เข้าสู่ระบบพี่รู้ว่าตอนนั้นเจ้าขาเสียใจ แต่ไล่พี่ไปก็เหนื่อยเปล่า เพราะพี่ไม่มีวันยอมให้เจ้าขาหายไปไหนอีก
ดูเพิ่มเติม“ไอ้เกียร์ มึงจะรีบเดินไปไหนวะ เรียนตั้งสิบโมงนู่น”
เสียงบ่นพึมพำของซีนดังขึ้นท่ามกลางแสงแดดยามเช้าของมหาวิทยาลัย วันนี้เป็นวันเปิดภาคเรียนวันแรกของปีการศึกษา และพวกเขากำลังเริ่มต้นชีวิตในฐานะนักศึกษาคณะวิศวกรรมปี 3 อย่างเป็นทางการ
“เอ้า ไอ้ซีน มึงไม่รู้อะไร วันนี้วันแรกของพวกเฟรชชี่เว้ย”
เกียร์หันมาทำตาโตใส่ ท่าทางกระตือรือร้นพลางจัดคอเสื้อช็อปสีเลือดหมูของตัวเองให้เข้าที่
“ตึกบริหารอยู่แค่นี้เอง เดินเตร่ดูสาวๆหน่อยเป็นไรไป ถือว่าเป็นการชาร์จพลังก่อนไปเจอวิชาอาจารย์สมชายไงมึง”
“ชาร์จพลังหรือไปหม้อเขา เอาดีๆ”
พะพายหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มเอ่ยขัดขึ้นพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม เธออยู่ในชุดเสื้อช็อปแบบเดียวกันแต่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างคล่องแคล่ว
“เบาได้เบาค่ะเพื่อนเกียร์ เด็กๆพึ่งเข้าปีหนึ่งกันมาใสๆ มึงอย่าเพิ่งไปทำหน้าหมาใส่เขาเลย เสียชื่อวิศวะหมด”
“โธ่ พาย คนอย่างกูเขาเรียกว่าอัธยาศัยดี มีไมตรีจิตกับรุ่นน้อง”
เกียร์ยังคงเถียงข้างๆคูๆก่อนจะหันไปสะกิดคนที่เดินเงียบที่สุดในกลุ่ม
“ใช่มั้ยไอ้โซ่ มึงดูดิ วันนี้ตึกบริหารสีสันสดใสชะมัด” โซ่มองตรงไปข้างหน้าโดยไม่ได้สนใจเสียงของเพื่อนสนิทเท่าไรนัก
“เลิกหม้อเถอะมึงน่ะ รำคาญไอ้สัส” โซ่เปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเรียบเฉย
“โห คำก็หม้อ สองคำก็หม้อ ใจคอพวกมึงจะไม่ให้กูเจริญหูเจริญตาเลยเหรอวะ”
เกียร์แกล้งทำท่าเอามือกุมหัวใจอย่างเจ็บปวด แต่เท้าก็ยังคงก้าวเดินนำกลุ่มเพื่อนผ่านลานกว้างหน้าคณะบริหารที่กิจกรรมรับน้องใหม่พึ่งจะเริ่มต้นขึ้น
เสียงกลองสันทนาการและเสียงเชียร์ของรุ่นพี่คณะบริหารดังแว่วมาเป็นระยะ บริเวณนั้นเต็มไปด้วยเด็กปีหนึ่งที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่เต็มลาน
โซ่เดินตัดผ่านทางเดินฃกอย่างไม่คิดจะหันไปมอง ทว่าท่ามกลางเสียงจอแจและผู้คนนับร้อย สายตาคมกลับสะดุดที่มุมหนึ่งใกล้กับม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นหูกวาง
หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
ร่างสูงหยุดชะงักฝีเท้าลงในทันที ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพตรงหน้าทำให้ทุกอย่างรอบกายของเขาคล้ายจะหยุดหมุน
ที่ตรงนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักศึกษาพอดีตัว ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาสวย ผมสีดำสนิทฃที่มีไฮไลท์สีแดงขับให้ใบหน้าสวยหวานนั้นดูโฉบเฉี่ยว และสะดุดตากว่าใครทั้งหมดในบริเวณนั้น
แต่สิ่งที่สะกดให้โซ่ไม่สามารถละสายตาไปได้เลย ไม่ใช่บุคลิกภายนอกของเธอ แต่มันคือรอยยิ้ม
รอยยิ้มสดใสที่เธอกำลังส่งให้เพื่อน ยิ้มที่เหมือนโลกทั้งใบสว่างวาบขึ้นมาในพริบตา ยิ้มที่เขาเคยเห็นและฝังลึกอยู่ในความทรงจำมานาน
‘เจ้าขา...’
