Masukภายในโต๊ะกลับมาที่บรรยากาศครึกครื้นอีกครั้งหลังจากเกิดสภาวะอึมครึมไปชั่วขณะ ตอนนี้นักร้องวงดังขึ้นทำการแสดงแล้ว สาวๆที่เริ่มกรึ่มก็พากันออกสเต็ปแดนซ์ตามท่าเต้นของเพลงที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงนี้
คงจะมีแต่พวกหนุ่มๆที่ไม่ได้อินอะไรด้วยกับนักร้องหล่อๆ แต่ถึงอย่างนั้นแล้วพวกเขาต่างก็พากันมองไปทางพวกผู้หญิงอยู่ตลอดเพราะเกรงว่าจะมีพวกฉวยโอกาสในช่วงเวลานี้เข้ามาวุ่นวายกับพวกเธอ
“ไงมึง ถึงไหนแล้ว”
“ถึงไหนอะไรมึง” โซ่หันไปถามริวที่อยู่ดีๆก็เข้ามานั่งใกล้เขาแล้วกอดคอถาม ปกติเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยจะยุ่งเรื่องของคนอื่นสักเท่าไรแต่วันนี้มาแปลก
“มึงชอบเขาจริง?”
“น้ำชาเหรอ?”
“…” ริวไม่ได้ตอบแต่มองไปยังกลุ่มผู้หญิงสามคนที่กำลังเต้นกันอยู่อย่างสนุกแทน
“ถ้าไม่สนใจกูคงไม่จีบ”
“ไม่ใช่จะจีบเพราะ…”
“ทำไมวันนี้มึงพูดมากจังไอ้ริว เมาหรือไง” โซ่ทำเสียงหงุดหงิดใส่เพื่อนที่วันนี้ดูจะสนใจเรื่องของเขาเป็นพิเศษทั้งที่ปกติมันไม่เคยจะมาวุ่นวายไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม
“กูก็แค่อยากเตือน ถ้ายังลืมไม่ได้ก็อย่าดึงใครเขาเข้ามาเกี่ยวด้วย” ริวว่าพลางก็ตบที่บ่าเพื่อนเบาๆก่อนจะลุกไปนั่งที่ฝั่งตรงข้ามที่เดิมของตัวเอง ทั้งสองยังมองสบตากันอยู่ชั่วครู่ก่อนที่โซ่จะเป็นฝ่ายละสายตาจากริวหันไปมองน้ำชาที่เต้นสนุกอยู่กับเพื่อนๆของเธอแทน
แค่ทำนองเพลงฮิตที่ติดกระแสในช่วงสองปีก่อนดังขึ้น สาวๆที่ยังจำท่าเต้นเพลงนั้นได้ก็พากันวาดลวดลายเต้นพร้อมกับตะโกนร้องเพลงนั้นตามไปด้วย
โซ่เอาแต่นั่งมองน้ำชาเต้นแล้วก็อมยิ้ม ไม่คิดว่าคนซึ่งปกติจะนิ่งๆเวลาได้อยู่กับเพื่อนแล้วจะเป็นคนหลุดกรอบตัวเองขนาดนี้ ยิ้มก็เก่ง หัวเราะก็เก่ง แถมยังเต้นเก่งอีกต่างหาก เขาชอบเข้าไปดูคลิปที่เธอเต้นลงโซเชียลอยู่บ่อยๆแต่ก็ไม่คิดว่าจริงๆแล้วเธอจะเต้นสวยขนาดนี้
“ไอ้โซ่” ในขณะที่เขากำลังมองเธอเพลินๆ วินที่หายออกไปจากโต๊ะนานพอสมควรไม่รู้ว่ากลับมาตั้งแต่เมื่อไรเดินเข้ามาสะกิดเขา พร้อมกันนั้นก็ยัดอะไรบางอย่างใส่ในมือ
“ขวัญฝากมาให้”
โซ่มองสิ่งของในมืออยู่แค่เพียงชั่วครู่ก่อนจะจับมันยัดใส่เข้าไปในกระเป๋ากางเกงอย่างไม่ได้ให้ความสนใจอีก…
00.30น.
