Se connecterเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์ ชีวิตของโปรดรักวนเวียนอยู่แต่โรงพยาบาล เธอได้ลางานไปเพียงหนึ่งอาทิตย์อีกไม่กี่วันต้องกลับไปทำงานที่บ้าน แต่อาการของผู้เป็นตานั้นยังไม่คงที่ มีหอบเหนื่อย ไข้สูงมาเป็นพัก ๆ ทางโรงพยาบาลจึงยังไม่ปล่อยตัวกลับบ้าน ซึ่งผลการตรวจโรคก็ออกมาแล้ว ตาของเธอเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะเฉียบพลันจริง ๆ ตามที่หมอวินิจฉัยไว้ในเบื้องต้น
“ตากินข้าวอีกนิดนะจ๊ะ จะได้กินยา” โปรดรักยื่นช้อนที่ตักข้าวต้มของทางโรงพยาบาลให้กับผู้เป็นตา
“ตาไม่หิว” บุญมีเอ่ยตบหญิงสาวก่อนจะเบือนหน้าออกจากช้อน
“อีกสักสองคำก็ยังดีนะจ๊ะ” เมื่อเห็นหลานเซ้าซี้ผู้เป็นตาก็ต้องจำใจกินข้าวต้มไปประมาณสามช้อนโต๊ะ ก่อนที่พยาบาลจะเดินเอายามาให้
“ทรมานแท้ ตอนได๋ตาสิเซา” (ทรมานจัง ตอนไหนตาจะหาย) บุญมีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ เมื่อกินยาเสร็จ
“เดี๋ยวก็หายนะจ๊ะตา อดทนก่อนนะ” เธอตอบผู้เป็นตาพร้อมกับรอยยิ้มแม้ในใจจะร้องไห้อยู่
“สวัสดีครับลุงบุญ” ขณะที่น้ำตาของเธอกำลังจะห้ามไม่อยู่ เสียงที่คุ้นเคยก็แทรกขึ้นมา ทำให้สามารถเบือนหน้าหลบผู้เป็นตาทัน
“คุณเหนือ สวัสดีครับ” บุญมีเอ่ยทักทายเจ้านายรุ่นหลานด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“เป็นยังไงบ้างครับ”
“บอกไม่ถูกเลยครับ จะว่าดีขึ้นก็ไม่ใช่แย่ลงก็ไม่เชิง”
“คุณเหนือมีงานในเมืองเหรอครับ” บุญมีเอ่ยถามทิศเหนืออีกประโยคด้วยความแปลกใจ
“เปล่าครับ ผมตั้งใจมาเยี่ยมลุงบุญ”
“แล้วป้าจันทร์ล่ะครับ”
“อ๋อ ยายไปซื้อข้าวอยู่ค่ะ” เป็นทางโปรดรักที่เอ่ยตอบทิศเหนือ เขาได้พยักหน้ารับรู้เบา ๆ ไม่นานเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น หญิงวัยกลางคนก็ได้เดินเข้ามา
“อ้าว คุณเหนือ”
“สวัสดีครับป้าจันทร์”
“ไปไงมาไงล่ะลูก”
“ผมแวะมาเยี่ยมลุงบุญหน่อยน่ะครับ”
“แล้วนี่หมอได้แจ้งไหมครับว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลวันไหน”
“คงต้องรออาการคงที่ก่อนน่ะลูก เพราะตอนกลางคืนลุงมีไข้ละก็อ้วกแทบทุกวันเลย”
“คุณเหนือจะกลับบ้านหรือไปธุระที่ไหนต่อไหมคะ”
“ทำไมเหรอครับ”
“ป้าอยากฝากยัยโปรดกลับไปด้วยน่ะจ้ะ ลางานมาหลายวันแล้ว”
“ยายจะดูแลตาคนเดียวไหวเหรอจ๊ะ โปรดทำงานวันจันทร์นะ”
“นี่ก็วันเสาร์แล้ว อีหล่ากลับไปพักโลด” (นี่ก็วันเสาร์แล้ว หนูกลับไปทำงานเถอะ) สิ้นเสียงของผู้เป็นยายโปรดรักก็หันหน้าไปหาตาที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเพื่อขอความคิดเห็น
