แชร์

- 4 - กล่องความทรงจำ

ผู้เขียน: เพียงเจ้าขา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-26 00:22:22

รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่สีดำค่อยๆชะลอความเร็วลง ก่อนจะจอดสนิทที่หน้าทางเข้าคอนโดหรูใจกลางเมือง เสียงเครื่องยนต์ที่เคยกระหึ่มดับลง เหลือเพียงเสียงจอแจของรถราบนถนนใหญ่ที่ดังแว่วมาแต่ไกล

“ลงมาได้แล้ว ถึงแล้วเนี่ย”

เสียงทุ้มของโซ่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เจ้าขาที่เกร็งตัวนั่งกอดเอวเขามาตลอดทางรีบปล่อยมือราวกับถูกของร้อน

เธอตวัดขาลงจากเบาะอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยืนจัดกระโปรงทรงเอของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ใบหน้าสวยมุ่ยลงเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้าผสมกับความหงุดหงิดที่ต้องยอมตกเป็นผู้ตามของเขาง่ายๆ

เธอยกมือขึ้นเตรียมจะปลดสายรัดคางของหมวกกันน็อกออก แต่ทว่า...

“มานี่”

โซ่ไม่ได้พูดเปล่า เขาก้าวลงจากรถก่อนจะดึงแขนคนตัวเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้ ร่างสูงโน้มตัวลงมาหาจนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่คืบ เจ้าขาสะดุ้งเฮือก เบิกตากว้าง สองมือที่กำลังจะปลดสายหมวกชะงักค้างไปในอากาศ

“พี่โซ่จะทำอะไร?”

“อยู่นิ่งๆเถอะน่า”

เขาดุเบาๆ แววตาคมไม่ได้มีความคุกคาม แต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าขาไม่ทันตั้งตัว นิ้วเรียวยาวของเขาค่อยๆปลดสายรัดคางออกให้อย่างเบามือ ก่อนจะถอดหมวกกันน็อกใบโตออกจากศีรษะเล็กอย่างระมัดระวัง

“ผมยุ่งหมดแล้ว”

โซ่พึมพำพลางใช้มือหนาสางผมสีดำไฮไลท์แดงที่พันกันยุ่งเหยิงของเธอให้เข้าทรงอย่างเป็นธรรมชาติ

สัมผัสอุ่นๆจากปลายนิ้วของเขาที่แตะโดนเส้นผมและกรอบหน้า ทำเอาหัวใจของเจ้าขาเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ

เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามบังคับตัวเองไม่ให้หน้าแดงไปมากกว่านี้ ก่อนจะรีบขยับตัวถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง

“ขะ... ขอบคุณที่มาส่งค่ะ”

เจ้าขากล่าวเสียงรัวเร็ว เธอก้มหน้างุดเตรียมจะหมุนตัวเดินหนีเข้าไปในล็อบบี้ของคอนโดเพื่อยุติความปั่นป่วนในใจ ทว่าก้าวเท้าไปได้เพียงสองก้าว เธอก็ชะงักกึก

เดี๋ยวนะ...

คิ้วสวยขมวดเข้าหากันแน่น ความสงสัยบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในหัวจนต้องหันขวับกลับไปหาผู้ชายตัวสูงที่กำลังยืนพิงเบาะรถมองเธออยู่

“พี่โซ่”

“ว่าไง” โซ่เลิกคิ้วรับด้วยท่าทีสบายๆ

“เจ้าขากับพี่ เราพึ่งเจอกันแค่สองสามวัน แล้วเจ้าขาก็ไม่เคยบอกพี่เลยสักคำว่าเจ้าขาย้ายมาอยู่คอนโดนี้” ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด

"พี่รู้ได้ยังไงว่าเจ้าขาอยู่ที่นี่? หรือแอบตามเจ้าขามาตั้งแต่วันก่อนเหรอ โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย!”

