MasukตึกXXX
น้ำชายืนมองตึกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งอยู่ตรงหน้าอย่างนึกคิด หลังจากที่ไปดูมินิคอนเสิร์ตที่ผับคืนนั้นมาก็ทำให้จำได้ว่าเธอเคยอยากจะทำอะไร
ความฝันอีกอย่างของน้ำชาก็คือการได้เป็นนักเต้น เธออยากจะมีโอกาสได้ไปเป็นแดนเซอร์ให้นักร้องดังทั้งในไทยและต่างประเทศ หรือไม่อย่างน้อยๆก็อยากจะเปิดโรงเรียนสอนเต้นเป็นของตัวเองในอนาคต
หากแต่ความฝันนั้นก็จำต้องพักไว้ตั้งแต่ช่วงหนึ่งปีก่อน เธอไม่อยากมาเหยียบที่นี่อีกเพราะไม่อยากเจอใครบางคน และถ้าหากว่าเธอหาที่เรียนเต้นที่ดีกว่านี้ได้ก็ไม่คิดจะกลับมาเหยียบที่นี่เช่นกัน
เจ้าของใบหน้าสวยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนที่จะก้าวเท้าฉับเดินตรงไปข้างหน้าอย่างหมายมั่น บรรยากาศเก่าครั้งหลังวันวานย้อนเข้ามาในห่วงความคิด เธอกับเพื่อนสนิทเคยเดินจูงมือหัวเราะด้วยกันไปตลอดทางเดินที่ก้าวอยู่ น่าเสียดายเพียงเพราะผู้ชายคนเดียวทำความสัมพันธ์ดีงามนี้ต้องจบลง…
ระหว่างทางเดินไปน้ำชาเห็นแต่ไกลว่าลิฟต์ที่เธอต้องใช้กำลังจะปิดลงจึงได้ตะโกนร้องบอกคนด้านใน
“รอด้วยค่ะ ไปด้วย”
ประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้งข้างในนั้นมีชายวัยกลางคนยืนอยู่ดูๆไปก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของเธอ น้ำชารีบโค้งศีรษะขอบคุณและยิ้มให้ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนภายในลิฟต์คู่กับเขา
“ไปชั้นไหนหนู?” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“ชั้นยี่สิบเอ็ดค่ะ” เธอตอบกลับเขาไปพร้อมรอยยิ้มและเขาก็ยิ้มตอบกลับมาให้เธอ แต่รอยยิ้มแบบนั้น…เธอนึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน
สองคนต่างวัยในลิฟต์ตัวเดียวกันไม่มีบทสนทนาใดอีก ทว่าลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปได้ไม่เท่าไรก็เกิดอาการแปลกๆเช่นไฟกะพริบติดๆดับๆ และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือมันกระตุกอยู่สองสามครั้งแล้วก็นิ่งไป
กึก! กึก!
“เกิดอะไรขึ้น?”
“สงสัยลิฟต์จะค้างค่ะ”
“ลิฟต์ค้าง?” คนได้คำตอบสีหน้าแววตาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
“ปะ…เปล่า ไม่เป็นอะไร” เขาปฏิเสธเสียงสั่นทั้งที่ใบหน้าผุดซึมไปด้วยเหงื่อเม็ดใหญ่ น้ำชาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบขยับเข้าไปใกล้มือก็ควานหายาดมยาหม่องในกระเป๋าไปด้วย
“คุณไหวไหมคะ” ถามไปน้ำชาก็เอาพัดลมมือถือที่พกมาด้วยจ่อไปที่หน้าของอีกคน เขาหน้าซีดมากจนเธอนึกสงสารอีกใจก็นึกโมโหที่บุคลากรด้านนอกปล่อยให้ลิฟต์ค้างนานขนาดนี้
“ตึกใหญ่ตึกโตขนาดนี้ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ไงกันนะ” เสียงบ่นกระปอดกระแปดของน้ำชาพาให้อีกคนเงยหน้าขึ้นมอง
“ใครเป็นเจ้าของ ทำไมไม่ดูแลดีๆ”
“บางทีเขาอาจจะไม่ค่อยว่างก็ได้นะหนู”
