LOGINหญิงสาวนอนเอาแขนพาดตุ๊กตาหมีตัวโตอยู่บนเตียงนอนขนาดเล็กกับห้องที่มืดสนิท ในขณะที่กำลังจะเคลิ้มหลับนั้นดันมีเสียงเรียกชื่อยายของเธออยู่ด้านร่าง ด้วยน้ำเสียงที่ดูเร่งรีบและมีเรื่องด่วนเป็นอย่างมาก
“ยายจันทร์!!”
“ยายจันทร์!” เสียงคนตะโกนดังมาจากหน้าบ้านเรื่อย ๆ ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด เธอเดินลงไปตามเสียงพร้อมกับเจอยายที่เปิดประตูออกมาจากห้องของท่านพอดี
“ใครมาจ๊ะยาย”
“บ่ฮู้ลูก แต่อย่าฟ้าวขานฮับออกไปเบิ่งกันก่อน” (ไม่รู้ลูก แต่อย่าขานรับเดินออกไปดูกันก่อน) สองยายหลานเดินออกไปหน้าบ้าน พบกับผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่สีหน้าตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก
“เอ้า บักสินมีหยังทรงตื่นแท้” (เอ้า ไอ้สินมีอะไรทำไมตกใจขนาดนั้น) สินคือคนที่ทำงานที่ฟาร์มภาคภูมิเช่นเดียวกันกับบุญมีและอาศัยที่ซุ้มข้าง ๆ กัน
“พ่อใหญ่บุญ ๆ”
“ตาเป็นหยังจ้ะลุงสิน” (ตาเป็นอะไรจ๊ะลุงสิน)
“อยู่ดี ๆ เลากะวูบ” (อยู่ดี ๆ แกก็หน้ามืดเป็นลมไป)
“ฮะ!!” สองยายหลานอุทานออกมาด้วยท่าทีตกใจ
“ซุมเจ้าฟ้าวไปเถาะ คุณเหนือพาไปโรงบาลแล้ว” (รีบ ๆ ไปเลย คุณทิศเหนือพาไปส่งที่โรงพยาบาลแล้ว)
“จ้ะ ๆ เดี๋ยวโปรดไปเอารถก่อน” ร่างเล็กวิ่งไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ใต้ถุนบ้านอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมาจอดรถเพื่อให้ยายจันทร์ขึ้นที่หน้าบ้านตรงที่คุยกับลุงสินเมื่อครู่
สองยายหลานซ้อนรถจักรยานยนต์ออกไปยังโรงพยาบาลในเวลาราว 4 ทุ่มครึ่ง ขณะที่รถจักรยานยนต์แล่นไปเรื่อย ๆ ภายในหมู่บ้านมีเพียงไฟหน้ารถและแสงไฟฟ้าข้างถนนริบหรี่ ๆ เท่านั้น อีกทั้งยังมีแต่ความเงียบจนได้ยินเสียงแมลง เนื่องด้วยเวลานี้ชาวบ้านต่างจังหวัดมักจะเข้านอนกันแล้ว พอขับรถมาถึงถนนใหญ่ความเงียบก็ไม่ต่างจากในหมู่บ้านเลยสักนิด แต่ก็ยังพอมีแสงจากเสาร์ไฟฟ้าเกาะกลางถนน จึงทำให้ไม่น่ากลัวมาก แถมวันนี้ยังเป็นวันปกติทำให้ไม่ครึกครื่นเหมือนกับวันหยุด
อากาศที่เย็นจัดทำเอาร่างเล็กที่ไม่ได้ใส่เสื้อกันหนาวขนลุกไปทั้งตัว อีกทั้งยังโรงพยาบาลอยู่ห่างจากบ้านเธอเกือบ 7 กิโลเมตร
ใช้เวลาราว 15 นาที สองยายหลานก็ถึงโรงพยาบาลประจำอำเภอ สองเท้าเล็กวิ่งไปยังห้องฉุกเฉินโดยไม่ลืมประคองผู้เป็นยายไปด้วย
“ตะ..ตาล่ะคะ?” เธอเอ่ยถามทิศเหนือที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน
“หมอยังไม่ออกมาน่ะ”
“ขอบคุณคุณเหนือมากนะลูกที่พาลุงบุญมาส่ง”
“ไม่เป็นไรครับป้าจันทร์”
