถังหมัก ฉันปรับเธอร้อยนึงต่อลูก"
"ก็แค่นั่งคัดองุ่น สบายมาก"
"ใครบอกว่าให้ทำสบายๆ องุ่นมีสามร้อยตะกร้า เธอต้องคัดให้เสร็จก่อนเที่ยง ยืนคัดเท่านั้น ห้ามนั่ง"
"คุณทัพ นี่คุณกะจะฆ่าฉันให้ตายเลยใช่ไหม สามร้อยตะกร้าใครจะไปทำทัน"
"ทำไม่ทันก็หักเงิน หักไปเรื่อยๆ จนกว่าโฉนดเธอจะขาดอายุ เลือกเอา จะคัดหรือจะกลับบ้าน"
"ฉันคัด" ลูกจันกระแทกเสียงใส่ เดินกระแทกไหล่หนาของเขาเข้าไปในโรงบ่มไวน์อย่างหัวเสีย
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงสาย แสงแดดเริ่มสาดส่องเข้ามาในโรงบ่ม ลูกจันยืนคัดองุ่นจนขาแข็งไปหมด เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพราวเต็มใบหน้าหวาน ทัพยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงคุมงานอยู่ไม่ห่าง คอยชี้บกพร่องและส่งเสียงค่อนขอดทุกครั้งที่เธอขยับตัวช้าลง
"ลูกนั้นมันช้ำ ตาบอดหรือไงถึงมองไม่เห็น"
"ฉันก็กำลังจะหยิบออกอยู่นี่ไง เลิกบ่นเป็นหมีกินผึ้งสักทีได้ไหม มันหนวกหู"
"ฉันเป็นเจ้านาย ฉันมีสิทธิ์สั่ง ส่วนเธอเป็นลูกหนี้ มีหน้าที่ทำตามและหุบปาก"
จังหวะที่ทั้งคู่กำลังปะทะฝีปากกันอย่างดุเดือด เสียงเบรกของรถยนต์หลายคันก็ดังลั่นขึ้นที่หน้าโรงบ่ม ทัพขมวดคิ้ว หันไปมองประตูกระจกที่ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของชายหนุ่มหน้าตาดีสามคนที่เดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา
"ไงวะไอ้ทัพ ขลุกอยู่ในโรงหมักแต่เช้าเลยนะมึง" ศิลาเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท
"พวกมึงมาทำไม กูไม่ได้เชิญ" ทัพตวัดเสียงห้วน
คินชะโงกหน้ามองเลยไหล่ทัพไปที่โต๊ะคัดองุ่น "อ้าว นั่นน้องลูกจันนี่นา รอดชีวิตจากงานนรกของไอ้ทัพมาได้ยังไงเนี่ย เก่งไม่เบานะครับ"
ลูกจันเงยหน้าขึ้นมอง ส่งยิ้มบางๆ ให้คิน "เกือบไม่รอดเหมือนกันค่ะ โชคดีที่ฉันตายยาก"
พายุที่เพิ่งเคยเห็นหน้าลูกจันเป็นครั้งแรกถึงกับตาโต เขาผิวปากเบาๆ ก่อนจะเดินแทรกตัวผ่านทัพตรงดิ่งเข้าไปหาลูกจันที่โต๊ะคัดองุ่นทันที
"สวัสดีครับคนสวย พี่ชื่อพายุนะ เป็นเพื่อนกับไอ้หมีหน้ายักษ์นี่แหละ น้องชื่อลูกจันเหรอครับ ชื่อน่ารักจัง" พายุส่งยิ้มแพรวพราวพร้อมกับเท้าแขนลงบนโต๊ะคัดองุ่น โน้มหน้าเข้าไปใกล้ลูกจัน
"สวัสดีค่ะคุณพายุ" ลูกจันตอบรับตามมารยาท
"โห ดูสิ มือสวยๆ แดงหมดเลย ไอ้ทัพมันใช้งานหนักขนาดนี้ได้ยังไงเนี่ย ไร้หัวใจจริงๆ มาครับ เดี๋ยวพี่พายุคนนี้ช่วยคัดองุ่นเอง น้องลูกจันไปนั่งพักดื่มน้ำเย็นๆ ดีกว่า" พายุไม่พูดเปล่า แย่งตะกร้าองุ่นจากมือลูกจันมาถือไว้เอง
ทัพเห็นภาพนั้นแล้วคิ้วกระตุกยิกๆ ความร้อนปะทุขึ้นในอกอย่างไม่ทราบสาเหตุ "ไอ้พายุ มึงวางตะกร้าลงเดี๋ยวนี้ ใครใช้ให้มึงไปยุ่งกับงานของยัยนั่น"
"แหม มึงก็รังแกเด็กเกินไป น้องเขาตัวแค่นี้ มึงให้ยืนคัดองุ่นเป็นร้อยตะกร้า กูทนดูคนสวยลำบากไม่ได้ว่ะ" พายุหันไปขยิบตาให้ลูกจัน "จริงไหมครับน้องลูกจัน"
