Mag-log inทุกสายตาแอบชำเลืองมองสองร่างที่เดินเข้าสำนักงาน ผู้เป็นพ่อที่จูงมือลูกชายเดินผ่านหน้าประชาสัมพันธ์ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ผิดกับเจ้าตัวเล็กที่กวาดสายตามองรอบบริเวณอย่างตื่นเต้นถึงแม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มานั่งเล่นในห้องทำงานของพ่อระหว่างที่รอให้แม่กลับถึงบ้าน
พนักงานสาวต่างสุมหัวซุบซิบหลังจากเจ้านายหนุ่มเดินลับตาไป ครั้นจะหาคำตอบจากคนสนิทอย่างเทวาก็คว้าน้ำเหลว
“อยากรู้ก็ถามบอสเองสิครับ?”
“ลูกบอสหรือเปล่า?
“แต่บอสยังไม่ได้แต่งงานนี่นา”
“โอ๊ย…ไม่แต่งงานก็มีลูกได้”
“แล้วแม่เด็กล่ะ มีใครเคยเจอสักครั้งหรือยัง?”
“ไม่เคยนะ”
“ทำไมไม่ลองถามเด็กดูล่ะ”
“เธอก็เดินเข้าไปถามสิในห้องบอสน่ะ”
“พูดเป็นเล่น” และต่างเดากันไปต่างๆ นานาอย่างสนุกปาก
และแน่นอนว่าเรื่องนี้ถึงหูลลิตาอยู่แล้วจากที่ผูกมิตรกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ไว้ขอให้ส่งข่าวหากมีความเคลื่อนไหวของภูวดล
เจ้าหน้าที่การเงินวางแฟ้มรายงานการเบิกจ่ายประจำเดือนที่สูงผิดปกติบนโต๊ะทำงานประธานหนุ่ม พร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดคร่าว ๆ ที่อยู่ในแฟ้มให้เจ้านายฟัง
“พ่อครับ”
“ภูต่อเสร็จแล้วนะครับ พ่อมาดูเร็ว”
เสียงที่กำลังรายงานเจ้านายอยู่สะดุดทันที และหันไปมองเด็กชายตาแป๋วที่กำลังเดินตรงมา
ภูวดลละสายตาจากแฟ้มตรงหน้ามองไปตามเสียงเรียกพร้อมกับร่างเจ้าตัวเล็กที่เดินมาถึงโต๊ะทำงานของพ่อ หลังจากนั่งต่อจิ๊กซอว์อยู่อีกมุมที่มีพาร์ทิชั่นกั้นอยู่
“พ่อทำงานอยู่ครับ เสร็จแล้วเดี๋ยวไปดูนะ”
บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มบางๆ ส่งให้ และหันกลับมาฟังรายงานต่อพร้อมกับรอยยิ้มที่เลือนหายไปแทนที่ด้วยความเคร่งขรึมทันที เจ้าหน้าที่สาวรายงานต่อจนเสร็จก็ค้อมศีรษะเดินออกห้องไป
“พ่อ?”
เธอทวนสิ่งที่ได้ยินในห้องเมื่อครู่ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากดวงตาไหวระริกตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่เดินแกมวิ่งอย่างเร่งรีบ สุดท้ายเธอก็เป็นคนแรกที่รู้ว่าเด็กที่อยู่ในความสนใจของพนักงานตอนนี้เรียกบอสว่า “พ่อ”
“พ่อเหรอ?”
“ใช่”
“แล้วบอสก็แทนตัวเองว่า…พ่อ…ด้วย” เธอยืดยกเล่าอย่างภาคภูมิใจกับข้อมูลที่ได้มา
และเรื่องนี้ก็ขยายออกเป็นวงกว้างในวงสนทนาของพนักงานในบริษัทอย่างรวดเร็ว
ภูวภัสตื่นเต้นจนนอนไม่หลับที่รู้ว่าพรุ่งนี้พ่อจะพาไปเที่ยวสวนสนุกในช่วงปิดเทอมและขอให้พ่อนอนค้างด้วยกันในคืนนี้
“แม่ครับให้พ่อดลนอนที่บ้านทุกวันไม่ได้เหรอครับ? ทำไมต้องอาทิตย์ละสามวันด้วย”
หลังจากที่เธอเพิ่มสิทธิ์ให้เขาแล้วจากสองวันเป็นสามวันแต่เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่พอใจ
“….”
