Share

5

last update publish date: 2026-07-20 11:22:47

ขณะนี้ ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดกิจกรรมเข้าค่ายตั้งแคมป์ปิ้งเพื่อรวมกลุ่มสานสัมพันธ์ระหว่าง คณะ โดยกลุ่มคนส่วนใหญ่ ก็จะมาจากชมรม เที่ยวพาเพลิน ซึ่งหากนักศึกษาหรือนิสิตผ่านการเข้าค่ายครั้งนี้ไป ก็จะได้รับคะแนนจิตอาสาจำนวน 30 คะแนน และ ยังมีคะแนนความประพฤติสำหรับวิชาทางเลือกอีกด้วย

@ตัดไปไปวันที่เข้าค่ายชมรม

Saturday

@ลานชมรม

EarngEoey talk

ขณะนี้เป็นเวลา 9 โมงเช้า มีรถทัวร์จอดรออยู่แล้วจำนวน 1 คัน เพราะจำนวนนิสิตที่อาจารย์รับสมัครมีจำกัดเพื่อกันความวุ่นวายและเหตุการณ์ชุลมุนที่จะเกิดขึ้น

นักศึกษาต่างต่างก็พากันมายืนรอพร้อมด้วยกระเป๋าลาก กระเป๋าเป้หลายใบราวกับไปพักร้อน เพื่อรอคำสั่งจากอาจารย์ให้ขึ้นนั่งบนรถทัวร์ และจุดมุ่งหมายปลายทางของเราก็คือ "เกาะไข่มุก" (สถานที่สมมติขึ้นเท่านั้น) จังหวัดชลบุรี

สำหรับ “เกาะไข่มุก” ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากชายฝั่งเมืองพัทยาประมาณ 15 กิโลเมตร แม้จะเป็นเกาะเล็กเล็กในทะเลอ่าวไทย แต่เกาะไข่มุกก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมใกล้กรุงเทพฯ ที่เดินทางสะดวก สามารถไปเช้า-เย็นกลับ จากกรุงเทพฯได้

เกาะไข่มุก มีจุดเด่นที่ดึงดูดคือเป็นเกาะที่มีน้ำทะเลสวยใสน่าเล่น บนเกาะไข่มุกมีสถานที่งดงามให้เลือกไปเที่ยวได้หลายจุดด้วยกันและยังอุดมไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารจากธรรมชาติ 

"ครบแล้วนะคะเชิญแถวแรกขึ้นรถได้เลยจ้ะ " อาจารย์สายสมร อาจารย์สาวสวยไฝใหญ่ประจำชมรมเที่ยวพาเพลินพูดขึ้น

อาจารย์สายสมรเป็นคนอารมณ์ดี เฮฮา พูดจาฉอเลาะ เป็นคนตลก เข้ากับนิสิตได้ง่าย จึงทำให้สนิทมักจี่กับนักศึกษาเกือบทุกคนโดยเฉพาะในชมรม

-บนรถทัวร์-

เมื่อเราทั้งหมดเกือบ 50 ชีวิต ขึ้นรถทัวร์เสร็จแล้วก็ได้เเล่นมุ่งหน้าออกไปยังจุดหมายปลายที่ได้วางไว้ตั้งแต่แรกทันทีนั่นก็คือ เกาะไข่มุก

"ฉันเตรียมบิกินี่มาแล้วล่ะ รับรองได้เลยว่า แซ่บ! ซี๊ด! จนผู้ต้องตะลึง ตาลุกวาวแน่นอนจ้าแม่ รอชมได้เลยนะคะ พอสอ!" เพียงฟ้าหันมาพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงดัดจริต (พอสอ/ พส. ย่อมาจาก เพื่อนสาว เป็นภาษาที่วัยรุ่นเขากำลังนิยมใช้กันในตอนนี้)

"ของฉันก็ไม่พลาดจ้า เพราะเห็นอาจารย์สมรบอกว่าวันสุดท้าย จะให้พวกเราเที่ยวตามสบายกันเพื่อเป็นการผ่อนคลายเครียดใช่มะ ถือเสียว่าเป็นการพักร้อนไปในตัวด้วย" ฉันตอบกลับไป

