LOGINความเงียบเข้าครอบคลุมการสนทนาชั่วขณะ พร้อมกับหัวใจของมุกดาที่หล่นวูบลงเช่นกัน ก่อนเรียกสติกลับคืนมา
“คุณพูดอะไร?”
“ฉันรู้ภูเป็นลูกฉัน”
มุกดาที่แววตาไหวระริกกับคำพูดของเขา ใจเต้นแรงพร้อมใบหน้าที่ร้อนวูบวาบแต่ยังคุมอาการได้อยู่แม้จะหวิว ๆ ในใจ พร้อมหลากหลายคำถามและคำตอบวิ่งวนปั่นป่วนในหัวไปหมด เขารู้แล้ว ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ เขารู้ได้ยังไง หรือเขาแค่ลองหยั่งเชิงเธอดูเท่านั้น
“เธอไม่คิดจะให้พ่อลูกเขาเจอกันเลยหรือยังไง?
“ถ้าฉันไม่บังเอิญเจอลูกเองก็คงไม่รู้”
“ใจดำไปนะ”
มองใบหน้าสวยด้วยสายตาที่คาดเดาอารมณ์ยาก
“ใครบอกคุณคะว่าภูเป็นลูกคุณ?”
พลันคำพูดของเด็กน้อยในวันนั้นที่แวบเข้ามาในความจำว่าลุงดลตัดเล็บให้ เขาเอาไปตรวจดีเอนเอแล้วหรือเปล่านะ ถึงได้พูดแบบนี้ แต่เธอต้องนิ่งเข้าไว้
ภูวดลยื่นซองเอกสารส่งให้เธอดู มุกดารับมาอ่านและวางลงดังเดิมควบคุมปฏิกิริยาตัวเองทั้งสีหน้าและอารมณ์ให้คงที่ บอกตัวเองว่าเธอไม่ใช่เด็กในบ้านเขาแล้ว ไม่ใช่พนักงานในบริษัทของเขาที่ยังรับเงินเดือนจากเขา ไม่มีอะไรที่ต้องเกรงกลัวเลยสักนิด แม้ในใจจะหวั่น ๆ
และแล้ววันที่เธอกลัวมาตลอดก็มาถึงจนได้ วันที่เขาเจอเธอและลูก ที่สำคัญเขาและเธอไม่ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อกันฉันคนรัก ลูกจะต้องมารับรู้เรื่องพวกนี้อย่างนั้นหรือ ว่าเขาเกิดมาเพราะความผิดพลาดของพ่อและแม่
“ภูวภัสเป็นลูกมุกค่ะ”
“มุกดูแลเขาได้และดูแลมาหลายปีแล้ว ขอบคุณในความเมตตานะคะ แต่ถ้ามากกว่าที่เป็นอยู่มุกไม่ต้องการค่ะ”
“ขอตัวนะคะมีธุระต้องทำต่อ” ลุกจากเก้าอี้ทันที
“ถ้างั้นก็เจอกันที่ศาล” ขาที่กำลังก้าวชะงักค้างอยู่กับที่
“หรือจะคุยกันให้จบในวันนี้…เลือกเอา”
คิดไว้แล้วว่าคนประหลาดอย่างหล่อนคาดเดาได้ยากก็ใช้คำขู่ไปเลยให้มันจบ ๆ
“คุณต้องการอะไร?” เธอยืนอยู่ที่เดิมมองหน้าพ่อของลูก ตาไม่กะพริบ แต่จะอดทนฟังสิ่งที่เขาต้องการก่อนที่เรื่องมันจะวุ่นไปกว่านี้เธอบอกตัวเอง
“ก็บอกไปแล้วว่าต้องการดูแลลูก”
“จริงๆ เธอควรขอบคุณฉันด้วยซ้ำที่ไม่ดำเนินคดีกับเธอ”
