로그인เมื่อกลับมาถึงบ้านโปรดรักก็เดินตรงไปหายายในครัวใต้ถุนบ้านเพื่อปรึกษาเรื่องของตา เพราะวันนี้สีหน้าของบุญมีไม่สู้ดีมาก ๆ เธอเกรงว่าหากผู้เป็นตาทำงานหนักแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพของท่านเอง
“ยาย ตามีโรคประจำตัวอะไรไหมจ๊ะ” โปรดรักเปิดประเด็น เอ่ยถามผู้เป็นยาย ขณะที่กำลังยกกับข้าวออกมานั่งกินตรงแคร่ที่โถงกลางบ้าน
“ทำไมจู่ ๆ โปรดถามแบบนั้นล่ะลูก”
“วันนี้เหมือนตาดูเหนื่อยมาก ๆ เลยจ้ะ โปรดแค่กลัวตาจะเป็นล้มเป็นแล้งไปขณะทำงานอยู่น่ะ”
“ยายก็ไม่รู้หรอก หมอเขามาตรวจสุขภาพที่หมู่บ้านทีไรยายชวนไปตาก็ไม่ยอมไปสักที”
“ตาน้องโปรดชอบพูดว่า ถ้าไม่ตรวจก็ไม่เจอ” จันทร์พูดขึ้นอีกประโยคอย่างขำ ๆ เพราะเธอนั้นรู้จักนิสัยของสามีตนเองดี
“แต่ถ้าตรวจแล้วเจอ เราจะได้รักษากันทันไงจ๊ะ”
“โปรดสังเกตนะ ช่วงนี้ตาเหนื่อยง่ายมาก ๆ แถมยังสูบบุหรี่ตลอดอีก” โปรดรักได้เอ่ยขึ้นมาอีกประโยค
“แล้วจะให้ยายพูดยังไงล่ะลูกเอ๋ย..โปรดก็รู้ตาโปรดเป็นคนยังไง”
“นั่นสิจ๊ะ..ถ้าบังคับตาไปตรวจสุขภาพตาไม่ยอมแน่ ๆ”
หลังจากกินข้าวเสร็จ สองยายหลานก็นั่งคุยกันอยู่ชานบ้านสักพัก ก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อน หญิงสาวเอาแต่คิดไม่ตกกลัวว่าตาจะเป็นโรคอะไรหรือเปล่า เพราะหลัง ๆ มานี้สีหน้าตาดูหมองคล้ำทั้งยังตาเหลืองอีก นั่งฟุ้งซ่านกับตัวเองสักพักมือเล็กก็เอื้อมมือหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาแฟนหนุ่ม
(ว่าไงครับคนสวย)
“โปรดมีเรื่องเครียดน่ะ เอิร์ธปลอบโปรดหน่อยสิคะ”
(หือ...เครียดเรื่องอะไรครับ)
“เรื่องคุณตาค่ะ โปรดอยากให้ตาไปตรวจสุขภาพแต่แกคงไม่ยอมไปน่ะ”
(ทำไมถึงคิดว่าตาจะไม่ยอมล่ะ)
“ก็หลังจากที่โปรดวางสายกับเอิร์ธเมื่อหัวค่ำอะ ตาเดินมาสีหน้าไม่สู้ดีมาก ๆ”
“โปรดพยายามจะถามแกก็บ่ายเบี่ยงไล่โปรดกลับท่าเดียวเลย ยายบอกโปรดว่าเคยโน้มน้าวตาไปตรวจแล้วแกไม่ยอม”
(แล้วโปร...) ติ๊ด..กึก ยังไม่สิ้นประโยคที่เอิร์ธจะพูดก็เหมือนมีเสียงเปิดประตูดังขึ้น
(มาแล้...)
“มีอะไรหรือเปล่าคะเอิร์ธ ใครมาเหรอ?”
