로그인และแล้วเจ้านายรูปงามของจิวซินก็ไม่ทำให้จิวซินได้ผิดหวัง ทั้งซักผ้า ทั้งปัดกวาด ทั้งเช็ดถู มีแบกน้ำด้วย
อา...ช่างถูกใจยิ่ง
ยามอยู่ที่จวนหยาง บ่าวไพร่ไม่เคยให้นางได้ทำหรือแตะต้องงานเหล่านี้ จะหยิบจะจับอะไรก็มีแต่ถูกห้ามปราม กลัวนางจะเหน็ดเหนื่อย กลัวนางจะผิวเสีย กลัวนางจะสิ้นความงาม
ถึงแม้ว่าบิดากับมารดาจะไม่เข้มงวดเรื่องนี้กับนางก็ตาม แต่พวกท่านมักจะดูแลอย่างดีเยี่ยมเสมอมา กับบ่าวไพร่ยิ่งแล้วใหญ่ ดูแลนางดียิ่งกว่าอะไร ประหนึ่งนางเป็นไข่มุกในอุ้งมือกระนั้น
นางไม่แตกหักง่ายๆ เสียหน่อย จะอุ้มไว้ทำไมนักหนา
เวลาผ่านไปจนเกือบจะหมดวัน
จิวซินยังคงทำงานไปยิ้มไปอย่างร่าเริง ท่าทางราวกับได้รับอิสรเสรีมิใช่ได้รับงานหนักอันใดเทือกนี้
ผิดกับใครบางคนที่สั่งการให้นางทำงานอย่างสิ้นเชิง
เขาผู้นั้นกำลังยืนมองมาทางนางอย่างหงุดหงิดเหลือประมาณ ทั้งๆ ที่ตั้งใจสั่งงานหลายอย่างให้นางได้ทำ ทั้งงานหนักงานเบาเอาให้นางได้ถอดใจ แล้วดูเถิด...ดูนางทำ
ยิ้มไปทำไปนั่นคืออันใด?
ไยแม่นางถึงได้เบิกบานยิ่ง!
จ้าวหนิงหลงในคราบของคุณชายหนิงเจ้าของคฤหาสน์งดงามกำลังยืนกอดอกมองใครบางคนที่อยู่ในอาภรณ์บุรุษของบ่าวประจำคฤหาสน์แห่งนี้ด้วยท่วงท่าสงบเรียบนิ่งไม่ไหวติงใดๆ ทว่าในใจกลับมิได้ราบเรียบเฉกเช่นภายนอก
ชายหนุ่มยืนมองคนผู้หนึ่งอย่างพยายามเก็บข่มอารมณ์ขุ่นมัว
เขาตั้งใจรับนางเข้ามาเป็นบ่าวชายตามที่นางตั้งใจ ทั้งยังให้เป็นบ่าวชายคนสนิทเพื่อที่ว่าเขาจะได้สั่งการนางโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อบ้านแต่อย่างใด
นางเป็นถึงว่าที่คู่หมั้นของเขา เป็นสตรีที่เสด็จพ่อทรงบังคับเขาให้หมายจะหมั้นและแต่งงานกัน ซึ่งเขาไม่มีวันยอม
แต่ในขณะที่เขาไม่มีทางยอม นางกลับปลอมตัว เพื่อที่จะหนีเขาอย่างอุกอาจ
นางช่างบังอาจ!
นางกล้าหนีเขา...
เห็นได้ชัดว่านางตั้งใจจะหักหน้าเขา
แต่นางหารู้ไม่ ว่านางคิดผิด นางทำผิด
นางผิดพลาดอย่างมหันต์ นางไม่รู้ว่าคู่หมั้นหมายของนางคือเขา
เมื่อจ้าวหนิงหลงคิดมาถึงตรงนี้ อารมณ์ขุ่นมัวที่ถูกเมินเมื่อครู่พลันเบาบาง อาการหงุดหงิดพลันปลิวหาย ความคิดผลักไสยิ่งมลาย
อืม...เขาจะแกล้งอะไรนางดี?