“ญาติคุณลุงบุญมี เทวาภักดิ์ครับ”
“ค่ะ อาการตาเป็นยังไงบ้างคะ”
“ตอนนี้คนไข้มีความดันสูงกว่าปกติ มีเลือดออกตามไรฟันด้วย ตัวช้ำง่ายและมีไข้สูงอีกครับ”
“รอคนไข้ความดันคงที่ หมอจะทำการเจาะเลือด เพื่อตรวจเม็ดเลือดนะครับ หากเลือดจางต้องส่งตัวคนไข้ไปโรงพยาบาลใหญ่ในตัวจังหวัดครับ” ทั้งสามพยักหน้าเข้าใจสิ่งที่หมอสื่อ
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” เมื่อโปรดรักเอ่ยครอบคุณหมอเสร็จ ก็ประคองผู้เป็นยายไปนั่งเก้าอี้สำหรับญาติหน้าห้องฉุกเฉิน
เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง ความดันของตาบุญมีเพิ่งจะคงที่ ทำให้ทางพยาบาลพึ่งได้นำเลือดไปตรวจ กว่าผลจะออกก็คงอีกนาน หญิงสาวรู้สึกเกรงใจผู้พาตาของเธอมาส่งโรงพยาบาล เกรงว่าเขาจะง่วงเนื่องจากเวลานี้ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว
“คุณทิศเหนือกลับก่อนก็ได้นะคะ” โปรดรักเอ่ยบอกคนที่นั่งอยู่ด้านหลังอย่างนุ่มนวล เพราะเธอเองก็กลัวว่าเขาจะง่วงจะลำบาก แค่พาผู้เป็นตามาส่งที่โรงพยาบาลก็รู้สึกเกรงใจอยู่ไม่น้อย
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่รอผลด้วยจะได้มั่นใจด้วยว่าลุงบุญปลอดภัย”
“ไม่ง่วงเหรอคะ”
“ไม่เท่าไหร่”
“แล้วยายง่วงไหมจ๊ะ” โปรดรักหันมาถามผู้เป็นยายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ บ้าง
“นิดหน่อยลูก”
“โปรดไปซื้อพวกผลไม้ดองแก้ง่วงมาให้ยายหน่อยได้ไหม ที่ร้านค้าหน้าโรงพยาบาลน่าจะมี”
“ได้จ้ะ”
“คุณเหนือเอากาแฟไหมลูก”
“ไม่เป็นไรครับ แต่ร้านค้าข้างหน้าน่าจะปิดแล้วหรือเปล่า” เนื่องจากเป็นร้านขายของชำขนาดเล็ก จึงไม่แปลกที่จะต้องปิดเปิดเป็นเวลา
“งั้นเดี๋ยวโปรดขับรถไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงก็ได้จ้ะ”
“ไม่เป็นไร ๆ ขับมอไซค์ด้วยมันอันตรายลูก” จันทร์เอ่ยปรามหลานสาวทันทีเมื่อเห็นว่าเธอจะขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ที่มีระยะทางห่างจากโรงพยาบาลกว่า 3 กิโลเมตร
“เดี๋ยวผมพาไปได้ครับ หรือให้ผมไปซื้อให้ก็ได้”
“มันจะลำบากไปไหมลูก”
“ไม่หรอกครับ ป้าจันทร์อยู่คนเดียวได้หรือเปล่า”
“ได้ ๆ ไม่ต้องห่วงป้าหรอก”
“แน่ใจนะจ๊ะยาย”
“เออ ไม่ต้องห่วงยายหรอกไปเถอะ”
หลังจากจบประโยคของยายจันทร์ หญิงสาวก็ไม่ได้เซ้าซี้ยายต่อเพราะเธอเองก็เริ่มง่วงคิดว่าถ้ามีชาเย็น ๆ ดื่มสักแก้วน่าจะช่วยให้ดีขึ้นได้หน่อย จึงเลือกที่จะไม่ขัด ทั้งคู่เดินออกมายังรถฟอร์จูนเนอร์สีเทาดำที่จอดอยู่ลานจอดรถของโรงพยาบาล ระหว่างทางไม่ได้มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นแม้แต่ประโยคเดียว
