تسجيل الدخولสองชายหญิงเดินตรงมาหาหญิงชราที่นั่งรอสามีอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พร้อมกับของกินเต็มไม้เต็มมือ
“ผลตรวจตาออกหรือยังจ๊ะยาย”
“หมอยังไม่มาบอกอะไรเลยลูก” สิ้นเสียงของผู้เป็นยาย โปรดรักพยักหน้ารับคำตอบระหว่างนั้นเธอก็หยิบขนมปังมาให้ยายกินรองท้องก่อนกินผลไม้ดองที่อาจทำให้ท้องเสีย
“ญาติคุณตาบุญมีใช่ไหมคะ?” พยาบาลสาวเดินมายังสามคนที่นั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
“ใช่ค่ะ ผลตรวจของตาเป็นยังไงบ้างคะ?” โปรดรักลุกขึ้นเอ่ยตอบและถามอาการผู้เป็นตากับพยาบาล
“รบกวนญาติเข้าไปพบคุณหมอด้านในทีนะคะ”
“ได้ค่ะ”
“ยายรอตรงนี้กับคุณทิศเหนือนะจ๊ะ เดี๋ยวโปรดเข้าไปคุยกับหมอเอง”
“เออ ๆ” สิ้นเสียงตอบกลับของยาย เธอก็เดินตามหลังพยาบาลสาวไปพบหมอ
“อาการตาเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ” เมื่อเดินเข้ามาในห้องที่มีหมอกำลังดูผลตรวจจากเอกสารและหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่อย่างเคร่งเครียด โปรดรักไม่ลืมจะยกมือไหว้ก่อนที่จะเอ่ยถามอาการตา
“คนไข้มีภาวะเลือดจางนะครับ และจากการไปสอบถามอาการมาคนไข้บอกมีอาการปวดกระดูกด้วย”
“หมอสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ก่อนหน้าคนไข้มีอาการอะไรไหมครับ?”
“ก่อนหน้าคือคุณตามีอาการเหนื่อยง่ายและก็ผิวหมองคล้ำกว่าปกติค่ะ”
“มีอาการมานานหรือยังครับ แล้วคนไข้ได้ตรวจสุขภาพประจำปีล่าสุดเมื่อไหร่ครับ”
“ตาไม่ได้ตรวจสุขภาพมาหลายปีแล้วค่ะ ปกติแกไม่ได้ป่วยบ่อย”
“จากที่ฟังมา หมอรู้สึกว่าคนไข้น่าจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันนะครับ” สิ้นประโยคที่หมอหนุ่มพูด หญิงสาวก็พยายามกลั้นน้ำตาไว้ ปลอบตัวเองว่าเป็นเพียงการวินิจฉัยความน่าจะเป็น
“จริง ๆ หมอก็ยังไม่คอนเฟิร์มนะ แต่ถ้าเป็นเรื้อรังอาการน่าจะออกเยอะกว่านี้ในก่อนหน้า ซึ่งมะเร็งชนิดนี้การเป็นเรื้อรังไม่อันตรายเท่าเฉียบพลัน” เธอพยักหน้ารับ เข้าใจถึงการที่หมอจะสื่อโดยที่ไม่สามารถห้ามน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาได้เลย
“ยังไงหมอจะส่งตัวคนไข้ไปที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดภายในหนึ่งชั่วโมงนี้นะครับ รบกวนญาติเตรียมตัวด้วยนะ”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวยกมือไหว้หมอเพื่อเป็นการขอบคุณ ก่อนจะเดินออกไปหาผู้เป็นยายที่นั่งรออยู่
