Masukหลังจากทำงานบ้านเสร็จเรียบร้อยหญิงสาวก็อาบน้ำเดินเข้าห้อง วันหยุดที่แสนจะเหนื่อยล้าจากการเดินจนขาลาก เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ปลายสายเป็นเพื่อนร่วมงานที่ส่งข้อความจะโทรมาเม้าท์มอยเรื่องงาน เอนตัวลงบนเตียงนอนคุยโทรศัพท์นานสองนานกว่าจะวางสายไป รอยยิ้มที่มีความสุขของลูกในวันนี้ผุดขึ้นมาในหัวทำให้เผลอยิ้มคนเดียว หลับตาผ่อนคลายเบาๆ ด้วยความอ่อนเพลียทำให้เผลอหลับไป
สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อถูกฝ่าเท้าเล็กๆ ถีบเข้าที่สะโพก เธองัวเงียลุกขึ้น ไฟในห้องถูกปิดแล้ว ตอนไหนกัน นี่เธอกลายเป็นคนนอนขี้เซาตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงไม่รู้สึกตัวได้ขนาดนี้ และที่สำคัญสองพ่อลูกนอนอยู่ข้างเธอ บนเตียงเดียวกัน ลุกพรวดขึ้นมาทันที กำลังอ้าปากจะวีนเขา
“ชู่ว” ภูวดลที่ส่งสัญญาณห้ามใช้เสียง นิ้วชี้วางทับที่ริมฝีปากและชี้ที่เจ้าตัวเล็กที่กอดพ่อแน่นและกำลังหลับอย่างสบายใจ
“กลับห้องคุณเลย” เธอกระซิบเสียงเบา
เขาชี้นิ้วบอกต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่ได้กลับห้องที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ตอนนี้ มุกดาโน้มตัวลงไป เอื้อมมือคว้าแขนเจ้าตัวเล็กออกจากอกพ่อ และทันทีที่ภูวภัสพลิกตัวเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็วและฟาดแขนลงที่แขนพับของแม่อย่างกะทันหันโดยไม่ทันตั้งตัวจนล้มฟุบลง พร้อมกับขาที่ตวัดพาดกอดลำตัวผู้เป็นแม่ไว้ นี่แหละคือความนอนดิ้นของเจ้าเด็กน้อย
ภูวดลถือโอกาสหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวให้สองแม่ลูก โน้มใบหน้าเข้าใกล้ฝังจมูกลงที่แก้มนุ่มนิ่มของลูกชายที่ซบอยู่ตรงหน้าอกแม่อย่างรวดเร็ว ก่อนตวัดสายตามองแม่เด็ก และเอนกายลงนอนซุกตัวลงใต้ผ้าห่ม เอื้อมมือปิดโคมไฟหัวเตียงอย่างเนียน ๆ
มุกดาผ่อนลมหายใจออกเบา ๆ อย่างยืดยาวกลัวเขาได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของเธอ รู้สึกชาวูบวาบที่ใบหน้า ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ทำบ้าอะไรของเขาตกใจหมดเลย เธอบ่นในใจ
“พ่อแม่น้ำขิงยังนอนเตียงเดียวกันได้เลย”
คำพูดของลูกแวบมาในหัว วันนี้ให้เขาสมหวังสักวันก็แล้วกัน
ภูวดลนอนลืมตามองเพดานอยู่นานสองนานก็ยังไม่มีท่าทีว่าสองแม่ลูกจะรู้สึกตัว เจ้าตัวเล็กที่เมื่อตอนหัวค่ำนอนตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ แต่ตอนนี้ปีนข้ามมาอีกฝั่งและนอนทับร่างใหญ่ฝั่งซ้ายของพ่ออยู่ มือน้อยๆ กอดที่ลำตัวพ่อไว้ ขาของเจ้าตัวเล็กพาดทับที่สะโพกของพ่อ
ส่วนร่างฝั่งขวาของภูวดลเป็นของมุกดาที่ก่อนหน้าจะเข้านอนเธอไล่ให้เขากลับไปนอนที่ห้อง แต่ตอนนี้เจ้าตัวกลับนอนหนุนไหล่ทับแขนชายหนุ่มจนเริ่มชาแล้ว มือของเธอสอดเข้าไปใต้แผ่นหลังของเขาเพื่อรับความอบอุ่นโดยที่เจ้าของมือยังไม่รู้ตัว อีกข้างโอบกอดลำตัวเขาและภูวภัสไว้ด้วยกัน