“ไปเถอะลูก” บุญมีเอ่ยขึ้นบอกกับหลานสาว อย่างเห็นดีเห็นงามกับภรรยา
“ป้าฝากน้องกลับไปด้วยได้ไหมจ๊ะ หรือถ้าคุณเหนือไม่สะดวกไม่เป็นไรนะ” จันทร์เอ่ยถามทิศเหนืออีกครั้ง เนื่องจากเกรงว่าผู้ที่จะขออาศัยอาจจะไม่สะดวก
“สะดวกครับป้า ไม่ต้องห่วงเลย”
จากนั้นทั้งสี่คนก็นั่งคุยกันไปพักใหญ่ จนเวลาล่วงเลยมาเกือบจะเย็น ก่อนที่ทิศเหนือจะขอตัวกลับ โปรดรักเองก็ได้ร่ำลาผู้เป็นตาและยายอยู่เกือบสิบนาที
“เดี๋ยวโปรดโทรหาบ่อย ๆ นะคะ”
“ถ้าเกิดอะไรขึ้น หรือมีอะไรให้รีบโทรบอกโปรดทันทีเลยนะ”
“เออ ไปเถอะ” โปรดรักพูดย้ำอีกประโยค ก่อนบุญมีจะเอ่ยขึ้นบอกกับหลานสาวเพราะเกรงใจคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
โปรดรักจึงเอื้อมตัวไปกอดผู้เป็นตาและยาย ก่อนที่จะรีบเดินออกไปเพราะกลัวว่าจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
“เดินทางกันดี ๆ นะลูก”
“ครับ สวัสดีนะครับ” ทิศเหนือเอ่ยตอบก่อนจะยกมือไหว้ผู้อาวุโสทั้งสองพร้อมกับเดินตามโปรดรักออกไปจากห้องผู้ป่วย
“คุณเหนือจอดรถตรงไหนเหรอคะ?” เธอเอ่ยถามผู้ที่กำลังเดินตามหลังเธออยู่ในขณะนี้
“ที่เดิม” เขาตอบกลับคนถามด้วยน้ำเสียงโทนปกติ
“คุณมาคนเดียวเหรอคะ?”
“อือ เธออึดอัดหรือเปล่าที่ต้องนั่งกลับสองคน”
“ปะ..เปล่านะคะ”
หลังจากโปรดรักพูดจบก็ไม่มีบทสนทนาไหนผุดขึ้นมาอีกเลย ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงรถฟอร์จูนเนอร์สีเทาดำคู่ใจของทิศเหนือที่เขาใช้ขับประจำ ก่อนชายหญิงจะเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างในคนละฝั่งและรถก็ค่อย ๆ แล่นออกจากโรงพยาบาลไป
ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ร่างเล็กก็มองเห็นตลาดนัดตอนเย็นอยู่ไกล ๆ จึงแอบมองคนข้าง ๆ เป็นระยะ ๆ จะเอ่ยชวนเขาแวะก็แอบเกรงใจ เนื่องจากพึ่งพาติดรถมากับเขาก็ลำบากเขามากพอแล้ว
“อยากแวะตลาดไหม” ระหว่างที่เธอกำลังคิดอยู่นั้น คนข้าง ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นมาเองอย่างรู้ทันเสียงในหัว
“อยากค่ะ ถ้าคุณเหนือไม่สะด..”
“สะดวก เขาเอ่ยตอบเธอแค่นั้น ก่อนจะกดไฟเลี้ยวเพื่อหาที่จอดรถหน้าตลาดอย่างใจเย็น ไม่นานก็ได้ที่จอดที่เดินไม่ไกลมากนัก
ทั้งคู่เปิดประตูเดินลงจากรถ ก่อนจะก้าวขาไปยังตลาดนัดตอนเย็น ที่มีทั้งของสดของแห้ง กับข้าวสำเร็จ เสื้อผ้ารองเท้า หรือแม้แต่สไลเดอร์และสปริงบอร์ดไว้บริการลูกค้าเด็ก ๆ ที่มารอผู้ปกครองซื้อของอีกด้วย
เขาและเธอเดินมาเรื่อย ๆ จนถึงร้านปลาหมึกย่าง ซึ่งเป็นของโปรดของโปรดรัก มือเล็กดึงชายเสื้อคนเดินนำอย่าทิศเหนือเป็นสัญญาณให้เขาหยุด
“โปรดขอซื้อหมึกย่างก่อนได้ไหมคะ?”