แทนที่คนถูกหาว่าเป็นโรคจิตจะร้อนรน โซ่กลับหัวเราะเบาๆในลำคอ เขายกมือขึ้นกอดอก มุมปากหยักยกยิ้มกริ่มอย่างคนที่มีไพ่เหนือกว่า

“ใครโรคจิต พี่ไม่ได้ว่างขนาดจะไปแอบตามสืบเรื่องหนูหรอกนะ”

“อย่ามาเรียกหนูนะ! แล้วถ้าไม่ได้ตามสืบ พี่จะรู้ได้ไง นั่งทางในเอาหรือไง”

“ก็เมื่อวานตอนบ่าย...” โซ่เว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ฃ

“คุณนายวาโยแม่ของพี่ เขาไปเดินช้อปปิ้งที่ห้าง แล้วบังเอิญเจอใครรู้ไหม”

“เจอใครคะ?”

“เจอคุณของเจ้าขาไงล่ะ” คำตอบนั้นทำเอาเจ้าขาอ้าปากค้าง

“ห๊ะ... แม่เนี่ยนะคะ?”

“ใช่สิ แม่ๆเขาเจอกัน ก็เลยแวะกินกาแฟคุยกันยาวเลยแหละ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันตามประสาคนเคยอยู่บ้านติดกัน” โซ่ยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเหวอๆของคนตัวเล็ก

“แล้วแมาของเจ้าขาก็เล่าให้แม่พี่ฟังว่า ตอนนี้หเจ้าขาย้ายมาอยู่คอนโดนี้คนเดียว เพราะมันใกล้ที่เรียนมากกว่า...”

เจ้าขายกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เริ่มเดาทางออกแล้วว่าเรื่องราวมันมาจบที่ผู้ชายตรงหน้าได้อย่างไร

“แถมก่อนจะแยกกัน” โซ่ก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด โน้มหน้าลงมาระดับสายตาของเธอ

“แม่ของเจ้าขายังฝากแม่พี่มาบอกพี่ด้วยนะ ว่าให้พี่โซ่ช่วยดูแลน้องเจ้าขาให้หน่อย เพราะน้องอยู่คนเดียว แม่เป็นห่วง”

“...”

“พี่ว่านะ... เรื่องบังเอิญแบบนี้ มันเหมือนพรหมลิขิตชัดๆเลยว่ะ ว่าไหม?” โซ่แกล้งเย้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสายตากรุ้มกริ่ม

เจ้าขาหน้าร้อนฉ่าไปถึงใบหู ทั้งตกใจ ทั้งเขิน และทั้งหมั่นไส้คนตรงหน้าที่เอาเรื่องผู้ใหญ่มาอ้างได้อย่างหน้าตาเฉย เธอเชิดหน้าขึ้น สบตาเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้

“พรหมลิขิตอะไรกัน! แบบนี้เขาเรียกเวรกรรมมากกว่าค่ะ!”

พูดจบเจ้าขาก็สะบัดหน้า หมุนตัววิ่งหนีเข้าไปในล็อบบี้คอนโดอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดจะหันกลับมามองอีก ปล่อยให้โซ่ยืนหัวเราะร่วนอยู่กับที่คนเดียวอย่างอารมณ์ดี

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ซ่าาาา

เสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักกระทบกับบานกระจกหน้าต่างห้องนอน ทำให้เจ้าขาที่เพิ่งอาบน้ำสระผมเสร็จต้องชะงักมือที่กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผม

เธอเดินไปที่ริมระเบียง มองดูหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนกระจกและมองทะลุออกไปเห็นแสงไฟของเมืองที่พร่ามัว

อากาศภายในห้องเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศ แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกว้าวุ่นอย่างประหลาด

“ฝนตกหนักขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” เจ้าขาพึมพำกับตัวเอง

ภาพของผู้ชายตัวสูงที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์มาส่งเธอเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนแวบเข้ามาในหัว

ป่านนี้พี่โซ่จะถึงบ้านหรือยังนะ ขี่รถตากฝนแบบนั้นเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก

ความคิดที่เป็นห่วงเป็นใยผุดขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว แต่เพียงแค่เสี้ยววินาที เจ้าขาก็รีบหลับตาปี๋ ส่ายหน้าแรงๆเพื่อสะบัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที

“โอ๊ย! ยัยเจ้าขา แกจะไปห่วงเขาทำไมเนี่ย!” เธอเตือนสติตัวเองเสียงเข้ม

“เขาโตป่านนี้แล้ว จะเปียกฝนจะเป็นหวัดก็เรื่องของเขาสิ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเราเลยสักนิด”

เธอเดินกลับมานั่งแหมะลงบนปลายเตียงนอน หยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาเปิดเครื่อง เสียงของไดร์เป่าผมดังกลบเสียงฝน แต่ไม่อาจกลบเสียงความคิดที่ตีกันวุ่นวายในสมองได้

ช่วงสองสามวันมานี้ เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่

ตอนมัธยมปลายเขาเป็นคนปฏิเสธเธอเองแท้ๆ เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแววตาที่ว่างเปล่าว่าเห็นเธอเป็นแค่น้องสาวข้างบ้าน ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ คำพูดในวันนั้นมันกรีดลึกในใจจนเธอตัดสินใจยอมแพ้และเดินออกมาจากชีวิตเขาแบบไม่บอกลา

แต่พอมาเจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยตอนนี้เขากลับทำตัวตรงกันข้ามกับวันนั้นอย่างสิ้นเชิง

เขาเข้ามาวนเวียน มาคอยดักรอ มากวนประสาท มาพูดจาหยอดคำหวานใส่เหมือนคนตั้งใจจะจีบ แถมยังใช้สรรพนามเก่าๆ ที่ทำให้เธอหวั่นไหวอย่างหน้าไม่อาย

“สรุปพี่ต้องการอะไรกันแน่พี่โซ่ ทำไมต้องกลับมาทำให้เจ้าขาสับสนด้วย”

หลังจากเป่าผมจนแห้งสนิท เจ้าขาก็ปิดไดร์เป่าผมและวางมันลงบนโต๊ะข้างเตียง ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้งพร้อมกับเสียงฝนพรำๆ

เธอถอนหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่มุมห้อง เธอเปิดประตูตู้ออก ย่อตัวลงนั่งยองๆและเอื้อมมือเข้าไปดึงกล่องกระดาษใบกะทัดรัดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดตรงชั้นล่างสุดออกมา

มันเป็นกล่องที่เธอเก็บข้าวของทุกอย่างมาตั้งแต่ตอนย้ายบ้าน กล่องที่บรรจุความทรงจำเกี่ยวกับเขาเอาไว้

เจ้าขาอุ้มกล่องใบนั้นมาวางลงบนเตียงนอนนุ่ม ค่อยๆเปิดฝากล่องออกอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าความทรงจำในนั้นจะแตกร้าว

สิ่งแรกที่เธอหยิบขึ้นมาคือตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลตัวเล็กๆที่สภาพของมันดูเก่าและสีซีดจางไปตามกาลเวลา ดวงตาพลาสติกของมันมีรอยขีดข่วน แต่สำหรับเธอ มันกลับเป็นของที่มีค่ามากที่สุด

ภาพในอดีตฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ วันนั้นเป็นวันเกิดครบรอบสี่ขวบของเธอ เธอจำได้ลางๆว่าเธองอแงเพราะพ่อกับแม่ยุ่งจนลืมซื้อเค้กให้ แต่แล้วเด็กผู้ชายข้างบ้านก็เดินถือตุ๊กตาหมีตัวนี้มาโยนแหมะลงบนตักของเธอ

‘เอ้า เอาไป หยุดร้องไห้ได้แล้ว ร้องจนหน้าบานเป็นหมูแล้วเนี่ย สุขสันต์วันเกิดนะยัยหมูอ้วน’