กระทั่งผ่านไปราว 5 นาที รถจอดหน้าร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชั่วโมง ที่มีไฟสว่างอยู่เพียงจุดเดียว
“คุณทิศเหนือเอาอะไรไหมคะ”
“เดี๋ยวพี่ลงไปเลือกเอง” สิ้นประโยคเขาเธอก็ไม่ได้ตอบกลับอะไร นอกจากเปิดประตูลงจากรถเพื่อเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ
มือเล็กหยิบตะกร้าเพื่อใส่ของเพราะคิดว่าน่าจะซื้อเยอะพอควร เธอเดินไปยังผลไม้ดองและไม่ลืมที่จะซื้อพวกนมและขนมปังไปให้ผู้เป็นยาย จากนั้นเดินไปยังตู้กดน้ำเพื่อกดชาโดยมีผู้ที่อาสาพาเธอมายืนชงกาแฟอยู่ข้าง ๆ
“เอาอะไรอีกไหม”
“ของโปรดพอแล้วค่ะ คุณทิศเหนือเอาอะไรเพิ่มไหมคะ”
“ไม่แล้วแหละ”
“งั้นไปคิดตังค์เลยไหมคะ เดี๋ยวยายรอนาน”
“อือ” เขาตอบกลับสั้น ๆ ทั้งคู่เดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อชำระเงิน
“ทั้งหมดสองร้อยยี่สิบแปดบาทค่ะ ลูกค้ามีสะสมแต้มไหมคะ”
“ไม่มีค่..” เธอกำลังเอ่ยบอกพนักงานแคชเชียร์ขณะที่กำลังหยิบกระเป๋าสตางค์
“มีครับ ชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันเลยครับ” ยังพูดไม่ทันสุดเสียง คนร่างสูงข้างกายเธอก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นบาร์โค้ดให้กับพนักงาน
“ได้ค่ะลูกค้า เรียบร้อยนะคะโอกาสหน้าเชิญใหม่ค่ะ” สิ้นเสียงพนักงานทั้งคู่ก็เดินออกจากร้านสะดวกซื้อไปยังรถ
“คุณทิศเหนืออยากได้เงินสดหรือโอนดีคะ เดี๋ยวโปรดจ่ายเอง” เมื่อทำการรัดเข็มขัดนิรภัยเธอก็เอ่ยถามคนข้างกายทันที เพราะเขาเองมีกาแฟเพียงแก้วเดียว นอกนั้นเป็นของเธอหมดเลย
“ไม่เป็นไร”
“ได้ไงคะ? งั้นเอาเป็นเงินสดนะคะ” เธอเอ่ยพร้อมกับหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมานำธนบัตรสีแดงสองใบและสีฟ้าหนึ่งใบยื่นให้กับเขา
“บอกไม่ก็คือไม่”
“แต่มันอยู่ในความรับผิดชอบของโปรด ถ้าคุณไม่เอาโปรดวางไว้ช่องนี้นะคะ” เธอเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางธนบัตรลงช่องข้าง ๆ เบาะนั่ง เขาได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ ให้กับความดื้อรั้นของเธอ
ช่วงเช้าของวันถัดมา โปรดรักยืนทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนทิศเหนือก็แต่งตัวให้ลูกชายอย่างเหนือเมฆไปโรงเรียนอยู่บนบ้าน โดยมีลูกสาวตัวแสบวนเวียนอยู่ไม่ห่าง“พี่เมฆใส่ถุงเท้าเองได้ไหมลูก