LOGINเสียงเครื่องยนต์ดับลง เมื่อทิศเหนือพบเจอที่จอดรถหลังจากขับวนหาอยู่นาน ชายหนุ่มปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนที่จะบิดตัวไปมาเพื่อคลายเมื่อย
“คุณทิศเหนือจะลงไปด้วยใช่ไหมคะ?” โปรดรักก็ได้เอ่ยถามคนข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
“อือ พี่ว่าจะไปดูลุงบุญสักหน่อยค่อยกลับ”
“โอเคค่ะ” หลังจากตอบรับเขามือเล็กก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหวังจะโทรหาผู้เป็นยาย แต่โทรศัพท์มือถือก็ยังคงเปิดไม่ติดเหมือนเดิม
“ขอยืมมือถือคุณเหนือโทรหายายได้ไหมคะ?” หลังจากเอ่ยขอร้องเขา ริมฝีปากบางก็เม้มเข้ากันแน่น
“ยังเปิดไม่ติดอีกเหรอ” หญิงสาวส่ายหน้าเบา ๆ เพื่อเป็นคำตอบให้กับเขา ก่อนที่ชายหนุ่มจะโน้มตัวไปที่ไปเกะเก็บของด้านหน้าฝั่งที่โปรดรักนั่ง เพื่อหยิบมือถือสำรองของเขาอีกเครื่องออกมา
“เอามือถือเธอมา พี่เปลี่ยนซิมให้”
“ไม่ต้องคิดเยอะ ซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ค่อยคืนพี่” ทิศเหนือเอ่ยขึ้นอีกประโยคเมื่อเห็นท่าทีลังเลของคนข้าง ๆ
“ค่ะ” มือเล็กยื่นโทรศัพท์มือถือเธอให้กับคนข้าง ๆ ก่อนที่เขาจะทำการถอดซิมเพื่อเปลี่ยนใส่เครื่องสำรองของเขาให้กับเธอ
“อะ ใช้ตามสบายเลยไม่ต้องรีบคืนพี่ก็ได้” หลังจากเปลี่ยนซิมเสร็จเขาก็รีเซตระบบเริ่มต้นให้กับเธอใหม่ ก่อนที่จะยืนให้กับหญิงสาว ให้เธอเป็นคนตั้งรหัสผ่านต่าง ๆ เองให้เรียบร้อย ก่อนที่มือเล็กจะกดเข้ารายชื่อและโทรหาผู้เป็นยาย
“ฮะโหล ยายอยู่ชั้นไหนตึกไหนจ๊ะ?”
(ถึงแล้วเหรอ อยู่ชั้น 12)
“ตึกไหนจ๊ะยาย”
(อั่น..โทษเด้อนาง ตึกนี่ตึกหยังหล่า) เสียงของจันทร์เอ่ยถามใครบางคนแทรกเข้ามาในสาย
(ตึก D จ้ะป้า)
(ขอบใจหลาย ๆ เด้อ)
(ตึก D โปรดมาถูกไหมลูก) หลังจากได้คำตอบจากคนแปลกหน้าเสร็จ จันทร์ก็เอ่ยบอกกับโปรดรักที่กำลังถือสายรอคำตอบอยู่ในขณะนี้
“คิดว่าถูกจ้ะยาย เดี๋ยวโปรดรีบขึ้นไปนะ”
“เออ ๆ มา ๆ” เมื่อวางสายจากผู้เป็นยาย มือเล็กของเธอก็กดเข้าแอปพลิเคชันแผนที่ เพื่อเดินไปยังตึกD เพราะโรงพยาบาลที่นี่มีขนาดใหญ่และหลายตึกมาก
“ไม่ต้องเปิดแมพก็ได้ ป้าจันทร์บอกว่าตึกไหน”
“ตึก D ค่ะ”
“อือ ป่ะ..” สิ้นเสียงชวนเขาก็เดินนำหน้าเธอไปยังตึกผู้ป่วยตึก D กระทั่งเดินมาถึงลิฟต์
“ชั้นไหน”