เจ้าขาลูบหัวตุ๊กตาหมีเบาๆ รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนริมฝีปากเมื่อนึกถึงคำอวยพรห้วนๆแต่แฝงไปด้วยความใส่ใจของเขา

ถัดจากตุ๊กตาหมี มือบางล้วงลงไปหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆที่ถูกเคลือบพลาสติกเอาไว้อย่างดีขึ้นมา มันคือบัตรสะสมแต้มร้านไอศกรีมที่ประทับตราจนเต็มทุกช่อง แต่ไม่ได้ถูกนำไปแลก

ความทรงจำตอนมัธยมต้นลอยเข้ามา... ช่วงเวลานั้นเธอติดไอศกรีมร้านหน้าโรงเรียนมาก และคนที่มีหน้าที่ต้องเดินไปนั่งกินเป็นเพื่อนเธอทุกวันก็คือเขา

‘พี่โซ่! เอาไอติมรสสตรอว์เบอร์รีของเจ้าขาคืนมานะ ทำไมชอบแย่งกินเนี่ย!’ เด็กสาวในชุดนักเรียนคอซองโวยวาย

‘ก็พี่อยากกินรสนี้อ่ะ อยากกินก็ไปซื้อใหม่ดิ บัตรสะสมแต้มก็อยู่ที่เธอหมดแล้ว จะงกอะไรนักหนา’.เด็กหนุ่มพูดพลางตักไอศกรีมเข้าปากหน้าตาเฉย

เจ้าขามองบัตรสะสมแต้มในมือแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ตอนนั้นเธอโกรธเขามาก แต่ก็แอบดีใจทุกครั้งที่เขาแย่งกิน เพราะมันหมายความว่าเขาไม่รังเกียจที่จะใช้ช้อนคันเดียวกันกับเธอ

รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าสวย ขณะที่มือบางค่อยๆเลื่อนไปแตะสิ่งของชิ้นสุดท้ายที่นอนก้นอยู่ใต้กล่อง

มันคือสมุดบันทึกหน้าปกสีขาว ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับหน้าปก รอยยิ้มของเจ้าขาก็ค่อยๆเลือนหายไป หัวใจที่เคยพองโตด้วยความทรงจำแสนหวานกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหน่วงๆในอก

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะค่อยๆเปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นออก หน้ากระดาษตรงกลางถูกคั่นไว้ด้วยดอกกุหลาบสีแดงที่บัดนี้แห้งกรอบและเปลี่ยนเป็นสีคล้ำตามกาลเวลา

นี่คือดอกกุหลาบที่เธอตั้งใจซื้อมาเพื่อนำไปสารภาพรักกับเขาในวันนั้นวันที่เธอเรียนอยู่ชั้นม.4 และเขากำลังจะเรียนจบชั้นม.6

ภาพเหตุการณ์ในเย็นวันนั้นกลับมาชัดเจนอีกครั้งราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

‘เจ้าขาชอบพี่โซ่นะคะ’

เธอจำความรู้สึกตอนที่พูดประโยคนั้นออกไปได้ดี เธอหวัง... หวังอย่างสุดหัวใจว่าความสนิทสนมและความผูกพันตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา จะทำให้เขาคิดเหมือนกันกับเธอ

แต่คำตอบที่ได้รับกลับมา...

‘พี่เห็นเธอเป็นแค่น้องสาวข้างบ้านมาตลอด และมันไม่มีวันเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้... กลับบ้านเถอะ อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย’

หยดน้ำตาใสๆเอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาโดยไม่รู้ตัว เจ้าขามองดอกกุหลาบแห้งกรอบในสมุดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปวดร้าว มันเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าการมอบหัวใจให้ใครสักคนแล้วถูกโยนทิ้งมันเจ็บปวดแค่ไหน

