Share

ตอนที่ 10 ปรับตัว

last update Last Updated: 2025-12-08 20:29:08

ภูวภัสตื่นแต่เช้าตรู่เพื่ออาบน้ำพร้อมกับเสียงเพลงจากปากเจ้าตัวเล็กที่ร้องดังจนก้องห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี แต่งตัวรอพ่อมารับอย่างตื่นเต้น มุกดาที่มองภาพเด็กชายพร้อมความเศร้าที่ผุดขึ้นมาในใจรู้สึกผิดต่อลูกจนใจหวิว เขาคงดีใจมากที่มีพ่อเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ ซึ่งทุกครั้งที่ลูกถามเธอก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด

เสียงรถจอดหน้าบ้านพร้อมกับร่างเจ้าตัวน้อยที่วิ่งพรวดพราดออกไปดูทันที

“พ่อดลมาแล้ว” เปิดประตูรั้ววิ่งออกไปหาผู้เป็นพ่อที่อยู่หน้าบ้าน

“รอพ่อนานไหมครับ?” อุ้มลูกขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอด

“นานมาก….” ลากเสียงยาว

“ยังไม่ถึงเวลานัดเลย พ่อมาก่อนเวลาด้วยนะโกหกหรือเปล่า?”

พร้อมเสียงหัวเราะสองพ่อลูกที่ดังประสานกัน

สองผู้สูงวัย ยายดวงใจ และตาทวี ที่กำลังตัดแต่งกิ่งดอกกุหลาบในกระถางหน้าบ้านส่งสายตาข้ามกำแพงรั้วที่สูงแค่อก กั้นอาณาเขตบ้านสองหลังอยู่ มองภาพผู้มาเยือนที่ไม่คุ้นหน้าแต่ท่าทางสนิทสนมกับภูวภัส ก่อนจะเอ่ยปากถามเด็กชาย

“น้องภูจะไปเที่ยวไหนจ๊ะแต่งตัวเท่เชียว” คำถามจากยายดวงใจ

“ไปซื้อของครับยายดวง”

“พ่อมารับครับ” เด็กน้อยอวดว่าเขามีพ่อแล้วอย่างมีความสุข

“พ่อ?” ยายดวงทวนคำพูดของเด็กน้อยในใจ

“สวัสดีครับ”

ภูวดลที่ค้อมศีรษะแทนการไหว้เพราะอุ้มลูกอยู่ คงเป็นสองตายายที่ช่วยเลี้ยงดูลูกของเขาตั้งแต่แบเบาะตามข้อมูลที่เทวาบอก สองตายายรับไหว้ พร้อมกับร่างของมุกดาที่เดินออกมาจากบ้านและล็อกรั้ว

“ฝากบ้านด้วยนะคะยาย พาภูไปซื้อของน่าจะกลับเย็นค่ะ”

ถึงแม้จะอยากถามแต่คงเป็นการเสียมารยาทสองตายายจึงแค่มองเท่านั้น มุกดาเองก็คงไม่สะดวกที่จะเล่าในตอนนี้

“ภูขอนั่งหน้ากับพ่อดลนะครับแม่”

“จ้ะ”

ตลอดการเดินทางที่คำพูดมากมายจากเด็กชายที่ขนเรื่องเล่าจากโรงเรียนมาแบ่งปันพ่อกับแม่ ภูวดลรู้สึกได้ผ่อนคลายจากที่ต้องนั่งเครียดกับการทำงานมาตลอดสัปดาห์ ผิดกับมุกดาที่ดูเหมือนจะยังเกร็ง ๆ อยู่ เพราะคนที่ยังไม่คุ้นเคยตรงหน้าแถมยังต้องออกไปใช้ชีวิตด้วยกันตลอดทั้งวันอีกต่างหาก เพื่อลูก เธอบอกตัวเอง