“หมายความว่าไง?” มุกดาที่สวนกลับทันทีที่เขาพูดจบ คิ้วสวยย่นเข้าหากันบ่งบอกความไม่สบอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้น
ภูวดลปล่อยความเงียบทำงานชั่วครู่ ยกคิ้วขึ้นมองคู่สนทนาตรงหน้าประเมินสถานการณ์ ให้เธอรู้ว่าเขาถือไพ่เหนือกว่าเธออยู่ตอนนี้
“เธอตั้งใจวางยาฉันเพราะอยากได้สเปิร์มของฉันโดยที่ฉันไม่เต็มใจ”
“ฉันไม่ได้วางยาคุณ”
โพล่งออกไปทันทีพร้อมเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเอง และหยุดอยู่แค่นั้นไม่พูดต่อ ถึงแม้เธอจะพูดต่อว่ายวนใจต่างหากที่เป็นคนทำเขาก็คงไม่เชื่อ อีกอย่างยวนใจก็หนีไปแล้ว
ภูวดลนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ทำไมหล่อนไม่อธิบายความจริง ทำไมยังปกป้องยวนใจอยู่แทนที่จะปกป้องตัวเอง คนโง่ที่เป็นคนดี หรือคนดีที่เป็นคนโง่ ก็คงจะเป็นผู้หญิงตรงหน้าคนนี้แหละ
จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นหล่อนไม่ต้องการพ่อของลูกแน่นอน ยัยนี่ประหลาดคนแท้เห็นแก่ตัวเกินไป ก่อนจะพูดต่อโดยไม่สนใจอารมณ์ขุ่นเคืองของเธอแม้แต่น้อย
“และตอนนี้ก็สมใจเธอแล้วที่ตั้งท้องลูกของฉันโดยที่ฉันไม่เต็มใจ ฉะนั้นฉันจะเอาลูกของฉันคืน”
“คุณจะบ้าหรือเปล่า?”
“ไม่เต็มใจคุณจะทำได้ยังไง?” คิ้วยังไม่คลายออกจากกัน
“ฉันข่มขืนคุณงั้นเหรอ…ก็ไม่…ทำไมเพิ่งมาพูดเอาตอนนี้ที่ผ่านมาแล้วตั้งห้าปี”
“เพราะฉันให้โอกาสเธอมาตั้งห้าปีไง” ชายหนุ่มที่ต่อปากทันทีไม่ลดละ และเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย
“คุณจะเอายังไง?” มุกดาถอนหายใจมองหน้าคู่สนทนาที่เหมือนจะตั้งใจเล่นสงครามประสาทกับเธอ
“บอกไว้เลยถ้าคิดฟ้องร้องฉันละก็ ฉันไม่มีอะไรจะให้คุณหรอกนะ”
“แต่ถ้ายืนยันจะดูแลลูกกรุณาขยายความคำว่าดูแลของคุณให้กระจ่างด้วย” เธอพูดห้วน ๆ
ภูวดลยกยิ้มมุมปากอย่างน้อยคำขู่เขาก็ได้ผล
“ลูกต้องไปอยู่กับฉัน ใช้นามสกุลฉัน”
“ไม่ได้”
“คุณเลี้ยงลูกเป็นหรือยังไง ฉันอุ้มท้องเขาตั้งเกือบปี เลี้ยงมากับมือ อยู่ดีๆ คุณจะมากระชากลูกไปจากฉันแล้วหาแม่ใหม่ให้เขายังงั้นเหรอ?”