“12 ค่ะ” มือหนาเอื้อมกดเลขชั้นตามที่เธอบอกกระทั่งมาถึงชั้นที่สิบสอง เป็นห้องรวมผู้ป่วยขนาดใหญ่ที่ค่อนข้างจะวุ่นวาย ทั้งญาติทั้งผู้ป่วยทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่เดินสวนกันอย่างวุ่นวาย
“อ้าว คุณเหนือมาด้วยเหรอคะ?” จันทร์มายืนรอรับหลานสาวหน้าห้อง สายตาเหลือบไปเห็นอีกคนที่ยืนข้าง ๆ หลานสาว จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ผมมาส่งเพื่อนเลยแวะมาส่งโปรดรักด้วยครับ”
"อ๋อ ขอบคุณมากนะลูก”
“ไม่เป็นไรครับ”
“ตาอยู่เตียงไหนเหรอจ๊ะยาย”
“เตียงเกือบ ๆ สุดท้ายเลย ตามยายมา ๆ” หญิงวัยหกสิบปลาย ๆ กวักมือเรียกหลานสาวเข้าไปด้านใน เนื่องจากเตียงของผู้เป็นตานั้นอยู่เกือบสุดเลยก็ว่าได้
“เป็นไงบ้างจ๊ะตา”
“ปวดหลัง เหมื่อย”
“คนแออัดกันจัง เราสามารถขอย้ายตาไปอยู่ห้องพิเศษได้ไหมจ๊ะยาย” โปรดรักมองไปรอบ ๆ ห้องผู้ป่วย ที่มีเตียงอยู่นับสิบ ยังไม่รวมญาติผู้ป่วยอีก คนเดินเข้าเดินออกมากหน้าหลายตา จนแทบจะเป็นตลาดนัด
“โอ๊ย มันจะไม่สิ้นเปลืองไปเหรอลูก”
“ไม่หรอกจ้ะ อย่างน้อยตาก็น่าจะได้พักผ่อนเต็มอิ่ม”
“แล้วหมอได้มาตรวจตาหรือยังจ๊ะ”
“มีหมอคอยมาถามอาการบ่อย ๆ อยู่ แต่ยังไม่ได้ตรวจอะไรมาก”
“เดี๋ยวโปรดว่าเราย้ายตาไปห้องพิเศษกันเถอะจ้ะ”
“เดี๋ยวพี่ไปช่วยเดินเรื่อง”
“ขอบคุณนะคะ” โปรดรักเอ่ยขอบคุณทิศเหนืออย่างนอบน้อม จากนั้นทั้งคู่ก็ได้เดินไปคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อทำการขอย้ายผู้ป่วยไปไว้ห้องพักพิเศษ
“ทางโรงพยาบาลจะมีห้องพิเศษสามแบบค่ะ จะมีสี่เตียง คืนละ 880 บาท”
“สามเตียง คืนละ 1100 บาท ส่วนห้องเดี่ยว คืนละ 2150 บาทค่ะ รวมค่าหมอพยาบาลและอาหารแล้ว เป็นห้องปรับอากาศค่ะ” สิ้นเสียงของเจ้าหน้าที่ร่างเล็กเม้มปากแน่น คิดไม่ตกว่าควรเลือกห้องแบบไหนให้แก่ผู้เป็นตาดี
“พี่เสนอเป็นสามเตียงดีไหม ป้าจันทร์กับลุงบุญจะได้ไม่เหงาเกินไป” เห็นเธอนิ่งไปสักพัก ทิศเหนือจึงเอ่ยข้อเสนอให้กับเธอ
“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ” ซึ่งราคาของสามเตียง เป็นราคาที่เธอพอจะรับได้ แต่ถ้าเป็นห้องเดี่ยวคงไม่ไหว ถ้าสี่คนก็อาจจะเยอะเกินไปอีก เธอจึงไม่มีอะไรจะค้านกับคนที่เสนอ
“งั้นเอาเป็นสามเตียงก็ได้ค่ะ” ปรึกษากันสักพักร่างเล็กก็เอ่ยบอกกับพยาบาลเพื่อเป็นการยืนยัน
“ได้ค่ะ ขอชื่อผู้ป่วยพร้อมบัตรประชาชนผู้จองด้วยนะคะ” มือเล็กเอื้อมมือหยิบบัตรประชาชนออกมาจากกระเป๋าสตางค์ พร้อมกับบอกข้อมูลต่าง ๆ เมื่อเจ้าหน้าที่เอ่ยถาม ก่อนที่จะจ่ายค่ามัดจำและเดินตามเจ้าหน้าที่ไปเพื่อทำการย้ายห้องผู้ป่วยให้กับผู้เป็นตา