มุกดาที่ทำตาปริบ ๆ ไม่รู้จะตอบลูกยังไง
“ภูอยากให้พ่อกับแม่นอนกับภูด้วย ทำไมถ้านอนกับพ่อต้องไม่ได้นอนกับแม่ ถ้านอนกับแม่ก็ไม่ได้นอนกับพ่อ น้ำขิงยังนอนกับพ่อแม่ที่เตียงเดียวกันได้เลยครับ”
“….”
นิ่งเงียบทั้งพ่อและแม่
“นะครับแม่มุก…ภูอยากให้พ่ออยู่ด้วยทุกวัน” อ้อนตาแป๋ว
“เอ่อ…แต่พ่อคงอยู่ด้วยทุกวันไม่ได้หรอกค่ะ ที่นี่บ้านเราไม่ใช่บ้านพ่อ พ่อก็ต้องกลับบ้านตัวเองด้วย”
เด็กน้อยนทำหน้างงกับคำพูดที่ฟังไม่ขึ้นของผู้เป็นแม่ได้แต่ทำหน้าเศร้า
ภูวดลที่รู้สึกสงสารเจ้าตัวเล็กจับใจจากแววตาที่สื่อออกมา แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะช่วยลูกให้สมหวังได้ยังไง เขาเองมีพ่อมีแม่ครบในช่วงเยาว์วัยมันช่างเป็นความสุขที่สุดวิเศษในความทรงจำที่แสนอบอุ่นนั้น คนขาดความรักที่เอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่อย่างเธอจะเข้าใจอะไรได้ แต่เอาไว้ค่อยคิดหาวิธีอีกครั้งก็แล้วกัน
ตุ๊กตาซุบเปอร์ฮีโร่เดินได้ตัวใหญ่ที่ยืนรอต้อนรับเด็กๆ ที่หน้าประตูทางเข้าสวนสนุกสร้างความตื่นเต้นให้ภูวภัสไม่น้อย ใช่ช่วงเช้าของวันหยุดสุดสัปดาห์และเป็นช่วงปิดเทอมจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้คนสร้างบรรยากาศคึกคักสนุกสนาน
เสียงกรีดร้องและหัวเราะจากการเล่นเครื่องเล่นมากมายที่แว่วมาให้ได้ยินจากรอบทิศทาง ประสานกับเสียงเพลงจังหวะครื้นเครงจากโซนกิจกรรมครอบครัวสร้างความตื่นเต้นให้ไม่แพ้กัน
หลังจากแลกตั๋วที่จุดบริการเรียบร้อยแล้ว สองมือซ้ายขวาของภูวภัสจูงมือพ่อและแม่วิ่งเข้าไปด้านใน ใบหน้าสดใสของเจ้าตัวเล็กแหงนเงยขึ้นมองรถไฟเหาะด้านบนที่กำลังวิ่งตามรางด้วยความเร็วแววตาที่เปล่งประกายความตื่นเต้นจนเห็นได้ชัด
“แม่ครับภูอยากเล่นอันนั้น ชี้ไปที่รถไฟที่ลอยอยู่บนรางกลางอากาศ”
“ไม่ได้ค่ะภูยังเด็กอยู่เล่นไม่ได้”
“แล้วเด็กเล่นอะไรได้บ้างละครับ พ่อดลครับ” หันมาขอความเห็นจากพ่อ
“เดี๋ยวเดินดูให้ทั่วก่อนไหมชอบอะไรแล้วค่อยเล่น”
“ได้ครับ”
สามพ่อแม่ลูกเริ่มต้นด้วยการล่องแก่งมินิสำหรับครอบครัว จะให้นั่งกับแม่สองคนก็ไม่เอา ให้นั่งกับพ่อก็ไม่ยอม สิ่งที่เจ้าตัวเล็กต้องการคือต้องมีทั้งพ่อและแม่ ไหน ๆ ก็พาลูกมาแล้วเธอก็ต้องให้ลูกสนุกสมกับภาพที่เขามโนไว้ในหัวตั้งแต่เมื่อวานก็แล้วกัน
ต่อด้วยนั่งรถไฟชมบรรยากาศรอบสวนสนุก และเจ้าตัวเล็กที่ขับรถมินิแข่งกับเด็กคนอื่นๆ ตามด้วยรถไฟมินิบนรางสำหรับเด็ก ๆ และขอแม่เล่นทุกอย่างในโซนเด็กเล็กและเด็กโต แต่ผู้เป็นแม่อนุญาตเฉพาะที่ไม่ผาดโผนจนเกินไปเท่านั้น และดูเหมือนเจ้าตัวเล็กจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเอาเสียเลย
“เที่ยงแล้วภูต้องไปกินข้าวก่อนนะลูกเดี๋ยวหมดแรงเสียก่อน”
“ได้ครับ”
ตรงไปยังโซนอาหารที่แทบจะมีทุกอย่างครบครันทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ระหว่างที่นั่งรออาหารภูวภัสที่พูดไม่หยุดปากสาธยายความรู้สึกของตัวเองระหว่างที่อยู่บนเครื่องเล่น พร้อมบวกความเว่อร์วังเข้าไปจนผู้เป็นพ่อและแม่ที่เผลอหัวเราะออกมาพร้อมกันในความขี้โม้ของเขา
มุกดาที่ฉีกยิ้มกว้างหัวเราะจนเห็นฟันขาวพร้อมเสียงหัวเราะสดใส พร้อมกับภูวดลที่เผลอหัวเราะออกมา สองสายตาบังเอิญหันมาสบกันค้างอยู่ก่อนที่มุกดาจะเฉมองไปทางอื่นค่อย ๆ หุบยิ้มลง พร้อมกับอาหารที่ถูกยกมาวางบนโต๊ะ
“ว้าวน่ากินจัง” เจ้าตัวเล็กที่หิวแต่ยังห่วงเล่น ตาโตเมื่อเห็นเมนูโปรดที่แม่สั่งให้ตรงหน้า
“กินไปก่อนนะเดี๋ยวพ่อมา”
ภูวดลลุกจากเก้าอี้เดินหายไปสักครู่และกลับมาพร้อมแก้วกาแฟสำหรับตัวเอง พร้อมน้ำผลไม้ปั่นอีกสองแก้วสำหรับสองแม่ลูก
“ขอบคุณครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
หลังจากมื้ออาหารกลางวันผ่านไป เลือกผ่อนคลายสบายๆ ด้วยการร่วมเล่นเกมชิงของรางวัลในโซนครอบครัว แต่ผู้เป็นแม่ที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำปล่อยให้สองหนุ่มไปร่วมสนุกกันเอง
มุกดานั่งพักขาที่ล้าจากการเดินตามเจ้าตัวเล็กที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ กวาดสายตามองรอบบริเวณสวนสนุกที่รายล้อมไปด้วยผู้คน คู่รักหลายคู่ และหลากหลายครอบครัวที่จูงมือกันเดินผ่านหน้าเธอไป
ผ่อนลมหายใจทิ้งจะมีสักกี่ครอบครัวที่อยู่เพื่อลูกโดยปราศจากความรักเหมือนเธอกับภูวดล มองไปทางไหนก็สื่อได้ถึงความรักที่มอบให้กัน สามีที่อุ้มลูกผู้เป็นภรรยาที่ยกแก้วน้ำป้อนที่ปาก คุณยายที่จูงมือหลานส่วนคุณตาที่ถือกระเป๋าสีหวานให้คุณยาย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของความสุขที่สัมผัสได้พลอยยิ้มตามความสุขกับภาพตรงหน้านั้น
ชีวิตคนเราจะเอาอะไรมาเพอร์เฟคทุกอย่างคงเป็นไปไม่ได้
“ไม่เป็นไร”
เธอบอกตัวเอง แค่ภูวภัสมีความสุขไม่ว่าพ่อและแม่จะรักหรือไม่รักกันก็ช่างเถอะ สักวันเขาโตขึ้นคงเข้าใจอะไรได้ดีเอง และเดินกลับไปที่จุดนัดเจอ
“แม่ครับ” เด็กชายชูถุงลูกโป่งหลากสีที่เล่นเกมจนได้รางวัลมาอวดแม่
“ภูกับพ่อดลเล่นเกมชนะได้รางวัลเป็นลูกโป่งครับ”
“ว้าว…เก่งจัง”
เธอนั่งลงที่สนามหญ้าข้างเด็กน้อย ภูวดลกำลังปั๊มลมเข้าลูกโป่งให้ลูกที่นั่งลุ้นอยู่ข้าง ๆ
“เอาลูกโตๆ เลยนะครับพ่อดล”
“ได้อยู่แล้ว”
โป๊ะ!