“ฝันไปเถอะค่ะคุณดล”
“หึ”
ผู้ชายอะไรแปลกเกินคน การกระทำและความคิดช่างสวนทางกับบุคลิกและหน้าตาเสียจริง ๆ
“คุณก็มีคนรักของคุณอยู่แล้วอยากได้ลูกก็ทำเอาเองสิ”
ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะพูดคำนี้ออกมา ทั้ง ๆ ที่ลูกของเธอก็เกิดจากการกระทำของเขา
เลือดในกายหญิงสาวเริ่มร้อนแต่ยังคงรักษาระดับเสียงไม่ให้ปรี๊ดตามอารมณ์ในที่สาธารณะ
“แต่เธอไม่มีสิทธิ์จะเอาลูกไปคนเดียวเพราะฉันก็เป็นพ่อ”
มุกดาหลับตาหนักๆ ก่อนลืมตาขึ้นและผ่อนลมหายใจออก มันก็จริงอยู่ถ้ามองในมุมของเขา เขาเองก็มีสิทธิ์ในความเป็นพ่อเช่นกัน
“ฉันให้คุณมาหาลูกได้ แต่ลูกต้องอยู่กับฉันเท่านั้น”
“ได้” ภูวดลตอบสั้น ๆ บทจะง่ายก็ง่ายแบบไม่มีอะไรกั้น และพูดต่อ
“ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเกี่ยวกับลูกฉันจะรับผิดชอบเองทั้งหมด”
“ตกลงค่ะ” ใครจะไม่ตกลงดีเสียอีกจะได้ไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเอง
“ส่วนค่าเสียเวลาและค่าเหนื่อยย้อนหลังที่เธอตั้งท้องและเลี้ยงลูกฉันจะคิดชดเชยให้”
“ฉันไม่ได้รับจ้างตั้งท้องลูกของคุณซะหน่อย ภูก็ลูกฉันเหมือนกัน”
“แต่ถ้าเงินคุณเยอะจนล้นกระเป๋าอยากให้ก็ตามใจค่ะ”
เบือนหน้าไปทางอื่น เอะอะก็ใช้เงินแก้ปัญหาไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่นบ้าง ใช่สิ เงินเขาเยอะนี่
“จบหรือยังฉันจะได้กลับ?”
“ยัง”
“ภูต้องใช้นามสกุลอัครเทพ?”
“เฮ้อ” มุกดาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“อย่างน้อยก็คิดซะว่าเห็นแก่คุณพ่อท่านคงดีใจมากหากได้เจอหน้าภู แต่คงไม่มีโอกาสแล้ว” แกล้งทำหน้าเศร้า
หัวใจมุกดาไหวระริกชั่วขณะเมื่อเขาพูดถึงผู้มีพระคุณของเธอ และเงียบไปชั่วขณะ
ภาพงานสีดำในวันนั้นที่วัดหลังจากขนุนส่งข่าวว่าคุณท่านจากไปแล้ว ซึ่งตอนนั้นเธอท้องโตใกล้คลอดแล้ว อยากจะเข้าไปกราบลาคุณท่านเป็นครั้งสุดท้ายแต่กลัวจะเจอเขา ได้แค่กราบลาส่งคุณท่านสู่สวรรค์ในระยะไกลเท่านั้น
ภูวดลรู้จุดอ่อนข้อนี้และดึงมาใช้กับเธอ และแน่นอนว่ามันได้ผล
“ใช้นามสกุลอัครเทพก็ได้ค่ะ” พูดเสียงอ่อน
“ส่วนภูเอาไว้ให้แกคุ้นเคยกับคุณก่อนแล้วค่อยบอกทีละนิดก็แล้วกัน เดี๋ยวแกตกใจ”
“วันนี้เหมาะที่สุดแล้ว”
ว่าแล้วก็ชูแขนขึ้นและมองไปที่เทวาซึ่งมองมาเป็นระยะอยู่แล้ว กวักมือเรียกเป็นสัญญาณให้เข้ามาหา เทวาชี้ไปที่เด็กชายเป็นคำถาม ภูวดลพยักหน้ารับ ไม่นานก็พาภูวภัสเดินมาถึง
“คุณดล” สีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของเธอในสิ่งที่เขากำลังจะพูดกับลูกแต่เหมือนเขาจะไม่ใส่ใจเลยสักนิด
“แม่ครับภูเล่นเกมกับพี่ก็อตสนุกมากเลยครับ”
เธอเองก็เพิ่งรู้ชื่อเล่นของเทวา และส่งยิ้มให้ลูก
“ว้าว อยากเล่นด้วยจังแต่แม่คงเล่นไม่เป็น” มุกดาที่ปรับอารมณ์เมื่อเด็กชายอยู่ตรงหน้า
“เทวาไปหาอะไรกินได้เลยนะ เสร็จธุระเดี๋ยวฉันโทรหา”
“ครับบอส” โค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนเดินจากไปไม่ลืมโบกมือบ๊ายบายเด็กชายตรงหน้า
“แล้วเล่นเกมกันใหม่นะครับพี่ก็อต” ภูวภัสโบกมือลาคู่หูต่างวัยพร้อมรอยยิ้ม
“แม่มุกกับลุงดลเล่นอะไรกันอยู่เหรอครับ?”