เธอปิดสมุดบันทึกเล่มนั้นลงอย่างเบามือ วางมันกลับลงไปในกล่องกระดาษพร้อมกับตุ๊กตาหมีและบัตรสะสมแต้ม ก่อนจะปิดฝากล่องให้สนิท เพื่อขังความทรงจำเหล่านั้นเอาไว้ตามเดิม

เธอทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียงกว้าง ทอดสายตามองเพดานห้องที่ว่างเปล่า ฟังเสียงฝนที่ยังคงตกกระทบหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง

“โลกมันกลมจริงๆ”

เจ้าขาพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วเบา น้ำตาสายหนึ่งไหลเอื่อยลงมาตามหางตาจดหมอนใบโต

“หรือโชคชะตากำลังเล่นตลกกันแน่ ทำไมสุดท้ายเจ้าขาถึงยังต้องวนกลับมาเจอพี่อีกะพี่โซ่”

ถ้าพรหมลิขิตมีจริง ทำไมถึงไม่ทำให้เขารักเธอตั้งแต่วันนั้น... ทำไมต้องให้เธอเจ็บปวดจนเดินหนีออกมา แล้วค่อยเหวี่ยงเขากลับเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้งในวันที่เธอกำลังพยายามจะลืมเขาให้ได้แบบนี้

สำหรับเจ้าขาในตอนนี้การกลับมาของเข่มันจึงไม่ใช่พรหมลิขิตแสนหวานเลยสักนิด

แต่แต่มันคือบททดสอบหัวใจที่ยากที่สุดทที่เธอไม่รู้เลยว่าจะผ่านมันไปได้อย่างไรโดยไม่กลับไปเจ็บช้ำแบบเดิมอีกครัฝ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 36 - จบบริบูรณ์

    ช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดและมรสุมชีวิตได้ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้นแล้ว ในที่สุดช่วงเวลาที่นักศึกษาทุกคนรอคอยอย่างช่วงปิดเทอมก็มาถึงเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จที่ครอบครัวของเจ้าขาหลุดพ้นจากคดีความ และฉลองการสอบเสร็จที่แสนจะสูบพลังงาน แก๊งหนุ่มวิศวะสุดป่วนจึงได้จัดทริปแพ็กกระเป๋าขับรถมาตั้งแคมป์พักผ่อนกันที่ลานกางเต็นท์ริมแก่งน้ำตกแห่งหนึ่งในจังหวัดที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและภูเขาบรรยากาศยามค่ำคืนริมแก่งน้ำตกนั้นแสนจะเย็นสบายและสดชื่น เสียงน้ำไหลกระทบโขดหินดังซู่ซ่าสลับกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงมอยู่รอบลานกางเต็นท์ แสงไฟประดับสีส้มดวงเล็กๆ ถูกนำมาห้อยโยงยางระหว่างต้นไม้ใหญ่ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูกตรงลานกว้างด้านหน้าเต็นท์พัก กองไฟกองใหญ่กำลังลุกโชนให้ความอบอุ่น แก๊งเพื่อนสนิทอย่างเกียร์ พะพาย และเพื่อนคนอื่นๆ กำลังนั่งล้อมวงย่างบาร์บีคิวและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานเฮฮาทว่า... ห่างออกไปจากความวุ่นวายของกลุ่มเพื่อน บริเวณริมแก่งน้ำที่ค่อนข้างมืดและเงียบสงบร่างสูงของโซ่ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงวอร์มสบายๆ กำลังเดินกุมมือเล็กของเจ้าขาเอาไว้แน่น ทั้งสองคนเดินเคียงข้างก