ชื่อนี้ดังสะท้อนขึ้นมาในอกของโซ่อย่างรุนแรง
“อ้าว ไอ้โซ่ หยุดเดินทำไมวะ” ซีนที่เดินตามมาเกือบชนหลังกว้างเอ่ยถามอย่างแปลกใจ
“มีอะไรเปล่าวะมึง มองอะไรอยู่”
พะพายถามพลางมองตามสายตาของเพื่อน แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้คำตอบ ร่างสูงของโซ่ก็ก้าวเดินออกไปทันที แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การเดินผ่านไปธรรมดา
โซ่ก้าวขายาวๆตรงไปยังทิศทางของตึกบริหารอย่างรวดเร็วและมั่นคง แววตาสุขุมคู่นั้นไม่มีความลังเลอยู่เลยแม้แต่น้อย
“เฮ้ย! ไอ้โซ่ มึงจะไปไหน ทางนี้มึง!” เกียร์ตะโกนเรียกตามหลังอย่างงงๆ
“บอกให้กูเลิกหม้อ แต่มันเดินดิ่งเข้าหาตึกบริหารเองเลยเหรอวะนั่น?”
“เออ แปลก ปกติไอ้โซ่มันเคยสนใจใครที่ไหน”
ซีนขมวดคิ้ว มองตามแผ่นหลังกว้างของเพื่อนสนิทที่ดูเหมือนจะหลุดเข้าไปในโลกส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว
“ตามไปดูเถอะ ท่าทางมันแปลกๆ” พะพายบอกพร้อมกับออกเดินตามโซ่ไปติดๆ
ในเวลานี้โซ่ไม่ได้ยินเสียงเรียกของเพื่อน ไม่รับรู้ถึงสายตาของคนรอบข้างที่มองมาที่เขา ร่างสูงที่เดินฝ่าฝูงชนเข้าไปในดงเด็กบริหารกลายเป็นจุดสนใจในทันที แต่เขาสนใจเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น
ภาพเด็กผู้หญิงตัวอ้วนกลมในวัย 3 ขวบที่ร้องไห้จ๋าเพราะทำไอศกรีมตกพื้น
ภาพเด็กสาวมัธยมต้นที่ชอบเดินตามหลังเขาเจื้อยแจ้ว ภาพเด็กสาวม.ปลายที่มองเขาด้วยสายตาตัดพ้อในวันที่เธอสารภาพรักและภาพของเธอที่หายไปจากชีวิตเขาโดยไม่มีแม้แต่คำลา
ทุกความทรงจำมันไหลกลับเข้ามาจนอกข้างซ้ายสั่นระรัว
ระยะห่างลดลงเรื่อยๆจนกระทั่งโซ่ไปหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังของหญิงเธอในระยะไม่ถึงสองก้าว อีกคนกำลังคุยกับเพื่อนสนิทของเธออย่างสนุกสนาน
“แจง เดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้เราไปกินชานมไข่มุกตึกนู้นกันนะ เห็นรุ่นพี่บอกว่าอร่อยมาก” เสียงหวานใสที่คุ้นเคยในความทรงจำเอ่ยขึ้น
“ได้สิเจ้าขา แต่ตอนนี้แกยืนบังทางคนอื่นหรือเปล่าเนี่ย เหมือนมีคนมายืนข้างหลังเลย”
แจงทักพลางมองข้ามไหล่ของเธอขึ้นมาด้วยสายตาตกตะลึงเมื่อเห็นผู้ชายร่างสูงหน้าตาหล่อเหลายืนนิ่งอยู่ข้างหลัง
หัวใจของโซ่เต้นรัวจนแทบทะลุออกมาจากอก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ริมฝีปากที่มักจะปิดสนิทอยู่เสมอนั้นขยับเอ่ยคำคำหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่ทว่าหนักแน่นและสั่นเครือในที
“เจ้าขา”
เสียงนั้นทำให้ร่างบางชะงักไปในทันที รอยยิ้มสดใสบนใบหน้าสวยค่อยๆจางลง ไหล่บางสั่นไหวเล็กน้อยคล้ายกับไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
น้ำเสียงแบบนี้... น้ำเสียงทุ้มต่ำติดกวนนิดๆที่เธอไม่มีวันลืม
เจ้าขาค่อยๆหมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมที่กำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว โลกทั้งใบของเธอก็คล้ายกับหยุดเคลื่อนไหวไปในพริบตา
ผู้ชายตัวสูงใหญ่ในชุดช็อปวิศวะ เรือนผมสีดำอันเดอร์คัทมัลเล็ตมัดครึ่งหัว ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าวันวานอย่างขัดตา แต่แววตาคู่นั้น... แววตาที่คอยมองและปกป้องเธอมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต
"พี่โซ่” เจ้าขาเอ่ยชื่อเขาออกมาในลำคอแผ่วเบา
หยาดน้ำตาเม็ดใสค่อยๆเอ่อคลอขึ้นมาที่ตาคู่สวยอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกมากมายที่ถูกเก็บกดไว้ตลอดเวลาที่ห่างหายกันไปมันทะลักออกมาเพียงแค่ได้เห็นหน้าเขาอีกครั้ง
ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งสองท่ามกลางเสียงของคนรอบข้าง โซ่มองลึกลงไปในดวงตาของเด็กสาวตรงหน้า แม้ภายนอกเธอจะดูโตขึ้น เปรี้ยวขึ้น จนแทบไม่เหลือคราบเด็กผู้หญิงคนเดิม แต่สายตาที่เธอมองเขานั้น มันยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
สายตาของ... เจ้าขา คนเดิมของเขา
“ถึงแล้วครับเด็กดื้อ ลงมาได้แล้ว”เสียงทุ้มของโซ่เอ่ยขึ้นพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันใหญ่ที่จอดสนิทลงตรงจุดจอดรถหน้าคอนโดหรู หลังจากที่พากันติดฝนและรอจนฝนซาเม็ดลง เขาก็บิดรถฝ่าถนนที่ยังคงเฉอะแฉะมาส่งคนตัวเล็กจนถึงที่หมายอย่างปลอดภัยเจ้าขารีบตวัดขาลงจากเบาะหลังอย่างรวดเร็ว เธอถอดหมวกกันน็อกใบโตส่งคืนให้คนขับพร้อมกับถอนหายใจยาวๆ วันนี้เธอเหนื่อยล้ามาทั้งวัน ทั้งเรียน ทั้งตกใจกับสิ่งที่เขาทำ แถมยังต้องมาติดฝนกับผู้ชายหน้ามึนคนนี้อีก“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” เจ้าขาเอ่ยสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พยายามคุมหน้าให้ตึงที่สุดเพื่อไม่ให้เขาได้ใจ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินเข้าล็อบบี้“เดี๋ยวสิ” โซ่ร้องเรียกพลางคว้าข้อมือเล็กเอาไว้เบาๆ เจ้าขาหันขวับกลับมามองค้อนทันที“อะไรอีกคะ ดึกแล้วนะ เจ้าขาจะขึ้นไปพักผ่อน!”“พี่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” โซ่หัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบทอดมองใบหน้าสวยที่ยังมีหยดน้ำฝนเกาะพราวอยู่เล็กน้อย“แค่จะบอกว่า... ขึ้นห้องไปแล้วก็รีบอาบน้ำสระผมด้วยนะรู้ไหม เมื่อกี้โดนละอองฝนไปตั้งเยอะ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”“รู้แล้วน่า เจ้าขาโตแล้วนะคะ ไม่ต้องมาสั่งเหมือนตอนสามขวบได้ไหม” เธอบ่นอุบอิบ
“ไหนพี่โซ่บอกว่าจะพาไปส่งที่คอนโดไงคะ แล้วไหงเลี้ยวรถมาจอดตรงริมแม่น้ำได้เนี่ย!”เสียงหวานดังขึ้นทันทีที่รถบิ๊กไบค์คันใหญ่ดับเครื่องยนต์ลงสนิท เจ้าขากระแทกส้นเท้าลงจากรถพร้อมกับถอดหมวกกันน็อกส่งคืนให้คนตัวโตด้วยใบหน้าง้ำงออย่างปิดไม่มิดแทนที่จะตรงกลับคอนโดเพื่อจะได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน ผู้ชายหน้ามึนกลับพาเธอขับรถกินลมชมวิวมาเรื่อยๆ จนมาโผล่ที่ริมแม่น้ำในยามค่ำคืนเสียอย่างนั้นโซ่รับหมวกกันน็อกมาแขวนไว้ที่แฮนด์รถ เขาลงจากรถแล้วหันมาส่งยิ้มกวนๆให้กับคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกหน้ามุ่ยอยู่“เพิ่งกินของหวานมาอิ่มๆ จะรีบกลับไปนอนทำไมเล่า มาเดินย่อยรับลมเย็นๆสักพักก่อนสิ บรรยากาศออกจะดี”“แต่เจ้าขาเหนื่อยแล้ว อยากกลับไปอาบน้ำนอนค่ะ” เธอเถียงคอเป็นเอ็น“มาถึงแล้วก็เดินเป็นเพื่อนพี่หน่อยเถอะน่า แค่แป๊บเดียวเอง... นะครับ”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนลงและติดจะออดอ้อนนิดๆ ทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก เจ้าขาเม้มริมฝีปากแน่น ตั้งใจจะปฏิเสธให้เด็ดขาด แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นแสงไฟระยิบระยับจากฝั่งตรงข้ามที่สะท้อนลงบนผืนน้ำสีเข้ม ประกอบกับสายลมเย็นๆที่พัดมาปะทะใบหน้า ความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ก็ค่อยๆมลายหายไปอย่