“เป็นบ้างลูก ทำไมร้องไห้ล่ะ”
“ฮึก หมอบอกว่าตาอาจจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันจ้ะยายต้องส่งตัวตาไปโรงพยาบาลใหญ่ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้” สิ้นเสียงเธอ หญิงวัยกลางคนก็เดินเข้ามาโอบกอดหลานสาวเพื่อปลอบใจเสียงสะอื้นของเธอทำให้ผู้เป็นยายและคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ยายนั้นสงสารจับใจ
“ถ้าสั่นอีหล่าไปเตรียมของเตรียมเสื้อผ้าอยู่บ้าน แล้วนั่งรถโดยสารตามยายไปมื้ออื่นเด้อ”
“เดี๋ยวยายนั่งไปกับตาก่อน อีหล่าไปเตรียมของให้พร้อม” จันทร์เอ่ยขึ้นอีกหนึ่งประโยค จัดแจงหลานสาวเพราะหากขนกันไปหมดในวันนี้คงไม่สะดวก
“จ้ะ สั่นเดี๋ยวโปรดรอส่งตากับยายขึ้นรถก่อนจั๋งสิกลับ”
“อือ เซาอย่าไห้เดี๋ยวตากะหาย”
“จ้ะ” สิ้นประโยคพยาบาลก็เดินมาที่เธอเพื่อให้กรอกเอกสารเพื่อส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใหญ่ประจำจังหวัดที่มีเครื่องมือครบครันกว่า
“เดี๋ยวป้าไปดูลุงบุญข้างในนะคะคุณเหนือ ฝากยัยโปรดด้วยนะ”
“ครับป้าจันทร์” เขาเอ่ยตอบหญิงวัยกลางคนอย่างไม่อิดออด
หญิงวัยกลางคนเดินเข้าไปห้องฉุกเฉินเพื่อดูอาการของสามี ทว่าตอนนี้สามีเธอยังสามารถโต้ตอบและพูดคุยได้ตามปกติ มีเพียงอาการอ่อนเพลียและใจสั่นเล็กน้อยจนไม่สามารถข่มตาหลับได้
“หลานเด้เฒ่า” (หลานอยู่ไหนเหรอเธอ)
“กรอกเอกสารส่งโตอยู่ข้างนอก”
“สรุปอ้ายเป็นอีหยัง” (สรุปพี่เป็นอะไร) คำถามของสามีทำเอาหญิงวัยกลางคนจุกอกอยู่ไม่น้อย แต่ก็ต้องพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เพื่อไม่ให้สามีใจเสีย
“หมอบ่ทันได้บอก ต้องถ่าตรวจตอนส่งเข้าโรงบาลจังหวัด” (หมอยังไม่ได้บอก ต้องรอตรวจอีกทีตอนที่ส่งไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด) สิ้นเสียงของจันทร์ โปรดรักกับทิศเหนือก็เดินเข้ามาพอดี
“ตาเป็นจั๋งได๋” (ตาเป็นไงบ้าง) โปรดรักได้เดินเข้ามาหาผู้เป็นตายังเตียงผู้ป่วยพร้อมกับทิศเหนือ
“ใจสั่น ๆ ละกะปวดหัว”
“อีหล่าไห้เบาะ” จังหวะที่บุญมีถามดวงตาก็เหลือบมองไปหายาย เป็นอันว่ายายส่ายหน้าเล็ก ๆ เป็นสัญญาณบอกว่าอย่าพึ่งบอกตา
“โปรดง่วงจ้ะตา” โปรดรักเอ่ยตอบบุญมีก่อนที่จะขยี้ตาไปมา ราวกับง่วงนอน
“เดี๋ยวคืนนี้ตาไปกับยายก่อนนะ เดี๋ยวโปรดเก็บของแล้วตามไปพรุ่งนี้” โปรดรักเอ่ยขึ้นมาอีกประโยค
“เออ ๆ”