(อะ..อ๋อ เพื่อนเอิร์ธเองน่ะ ลืมบอกเลยว่าวันนี้เพื่อนมาดื่มที่ห้องนะ)
“อ้าวเหรอคะ แล้วนี่มากันกี่คนอะ”
(สามสี่คนครับ โปรดพักผ่อนนะไม่ต้องคิดมาก)
“อ๋อ โอเคค่ะ”
(ไว้เดี๋ยวเอิร์ธโทรหานะครับ รักโปรดนะ)
“โปรดก็รักเอิร์ธนะคะ คิดถึงมากด้วย”
(คิดถึงมากเหมือนกันครับ ฝันดีนะ) สิ้นสุดเสียงของเอิร์ธปลายสายก็ตัดไป เธอได้แต่คิดว่าวันนี้จะได้คุยกับเขามากกว่านี้สะอีก
หลังจากอาบน้ำเสร็จหญิงสาวก็พลิกตัวไปมาบนเตียงนอนขนาด 3.5 ฟุต เนื่องจากนอนไม่หลับ ภายในหัวคิดทั้งเรื่องตา ทั้งเรื่องแฟน เสียงปลายสายที่เธอได้ยินนั้นเป็นเสียงผู้หญิง เลยมีความรู้สึกแอบหึงแฟนอยู่เล็ก ๆ ถ้าทักข้อความไปหาเขาก็กลัวว่าเขาจะหาว่าเธองี่เง่าหรือคิดว่าเธอไม่เชื่อใจเขา คนตัวเล็กจึงได้แต่นอนมองหลังคาและถอนหายใจอยู่บนเตียง
ช่วงเช้าของวันถัดมา โปรดรักยืนทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนทิศเหนือก็แต่งตัวให้ลูกชายอย่างเหนือเมฆไปโรงเรียนอยู่บนบ้าน โดยมีลูกสาวตัวแสบวนเวียนอยู่ไม่ห่าง“พี่เมฆใส่ถุงเท้าเองได้ไหมลูก พ่อลงไปช่วยแม่ทำกับข้าวก่อน”“ครับ”“ดูน้องด้วยนะ”“ครับพ่อ” สิ้นคำตอบของลูกชายทิศเหนือก็เดินลงมาข้างล่างเพื่อช่วยภรรยาทำกับข้าวในครัว“หอมจังครับ” ทิศเหนือเดินไปโอบกอดภรรยาจากด้านหลังอย่างเช่นเคยทำทุกวัน“หอมกับข้าวเหรอคะ”“หอมแก้มโปรด” ว่าจบก็ฝังจมูกลงบนแก้มภรรยาฟอดใหญ่ มือเล็กก็ฟาดลงบนแขนของผู้เป็นสามเบา ๆ อย่างหมั่นไส้“มีอะไรให้พี่ช่วยไหม”“พี่เหนือไปดูข้าวที่หุงหน่อยค่ะ สุกหรือยัง”“ครับ” ว่าจบร่างสูงก็เดินไปดูหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ ก่อนมือหนาจะเปิดฝาขึ้นและพบว่าข้าวในหม้อนั้นเรียงเม็ดกันสวยดีแล้ว“สุกแล้วครับ”“งั้นพี่เหนือช่วยตักข้าวใส่กล่องที่จะเอาไปกินวันนี้หน่อยนะ ทั้งของพี่เหนือทั้งของลูกนั่นแหละ”“ครับ” ว่าจบทิศเหนือก็นำกล่องเก็บความร้อนสี่เหลี่ยมไปตักข้าวสวยลงทั้งสองกล่องพร้อมกับปิดฝาให้เรียบร้อยโปรดรักพอปิดเตาก็ถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อตามลูก ๆ ลงมากินข้าว
ระยะเวลาผ่านมากว่า 8 ปี ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาที่เคยกลมเกลียวกันเช่นใด ก็ยังคงกลมเกลียวกันเช่นนั้น และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ให้กำเนิดเด็กที่น่ารักขึ้นมาสองคน คนแรกเป็นเด็กผู้ชายวัย 7 ขวบ ชื่อน้องเหนือเมฆ ซึ่งตั้งตามผู้เป็นพ่อที่ชื่อทิศเหนือ และลูกสาววัย 3 ขวบ ชื่ออัญญา ตั้งตามผู้เป็นแม่ซึ่งมีความหมายว่าเป็นที่รัก“อัญญา ทำไมเอาสีมาเขียนการ์ตูนภาพพี่แบบนี้” เสียงโวยวายของเด็กชายวัยเจ็ดขวบดังขึ้นลั่นบ้าน เพราะน้องสาวตัวแสบเอาสีเทียนมาละเลงหนังสือการ์ตูนที่พึ่งซื้อมาเมื่อวานจนเละเทะ“แย้วจะให้น้อนเขียนหัวพี่เมฆหยอ” ได้ยินเช่นนั้นเหนือเมฆยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม เด็กหนุ่มจึงเดินออกมาร้องไห้เงียบ ๆ อย่างห้ามไม่ได้ จังหวะนั้นผู้เป็นแม่อย่างโปรดรักก็เดินมาพอดี“เป็นอะไรกันคะ สองพี่น้อง”“น้องเขียนการ์ตูนพี่ครับ แต่ไม่เป็นไรมันยังอ่านได้อยู่” เด็กหนุ่มสูดน้ำมูกบอกแม่ด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น“ไหม ขอแม่ดูหน่อย” โปรดรักหยิบหนังสือการ์ตูนจากมือลูกชายมาเปิดดู“อัญญาทำไมเขียนของพี่แบบนี้คะ? หนังสือระบายสีของอัญญาแม่ก็ซื้อมาให้แล้วไม่ใช่เหรอ”“มันหมดแย้ว”“หมดแล้วหนูก็ไม่ควรเอาของคนอื่นมาระบายแบบนี้ ขอโทษพ
ช่วงเย็นของวันต่อมาทิศเหนือได้ติดต่อเจ้าของที่ดินเพื่อที่จะมาพูดคุยราคากันและในขณะนี้ทิศเหนือและภรรยาของเขาก็ได้เข้ามาเดินดูที่ดินผืนนั้นพร้อมกับเจ้าของ“จริง ๆ ที่ดินผืนนี้ผมตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้ให้ลูกชายหลังเรียนจบ แต่ตอนนี้มันดันไปซื้อบ้านในเมืองเสียแล้ว ถ้าคุณเหนืออยากได้ ผมก็ไม่ติดปัญหาอะไรครับ”“ลุงนึกอยากได้เท่าไหร่ครับ”“สี่แสนคุณเหนือไหวไหมครับ”“สี่แสนนี่หักกลบหนี้ออก หรือว่าเพิ่มขึ้นสี่แสนรวมหนี้เหรอคะ” เป็นโปรดรักที่เอ่ยขึ้นถาม เพราะคิดว่าราคามันดูสูงเกินไป“หักกลบหนี้ก็ได้ครับ”“เดี๋ยวพรุ่งนี้ทำสัญญา แล้วไปโอนกันเลยก็ได้ครับลุงนึก” ว่าจบทิศเหนือก็จับมือภรรยาเดินดูรอบ ๆ ที่ดินที่เดิมทีเป็นสวน แต่ไม่มีใครมาดูแลจึงดูรกร้างเป็นปกติ“โปรดเดินระวังนะ” เสียงเข้มเอ่ยบอกภรรยาที่เดินอยู่ด้านหลังอย่างเป็นห่วง“ค่ะ”“แต่คุณลุงคะ โปรดว่าคุณลุงลองลดราคาลงอีกหน่อยได้ไหม ราคานี้โปรดรู้สึกว่ามันยังแอบแรงอยู่” แม้สามีเธอจะตกปากรับคำไปแล้ว แต่พอเดิน ๆ ดู เธอรู้สึกว่าที่ผืนนี้มันยังไม่ค่อยเหมาะกับราคาสี่แสนเท่าไหร่ เพราะมีเพียงไร่เศษ ๆ แถมยังเป็นสวนรกร้าง คงต้องใช้เงินอีกไม่น้อยในการเคลียร์พ
หลายสัปดาห์ผ่านมา ทุกคนก็ใช้ชีวิตตามปกติของตัวเองไปเรื่อย ๆ โปรดรักเองก็มาช่วยงานทิศเหนือเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยเช็กบัญชีบ้าง คำนวณรายรับรายจ่ายเพื่อยื่นภาษี รวมถึงตรวจสอบและดูแลเรื่องเงินเดือนของคนงานในไร่ และพนักงานในรีสอร์ตบ้าง แต่ก็เป็นเพียงการยื่นมือไปช่วยเขาเท่านั้น เพราะหลัก ๆ แล้วก็ยังคงเป็นทิศเหนือที่ทำ“โปรดว่าพี่เหนือจ่ายงานให้โปรดน้อยไปนะคะ” โปรดรักนั่งมองแฟนหนุ่มที่กำลังกดเครื่องคิดเลขอยู่บนโต๊ะทำงานไม่ยอมให้เธอช่วย“ใครจะอยากให้เมียตัวเองทำงานหนักล่ะ”“แต่โปรดก็ไม่ได้อยากเห็นสามีตัวเองเหนื่อยอยู่คนเดียวแบบนี้นิคะ”“มานั่งนี่หน่อย” ร่างสูงใช้เท้าดันให้เก้าอี้พ้นจากมุมโต๊ะเล็กน้อย ก่อนที่มือหนาจะตบลงบนหน้าขาตัวเองเบา ๆ โปรดรักก็ทำตามอย่างว่าง่าย ริมฝีปากของทิศเหนือเลื่อนลงมาหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่“แค่นี้พี่ก็ขอบคุณโปรดมากแล้วครับ”“หือ ขอบคุณที่โปรดเดินมาให้หอมเนี่ยนะ”“พี่ขอบคุณที่โปรดเป็นภรรยาที่ดีของพี่มาตลอดต่างหาก”“ยังไงคะ?”“เรื่องงานบ้านงานเรือนไง ขนาดพี่ไม่ได้ร้องขอ โปรดยังทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย” ทิศเหนือเอ่ยพร้อมกับลูบศีรษะของภรรยาเบา ๆ ตั้งแต่เขาให้โปรดรักลาออกจาก