"พี่แทนให้ใส่หรอจ๊ะ" เพียงฟ้าเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

"ต้องให้ใส่อยู่แล้วปะ! เพราะกูยังไม่ได้บอก" ฉันหัวเราะคิกคักออกมาอย่างชอบใจเบาเบาเพื่อรักษามารยาทในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกันกับผู้อื่นเล็กน้อย ก่อนที่จะฉีกห่อขนมสาหร่ายอบกรอบขึ้นมารับประทานอย่างเอร็ดอร่อย

"ไม่ใช่ว่าพรุ่งนี้พี่แทนเอาชานมสดไข่มุกมาให้แกตอนเที่ยงอีกนะ" คราวนี้เป็นยัยเพียงฟ้าบ้างที่หัวเราะขำกลิ้งออกมาราวกับเป็นเรื่องขบขัน

"เว่อร์ละอีสัส! พี่แทนคงจะไม่อุตส่าห์นั่งรถจากกรุงเทพฯเพื่อซื้อชานมไข่มุกแก้วเดียวมาให้ฉันถึงชลบุรีหรอกนะ" ฉันหันไปพูดกับเพื่อนสนิท แล้วส่ายศีรษะเบาเบา

"พูดอะไรก็เบาเบาหน่อย ควรจะมีมารยาท หัดเกรงใจคนอื่นเขาบ้าง" น้ำเสียงที่ฉันคุ้นเคยและขยะแขยงอย่างที่สุดดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้ฉันและเพียงฟ้ารีบหันหน้าไปมองอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย

"เชี้ย! ไอ้คิม" เพียงฟ้าร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ พลางกลืนน้ำลายลงคอไหลลงไปเป็นทางอึกใหญ่

"...." ฉันมองดวงหน้าของอดีตคนรักเก่าครู่หนึ่งด้วยสายตาเรียบนิ่ง โดยไม่มีถ้อยคําใดถูกเปล่งออกไปจากริมฝีปาก ก่อนที่จะหันกลับมาขบเคี้ยวขนมกินเล่นต่อ

"ไม่คิดจะทักทายผัวหน่อยหรอเมียจ๊ะ เมียจ๋า ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ปีทำห่างเหินราวกับว่าเป็นคนอื่นคนไกลไปเสียได้ " คิมหันต์เอ่ยพูดกวนประสาทขึ้น 

"แกได้ยินเสียงสัมภเวสีกระซิบกระซาบแถวนี้หรือเปล่า?" ฉันหันหน้าไปถามเพียงฟ้าแกมบังคับคล้ายกับต้องการให้หล่อนเออออไปด้วย

"ใช่แก! เสียง....มาขอส่วนบุญ" เพียงฟ้าพูดพร้อมกับชำเลืองตามองคนด้านหลังเล็กน้อย

"เจอกันบ่อยขนาดนี้เราคงเป็นเนื้อคู่กันแล้วแหละ เอิงเอย โบราณเขาว่ากันว่าคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกัน  มึงจำป้าคนนั้นที่เคยดูดวงให้เราสองคนได้มั้ย แกก็ทำนายว่าเราสองคนเนี่ยทำบุญด้วยกันมาเยอะ ต้องเป็นเนื้อคู่กันแน่แน่" คิมหันต์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างชัดถ้อยชัดคำ

"งั้นป้าคนนั้นแกก็คงจะสติเลอะเลือนแล้วกระมัง? เราสองคนอาจจะเป็นเนื้อคู่กันจริงจริงนั่นแหละ แต่คู่เวรคู่กรรมนะ" ฉันตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก

แม้ในอดีตเคยรักผู้ชายคนนี้มากสักเพียงใด แต่ความเลวของเขาที่เคยทำให้ฉันเหมือนตายทั้งเป็น แทบไม่เป็นผู้เป็นคน มันก็ได้ลบเลือนความรักภายในใจให้หมดสิ้นไปพร้อมพร้อมกับวันที่เขาพาผู้หญิงอีกคนมาเย้ยฉันที่คอนโด!