ลูกจันเห็นทัพหน้าดำหน้าแดงก็รู้ทันทีว่าเขากำลังหงุดหงิด เธอจึงตัดสินใจเล่นตามน้ำเพื่อยั่วประสาทคนบ้าอำนาจ "จริงค่ะคุณพายุ คุณพายุใจดีจังเลย ไม่เหมือนเจ้านายบางคน แถวนี้ หน้าก็ดุแถมยังใจดำ รังแกได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้"
"งั้นเดี๋ยวพี่ช่วยยกตะกร้าพวกนี้ไปเก็บให้นะครับ น้องลูกจันจะได้ไม่เหนื่อย"
"ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณพายุน่ารักที่สุดเลย" ลูกจันแกล้งฉีกยิ้มหวานหยดย้อย ส่งสายตาชื่นชมให้พายุอย่างออกนอกหน้า
เส้นฟางความอดทนของทัพขาดผึง เขาสาวเท้าพรวดเดียวเข้าไปกระชากตะกร้าองุ่นออกจากมือพายุแล้วกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น ลูกจันสะดุ้งสุดตัว ส่วนพายุกับแก๊งเพื่อนต่างพาหน้าเหวอ
"ไอ้พายุ มึงถอยออกไปห่างๆ ลูกหนี้กูเดี๋ยวนี้เลย" ทัพตวาดเสียงกร้าว ชี้หน้าเพื่อนสนิท
"อะไรของมึงเนี่ยไอ้ทัพ กูแค่จะช่วยน้องเขา" พายุยกมือขึ้นสองข้างอย่างยอมแพ้แต่แววตายังแฝงความขบขัน
"ที่นี่ไร่กู กฎของกูคืองานใครงานมัน ห้ามคนอื่นยุ่ง" ทัพหันขวับมาจ้องหน้าลูกจันด้วยสายตาวาวโรจน์ "ส่วนเธอ มัวแต่ฉีกยิ้มให้ผู้ชายอยู่นั่นแหละ งานการถึงไม่เดิน คิดจะใช้วิธีอ่อยเพื่อนฉันเพื่อทางลัดปลดหนี้หรือไง"
"นี่คุณทัพ มันจะมากไปแล้วนะ ฉันไม่ได้อ่อย ฉันแค่มีมารยาทกับคนที่มีน้ำใจยื่นมือเข้ามาช่วย ไม่ได้เอาแต่ยืนด่าคนอื่นฉอดๆ เหมือนคุณ"
"อ้อ ชอบนักใช่ไหมคนมีน้ำใจเนี่ย ได้ ชอบสบายนักใช่ไหม งั้นงานคัดองุ่นไม่ต้องทำแล้ว"
"คุณจะให้ฉันทำอะไรอีก"
"ไปล้างห้องน้ำคนงานท้ายไร่ มีทั้งหมดสิบห้อง ไปขัดให้ขาวสะอาดทุกซอกทุกมุม ถ้าฉันเดินไปตรวจแล้วเจอคราบสกปรกแม้แต่นิดเดียว เธอเตรียมตัวขัดใหม่ตั้งแต่ห้องแรกได้เลย"
"คุณทัพ ห้องน้ำคนงานเนี่ยนะ คุณประสาทไปแล้วเหรอ"
"ทำไม หรือว่าทำไม่ได้ ทำไม่ได้ก็เดินออกไปจากไร่ฉันเลย โฉนดที่ดินของพ่อเธอฉันจะเอาไปฉีกทิ้งเดี๋ยวนี้แหละ" ทัพท้าทายด้วยน้ำเสียงดุดันที่สุด
"ไอ้อำนาจ ไอ้มนุษย์ไร้หัวใจ" ลูกจันกำหมัดแน่น กัดฟันกรอดจนเห็นสันกราม "ฉันล้างก็ได้เว้ย คอยดูเถอะ ฉันจะขัดให้ส้วมคุณทะลุไปเลย"
ลูกจันสะบัดหน้าพรืด เดินกระทืบเท้าตึงตังออกไปจากโรงบ่มไวน์ทันที ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองชายหนุ่มทั้งสี่คนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
คล้อยหลังร่างบอบบาง ศิลา คิน และพายุ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันจนลั่นโรงบ่ม
"ส่งคนสวยไปล้างห้องน้ำ มึงนี่มันซาดิสม์จริงๆ ว่ะไอ้ทัพ" ศิลาเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนแรงๆ
"หุบปากไปเลยไอ้ศิลา กูแค่ลงโทษคนที่มันอู้งาน" ทัพปัดมือเพื่อนออก ทำหน้าตึง
"อู้งานตรงไหนวะ กูเห็นน้องเขาก็ยืนคัดอยู่ดีๆ มึงนั่นแหละที่ไปหาเรื่องเขา" พายุส่ายหัวไปมา "อาการแบบนี้เขาเรียกว่าหวงก้างชัดๆ ทนไม่ได้สิที่เห็นน้องเขายิ้มให้กู"
"หวงบ้าหวงบออะไรของพวกมึง กูไม่ได้หวง" ทัพเถียงคอเป็นเอ็น ชี้หน้าเพื่อนเรียงตัว "กูแค่ไม่อยากให้พวกมึงต้องมาตกเป็นเหยื่อของคนครอบครัวนี้ต่างหาก"
"อ้างไปเรื่อยนะมึง ระวังเถอะ ปากแข็งมากๆ วันนึงจะกลายเป็นหมาหวงก้างที่กัดไม่ปล่อย" คินเสริมเรียบๆ แต่แทงใจดำสุดๆ
"กูไม่ใช่หมา และกูก็ไม่มีวันลดตัวไปชอบยัยเด็กดื้อนั่นเด็ดขาด พวกมึงกลับไปดูแลบ่อน ดูแลรีสอร์ต ดูแลสนามแข่งรถของพวกมึงเลยไป เกะกะลูกตากูจริงๆ" ทัพออกปากไล่เพื่อนอย่างหัวเสีย เดินปึงปังกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง พยายามสงบสติอารมณ์ที่ยังคงเดือดพล่าน
เพื่อนทั้งสามคนมองหน้ากันแล้วยิ้มขำๆ ไม่มีใครเชื่อคำพูดของทัพเลยสักนิด ทุกคนต่างรู้ดีว่าไอ้หมีควายจอมเผด็จการคนนี้กำลังถูกป่วนหัวใจเข้าให้แล้ว แค่เจ้าตัวยังปากแข็งไม่ยอมรับความจริงเท่านั้นเอง
สองเดือนต่อมาบรรยากาศยามเย็นภายในไร่องุ่นกว้างใหญ่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานในฝัน ดอกกุหลาบสีขาวและสีพีชบานสะพรั่งประดับประดาไปทั่วบริเวณ ลานหญ้าสีเขียวถูกจัดวางด้วยโต๊ะอาหารยาวประดับหลอดไฟสีส้มอบอุ่น งานวิวาห์ของนายหัวทัพและลูกจันถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่หรูหรา โดยมีเพียงแขกเหรื่อคนสนิท เพื่อนฝูง และคนงานในไร่ที่มาร่วมแสดงความยินดีจันยืนยิ้มหวานต้อนรับแขกอยู่หน้าซุ้มดอกไม้ หญิงสาวสวยสะกดสายตาในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์แบบเปิดไหล่ อวดผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดและลำคอระหง กระโปรงยาวฟูฟ่องเข้ารูปช่วงเอวทำให้เธอดูราวกับเจ้าหญิง ในขณะที่เจ้าบ่าวร่างยักษ์ยืนอยู่เคียงข้าง ทัพหล่อเนี้ยบในชุดสูทสากลสีเข้ม ผมที่เคยปล่อยปรกหน้าถูกเซ็ตเปิดหน้าผาก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่หล่อเหลากระชากใจแต่ถึงจะหล่อแค่ไหน พญามัจจุราชก็ยังคงคอนเซปต์หน้าตึงไม่เปลี่ยน ทัพคอยดึงผ้าคลุมไหล่ผืนบางรวบปิดลาดไหล่เนียนของเจ้าสาวอยู่แทบจะทุกๆ ห้านาที นัยน์ตาคมกริบตวัดมองแขกเหรื่อผู้ชายในงานที่เผลอมองเมียเขาด้วยสายตาพิฆาต"พี่ทัพ เลิกทำหน้ายักษ์สักทีเถอะค่ะ วันนี้วันแต่งงานของเรานะ แขกกลัวจนไม่กล้าเดินเข้ามาถ
แสงแดดยามสายสาดส่องลงมากลางแปลงองุ่นที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา อากาศร้อนอบอ้าวไม่ได้ทำให้คนงานในไร่ย่อท้อต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องลอบมองแล้วอมยิ้มกันเป็นแถว คือภาพของนายหัวทัพ พญามัจจุราชแห่งไร่องุ่นที่กำลังยืนถือร่มคันใหญ่กางบังแดดให้เมียเด็ก แถมมืออีกข้างยังถือพัดลมพกพาตัวจิ๋วคอยเป่าลมใส่หน้าให้ไม่ห่าง"พี่ทัพ ไม่ต้องกางร่มให้จันแล้วค่ะ จันมองลูกองุ่นไม่ถนัดเลย" จันบ่นกระปอดกระแปด พยายามดันร่มคันใหญ่ให้พ้นทาง"ไม่ได้ แดดแรงขนาดนี้เดี๋ยวเมียพี่ก็หน้ามืดเป็นลมกันพอดี ทำงานไปเลยไม่ต้องบ่น ผัวจะดูแลเอง" ทัพตอบหน้าตาย ขยับร่มตามติดหนึบไม่ยอมห่างบรื้น! เอี๊ยด!เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่รถซูเปอร์คาร์สีดำเงาวับจะแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าแปลงองุ่นอย่างโฉบเฉี่ยว ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งของ ศิลา เพื่อนสนิทสายแบดบอยเจ้าของคาสิโนชื่อดังที่ก้าวลงมาพร้อมแว่นกันแดดแบรนด์เนมศิลาดึงแว่นกันแดดลงมาเกยไว้บนสันจมูก เบิกตาโตมองภาพเพื่อนรักจอมโหดที่กำลังยืนเป่าพัดลมให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ด้วยความตกตะลึง"เชี่ย! ไอ้ทัพ มึงโดนของเขมรหรือเปล่าวะเนี่ย สภาพพญามั
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนกว้าง แต่บนเตียงคิงไซส์กลับมีร่างของคนสองคนนอนตระกองกอดกันกลมจนแทบจะกลายเป็นร่างเดียว ลูกจันขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งบริเวณหน้าอก เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าสาเหตุมาจากศีรษะทุยของคนตัวโตที่ซุกหน้าซุกตาอยู่กับเนินอกของเธอ แขนแกร่งรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อจันถอนหายใจยาว พยายามใช้มือเล็กดันศีรษะของทัพให้ออกห่าง"พี่ทัพ ลุกได้แล้วค่ะ เช้าแล้วนะ"เสียงหวานเอ่ยเรียกคนขี้เซา แต่แทนที่ทัพจะยอมลุก เขากลับยิ่งซุกใบหน้าเข้าหาความนุ่มหยุ่นมากยิ่งขึ้น ปลายจมูกโด่งสันกดฝังลงบนร่องอกอิ่มพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แถมยังส่งมือหนามาลูบคลำสะโพกมนอย่างเอาเปรียบ"อืม ขอชื่นใจอีกห้านาทีนะเมียจ๋า" ทัพครางอู้อี้ในลำคอ ไม่ยอมลืมตา"ไม่ต้องมาห้านาทีเลยค่ะ หยุดล้วงเดี๋ยวนี้นะ" จันตีมือปลาหมึกที่เริ่มเลื้อยเข้ามาในเสื้อนอนของเธอเสียงดังเพียะ "พี่ทัพ! จะหื่นอะไรแต่เช้า คนงานเขามารอกันเต็มหน้าไร่แล้วนะ รีบไปลุกอาบน้ำเลยค่ะ จันจะไ
รถเอสยูวีคันหรูของนายหัวทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าภัตตาคารชื่อดังประจำจังหวัด ทัพทำตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อเช้าว่าจะพาลูกจันออกมาเปิดหูเปิดตาและหาของอร่อยกินเพื่อชดเชยพลังงานที่เสียไปกับสมรภูมิบนโต๊ะทำงาน ชายหนุ่มก้าวลงจากรถแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เมียรักอย่างเอาใจใส่ ทัพในชุดเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมบนรับกับกางเกงสแล็คสีเข้มดูหล่อเหลาเอาเรื่อง ส่วนลูกจันก็สวยสะดุดตาในชุดเดรสสีครีมที่เขาเป็นคนเลือกให้ทัพจับมือเล็กมากุมไว้หลวมๆ แล้วพาเดินเข้าไปในร้าน พนักงานต้อนรับรีบปรี่เข้ามาพาเศรษฐีใหญ่ประจำจังหวัดไปนั่งที่โต๊ะวีไอพีมุมส่วนตัวที่สุดของร้านทันที"สั่งเลยจัน อยากกินอะไรสั่งมาให้หมด ผัวเลี้ยงเอง" ทัพดันเมนูอาหารปกหนังไปตรงหน้า ยักคิ้วกวนๆ ให้คนที่กำลังกวาดสายตามองราคาอาหารที่แพงหูฉี่"แพงจังเลยค่ะพี่ทัพ จานนึงตั้งหลายร้อย" ลูกจันบ่นอุบอิบตามประสาคนที่ประหยัดอดออมมาตลอดชีวิต"ระดับนายหัวทัพ เลี้ยงเมียคนเดียวให
