Share

- 5 - ใจแข็งขึ้นนะ

last update publish date: 2026-07-26 00:23:21

“นี่กะจะหลบหน้าพี่จริงๆใช่ไหมเนี่ย เจ้าขา”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นแทรกความวุ่นวายบริเวณจุดจอดรถหน้าคณะบริหารธุรกิจ ทำเอาคนที่เพิ่งก้าวขาลงจากรถยนต์คันหรูของที่บ้านถึงกับสะดุ้งเฮือก

เจ้าขาหันขวับไปตามเสียง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตา กำลังยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันเก่งของเขาอยู่ใกล้ๆ ใบหน้าหล่อเหลาของโซ่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก แววตาคมมองตรงมาที่เธออย่างรู้ทัน

“พะ... พี่โซ่!” เธออุทานออกมาอย่างลืมตัว

“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ!”

“ก็ขี่รถมาไงครับ หรือเจ้าขาคิดว่าพี่เหาะมา”

โซ่ตอบหน้าตาย พลางก้าวขายาวๆเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่ข้างรถของที่บ้าน

เมื่อเช้านี้เจ้าขาจงใจตื่นแต่เช้าตรู่และรีบโทรเรียกคนขับรถของที่บ้านให้มารับที่คอนโด เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคนหน้ามึนที่ขู่ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าจะมารับไปมหาลัย

เธอคิดว่าตัวเองรอดพ้นเงื้อมมือเขาแล้วแท้ๆ แต่ใครจะไปคิดว่ามอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของเขาจะซอกแซกฝ่าการจราจรมาถึงมหาลัยได้เร็วกว่ารถยนต์ของเธอเสียอีก

“ไม่ได้ถามว่าขี่อะไรมาค่ะ! หมายถึงว่าพี่มารอเจ้าขาทำไม ในเมื่อเจ้าขาก็บอกแล้วว่าจะมาเอง”

เจ้าขาตวาดใส่ พยายามปรับสีหน้าให้เรียบตึงที่สุด แม้ในใจจะแอบเต้นแรงกับความพยายามของเขาก็ตาม

“ก็พี่บอกแล้วไงว่าจะมารับ ในเมื่อไปรับที่คอนโดไม่ทัน พี่ก็มารอรับที่มหาลัยแทน... ผิดตรงไหน?” โซ่เลิกคิ้วถามอย่างคนหน้ามึน

“คนบ้า...” เจ้าขาบ่นอุบอิบในลำคอ แต่ก็ไม่รู้จะเถียงเอาชนะความหน้ามึนของเขาได้อย่างไร

โซ่หัวเราะเบาๆเมื่อเห็นคนดื้อทำหน้าง้ำงอ เขาละสายตาจากใบหน้าสวยชั่วคราว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องขนมเค้กหน้าตาน่าทานจากร้านดังที่เขาตั้งใจแวะซื้อมาเมื่อเช้า ยื่นไปตรงหน้าคนตัวเล็ก

“อ่ะ รับไปสิ”

เจ้าขาก้มลงมองกล่องเค้กสตรอว์เบอร์รีในมือหนา มันคือเค้กรสโปรดที่เธอชอบกินมาตั้งแต่เด็ก... และเขาก็ยังคงจำมันได้แม่นยำไม่เคยลืม

หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความรู้สึกหวั่นไหวตีตื้นขึ้นมาจนเธอต้องรีบเม้มริมฝีปากแน่น

เธอกลัว... กลัวว่าถ้าตัวเองรับความใจดีของเขามา กำแพงที่เธออุตส่าห์สร้างไว้มันจะพังลงมาจนหมด

“ไม่เป็นไรค่ะ” เจ้าขาตอบเสียงแข็ง ปฏิเสธความหวังดีนั้นอย่างไร้เยื่อใย

“เจ้าขาไม่ชอบกินของหวานแต่เช้า มันเลี่ยน”

“แต่พี่ตั้งใจไปต่อแถวซื้อมาให้เลยนะ ไม่คิดจะรับไว้หน่อยเหรอ” โซ่ลดเสียงลงคล้ายจะเว้าวอนนิดๆ

“ก็ไม่ได้ขอให้ซื้อมาให้นี่คะ อยากซื้อมาเองก็เอาไปกินเองสิคะ เจ้าขาขอตัว!”