“เธอขับไหวแน่นะ” โซ่ถามคนที่นั่งตาจะปิดอยู่แล้วอย่างนึกเป็นห่วง หลังจากมินิคอนเสิร์ตจบไปแล้วพวกสาวๆก็ถูกไอ้วินเพื่อนของเขาท้าดวลเหล้าต่ออีก ก็เล่นเอาร่วงกันเป็นแถบๆ พิมกับสายฝนถูกสายหมอกกับริวหิวปีกกลับบ้านไปแล้ว ส่วนไอ้ตัวชอบมอมเหล้าคนอื่นก็หายไปกับสาวคนไหนสักคนในผับนี้แล้วเหมือนกัน
คงจะเหลือน้ำชาคนเดียวที่ขอนั่งตั้งสติตัวเองอยู่ แต่เท่าที่โซ่เห็นตั้งสติยังไงเธอก็คงจะไม่ไหว
“ให้พี่ขับไปส่งดีกว่า”
“ไม่เป็นไร ชากลับได้ เมาแบบนี้บ่อยไม่ต้องห่วง”
“ไม่ห่วงได้ไง” ขืนปล่อยเธอกลับเองเกิดอะไรขึ้นมาเขาต้องมานั่งรู้สึกผิดอีก
“ถ้าพี่ไปส่งชา แล้วรถพี่ล่ะ”
“จอดไว้นี่ก่อนได้ ไม่ใช่ปัญหาเดี๋ยวเรียกแท็กซี่กลับมาเอา”
“ไม่เอาอะ เกรงใจ”
“ไปเถอะน่า ลุกเร็วผับจะปิดแล้วเดี๋ยวรถออกเยอะ” ไม่ว่าเปล่าโซ่เร่งคว้าเอากระเป๋าสะพายกับข้อมือเล็กของคนที่บอกว่าตัวเองไหวให้เดินตามไปด้วยกัน
30นาทีผ่านไป
@คอนโดน้ำชา…
หลายนาทีผ่านไปแล้วที่รถของน้ำชาจอดนิ่งสนิทอยู่ในลานจอดรถของคอนโด แต่ตัวเจ้าของรถเองกลับหลับสนิทไปตั้งแต่รถเพิ่งจะเคลื่อนตัวออกมาจากผับ
โซ่หันไปหมายจะปลุกเธอให้ตื่นทว่าสายตาคมกลับไปสะดุดตรงริมฝีปากอิ่มของเธอเสียอย่างนั้น ริมฝีปากนี้ที่เขาเคยได้จูบ ‘อยากจะลองสัมผัสมันอีกสักครั้ง’ นั่นคือเสียงในหัวของเขา…ทว่าก็ทำได้แค่มอง เพราะคนที่เขาจ้องอยู่กำลังจะตื่น
“ถึงแล้วเหรอ ทำไมไม่ปลุกชา” น้ำชางัวเงียลืมตาขึ้นมานั่งหลังตรงพร้อมบิดขี้เกียจคลายกล้ามเนื้อ
“เธอตื่นแล้ว งั้นพี่กลับก่อนนะ” โซ่ว่าพลางทำถ้าจะเปิดประตูลงจากรถเพราะรู้สึกไม่ค่อยจะไหวเวลาอยู่ใกล้เธอ
“เดี๋ยวๆ แท็กซี่ต้องออกไปโบกข้างนอก ตอนนี้น่าจะไม่ค่อยมีด้วย ชากดเรียกรถให้ดีกว่า” ทว่าก็ถูกน้ำชาเรียกเอาไว้ก่อน
“งั้นก็ได้”
“เค” น้ำชาปัดหน้าจอเข้าแอปพลิเคชันสำหรับใช้บริการรถโดยสาร และทำการจองให้เสร็จสรรพก่อนจะยื่นหน้าจอให้อีกฝ่ายดู
“เรียบร้อย แต่อีกเกือบสิบนาทีเลย”
“ไม่เป็นไร รอได้”
“นั่งรอในรถนี่แหละ ข้างนอกยุงเยอะ” น้ำชารีบบอกก่อนในตอนที่โซ่ทำท่าจะเปิดประตูรถลงไปอีกครั้ง
“เธอง่วงแล้ว ไปนอนเถอะ”
“ได้ไง พี่อุตส่าห์ขับมาส่ง แค่สิบนาทีเองชารอเป็นเพื่อนได้”
“อืม” โซ่จำต้องกลับมานั่งตัวตรงหลังพวงมาลัยเช่นเดิม ไม่อยากจะขัดศรัทธาคนซึ่งมีน้ำใจให้ส่วนอีกใจนึงก็อยากจะใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ
“ขอบคุณนะที่วันนี้ชวนชาไปด้วย” น้ำชาหาเรื่องชวนเขาคุยเพื่อฆ่าเวลา
“เห็นเราลงสตอรี่วงนี้บ่อยๆน่ะ เลยชวน”
“นี่อย่าบอกนะ ว่าแอบมาส่องชาน่ะ”
“ก็บอกว่าจะจีบไง ต้องทำการบ้านหน่อยสิ” ก็เขาบอกไปแล้วว่าจะจีบก็คือจะจีบจริงๆ
คำพูดของเขาทำให้น้ำชานึกไปถึงคืนนั้นที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยกันครั้งแรกในผับ ที่เขากับสายฝนพูดกันตอนนั้นเธอไม่คิดว่าจะจริงจังถึงจะรู้สึกว่าบางทีเขาจงใจจะเข้ามาใกล้เธอเกินไปในบางครั้ง แต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไร
“ไง หวั่นไหวบ้างหรือยัง?”