“เอาสิ” สิ้นเสียงของเขาโปรดรักก็เดินไปยังร้านหมึกย่างน้ำจิ้มรสเด็ด ที่มีคนยืนเล็กหมึกอยู่สองสามคน ร่างเล็กเดินไปหยิบตะกร้าเล็กที่ทางร้านมีไว้บริการลูกค้าให้เลือกใส่ภาชนะก่อนจะนำมาย่าง
“คุณเหนือเอาไหมคะ?” เธอหยิบมาห้าไม้ ก่อนจะหันไปหาทิศเหนือที่ยืนรอข้าง ๆ
“เอาห้าไม้ เธอเลือกให้หน่อย”
“ค่ะ” สิ้นเสียงคำตอบเขาเธอก็หันมาเลือกหมึกต่ออย่างตั้งใจ
“แยกถุงละห้าไม้นะจ๊ะ เดี๋ยวกลับมาเอา”
“ราดน้ำจิ้มเลยไหมจ๊ะ”
“แยกดีกว่าจ้ะ” เธอเอ่ยตอบแม่ค้าก่อนจะหลีกตัวออกมาเพื่อไปเดินตลาดรอแม่ค้าย่างเสร็จ
ทั้งคู่เดินไปยังโซนต่าง ๆ ในตลาดนัดตอนเย็น ซึ่งมีเบียดผู้คนกันเป็นบางช่วง เนื่องจากตลาดนี้มีเพียงอาทิตย์ละหนึ่งวันที่เป็นตลาดใหญ่ และวันตลาดนัดใหญ่ดันตรงกับวันนี้ จึงทำให้คนเยอะกว่าปกติ
“เอาอะไรอีกไหม” เดินมาสักพักทิศเหนือก็เอ่ยถามโปรดรัก
“พอแล้วดีกว่าค่ะ คุณดูร้อน ๆ นะ”
“คนมันเยอะน่ะ อึดอัดนิดหน่อย” เนื่องจากเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบความวุ่นวายมากนัก แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าสังคมไม่เป็นเลย
“งั้นเอาน้ำสักแก้วไหมคะ ข้างหน้าร้านน้ำผลไม้พอดี”
“อือ”
“รับอะไรดีจ๊ะ” เมื่อทั้งคู่หยุดที่หน้าร้านขายน้ำผลไม้ แม่ค้าก็เอ่ยถามอย่างเป็นมิตร
“เอาน้ำมะพร้าวเผาปั่นนมสดหนึ่งค่ะ”
“คุณเหนือเอาอะไรคะ”
“เหมือนเธอ”
“เป็นสองแก้วนะจ๊ะพี่”
“ได้จ้า แฟนดูร้อน ๆ นะหนู หยิบทิชชูข้างหน้าซับเหงื่อหน่อยไหม”
“ขอบคุณนะคะ แต่ไม่ใช่แฟนค่ะ” เธอเอ่ยบอกแม่ค้ายิ้ม ๆ พร้อมกับหยิบทิชชูมาให้คนที่ยืนข้าง ๆ สามสี่แผ่นให้เขาซับเหงื่อตรงหน้าตัวเอง
“อ้าวเหรอพี่นึกว่าแฟน ขอโทษหลาย ๆ”
“บ่เป็นหยังครับ” ทิศเหนือเอ่ยตอบแม่ค้า
“เอาอะไรอีกไหม” หลังจากของเต็มไม้เต็มมือทั้งคู่แล้ว ทิศเหนือก็เอ่ยถามผู้ที่เดินอยู่ข้าง ๆ
“ไม่แล้วค่ะ กลับเลยดีกว่า”
“อือ”
ชายหญิงเดินมายังรถที่จอดอยู่ลานจอดรถของทางตลาดได้จัดเตรียมไว้บริการลูกค้า ทิศเหนือเปิดท้ายเพื่อนำของต่าง ๆ ไปไว้ไม่ให้เกะกะผู้ที่นั่งข้าง ๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกกันไปขึ้นรถคนละฝั่งเตรียมตัวที่จะกลับบ้าน
“ของพี่เท่าไหร่” เมื่อรัดเข็มขัดนิรภัยทิศเหนือก็เอ่ยถามคนข้าง ๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ โปรดเลี้ยงเองถือเป็นการขอบคุณ”
“ไม่เป็นไร รอบก่อนเราเลี้ยงน้ำพี่แล้ว”
“แค่นี้น้อยไปด้วยซ้ำค่ะ จากที่คุณทิศเหนือคอยช่วยเหลือโปรด”