พูดจบเธอก็ไม่รอให้เขาได้อ้าปากพูดอะไรต่อ เธอจัดการหมุนตัวแล้วสับขาวิ่งหนีเข้าไปในตึกคณะบริหารทันที ทิ้งให้ร่างสูงยืนถือกล่องเค้กค้างอยู่กลางอากาศ

โซ่มองตามแผ่นหลังเล็กๆที่วิ่งลิ่วหายไปจนลับสายตา เขาถอนหายใจออกมาสั้นๆมองกล่องเค้กในมือสลับกับทางเข้าตึก

“ดื้อจริงๆยัยตัวแสบ” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นริมฝีปากหยักก็ยังคงขยับยิ้มบางๆ

หนีได้หนีไปเถอะ ดูซิว่าจะหนีคนอย่างเขาไปได้สักกี่น้ำช่

ช่วงพักกลางวัน

แดดตอนเที่ยงวันร้อนอบอ้าว แต่นั่นไม่ได้ทำให้ร่างสูงที่ยืนรออยู่หน้าบันไดทางลงของตึกคณะบริหารธุรกิจสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

โซ่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง มืออีกข้างถือแก้วชานมไข่มุกแบรนด์โปรดของเจ้าขาเอาไว้ แววตาคมกริบคอยจับจ้องมองหานักศึกษาหญิงผมดำไฮไลท์แดงท่ามกลางฝูงชนที่เดินขวักไขว่ลงมาจากตึก

“นั่นไง”

เขาพึมพำเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างเล็กที่กำลังเดินลงบันไดมาพร้อมกับเพื่อนสนิท โซ่ไม่รอช้า เขาก้าวขายาวๆเดินตรงดิ่งเข้าไปดักหน้าเธอทันที

เจ้าขาที่กำลังเดินคุยกับแจงอย่างออกรสถึงกับผงะเบรกแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆแผงอกกว้างในชุดเสื้อช็อปก็โผล่มาขวางทาง

“พี่โซ่!” เธอเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ

“มาทำไมอีกเนี่ย!”

“เอาเจ้านี่มาส่ง”

โซ่ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขายื่นแก้วชานมไข่มุกเย็นเจี๊ยบไปแตะที่แก้มเนียนของคนตัวเล็กเบาๆจนเธอสะดุ้ง

"เมื่อเช้าไม่กินเค้ก ตอนเที่ยงก็รับชานมไข่มุกไปกินหน่อยแล้วกัน จะได้มีแรงเรียนตอนบ่าย”

เจ้าขายืนนิ่งงันขมวดคิ้วมองแก้วชานมตรงหน้าสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนยิ้มของเขา ภายในใจเกิดการต่อสู้อย่างหนักหน่วง

ใจหนึ่งก็อยากจะรับมันมาเพราะอากาศร้อนๆแบบนี้ชานมไข่มุกคือสวรรค์ชัดๆ แต่อีกใจหนึ่งความหยิ่งทะนงและแผลในอดีตก็สั่งให้เธอปฏิเสธเขาไปซะ

เธอยืนนิ่ง... นิ่งจนคนให้เริ่มใจเสียไปนิดหนึ่ง แต่เขาก็ยังคงยื่นแก้วรออยู่อย่างนั้น

“เจ้าขา! แกหยุดเดินทำไมเนี่ย ทางนู้นเพื่อนจองโต๊ะกินข้าวไว้ให้แล้วนะ เร็วเข้า!”