“กำลังคุยเรื่องภูอยู่ครับ” ผู้เป็นพ่อชิงตอบก่อน
“ภูมานั่งตรงนี้สิ”
เขาตบลงตรงเก้าอี้ข้างตัวเองส่งยิ้มให้เด็กน้อยด้วยสายตาอ่อนโยน ภูวภัสเดินไปนั่งทันทีแต่เก้าอี้ตัวสูงผู้เป็นพ่อที่ต้องก้มอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมานั่งข้างๆ สองมือจับไหล่เล็กให้หันมาเผชิญหน้ากัน
“ลุงดลมาเป็นพ่อผมไหมครับ…จำได้ไหมวันนั้นที่โรงเรียนที่ภูพูด?”
“จำได้ครับ”
“งั้นภูเรียกพ่อได้เลยนะ” คำพูดที่ปนด้วยรอยยิ้มทั้งสีหน้าและแววตา
เด็กน้อยทำหน้างงๆ
“ลุงดลจะมาเป็นพ่อผมเหรอครับ?”
“ภูวดลพยักหน้า”
“พ่อดล…เป็นพ่อของภู”
พูดออกไปแล้วในใจมันตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน สบสายตากับเจ้าตัวเล็กที่ยังคงมีความสงสัยในแววตาให้เห็นอยู่
“จริงเหรอครับแม่มุก?”
มุกดาพยักหน้าตอบพร้อมรอยยิ้ม ไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้วลูกก็ควรได้รับรู้
“จริงสิครับ” ภูวดลยืนยันเสียงหนักแน่น
“ทำไมเหรอครับ ลุง…เอ่อ พ่อดลเหงาเหรอครับ?”
“ครับ”
“งั้นพ่อดลก็มาอยู่บ้านกับภูสิครับจะได้ไม่เหงา”
“ไม่ได้ค่ะ” เสียงปฏิเสธจากมุกดา
“ทำไมละครับแม่มุก?”
“ก็พ่อดลเป็นพ่อก็ต้องอยู่ด้วยกันสิครับ”
จะบอกลูกยังไงดีว่าเป็นแค่พ่อของลูก ไม่ได้เป็นคนรักของแม่
“ได้ครับพ่อจะมาอยู่กับภูนะ”
“คุณดล”
“ก็เธอบอกว่าไม่ให้ลูกไปอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ ฉันก็จะมาอยู่กับลูกไง”
“ดีไหมครับภูที่พ่อจะมาอยู่ด้วย?”
“เย้ ๆ ๆ ดีใจจัง พ่อดลจะมาอยู่ด้วย” ภูวภัสลงจากเก้าอี้กระโดดยกมือชูขึ้นอย่างตื่นเต้น
“พ่อดลจะมาอยู่ด้วยแค่อาทิตย์ละวันเท่านั้นนะคะลูก”
“น้อยไป…อาทิตย์ละห้าวัน” ภูวดลยื่นข้อเสนอ
“สอง” มุกดาจ้องหน้าเขาและตอบสั้นๆ
“สาม” ภูวดลไม่ลดละ
“หนึ่ง” มุกดาเสียงหนักแน่น จ้องตาไม่กะพริบและกำลังจะอ้าปากพูดต่อ
“โอเคสองก็สอง”
เป็นเขาที่ยอมให้ ภายใต้ดวงตาใสแป๋วของเด็กชายที่มองหน้าพ่อที มองหน้าแม่ทีสลับกันไปมาอย่างงุนงง
“ที่บ้านเราคับแคบพ่อดลเคยอยู่ห้องกว้างๆ คงไม่สะดวกมาบ่อย ๆ”
มุกดาที่พูดกับลูกแต่สายตามองพ่อของลูก ยังไงเสียภูวภัสก็ดีใจขนาดนั้นจะตัดขาดพ่อของเขาไปเสียทีเดียวก็กลัวลูกจะเสียความรู้สึก
รอยยิ้มน้อยๆ ในแววตาเย้ยหยันนั้นของมุกดาที่มองใบหน้าหล่อเหลาของภูวดลอย่างดูแคลน บ้านของเธอหลังเล็กพื้นที่น้อยกว่าโรงจอดรถบ้านเขาเสียอีก เครื่องใช้อำนวยความสะดวกไม่ได้มีครบครันเหมือนบ้านอัครเทพเสียที่ไหน ห้องน้ำในบ้านเขายังกว้างกว่าห้องนอนเธอเสียอีก จะรอดูว่าคนที่บอกอยากดูแลลูกจะทนความลำบากได้สักกี่น้ำกัน
ภูวดลไม่เข้าใจเธอแม้แต่น้อยว่าสิ่งที่เธอต้องการคืออะไร เขาเป็นถึงพ่อของลูกยังไม่รู้จักให้เกียรติ หล่อขนาดนี้ รวยขนาดนี้ ที่จะดูแลเธอและลูกได้สบายไปทั้งชาติ ยังทำท่าผลักไสไม่อยากอยู่ใกล้ ประหลาดคน หล่อนเองก็ไม่ใช่ไท้ของเขาสักนิดแต่ที่ทำทุกอย่างก็เพื่อลูกเท่านั้น
เขาจะค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์กับลูกไปทีละขั้น ทีละขั้น ถ้าลูกติดพ่อขึ้นมาเมื่อไหร่แล้วไม่สนใจแม่ เขาจะรอดูคนอวดเก่งแถวนี้จะยังวางมาดเข้มแข็งอยู่อีกหรือเปล่า