“แกเป็นอะไรเนี่ยเจ้าขา ทำท่าเหมือนหนีเจ้าหนี้มาทวงเงินอย่างนั้นแหละ” แจงทักขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนเอาแต่ชะเง้อมองไปมา“ปะ เปล่า ไม่มีอะไร ฉันแค่ดูรถเฉยๆว่าแท็กซี่ผ่านมาบ้างไหม” เจ้าขาตอบปัดๆแต่สายตายังคงสอดส่ายไปทั่วลานจอดรถข้อความข่มขู่ในแอปพลิเคชันไลน์ที่ถูกส่งมาจากพี่ชายหน้ามึนเมื่อตอนกลางวันยังคงฉายชัดอยู่ในหัว แค่คิดว่าผู้ชายตัวโตในชุดเสื้อช็อปวิศวะจะบุกเข้าไปในห้องเรียนของเธอจริงๆ เจ้าขาก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวแล้วแต่จะให้เธอยอมเดินไปหาเขาดีๆ อย่างนั้นเหรอ? ไม่มีทางหรอก!“งั้นฉันกลับก่อนนะเจ้าขา แฟนฉันมารับแล้ว นู่นไง” แจงชี้มือไปทางรถยนต์คันหนึ่งที่จอดรออยู่ “แกกลับเองได้แน่นะ ให้ฉันไปส่งไหม”“ไม่ต้องๆ แกกลับไปเถอะ ฉันกลับเองได้” เจ้าขารีบโบกมือลาเพื่อนสนิททันทีที่แจงเดินแยกออกไป เจ้าขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมตัวจะสับขาวิ่งหนีออกไปทางประตูหลังของคณะเพื่อหลบเลี่ยงเส้นทางหลัก ทว่าก้าวเท้าไปได้เพียงแค่ก้าวเดียว“น้องเจ้าขาครับ! หนูทางนี้! พี่โซ่มารับแล้วครับ!”เสียงทุ้มกังวานที่ถูกดัดให้ดังกว่าปกติหลายเท่าตัว ตะโกนก้องข้ามลานกว้างหน้าตึกมาอย่างจงใจเจ้าขาสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟ
“นี่กะจะหลบหน้าพี่จริงๆใช่ไหมเนี่ย เจ้าขา”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นแทรกความวุ่นวายบริเวณจุดจอดรถหน้าคณะบริหารธุรกิจ ทำเอาคนที่เพิ่งก้าวขาลงจากรถยนต์คันหรูของที่บ้านถึงกับสะดุ้งเฮือกเจ้าขาหันขวับไปตามเสียง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตา กำลังยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันเก่งของเขาอยู่ใกล้ๆ ใบหน้าหล่อเหลาของโซ่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปาก แววตาคมมองตรงมาที่เธออย่างรู้ทัน“พะ... พี่โซ่!” เธออุทานออกมาอย่างลืมตัว “มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ!”“ก็ขี่รถมาไงครับ หรือเจ้าขาคิดว่าพี่เหาะมา” โซ่ตอบหน้าตาย พลางก้าวขายาวๆเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่ข้างรถของที่บ้านเมื่อเช้านี้เจ้าขาจงใจตื่นแต่เช้าตรู่และรีบโทรเรียกคนขับรถของที่บ้านให้มารับที่คอนโด เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคนหน้ามึนที่ขู่ไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่าจะมารับไปมหาลัยเธอคิดว่าตัวเองรอดพ้นเงื้อมมือเขาแล้วแท้ๆ แต่ใครจะไปคิดว่ามอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของเขาจะซอกแซกฝ่าการจราจรมาถึงมหาลัยได้เร็วกว่ารถยนต์ของเธอเสียอีก“ไม่ได้ถามว่าขี่อะไรมาค่ะ! หมายถึงว่าพี่มารอเจ้าขาทำไม ในเมื่อเจ้าขาก็บอกแล้วว่าจะมาเอง” เจ้าขาตวาดใส่ พยายามปรับสีห