เสียงของแจงที่เดินนำหน้าไปก่อนหันกลับมาตะโกนเรียกเพื่อนสนิท ทำลายความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองลงทันที

เจ้าขาสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เธอช้อนตาขึ้นมองหน้าโซ่แวบหนึ่ง แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนที่ความใจแข็งจะเอาชนะทุกสิ่ง

“บอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องเอาอะไรมาให้ เจ้าขาไม่เอาค่ะ”

พูดจบเธอก็หมุนตัววิ่งหนีไปหาแจงอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คนตัวโตยืนถือแก้วชานมไข่มุกเก้อเป็นรอบที่สองของวัน

โซ่ยืนนิ่งอยู่กับที่ มองแผ่นหลังเล็กๆที่วิ่งห่างออกไปเรื่อยๆจนลับตาเข้าโรงอาหารไป

ความรู้สึกชาวูบและเจ็บจี๊ดๆฃเข้ามาในอกข้างซ้าย แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วว่าการเข้าหาเธอในครั้งนี้มันไม่ง่าย แต่พอโดนปฏิเสธซึ่งๆหน้าติดกันสองครั้ง มันก็แอบทำให้คนที่ไม่เคยง้อใครอย่างเขารู้สึกแย่ลงไปเหมือนกัน

“ใจแข็งขึ้นเยอะเลยนะเรา”

เขาพึมพำเสียงแผ่ว แต่เพียงไม่นาน รอยยิ้มจางๆก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลา แววตาคมกริบที่เคยหม่นแสงลงวูบหนึ่งกลับมาเปล่งประกายความมุ่งมั่นอีกครั้ง

ต่อให้ต้องโดนปฏิเสธอีกสิบครั้ง หรือร้อยครั้ง เขาก็ไม่มีวันยอมแพ้หรอก

ร่างสูงหมุนตัวกลับหลังหัน ถือแก้วชานมไข่มุกที่เริ่มมีหยดน้ำเกาะเดินกลับไปยังโรงอาหารของคณะของตัวเองเพื่อไปรวมกลุ่มกับเพื่อนสนิทของตัวเอง

“ไอ้เชี่ยโซ่! มึงเอาอะไรมาอีกแล้วเนี่ย!”

เกียร์โวยวายขึ้นเป็นคนแรกทันทีที่เห็นโซ่เดินหน้าตายเข้ามาที่โต๊ะม้าหินอ่อนประจำกลุ่ม พร้อมกับแก้วชานมไข่มุกในมือ

“เมื่อเช้ามึงหิ้วเค้กสตรอว์เบอร์รีมา ไอ้พายมันยังกินไม่ทันหมดกล่องเลยนะเว้ย นี่มึงเอาชานมไข่มุกมาอีกแล้ว” เกียร์บ่นกระปอดกระแปดพลางชี้มือไปยังกล่องเค้กที่พร่องไปแค่ครึ่งเดียวบนโต๊ะ

“บ่นอะไรนักหนาวะไอ้เกียร์ ของฟรีกินๆไปเถอะน่า มึงไม่กินกูกินเอง”

พะพายหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มเอื้อมมือไปคว้าแก้วชานมไข่มุกจากมือของโซ่มาเจาะหลอดดูดอย่างอารมณ์ดี

“อืม หวานร้อยซะด้วย ถูกใจกูเลย ขอบใจมากเพื่อนรัก”

“ไม่เป็นไร ยินดี” โซ่ตอบสั้นๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับซีนที่กำลังนั่งกดโทรศัพท์มือถืออยู่เงียบๆ

“นี่กูถามจริงนะเว้ยไอ้โซ่” ซีนละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาจริงจัง

“การจะง้อคนๆนึง หรือการตามจีบใครสักคนเนี่ย มันยากขนาดนี้เลยเหรอวะ? ขนาดมึงหล่อตัวท็อปคณะขนาดนี้ น้องเขายังเมินมึงเช้าเมินมึงเย็น”

คำถามของซีนทำเอาโต๊ะกินข้าวเงียบลงไปชั่วขณะ โซ่เลิ่กคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองหน้าซีนด้วยแววตาจับผิด ก่อนจะแกล้งถามกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

“นี่มึงถามเพราะอยากรู้เรื่องของกู หรือมึงกำลังหาข้อมูลเป็นแนวทางของตัวเองอยู่วะไอ้ซีน”

“แค่กๆ!”