"พี่ทัพ! หยุดก่อนค่ะ" จันรีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของคนที่กำลังซุกไซ้ซอกคอเธออย่างเอาแต่ใจ "นี่มันห้องทำงานกระจกนะคะ ขืนใครเดินผ่านไปมาเห็นเข้า จันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"ทัพชะงักริมฝีปากที่กำลังขบเม้มลาดไหล่เนียน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาสบตา แววตาเต็มไปด้วยความขัดใจ แต่พอเห็นใบหน้าหวานที่แดงก่ำและตื่นตระหนก เขาก็ยอมผละออกห่างอย่างเสียไม่ได้"ขัดใจผัวเก่งจริงๆ"ทัพบ่นอุบอิบ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ารีโมทคอนโทรลบนโต๊ะทำงานมากดปุ่มครืด...ม่านทึบสีเข้มที่ซ่อนอยู่บนเพดานค่อยๆ เลื่อนลงมาปิดทับกระจกใสรอบห้องทุกบานอย่างรวดเร็ว แสงสว่างจ้าจากภายนอกถูกตัดขาด บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางเปลี่ยนเป็นมืดสลัวลงทันตาเห็น เหลือเพียงแสงสีส้มอ่อนๆ จากโคมไฟมุมโต๊ะทำงานที่สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายและขับเน้นผิวสีน้ำผึ้งของคนบนโต๊ะให้ดูเย้ายวนยิ่งขึ้น
แสงแดดยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนกว้างขวาง ร่างบอบบางบนเตียงคิงไซส์พยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่เพียงแค่ขยับนิดเดียวความปวดร้าวก็แล่นริ้วไปทั่วทั้งร่างจนต้องนิ่วหน้าหลุดเสียงครางออกมาเบาๆ ร่องรอยสีแดงกุหลาบที่ประทับอยู่ตามผิวเนื้อเนียนละเอียดเป็นหลักฐานชั้นดีถึงความพ่ายแพ้ในสมรภูมิรักเมื่อคืนที่ผ่านมา"จะรีบลุกไปไหน หืม เมียพี่"เสียงทุ้มพร่าดังขึ้นที่ข้างหู พร้อมกับวงแขนแกร่งที่ตวัดรัดเอวคอดบางเข้ามากอดแนบอก ทัพตื่นอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มนอนตะแคงเท้าคางจ้องมองใบหน้าหวานด้วยแววตาฉ่ำเยิ้มและเต็มเปี่ยมไปด้วยความคลั่งรัก"พี่ทัพ ปล่อยจันนะ จันปวดไปหมดแล้ว ขยับตัวแทบไม่ไหวเลยเนี่ย" จันบ่นอู้อี้ หน้าแดงแปร๊ดเมื่อนึกถึงบทเรียนรักที่เขาสอนให้ตลอดทั้งคืน"ปวดมากเลยเหรอคนดี มา เดี๋ยวผัวอุ้มไปอาบน้ำเอง"ทัพไม่รอให้จันได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นนั่ง แล้วช้อนตัวร่างบอบบางขึ้นอุ้มแนบอกอย่างง่ายดายราวกับเธอเป็นเพียงปุยนุ่น ด้วยสรีระที่สูงใหญ่กำยำและมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่น ทำให้จันดูตัวเล็กจิ๋วไปถนัดตาเมื่ออยู่ในวงแขนแกร่งของเขา"ว้าย พี่ทัพ! ปล่อยจันลงนะ จันเดินเองได้" จันร้องเสียงหลง รีบตวัด