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 35 - รางวัล

    ติ๊ด... แกร๊ก!เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น ก่อนที่บานประตูคอนโดหรูจะถูกผลักเปิดออก ร่างเล็กของเจ้าขาก้าวเดินเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบเดือน ความหนักอึ้งที่เคยกดทับบ่าจนแทบหายใจไม่ออกได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว วันนี้ครอบครัวของเธอได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา และคนที่มอบมันให้ก็คือผู้ชายร่างสูงที่กำลังเดินตามหลังเธอเข้ามาติดๆเธอถอดรองเท้าส้นสูงออก วางกระเป๋าสะพายใบเล็กไว้บนเคาน์เตอร์หน้าประตู เธอกำลังจะหันไปถามเขาว่าอยากดื่มน้ำเย็นๆ หรือเปล่า ทว่า... ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะได้ขยับตัวก้าวเดินไปไหนหมับ!ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็สอดเข้ามารวบกอดรัดที่เอวคอดกิ่วของเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว! แผ่นหลังบางถูกดึงให้เข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อของโซ่จนไร้ช่องว่าง ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดลงมาที่ต้นคอขาวเนียน ทำเอาคนถูกกอดสะดุ้งเฮือก“อ๊ะ... พี่โซ่!” เจ้าขาร้องอุทานเบาๆ มือบางรีบยกขึ้นมาจับท่อนแขนของเขาที่กอดรัดเอวเธอเอาไว้แน่น“ตกใจหมดเลยค่ะ มาแอบกอดข้างหลังทำไมเนี่ย ปล่อยก่อนเร็ว เจ้าขาจะไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่ม ดื่มน้ำก่อนไหมคะ”“

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 34 - ข่าวดี

    รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามเส้นทางที่แสนคุ้นเคย ทว่ายิ่งรถขับเข้ามาใกล้หมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์มากเท่าไหร่ คิ้วเรียวสวยของเจ้าขาก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเท่านั้น เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของคนขับด้วยความสับสน“พี่โซ่คะ... นี่มันทางไปบ้านเจ้าขานี่นา พี่พาเจ้าขามาที่นี่ทำไมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ“ก็พามาส่งบ้านไงครับ วันนี้อากาศดีนะ ว่าไหม” โซ่ตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่ได้หันมามอง แววตาของเขามีประกายบางอย่างซ่อนอยู่“พี่โซ่! เรามาที่นี่ไม่ได้นะคะ!” เจ้าขาร้องเสียงหลง รีบเอื้อมมือไปแตะท่อนแขนของเขา“พี่ลืมไปแล้วเหรอคะว่าบ้านของเจ้าขาโดนกรมบังคับคดีติดป้ายอายัดเอาไว้แล้ว ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด ขืนเราเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวก็โดนตำรวจจับข้อหาบุกรุกหรอกค่ะ เลี้ยวรถกลับเถอะนะคะ เจ้าขากลัว”เธอละล่ำละลักบอกด้วยความร้อนรน ภาพที่เธอต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมาจากคอนโดเมื่อหลายวันก่อนยังคงหลอกหลอนจิตใจ เธอไม่อยากกลับไปเห็นภาพบาดตาบาดใจที่หน้าบ้านตัวเองอีกแล้วทว่าโซ่กลับไม่ได้ทำตามคำขอ เขาเพียงแค่ระบายยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก ก่อนจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปในซอยบ้านของเธอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 33 - หลักฐานสำคัญ

    โซ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงศอกกับกางเกงสแล็คสีดำดูภูมิฐานและเป็นผู้ใหญ่กว่าทุกวัน เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ ลวกๆ ก่อนจะเดินกลับมาหยุดอยู่ข้างเตียงคิงไซส์เขาทอดสายตามองใบหน้าสวยหวานที่กำลังหลับสนิท ริมฝีปากบางเผยอขึ้นน้อยๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากบทรักที่เร่าร้อนและลึกซึ้งตลอดทั้งคืนยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเธอโซ่โน้มตัวลงไปใกล้ๆ ริมฝีปากอุ่นจัดประทับจูบลงบนพวงแก้มนิ่มที่ยังคงมีรอยคราบน้ำตาจางๆ จากเมื่อคืนอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน“เจ้าขาไม่ต้องกลัวนะ” โซ่กระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น“พี่จะจัดการทุกอย่างให้เอง เธอรอรับข่าวดีอยู่ที่นี่ได้เลย”ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะผละใบหน้าออกและหมุนตัวเดินจากไปนั้นเองหมับ!มือเล็กๆ ที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา ก็เอื้อมมาคว้าจับเข้าที่ข้อมือหนาของเขาเอาไว้แน่น โซ่ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองทันที ดวงตากลมโตที่เคยหลับสนิท บัดนี้ค่อยๆ ปรือลืมขึ้นมาสบตากับเขา เจ้าขางัวเงียเล็กน้อย เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง มืออีกข้างดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังหน้าอกหน้าใจที่เปลือยเปล่าเอาไว้แน่น“อ๊ะ” ทันที