พะพายที่กำลังดูดชานมไข่มุกอยู่ถึงกับสำลัก เธอชะงักกึก ไอค่อกแค่กหน้าแดงก่ำ ขณะที่ซีนหน้าตึงขึ้นมาทันที

“แนวทางพ่องมึงดิ! กูแค่ถามดูเฉยๆ เห็นมึงเป็นหมาหงอยกูก็แค่สงสาร เสือกมาจี้จุดกูอีกไอ้เวรนี่!” ซีนด่ากลับเสียงขุ่นพลางยกเท้าเตะหน้าแข้งโซ่ใต้โต๊ะเบาๆ

โซ่หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีที่สามารถกวนประสาทเพื่อนได้ ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของเกียร์ที่นั่งอยู่ข้างๆกลับแอบลอบมองปฏิกิริยาของพะพายที่ชะงักไปเมื่อครู่อย่างเงียบๆ

แววตาของเกียร์แฝงความสงสัยบางอย่าง แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บมันไว้และดึงบรรยากาศให้กลับมาเป็นเรื่องของโซ่ตามเดิม

“เออๆเลิกกัดกันก่อนพวกมึง” เกียร์รีบแทรกขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนประเด็น

“กูขอถามแบบจริงจังเลยนะไอ้โซ่ มึงกะจะเดินหน้าง้อน้องเจ้าขาแบบนี้จริงๆเหรอวะ?”

โซ่หยุดหัวเราะ ใบหน้าหล่อเหลากลับมาสุขุมและนิ่งสนิทตามเดิม

“แล้วมึงคิดว่ากูทำเล่นๆหรือไง” โซ่ถามกลับ

“ก็กูไม่เคยเห็นมึงง้อใครไงวะ!” เกียร์ทำหน้าจริงจัง

“ปกติมีแต่สาว เดินเข้าหา มึงยืนนิ่งๆ เขาก็พร้อมจะถวายตัวให้มึงแล้ว แต่นี่มึงเล่นวิ่งตามเขา ซื้อขนมไปประเคน โดนเขาเมินใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า มึงก็ยังหน้ามึนเดินหน้าต่อ กูเลยแปลกใจไง ว่าน้องคนนี้เขามีอิทธิพลกับมึงขนาดนั้นเลยเหรอวะ”

พะพายที่เช็ดปากเสร็จแล้วพยักหน้าเห็นด้วยกับเกียร์

“นั่นดิ กูเป็นเพื่อนมึงมาตั้งสามปี ไม่เคยเห็นมุมนี้ของมึงเลยนะเว้ย”

โซ่นิ่งฟังคำถามของเพื่อนสนิท เขาทอดสายตามองออกไปนอกโรงอาหาร ภาพของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่เคยวิ่งตามหลังเขาต้อยๆในอดีตซ้อนทับกับภาพของหญิงสาวผมไฮไลท์แดงที่เพิ่งวิ่งหนีเขาไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

รอยยิ้มบางเบาแต้มขึ้นที่มุมปากของโซ่ มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรัก ความโหยหา และความรู้สึกผิดที่ผสมปนเปกัน

“จริงดิ" โซ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น

"กูไม่เคยจริงจังกับอะไรเท่านี้อีกแล้ว”

เกียร์ ซีน และพะพาย มองหน้ากันอย่างอึ้งๆกับคำสารภาพที่ตรงไปตรงมาของเพื่อน

“มึงรู้ไหม กว่ากูจะรู้ตัวว่าน้องเขาส่งผลต่อจังหวะหัวใจของกูมากแค่ไหน กูก็เป็นคนผลักเขาออกไปจากชีวิตกูด้วยมือของกูเองแล้ว” โซ่พูดต่อแววตาของเขาฉายความเจ็บปวดลึกๆ ที่ซ่อนอยู่มาตลอดสามปี

“ตอนนั้นกูมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ต้องยอมปล่อยน้องไป กูยอมกลายเป็นคนใจร้ายในสายตาน้อง เพื่อให้น้องไปเจอสิ่งที่ดีกว่า”

“แล้วตอนนี้ล่ะวะ?” ซีนถามขึ้นเสียงเบา

โซ่หันกลับมาสบตาเพื่อนทั้งสามคน ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงอย่างถึงที่สุด

“ตอนนี้กูพร้อมแล้ว กูไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องห่วงอีกแล้ว” เขากำหมัดที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ

"กูเคยปล่อยน้องไปแล้วครั้งหนึ่ง และครั้งนี้กูจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นอีก ต่อให้น้องจะวิ่งหนีกูอีกร้อยรอบ กูก็จะวิ่งตามไปดึงเขากลับมาให้ได้”

บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบ เกียร์ถึงกับยกมือขึ้นตบไหล่เพื่อนเบาๆอย่างให้กำลังใจ

“เออ! พูดได้หล่อมากสมกับเป็นเพื่อนกู” เกียร์ยิ้มกว้าง

“มึงลุยเต็มที่เลยไอ้เสือโซ่ ถ้ามีอะไรให้พวกกูช่วยก็บอก กองหนุนวิศวะพร้อมซัพพอร์ตมึงเสมอ!”