“หือ? ชาคิดว่าพี่แค่พูดเอาฮาในโต๊ะ ไม่คิดว่าจะจริงจัง”
“อืม ตอนแรกก็ไม่ได้จะจริงจังขนาดนั้นหรอก แต่พอได้จูบ…” โซ่เกิดอาการอึกอักขึ้นมา เมื่อนึกไปถึงครั้งที่ริมฝีปากของทั้งคู่แตะกัน
“แต่พอได้จูบเธอแล้วมันดันติดใจ”
“พะ พี่โซ่” น้ำชาหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่นึกไปถึงคืนวันนั้นเช่นกัน อุตส่าห์จะไม่พูดถึงมันอยู่แล้วเชียวแต่เขาดันจุดประกายขึ้นมาใหม่จนได้
ภายในรถเกิดเป็นความเงียบ…
โซ่หันมองใบหน้าแดงก่ำของเธออยู่พักใหญ่ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมองที่กลีบปากสวยของเธอพลันก็ฝืนกลืนน้ำลายหนืดลงคอ
“อยากจูบอีก” สุดท้ายเขาก็แพ้เสียงในหัวตัวเอง
ไม่ทันที่น้ำชาจะได้อ้าปากพูดอะไรใบหน้าหล่อเหลาก็ขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นของเขา
“พี่”
“ได้ไหม?”
ท่ามกลางความรู้สึกวูบวาบไม่มีที่มาที่ไป น้ำชาไม่สามารถที่จะปฏิเสธอะไรได้ เพราะทันทีที่ริมฝีปากของเธอขยับโซ่ก็จับคว้าต้นคอของเธอไว้แล้วแนบริมฝีปากของเขาลงมาอย่างไม่รออะไรอีก
“อื๊อ!”
ความรู้สึกหวามในอารมณ์ทำให้หญิงสาวเกิดอาการขนลุกซู่ มือไม้ที่เกร็งอยู่ก็เกิดจะอ่อนยวบยาบเหมือนไร้เรี่ยวแรง ใจอยากจะปฏิเสธแต่ร่างกายก็ดันไม่ให้ความร่วมมือ
จูบของโซ่ทั้งอ่อนโยนและดูดดื่มในเวลาเดียวกัน…
คนเป็นงานปรนเปรอเธอด้วยการแทรกลิ้นร้อนเข้าเกี่ยวพันกับลิ้นเล็กเป็นจังหวะที่สามารถตอบโต้กันได้ไร้ซึ่งความเอาแต่ใจ ทว่าก็กลับทำให้อีกฝ่ายนั้นรู้สึกเหมือนกำลังถูกสูบวิญญาณออกไปจนหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
ไหนจะลมหายใจรุ่มร้อนที่ราดรดลงใส่กัน ไหนจะสายตาวาบหวามบ่งบอกอารมณ์ส่งต่อถึงความหมาย วินาทีนี้โซ่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโคตรอยากจะทำมากกว่านี้ แต่ทำได้มากสุดก็แค่เพียงโอบกอดเอวสวยกระชับให้มาเข้าชิดติดกายเขาอีกระดับ
ความกอดรัดแน่นทำเอาหญิงสาวเริ่มอึดอัดจนต้องพยายามดันตัวเขาให้ออกห่าง
“พี่โซ่! หะ หายใจไม่ออก”
“โทษที” โซ่เอ่ยขอโทษน้ำเสียงติดขัด สายตาคมยังคงจ้องมองอยู่ที่ริมฝีปากเปล่งบวมนั่นอย่างนึกเสียดาย
“อีกนิดได้ไหม?” เขาส่งเสียงแหบเอ่ยอ้อน สายตาก็เว้าวอนอยากให้เธอเห็นใจ
หากแต่น่าเสียดายเมื่อทุกอย่างจำต้องหยุดลงเพียงแค่นั้น…
แสงไฟจากรถอีกคันที่สาดเข้ามาให้เห็นทำให้ทั้งสองต้องแยกออกจากกันอย่างช่วยไม่ได้
โซ่ถอนหายใจอย่างนึกเสียดาย ฝ่ายน้ำชาเองก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างไปไม่เป็น ‘มันค้างคา’
“พี่…กลับนะ” รถที่น้ำชากดเรียกให้มาไวกว่าที่คิด
“อืม ไว้เจอกัน”
“เค เจอกัน” และแม้ว่าอยากจะฝืนแต่โซ่ก็ทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มเจือจางแล้วก้าวลงจากรถไปอย่างนึกเสียดายแล้วเสียดายอีก เสียดายฉิบหายเลย…