“พรุ่งนี้วันอาทิตย์เราไปเดินเล่นซื้อของในห้างกันนะ”
“หรือภูอยากไปไหนพ่อจะพาไปทุกที่เลย”
เขาเริ่มเดิมเกมสร้างความสัมพันธ์กับลูกทันที
“แม่มุกอยากไปไหนครับ?” หันมาถามผู้เป็นแม่
“แล้วแต่ภูเลยจ้ะ”
รถสปอร์ตคันหรูโลดแล่นตามถนนด้วยความเร็วเป้าหมายปลายทางคือรับลูกและเมียกลับบ้าน มือบังคับพวงมาลัยด้วยใจที่จดจ่อ สระบุรีใช้เวลาไม่นานก็จะได้เจอหน้าคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันมานี้ และซ้อมคำพูดที่เตรียมไว้ในหัวมากมายไปด้วยขณะขับรถ“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอร้องไห้”ไม่เอา ไม่เอา มันดูเหมือนตั้งใจให้มันเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เดี๋ยวเธอขึ้นอีกทำไง“คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”อันนี้ก็เหมือนตั้งใจแกล้งเธออยู่ดี“ฉันคิดถึงเธอกับภูมากกลับบ้านเรานะ”แล้วถ้าเธอไม่ยอมกลับล่ะ?โอ๊ย…ช่างมันเถอะขอให้เจอหน้าเธอกับลูกก่อนก็แล้วกันอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที ถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอกมุกดาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมพร้อมพาเจ้าตัวเล็กกลับไปหาพ่อ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ดื่มจนดึกดื่น แต่ก็สมน้ำหน้าชอบแกล้งคนอื่นดีนัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดบล็อกเบอร์เขา อมยิ้มน้อย ๆ จะรอดูว่าหลังจากเธอกลับไปเขาจะโวยวายวีนเธอยังไง“เราจะกลับกันแล้วใช่ไหมครับแม่มุก?”“ใช่จ้ะ”“แต่พ่อดลบอกว่ากำลังมารับเรานะครับ”“หือ…ว่าไงนะ?”“ตอนเช้าพี่ก็อตโทรมา ภูได้คุยกับพ่อดลแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะมารับภูกับแม
“ขนุน” ตะโกนเรียกเสียงดังขณะที่เดินลงบันไดมาจากชั้นบน“ขนุน” ตะเบ็งเรียกอีกครั้งเต็มเสียงพร้อมกับร่างของขนุนที่วิ่งออกมาจากในครัวทันที“คะคุณดล”“คุณมุกออกไปตอนกี่โมง?”“ก่อนคุณภูจะเลิกเรียนไม่นานค่ะ”“ไปกับใคร?”“ขนุนเห็นไปคนเดียวนะคะ”“มีกระเป๋าด้วยหรือเปล่า?”“มีค่ะสองใบ”“แล้วทำไมไม่บอก” มือเท้าสะโพกคิ้วย่นอย่างหัวเสีย“ก็…คุณดล…ไม่ได้ถามนี่คะ” พูดเสียงเบาหวิวหลบตาทันที“แล้วคุณมุกไม่บอกเหรอว่าจะไปไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ”“โธ่เอ้ย…แล้วทำไมไม่ถามล่ะอยู่บ้านยังไงถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง”ตะคอกเสียงดัง ขนุนสะดุ้งโหยง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้“ขนุนถามแล้วค่ะแต่คุณมุกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาแล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นรถไปเลยค่ะ”มือประสานกันก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้านาย หลับตาปี๋สลับกับกะพริบถี่ ๆ“ร้องไห้?”“ใช่ค่ะ”“ร้องจนตาบวมเป่งไปหมดเลยค่ะ ขนุนคิดว่า…ทะเลาะกับคุณดล…ก็เลยไม่กล้าถามเยอะค่ะ”“เฮ้ย…”“โยธา” ยืนอยู่กับที่แต่เสียงทรงพลังอย่างเหลือเฟือสิ้นเสียงเจ้าของชื่อก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ายืนมือประสานกันข้าง ๆ ขนุน เตรียมรับลูกระเบิดด้วยความพร้อมเพราะได้ยินเสียงโวยวายก่อนหน้าแล้ว“ครั
“วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะคุณมุกถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้?”ขนุนถามด้วยความสงสัยเมื่อนายหญิงลงมือปรุงอาหารเมนูโปรดของสองพ่อลูกเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากไปรับเด็กนักเรียนกลับมาถึงบ้านและปล่อยให้เล่นเตะฟุตบอลกับโยธาอยู่สนามหญ้ารอพ่อกลับมา“ช่วงนี้คุณดลเขางานยุ่งน่ะเห็นบ่น ๆ ว่ากับข้าวที่ทำงานไม่ค่อยถูกปาก”ไม่นานบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้รอสองพ่อลูกจนเต็มโต๊ะที่มีแต่เมนูโปรดของสองหนุ่มทั้งนั้นหลังจากเล่านิทานส่งลูกเข้านอนแล้วพ่อกับแม่ก็กลับห้อง ประตูห้องถูกปิดลงเพียงไม่นานภูวภัสก็ลุกมาเล่นหุ่นยนต์คนเดียว มุกดาและภูวดลที่เปิดดูพฤติกรรมของลูกจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือถึงส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวแสบ และเป็นอยู่อย่างนี้บ่อยครั้ง นี่แหละคือสาเหตุของการอยากนอนคนเดียวของเขา“คุณเหนื่อยไหมคะเทวาบอกว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งมาก” วางคางลงบนบนไหล่เขาที่นึ่งกึ่งนอนอยูบนเตียงใช้หมอนรองด้านหลังไว้ โอบกอดร่างเขาไว้หลวม ๆ“ให้มุกนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งงานอ่อยเบา ๆภูวดลวางมือลงกลางศีรษะของเธอลูบเรือนผมก่อนจะโยกเขย่าเบา ๆ“ไม่เป็นงานอย่าทำเป็นมาอ่อย”“แล้วอ่อยขึ้นไหมล่ะค
“ไม่ดีกว่าค่ะ” มุกดาพูดแทรกขึ้นยืนยันคำเดิมแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่“มุกอยากไปกับคุณดลแค่สองคนค่ะ มุกไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่สนิทค่ะมันอึดอัด” มือสอดประสานเข้าไปในมือหนาวางทับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือและส่งยิ้มให้“คุณอยากไปกับมุกสองคนหรืออยากให้คุณวินนี่ไปด้วยคะ?”“แล้วแต่เธอ” ภูวดลยักไหล่“แต่วินนี่มากับดลนะคะ”“เดี๋ยวมุกให้เด็ก ๆ เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พูดพลางยกมือเรียกพนักงานในร้านให้เดินมาหา”“เรียกแท็กซี่ให้คุณวินนี่ด้วยจ้ะ”“ค่ะคุณมุก”“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณวินนี่กลับเอง”“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปส่งพอดีลูกค้าเพิ่งแจ้งมาเมื่อครู่ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”เมื่อหล่อนตั้งใจมาเพื่อจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเขาทำไมยังต้องสนใจความรู้สึกของหล่อนด้วย การประสานงานก็ผ่านทางโรงพยาบาลอยู่แล้วไม่มีผลกระทบใด ๆ กับเขาเลยสักนิดที่จะไม่แคร์หล่อนวนิดาหน้าตาเหลอหลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหล่อนจริงหรือ หล่อนกำลังโดนผู้ชายเท ทั้งที่ออกตัวแรงจนล้อฟรีขนาดนั้น และนิ่งไปสักพักสมองพลางตื้อไปด้วยมุกดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับภูวดลมือยังไม่ปล่อยจากกัน“ขอบคุณคุณวินนี่