******************
ผ่านไปหนึ่งวันสำหรับงานเป็นบ่าวชายของจิวซินในคราบของอาซิน
จิวซินยังคงสนุกสนานร่าเริงหลังจากทำงานหลายอย่างตามแต่เจ้านายรูปงามของนางจะสั่งให้ทำ
นางชอบออกกำลัง มันเทียบเท่ากับการฝึกยุทธ์ก็ไม่ปาน
แท้จริงแล้วนางอยากฝึกยุทธ์แต่ท่านพ่อไม่ค่อยจะมีเวลาให้นาง
ท่านพ่อต้องคอยติดตามคอยอารักขาฮ่องเต้เป็นเงาตามตัวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันทุกเวลาทุกย่างก้าว
มิรู้ได้ว่าท่านพ่อมีเวลายามใดมาหาท่านแม่เพื่อผลิตนางออกมา
เช่นนั้นแล้ว อะไรก็ตามที่ทำให้นางได้ออกกำลังนั่นจึงนับว่าเป็นเรื่องที่ดี
นางชอบทำงานหลายอย่าง ทั้งซักผ้า ทั้งกวาดถู ทั้งแบกน้ำ เพราะบางทีการทำเช่นนี้อาจหมายถึงพื้นฐานของเหล่าจอมยุทธ์ อา...นางแถมพรวนดินบำรุงต้นหญ้าให้อีกด้วยนะ ต้นหญ้าจะได้งามๆ
จิวซินยิ้มไปเดินไปสำรวจตรวจตราผลงานต่างๆ ที่นางได้ทำไปจนตลอดทั้งวันของวันนี้
หญิงสาวเดินสำรวจไปอย่างถ้วนทั่วที่บริเวณรอบๆ โรงซักล้างและที่ราวตากผ้าบนพื้นดินที่มีต้นหญ้าเขียวขจีขึ้นเบียดกันอย่างงดงาม
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งพลันดัง “ข้าบอกให้เจ้าถอนหญ้าบริเวณนี้ ตั้งแต่สองวันที่แล้ว ไยเจ้าไม่ทำ?”
เสียงนั้นเป็นเสียงของบ่าวชายผู้หนึ่ง เขาตะโกนดังลั่นใส่หูของบ่าวชายอีกคนหนึ่งที่กำลังเดินกันอยู่ไม่ไกลจากที่จิวซินกำลังยืนจัดผ้าที่ซักตากเอาไว้
บ่าวชายผู้นั้นยังคงบ่นตะเบ็งเสียงดังออกมา “เจ้าเห็นหรือไม่? ว่าหญ้ามันเติบโตเสียจนจะมีงูพิษสร้างอาณาจักรได้อยู่แล้ว”
“งานข้าก็มีเต็มมือไยเจ้าไม่ทำเองเล่า การถอนหญ้าใครก็ทำได้” บ่าวชายอีกคนหนึ่งที่เดินมาด้วยบ่นออกมาเพียงเบาๆ มิกล้าสบตา
“แล้วงานข้าไม่มีหรือไร หา!”