'คนอย่างอีเอิงเอยเจ็บแล้วจำ ไม่ยอมกลับไปโง่เป็นควายให้มันสวมเขาให้ครั้งที่ 2 แน่นอน!' ฉันตั้งมั่นกับตัวเองมาโดยตลอด

"เอิงเอย มึงจะใจแข็งไปถึงไหนวะ กูบอกแล้วไงว่ากูขอโทษ กูมีเหตุผลจำเป็นจริงจริงที่ต้องบอกเลิกมึงในวันนั้น มึงให้โอกาสกูหน่อยไม่ได้หรอวะ" น้ำเสียงของคิมหันต์อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

"คำขอโทษของมึงมันใช้ไม่ได้ผลอีกแล้วรู้เอาไว้ซะด้วย ไม่ว่าเหตุผลที่มึงใช้มาอ้างมันจะสวยหรูสักแค่ไหน แต่กูขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคิมหันต์ อย่ากลับมาในวันที่กูไม่ได้รู้สึกกับมึงแล้ว เพราะต่อให้มึงขอร้องอ้อนวอนกอดขากูยังไง คนมันไม่รักก็คือไม่รัก" ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงขมขื่น

อดีตที่เขาเคยทำกับฉันแม้มันจะไม่เคยลบเลือนไปแต่ฉันก็จะฝังมันไว้ในห้วงลึกของหัวใจว่าครั้งหนึ่งเคยรักผู้ชายเลวเลวคนนี้ และจะไม่มีวันหาเหาใส่หัว ฟื้นฝอยหาตะเข็บนำพามันมาทำร้ายคนปัจจุบันเด็ดขาด

"แค่โอกาสมึงก็ให้กูไม่ได้หรอ?" คิมหันต์ถาม

"คนอย่างมึงไม่สมควรได้รับโอกาสจากกู"

"ทำไมวะ! ทำไม!" คิมหันต์เริ่มตะคอกเสียงดังมากขึ้นกว่าเดิม จนนักศึกษาที่ร่วมการเดินทางครั้งนี้เริ่มหันมอง

"เสือก!"

"เวลาจะพูดกับผัวก็ช่วยมีหางเสียงหน่อยนะเอิงเอย แบบนี้มันดูไม่มีมารยาทเลย" เขาเน้นย้ำคำว่าผัวชัดเจนดังขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ

ฉันชักจะเหลืออดกับเขาเต็มทีแล้ว!

"sorry นะคะ พอดีว่าในสมองของกูตอนนี้ มีแต่ภาพของผู้ชายที่ชื่อว่าแทนไทเป็นผัว" ฉันพูดย้ำชื่อของแฟนหนุ่มอย่างพี่แทนไทตอกหน้าใส่เขากลับไปเช่นกัน

"เอิงเอย!"

"มึงก็พูดกับไอ้คิมมันดีดีหน่อยสิวะเอิงเอย อย่างน้อยก็เห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราเถอะ" น้ำเสียงสุขุมของเพื่อนในกลุ่มอีกคนหนึ่งอย่างคีย์พูดขึ้น ไอ้หมอนี่มันเป็นเด็กหัวกะทิคล้ายคล้ายกับเด็กเนิร์ดของห้อง แถมยังสนิทกับไอ้คิมหันต์มากที่สุดด้วย

เพื่อนสนิทกันก็คงจะต้องเข้าข้างกันเป็นธรรมดา..ฉันไม่แปลกใจเลยหากเขาจะออกโรงปกป้องแทนคิมหันต์

"มึงไม่ได้เจอแบบกู มึงไม่รู้หรอกว่าชีวิตช่วงนั้นมันแสนสาหัสขนาดไหนกับความเลวระยำที่เพื่อนของมึงเคยทำเอาไว้ และที่สำคัญถ้ากูจะพูดจากับใคร จะพูดดีหรือไม่ดีมันก็อยู่ที่ว่าบุคคลนั้นให้ด้านไหนกับกูมาก่อน ซึ่งกูก็พร้อมจะตอบสนองด้านนั้นกลับไปด้วยเช่นกัน" ฉันหันหน้ากลับไปพูดกับไอ้คีย์ ทำให้คิมหันต์และคีย์สตั้นชั่วครู่จนนิ่งเงียบมิมีคำใดมาต่อปากต่อคำกลับมาจนตลอดทาง 