ภูวดลเอียงหน้าก้มลงมองคนที่ทับแขนจนชาไปถึงปลายมือแล้วตอนนี้แต่ยังไม่กล้าขยับเพราะกลัวเธอตื่น จมูกของสองใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ กลิ่นแชมพูจากเรือนผมของเธอบวกกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนกายปะทะจมูกเขาจนเผลอไหลไปตามกลิ่นนั้น ปากอวบอิ่มที่เผยอน้อยๆ และยังหลับใหลเหมือนขาดการนอนมายาวนาน ร่างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ หน้าอกที่เกยทับข้างลำตัวของเขาอยู่ตอนนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไม่มีบราห่อหุ้มเลยจากสัมผัสที่เขารับรู้ได้
เธอขยับตัวพลิกศีรษะไปมากับหัวไหล่ พร้อมผ่อนลมหายใจยืดยาว ปลายเท้าที่พาดกับขาเขาภายใต้ผ้าห่มนั้นถูไปมากับขาแข็งแรงอย่างแผ่วเบา และหยุดชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะถูสัมผัสอีกครั้ง และดึงขากลับอย่างฉับพลัน ภูวดลปิดเปลือกตาลงทันที
มุกดาเบิกตาโพลงแหงนมองใบหน้าเจ้าของไหล่ที่เธอหนุนอยู่ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ปลายเท้า หลับตาปี๋นึกเจ็บใจตัวเองที่หลับลึกแบบนี้ได้ยังไงกัน ค่อยๆ ดึงมือที่ซุกอยู่ใต้แผ่นหลังเขาออกมาอย่างเบามือ ยกศีรษะขึ้นช้าๆ หยิบผ้าห่มที่คลุมท่อนล่างอยู่ออกอย่างแผ่วเบา ค่อย ๆ ลุกจากเตียงนอน ก่อนที่นอนจะฟูขึ้นและรีบเดินออกห้องไปทันที
ภูวดลเปิดตาขึ้นหลังจากเสียงประตูห้องปิดลงกำมือเข้าออกอยู่สักพักเพื่อคลายอาการมึนชา พลิกตัวมาหาเจ้าตัวเล็กจูบลงที่หน้าผากเบาๆ คงเหนื่อยไม่ใช่เล่นกับวันหยุดที่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับสวนสนุกเมื่อวานถึงได้หลับลึกทั้งแม่ทั้งลูก เผลอยิ้มมุมปากเมื่อถึงนึกคนที่เพิ่งเดินออกห้องไปเมื่อครู่
เช้าวันหยุดที่ไม่ต้องเร่งรีบในการใช้ชีวิต หลังจากลุกจากที่นอนก็นั่งผ่อนคลายพร้อมแก้วกาแฟหอมกรุ่นตรงหน้า ภาพในห้องเมื่อครู่แวบเข้ามาในหัวหญิงสาวผ่อนลมหายใจออกเฮือกใหญ่
ดีนะที่เขาไม่ตื่นมาเห็นเข้าไม่งั้นคงขายขี้หน้าไม่น้อย ไล่เขากลับไปนอนห้องแต่ตัวเองนอนกอดเขาแน่นเพราะเข้าใจว่ากอดลูกอยู่ รู้สึกแปลกกับตัวเองที่หลับลึกได้ขนาดนั้นอาจจะเป็นเพราะความกังวลเกี่ยวกับลูกมันถูกแบ่งเบาออกไป เพราะรู้ว่าเด็กอยู่กับพ่อทำให้เธอผ่อนคลายและกล้าที่จะพักผ่อนอย่างเบาใจ แต่คงไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกแน่ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นที่จะนอนร่วมเตียงเดียวกันแบบนี้ แถมเสื้อชั้นในก็ไม่ได้ใส่ เพราะไม่คิดว่าเขากับลูกจะเข้ามานอนในห้องกับเธอ
เสียงพูดคุยของสองพ่อลูกแว่วออกมาจากในห้อง แสดงว่าตื่นกันแล้ว
“แม่ครับวันนี้ภูกับพ่อดลจะไปเล่นเตะบอลกันที่สวนสาธารณะแม่ไปด้วยไหมครับ?”