“ยังไงผมก็ขอบคุณ คุณเหนือมากนะครับที่พามาส่งโรงพยาบาล”
“ไม่เป็นไรเลยครับลุงบุญ” สิ้นเสียงของทิศเหนือ เหล่าพยาบาลและบุรุษพยาบาลก็เดินมาเพื่อนำตัวตาบุญมีไปขึ้นรถหน้าห้องฉุกเฉินเพื่อส่งตัวไปยังโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่ห่างจากโรงพยาบาลอำเภอกว่าร้อยห้าสิบกิโลเมตร
“ขับรถกลับระวังนะลูก มันดึกแล้ว” จันทร์เอ่ยบอกหลานสาวด้วยท่าทีที่เป็นห่วง
“จ้ะยาย ถ้าถึงแล้วโทรบอกโปรดหน่อยนะ”
“เออ ๆ” จันทร์เดินขึ้นรถฉุกเฉินของทางโรงพยาบาลตามไปกับสามีก่อนประตูท้ายรถจะถูกปิดลงด้วยฝีมือของพยาบาล รถฉุกเฉินค่อย ๆ แล่นออกไปจากโรงพยาบาลเรื่อย ๆ จนสุดสายตา
“ขอบคุณ คุณเหนือมากนะคะ”
“ไม่เป็นไร”
“งั้นเดี๋ยวโปรดกลับก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งนะ”
“แล้วเธอจะขับมอไซค์กลับเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“ให้พี่ไปส่งไหม ดึกแล้วอันตราย”
“ไม่เป็นไรค่ะ โปรดเป็นห่วงรถ”
“โอเค งั้นเธอขับนำหน้าพี่นะ เดี๋ยวพี่ขับตามไปส่ง”
“จะลำบากไปไหมคะ โปรดกลับเองได้นะ”
“ไม่เป็นไร พี่จะไปหาเพื่อนแถวบ้านเธอพอดี”
“อ๋อ ขอบคุณมากนะคะ”
“อือ” สิ้นเสียงของเขาโปรดรักก็เดินไปยังรถจักรยานยนต์สีหวานของตนก่อนจะคร่อมแล้วขับออกไปจากโรงพยาบาล โดยมีรถฟอร์จูนเนอร์สีเทาดำขับตามใกล้ ๆ ไฟจากรถเขาให้แสงสว่างข้างหน้ามากพอสมควร ทำให้เธอพออุ่นใจอยู่บ้าง ตอนแรกก็ปากเก่งอยู่ แต่พอขับรถออกจากโรงพยาบาลมาเส้นทางกลับเงียบสงัดจนดูหน้ากลัว ไฟข้างทางก็เป็นเพียงไฟสลัว ๆ ไม่มีผู้คนหรือรถคันอื่นร่วมทางแม้แต่คันเดียว เนื่องจากเวลานี้เป็นเวลาดึกมากแล้วจริง ๆ
ช่วงเช้าของวันถัดมา โปรดรักยืนทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนทิศเหนือก็แต่งตัวให้ลูกชายอย่างเหนือเมฆไปโรงเรียนอยู่บนบ้าน โดยมีลูกสาวตัวแสบวนเวียนอยู่ไม่ห่าง“พี่เมฆใส่ถุงเท้าเองได้ไหมลูก พ่อลงไปช่วยแม่ทำกับข้าวก่อน”“ครับ”“ดูน้องด้วยนะ”“ครับพ่อ” สิ้นคำตอบของลูกชายทิศเหนือก็เดินลงมาข้างล่างเพื่อช่วยภรรยาทำกับข้าวในครัว“หอมจังครับ” ทิศเหนือเดินไปโอบกอดภรรยาจากด้านหลังอย่างเช่นเคยทำทุกวัน“หอมกับข้าวเหรอคะ”“หอมแก้มโปรด” ว่าจบก็ฝังจมูกลงบนแก้มภรรยาฟอดใหญ่ มือเล็กก็ฟาดลงบนแขนของผู้เป็นสามเบา ๆ อย่างหมั่นไส้“มีอะไรให้พี่ช่วยไหม”“พี่เหนือไปดูข้าวที่หุงหน่อยค่ะ สุกหรือยัง”“ครับ” ว่าจบร่างสูงก็เดินไปดูหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ ก่อนมือหนาจะเปิดฝาขึ้นและพบว่าข้าวในหม้อนั้นเรียงเม็ดกันสวยดีแล้ว“สุกแล้วครับ”“งั้นพี่เหนือช่วยตักข้าวใส่กล่องที่จะเอาไปกินวันนี้หน่อยนะ ทั้งของพี่เหนือทั้งของลูกนั่นแหละ”“ครับ” ว่าจบทิศเหนือก็นำกล่องเก็บความร้อนสี่เหลี่ยมไปตักข้าวสวยลงทั้งสองกล่องพร้อมกับปิดฝาให้เรียบร้อยโปรดรักพอปิดเตาก็ถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อตามลูก ๆ ลงมากินข้าว
ระยะเวลาผ่านมากว่า 8 ปี ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาที่เคยกลมเกลียวกันเช่นใด ก็ยังคงกลมเกลียวกันเช่นนั้น และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ให้กำเนิดเด็กที่น่ารักขึ้นมาสองคน คนแรกเป็นเด็กผู้ชายวัย 7 ขวบ ชื่อน้องเหนือเมฆ ซึ่งตั้งตามผู้เป็นพ่อที่ชื่อทิศเหนือ และลูกสาววัย 3 ขวบ ชื่ออัญญา ตั้งตามผู้เป็นแม่ซึ่งมีความหมายว่าเป็นที่รัก“อัญญา ทำไมเอาสีมาเขียนการ์ตูนภาพพี่แบบนี้” เสียงโวยวายของเด็กชายวัยเจ็ดขวบดังขึ้นลั่นบ้าน เพราะน้องสาวตัวแสบเอาสีเทียนมาละเลงหนังสือการ์ตูนที่พึ่งซื้อมาเมื่อวานจนเละเทะ“แย้วจะให้น้อนเขียนหัวพี่เมฆหยอ” ได้ยินเช่นนั้นเหนือเมฆยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม เด็กหนุ่มจึงเดินออกมาร้องไห้เงียบ ๆ อย่างห้ามไม่ได้ จังหวะนั้นผู้เป็นแม่อย่างโปรดรักก็เดินมาพอดี“เป็นอะไรกันคะ สองพี่น้อง”“น้องเขียนการ์ตูนพี่ครับ แต่ไม่เป็นไรมันยังอ่านได้อยู่” เด็กหนุ่มสูดน้ำมูกบอกแม่ด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น“ไหม ขอแม่ดูหน่อย” โปรดรักหยิบหนังสือการ์ตูนจากมือลูกชายมาเปิดดู“อัญญาทำไมเขียนของพี่แบบนี้คะ? หนังสือระบายสีของอัญญาแม่ก็ซื้อมาให้แล้วไม่ใช่เหรอ”“มันหมดแย้ว”“หมดแล้วหนูก็ไม่ควรเอาของคนอื่นมาระบายแบบนี้ ขอโทษพ
ช่วงเย็นของวันต่อมาทิศเหนือได้ติดต่อเจ้าของที่ดินเพื่อที่จะมาพูดคุยราคากันและในขณะนี้ทิศเหนือและภรรยาของเขาก็ได้เข้ามาเดินดูที่ดินผืนนั้นพร้อมกับเจ้าของ“จริง ๆ ที่ดินผืนนี้ผมตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้ให้ลูกชายหลังเรียนจบ แต่ตอนนี้มันดันไปซื้อบ้านในเมืองเสียแล้ว ถ้าคุณเหนืออยากได้ ผมก็ไม่ติดปัญหาอะไรครับ”“ลุงนึกอยากได้เท่าไหร่ครับ”“สี่แสนคุณเหนือไหวไหมครับ”“สี่แสนนี่หักกลบหนี้ออก หรือว่าเพิ่มขึ้นสี่แสนรวมหนี้เหรอคะ” เป็นโปรดรักที่เอ่ยขึ้นถาม