บ่าวชายคนแรกที่แลดูมีเรี่ยวแรงมากกว่าเริ่มมีโทสะจึงตะโกนคำรามออกมาอย่างดัง ทำเอาอีกคนต้องรีบหดคอหนีอย่างกล้าๆ กลัวๆ
จิวซินยืนมองอยู่ไม่ไกล นางเพียงมองตามทิศทางของต้นหญ้าที่บ่าวชายทั้งสองกำลังพูดถึง
ต้นหญ้าพวกนั้นคือต้นที่นางพรวนดินให้แน่ๆ อา...นางเห็นว่ามันงามต้นโตสูงใหญ่ก็นึกว่าพวกเขาตั้งใจปลูกมันเอาไว้ ที่แท้ก็เกี่ยงกันไม่ยอมจัดการนี่เอง
จิวซินเชิดคาง ยอมรับอย่างมาดมั่น หึงโหดด้วยล่ะ หึ!ท่าทางน่ากลัวเช่นนั้นพลันเรียกเสียงหัวเราะจากผู้มาเยือนเข่อเฉินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนสืบเท้าเข้าหาจิวซิน ยอบกายคารวะนอบน้อม ก่อนเอ่ยยาวเหยียดตามตรง“พี่สาวอย่าเพิ่งรังเกียจข้าเลย ข้าแค่ไม่นิยมบุรุษหลายภรรยา ไม่ประสงค์เป็นพระสนมให้ฮ่องเต้ สืบได้ว่าหลังเรือนองค์ชายสี่โล่งยิ่ง ข้าจึง...”จิวซินเลิกคิ้วสูง แค่นเสียงหึ “ไม่อยากเป็นสนม เจ้าจึงเฟ้นหาบุรุษรักเดียวใจเดียวเพื่อช่วงชิงรึ? บังอาจนัก สิ้นคิด!”ได้รับคำกล่าวแดกดันดูแคลนเช่นนั้น เข่อเฉินพลันหัวเราะร่า นางโบกมือไปมา ปฏิเสธพัลวัน“ไม่ใช่ๆ ข้าแค่อยากแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสี่ แต่มิได้ต้องการแต่งกับองค์ชายสี่เสียหน่อย และข้าก็ทำสำเร็จแล้วด้วย”กล่าวจบเข่อเฉินพลันหัวเราะอย่างชั่วร้ายเซี่ยจื่อเย่ผู้นั้น ไม่รอดมือนางแล้วล่ะ หึหึ! สามเดือนต่อมา งานแต่งของหญิงบรรณาการเผ่าทุ่งหญ้าจึงเกิดขึ้น และผ่านไปอย่างราบรื่น เซี่ยจื่อเย่ได้รับบรรดาศักดิ์โหวพร้อมรับภรรยาเข้ามาอย่างงุนงง จ้าวหนิงหลงยกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้จิวซิน“ข้าทำดีหรือไม่เล่า?”เขาเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ หวังให้ภรรยาเอ่ยปากชม พลางกระชับอ้
นางยืนยันคำเดิมว่าต้องการแต่งเข้าตำหนักองค์ชายสี่ส่วนได้เป็นฮูหยินคนที่เท่าใดนั้นนางไม่เกี่ยงฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจึงไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ แม้ต้องการรับเป็นพระสนมเข้าตำหนักในก็ยังไม่อาจกระทำตามอำเภอใจตั้งแต่ยืนมองริ้วขบวนจอมทัพ กระทั่งตะวันคล้อยต่ำ จิวซินก็ยังไม่เห็นจ้าวหนิงหลงกลับมาหากัน นางจึงไม่รอเขาอีก เพียงอุ้มบุตรชายหายตัวเข้าไปในตำหนักส่วนพระองค์ปิดประตู ดับตะเกียง กล่อมลูกนอนอย่างเงียบเชียบเงียบเหงาทางฝั่งจ้าวหนิงหลงเขากำลังปวดหัวเกินจะกล่าว