“อืม…” เธอแกล้งทำท่าครุ่นคิด
“แม่เตะบอลไม่เป็นไม่ไปดีกว่าค่ะ อยู่บ้านทำกับข้าวอร่อย ๆ รอภูดีกว่า” งานบ้านที่รออีกเพียบเพราะพรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานอีก
“ก็ได้ครับ”
หลังจากอาหารเช้าเสร็จสิ้นสองพ่อลูกก็ขับรถออกไป พร้อมกล่องผลไม้ ขนม ขวดน้ำดื่ม ที่ผู้เป็นแม่จัดเตรียมไว้ให้เหมือนกับว่าสองพ่อลูกออกไปตั้งแคมป์เสียอย่างนั้น ส่วนตัวเองก็ขลุกอยู่กับการทำงานบ้าน
มีคนช่วยเลี้ยงลูกแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเธอคิดในใจ ถึงแม้การเลี้ยงลูกของเขาจะเป็นแบบสไตล์ผู้ชายแต่ดูเหมือนจะถูกใจเจ้าตัวเล็กอยู่ไม่น้อย เพียงแต่เธอจะปล่อยเลยตามเลยนั้นคงไม่ได้ เสร็จจากงานบ้านก็ถือโอกาสได้งีบกลางวันผ่อนคลายในรอบหลายเดือนมานี้ที่ไม่มีโอกาสได้ทำ
เสียงฟ้าคำรามปลุกเธอให้ตื่นขึ้นรู้สึกสดชื่นกับการได้พักเพียงไม่กี่นาที มองนาฬิกาก็บ่ายแก่ๆ แล้ว ท้องฟ้ายังมีแดดเปรี้ยงปร้างแต่เสียงคำรามก็ยังแทรกเข้ามา อีกฝั่งของท้องฟ้าตั้งเค้าดำทะมึนมาแต่ไกล พลางนึกห่วงเจ้าตัวเล็กที่ออกไปเตะฟุตบอลกับพ่อข้างนอกและนึกกลัวอยู่ในใจว่าเจ้าตัวแสบจะแอบเล่นน้ำฝนโดยผู้เป็นพ่อปล่อยตามใจหรือเปล่า และลุกไปเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารไว้รอสองหนุ่ม
เม็ดฝนหล่นเปาะแปะลงมาบ้างแล้ว กับข้าวสำหรับมื้อเย็นก็เสร็จเรียบร้อย สายตาคอยมองออกไปนอกรั้วบ้านว่าเมื่อไหร่สองพ่อลูกจะกลับมาเสียที แล้วเม็ดฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาจากเปาะแปะก็เพิ่มเป็นห่าใหญ่ บวกกับเสียงคำรามเป็นระยะๆ มองออกนอกชายคาขาวโพลนไปด้วยหยาดฝนและไม่มีทีท่าว่าสองพ่อลูกจะโผล่มาให้เห็น
“ฮัลโหล…กลับหรือยังคะ?”