สองพ่อลูกที่จูงมือกันเดินทั่วห้าง ผลัดให้พ่ออุ้มที วิ่งมาจับมือแม่ทีอยู่อย่างนั้นอย่างร่าเริง และขลุกอยู่ที่มุมขายของเล่นสำหรับเด็กผู้ชายที่เจ้าเด็กน้อยจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ

“ถ้าชอบทั้งสองตัวก็เอาทั้งสองตัวเลยพ่อซื้อให้”

เมื่อเห็นภูวภัสหยิบหุ่นยนต์สองตัวขึ้นมาพิจารณาอยู่นานสองนาน แต่ก็ตัดสินใจไม่ได้สักที

“ตัวเดียวก็พอค่ะลูก” เสียงมุกดาสวนขึ้นทันที นี่ยังไม่ทันไรก็จะสอนให้ลูกไม่รู้คุณค่าเงินเสียแล้วเหรอ

“งั้นภูเลือกตัวนี้ครับ”

ยื่นหุ่นยนต์ตัวที่เลือกชูให้พ่อดูไม่วายชำเลืองอีกตัวด้วยสายตาละห้อย ภูวดลเอื้อมมือไปหยิบอีกตัวที่ลูกตัดใจทิ้งติดมือมาด้วย พร้อมเหลือบมองมุกดาอย่างไม่แคร์สายตาเธอที่มองแบบไม่เห็นด้วย

ใช้เวลาไปเกือบทั้งวันในการซื้อของและเดินเล่น พ่อและแม่ที่เดินจนขาล้าแต่ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กจะยังไม่มีวี่แววอ่อนแรงเลยสักนิด

“แม่ว่าวันนี้เราพอแค่นี้ดีกว่าไหม?”

“แม่ต้องทำงานบ้านอีกเพียบเลย วันหลังค่อยมาใหม่นะคะ”

“ได้ครับ”

“พ่อดลวันนี้นอนกับภูได้ไหมครับ? ภูอยากให้พ่อดลเล่านิทานให้ฟัง”

พูดพลางหยิบหนังสือนิทานที่พ่อซื้อให้ขึ้นมาดู

“ไม่ได้ค่ะ”

“ได้สิครับ”

ตอบพร้อมกันแต่คนละความหมาย

“อาทิตย์ละสองวัน”

ภูวดลมองหน้าคนที่เพิ่งปฏิเสธลูกไปเมื่อครู่ทวงสิทธิ์ที่พึงได้ของเขา หล่อนคงกลัวลูกจะติดพ่อจนลืมตัวเองละสิ ท่าทางคงขาดความอบอุ่นตั้งแต่เด็กถึงได้กลัวการถูกแย่งความรักไปแบบนี้

มุกดาสาละวนอยู่ในครัวกับอาหารมื้อเย็นที่เพิ่มสมาชิกมาอีกหนึ่งคือพ่อของลูก ส่วนสองพ่อลูกนอนเอกเขนกวาดรูปและระบายสีอยู่ที่พื้นหน้าจอทีวี พร้อมกับกองของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้มาของเด็กน้อย เสียงเงียบเป็นพักๆ แทรกด้วยเสียงตะเบ็งร้องและแหกปากตะโกนฟังไม่ได้ศัพท์ ซึ่งเธอคาดว่าน่าจะเป็นการต่อสู้ของพ่อและลูก เผลอยิ้มคนเดียวอยู่ในครัว จนหลายนาทีผ่านไป

“ภูล้างมือมากินข้าวได้แล้วกับข้าวพร้อมแล้วจ้ะ” ไม่นานเด็กน้อยก็เดินเข้ามาล้างมือในครัว นั่งลงเก้าอี้ที่โต๊ะอาหาร

“หอมจังครับแม่มุกภูหิวมากเลย”