“ใช่ๆ” พะพายเสริม

“แต่วันหลังมึงถามน้องเขาก่อนนะว่าอยากกินอะไร ไม่ใช่มึงซื้อมามั่วๆ แล้วกูต้องมารับกรรมกินแทนจนน้ำหนักจะขึ้นแบบนี้”

“เออ กูจะพยายามแล้วกัน” โซ่ตอบรับพลางส่ายหัวเบาๆ

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อก เปิดหน้าจอแชทแอปพลิเคชันสีเขียวที่เขาเพิ่งจะไปขอเอาไอดีของเจ้าขามาจากแม่ของเธอเมื่อคืนนี้ นิ้วยาวพิมพ์ข้อความสั้นๆลงไปแล้วกดส่งทันที

(So : ตอนเย็นรอที่หน้าตึก เลิกเรียนแล้วพี่จะไปรับ)

(So : ถ้าหนีกลับก่อน พรุ่งนี้พี่จะเดินไปอุ้มหนูถึงในห้องเรียนเลยคอยดู)

โซ่กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง ปฏิบัติการง้อเด็กดื้อ มมันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 36 - จบบริบูรณ์

    ช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดและมรสุมชีวิตได้ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้นแล้ว ในที่สุดช่วงเวลาที่นักศึกษาทุกคนรอคอยอย่างช่วงปิดเทอมก็มาถึงเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จที่ครอบครัวของเจ้าขาหลุดพ้นจากคดีความ และฉลองการสอบเสร็จที่แสนจะสูบพลังงาน แก๊งหนุ่มวิศวะสุดป่วนจึงได้จัดทริปแพ็กกระเป๋าขับรถมาตั้งแคมป์พักผ่อนกันที่ลานกางเต็นท์ริมแก่งน้ำตกแห่งหนึ่งในจังหวัดที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและภูเขาบรรยากาศยามค่ำคืนริมแก่งน้ำตกนั้นแสนจะเย็นสบายและสดชื่น เสียงน้ำไหลกระทบโขดหินดังซู่ซ่าสลับกับเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ร้องระงมอยู่รอบลานกางเต็นท์ แสงไฟประดับสีส้มดวงเล็กๆ ถูกนำมาห้อยโยงยางระหว่างต้นไม้ใหญ่ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูกตรงลานกว้างด้านหน้าเต็นท์พัก กองไฟกองใหญ่กำลังลุกโชนให้ความอบอุ่น แก๊งเพื่อนสนิทอย่างเกียร์ พะพาย และเพื่อนคนอื่นๆ กำลังนั่งล้อมวงย่างบาร์บีคิวและพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานเฮฮาทว่า... ห่างออกไปจากความวุ่นวายของกลุ่มเพื่อน บริเวณริมแก่งน้ำที่ค่อนข้างมืดและเงียบสงบร่างสูงของโซ่ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงวอร์มสบายๆ กำลังเดินกุมมือเล็กของเจ้าขาเอาไว้แน่น ทั้งสองคนเดินเคียงข้างก