พ่อลงไปช่วยแม่ทำกับข้าวก่อน”“ครับ”“ดูน้องด้วยนะ”“ครับพ่อ” สิ้นคำตอบของลูกชายทิศเหนือก็เดินลงมาข้างล่างเพื่อช่วยภรรยาทำกับข้าวในครัว“หอมจังครับ” ทิศเหนือเดินไปโอบกอดภรรยาจากด้านหลังอย่างเช่นเคยทำทุกวัน“หอมกับข้าวเหรอคะ”“หอมแก้มโปรด” ว่าจบก็ฝังจมูกลงบนแก้มภรรยาฟอดใหญ่ มือเล็กก็ฟาดลงบนแขนของผู้เป็นสามเบา ๆ อย่างหมั่นไส้“มีอะไรให้พี่ช่วยไหม”“พี่เหนือไปดูข้าวที่หุงหน่อยค่ะ สุกหรือยัง”“ครับ” ว่าจบร่างสูงก็เดินไปดูหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ ก่อนมือหนาจะเปิดฝาขึ้นและพบว่าข้าวในหม้อนั้นเรียงเม็ดกันสวยดีแล้ว“สุกแล้วครับ”“งั้นพี่เหนือช่วยตักข้าวใส่กล่องที่จะเอาไปกินวันนี้หน่อยนะ ทั้งของพี่เหนือทั้งของลูกนั่นแหละ”“ครับ” ว่าจบทิศเหนือก็นำกล่องเก็บความร้อนสี่เหลี่ยมไปตักข้าวสวยลงทั้งสองกล่องพร้อมกับปิดฝาให้เรียบร้อยโปรดรักพอปิดเตาก็ถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อตามลูก ๆ ลงมากินข้าว
ระยะเวลาผ่านมากว่า 8 ปี ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาที่เคยกลมเกลียวกันเช่นใด ก็ยังคงกลมเกลียวกันเช่นนั้น และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ให้กำเนิดเด็กที่น่ารักขึ้นมาสองคน คนแรกเป็นเด็กผู้ชายวัย 7 ขวบ ชื่อน้องเหนือเมฆ ซึ่งตั้งตามผู้เป็นพ่อที่ชื่อทิศเหนือ และลูกสาววัย 3 ขวบ ชื่ออัญญา ตั้งตามผู้เป็นแม่ซึ่งมีความหมายว่าเป็นที่รัก“อัญญา ทำไมเอาสีมาเขียนการ์ตูนภาพพี่แบบนี้” เสียงโวยวายของเด็กชายวัยเจ็ดขวบดังขึ้นลั่นบ้าน เพราะน้องสาวตัวแสบเอาสีเทียนมาละเลงหนังสือการ์ตูนที่พึ่งซื้อมาเมื่อวานจนเละเทะ“แย้วจะให้น้อนเขียนหัวพี่เมฆหยอ” ได้ยินเช่นนั้นเหนือเมฆยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม เด็กหนุ่มจึงเดินออกมาร้องไห้เงียบ ๆ อย่างห้ามไม่ได้ จังหวะนั้นผู้เป็นแม่อย่างโปรดรักก็เดินมาพอดี“เป็นอะไรกันคะ สองพี่น้อง”“น้องเขียนการ์ตูนพี่ครับ แต่ไม่เป็นไรมันยังอ่านได้อยู่” เด็กหนุ่มสูดน้ำมูกบอกแม่ด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น“ไหม ขอแม่ดูหน่อย” โปรดรักหยิบหนังสือการ์ตูนจากมือลูกชายมาเปิดดู“อัญญาทำไมเขียนของพี่แบบนี้คะ? หนังสือระบายสีของอัญญาแม่ก็ซื้อมาให้แล้วไม่ใช่เหรอ”“มันหมดแย้ว”“หมดแล้วหนูก็ไม่ควรเอาของคนอื่นมาระบายแบบนี้ ขอโทษพ