คฤหาสน์เจ้าสัวซัน… งานแต่งของโซ่และน้ำชาจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายภายในบ้านของเจ้าสัวซัน แต่นี่ก็เป็นแค่งานที่เชิญมาแต่คนสนิทและสำคัญเท่านั้น ส่วนการจัดงานใหญ่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หน้าบ้านที่กว้างขวางตอนนี้ถูกจัดแต่งให้กลายเป็นสวนดอกไม้นานาพันธ์ ที่ทั้งสองเลือกจะจัดงานที่นี่นั้นเพราะสะดวกกว่าและอีกอย่างคือน้ำรินนั้นก็อยากจะจัดดอกไม้สวยๆที่ตัวเองเป็นคนดูแลในงานแต่งของลูกสาวตัวเอง เสียงดนตรีจากนักร้องชื่อดังที่ถูกจัดจ้างมากำลังบรรเลงเพลงหวานซึ้งกังวานไปรอบพื้นที่ แขกเหรื่อที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเพราะมีแต่คนสนิทกำลังตบเท้าพากันเข้ามาในงานกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนต่างชื่นชมบรรยากาศในงานที่แสนอบอุ่นอย่างยินดีปรีดา “เมื่อยไหม?” เสียงอบอุ่นเอ่ยถามเจ้าสาวของตัวเองที่ยืนรับแขกมานานกว่าชั่วโมง แม้วันนี้อากาศจะไม่อบอ้าวเท่าไหร่นักแต่โซ่ก็รับหน้าที่หยิบกระดาษมาซับหน้าให้น้ำชาตลอด แถมยังเอาแต่ชมเธออยู่ไม่ขาดปาก “วันนี้เมียพี่โคตรสวย” ดวงตาคมหลุบมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่วันนี้ถูกแต่งให้หวานหยดย้อยแปลกตาไปจากทุกวันด้วยใจรักแล้วรักอีก มองต่ำลงไปอีกนิดเห็นทรวงอกขาวอวบที่โผล่พ้นเก
เช้าวันอาทิตย์…ตับ! ตับ! ตับ! เสียงเนื้อกระกันดังลั่นห้องนอนพร้อมกันกับเสียงครางอย่างมีความสุขของคู่รักที่ตื่นมาก็จัดหนักให้กันอย่างเต็มรัก โซ่จ้องมองเนื้อเต้าอวบของคนบนร่างที่มันกระเพื่อมไปตามแรงขยับ ทั้งมือหนาก็ฟอนเฟ้นมันอย่างเมามัน คนตัวเล็กขึ้นขย่มให้เขาได้ถึงอกถึงใจจนแทบจะแตกทุกครั้งที่เธอทิ้งสะโพกลงมา “ซี้ดด เมียพี่เอาโคตรมัน” “…” “ขย่มเก่งขนาดนี้พี่จะไปไหนรอด อ่าห์” น้ำชายิ้มรับในคำชมเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนมากัดริมฝีปากล่างอย่างเซ็กซี่ มือบางวางไว้ที่กล้ามหน้าท้องแกร่งแล้วออกแรงทิ้งสะโพกเข้าขย่มแท่งร้อนรุนแรงขึ้นอีกระดับ เพราะได้ครูดีอย่างโซ่ทุกวันนี้เธอถึงได้ปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองอย่างไม่ต้องเขินอาย มีแรงเท่าไหร่ก็ใส่ไม่ยั้งแถมยังเร้าร้อนจนที่นอนแทบจะลุกเป็นไฟทุกครั้งที่ได้จัดกัน ในขณะที่คนด้านล่างก็ยกสะโพกเด้งสวนกลับในทุกจังหวะเช่นเดียวกัน โซ่กัดฟันข่มความเสียวซ่านเกินจะบรรยายก่อนจะจับร่างเล็กให้เปลี่ยนมาอยู่ในท่าคลานเข่าและเขาเองกลับมาคุมเกมอยู่ด้านหลังโดยที่สองอวัยวะยังคงเชื่อมต่อกันไม่หลุดห่างออกแม้แต่วินาทีเดียว “อ๊ะ อ่า พี่โซ่ อืออ” “ซี้