พร้อมกับภูวดลที่เดินตามหลังเข้ามามองเมนูอาหารบนโต๊ะ เขาเองที่รอคอยอาหารมื้อเย็นมาสักพักเมื่อท้องเรียกขอบ่อยครั้งแล้ว เนื่องจากหมดกำลังจากการต่อสู้กับฮีโร่ตัวน้อยอยู่นานพอควร และวันนี้ทั้งวันมีแค่กาแฟและแซนด์วิชตั้งแต่มื้อเช้าเท่านั้นที่ตกถึงท้อง ตอนกลางวันที่สองแม่ลูกกินข้าวเขาก็ปลีกตัวออกมารับโทรศัพท์และอาศัยกาแฟอีกแก้วในช่วงบ่ายเท่านั้น นั่งลงที่เก้าอี้ข้างลูกชาย

“ล้างมือก่อนค่ะ”

มุกดาออกคำสั่งแต่เสียงนุ่มนวลอยู่ บอสใหญ่ที่ถนัดแต่ออกคำสั่งคงไม่ชินสินะที่ต้องทำตามคำสั่งของคนอื่นแม้เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ พร้อมสายตาของภูวภัสที่มองหน้าพ่อ ยังไงเสียแม่ก็มีอำนาจสูงสุดในบ้านหลังนี้ ภูวดลลุกไปล้างมือตามคำสั่งอย่างลวกๆ และกลับมานั่งที่เก้าอี้ตามเดิม

ตักข้าวใส่จานให้สองพ่อลูกและตัวเอง บรรยากาศในโต๊ะอาหารมื้อเย็นที่แปลกไปภูวภัสกินข้าวเยอะกว่าปกติ กินไปคุยไปจนโดนแม่ดุที่อาหารยังเต็มปากแต่ยังห่วงที่จะหาเรื่องมาเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง

เช่นเดียวกับภูวดลที่เหมือนจะเป็นมื้ออาหารที่สุดพิเศษทั้งที่เป็นแค่เมนูธรรมดาเท่านั้น คือไข่เจียว ผัดผัก แกงพะแนง และผัดกะเพราเมนูโปรดของมุกดาเท่านั้น ใช่สิ เขากินข้าวมื้อเย็นคนเดียวมากี่ปีแล้วหลังจากที่ภูวนาถจากไป หากวันไหนไม่มีนัดข้างนอกกับเพื่อนๆ หรือคุยงานกับลูกค้าก็ต้องกลับมากินข้าวคนเดียวที่บ้าน หรือไม่ก็สาวๆ นัดเจอที่ร้านอาหารเท่านั้นเอง

แต่วันนี้เหมือนได้อยู่กับครอบครัวถึงแม้เธอจะไม่ใช่คนรัก แต่ลูกก็เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายของหัวใจแกร่งที่ออกจะกระด้างและเย็นชาของคนที่ต้องอยู่กับภาวะความเครียดของงานแทบทุกวันอย่างเขา

“ภูเพิ่มข้าวไหมลูก?”

“เพิ่มครับ แม่มุกทำกับข้าวอร่อยมากเลยครับ” เด็กน้อยที่ปากหวานชมแม่

“เพิ่มไหมคะ?” หันมาถามคนที่นั่งข้างลูก

เขาพยักหน้า ออกจะเขินตัวเองอยู่สักหน่อยที่กับข้าวค่อนข้างถูกปาก

“กินข้าวเสร็จก็อาบน้ำพักผ่อน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน”

"ครับ"

สองพ่อลูกที่อาบน้ำเสร็จและแต่งตัวชุดนอนคู่ที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ ที่เพิ่งซักและปั่นแห้งหลังจากกลับมาถึง

“ทำไมแม่มุกไม่ยอมใส่คู่กับเรา?”