ช่วงเย็นของวันต่อมาทิศเหนือได้ติดต่อเจ้าของที่ดินเพื่อที่จะมาพูดคุยราคากันและในขณะนี้ทิศเหนือและภรรยาของเขาก็ได้เข้ามาเดินดูที่ดินผืนนั้นพร้อมกับเจ้าของ“จริง ๆ ที่ดินผืนนี้ผมตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้ให้ลูกชายหลังเรียนจบ แต่ตอนนี้มันดันไปซื้อบ้านในเมืองเสียแล้ว ถ้าคุณเหนืออยากได้ ผมก็ไม่ติดปัญหาอะไรครับ”“ลุงนึกอยากได้เท่าไหร่ครับ”“สี่แสนคุณเหนือไหวไหมครับ”“สี่แสนนี่หักกลบหนี้ออก หรือว่าเพิ่มขึ้นสี่แสนรวมหนี้เหรอคะ” เป็นโปรดรักที่เอ่ยขึ้นถาม เพราะคิดว่าราคามันดูสูงเกินไป“หักกลบหนี้ก็ได้ครับ”“เดี๋ยวพรุ่งนี้ทำสัญญา แล้วไปโอนกันเลยก็ได้ครับลุงนึก” ว่าจบทิศเหนือก็จับมือภรรยาเดินดูรอบ ๆ ที่ดินที่เดิมทีเป็นสวน แต่ไม่มีใครมาดูแลจึงดูรกร้างเป็นปกติ“โปรดเดินระวังนะ” เสียงเข้มเอ่ยบอกภรรยาที่เดินอยู่ด้านหลังอย่างเป็นห่วง“ค่ะ”“แต่คุณลุงคะ โปรดว่าคุณลุงลองลดราคาลงอีกหน่อยได้ไหม ราคานี้โปรดรู้สึกว่ามันยังแอบแรงอยู่” แม้สามีเธอจะตกปากรับคำไปแล้ว แต่พอเดิน ๆ ดู เธอรู้สึกว่าที่ผืนนี้มันยังไม่ค่อยเหมาะกับราคาสี่แสนเท่าไหร่ เพราะมีเพียงไร่เศษ ๆ แถมยังเป็นสวนรกร้าง คงต้องใช้เงินอีกไม่น้อยในการเคลียร์พ
หลายสัปดาห์ผ่านมา ทุกคนก็ใช้ชีวิตตามปกติของตัวเองไปเรื่อย ๆ โปรดรักเองก็มาช่วยงานทิศเหนือเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยเช็กบัญชีบ้าง คำนวณรายรับรายจ่ายเพื่อยื่นภาษี รวมถึงตรวจสอบและดูแลเรื่องเงินเดือนของคนงานในไร่ และพนักงานในรีสอร์ตบ้าง แต่ก็เป็นเพียงการยื่นมือไปช่วยเขาเท่านั้น เพราะหลัก ๆ แล้วก็ยังคงเป็นทิศเหนือที่ทำ“โปรดว่าพี่เหนือจ่ายงานให้โปรดน้อยไปนะคะ” โปรดรักนั่งมองแฟนหนุ่มที่กำลังกดเครื่องคิดเลขอยู่บนโต๊ะทำงานไม่ยอมให้เธอช่วย“ใครจะอยากให้เมียตัวเองทำงานหนักล่ะ”“แต่โปรดก็ไม่ได้อยากเห็นสามีตัวเองเหนื่อยอยู่คนเดียวแบบนี้นิคะ”“มานั่งนี่หน่อย” ร่างสูงใช้เท้าดันให้เก้าอี้พ้นจากมุมโต๊ะเล็กน้อย ก่อนที่มือหนาจะตบลงบนหน้าขาตัวเองเบา ๆ โปรดรักก็ทำตามอย่างว่าง่าย ริมฝีปากของทิศเหนือเลื่อนลงมาหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่“แค่นี้พี่ก็ขอบคุณโปรดมากแล้วครับ”“หือ ขอบคุณที่โปรดเดินมาให้หอมเนี่ยนะ”“พี่ขอบคุณที่โปรดเป็นภรรยาที่ดีของพี่มาตลอดต่างหาก”“ยังไงคะ?”“เรื่องงานบ้านงานเรือนไง ขนาดพี่ไม่ได้ร้องขอ โปรดยังทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย” ทิศเหนือเอ่ยพร้อมกับลูบศีรษะของภรรยาเบา ๆ ตั้งแต่เขาให้โปรดรักลาออกจาก