ผ่านไปเกือบครึ่งค่อนวันทิศเหนือก็ขอตัวกลับก่อน จึงเหลือเพียงสามคนตายายและโปรดรัก พร้อมกับญาติผู้ป่วยคนอื่นอีกสามสี่คน แม้ในห้องจะมีสามเตียง แต่ก็จัดเป็นสัดส่วนและมีม่านกั้นเพื่อความมิดชิด สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
“คุณบุญมี เทวาภักดิ์ ขออนุญาตฉีดยาชาเพื่อจะเจาะไขกระดูกสันหลังไปตรวจนะคะ” พยาบาลเดินมายังเตียงของบุญมีที่กำลังเคลิ้ม ๆ จะหลับ
“ครับ”
หลังจากฉีดยาชาเสร็จราว 15 นาที หมอและพยาบาลก็ล้อมรอบเตียงของบุญมีทำการเจาะไขกระดูกสันหลังนำไปตรวจเพื่อยืนยันโรคที่ท่านเป็นอยู่ โปรดรักไม่กล้าไปยืนดูกับผู้เป็นยาย ได้แต่ยืนร้องไห้อยู่ไกล ๆ เนื่องจากได้ยินเสียงของผู้เป็นตาร้องเพราะความเจ็บดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ
“ไม่เป็นไรลูกไม่เป็นไร เดี๋ยวตาก็หาย” ผู้เป็นภรรยาก็ไม่สามารถทนยืนดูสามีตนเองได้ จึงถอยออกมาหาผู้เป็นหลานสาวที่ยืนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ประตูทางออก ก่อนที่จะเอ่ยปลอบเธอ แม้ภายในใจของจันทร์เองก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าโปรดรัก
“ฮึก...แค่ไปยืนให้กำลังใจข้าง ๆ ตาโปรดยังทำไม่ได้เลย” เธอกอดผู้เป็นยายแน่นพร้อมกับปล่อยโฮออกมา เนื่องจากจิตใจไม่เข้มแข็งพอที่จะไปยืนข้าง ๆ เตียงเพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้เป็นตา
“โปรดทำดีที่สุดแล้วลูก ไม่เป็นไร ๆ” จันทร์กอดปลอบหลานสาวพร้อมกับลูกศีรษะเบา ๆ ยืนทนฟังเสียงของบุญมีร้องด้วยความเจ็บปวดจากการรักษาเป็นระยะ ๆ
ช่วงเช้าของวันถัดมา โปรดรักยืนทำกับข้าวอยู่ในครัว ส่วนทิศเหนือก็แต่งตัวให้ลูกชายอย่างเหนือเมฆไปโรงเรียนอยู่บนบ้าน โดยมีลูกสาวตัวแสบวนเวียนอยู่ไม่ห่าง“พี่เมฆใส่ถุงเท้าเองได้ไหมลูก พ่อลงไปช่วยแม่ทำกับข้าวก่อน”“ครับ”“ดูน้องด้วยนะ”“ครับพ่อ” สิ้นคำตอบของลูกชายทิศเหนือก็เดินลงมาข้างล่างเพื่อช่วยภรรยาทำกับข้าวในครัว“หอมจังครับ” ทิศเหนือเดินไปโอบกอดภรรยาจากด้านหลังอย่างเช่นเคยทำทุกวัน“หอมกับข้าวเหรอคะ”“หอมแก้มโปรด” ว่าจบก็ฝังจมูกลงบนแก้มภรรยาฟอดใหญ่ มือเล็กก็ฟาดลงบนแขนของผู้เป็นสามเบา ๆ อย่างหมั่นไส้“มีอะไรให้พี่ช่วยไหม”“พี่เหนือไปดูข้าวที่หุงหน่อยค่ะ สุกหรือยัง”“ครับ” ว่าจบร่างสูงก็เดินไปดูหม้อหุงข้าวไฟฟ้าที่กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ ก่อนมือหนาจะเปิดฝาขึ้นและพบว่าข้าวในหม้อนั้นเรียงเม็ดกันสวยดีแล้ว“สุกแล้วครับ”“งั้นพี่เหนือช่วยตักข้าวใส่กล่องที่จะเอาไปกินวันนี้หน่อยนะ ทั้งของพี่เหนือทั้งของลูกนั่นแหละ”“ครับ” ว่าจบทิศเหนือก็นำกล่องเก็บความร้อนสี่เหลี่ยมไปตักข้าวสวยลงทั้งสองกล่องพร้อมกับปิดฝาให้เรียบร้อยโปรดรักพอปิดเตาก็ถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อตามลูก ๆ ลงมากินข้าว
ระยะเวลาผ่านมากว่า 8 ปี ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาที่เคยกลมเกลียวกันเช่นใด ก็ยังคงกลมเกลียวกันเช่นนั้น และตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้ให้กำเนิดเด็กที่น่ารักขึ้นมาสองคน คนแรกเป็นเด็กผู้ชายวัย 7 ขวบ ชื่อน้องเหนือเมฆ ซึ่งตั้งตามผู้เป็นพ่อที่ชื่อทิศเหนือ และลูกสาววัย 3 ขวบ ชื่ออัญญา ตั้งตามผู้เป็นแม่ซึ่งมีความหมายว่าเป็นที่รัก“อัญญา ทำไมเอาสีมาเขียนการ์ตูนภาพพี่แบบนี้” เสียงโวยวายของเด็กชายวัยเจ็ดขวบดังขึ้นลั่นบ้าน เพราะน้องสาวตัวแสบเอาสีเทียนมาละเลงหนังสือการ์ตูนที่พึ่งซื้อมาเมื่อวานจนเละเทะ“แย้วจะให้น้อนเขียนหัวพี่เมฆหยอ” ได้ยินเช่นนั้นเหนือเมฆยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม เด็กหนุ่มจึงเดินออกมาร้องไห้เงียบ ๆ อย่างห้ามไม่ได้ จังหวะนั้นผู้เป็นแม่อย่างโปรดรักก็เดินมาพอดี“เป็นอะไรกันคะ สองพี่น้อง”“น้องเขียนการ์ตูนพี่ครับ แต่ไม่เป็นไรมันยังอ่านได้อยู่” เด็กหนุ่มสูดน้ำมูกบอกแม่ด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น“ไหม ขอแม่ดูหน่อย” โปรดรักหยิบหนังสือการ์ตูนจากมือลูกชายมาเปิดดู“อัญญาทำไมเขียนของพี่แบบนี้คะ? หนังสือระบายสีของอัญญาแม่ก็ซื้อมาให้แล้วไม่ใช่เหรอ”“มันหมดแย้ว”“หมดแล้วหนูก็ไม่ควรเอาของคนอื่นมาระบายแบบนี้ ขอโทษพ
ช่วงเย็นของวันต่อมาทิศเหนือได้ติดต่อเจ้าของที่ดินเพื่อที่จะมาพูดคุยราคากันและในขณะนี้ทิศเหนือและภรรยาของเขาก็ได้เข้ามาเดินดูที่ดินผืนนั้นพร้อมกับเจ้าของ“จริง ๆ ที่ดินผืนนี้ผมตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้ให้ลูกชายหลังเรียนจบ แต่ตอนนี้มันดันไปซื้อบ้านในเมืองเสียแล้ว ถ้าคุณเหนืออยากได้ ผมก็ไม่ติดปัญหาอะไรครับ”“ลุงนึกอยากได้เท่าไหร่ครับ”“สี่แสนคุณเหนือไหวไหมครับ”“สี่แสนนี่หักกลบหนี้ออก