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 35 - รางวัล

    ติ๊ด... แกร๊ก!เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้น ก่อนที่บานประตูคอนโดหรูจะถูกผลักเปิดออก ร่างเล็กของเจ้าขาก้าวเดินเข้ามาด้านในด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบเดือน ความหนักอึ้งที่เคยกดทับบ่าจนแทบหายใจไม่ออกได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว วันนี้ครอบครัวของเธอได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา และคนที่มอบมันให้ก็คือผู้ชายร่างสูงที่กำลังเดินตามหลังเธอเข้ามาติดๆเธอถอดรองเท้าส้นสูงออก วางกระเป๋าสะพายใบเล็กไว้บนเคาน์เตอร์หน้าประตู เธอกำลังจะหันไปถามเขาว่าอยากดื่มน้ำเย็นๆ หรือเปล่า ทว่า... ยังไม่ทันที่ร่างเล็กจะได้ขยับตัวก้าวเดินไปไหนหมับ!ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็สอดเข้ามารวบกอดรัดที่เอวคอดกิ่วของเธอจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว! แผ่นหลังบางถูกดึงให้เข้าไปแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อของโซ่จนไร้ช่องว่าง ลมหายใจร้อนระอุของเขาเป่ารดลงมาที่ต้นคอขาวเนียน ทำเอาคนถูกกอดสะดุ้งเฮือก“อ๊ะ... พี่โซ่!” เจ้าขาร้องอุทานเบาๆ มือบางรีบยกขึ้นมาจับท่อนแขนของเขาที่กอดรัดเอวเธอเอาไว้แน่น“ตกใจหมดเลยค่ะ มาแอบกอดข้างหลังทำไมเนี่ย ปล่อยก่อนเร็ว เจ้าขาจะไปเอาน้ำเย็นๆ มาให้ดื่ม ดื่มน้ำก่อนไหมคะ”“

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 34 - ข่าวดี

    รถสปอร์ตคันหรูแล่นไปตามเส้นทางที่แสนคุ้นเคย ทว่ายิ่งรถขับเข้ามาใกล้หมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์มากเท่าไหร่ คิ้วเรียวสวยของเจ้าขาก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นเท่านั้น เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของคนขับด้วยความสับสน“พี่โซ่คะ... นี่มันทางไปบ้านเจ้าขานี่นา พี่พาเจ้าขามาที่นี่ทำไมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ“ก็พามาส่งบ้านไงครับ วันนี้อากาศดีนะ ว่าไหม” โซ่ตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่ได้หันมามอง แววตาของเขามีประกายบางอย่างซ่อนอยู่“พี่โซ่! เรามาที่นี่ไม่ได้นะคะ!” เจ้าขาร้องเสียงหลง รีบเอื้อมมือไปแตะท่อนแขนของเขา“พี่ลืมไปแล้วเหรอคะว่าบ้านของเจ้าขาโดนกรมบังคับคดีติดป้ายอายัดเอาไว้แล้ว ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด ขืนเราเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวก็โดนตำรวจจับข้อหาบุกรุกหรอกค่ะ เลี้ยวรถกลับเถอะนะคะ เจ้าขากลัว”เธอละล่ำละลักบอกด้วยความร้อนรน ภาพที่เธอต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมาจากคอนโดเมื่อหลายวันก่อนยังคงหลอกหลอนจิตใจ เธอไม่อยากกลับไปเห็นภาพบาดตาบาดใจที่หน้าบ้านตัวเองอีกแล้วทว่าโซ่กลับไม่ได้ทำตามคำขอ เขาเพียงแค่ระบายยิ้มอบอุ่นที่มุมปาก ก่อนจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปในซอยบ้านของเธอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 33 - หลักฐานสำคัญ

    โซ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงศอกกับกางเกงสแล็คสีดำดูภูมิฐานและเป็นผู้ใหญ่กว่าทุกวัน เดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ ลวกๆ ก่อนจะเดินกลับมาหยุดอยู่ข้างเตียงคิงไซส์เขาทอดสายตามองใบหน้าสวยหวานที่กำลังหลับสนิท ริมฝีปากบางเผยอขึ้นน้อยๆ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากบทรักที่เร่าร้อนและลึกซึ้งตลอดทั้งคืนยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าของเธอโซ่โน้มตัวลงไปใกล้ๆ ริมฝีปากอุ่นจัดประทับจูบลงบนพวงแก้มนิ่มที่ยังคงมีรอยคราบน้ำตาจางๆ จากเมื่อคืนอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน“เจ้าขาไม่ต้องกลัวนะ” โซ่กระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและหนักแน่น“พี่จะจัดการทุกอย่างให้เอง เธอรอรับข่าวดีอยู่ที่นี่ได้เลย”ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะผละใบหน้าออกและหมุนตัวเดินจากไปนั้นเองหมับ!มือเล็กๆ ที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมา ก็เอื้อมมาคว้าจับเข้าที่ข้อมือหนาของเขาเอาไว้แน่น โซ่ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองทันที ดวงตากลมโตที่เคยหลับสนิท บัดนี้ค่อยๆ ปรือลืมขึ้นมาสบตากับเขา เจ้าขางัวเงียเล็กน้อย เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง มืออีกข้างดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังหน้าอกหน้าใจที่เปลือยเปล่าเอาไว้แน่น“อ๊ะ” ทันที