ทีมงานเว็บเพจของแบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ เริ่มปล่อยโปรโมทผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะพรีออเดอร์ในลอตแรกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาพิเศษ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วภูวดลพามุกดาเดินสำรวจร้านอาหารเก่าที่ปิดกิจการไปหลังจากที่เพื่อนเก่าของภูวนาถขอให้ช่วยซื้อไว้ในครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากประสบกับวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถประคับประคองไว้ได้“ตกแต่งหน้าร้านใหม่นิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้”เขาพูดขณะที่พาเดินตรวจทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงร่มรื่นเพราะเป็นสวนอาหารที่ยังคงมีต้นไม้ใหญ่หลงเหลือในกลางกรุง ลานจอดสะดวกสบาย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ภาพร้านในจินตนาการจากไอเดียของเธอผุดขึ้นในหัวมากมาย ส่วนโซนเครื่องดื่มเธอจะยังคงเก็บไว้สำหรับบริการลูกค้าอีกหนึ่งโซนที่จะเพิ่มเติมในอนาคตคือมุมสปาเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้รักสุขภาพและดูแลผิวหลังจากผ่านการอนุมัติจากรูปหล่อสายเปย์ การต่อเติมตกแต่งร้านก็เริ่มดำเนินการทันที และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการแล้ว“เปิดเป็นทางการเดือนหน้าแล้วเหรอคะดีใจด้วยนะคะ”แอนนาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อรับรู้
มุมนั่งต่อจิ๊กซอว์ของภูวภัสในห้องทำงานของพ่อกลายเป็นมุมทำงานของมุกดาชั่วคราวระหว่างที่รอห้องทำงานใหม่เสร็จสิ้น จากการเริ่มโครงงานเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ ซึ่งมีที่มาจากอักษรย่อของเขาและเธอ โดยจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือจ้างผลิตซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเตรียมสต๊อก และการจองขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นโดยมีที่ปรึกษาจากการแนะนำของแอนนาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์จนกระบวนการสุดท้าย ส่วนงานดูแลลูกค้านั้นมุกดาได้เซททีมงานไว้เรียบร้อยแล้วเธอทุ่มเทอย่างหนักในช่วงเวลาที่ภูวดลไปดูงานที่ญี่ปุ่น และตั้งใจจะเตรียมการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันเขากลับมา ต่างคนต่างยุ่งมีเพียงข้อความที่ส่งหากันเท่านั้นพร้อมกับรูปถ่ายคู่กับลูกที่ส่งไปให้เขาทุกวันมุกดายกข้อมือมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาและกดสายหาคนขับรถทันที หลังจากที่เธอออกมาดูโรงผลิตและงานออกแบบที่นัดประชุมกับผู้ผลิตไว้กับ ณวัฒน์ ที่ปรึกษามากประสบการณ์ที่เป็นธุระจัดการให้แทบทุกเรื่องอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนการประชุมจะยังไม่จบง่าย ๆ“ฮัลโหล…โยธาไปรับภูกลับบ้านได้เลยนะฉันคงกลับไม่ทัน”(“ครับคุณมุก”)และไม่ลืมที