“อ้อ นี่โทรศัพท์ที่คุณให้โปรดยืมค่ะ” เธอเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือที่เขาให้ยืมก่อนหน้าคืนให้กับเจ้าของ
“ซื้อใหม่แล้วเหรอ”
“เปล่าค่ะ โปรดไปซ่อมมาแล้วขอบคุณที่ให้ยืมนะคะ” เธอเอ่ยตอบเขาพร้อมกับชูโทรศัพท์เครื่องเดิมของตนเองให้ดู ตอนแรกเธอก็คิดว่าจะซื้อใหม่ แต่เก็บเงินไว้ให้ตารักษาตัวดีกว่าเพราะตอนนี้อะไร ๆ ก็ไม่แน่นอนไปหมด เธอยังไม่ควรที่จะฟุ่มเฟือยอะไรประหยัดได้ก็จะประหยัดไปก่อน
“โอเค ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกนะยังไงลุงบุญก็ทำงานที่ฟาร์มพี่”
“ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” สิ้นเสียงคำขอบคุณของโปรดรัก ทิศเหนือเองก็พยักหน้าเบา ๆ เพื่อตอบกลับเธอ
ผ่านไปราวยี่สิบนาทีรถคันหรูก็เลี้ยวเข้าไปยังหมู่บ้านของหญิงสาว รถคันสีเทาแล่นตามถนนคอนกรีตไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงบ้านโปรดรัก มือหนาได้เปิดไฟเลี้ยวพร้อมกับค่อย ๆ เลี้ยวเข้าไปภายในหน้าบ้าน
“ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลย” เมื่อรถจอดมือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้ผู้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างนอบน้อม
“ไม่เป็นไร เข้าบ้านแล้วล็อกประตูให้แน่นหนา เป็นผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียวอย่าประมาท มีอะไรโทรหาพี่ได้”
“ยังไงเราก็หลานลุงบุญ ไม่ต้องเกรงใจ” จบประโยคแรกเขาแอบเห็นเธอเม้มปากแน่น กลัวเธอจะอึดอัดเกินไปจึงเอ่ยขึ้นอีกประโยค
“ขอบคุณ คุณเหนืออีกครั้งนะคะ”
“อือ เข้าบ้านได้แล้ว”
“ค่ะ” ว่าจบหญิงสาวก็เปิดประตูลงจากรถ และไม่ลืมที่จะหันมาก้มหัวเพื่อเป็นการขอบคุณอีกรอบ ร่างเล็กยืนรอหน้าบ้านเพื่อส่งแขก และรถยนต์คันคุ้นเคยก็ค่อย ๆ แล่นออกไปจนสุดสายตา
ช่วงเช้าของวันถัดมา โปรดรักยืนทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนทิศเหนือก็แต่งตัวให้ลูกชายอย่างเหนือเมฆไปโรงเรียนอยู่บนบ้าน โดยมีลูกสาวตัวแสบวนเวียนอยู่ไม่ห่าง“พี่เมฆใส่ถุงเท้าเองได้ไหมลูก พ่อลงไปช่วยแม่ทำกับข้าวก่อน”“ครับ”“ดูน้องด้วยนะ”“ครับพ่อ” สิ้นคำตอบของลูกชายทิศเหนือก็เดินลงมาข้างล่างเพื่อช่วยภรรยาทำกับข้าวในครัว“หอมจังครับ” ทิศเหนือเดินไปโอบกอดภรรยาจากด้านหลังอย่างเช่นเคยทำทุกวัน“หอมกับข้าวเหรอคะ”“หอมแก้มโปรด” ว่าจบก็ฝังจมูกลงบนแก้มภรรยาฟอดใหญ่ มือเล็กก็ฟาดลงบนแขนของผู้เป็นสามเบา ๆ อย่างหมั่นไส้“มีอะไรให้พี่ช่วยไหม”“พี่เหนือไปดูข้าวที่หุงหน่อยค่ะ สุกหรือยัง”“ครับ” ว่าจบร่างสูงก็เดินไปดูหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ ก่อนมือหนาจะเปิดฝาขึ้นและพบว่าข้าวในหม้อนั้นเรียงเม็ดกันสวยดีแล้ว“สุกแล้วครับ”“งั้นพี่เหนือช่วยตักข้าวใส่กล่องที่จะเอาไปกินวันนี้หน่อยนะ ทั้งของพี่เหนือทั้งของลูกนั่นแหละ”“ครับ” ว่าจบทิศเหนือก็นำกล่องเก็บความร้อนสี่เหลี่ยมไปตักข้าวสวยลงทั้งสองกล่องพร้อมกับปิดฝาให้เรียบร้อยโปรดรักพอปิดเตาก็ถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อตามลูก ๆ ลงมากินข้าว
ระยะเวลาผ่านมากว่า 8 ปี ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาที่เคยกลมเกลียวกันเช่นใด ก็ยังคงกลมเกลียวกันเช่นนั้น และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ให้กำเนิดเด็กที่น่ารักขึ้นมาสองคน คนแรกเป็นเด็กผู้ชายวัย 7 ขวบ ชื่อน้องเหนือเมฆ ซึ่งตั้งตามผู้เป็นพ่อที่ชื่อทิศเหนือ และลูกสาววัย 3 ขวบ ชื่ออัญญา ตั้งตามผู้เป็นแม่ซึ่งมีความหมายว่าเป็นที่รัก“อัญญา ทำไมเอาสีมาเขียนการ์ตูนภาพพี่แบบนี้” เสียงโวยวายของเด็กชายวัยเจ็ดขวบดังขึ้นลั่นบ้าน เพราะน้องสาวตัวแสบเอาสีเทียนมาละเลงหนังสือการ์ตูนที่พึ่งซื้อมาเมื่อวานจนเละเทะ“แย้วจะให้น้อนเขียนหัวพี่เมฆหยอ” ได้ยินเช่นนั้นเหนือเมฆยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม เด็กหนุ่มจึงเดินออกมาร้องไห้เงียบ ๆ อย่างห้ามไม่ได้ จังหวะนั้นผู้เป็นแม่อย่างโปรดรักก็เดินมาพอดี“เป็นอะไรกันคะ สองพี่น้อง”“น้องเขียนการ์ตูนพี่ครับ แต่ไม่เป็นไรมันยังอ่านได้อยู่” เด็กหนุ่มสูดน้ำมูกบอกแม่ด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น“ไหม ขอแม่ดูหน่อย” โปรดรักหยิบหนังสือการ์ตูนจากมือลูกชายมาเปิดดู“อัญญาทำไมเขียนของพี่แบบนี้คะ? หนังสือระบายสีของอัญญาแม่ก็ซื้อมาให้แล้วไม่ใช่เหรอ”“มันหมดแย้ว”“หมดแล้วหนูก็ไม่ควรเอาของคนอื่นมาระบายแบบนี้ ขอโทษพ
ช่วงเย็นของวันต่อมาทิศเหนือได้ติดต่อเจ้าของที่ดินเพื่อที่จะมาพูดคุยราคากันและในขณะนี้ทิศเหนือและภรรยาของเขาก็ได้เข้ามาเดินดูที่ดินผืนนั้นพร้อมกับเจ้าของ“จริง ๆ ที่ดินผืนนี้ผมตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้ให้ลูกชายหลังเรียนจบ แต่ตอนนี้มันดันไปซื้อบ้านในเมืองเสียแล้ว ถ้าคุณเหนืออยากได้ ผมก็ไม่ติดปัญหาอะไรครับ”“ลุงนึกอยากได้เท่าไหร่ครับ”“สี่แสนคุณเหนือไหวไหมครับ”“สี่แสนนี่หักกลบหนี้ออก