ภูวภัสที่ทำหน้าผิดหวังเล็กๆ กับชุดนอนลายการ์ตูนต่อสู้สายดาร์กสีเข้มที่ใส่คู่กับพ่อและกำลังเดินเข้าห้องนอน

“จะไปไหนคะ?” ถามภูวดลที่เดินตามหลังลูกตรงไปที่ห้องนอน

“ไปนอน”

“ห้องโน้นค่ะ ฉันทำความสะอาดให้แล้ว” บ้านหลังเล็กที่มีแค่สองห้องนอนสำหรับลูกตอนโตและห้องนอนของเธอเท่านั้นที่ตอนนี้ลูกยังเด็กและยังนอนกับแม่อยู่

“ห้องนี้ห้องฉัน เตียงเล็กเกินไปสำหรับสามคน”

“ไม่เป็นไรครับแม่นอนเบียด ๆ กันก็ได้ครับ”

“ไม่ได้ค่ะ ภูนอนดิ้นเดี๋ยวก็ถีบพ่อตกเตียงนะ” เธอแกล้งพูดติดตลกและยิ้มให้ลูก

“ภูจะไม่นอนดิ้นครับ”

“ไม่ได้ค่ะ” ดุด้วยสายตาเพิ่งจะมาบ้านวันแรกก็จะให้นอนร่วมห้องกันเลยหรือยังไง

“งั้นขอพ่อดลเล่านิทานจบค่อยออกมานอนห้องนั้นได้ไหมครับ?”

“….”

“ภูไปนอนห้องนั้นกับพ่อนะครับ” ผู้เป็นพ่อที่ชวน

“แต่แม่มุกนอนคนเดียวนะครับ” เด็กน้อยห่วงแม่

“แม่จะอาบน้ำภูไปฟังนิทานห้องนั้นก่อนได้จ้ะ อาบน้ำเสร็จเดี๋ยวแม่ไปตาม”

“โอเคครับ”

เด็กน้อยที่ตัดสินใจลำบากที่อยากนอนกับพ่อและแม่พร้อมกัน

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเดินเข้าอีกห้องไม่มีเสียงสนทนาให้ได้ยินของสองพ่อลูก ประตูที่ไม่ได้ล็อกเธอเปิดแง้มเข้าไปอย่างเบามือเด็กน้อยที่หลับสนิทไม่แตกต่างกับผู้เป็นพ่อที่หลับโดยหนังสือนินทานยังเปิดกางไว้และคว่ำหน้าอยู่บนอก แม้เพียงไม่นานที่พ่อลูกได้เจอกันก็คุ้นเคยและสนิทสนมกันอย่างง่ายดาย นี่สินะที่เขาเรียกว่าผูกพันโดยสายเลือด

มุกดาเดินไปหยิบรีโมทย์แอร์กดเพิ่มอุณหภูมิที่ค่อนข้างเย็นเกินไปเกรงว่าเจ้าตัวเล็กจะไม่สบายได้ เดินมาที่เตียงนอนมองสองร่างที่ปิดเปลือกตาสนิทหากปลุกให้ตื่นกลับห้องตอนนี้คงไม่เป็นผลดีแน่ ให้หลับอยู่กับพ่อคงไม่เป็นไร ค่อยๆ หยิบหนังสือนิทานบนอกภูวดลออกอย่างเบามือและวางไว้ที่หัวเตียง

เจ้าตัวเล็กที่นอนทับผ้าห่มไว้ครึ่งผืน จับภูวภัสพลิกตัวเบาๆ ก้มลงหอมแก้มเด็กจ้ำม่ำเป็นกิจวัตรก่อนนอนที่ขาดไม่ได้ ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างสองพ่อลูกอย่างแผ่วเบา ปิดไฟและเดินออกห้องไป

ภูวดลลืมตาขึ้นในความมืดสลัวยกแขนขึ้นมาหนุนศีรษะ อีกมือลูบเรือนผมเจ้าตัวเล็กที่หลับใหลอยู่อย่างอ่อนโยน สองแม่ลูกที่ใช้ชีวิตกันอยู่แบบนี้ตลอดเวลาสี่ปีโดยไม่ต้องการพ่อให้ลูกเลยอย่างนั้นหรือ