ยิ่งเห็นหญิงบรรณาการส่งสายตาพร่างพราวให้ก็แทบกระอักเลือดออกมาท้ายที่สุดเขาพลันสะบัดแขนเสื้อเดินจากพระราชวังมาพร้อมกับแม่ทัพคู่ใจแม่ทัพของเขามีนามว่าเซี่ยจื่อเย่จ้าวหนิงหลงจำได้ว่าผู้ที่เขาส่งไปปราบชนเผ่าทุ่งหญ้าจนได้สัญญาพันธมิตรพร้อมตัวหญิงบรรณาการนางนั้นกลับมาคือเซี่ยจื่อเย่ผู้นี้จ้าวหนิงหลงหรี่ตา เพ่งพิศลูกน้องคนสนิทนิ่งๆเซี่ยจื่อเย่เป็นบุรุษเย็นชา กิริยาหยาบกระด้าง แววตาที่มองผู้คนราวกับแช่แข็งทะเลสาบได้ ทว่ายามนี้แม้ถูกเจ้านายจ้องมองเนิ่นนาน กลับยังคงรักษาสีหน้าได้ราบเรียบไร้ความรู้สึก แม่ทัพหนุ่มมิใช่บุรุษที่จักถูกอิสตรีล่อล
จิวซินเงยหน้าจากแผงอกหนา “มิใช่จัดตารางเฉพาะสาวงามรึ?”“ย่อมไม่” ฝ่ามืออุ่นลูบไล้หน้าท้องของภรรยาอย่างรักใคร่ ตรงนี้มีอีกหนึ่งชีวิตที่เขาห่วงใย “ข้ายังสั่งเพิ่มนางกำนัลเข้ามาอีกหลายคน เพื่อช่วยกันดูแลเจ้ายามที่ข้าไม่อยู่”เขานิ่งชั่วครู่ ก่อนเอ่ยอีกว่า “อ้อ...ข้าส่งข่าวให้ซีผิงและหลิงฉีมาคอยคุ้มกันเจ้าด้วย พวกนางคือองครักษ์หญิงของเจ้า เผื่อว่านางกำนัลบางคนจากตำหนักฮองเฮาคิดไม่ซื่อกับเจ้าขึ้นมา ศิษย์น้องหญิงทั้งสองจะได้จัดการทันที”“ท่านพี่...” การดูแลจัดการรัดกุมเช่นนี้ แน่ชัดแล้วว่าสามีต้องเดินทางไกล ทั้งยังเนิ่นนานเกินทำใจ จิวซินถึงขั้นร้องไห้โฮแล้วไม่ง่ายเลยกับการปลอบประโลมภรรยา ราตรีนั้น จ้าวหนิงหลงทั้งกอดทั้งจูบพัลวัน เสียงสะอึกสะอื้นกลับยังคงดังกระซิกๆ มิเจือจางการเดินทางมาเยือนในเจ็ดวันให้หลังจิวซินอุ้มครรภ์อายุสามเดือนยืนส่งสามีอยู่บนหอสูงกลางเมือง จ้าวหนิงหลงเคลื่อนขบวนจากไปแล้ว หากแต่นางก็ยังคงยืนอยู่เช่นนั้น ตะวันตกดินถึงทำใจกลับตำหนักได้เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แม้จะมีจดหมายส่งมาไม่เคยขาด ทว่าจิวซินยังคงนับวันรอจ้าวหนิงหลงทุกลมหายใจย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ จิวซินเจ็บท้องค
“ตกลงท่านรับสาวงามพวกนั้นเข้าตำหนักหรือ?”แม้บอกว่าจะคุยกันด้วยดี แต่ก็อดเสียงเข้มมิได้ นางไม่พอใจมาก“ข้าขอเหตุผลดีๆ สักหลายข้อนะ”จ้าวหนิงหลงสูดปากเพราะคนงามทำแผลให้จนเลือดซึมออกมา “ข้ามีเพียงเหตุผลเดียวให้เจ้า”หญิงสาวแค่นเสียงฮึ “ว่ามา ข้ารอฟังอยู่”ดุจริงเชียว! ชายหนุ่มโอดครวญในใจ เสี่ยวเมาของเขากลายร่างเป็นแม่เสือร้ายเสียแล้ว มิใช่ลูกแมวตัวน้อยอีกต่อไปจ้าวหนิงหลงยิ้มอ่อน กดจมูกกับแก้มเนียนอย่างเข่นเขี้ยว“ข้ารับนางกำนัลเหล่านั้นไว้เพราะไม่ต้องการสร้างปัญหาให้เจ้า