สองสามีภรรยาเดินเตะทรายเล่นกันริมชายหาดในตอนเย็น พระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนลงสู่พื้นดิน มีแสงกระทบกับน้ำทะเลอย่างสวยงามจนไม่อาจละสายตาตรงหน้าได้“นั่งตรงนี้ได้ไหมคะ?” เมื่อเดินมาพักใหญ่ หญิงสาวก็ได้เอ่ยถามสามีที่เดินอยู่ข้าง ๆ เนื่องจากตัวเธอเองก็เริ่มเมื่อยแล้ว และตรงนี้ยังไม่ค่อยมีคนเดินไปเดินมาเหมือนจุดก่อนหน้าด้วย“เอาสิ” ว่าจบร่างหนาก็นั่งลงในตำแหน่งที่ดูจะเหมาะสมกับการนั่ง ก่อนจะกระตุกแขนของภรรยาเบา ๆ เพื่อให้นั่งลงตาม“สวยจัง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่มองพระอาทิตย์ที่เริ่มเคลื่อนตัวลงสู่พื้นดินเรื่อย ๆ และไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายภาพเก็บไว้“โปรดอยากถ่ายรูปไหม เดี๋ยวพี่ถ่ายให้”“โปรดไม่อยากถ่ายคนเดียวค่ะ เราถ่ายคู่กันนะ” ว่าจบก็ปรับมือถือเป็นกล้องหน้าแล้วยกขึ้นให้เห็นหน้าของทั้งสอง เมื่อเห็นภรรยายื่นแขนออกไปจนสุดแต่ยังไม่ได้มุมที่เหมาะสม ทิศเหนือจึงหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเล็กของเธอมากดถ่ายเอง“เราไปหาอะไรกินกันก่อนกลับไหม”“เอาสิคะ พี่เหนืออยากกินอะไร”“เดี๋ยวหาร้านอาหารกินง่าย ๆ ก็ได้”“หรือเราจะกินข้าวที่โรงแรมดีคะ โปรดเห็นห้องอาหารของทางโรงแรมก็ไม่แย่นะ อาหารที่สั่งม
ระยะเวลาผ่านมาราว ๆ สามเดือนหลังจากโปรดรักและทิศเหนือได้แต่งงานกัน เหตุการณ์สูญเสียก็ได้เกิดขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘หนึ่งชีวิตกำลังเติบโต แต่อีกหนึ่งชีวิตกำลังร่วงโรย’ เป็นประโยคที่พบเห็นได้บ่อยตามโลกออนไลน์ และเกิดขึ้นกับชีวิตของใครหลาย ๆ คน รวมถึงเธอคนนี้โปรดรักยืนกอดรูปผู้เป็นตาร้องไห้อย่างน่าสงสาร มองควันที่ลอยไปตามอากาศ โดยที่มีมือหนาของสามีคอยโอบไหล่ไว้ไม่ห่างไปไหนหลังจากบุญมีเสียชีวิตได้ไม่นาน จันทร์ก็ล้มป่วยในระยะเวลาต่อมา รักษากันอยู่ราว ๆ สองเดือน โรงพยาบาลไหนที่ว่าดีทั้งรัฐหรือเอกชนหลานสาวและหลานเขยก็พาไปหมด แต่ก็ไม่อาจยื้อชีวิตของหญิงชราเอาไว้ได้ ภาพเดิมได้ฉายขึ้นซ้ำ ๆ ในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันมากสภาพจิตใจของโปรดรักเองก็ย่ำแย่ไม่น้อยหากไม่มีผู้เป็นสามีปานนี้เธอก็คงไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตให้มันเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ซึมอยู่หลายสัปดาห์กว่าจะฝืนตัวเองให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ และเท่ากับว่าตอนนี้ครอบครัวของโปรดรักเหลือเพียงทิศเหนือเท่านั้น“คิดอะไรอยู่ครับ” ทิศเหนือเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาที่นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงานเล็กของเขา“ฮึก แค่คิดถึงตายายกับแม่น่ะค่ะ” เห็นน้ำเสียงที่ไม่สู้ด