หรือว่าเพิ่มขึ้นสี่แสนรวมหนี้เหรอคะ” เป็นโปรดรักที่เอ่ยขึ้นถาม เพราะคิดว่าราคามันดูสูงเกินไป“หักกลบหนี้ก็ได้ครับ”“เดี๋ยวพรุ่งนี้ทำสัญญา แล้วไปโอนกันเลยก็ได้ครับลุงนึก” ว่าจบทิศเหนือก็จับมือภรรยาเดินดูรอบ ๆ ที่ดินที่เดิมทีเป็นสวน แต่ไม่มีใครมาดูแลจึงดูรกร้างเป็นปกติ“โปรดเดินระวังนะ” เสียงเข้มเอ่ยบอกภรรยาที่เดินอยู่ด้านหลังอย่างเป็นห่วง“ค่ะ”“แต่คุณลุงคะ โปรดว่าคุณลุงลองลดราคาลงอีกหน่อยได้ไหม ราคานี้โปรดรู้สึกว่ามันยังแอบแรงอยู่” แม้สามีเธอจะตกปากรับคำไปแล้ว แต่พอเดิน ๆ ดู เธอรู้สึกว่าที่ผืนนี้มันยังไม่ค่อยเหมาะกับราคาสี่แสนเท่าไหร่ เพราะมีเพียงไร่เศษ ๆ แถมยังเป็นสวนรกร้าง คงต้องใช้เงินอีกไม่น้อยในการเคลียร์พ
หลายสัปดาห์ผ่านมา ทุกคนก็ใช้ชีวิตตามปกติของตัวเองไปเรื่อย ๆ โปรดรักเองก็มาช่วยงานทิศเหนือเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยเช็กบัญชีบ้าง คำนวณรายรับรายจ่ายเพื่อยื่นภาษี รวมถึงตรวจสอบและดูแลเรื่องเงินเดือนของคนงานในไร่ และพนักงานในรีสอร์ตบ้าง แต่ก็เป็นเพียงการยื่นมือไปช่วยเขาเท่านั้น เพราะหลัก ๆ แล้วก็ยังคงเป็นทิศเหนือที่ทำ“โปรดว่าพี่เหนือจ่ายงานให้โปรดน้อยไปนะคะ” โปรดรักนั่งมองแฟนหนุ่มที่กำลังกดเครื่องคิดเลขอยู่บนโต๊ะทำงานไม่ยอมให้เธอช่วย“ใครจะอยากให้เมียตัวเองทำงานหนักล่ะ”“แต่โปรดก็ไม่ได้อยากเห็นสามีตัวเองเหนื่อยอยู่คนเดียวแบบนี้นิคะ”“มานั่งนี่หน่อย” ร่างสูงใช้เท้าดันให้เก้าอี้พ้นจากมุมโต๊ะเล็กน้อย ก่อนที่มือหนาจะตบลงบนหน้าขาตัวเองเบา ๆ โปรดรักก็ทำตามอย่างว่าง่าย ริมฝีปากของทิศเหนือเลื่อนลงมาหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่“แค่นี้พี่ก็ขอบคุณโปรดมากแล้วครับ”“หือ ขอบคุณที่โปรดเดินมาให้หอมเนี่ยนะ”“พี่ขอบคุณที่โปรดเป็นภรรยาที่ดีของพี่มาตลอดต่างหาก”“ยังไงคะ?”“เรื่องงานบ้านงานเรือนไง ขนาดพี่ไม่ได้ร้องขอ โปรดยังทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย” ทิศเหนือเอ่ยพร้อมกับลูบศีรษะของภรรยาเบา ๆ ตั้งแต่เขาให้โปรดรักลาออกจาก
สองสามีภรรยาเดินเตะทรายเล่นกันริมชายหาดในตอนเย็น พระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนลงสู่พื้นดิน มีแสงกระทบกับน้ำทะเลอย่างสวยงามจนไม่อาจละสายตาตรงหน้าได้“นั่งตรงนี้ได้ไหมคะ?” เมื่อเดินมาพักใหญ่ หญิงสาวก็ได้เอ่ยถามสามีที่เดินอยู่ข้าง ๆ เนื่องจากตัวเธอเองก็เริ่มเมื่อยแล้ว