หากส่งกลับไปฮองเฮาย่อมไม่พอพระทัยและอาจผิดใจกับวังเสียนหรง ยามที่ข้าไม่อยู่พระนางอาจมาสร้างความลำบากให้เจ้า”เหตุผลของเขาทำจิวซินนิ่งอึ้งมิใช่เพราะประโยคที่บอกว่ารับคนเข้ามา หากแต่เป็นวาจาที่ว่า ‘หากเขาไม่อยู่’ ต่างหากที่ทำนางตกใจนัก“ท่านหมายความว่าอย่างไร? ท่านกำลังจะไปที่ใดหรือ?”จ้าวหนิงหลงเอื้อมวงแขนดึงจิวซินเข้ากอด ก่อนอธิบายเสียงเนิบ“ความวุ่นวายในตำหนักบูรพาก่อนหน้านี้บั่นทอนความเชื่อมั่นในตัวรัชทายาทไม่น้อย ครั้งหนึ่งเสด็จพ่อยังคิดจะปลดเขา แล้วให้ข้ารับตำแหน่งรัชทายาทแทน เป็นข้าเองที่ไม่ยอม จึงเสนอตัวเองออกไ
พลบค่ำมาเยือน จิวซินนั่งเหม่ออย่างรอคอย กระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู ผิงเอ๋อร์ที่รับใช้อยู่ด้านข้างรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูทันทีเป็นจิ้นเหอที่เดินเข้ามาหาใช่ใครบางคนไม่ ยามนี้ผิงเอ๋อร์เปิดใจคบหากับจิ้นเหอแล้ว ชายหนุ่มจึงขอย้ายตัวเองมาคอยรับใช้องค์ชายสี่กับพระชายาอย่างขยันขันแข็ง เพื่อที่จะได้ใกล้ชิดหญิงคนรักตลอดเวลา“ทูลพระชายา องค์ชายสี่กลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”จิวซินมุ่นคิ้วพยักหน้ายังมิทันเอ่ยวาจา กลับเป็นผิงเอ๋อร์ที่ถาม“กลับมาแล้ว? ไฉนพระองค์ไม่รีบเสด็จมาหาพระชายาเล่า?”ปกติจ้าวหนิงหลงจะรีบมาหาจิวซินก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ สามีภรรยามักจะแสดงความรักต่อกันก่อนอาหารค่ำ และก่อนที่ฝ่ายสามีจะแยกตัวออกไปสะสางงานที่ห้องตำราไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อยหรือดึกดื่นปานใดก็ยังกลับมานอนที่นี่เสมอสิ้นคำถามของผิงเอ๋อร์ จิ้นเหอพลันปาดเหงื่อ ก่อนเอ่ยอ้อมแอ้ม “องค์ชายสี่กำลังสั่งการให้คนพาสาวงามทั้งห้าเข้าพักที่เรือนฝั่งตะวันตก”นอกจากไม่ส่งกลับแต่ยังให้คนพาเข้าพำนักที่เรือนฝั่งตะวันตก?ขณะจิวซินคิดสงสัยในใจ จิ้นเหอกล่าวอีกว่า “จากนั้นองค์ชายยังดูแลให้ขันทีจัดตารางสำหรับสาวงามพ่ะย่ะค่ะ”“...!?”ตารางที่