“นั่นสิค่ะ ลืมไปว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย อีกอย่างเจ้าของตึกเขาก็คงมีงานอีกมากมายให้ทำตามประสาคนรวย”
“อืม จริง” อีกฝ่ายพยักหน้าเห็นด้วยตามนั้น อาการใจสั่นหน้าซีดเริ่มดีขึ้นเพราะมีหญิงสาวใจดียื่นทั้งยาดม ทั้งพัดลมมือถือมาจ่อให้ แววตาที่ดูเป็นห่วงเป็นใยกันนั่นก็อีก อายุก็ปาเข้าไปจะห้าสิบแล้วเสือกจะมาใจสั่นเพราะเด็กสาวคราวลูกเฉยเลย
เวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีทุกอย่างก็ถูกแก้ไข ประตูลิฟต์เปิดออกที่ด้านนอกมีผู้ชายสองสามคนยืนอยู่ หนึ่งในนั้นพุ่งตรงเข้ามาในลิฟต์ทันทีแม้ว่าประตูยังเปิดออกไม่สุดก็ตาม
“ท่านเป็นยังไงบ้างครับ?” ชายรูปร่างดีแสดงสีหน้ากรุ่นกังวลอย่างชัดเจน ปลายหางตามองที่น้ำชาเล็กน้อยก่อนที่จะหันกลับไปสนใจเจ้านายของตัวเองต่อ
“นั่นหนูจะไหนเหรอ?” เสียงทุ้มเอ่ยทักในขณะที่น้ำชากำลังพาตัวเองเดินไปยังประตูทางเข้าบันไดหนีไฟ
“พอดีหนูมีเรียนเต้น ไม่อยากให้คนอื่นรอ ขอตัวก่อนนะคะ” น้ำชาโค้งศีรษะให้อีกคนเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินเข้าประตูหนีไฟไป โดยที่มีสายตาของชายวัยกลางคนมองตามไปพร้อมกับรอยยิ้ม
“ท่านครับ”
“มีไร?”
“ผมคิดว่า…”
“มันเรื่องของฉัน แกไปสืบประวัติเด็กคนนี้มาให้ฉันที”
“…”
“ได้ยินที่ฉันพูดไหมแจ็ค”
“ครับๆ”
ด้านน้ำชา…
น้ำชาเดินขึ้นบันไดมาไม่กี่ชั้นก็ถึงโรงเรียนสอนเต้นที่เธอจะมา พอมาถึงพวกเพื่อนเก่าๆที่เคยเรียนเต้นด้วยกันก็ต่างพากันเดินเข้ามาหาและทักทายเธอยกใหญ่ แต่มีอยู่หนึ่งคนที่เธอไม่อยากจะเสวนาด้วย
“ไม่เจอกันนานเลยนะ” อาย เพื่อนรักเพื่อนร้ายของเธอนั่นเอง
“ฉันดีใจนะที่แกกลับมาเรียนเต้นด้วยกันอีก”
“…” น้ำชาได้แต่ยืนมองนิ่ง รอยยิ้มหวานสดใสแบบนั้นครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่ามันไม่มีอะไร แต่ตอนนี้แค่อีกฝ่ายขยับปากเธอก็มองทะลุปรุโปร่งไปถึงข้างใน ถึงสันดานทั้งหมด
“แกสบายดีนะ”
“อืม” น้ำชาตอบแค่นั้นก่อนจะเบี่ยงตัวเดินไปอีกทางเพื่อจะเอาของไปเก็บไว้ในล็อกเกอร์
“แกยังโกรธฉันอยู่เหรอ” แต่ดูเหมือนว่าอีกคนนั้นอยากที่จะหาเรื่องคุยด้วย
“ตอนนี้ฉันกับพี่แซมเลิกคุยกันไปแล้วนะ ถ้าแกอยาก…”
“จะพูดอะไร?” น้ำชาหันไปถามเสียงเรียบนิ่ง
“ก็ที่แกโกรธฉัน ไม่ใช่ว่ายังรักพี่แซมอยู่หรือไง”
“พอเถอะอาย ฉันกับผู้ชายคนนั้นจบกันไปตั้งนานแล้ว”
“แกเคยรักเขามาก”
“…” น้ำชาเหนื่อยใจที่จะอธิบาย ไม่รู้ว่าเพื่อนเก่าเธอจะเซ้าซี้ให้ได้อะไรขึ้นมา
“ฟังนะอาย ฉันไม่ได้อะไรกับพี่แซมแล้ว ตอนนี้ฉันมีคนใหม่แล้ว” น้ำชาเลือกที่จะพูดตัดความรำคาญออกไปแบบนั้น อีกอย่างหนึ่งก็คือแค่อยากทำให้อายรู้สึกว่าตัวเองกับผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีค่าอะไรแล้วกับความรู้สึกเธอในตอนนี้
อีกด้าน…
ณ.ภัตตาคารหรูชั้นบนสุด
“ทำหน้าให้มันดีๆหน่อยได้ไหมไอ้ลูกชาย นานๆจะออกมากินข้าวกับฉันทีทำอย่างกับว่าฉันพามาตาย” เสียงเจ้าสัวซันบ่นกับลูกชายเพียงคนเดียวที่นั่งหน้านิ่งทำท่าทางไม่สบอารมณ์มาพักใหญ่ ทั้งที่ปกติแล้วเป็นคนอารมณ์ดียิ้มเก่ง