เพราะคิดว่าราคามันดูสูงเกินไป“หักกลบหนี้ก็ได้ครับ”“เดี๋ยวพรุ่งนี้ทำสัญญา แล้วไปโอนกันเลยก็ได้ครับลุงนึก” ว่าจบทิศเหนือก็จับมือภรรยาเดินดูรอบ ๆ ที่ดินที่เดิมทีเป็นสวน แต่ไม่มีใครมาดูแลจึงดูรกร้างเป็นปกติ“โปรดเดินระวังนะ” เสียงเข้มเอ่ยบอกภรรยาที่เดินอยู่ด้านหลังอย่างเป็นห่วง“ค่ะ”“แต่คุณลุงคะ โปรดว่าคุณลุงลองลดราคาลงอีกหน่อยได้ไหม ราคานี้โปรดรู้สึกว่ามันยังแอบแรงอยู่” แม้สามีเธอจะตกปากรับคำไปแล้ว แต่พอเดิน ๆ ดู เธอรู้สึกว่าที่ผืนนี้มันยังไม่ค่อยเหมาะกับราคาสี่แสนเท่าไหร่ เพราะมีเพียงไร่เศษ ๆ แถมยังเป็นสวนรกร้าง คงต้องใช้เงินอีกไม่น้อยในการเคลียร์พ
หลายสัปดาห์ผ่านมา ทุกคนก็ใช้ชีวิตตามปกติของตัวเองไปเรื่อย ๆ โปรดรักเองก็มาช่วยงานทิศเหนือเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยเช็กบัญชีบ้าง คำนวณรายรับรายจ่ายเพื่อยื่นภาษี รวมถึงตรวจสอบและดูแลเรื่องเงินเดือนของคนงานในไร่ และพนักงานในรีสอร์ตบ้าง แต่ก็เป็นเพียงการยื่นมือไปช่วยเขาเท่านั้น เพราะหลัก ๆ แล้วก็ยังคงเป็นทิศเหนือที่ทำ“โปรดว่าพี่เหนือจ่ายงานให้โปรดน้อยไปนะคะ” โปรดรักนั่งมองแฟนหนุ่มที่กำลังกดเครื่องคิดเลขอยู่บนโต๊ะทำงานไม่ยอมให้เธอช่วย“ใครจะอยากให้เมียตัวเองทำงานหนักล่ะ”“แต่โปรดก็ไม่ได้อยากเห็นสามีตัวเองเหนื่อยอยู่คนเดียวแบบนี้นิคะ”“มานั่งนี่หน่อย” ร่างสูงใช้เท้าดันให้เก้าอี้พ้นจากมุมโต๊ะเล็กน้อย ก่อนที่มือหนาจะตบลงบนหน้าขาตัวเองเบา ๆ โปรดรักก็ทำตามอย่างว่าง่าย ริมฝีปากของทิศเหนือเลื่อนลงมาหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่“แค่นี้พี่ก็ขอบคุณโปรดมากแล้วครับ”“หือ ขอบคุณที่โปรดเดินมาให้หอมเนี่ยนะ”“พี่ขอบคุณที่โปรดเป็นภรรยาที่ดีของพี่มาตลอดต่างหาก”“ยังไงคะ?”“เรื่องงานบ้านงานเรือนไง ขนาดพี่ไม่ได้ร้องขอ โปรดยังทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย” ทิศเหนือเอ่ยพร้อมกับลูบศีรษะของภรรยาเบา ๆ ตั้งแต่เขาให้โปรดรักลาออกจาก
สองสามีภรรยาเดินเตะทรายเล่นกันริมชายหาดในตอนเย็น พระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนลงสู่พื้นดิน มีแสงกระทบกับน้ำทะเลอย่างสวยงามจนไม่อาจละสายตาตรงหน้าได้“นั่งตรงนี้ได้ไหมคะ?” เมื่อเดินมาพักใหญ่ หญิงสาวก็ได้เอ่ยถามสามีที่เดินอยู่ข้าง ๆ เนื่องจากตัวเธอเองก็เริ่มเมื่อยแล้ว