จ้าวหนิงหลงพาจิวซินกลับวังทันที แต่งงานยังไม่ครบปี แต่มีเรื่องมงคลแล้วเช่นนี้ ควรประกาศก้องโดยไวแน่นอนว่าผู้ที่ดีใจที่สุดย่อมไม่พ้นหยางเซิง จิ่วฮุ่ย และอีกคนที่ยิ้มไม่หุบเลยทั้งวันก็คือฮ่องเต้จ้าวเฟยเซียนพระองค์ถึงขั้นจัดการหาแม่นมมาเตรียมตัวรอไว้พร้อมพรั่งเมื่อเหล่าขุนนางได้เห็นถึงความเอาใจใส่จากโอรสสวรรค์ คำอวยพรและของกำนัลจึงหลั่งไหลไม่ขาดสายภายในวังเสียนหรง บรรยากาศแช่มชื่นรื่นรมย์ จิวซินยืนส่งสามีด้วยรอยยิ้มยามเขาต้องออกจากตำหนักเพื่อเข้าร่วมประชุมขุนนางเหมือนทุกวัน รอบด้านอบอวนไปด้วยกลิ่นอายสดใสเจิดจรัสทว่าสองเดือนต่อมา หลังจากจ้าวหนิงหลงเดินทางออกไปแล้ว วังเสียนหรงกลับอึมครึมขึ้นมาอย่างประหลาดภายในห้องโถงหรูหรา เบื้องหน้าจิวซิน ข้าหลวงอาวุโสกำลังเดินนำขบวนนางกำนัลอายุน้อยหน้าตาสะสวยเข้ามาอย่างนอบน้อม“ทูลพระชายา นางกำนัลทั้งห้านี้ ฮองเฮาทรงคัดสรรด้วยองค์เอง เพื่อปรนนิบัติองค์ชายสี่เพคะ”จิวซินพลันหรี่ตา สีหน้าเผยความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบังทว่าข้าหลวงอาวุโสกลับไม่นำพา เพราะพระชายาตำหนักอื่น ล้วนมีสีหน้านี้ทั้งนั้น นางเพียงทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็พอ
หลังจากนั้นจิวซินก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างลู่ชิงกับเจิ้งรั่วซานไปเรื่อยๆนางวางคางเกยบ่ากว้าง ขยับกายให้สบาย พูดพร่ำอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยสายลมเย็นฉ่ำที่กำลังโชยปะทะใบหน้าของทั้งสอง ทำให้ใบหน้าหล่อเหลายิ่งนานยิ่งแดงก่ำ ในขณะที่ใบหน้าแดงเรื่อของจิวซินเริ่มกลับมาเป็นปกติถึง
ชายอ้วนผอมยกยิ้มหื่นกระหายเดินแบบย่างสามขุมไปตามทาง เป้าหมายคือสตรีน่ารักสองคนที่ปลอมตัวเป็นผู้ชายซึ่งกำลังเมามายทว่าเบื้องหน้าที่เดิมทีเพียงมืดสลัว เพราะได้รับแสงจากโคมไฟรายทางใต้ชายคาเรือนสอดส่อง บัดนี้กลับมืดสนิท เพราะมีชายร่างกำยำยืนถมึงทึงขวางหน้าอยู่เขาผู้นี้ไม่พูดจา เพียงดึงกระบี่ออกจากฝัก
“เรื่องนี้ข้าย่อมรู้อยู่แล้ว” เขาเป็นคนสั่งให้น้องห้าไปจัดการไล่นางกำนัลของฮองเฮากลับวังด้วยตัวเองเพื่อมิให้จิวซินเหนื่อยเกินไป“เจ้ามีอะไรกันแน่ รีบรายงานเถิด”“ตั้งแต่บ่าย องค์หญิงห้าปิดประตูอยู่กับคุณหนูหยางภายในห้องสองต่อสองจนพลบค่ำยังไม่ออกมา นางกำนัลคนหนึ่งเกรงว่าองค์หญิงจะมิได้รับอาหารตามเวล
ตลาดกลางเมือง หนุ่มน้อยสองคนเดินทอดน่องกระซิบ“เหตุใดต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายด้วยเล่า ชุดนี้น่าขันยิ่ง”จ้าวซิ่งเยี่ยนถามขึ้นอย่างสงสัย หลังจากถูกจิวซินจับล้างหน้า เช็ดเครื่องประทินโฉมและเก็บเส้นผมจนเหมือนผู้ชาย และยังแต่งกายด้วยชุดผู้ชาย ไม่เหลือเค้าของความเป็นหญิง หมดสิ้นความสูงศักดิ์“หากองค์หญิงอย