(“กำลังกลับใกล้ถึงแล้ว”)
“ฝนตกหนักมากห้ามให้ภูตากฝนนะคะเดี๋ยวไม่สบาย”
(“อื่อ”) เสียงตอบรับจากเขาและวางสายไป
เสียงรถยนต์ที่วิ่งฝ่าสายฝนมาจอดหน้าบ้าน มุกดาคว้าร่มออกมากางเดินไปรับลูกที่รั้วด้านหน้า ภูวภัสเปิดประตูออกมาผู้เป็นแม่ที่ยืนกางร่มอยู่ข้างประตูรถกลัวลูกจะโดนฝน
“ไม่เป็นไรครับแม่ภูเปียกแล้วครับ”
เจ้าของเสียงสดใสพูดอย่างอารมณ์ดีเดินลงจากรถพร้อมร่างที่เปียกปอนยันศีรษะ ผมเรียบติดหน้าผากปากขาวซีด แถมไอเย็นจากแอร์ในรถยังฉ่ำออกมาถึงเธอที่ยืนอยู่ข้างๆ อีกต่างหาก แต่แววตาของเจ้าตัวเล็กกลับสดใสแวววาว นี่ถ้าเดาไม่ผิดคงเล่นน้ำฝนมาอย่างแน่นอน
ผู้เป็นพ่อที่นั่งฝั่งคนขับเปิดประตูออกมาก็สภาพไม่แตกต่าง คือเปียกปอนทั้งพ่อทั้งลูก
“นี่ภูเล่นน้ำฝนมาเหรอ?”
คำถามที่มาพร้อมสายตาคาดโทษจากผู้เป็นแม่
“เปล่าครับ…ที่จอดรถอยู่ไกลกว่าจะวิ่งมาถึงรถ ก็เปียกหมดเลยครับ ภูกับพ่อดลไม่ได้เล่นน้ำฝนจริงๆ นะครับ ถามพ่อดลก็ได้ครับ”
ไม่ต้องถามเธอก็รู้ว่าโกหก
ภูวภัสที่แววตาเปล่งประกายบ่งบอกว่ามีความสุขอย่างเห็นได้ชัด
“ไปอาบน้ำสระผมเลย”
ก่อนตวัดสายตามองคนที่รับปากว่าไม่ให้ลูกโดนฝน แต่เปียกกลับมาบ้านอย่างกับลูกหมาตกน้ำ ส่วนเขาที่เดินเข้าบ้านแบบไม่รู้ไม่ชี้
มุกดาใช้ผ้าขนหนูซับน้ำจากเส้นผมของลูกชายหลังจากอาบน้ำเสร็จ เสียงจามฟุตฟิตขึ้นจมูกอยู่หลายครั้งส่งสัญญาณว่าเจ้าตัวเล็กน่าจะโดนหวัดเล่นงานแล้วหรือเปล่า หลังอาหารมื้อเย็นให้กินยาสำหรับเด็กดักไข้ไว้ก่อนเลย
“วันนี้ภูนอนกับแม่นะคะ”
ความกังวลที่คิดว่าลูกอาจไข้ขึ้นกลางดึก และไล่พ่อของลูกไปนอนอีกห้อง
เป็นดังที่เธอคาดไว้ไม่มีผิดเจ้าตัวเล็กที่สนุกในตอนกลางวัน ตกกลางคืนหายใจฝืดจากการคัดจมูก พร้อมไอร้อนจากผิวกายที่แผ่มาถึงผู้เป็นแม่ที่นอนอยู่ข้างๆ ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน นี่ขนาดก่อนนอนเธอให้กินยาดักไว้ยังเอาไม่อยู่เลย
ลุกขึ้นเปิดไฟ หลังมือสัมผัสหน้าผากลูก ตามกรอบหน้าและลำคอ ก้มลงมองใบหน้าเด็กน้อยที่ตอนนี้แก้มแดงระเรื่อแต่ปากซีดแห้งผาก วางหลังมืออังหน้าผากดูอีกครั้ง อุณหภูมิในร่างกายของภูวภัสที่เพิ่มขึ้นบ่งบอกชัดว่าเจ้าของร่างโดนไข้จับเสียแล้วอย่างแน่นอน
กะละมังใบเล็กพร้อมผ้าชุบน้ำถูกนำเข้ามาในห้องนอนเช็ดตัวให้คนที่ปิดเปลือกตาอยู่ พรุ่งนี้ถ้าอาการไม่ดีขึ้นค่อยพาไปหาหมออีกที พร้อมเสียงงอแงของเด็กชายเมื่อโดนผ้าชุบน้ำเช็ดตัว
“ภูเป็นไข้นะลูกแม่เช็ดตัวให้นะคะ”
“ภูหนาว” เสียงงอแงเบ้หน้าไม่อยากโดนน้ำ
“ภูง่วงนอน”
“เช็ดตัวก่อนนะคะคนเก่งเดี๋ยวไข้ขึ้น พรุ่งนี้แม่พาไปหาหมอนะคะ”
พร้อมเสียงปลอบประโลมจากผู้เป็นแม่พูดไปเช็ดไป แต่อุณหภูมิในร่างกายดูเหมือนจะยังไม่ยอมลด ตอนนี้เสียงงอแงปนไปด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ
“ไม่เอาภูไม่อยากเช็ดตัว” งอแงเสียงแหบแห้งและร้องไห้อย่างแผ่วเบาที่ผู้เป็นแม่ไม่ยอมหยุดเช็ดตัวให้สักที