และตรงนี้ยังไม่ค่อยมีคนเดินไปเดินมาเหมือนจุดก่อนหน้าด้วย“เอาสิ” ว่าจบร่างหนาก็นั่งลงในตำแหน่งที่ดูจะเหมาะสมกับการนั่ง ก่อนจะกระตุกแขนของภรรยาเบา ๆ เพื่อให้นั่งลงตาม“สวยจัง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่มองพระอาทิตย์ที่เริ่มเคลื่อนตัวลงสู่พื้นดินเรื่อย ๆ และไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายภาพเก็บไว้“โปรดอยากถ่ายรูปไหม เดี๋ยวพี่ถ่ายให้”“โปรดไม่อยากถ่ายคนเดียวค่ะ เราถ่ายคู่กันนะ” ว่าจบก็ปรับมือถือเป็นกล้องหน้าแล้วยกขึ้นให้เห็นหน้าของทั้งสอง เมื่อเห็นภรรยายื่นแขนออกไปจนสุดแต่ยังไม่ได้มุมที่เหมาะสม ทิศเหนือจึงหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเล็กของเธอมากดถ่ายเอง“เราไปหาอะไรกินกันก่อนกลับไหม”“เอาสิคะ พี่เหนืออยากกินอะไร”“เดี๋ยวหาร้านอาหารกินง่าย ๆ ก็ได้”“หรือเราจะกินข้าวที่โรงแรมดีคะ โปรดเห็นห้องอาหารของทางโรงแรมก็ไม่แย่นะ อาหารที่สั่งม
ระยะเวลาผ่านมาราว ๆ สามเดือนหลังจากโปรดรักและทิศเหนือได้แต่งงานกัน เหตุการณ์สูญเสียก็ได้เกิดขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘หนึ่งชีวิตกำลังเติบโต แต่อีกหนึ่งชีวิตกำลังร่วงโรย’ เป็นประโยคที่พบเห็นได้บ่อยตามโลกออนไลน์ และเกิดขึ้นกับชีวิตของใครหลาย ๆ คน รวมถึงเธอคนนี้โปรดรักยืนกอดรูปผู้เป็นตาร้องไห้อย่างน่าสงสาร มองควันที่ลอยไปตามอากาศ โดยที่มีมือหนาของสามีคอยโอบไหล่ไว้ไม่ห่างไปไหนหลังจากบุญมีเสียชีวิตได้ไม่นาน จันทร์ก็ล้มป่วยในระยะเวลาต่อมา รักษากันอยู่ราว ๆ สองเดือน โรงพยาบาลไหนที่ว่าดีทั้งรัฐหรือเอกชนหลานสาวและหลานเขยก็พาไปหมด แต่ก็ไม่อาจยื้อชีวิตของหญิงชราเอาไว้ได้ ภาพเดิมได้ฉายขึ้นซ้ำ ๆ ในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันมากสภาพจิตใจของโปรดรักเองก็ย่ำแย่ไม่น้อยหากไม่มีผู้เป็นสามีปานนี้เธอก็คงไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตให้มันเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ซึมอยู่หลายสัปดาห์กว่าจะฝืนตัวเองให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ และเท่ากับว่าตอนนี้ครอบครัวของโปรดรักเหลือเพียงทิศเหนือเท่านั้น“คิดอะไรอยู่ครับ” ทิศเหนือเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาที่นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงานเล็กของเขา“ฮึก แค่คิดถึงตายายกับแม่น่ะค่ะ” เห็นน้ำเสียงที่ไม่สู้ด