เป็นไปไม่ได้หรอกกระมังว่าเธอจะไม่มีผู้ชายมาสนใจแม้สักคน หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เสียจนหาแฟนไม่ได้ขนาดนั้น คงจะรักลูกมากขนาดเขาเป็นพ่อแท้ๆ ยังไม่อยากจะสานสัมพันธ์ด้วยสักเท่าไหร่เลย

เสียงเคาะประตูปลุกให้ภูวดลสะดุ้งตื่นขึ้นมากวาดสายตาทั่วห้องอย่างงงๆ ก่อนจะลำดับภาพในห้องนอนใหม่เข้าไปในความทรงจำ

ที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนในคอนโด ไม่ใช่ห้องนอนในบ้าน

“ภูตื่นได้แล้วลูกเดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะ”

เสียงเรียกที่มาพร้อมเสียงเคาะประตู

ก๊อก ๆ ๆ ๆ

เสียงเคาะอีกครั้ง ประตูถูกเปิดออกพร้อมร่างพ่อของลูก เธอมองหน้าภูวดลและมองเลยไปที่เจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน เดินผ่านเขาตรงไปที่เตียงนอน

“ภู ตื่นได้แล้ว อาบน้ำแต่งตัวเร็วเข้าลูก เดี๋ยวแม่ไปทำงานสาย”

จับเจ้าตัวเล็กลุกขึ้นทั้งที่ยังงัวเงีย

“ขอนอนต่อแป๊บเดียว…ได้ไหมครับ?”

“ไม่ได้จ้ะ”

“แล้วคุณไม่ไปทำงานเหรอคะ?” หันมาถามภูวดล

“ไป”

“ฉันไปตอนไหนก็ได้” ลืมไปว่าเขาเป็นเจ้าของบริษัท

“เธอไปทำงานเถอะเดี๋ยวฉันไปส่งลูกที่โรงเรียนเอง”

กว่าจะลากเจ้าตัวเล็กไปอาบน้ำแต่งตัวก็ใช้เวลาพอสมควร

“เดี๋ยวพ่อไปส่งที่โรงเรียนนะวันนี้”

มุกดามองร่างคนที่บอกจะไปส่งลูกทั้งที่ยังสวมชุดนอนลายการ์ตูนอยู่

“บ่ายจะถึงโรงเรียนหรือเปล่าคุณยังไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ”

“ไปส่งภูก่อนเดี๋ยวจะเลยกลับบ้าน”

“ชุดนี้?”

“อืม” ก็มีอยู่แค่ชุดเดียวยังจะแกล้งถามอีก

มุกดาที่ขึ้นรถกำลังจะขับออกไปทำงานพร้อมกับมองร่างสองพ่อลูกที่กำลังเดินไปขึ้นรถอีกคันของภูวดล ยิ้มมุมปากน้อยๆ รู้สึกขันกับชุดนอนที่เขาสวมอยู่เปิดประตูให้ลูกขึ้นนั่ง พร้อมกับเจ้าตัวเล็กที่หมุนกระจกลงโบกมือบ๊ายบายผู้เป็นแม่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 31 ตลอดไป