หรือว่าเพิ่มขึ้นสี่แสนรวมหนี้เหรอคะ” เป็นโปรดรักที่เอ่ยขึ้นถาม เพราะคิดว่าราคามันดูสูงเกินไป“หักกลบหนี้ก็ได้ครับ”“เดี๋ยวพรุ่งนี้ทำสัญญา แล้วไปโอนกันเลยก็ได้ครับลุงนึก” ว่าจบทิศเหนือก็จับมือภรรยาเดินดูรอบ ๆ ที่ดินที่เดิมทีเป็นสวน แต่ไม่มีใครมาดูแลจึงดูรกร้างเป็นปกติ“โปรดเดินระวังนะ” เสียงเข้มเอ่ยบอกภรรยาที่เดินอยู่ด้านหลังอย่างเป็นห่วง“ค่ะ”“แต่คุณลุงคะ โปรดว่าคุณลุงลองลดราคาลงอีกหน่อยได้ไหม ราคานี้โปรดรู้สึกว่ามันยังแอบแรงอยู่” แม้สามีเธอจะตกปากรับคำไปแล้ว แต่พอเดิน ๆ ดู เธอรู้สึกว่าที่ผืนนี้มันยังไม่ค่อยเหมาะกับราคาสี่แสนเท่าไหร่ เพราะมีเพียงไร่เศษ ๆ แถมยังเป็นสวนรกร้าง คงต้องใช้เงินอีกไม่น้อยในการเคลียร์พ
หลายสัปดาห์ผ่านมา ทุกคนก็ใช้ชีวิตตามปกติของตัวเองไปเรื่อย ๆ โปรดรักเองก็มาช่วยงานทิศเหนือเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยเช็กบัญชีบ้าง คำนวณรายรับรายจ่ายเพื่อยื่นภาษี รวมถึงตรวจสอบและดูแลเรื่องเงินเดือนของคนงานในไร่ และพนักงานในรีสอร์ตบ้าง แต่ก็เป็นเพียงการยื่นมือไปช่วยเขาเท่านั้น เพราะหลัก ๆ แล้วก็ยังคงเป็นทิศเหนือที่ทำ“โปรดว่าพี่เหนือจ่ายงานให้โปรดน้อยไปนะคะ” โปรดรักนั่งมองแฟนหนุ่มที่กำลังกดเครื่องคิดเลขอยู่บนโต๊ะทำงานไม่ยอมให้เธอช่วย“ใครจะอยากให้เมียตัวเองทำงานหนักล่ะ”“แต่โปรดก็ไม่ได้อยากเห็นสามีตัวเองเหนื่อยอยู่คนเดียวแบบนี้นิคะ”“มานั่งนี่หน่อย” ร่างสูงใช้เท้าดันให้เก้าอี้พ้นจากมุมโต๊ะเล็กน้อย ก่อนที่มือหนาจะตบลงบนหน้าขาตัวเองเบา ๆ โปรดรักก็ทำตามอย่างว่าง่าย ริมฝีปากของทิศเหนือเลื่อนลงมาหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่“แค่นี้พี่ก็ขอบคุณโปรดมากแล้วครับ”“หือ ขอบคุณที่โปรดเดินมาให้หอมเนี่ยนะ”“พี่ขอบคุณที่โปรดเป็นภรรยาที่ดีของพี่มาตลอดต่างหาก”“ยังไงคะ?”“เรื่องงานบ้านงานเรือนไง ขนาดพี่ไม่ได้ร้องขอ โปรดยังทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย” ทิศเหนือเอ่ยพร้อมกับลูบศีรษะของภรรยาเบา ๆ ตั้งแต่เขาให้โปรดรักลาออกจาก