สามปีต่อมา… “ผมขอกาแฟหน่อยสิพี่แจ็ค” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับคนสนิทของพ่อที่ตอนนี้เข้ามาดูแลเขาชั่วคราวเพื่อเป็นที่ปรึกษาในด้านการทำงานต่างๆให้ ตอนนี้โซ่เข้ามาบริหารธุรกิจต่างๆแทนเจ้าสัวซันแทบจะเต็มตัวแล้วเนื่องด้วยคนเป็นพ่อนั้นอยากจะวางมือและใช้ชีวิตของตัวเองบ้างหลังจากทำงานหนักมานาน แต่กระนั้นแล้วก็ยังไม่ใช่ว่าจะวางมือปล่อยให้ลูกชายจัดการทุกอย่างไปคนเดียว ก็ยังคงมีการคอยคุมอยู่เบื่องหลังบ้างเพราะโซ่ก็ยังมีประสบการณ์น้อยอยู่ก๊อกๆ “กาแฟค่ะ” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยบอก ก่อนจะเดินตรงเข้ามาวางถ้วยกาแฟบนโต๊ะทำงานให้กับเจ้านาย “ขอบคุณครับ” เสียงเรียบกล่าวขอบคุณแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่นำกาแฟมาให้แต่อย่างใด เขาคิดว่าคงเป็นพนักงานคนไหนสักคนหนึ่งที่แจ็คอาจจะวานให้นำกาแฟเข้ามาให้แทนเลยไม่ได้ใส่ใจ ทว่าผ่านไปจนเกือบนาทีคนที่นำกาแฟเข้ามาให้ก็ไม่ออกไปจากห้องทำงานของเขาสักทีจนเขาต้องเงยหน้าขึ้นมองพร้อมตั้งคำถาม “มีอะไรหรือเปล่าครับ?” “สะ…สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเนตรนะคะ ต่อจากนี้เนตรจะมาเป็นเลขาให้คุณโซ่ค่ะ” หญิงสาวหน้าสวยหยาดเยิ้มแนะนำตัวเองด้วยเสียงประหม่าเล็กน้อยเม
20.00น. “แค่ไปกินข้าวทำไมต้องให้แต่งตัวสวยขนาดนี้ด้วย” ดวงตาคมหันมองเจ้าของเสียงบ่นที่เข้ามานั่งในรถแล้วก็เอาแต่อมยิ้ม ตอนนี้ใบหน้าของน้ำชางอง้ำเพราะเริ่มจะโมโหหิวแต่กระนั้นแล้วก็สวยบาดใจคนเป็นแฟนที่ช่วงนี้คลั่งรักหนักมากอยู่ดี ตอนแรกน้ำชาคิดว่าเขาจะแค่พาเธอไปทานข้าวข้างนอกธรรมดาๆ ทว่าเขากลับให้เธอแต่งตัวสวยๆและเขาเองก็แต่งหล่อแบบจัดเต็ม กว่าจะได้ฤกษ์ออกจากห้องท้องของเธอก็ร้องแล้วร้องอีก จะไม่ให้เธอโมโหหิวได้อย่างไรนี่มันเลยเวลามื้อเย็นเธอมาแล้วด้วยซ้ำ “ไปไกลไหม ชาหิวมากนะ” “ไม่ไกลครับ รถไม่ติดแล้ว ไม่เกินสิบห้านาทีก็ถึง” โซ่บอกพร้อมฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเคลื่อนรถออกเดินทางเพื่อพาคนรักไปดินเนอร์ในสถานที่ที่ตนเองตั้งใจไว้ ใช้เวลาไม่เกินสิบห้านาทีตามที่เจ้าตัวบอกก็เดินทางมาถึงยังร้านอาหารเล็กๆริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง จะเรียกว่าร้านได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเพราะร้านทั้งร้านน้ำชาเห็นมีแค่เพียงโต๊ะเดียวเท่านั้นที่ตั้งเด่นอยู่ บนโต๊ะมีอาหารหลายอย่างปิดฝาไว้อย่างดีวางเรียงกันอยู่ บรรยากาศรอบๆโต๊ะถูกจัดแต่งสวยงามมีความโรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รักพากันมาดินเนอร์ แต่บรรยากาศเงียบเชี