ลูกโป่งที่แตกเสียงดังในระยะใกล้หู พร้อมคนที่สะดุ้งสุดตัวทั้งแม่และลูก พร้อมเสียงหัวเราะแบบไม่กั๊กสองเสียงประสานกัน
เป็นครั้งแรกของภูวดลที่ได้มองใบหน้าของหญิงสาวในระยะใกล้อย่างพินิจพิเคราะห์ แววตาที่ดุและจริงจังของเธอตอนนี้ส่งประกายแวววาวสดใส รอยบุ๋มที่มุมปากข้างเดียวบวกกับแก้มป่องน่าหยิกของเธอมันทำให้เจ้าของรอยยิ้มดูละมุนน่ารักอย่างปฏิเสธไม่ได้
เพิ่งรู้ว่าภูวภัสถอดแบบรอยบุ๋มนั้นมาจากแม่นี่เองเพียงแต่อยู่คนละข้างเท่านั้น จนเจ้าของรอยยิ้มหันมาเจอสายตาที่ไหลไปกับความคิดของเขามันมีอะไรแปลกๆ บางอย่างที่มุกดารู้สึกได้ เธอหัวเราะค้างเมื่อสบตากับเขา พาลทำอะไรไม่ถูกกับสายตาคมที่มองไม่ยอมหลบนั้น ก่อนจะคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดูดแก้เก้อ กลืนน้ำลงคอและชะงักมองแก้วที่ถืออยู่ในมือ ไม่ใช่แก้วน้ำผลไม้ปั่นของตัวเอง แต่มันเป็นแก้วกาแฟของเขาและรีบวางลงทันที ภูวดลที่แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น
“พ่อดล”
เสียงเด็กเตือนให้เขาหันกลับมาอยู่กับการปั๊มลูกโป่งอีกครั้ง
“เดี๋ยวพ่อทำให้ใหม่”
“ห้ามแตกอีกนะครับ เมื่อกี๊ภูตกใจหมดเลย”
พร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ ประสานกันของสองพ่อลูก
เมื่อได้ลูกโป่งใบโตสมใจก็ลุกจากที่นั่งพาเจ้าตัวเล็กเดินเล่นต่อ ภูวดลหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดูดจนเกือบหมดแก้วอีกมือจูงภูวภัส มุกดาที่ปรายตามองหลอดในแก้วกาแฟของเขาที่เธอเพิ่งดูดไปเมื่อครู่ก่อนเฉมองไปทางอื่น
รถวิ่งออกจากสวนสนุกก็พลบค่ำแล้ว เนื่องจากเจ้าตัวเล็กที่เอาแต่สนุกไม่มีทีท่าว่าจะอยากกลับแม้แต่น้อยจนผู้เป็นแม่ต้องปะเหลาะอยู่หลายรอบ
“วันนี้ภูสนุกมากเลยครับ วันหลังมาอีกนะครับพ่อดล”
“ไม่เห็นให้รางวัลพ่อเลยที่พามาเที่ยว” พูดอย่างอารมณ์ดี
“พ่อดลอยากได้อะไรครับ?”
“อืม…” ทำท่าครู่นคิด
ทำแก้มป่องขณะที่มือยังกำพวงมาลัยขับรถอยู่ พร้อมกับเจ้าตัวเล็กที่โน้มตัวไปหา มือคล้องคอพ่อโน้มลงมาหอมแก้มฟอดใหญ่
“ภู…พ่อขับรถอยู่ค่ะ” เสียงแม่ที่ดุมาจากเบาะหลัง
“ภูกำลังให้รางวัลพ่อดลครับ” ส่วนคนขับที่ยิ้มทะเล้นกับลูกชาย
“วันนี้พ่อดลนอนที่บ้านกับภูนะครับ”
“….”
ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้เป็นพ่อเพราะรู้ว่าใช้สิทธิ์เกินแล้วในสัปดาห์นี้ มุกดาที่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเขี่ยไปมา
อาหารมื้อค่ำที่กินจากข้างนอกมาเรียบร้อยทำให้แม่ครัวได้มีเวลาผ่อนคลาย เพียงแค่ทำงานบ้านเล็กน้อยเท่านั้น และวันนี้เธอจะไม่ไล่เขากลับสักวันอยากนอนไหนก็นอนอย่างน้อยก็เพื่อภูวภัส และก็เป็นดังนั้นไม่ไล่เขาก็ไม่กลับจริงเสียด้วย
หลังจากอาบน้ำเสร็จภูวดลที่หาชุดนอนไม่เจอ ครั้งก่อนทิ้งลงตะกร้าไว้เธอคงเก็บไปซักให้ ร่างกำยำที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวห่อไว้อย่างหมิ่นเหม่ที่เอวสอบ หยดน้ำเกาะเต็มร่างบึกบึนนั้น ผมเปียกหมาดที่เช็ดอย่างลวกๆ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูและสบู่ที่อยู่บนเรือนร่างเขา
“ชุดนอนอยู่ไหน?”
มุกดาชะงักมือที่กำลังกวาดบ้านอย่างขะมักเขม้นอยู่ เงยหน้าขึ้นตามเสียงมองใบหน้าเขาที่จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว และเลยลงมาที่แผ่นอกเปลือยเปล่า ยอดอกสีชมพู ไล่ลงมาที่ซิกแพกแน่น ๆ นั้น หยุดอยู่ที่เอวสอบ ขนที่กล้ามท้องใต้สะดือยาวเรียงเป็นแถวลึกลงไปและหายไปใต้ผ้าขนหนู หันขวับหนีทันทีพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำขึ้นมาถึงใบหู
“พับอยู่ในตู้” และแกล้งทำเป็นไม่สนใจกวาดบ้านต่อไป
ภูวดลยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจกับอาการของเธอที่หลุดมาให้เห็น หล่อขนาดนี้ แน่นขนาดนี้ไม่เคลิ้มก็ให้มันรู้ไป และหันหลังเดินกลับเข้าห้องอย่างอารมณ์ดี
รถสปอร์ตคันหรูโลดแล่นตามถนนด้วยความเร็วเป้าหมายปลายทางคือรับลูกและเมียกลับบ้าน มือบังคับพวงมาลัยด้วยใจที่จดจ่อ สระบุรีใช้เวลาไม่นานก็จะได้เจอหน้าคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันมานี้ และซ้อมคำพูดที่เตรียมไว้ในหัวมากมายไปด้วยขณะขับรถ“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอร้องไห้”ไม่เอา ไม่เอา มันดูเหมือนตั้งใจให้มันเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เดี๋ยวเธอขึ้นอีกทำไง“คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”อันนี้ก็เหมือนตั้งใจแกล้งเธออยู่ดี“ฉันคิดถึงเธอกับภูมากกลับบ้านเรานะ”แล้วถ้าเธอไม่ยอมกลับล่ะ?โอ๊ย…ช่างมันเถอะขอให้เจอหน้าเธอกับลูกก่อนก็แล้วกันอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที ถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอกมุกดาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมพร้อมพาเจ้าตัวเล็กกลับไปหาพ่อ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ดื่มจนดึกดื่น แต่ก็สมน้ำหน้าชอบแกล้งคนอื่นดีนัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดบล็อกเบอร์เขา อมยิ้มน้อย ๆ จะรอดูว่าหลังจากเธอกลับไปเขาจะโวยวายวีนเธอยังไง“เราจะกลับกันแล้วใช่ไหมครับแม่มุก?”“ใช่จ้ะ”“แต่พ่อดลบอกว่ากำลังมารับเรานะครับ”“หือ…ว่าไงนะ?”“ตอนเช้าพี่ก็อตโทรมา ภูได้คุยกับพ่อดลแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะมารับภูกับแม
“ขนุน” ตะโกนเรียกเสียงดังขณะที่เดินลงบันไดมาจากชั้นบน“ขนุน” ตะเบ็งเรียกอีกครั้งเต็มเสียงพร้อมกับร่างของขนุนที่วิ่งออกมาจากในครัวทันที“คะคุณดล”“คุณมุกออกไปตอนกี่โมง?”“ก่อนคุณภูจะเลิกเรียนไม่นานค่ะ”“ไปกับใคร?”“ขนุนเห็นไปคนเดียวนะคะ”“มีกระเป๋าด้วยหรือเปล่า?”“มีค่ะสองใบ”“แล้วทำไมไม่บอก” มือเท้าสะโพกคิ้วย่นอย่างหัวเสีย“ก็…คุณดล…ไม่ได้ถามนี่คะ” พูดเสียงเบาหวิวหลบตาทันที“แล้วคุณมุกไม่บอกเหรอว่าจะไปไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ”“โธ่เอ้ย…แล้วทำไมไม่ถามล่ะอยู่บ้านยังไงถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง”ตะคอกเสียงดัง ขนุนสะดุ้งโหยง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้“ขนุนถามแล้วค่ะแต่คุณมุกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาแล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นรถไปเลยค่ะ”มือประสานกันก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้านาย หลับตาปี๋สลับกับกะพริบถี่ ๆ“ร้องไห้?”“ใช่ค่ะ”“ร้องจนตาบวมเป่งไปหมดเลยค่ะ ขนุนคิดว่า…ทะเลาะกับคุณดล…ก็เลยไม่กล้าถามเยอะค่ะ”“เฮ้ย…”“โยธา” ยืนอยู่กับที่แต่เสียงทรงพลังอย่างเหลือเฟือสิ้นเสียงเจ้าของชื่อก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ายืนมือประสานกันข้าง ๆ ขนุน เตรียมรับลูกระเบิดด้วยความพร้อมเพราะได้ยินเสียงโวยวายก่อนหน้าแล้ว“ครั
“วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะคุณมุกถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้?”ขนุนถามด้วยความสงสัยเมื่อนายหญิงลงมือปรุงอาหารเมนูโปรดของสองพ่อลูกเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากไปรับเด็กนักเรียนกลับมาถึงบ้านและปล่อยให้เล่นเตะฟุตบอลกับโยธาอยู่สนามหญ้ารอพ่อกลับมา“ช่วงนี้คุณดลเขางานยุ่งน่ะเห็นบ่น ๆ ว่ากับข้าวที่ทำงานไม่ค่อยถูกปาก”ไม่นานบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้รอสองพ่อลูกจนเต็มโต๊ะที่มีแต่เมนูโปรดของสองหนุ่มทั้งนั้นหลังจากเล่านิทานส่งลูกเข้านอนแล้วพ่อกับแม่ก็กลับห้อง ประตูห้องถูกปิดลงเพียงไม่นานภูวภัสก็ลุกมาเล่นหุ่นยนต์คนเดียว มุกดาและภูวดลที่เปิดดูพฤติกรรมของลูกจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือถึงส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวแสบ และเป็นอยู่อย่างนี้บ่อยครั้ง นี่แหละคือสาเหตุของการอยากนอนคนเดียวของเขา“คุณเหนื่อยไหมคะเทวาบอกว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งมาก” วางคางลงบนบนไหล่เขาที่นึ่งกึ่งนอนอยูบนเตียงใช้หมอนรองด้านหลังไว้ โอบกอดร่างเขาไว้หลวม ๆ“ให้มุกนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งงานอ่อยเบา ๆภูวดลวางมือลงกลางศีรษะของเธอลูบเรือนผมก่อนจะโยกเขย่าเบา ๆ“ไม่เป็นงานอย่าทำเป็นมาอ่อย”“แล้วอ่อยขึ้นไหมล่ะค
“ไม่ดีกว่าค่ะ” มุกดาพูดแทรกขึ้นยืนยันคำเดิมแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่“มุกอยากไปกับคุณดลแค่สองคนค่ะ มุกไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่สนิทค่ะมันอึดอัด” มือสอดประสานเข้าไปในมือหนาวางทับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือและส่งยิ้มให้“คุณอยากไปกับมุกสองคนหรืออยากให้คุณวินนี่ไปด้วยคะ?”“แล้วแต่เธอ” ภูวดลยักไหล่“แต่วินนี่มากับดลนะคะ”“เดี๋ยวมุกให้เด็ก ๆ เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พูดพลางยกมือเรียกพนักงานในร้านให้เดินมาหา”“เรียกแท็กซี่ให้คุณวินนี่ด้วยจ้ะ”“ค่ะคุณมุก”“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณวินนี่กลับเอง”“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปส่งพอดีลูกค้าเพิ่งแจ้งมาเมื่อครู่ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”เมื่อหล่อนตั้งใจมาเพื่อจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเขาทำไมยังต้องสนใจความรู้สึกของหล่อนด้วย