“ผมคุยกับป๊าเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แต่ป๊าก็ยังทำแบบนี้อีก”
“มันจะอะไรกันนักวะโซ่ ก็แค่กินข้าวแล้วก็แยกย้าย”
“ป๊าก็รู้ว่าน้าสมรอยากจับคู่ให้ผมกับผิง”
“ก็แล้วยังไง? แกไม่ได้คิดอะไรซะอย่างใครจะบังคับแกได้”
“หึ! กี่ครั้งก็พูดแบบนี้” ชายหนุ่มส่ายหน้าระอาใจ หลายครั้งแล้วที่พวกผู้ใหญ่จ้องแต่จะจับคู่ให้ทั้งๆที่เขาเองก็เพิ่งจะอายุแค่นี้เอง
“จะให้ฉันทำยังไง แม่แกเคยฝากฝังสมรกับหนูผิงไว้ว่าให้ดูแลดีๆ ถึงแกไม่คิดอะไรก็อย่าออกอาการให้มากนักเลยน่า รักษาน้ำใจพวกเขาหน่อยอย่างน้อยๆก็เห็นแก่แม่แก” พูดไปเจ้าสัวใหญ่ก็ถอนหายใจไป ตั้งแต่เมียตายเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเขาก็ดูแลลูกชายคนนี้ด้วยตัวเองมาโดยตลอด อยากได้อะไรก็ตามใจไปเสียหมด ยังดีหน่อยที่ลูกชายเพียงคนเดียวนั้นรักดีไม่ค่อยออกนอกลู่นอกทางเลยไม่ค่อยจะมีเรื่องอะไรขัดใจกัน เว้นก็แต่เรื่องนี้
“หนูผิงก็น่ารักดีนะ แกไม่ได้เจอเขาตั้งนานอาจจะชอบขึ้นมาก็ได้ หวานๆเรียบร้อยเหมือนแฟนเก่าแกเลย”
“ผมไม่ชอบแนวนั้นมานานแล้ว” โซ่ตวัดหางตาใส่คนเป็นพ่อ ไอ้ที่บอกหวานๆนั้นเขาก็เคยชอบจริงแต่ตอนนี้อะไรๆมันก็เปลี่ยนไป
“คุณสมรมาแล้วครับท่าน”
“เชิญเขาเข้ามา” เจ้าสัวใหญ่เอ่ยบอกกับลูกน้องจบแล้วจึงปรายตามองลูกชายส่งสัญญาณบอกให้เก็บอาการไม่พอใจไว้ก่อน
“สวัสดีเฮียซันไม่เจอกันนานเลยสบายดีไหมคะ” สมรส่งเสียงสดใสทักทายสามีเพื่อนที่ล่วงลับไปแล้วอย่างสนิทสนม ด้านหลังเธอมีลูกสาวแสนสวยว่าที่คุณหมอเดินตามมาติดๆ รอยยิ้มแสนหวานถูกส่งให้คนเป็นพ่อก่อนที่จะมาจบลงที่คนเป็นลูกชาย
“สวัสดีค่ะลุงซัน”
“สวัสดีหนูผิง สมร มาๆนั่งกันก่อน” สองแม่ลูกพากันนั่งลงยังเก้าอี้ตัวที่ว่างอยู่ โดยสมรนั่งใกล้กันกับเจ้าสัวซันและให้ลูกสาวเข้าไปนั่งด้านข้างกันกับโซ่
“เฮียยังดูดีเหมือนเดิมเลยนะ สุขภาพแข็งแรงดีนะคะ”
“อืม ก็มีหน้ามืดบ้างบางครั้งแต่ไม่เคยล้มหมอนนอนเสื่อ”
“ก็เป็นธรรมดาของคนเริ่มจะมีอายุแบบเรา เจ็บป่วยบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่สมรดีหน่อยค่ะมียัยผิงคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ” คุณสมรว่าแล้วก็ปรายตาไปทางลูกสาวด้วยความชื่นชม ยิ่งเห็นหนุ่มสาวสองคนนั่งคู่กันแล้วก็ยิ่งดูเหมาะสมกันมากในสายตาของเธอ
“จริงสิ หนูผิงเรียนหมอนี่นาอยู่ปีไหนแล้วล่ะ”
“ปีสามแล้วค่ะ” ว่าที่คุณหมอตอบกลับเสียงหวานก่อนจะหันไปยิ้มให้กับโซ่
ฝ่ายโซ่เองก็ได้แต่ยิ้มตอบกลับไปบางๆ บทสนทนาจากคนด้านข้างเริ่มมีมาเรื่อยๆ ไหนจะจากผู้ใหญ่สองคนนั่นก็อีก ภายในโต๊ะอาหารคงมีเขาเพียงคนเดียวที่รู้สึกอึดอัด ยิ้มหวานเลี่ยนจากสองแม่ลูกดูก็รู้ว่าต้องการสิ่งใด จบนัดครั้งนี้สงสัยเขาต้องเคลียร์กับพ่อตัวเองให้เป็นงานเป็นการเสียทีจะได้ไม่ต้องมาคิดจับคู่ให้กันอีก โซ่เซ็งเว้ย!...