ขณะนี้เป็นเวลาตีห้าเกือบจะหกโมงเช้าแล้ว น้ำชารู้สึกว่าเธอเพิ่งจะหลับไปได้แค่นิดเดียวเองแต่กลับถูกคนหื่นปลุกขึ้นมาใหม่ด้วยการละเลงลิ้นลงเล่นกับจุกนมสีหวานของเธอ “พี่โซ่ ชาง่วง” เสียงแหบเอ่ยบอกด้วยความงัวเงียทั้งยังต้องคอยดันไหล่เขาเพื่อปรามให้หยุดดูดนมเธอเสียที “นอนไปสิ พี่กินนมเฉยๆ” ทว่าโซ่ก็คือโซ่ ความดื้อรั้นไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว เมื่อคืนกว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้พักก็จัดหนักจัดเต็มกันไปหลายรอบ นี่ผ่านมาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาก็จะเล่นเธออีกแล้ว และร่างกายของเธอก็ช่างจะตอบสนองเข้าดีเสียด้วยสิ แม้เสียงในหัวจะบอกว่าง่วงนอน แต่ร่างของเธอกลับขยับแอ่นหน้าอกส่งนมเข้าป้อนยังปากหนาแบบอัตโนมัติ ซ้ำยังจับหัวเขากดลงมาหาแนบชิดเข้าไปอีก น้ำชาอยากจะบ้าตายกับตัวเองจริงๆ ไม่เคยควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เลยเวลาอยู่กับเขา “เบาหน่อย ชาตัวลายเป็นตุ๊กแกหมดแล้ว” “หึ!” คนทิ้งลอยแดงจ้ำไปทั้งตัวให้เธอหัวเราะชอบใจอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย โซ่ยังคงนัวเนียอยู่กับยอดอกสีหวานของเธอไม่ยอมห่าง ริมฝีปากหนาทั้งดูด ทั้งดึง เดี๋ยวขบเดี๋ยวเม้มอยู่อย่างนั้นเหมือนว่าสนุกกับมันหนักหนา กระทั่งคลอเคลียเต้าน
ห้องพัก… “เหนื่อยไหมวันนี้?” เสียงอบอุ่นของโซ่เอ่ยถามขึ้นในขณะที่ทั้งสองกำลังแช่น้ำอุ่นในอ่างสุดหรูเพื่อผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าในวันนี้ ฝ่ามือหนาค่อยๆนวดที่ขมับให้คนรักอย่างเอาอกเอาใจ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือหวังผลบางอย่างจากเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างสุดฮอตที่อยู่ใต้น้ำของแฟนสาวด้วยใจที่แสนร้อนรุ่ม “เหนื่อยนะ แต่ชามีความสุขดี” รอยยิ้มสวยปรากฎบนใบหน้าของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าจนโซ่ยังอดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ วันนี้คนสวยของเขาดูมีความสุขจริงๆ แต่เขายังทำให้เธอมีความสุขได้มากกว่านี้อีก “เห็นเธอมีความสุขพี่ก็ดีใจ แต่จะดีใจมากถ้าเรามีความสุขด้วยกัน”หมับ! น้ำชาเข้าคว้าที่มือหนาทันทีอย่างรู้ทันเมื่อมือนั้นเลื่อนมากอบกุมที่หน้าอกของเธอ ไม่กี่นาทีก่อนเขายังมองเธอด้วยสายตาอบอุ่นอยู่เลย เผลอแค่นิดเดียวตอนนี้กลับมองเธอเหมือนอยากจะกลืนกินกันทั้งตัวเสียอย่างนั้น น้ำชาเห็นแล้วก็ขนลุกขนพอง เขาไม่ได้กินเธอมาเป็นเดือนๆ ไม่อยากจะนึกถึงสภาพตัวเองเลยว่าคนหิวโซอย่างเขาจะกินเธอได้มูมมามแค่ไหน “ได้เวลาของเราแล้วนี่” “…” “ดูสิ มันแข็งรอตั้งนานแล้ว” มือนุ่มนิ่มถูกบังคับให้ลง





![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