    รถสปอร์ตคันหรูโลดแล่นตามถนนด้วยความเร็วเป้าหมายปลายทางคือรับลูกและเมียกลับบ้าน มือบังคับพวงมาลัยด้วยใจที่จดจ่อ สระบุรีใช้เวลาไม่นานก็จะได้เจอหน้าคนที่เฝ้าคิดถึงอยู่ตลอดหลายวันมานี้ และซ้อมคำพูดที่เตรียมไว้ในหัวมากมายไปด้วยขณะขับรถ“ฉันขอโทษนะที่ทำให้เธอร้องไห้”ไม่เอา ไม่เอา มันดูเหมือนตั้งใจให้มันเกิดขึ้นยังไงยังงั้น เดี๋ยวเธอขึ้นอีกทำไง“คนที่ฉันจะแต่งงานด้วยมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”อันนี้ก็เหมือนตั้งใจแกล้งเธออยู่ดี“ฉันคิดถึงเธอกับภูมากกลับบ้านเรานะ”แล้วถ้าเธอไม่ยอมกลับล่ะ?โอ๊ย…ช่างมันเถอะขอให้เจอหน้าเธอกับลูกก่อนก็แล้วกันอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที ถอนหายใจทิ้งอย่างโล่งอกมุกดาเก็บของลงกระเป๋าเตรียมพร้อมพาเจ้าตัวเล็กกลับไปหาพ่อ ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน เอาแต่ดื่มจนดึกดื่น แต่ก็สมน้ำหน้าชอบแกล้งคนอื่นดีนัก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปลดบล็อกเบอร์เขา อมยิ้มน้อย ๆ จะรอดูว่าหลังจากเธอกลับไปเขาจะโวยวายวีนเธอยังไง“เราจะกลับกันแล้วใช่ไหมครับแม่มุก?”“ใช่จ้ะ”“แต่พ่อดลบอกว่ากำลังมารับเรานะครับ”“หือ…ว่าไงนะ?”“ตอนเช้าพี่ก็อตโทรมา ภูได้คุยกับพ่อดลแล้วพ่อบอกว่ากำลังจะมารับภูกับแม

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 30 ตามหาเมีย

    “ขนุน” ตะโกนเรียกเสียงดังขณะที่เดินลงบันไดมาจากชั้นบน“ขนุน” ตะเบ็งเรียกอีกครั้งเต็มเสียงพร้อมกับร่างของขนุนที่วิ่งออกมาจากในครัวทันที“คะคุณดล”“คุณมุกออกไปตอนกี่โมง?”“ก่อนคุณภูจะเลิกเรียนไม่นานค่ะ”“ไปกับใคร?”“ขนุนเห็นไปคนเดียวนะคะ”“มีกระเป๋าด้วยหรือเปล่า?”“มีค่ะสองใบ”“แล้วทำไมไม่บอก” มือเท้าสะโพกคิ้วย่นอย่างหัวเสีย“ก็…คุณดล…ไม่ได้ถามนี่คะ” พูดเสียงเบาหวิวหลบตาทันที“แล้วคุณมุกไม่บอกเหรอว่าจะไปไหน?”“ไม่ได้บอกค่ะ”“โธ่เอ้ย…แล้วทำไมไม่ถามล่ะอยู่บ้านยังไงถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง”ตะคอกเสียงดัง ขนุนสะดุ้งโหยง เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในเวอร์ชั่นนี้“ขนุนถามแล้วค่ะแต่คุณมุกเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาแล้วก็ขนกระเป๋าขึ้นรถไปเลยค่ะ”มือประสานกันก้มหน้าไม่กล้าสบตาเจ้านาย หลับตาปี๋สลับกับกะพริบถี่ ๆ“ร้องไห้?”“ใช่ค่ะ”“ร้องจนตาบวมเป่งไปหมดเลยค่ะ ขนุนคิดว่า…ทะเลาะกับคุณดล…ก็เลยไม่กล้าถามเยอะค่ะ”“เฮ้ย…”“โยธา” ยืนอยู่กับที่แต่เสียงทรงพลังอย่างเหลือเฟือสิ้นเสียงเจ้าของชื่อก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ายืนมือประสานกันข้าง ๆ ขนุน เตรียมรับลูกระเบิดด้วยความพร้อมเพราะได้ยินเสียงโวยวายก่อนหน้าแล้ว“ครั