สองสามีภรรยาเดินเตะทรายเล่นกันริมชายหาดในตอนเย็น พระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนลงสู่พื้นดิน มีแสงกระทบกับน้ำทะเลอย่างสวยงามจนไม่อาจละสายตาตรงหน้าได้“นั่งตรงนี้ได้ไหมคะ?” เมื่อเดินมาพักใหญ่ หญิงสาวก็ได้เอ่ยถามสามีที่เดินอยู่ข้าง ๆ เนื่องจากตัวเธอเองก็เริ่มเมื่อยแล้ว และตรงนี้ยังไม่ค่อยมีคนเดินไปเดินมาเหมือนจุดก่อนหน้าด้วย“เอาสิ” ว่าจบร่างหนาก็นั่งลงในตำแหน่งที่ดูจะเหมาะสมกับการนั่ง ก่อนจะกระตุกแขนของภรรยาเบา ๆ เพื่อให้นั่งลงตาม“สวยจัง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่มองพระอาทิตย์ที่เริ่มเคลื่อนตัวลงสู่พื้นดินเรื่อย ๆ และไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายภาพเก็บไว้“โปรดอยากถ่ายรูปไหม เดี๋ยวพี่ถ่ายให้”“โปรดไม่อยากถ่ายคนเดียวค่ะ เราถ่ายคู่กันนะ” ว่าจบก็ปรับมือถือเป็นกล้องหน้าแล้วยกขึ้นให้เห็นหน้าของทั้งสอง เมื่อเห็นภรรยายื่นแขนออกไปจนสุดแต่ยังไม่ได้มุมที่เหมาะสม ทิศเหนือจึงหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเล็กของเธอมากดถ่ายเอง“เราไปหาอะไรกินกันก่อนกลับไหม”“เอาสิคะ พี่เหนืออยากกินอะไร”“เดี๋ยวหาร้านอาหารกินง่าย ๆ ก็ได้”“หรือเราจะกินข้าวที่โรงแรมดีคะ โปรดเห็นห้องอาหารของทางโรงแรมก็ไม่แย่นะ อาหารที่สั่งม
ระยะเวลาผ่านมาราว ๆ สามเดือนหลังจากโปรดรักและทิศเหนือได้แต่งงานกัน เหตุการณ์สูญเสียก็ได้เกิดขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘หนึ่งชีวิตกำลังเติบโต แต่อีกหนึ่งชีวิตกำลังร่วงโรย’ เป็นประโยคที่พบเห็นได้บ่อยตามโลกออนไลน์ และเกิดขึ้นกับชีวิตของใครหลาย ๆ คน รวมถึงเธอคนนี้โปรดรักยืนกอดรูปผู้เป็นตาร้องไห้อย่างน่าสงสาร มองควันที่ลอยไปตามอากาศ โดยที่มีมือหนาของสามีคอยโอบไหล่ไว้ไม่ห่างไปไหนหลังจากบุญมีเสียชีวิตได้ไม่นาน จันทร์ก็ล้มป่วยในระยะเวลาต่อมา รักษากันอยู่ราว ๆ สองเดือน โรงพยาบาลไหนที่ว่าดีทั้งรัฐหรือเอกชนหลานสาวและหลานเขยก็พาไปหมด แต่ก็ไม่อาจยื้อชีวิตของหญิงชราเอาไว้ได้ ภาพเดิมได้ฉายขึ้นซ้ำ ๆ ในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันมากสภาพจิตใจของโปรดรักเองก็ย่ำแย่ไม่น้อยหากไม่มีผู้เป็นสามีปานนี้เธอก็คงไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตให้มันเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ซึมอยู่หลายสัปดาห์กว่าจะฝืนตัวเองให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ และเท่ากับว่าตอนนี้ครอบครัวของโปรดรักเหลือเพียงทิศเหนือเท่านั้น“คิดอะไรอยู่ครับ” ทิศเหนือเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาที่นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงานเล็กของเขา“ฮึก แค่คิดถึงตายายกับแม่น่ะค่ะ” เห็นน้ำเสียงที่ไม่สู้ด