คฤหาสน์เจ้าสัวซัน… งานแต่งของโซ่และน้ำชาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในบ้านของเจ้าสัวซัน แต่นี่ก็เป็นแค่งานที่เชิญมาแต่คนสนิทและสำคัญเท่านั้น ส่วนการจัดงานใหญ่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หน้าบ้านที่กว้างขวางตอนนี้ถูกจัดแต่งให้กลายเป็นสวนดอกไม้นานาพันธ์ ที่ทั้งสองเลือกจะจัดงานที่นี่นั้นเพราะสะดวกกว่าและอีกอย่างคือน้ำรินนั้นก็อยากจะจัดดอกไม้สวยๆที่ตัวเองเป็นคนดูแลในงานแต่งของลูกสาวตัวเอง เสียงดนตรีจากนักร้องชื่อดังที่ถูกจัดจ้างมากำลังบรรเลงเพลงหวานซึ้งกังวานไปรอบพื้นที่ แขกเหรื่อที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะมีแต่คนสนิทกำลังตบเท้าพากันเข้ามาในงานกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างชื่นชมบรรยากาศในงานที่แสนอบอุ่นอย่างยินดีปรีดา “เมื่อยไหม?” เสียงอบอุ่นเอ่ยถามเจ้าสาวของตัวเองที่ยืนรับแขกมานานกว่าชั่วโมง แม้วันนี้อากาศจะไม่อบอ้าวเท่าไหร่นักแต่โซ่ก็รับหน้าที่หยิบกระดาษมาซับหน้าให้น้ำชาตลอด แถมยังเอาแต่ชมเธออยู่ไม่ขาดปาก “วันนี้เมียพี่โคตรสวย” ดวงตาคมหลุบมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่วันนี้ถูกแต่งให้หวานหยดย้อยแปลกตาไปจากทุกวันด้วยใจรักแล้วรักอีก มองต่ำลงไปอีกนิดเห็นทรวงอกขาวอวบที่โผล่พ้นเก
เช้าวันอาทิตย์…ตับ! ตับ! ตับ! เสียงเนื้อกระกันดังลั่นห้องนอนพร้อมกันกับเสียงครางอย่างมีความสุขของคู่รักที่ตื่นมาก็จัดหนักให้กันอย่างเต็มรัก โซ่จ้องมองเนื้อเต้าอวบของคนบนร่างที่มันกระเพื่อมไปตามแรงขยับ ทั้งมือหนาก็ฟอนเฟ้นมันอย่างเมามัน คนตัวเล็กขึ้นขย่มให้เขาได้ถึงอกถึงใจจนแทบจะแตกทุกครั้งที่เธอทิ้งสะโพกลงมา “ซี้ดด เมียพี่เอาโคตรมัน” “…” “ขย่มเก่งขนาดนี้พี่จะไปไหนรอด อ่าห์” น้ำชายิ้มรับในคำชมเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนมากัดริมฝีปากล่างอย่างเซ็กซี่ มือบางวางไว้ที่กล้ามหน้าท้องแกร่งแล้วออกแรงทิ้งสะโพกเข้าขย่มแท่งร้อนรุนแรงขึ้นอีกระดับ เพราะได้ครูดีอย่างโซ่ทุกวันนี้เธอถึงได้ปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองอย่างไม่ต้องเขินอาย มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่ไม่ยั้งแถมยังเร้าร้อนจนที่นอนแทบจะลุกเป็นไฟทุกครั้งที่ได้จัดกัน ในขณะที่คนด้านล่างก็ยกสะโพกเด้งสวนกลับในทุกจังหวะเช่นเดียวกัน โซ่กัดฟันข่มความเสียวซ่านเกินจะบรรยายก่อนจะจับร่างเล็กให้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าคลานเข่าและเขาเองกลับมาคุมเกมอยู่ด้านหลังโดยที่สองอวัยวะยังคงเชื่อมต่อกันไม่หลุดห่างออกแม้แต่วินาทีเดียว “อ๊ะ อ่า พี่โซ่ อืออ” “ซี้