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 29 เมียหนี

    “วันนี้มีอะไรพิเศษเหรอคะคุณมุกถึงทำอาหารเยอะขนาดนี้?”ขนุนถามด้วยความสงสัยเมื่อนายหญิงลงมือปรุงอาหารเมนูโปรดของสองพ่อลูกเองอย่างอารมณ์ดี หลังจากไปรับเด็กนักเรียนกลับมาถึงบ้านและปล่อยให้เล่นเตะฟุตบอลกับโยธาอยู่สนามหญ้ารอพ่อกลับมา“ช่วงนี้คุณดลเขางานยุ่งน่ะเห็นบ่น ๆ ว่ากับข้าวที่ทำงานไม่ค่อยถูกปาก”ไม่นานบนโต๊ะอาหารมื้อเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้รอสองพ่อลูกจนเต็มโต๊ะที่มีแต่เมนูโปรดของสองหนุ่มทั้งนั้นหลังจากเล่านิทานส่งลูกเข้านอนแล้วพ่อกับแม่ก็กลับห้อง ประตูห้องถูกปิดลงเพียงไม่นานภูวภัสก็ลุกมาเล่นหุ่นยนต์คนเดียว มุกดาและภูวดลที่เปิดดูพฤติกรรมของลูกจากกล้องวงจรปิดผ่านหน้าจอมือถือถึงส่ายหัวกับความเจ้าเล่ห์ของเจ้าตัวแสบ และเป็นอยู่อย่างนี้บ่อยครั้ง นี่แหละคือสาเหตุของการอยากนอนคนเดียวของเขา“คุณเหนื่อยไหมคะเทวาบอกว่าช่วงนี้คุณงานยุ่งมาก” วางคางลงบนบนไหล่เขาที่นึ่งกึ่งนอนอยูบนเตียงใช้หมอนรองด้านหลังไว้ โอบกอดร่างเขาไว้หลวม ๆ“ให้มุกนวดให้ไหมคะจะได้ผ่อนคลาย” ส่งสายตาเจ้าเล่ห์ส่งงานอ่อยเบา ๆภูวดลวางมือลงกลางศีรษะของเธอลูบเรือนผมก่อนจะโยกเขย่าเบา ๆ“ไม่เป็นงานอย่าทำเป็นมาอ่อย”“แล้วอ่อยขึ้นไหมล่ะค

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 28 อย่ายุ่ง

    “ไม่ดีกว่าค่ะ” มุกดาพูดแทรกขึ้นยืนยันคำเดิมแต่ใบหน้ายังยิ้มอยู่“มุกอยากไปกับคุณดลแค่สองคนค่ะ มุกไม่ชอบทานข้าวกับคนอื่นที่ไม่สนิทค่ะมันอึดอัด” มือสอดประสานเข้าไปในมือหนาวางทับเป้ากางเกงของชายหนุ่มแสดงความเป็นเจ้าของ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือและส่งยิ้มให้“คุณอยากไปกับมุกสองคนหรืออยากให้คุณวินนี่ไปด้วยคะ?”“แล้วแต่เธอ” ภูวดลยักไหล่“แต่วินนี่มากับดลนะคะ”“เดี๋ยวมุกให้เด็ก ๆ เรียกแท็กซี่ให้ค่ะ พูดพลางยกมือเรียกพนักงานในร้านให้เดินมาหา”“เรียกแท็กซี่ให้คุณวินนี่ด้วยจ้ะ”“ค่ะคุณมุก”“ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณวินนี่กลับเอง”“ขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ไปส่งพอดีลูกค้าเพิ่งแจ้งมาเมื่อครู่ ไว้เจอกันวันหลังนะครับ”เมื่อหล่อนตั้งใจมาเพื่อจะสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวเขาทำไมยังต้องสนใจความรู้สึกของหล่อนด้วย การประสานงานก็ผ่านทางโรงพยาบาลอยู่แล้วไม่มีผลกระทบใด ๆ กับเขาเลยสักนิดที่จะไม่แคร์หล่อนวนิดาหน้าตาเหลอหลามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหล่อนจริงหรือ หล่อนกำลังโดนผู้ชายเท ทั้งที่ออกตัวแรงจนล้อฟรีขนาดนั้น และนิ่งไปสักพักสมองพลางตื้อไปด้วยมุกดาลุกขึ้นยืนพร้อมกับภูวดลมือยังไม่ปล่อยจากกัน“ขอบคุณคุณวินนี่