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 32 - ปล่อยให้พี่ทำนะ

    “อื้อ”เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาจากลำคอของเจ้าขา เมื่อริมฝีปากหยักได้รูปของโซ่บดเบียดลงมาอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน จูบที่เริ่มต้นจากการปลอบประโลมเพื่อลบล้างหยาดน้ำตา ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเรียกร้องและโหยหา ท่ามกลางความเงียบงันของห้องนั่งเล่นที่มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองสอดประสานกันฝ่ามือหนาของเขาประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กเอาไว้ ปรับองศาใบหน้าให้แนบชิดยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานภายในโพรงปากอย่างช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบหรือจาบจ้วง ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่“พี่โซ่” เธอผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อหอบหายใจ ดวงตากลมโตที่เปื้อนคราบน้ำตาช้อนขึ้นมองเขาด้วยความรักที่หมดเปลือก“พาเจ้าขาเข้าห้องเถอะนะคะ”คำขอร้องที่แสนซื่อตรงและเต็มไปด้วยความไว้ใจ ทำเอาโซ่ชะงักไปชั่ววินาที เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาคมกริบสั่นไหวด้วยความตื้นตัน“เธอแน่ใจนะเจ้าขา” โซ่กระซิบถามเสียงพร่า นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างเบามือ“ถ้าเธอเดินเข้าห้องไปกับพี่ตอนนี้... พี่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีพี่ไปไหนได้อีกแล้วนะ พี่จะกอดเธอไว้ทั้งคืนเลย”“เจ้าขาแน่ใจค่ะ” เธอตอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 31 - ความจริงที่พึ่งรู้

    “ตอนนั้น...”เสียงทุ้มต่ำของโซ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าขา ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความสับสน“บริษัทของพ่อพี่กำลังมีปัญหาหนักมาก หนักจนถึงขั้นวิกฤต”“ปัญหาเหรอคะ” เจ้าขาทวนคำเสียงแผ่ว ริมฝีปากบางสั่นระริก“ใช่ครับ ปัญหาใหญ่มาก” โซ่พยักหน้าช้าๆ“มีคนในบริษัททุจริต ยักยอกเงินมหาศาลจนสภาพคล่องของบริษัทพังทลาย หนี้สินพอกพูนจนธนาคารเตรียมจะฟ้องร้องยึดทรัพย์ ตอนนั้นใครๆ ก็คิดว่าครอบครัวพี่ล้มละลายแน่ๆ พ่อของพี่เครียดจนเส้นเลือดในสมองเกือบแตก ต้องเข้าไอซียู ทรัพย์สินทุกอย่าง บ้าน รถ บัญชีเงินฝากกำลังจะถูกอายัด”เจ้าขานิ่งอึ้ง ร่างกายของเธอชาวาบไปหมด เรื่องราวที่เขาเล่ามา... มันช่างเหมือนกับฝันร้ายที่ครอบครัวของเธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน“ทำไมคะ ทำไมตอนนั้นเจ้าขาถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย คุณพ่อคุณแม่ของเจ้าขาก็ไม่เคยพูดถึง” เธอถามด้วยความงุนงง“เพราะคุณพ่อของพี่ขอร้องเอาไว้ครับ ท่านไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคนนอก ไม่อยากให้เป็

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status