การประสานงานก็ผ่านทางโรงพยาบาลอยู่แล้วไม่มีผลกระทบใด ๆ กับเขาเลยสักนิดที่จะไม่แคร์หล่อนวนิดาหน้าตาเหลอหลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหล่อนจริงหรือ หล่อนกำลังโดนผู้ชายเท ทั้งที่ออกตัวแรงจนล้อฟรีขนาดนั้น และนิ่งไปสักพักสมองพลางตื้อไปด้วยมุกดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับภูวดลมือยังไม่ปล่อยจากกัน“ขอบคุณคุณวินนี่
ทีมงานเว็บเพจของแบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ เริ่มปล่อยโปรโมทผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะพรีออเดอร์ในลอตแรกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาพิเศษ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วภูวดลพามุกดาเดินสำรวจร้านอาหารเก่าที่ปิดกิจการไปหลังจากที่เพื่อนเก่าของภูวนาถขอให้ช่วยซื้อไว้ในครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากประสบกับวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถประคับประคองไว้ได้“ตกแต่งหน้าร้านใหม่นิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้”เขาพูดขณะที่พาเดินตรวจทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงร่มรื่นเพราะเป็นสวนอาหารที่ยังคงมีต้นไม้ใหญ่หลงเหลือในกลางกรุง ลานจอดสะดวกสบาย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ภาพร้านในจินตนาการจากไอเดียของเธอผุดขึ้นในหัวมากมาย ส่วนโซนเครื่องดื่มเธอจะยังคงเก็บไว้สำหรับบริการลูกค้าอีกหนึ่งโซนที่จะเพิ่มเติมในอนาคตคือมุมสปาเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้รักสุขภาพและดูแลผิวหลังจากผ่านการอนุมัติจากรูปหล่อสายเปย์ การต่อเติมตกแต่งร้านก็เริ่มดำเนินการทันที และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการแล้ว“เปิดเป็นทางการเดือนหน้าแล้วเหรอคะดีใจด้วยนะคะ”แอนนาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อรับรู้
มุมนั่งต่อจิ๊กซอว์ของภูวภัสในห้องทำงานของพ่อกลายเป็นมุมทำงานของมุกดาชั่วคราวระหว่างที่รอห้องทำงานใหม่เสร็จสิ้น จากการเริ่มโครงงานเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ ซึ่งมีที่มาจากอักษรย่อของเขาและเธอ โดยจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือจ้างผลิตซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเตรียมสต๊อก และการจองขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นโดยมีที่ปรึกษาจากการแนะนำของแอนนาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์จนกระบวนการสุดท้าย ส่วนงานดูแลลูกค้านั้นมุกดาได้เซททีมงานไว้เรียบร้อยแล้วเธอทุ่มเทอย่างหนักในช่วงเวลาที่ภูวดลไปดูงานที่ญี่ปุ่น และตั้งใจจะเตรียมการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันเขากลับมา ต่างคนต่างยุ่งมีเพียงข้อความที่ส่งหากันเท่านั้นพร้อมกับรูปถ่ายคู่กับลูกที่ส่งไปให้เขาทุกวันมุกดายกข้อมือมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาและกดสายหาคนขับรถทันที หลังจากที่เธอออกมาดูโรงผลิตและงานออกแบบที่นัดประชุมกับผู้ผลิตไว้กับ ณวัฒน์ ที่ปรึกษามากประสบการณ์ที่เป็นธุระจัดการให้แทบทุกเรื่องอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนการประชุมจะยังไม่จบง่าย ๆ“ฮัลโหล…โยธาไปรับภูกลับบ้านได้เลยนะฉันคงกลับไม่ทัน”(“ครับคุณมุก”)และไม่ลืมที