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 27 ไม่หึงอยู่แล้ว

    ทีมงานเว็บเพจของแบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ เริ่มปล่อยโปรโมทผลิตภัณฑ์เป็นลักษณะพรีออเดอร์ในลอตแรกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาพิเศษ ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะทุกอย่างผ่านไปอย่างราบรื่นและเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วภูวดลพามุกดาเดินสำรวจร้านอาหารเก่าที่ปิดกิจการไปหลังจากที่เพื่อนเก่าของภูวนาถขอให้ช่วยซื้อไว้ในครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่เนื่องจากประสบกับวิกฤตทางการเงินจนไม่สามารถประคับประคองไว้ได้“ตกแต่งหน้าร้านใหม่นิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้”เขาพูดขณะที่พาเดินตรวจทั่วบริเวณ บรรยากาศโดยรอบยังคงร่มรื่นเพราะเป็นสวนอาหารที่ยังคงมีต้นไม้ใหญ่หลงเหลือในกลางกรุง ลานจอดสะดวกสบาย พื้นที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ภาพร้านในจินตนาการจากไอเดียของเธอผุดขึ้นในหัวมากมาย ส่วนโซนเครื่องดื่มเธอจะยังคงเก็บไว้สำหรับบริการลูกค้าอีกหนึ่งโซนที่จะเพิ่มเติมในอนาคตคือมุมสปาเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้รักสุขภาพและดูแลผิวหลังจากผ่านการอนุมัติจากรูปหล่อสายเปย์ การต่อเติมตกแต่งร้านก็เริ่มดำเนินการทันที และใช้เวลาไม่นานก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการแล้ว“เปิดเป็นทางการเดือนหน้าแล้วเหรอคะดีใจด้วยนะคะ”แอนนาถามอย่างตื่นเต้นเมื่อรับรู้

  • โซ่รักกับดักหัวใจ   ตอนที่ 26 บทลงโทษ

    มุมนั่งต่อจิ๊กซอว์ของภูวภัสในห้องทำงานของพ่อกลายเป็นมุมทำงานของมุกดาชั่วคราวระหว่างที่รอห้องทำงานใหม่เสร็จสิ้น จากการเริ่มโครงงานเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ เอมดีจิวเวลรี่ ซึ่งมีที่มาจากอักษรย่อของเขาและเธอ โดยจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คือจ้างผลิตซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเตรียมสต๊อก และการจองขายผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้นโดยมีที่ปรึกษาจากการแนะนำของแอนนาที่มีความเชี่ยวชาญทั้งเรื่องข้อกฎหมายและการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์จนกระบวนการสุดท้าย ส่วนงานดูแลลูกค้านั้นมุกดาได้เซททีมงานไว้เรียบร้อยแล้วเธอทุ่มเทอย่างหนักในช่วงเวลาที่ภูวดลไปดูงานที่ญี่ปุ่น และตั้งใจจะเตรียมการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันเขากลับมา ต่างคนต่างยุ่งมีเพียงข้อความที่ส่งหากันเท่านั้นพร้อมกับรูปถ่ายคู่กับลูกที่ส่งไปให้เขาทุกวันมุกดายกข้อมือมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาและกดสายหาคนขับรถทันที หลังจากที่เธอออกมาดูโรงผลิตและงานออกแบบที่นัดประชุมกับผู้ผลิตไว้กับ ณวัฒน์ ที่ปรึกษามากประสบการณ์ที่เป็นธุระจัดการให้แทบทุกเรื่องอย่างชำนาญ แต่ดูเหมือนการประชุมจะยังไม่จบง่าย ๆ“ฮัลโหล…โยธาไปรับภูกลับบ้านได้เลยนะฉันคงกลับไม่ทัน”(“ครับคุณมุก”)และไม่ลืมที

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status