รถสปอร์ตคันหรูโลดแล่นตามถนนด้วยความเร็วเป้าหมายปลายทางคือรับลูกและเมียกลับบ้าน มือบังคับพวงมาลัยด้วยใจที่จดจ่อ สระบุรีใช้เวลาไม่นานก็จะได้เจอหน้าคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันมานี้ และซ้อมคำพูดที่เตรียมไว้ในหัวมากมายไปด้วยขณะขับรถ“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอร้องไห้”ไม่เอา ไม่เอา มันดูเหมือนตั้งใจให้มันเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เดี๋ยวเธอขึ้นอีกทำไง“คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”อันนี้ก็เหมือนตั้งใจแกล้งเธออยู่ดี“ฉันคิดถึงเธอกับภูมากกลับบ้านเรานะ”แล้วถ้าเธอไม่ยอมกลับล่ะ?โอ๊ย…ช่างมันเถอะขอให้เจอหน้าเธอกับลูกก่อนก็แล้วกันอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที ถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอกมุกดาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมพร้อมพาเจ้าตัวเล็กกลับไปหาพ่อ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ดื่มจนดึกดื่น แต่ก็สมน้ำหน้าชอบแกล้งคนอื่นดีนัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดบล็อกเบอร์เขา อมยิ้มน้อย ๆ จะรอดูว่าหลังจากเธอกลับไปเขาจะโวยวายวีนเธอยังไง“เราจะกลับกันแล้วใช่ไหมครับแม่มุก?”“ใช่จ้ะ”“แต่พ่อดลบอกว่ากำลังมารับเรานะครับ”“หือ…ว่าไงนะ?”“ตอนเช้าพี่ก็อตโทรมา ภูได้คุยกับพ่อดลแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะมารับภูกับแม
“ขนุน” ตะโกนเรียกเสียงดังขณะที่เดินลงบันไดมาจากชั้นบน“ขนุน” ตะเบ็งเรียกอีกครั้งเต็มเสียงพร้อมกับร่างของขนุนที่วิ่งออกมาจากในครัวทันที“คะคุณดล”“คุณมุกออกไปตอนกี่โมง?”“ก่อนคุณภูจะเลิกเรียนไม่นานค่ะ”“ไปกับใคร?”“ขนุนเห็นไปคนเดียวนะคะ”“มีกระเป๋าด้วยหรือเปล่า?”“มีค่ะสองใบ”“แล้วทำไมไม่บอก” มือเท้าสะโพกคิ้วย่นอย่างหัวเสีย“ก็…คุณดล…ไม่ได้ถามนี่คะ” พูดเสียงเบาหวิวหลบตาทันที“แล้วคุณมุกไม่บอกเหรอว่าจะไปไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ”“โธ่เอ้ย…แล้วทำไมไม่ถามล่ะอยู่บ้านยังไงถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง”ตะคอกเสียงดัง ขนุนสะดุ้งโหยง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้“ขนุนถามแล้วค่ะแต่คุณมุกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาแล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นรถไปเลยค่ะ”มือประสานกันก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้านาย หลับตาปี๋สลับกับกะพริบถี่ ๆ“ร้องไห้?”“ใช่ค่ะ”“ร้องจนตาบวมเป่งไปหมดเลยค่ะ ขนุนคิดว่า…ทะเลาะกับคุณดล…ก็เลยไม่กล้าถามเยอะค่ะ”“เฮ้ย…”“โยธา” ยืนอยู่กับที่แต่เสียงทรงพลังอย่างเหลือเฟือสิ้นเสียงเจ้าของชื่อก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ายืนมือประสานกันข้าง ๆ ขนุน เตรียมรับลูกระเบิดด้วยความพร้อมเพราะได้ยินเสียงโวยวายก่อนหน้าแล้ว“ครั
“วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะคุณมุกถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้?”ขนุนถามด้วยความสงสัยเมื่อนายหญิงลงมือปรุงอาหารเมนูโปรดของสองพ่อลูกเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากไปรับเด็กนักเรียนกลับมาถึงบ้านและปล่อยให้เล่นเตะฟุตบอลกับโยธาอยู่สนามหญ้ารอพ่อกลับมา“ช่วงนี้คุณดลเขางานยุ่งน่ะเห็นบ่น ๆ ว่ากับข้าวที่ทำงานไม่ค่อยถูกปาก”ไม่นานบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้รอสองพ่อลูกจนเต็มโต๊ะที่มีแต่เมนูโปรดของสองหนุ่มทั้งนั้นหลังจากเล่านิทานส่งลูกเข้านอนแล้วพ่อกับแม่ก็กลับห้อง ประตูห้องถูกปิดลงเพียงไม่นานภูวภัสก็ลุกมาเล่นหุ่นยนต์คนเดียว มุกดาและภูวดลที่เปิดดูพฤติกรรมของลูกจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือถึงส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวแสบ และเป็นอยู่อย่างนี้บ่อยครั้ง นี่แหละคือสาเหตุของการอยากนอนคนเดียวของเขา“คุณเหนื่อยไหมคะเทวาบอกว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งมาก” วางคางลงบนบนไหล่เขาที่นึ่งกึ่งนอนอยูบนเตียงใช้หมอนรองด้านหลังไว้ โอบกอดร่างเขาไว้หลวม ๆ“ให้มุกนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งงานอ่อยเบา ๆภูวดลวางมือลงกลางศีรษะของเธอลูบเรือนผมก่อนจะโยกเขย่าเบา ๆ“ไม่เป็นงานอย่าทำเป็นมาอ่อย”“แล้วอ่อยขึ้นไหมล่ะค
“ไม่ดีกว่าค่ะ” มุกดาพูดแทรกขึ้นยืนยันคำเดิมแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่“มุกอยากไปกับคุณดลแค่สองคนค่ะ มุกไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่สนิทค่ะมันอึดอัด” มือสอดประสานเข้าไปในมือหนาวางทับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือและส่งยิ้มให้“คุณอยากไปกับมุกสองคนหรืออยากให้คุณวินนี่ไปด้วยคะ?”“แล้วแต่เธอ” ภูวดลยักไหล่“แต่วินนี่มากับดลนะคะ”“เดี๋ยวมุกให้เด็ก ๆ เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พูดพลางยกมือเรียกพนักงานในร้านให้เดินมาหา”“เรียกแท็กซี่ให้คุณวินนี่ด้วยจ้ะ”“ค่ะคุณมุก”“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณวินนี่กลับเอง”“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปส่งพอดีลูกค้าเพิ่งแจ้งมาเมื่อครู่ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”เมื่อหล่อนตั้งใจมาเพื่อจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเขาทำไมยังต้องสนใจความรู้สึกของหล่อนด้วย การประสานงานก็ผ่านทางโรงพยาบาลอยู่แล้วไม่มีผลกระทบใด ๆ กับเขาเลยสักนิดที่จะไม่แคร์หล่อนวนิดาหน้าตาเหลอหลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหล่อนจริงหรือ หล่อนกำลังโดนผู้ชายเท ทั้งที่ออกตัวแรงจนล้อฟรีขนาดนั้น และนิ่งไปสักพักสมองพลางตื้อไปด้วยมุกดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับภูวดลมือยังไม่ปล่อยจากกัน“ขอบคุณคุณวินนี่