สามปีต่อมา… “ผมขอกาแฟหน่อยสิพี่แจ็ค” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับคนสนิทของพ่อที่ตอนนี้เข้ามาดูแลเขาชั่วคราวเพื่อเป็นที่ปรึกษาในด้านการทำงานต่างๆให้ ตอนนี้โซ่เข้ามาบริหารธุรกิจต่างๆแทนเจ้าสัวซันแทบจะเต็มตัวแล้วเนื่องด้วยคนเป็นพ่อนั้นอยากจะวางมือและใช้ชีวิตของตัวเองบ้างหลังจากทำงานหนักมานาน แต่กระนั้นแล้วก็ยังไม่ใช่ว่าจะวางมือปล่อยให้ลูกชายจัดการทุกอย่างไปคนเดียว ก็ยังคงมีการคอยคุมอยู่เบื่องหลังบ้างเพราะโซ่ก็ยังมีประสบการณ์น้อยอยู่ก๊อกๆ “กาแฟค่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยบอก ก่อนจะเดินตรงเข้ามาวางถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานให้กับเจ้านาย “ขอบคุณครับ” เสียงเรียบกล่าวขอบคุณแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่นำกาแฟมาให้แต่อย่างใด เขาคิดว่าคงเป็นพนักงานคนไหนสักคนหนึ่งที่แจ็คอาจจะวานให้นำกาแฟเข้ามาให้แทนเลยไม่ได้ใส่ใจ ทว่าผ่านไปจนเกือบนาทีคนที่นำกาแฟเข้ามาให้ก็ไม่ออกไปจากห้องทำงานของเขาสักทีจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมองพร้อมตั้งคำถาม “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” “สะ…สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเนตรนะคะ ต่อจากนี้เนตรจะมาเป็นเลขาให้คุณโซ่ค่ะ” หญิงสาวหน้าสวยหยาดเยิ้มแนะนำตัวเองด้วยเสียงประหม่าเล็กน้อยเม
20.00น. “แค่ไปกินข้าวทำไมต้องให้แต่งตัวสวยขนาดนี้ด้วย” ดวงตาคมหันมองเจ้าของเสียงบ่นที่เข้ามานั่งในรถแล้วก็เอาแต่อมยิ้ม ตอนนี้ใบหน้าของน้ำชางอง้ำเพราะเริ่มจะโมโหหิวแต่กระนั้นแล้วก็สวยบาดใจคนเป็นแฟนที่ช่วงนี้คลั่งรักหนักมากอยู่ดี ตอนแรกน้ำชาคิดว่าเขาจะแค่พาเธอไปทานข้าวข้างนอกธรรมดาๆ ทว่าเขากลับให้เธอแต่งตัวสวยๆและเขาเองก็แต่งหล่อแบบจัดเต็ม กว่าจะได้ฤกษ์ออกจากห้องท้องของเธอก็ร้องแล้วร้องอีก จะไม่ให้เธอโมโหหิวได้อย่างไรนี่มันเลยเวลามื้อเย็นเธอมาแล้วด้วยซ้ำ “ไปไกลไหม ชาหิวมากนะ” “ไม่ไกลครับ รถไม่ติดแล้ว ไม่เกินสิบห้านาทีก็ถึง” โซ่บอกพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเคลื่อนรถออกเดินทางเพื่อพาคนรักไปดินเนอร์ในสถานที่ที่ตนเองตั้งใจไว้ ใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาทีตามที่เจ้าตัวบอกก็เดินทางมาถึงยังร้านอาหารเล็กๆริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง จะเรียกว่าร้านได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะร้านทั้งร้านน้ำชาเห็นมีแค่เพียงโต๊ะเดียวเท่านั้นที่ตั้งเด่นอยู่ บนโต๊ะมีอาหารหลายอย่างปิดฝาไว้อย่างดีวางเรียงกันอยู่ บรรยากาศรอบๆโต๊ะถูกจัดแต่งสวยงามมีความโรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รักพากันมาดินเนอร์ แต่บรรยากาศเงียบเชี