สองสามีภรรยาเดินเตะทรายเล่นกันริมชายหาดในตอนเย็น พระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนลงสู่พื้นดิน มีแสงกระทบกับน้ำทะเลอย่างสวยงามจนไม่อาจละสายตาตรงหน้าได้“นั่งตรงนี้ได้ไหมคะ?” เมื่อเดินมาพักใหญ่ หญิงสาวก็ได้เอ่ยถามสามีที่เดินอยู่ข้าง ๆ เนื่องจากตัวเธอเองก็เริ่มเมื่อยแล้ว และตรงนี้ยังไม่ค่อยมีคนเดินไปเดินมาเหมือนจุดก่อนหน้าด้วย“เอาสิ” ว่าจบร่างหนาก็นั่งลงในตำแหน่งที่ดูจะเหมาะสมกับการนั่ง ก่อนจะกระตุกแขนของภรรยาเบา ๆ เพื่อให้นั่งลงตาม“สวยจัง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่มองพระอาทิตย์ที่เริ่มเคลื่อนตัวลงสู่พื้นดินเรื่อย ๆ และไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายภาพเก็บไว้“โปรดอยากถ่ายรูปไหม เดี๋ยวพี่ถ่ายให้”“โปรดไม่อยากถ่ายคนเดียวค่ะ เราถ่ายคู่กันนะ” ว่าจบก็ปรับมือถือเป็นกล้องหน้าแล้วยกขึ้นให้เห็นหน้าของทั้งสอง เมื่อเห็นภรรยายื่นแขนออกไปจนสุดแต่ยังไม่ได้มุมที่เหมาะสม ทิศเหนือจึงหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเล็กของเธอมากดถ่ายเอง“เราไปหาอะไรกินกันก่อนกลับไหม”“เอาสิคะ พี่เหนืออยากกินอะไร”“เดี๋ยวหาร้านอาหารกินง่าย ๆ ก็ได้”“หรือเราจะกินข้าวที่โรงแรมดีคะ โปรดเห็นห้องอาหารของทางโรงแรมก็ไม่แย่นะ อาหารที่สั่งม
ระยะเวลาผ่านมาราว ๆ สามเดือนหลังจากโปรดรักและทิศเหนือได้แต่งงานกัน เหตุการณ์สูญเสียก็ได้เกิดขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘หนึ่งชีวิตกำลังเติบโต แต่อีกหนึ่งชีวิตกำลังร่วงโรย’ เป็นประโยคที่พบเห็นได้บ่อยตามโลกออนไลน์ และเกิดขึ้นกับชีวิตของใครหลาย ๆ คน รวมถึงเธอคนนี้โปรดรักยืนกอดรูปผู้เป็นตาร้องไห้อย่างน่าสงสาร มองควันที่ลอยไปตามอากาศ โดยที่มีมือหนาของสามีคอยโอบไหล่ไว้ไม่ห่างไปไหนหลังจากบุญมีเสียชีวิตได้ไม่นาน จันทร์ก็ล้มป่วยในระยะเวลาต่อมา รักษากันอยู่ราว ๆ สองเดือน โรงพยาบาลไหนที่ว่าดีทั้งรัฐหรือเอกชนหลานสาวและหลานเขยก็พาไปหมด แต่ก็ไม่อาจยื้อชีวิตของหญิงชราเอาไว้ได้ ภาพเดิมได้ฉายขึ้นซ้ำ ๆ ในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันมากสภาพจิตใจของโปรดรักเองก็ย่ำแย่ไม่น้อยหากไม่มีผู้เป็นสามีปานนี้เธอก็คงไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตให้มันเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ซึมอยู่หลายสัปดาห์กว่าจะฝืนตัวเองให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ และเท่ากับว่าตอนนี้ครอบครัวของโปรดรักเหลือเพียงทิศเหนือเท่านั้น“คิดอะไรอยู่ครับ” ทิศเหนือเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาที่นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงานเล็กของเขา“ฮึก แค่คิดถึงตายายกับแม่น่ะค่ะ” เห็นน้ำเสียงที่ไม่สู้ด