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 32 - ปล่อยให้พี่ทำนะ

    “อื้อ”เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาจากลำคอของเจ้าขา เมื่อริมฝีปากหยักได้รูปของโซ่บดเบียดลงมาอย่างลึกซึ้งและอ่อนโยน จูบที่เริ่มต้นจากการปลอบประโลมเพื่อลบล้างหยาดน้ำตา ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเรียกร้องและโหยหา ท่ามกลางความเงียบงันของห้องนั่งเล่นที่มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองสอดประสานกันฝ่ามือหนาของเขาประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กเอาไว้ ปรับองศาใบหน้าให้แนบชิดยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหอมหวานภายในโพรงปากอย่างช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบหรือจาบจ้วง ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่“พี่โซ่” เธอผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อหอบหายใจ ดวงตากลมโตที่เปื้อนคราบน้ำตาช้อนขึ้นมองเขาด้วยความรักที่หมดเปลือก“พาเจ้าขาเข้าห้องเถอะนะคะ”คำขอร้องที่แสนซื่อตรงและเต็มไปด้วยความไว้ใจ ทำเอาโซ่ชะงักไปชั่ววินาที เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาคมกริบสั่นไหวด้วยความตื้นตัน“เธอแน่ใจนะเจ้าขา” โซ่กระซิบถามเสียงพร่า นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยพวงแก้มใสอย่างเบามือ“ถ้าเธอเดินเข้าห้องไปกับพี่ตอนนี้... พี่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีพี่ไปไหนได้อีกแล้วนะ พี่จะกอดเธอไว้ทั้งคืนเลย”“เจ้าขาแน่ใจค่ะ” เธอตอ

  • โซ่ตรวนรัก ล่ามหัวใจเจ้าขา   - 31 - ความจริงที่พึ่งรู้

    “ตอนนั้น...”เสียงทุ้มต่ำของโซ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน เขายังคงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเจ้าขา ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างด้วยความสับสน“บริษัทของพ่อพี่กำลังมีปัญหาหนักมาก หนักจนถึงขั้นวิกฤต”“ปัญหาเหรอคะ” เจ้าขาทวนคำเสียงแผ่ว ริมฝีปากบางสั่นระริก“ใช่ครับ ปัญหาใหญ่มาก” โซ่พยักหน้าช้าๆ“มีคนในบริษัททุจริต ยักยอกเงินมหาศาลจนสภาพคล่องของบริษัทพังทลาย หนี้สินพอกพูนจนธนาคารเตรียมจะฟ้องร้องยึดทรัพย์ ตอนนั้นใครๆ ก็คิดว่าครอบครัวพี่ล้มละลายแน่ๆ พ่อของพี่เครียดจนเส้นเลือดในสมองเกือบแตก ต้องเข้าไอซียู ทรัพย์สินทุกอย่าง บ้าน รถ บัญชีเงินฝากกำลังจะถูกอายัด”เจ้าขานิ่งอึ้ง ร่างกายของเธอชาวาบไปหมด เรื่องราวที่เขาเล่ามา... มันช่างเหมือนกับฝันร้ายที่ครอบครัวของเธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน“ทำไมคะ ทำไมตอนนั้นเจ้าขาถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย คุณพ่อคุณแม่ของเจ้าขาก็ไม่เคยพูดถึง” เธอถามด้วยความงุนงง“เพราะคุณพ่อของพี่ขอร้องเอาไว้ครับ ท่านไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ถึงหูคนนอก ไม่อยากให้เป็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status