และตรงนี้ยังไม่ค่อยมีคนเดินไปเดินมาเหมือนจุดก่อนหน้าด้วย“เอาสิ” ว่าจบร่างหนาก็นั่งลงในตำแหน่งที่ดูจะเหมาะสมกับการนั่ง ก่อนจะกระตุกแขนของภรรยาเบา ๆ เพื่อให้นั่งลงตาม“สวยจัง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นขณะที่มองพระอาทิตย์ที่เริ่มเคลื่อนตัวลงสู่พื้นดินเรื่อย ๆ และไม่ลืมที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายภาพเก็บไว้“โปรดอยากถ่ายรูปไหม เดี๋ยวพี่ถ่ายให้”“โปรดไม่อยากถ่ายคนเดียวค่ะ เราถ่ายคู่กันนะ” ว่าจบก็ปรับมือถือเป็นกล้องหน้าแล้วยกขึ้นให้เห็นหน้าของทั้งสอง เมื่อเห็นภรรยายื่นแขนออกไปจนสุดแต่ยังไม่ได้มุมที่เหมาะสม ทิศเหนือจึงหยิบโทรศัพท์ออกจากมือเล็กของเธอมากดถ่ายเอง“เราไปหาอะไรกินกันก่อนกลับไหม”“เอาสิคะ พี่เหนืออยากกินอะไร”“เดี๋ยวหาร้านอาหารกินง่าย ๆ ก็ได้”“หรือเราจะกินข้าวที่โรงแรมดีคะ โปรดเห็นห้องอาหารของทางโรงแรมก็ไม่แย่นะ อาหารที่สั่งม
ระยะเวลาผ่านมาราว ๆ สามเดือนหลังจากโปรดรักและทิศเหนือได้แต่งงานกัน เหตุการณ์สูญเสียก็ได้เกิดขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า ‘หนึ่งชีวิตกำลังเติบโต แต่อีกหนึ่งชีวิตกำลังร่วงโรย’ เป็นประโยคที่พบเห็นได้บ่อยตามโลกออนไลน์ และเกิดขึ้นกับชีวิตของใครหลาย ๆ คน รวมถึงเธอคนนี้โปรดรักยืนกอดรูปผู้เป็นตาร้องไห้อย่างน่าสงสาร มองควันที่ลอยไปตามอากาศ โดยที่มีมือหนาของสามีคอยโอบไหล่ไว้ไม่ห่างไปไหนหลังจากบุญมีเสียชีวิตได้ไม่นาน จันทร์ก็ล้มป่วยในระยะเวลาต่อมา รักษากันอยู่ราว ๆ สองเดือน โรงพยาบาลไหนที่ว่าดีทั้งรัฐหรือเอกชนหลานสาวและหลานเขยก็พาไปหมด แต่ก็ไม่อาจยื้อชีวิตของหญิงชราเอาไว้ได้ ภาพเดิมได้ฉายขึ้นซ้ำ ๆ ในระยะเวลาที่ไม่ห่างกันมากสภาพจิตใจของโปรดรักเองก็ย่ำแย่ไม่น้อยหากไม่มีผู้เป็นสามีปานนี้เธอก็คงไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตให้มันเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ซึมอยู่หลายสัปดาห์กว่าจะฝืนตัวเองให้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ และเท่ากับว่าตอนนี้ครอบครัวของโปรดรักเหลือเพียงทิศเหนือเท่านั้น“คิดอะไรอยู่ครับ” ทิศเหนือเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาที่นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงานเล็กของเขา“ฮึก แค่คิดถึงตายายกับแม่น่ะค่ะ” เห็นน้ำเสียงที่ไม่สู้ด