ทีมงานเว็บเพจของแบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ เริ่มปล่อยโปรโมทผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะพรีออเดอร์ในลอตแรกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาพิเศษ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วภูวดลพามุกดาเดินสำรวจร้านอาหารเก่าที่ปิดกิจการไปหลังจากที่เพื่อนเก่าของภูวนาถขอให้ช่วยซื้อไว้ในครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากประสบกับวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถประคับประคองไว้ได้“ตกแต่งหน้าร้านใหม่นิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้”เขาพูดขณะที่พาเดินตรวจทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงร่มรื่นเพราะเป็นสวนอาหารที่ยังคงมีต้นไม้ใหญ่หลงเหลือในกลางกรุง ลานจอดสะดวกสบาย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ภาพร้านในจินตนาการจากไอเดียของเธอผุดขึ้นในหัวมากมาย ส่วนโซนเครื่องดื่มเธอจะยังคงเก็บไว้สำหรับบริการลูกค้าอีกหนึ่งโซนที่จะเพิ่มเติมในอนาคตคือมุมสปาเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้รักสุขภาพและดูแลผิวหลังจากผ่านการอนุมัติจากรูปหล่อสายเปย์ การต่อเติมตกแต่งร้านก็เริ่มดำเนินการทันที และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการแล้ว“เปิดเป็นทางการเดือนหน้าแล้วเหรอคะดีใจด้วยนะคะ”แอนนาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อรับรู้
มุมนั่งต่อจิ๊กซอว์ของภูวภัสในห้องทำงานของพ่อกลายเป็นมุมทำงานของมุกดาชั่วคราวระหว่างที่รอห้องทำงานใหม่เสร็จสิ้น จากการเริ่มโครงงานเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ ซึ่งมีที่มาจากอักษรย่อของเขาและเธอ โดยจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือจ้างผลิตซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเตรียมสต๊อก และการจองขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นโดยมีที่ปรึกษาจากการแนะนำของแอนนาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์จนกระบวนการสุดท้าย ส่วนงานดูแลลูกค้านั้นมุกดาได้เซททีมงานไว้เรียบร้อยแล้วเธอทุ่มเทอย่างหนักในช่วงเวลาที่ภูวดลไปดูงานที่ญี่ปุ่น และตั้งใจจะเตรียมการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันเขากลับมา ต่างคนต่างยุ่งมีเพียงข้อความที่ส่งหากันเท่านั้นพร้อมกับรูปถ่ายคู่กับลูกที่ส่งไปให้เขาทุกวันมุกดายกข้อมือมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาและกดสายหาคนขับรถทันที หลังจากที่เธอออกมาดูโรงผลิตและงานออกแบบที่นัดประชุมกับผู้ผลิตไว้กับ ณวัฒน์ ที่ปรึกษามากประสบการณ์ที่เป็นธุระจัดการให้แทบทุกเรื่องอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนการประชุมจะยังไม่จบง่าย ๆ“ฮัลโหล…โยธาไปรับภูกลับบ้านได้เลยนะฉันคงกลับไม่ทัน”(“ครับคุณมุก”)และไม่ลืมที