ขณะนี้เป็นเวลาตีห้าเกือบจะหกโมงเช้าแล้ว น้ำชารู้สึกว่าเธอเพิ่งจะหลับไปได้แค่นิดเดียวเองแต่กลับถูกคนหื่นปลุกขึ้นมาใหม่ด้วยการละเลงลิ้นลงเล่นกับจุกนมสีหวานของเธอ “พี่โซ่ ชาง่วง” เสียงแหบเอ่ยบอกด้วยความงัวเงียทั้งยังต้องคอยดันไหล่เขาเพื่อปรามให้หยุดดูดนมเธอเสียที “นอนไปสิ พี่กินนมเฉยๆ” ทว่าโซ่ก็คือโซ่ ความดื้อรั้นไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เมื่อคืนกว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้พักก็จัดหนักจัดเต็มกันไปหลายรอบ นี่ผ่านมาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะเล่นเธออีกแล้ว และร่างกายของเธอก็ช่างจะตอบสนองเข้าดีเสียด้วยสิ แม้เสียงในหัวจะบอกว่าง่วงนอน แต่ร่างของเธอกลับขยับแอ่นหน้าอกส่งนมเข้าป้อนยังปากหนาแบบอัตโนมัติ ซ้ำยังจับหัวเขากดลงมาหาแนบชิดเข้าไปอีก น้ำชาอยากจะบ้าตายกับตัวเองจริงๆ ไม่เคยควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลยเวลาอยู่กับเขา “เบาหน่อย ชาตัวลายเป็นตุ๊กแกหมดแล้ว” “หึ!” คนทิ้งลอยแดงจ้ำไปทั้งตัวให้เธอหัวเราะชอบใจอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย โซ่ยังคงนัวเนียอยู่กับยอดอกสีหวานของเธอไม่ยอมห่าง ริมฝีปากหนาทั้งดูด ทั้งดึง เดี๋ยวขบเดี๋ยวเม้มอยู่อย่างนั้นเหมือนว่าสนุกกับมันหนักหนา กระทั่งคลอเคลียเต้าน
ห้องพัก… “เหนื่อยไหมวันนี้?” เสียงอบอุ่นของโซ่เอ่ยถามขึ้นในขณะที่ทั้งสองกำลังแช่น้ำอุ่นในอ่างสุดหรูเพื่อผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าในวันนี้ ฝ่ามือหนาค่อยๆนวดที่ขมับให้คนรักอย่างเอาอกเอาใจ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือหวังผลบางอย่างจากเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสุดฮอตที่อยู่ใต้น้ำของแฟนสาวด้วยใจที่แสนร้อนรุ่ม “เหนื่อยนะ แต่ชามีความสุขดี” รอยยิ้มสวยปรากฎบนใบหน้าของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนโซ่ยังอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ วันนี้คนสวยของเขาดูมีความสุขจริงๆ แต่เขายังทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่านี้อีก “เห็นเธอมีความสุขพี่ก็ดีใจ แต่จะดีใจมากถ้าเรามีความสุขด้วยกัน”หมับ! น้ำชาเข้าคว้าที่มือหนาทันทีอย่างรู้ทันเมื่อมือนั้นเลื่อนมากอบกุมที่หน้าอกของเธอ ไม่กี่นาทีก่อนเขายังมองเธอด้วยสายตาอบอุ่นอยู่เลย เผลอแค่นิดเดียวตอนนี้กลับมองเธอเหมือนอยากจะกลืนกินกันทั้งตัวเสียอย่างนั้น น้ำชาเห็นแล้วก็ขนลุกขนพอง เขาไม่ได้กินเธอมาเป็นเดือนๆ ไม่อยากจะนึกถึงสภาพตัวเองเลยว่าคนหิวโซอย่างเขาจะกินเธอได้มูมมามแค่ไหน “ได้เวลาของเราแล้วนี่” “…” “ดูสิ มันแข็งรอตั้งนานแล้ว” มือนุ่มนิ่มถูกบังคับให้ลง