2 ชั่วโมงผ่านมา

ตื้ด เสียงสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงของฉันดังครืนครืนขึ้น

ฉันเลื่อนฝ่ามือบอบบางลงไปควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง สายตากลมโตทั้งสองดวงทอดมองตัวอักษรระบุชื่อของบุคคลที่ต่อสายโทรเข้ามาปรากฏชื่อบนหน้าจอว่า 'พี่แทนไท'

ฉันกดรับสายอย่างไม่ลังเล..

📞 พี่แทนไท

-คุยโทรศัพท์-

(ขึ้นรถรึยังครับ) เสียงสุภาพจากปลายสายเอ่ยขึ้นมา

(อยู่บนรถแล้วค่ะ) ฉันตอบกลับไป

(ดูสิเนี่ย เมื่อกี้พี่รีบวิ่งเอางานไปส่งอาจารย์ กะว่าจะออกไปซื้อชานมสดไข่มุกที่ร้านคาเฟ่หน้ามหาวิทยาลัย แต่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เราไปค่ายนี่นาเสียเหงื่อฟรีเลย)

พี่แทนพูดด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะเล็กน้อยแต่ทว่าแฝงความเหนื่อยหอบเอาไว้เป็นระยะระยะ รู้ได้เลยว่าเขาได้กระทำในสิ่งที่ปากกำลังเล่าให้ฉันฟังอยู่จริงจริง

(คิดถึงเอิงล่ะสิ ไว้เดี๋ยวถ้าเอิงกลับไปจะเลี้ยงหมูกระทะปลอบใจเป็นค่าเหนื่อยก็แล้วกันนะคะ)

(งั้นพี่ก็คงจะต้องเตรียมท้องรอกินหมูกระทะจากเราแล้วแหละ)

(ได้เลยค่ะ แล้วนี่พี่แทนไม่ไปเรียนหรอคะ?) ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะเล็กน้อย

(กำลังจะไปค่ะ เดี๋ยวเย็นเย็นพี่โทรกลับไปใหม่นะคะ ตอนถึงที่พักแล้วก็อย่าลืมส่งข้อความบอกพี่ด้วยนะ จะได้หายห่วง)

(ค่ะ) แล้วฉันก็กดวางสายโทรศัพท์

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีประโยคหวานหวานมาหยอดกันเหมือนคู่รักคู่อื่น แต่ความเสมอต้นเสมอปลายและเป็นตัวเองนี่แหละที่ทำให้ฉันประทับใจในตัวของพี่แทนมากที่สุด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โปรดอย่ากลับมา   40

    "พี่ไม่เคยเห็นน้ำเป็นคนนอกเลยนะคะ เพราะน้ำเป็นผู้หญิงที่พี่รัก" ผมแกะคลายฝ่ามือเล็กของน้ำที่เหนี่ยวรั้งแขนของผมเอาไว้ขึ้นมาจับประคอง"รักแบบน้องสาวจะไปเทียบเท่ากับรักแบบแฟนได้หรอคะ? ยังไงน้ำก็แพ้อยู่ดี ผู้หญิงคนเดียวที่ได้หัวใจของพี่แทนไปครองนั่นก็คือเอิงเอย"น้ำพูดพร้อมกับหลุบตาลงมองต่ำ"พี่ไม่ได้รักน้ำแบบน้องสาว แต่พี่รักน้ำแบบคู่รัก" คำตอบของผมทำให้น้ำรีบแหงนหน้าขึ้นมาจ้องมองอย่างรวดเร็ว"พี่แทนอย่ามาพูดปลอบใจให้น้ำรู้สึกดีเลยค่ะ..แค่นี้นางก็รู้สึกสมเพชตัวเองมากพอแล้ว" น้ำพยายามข่มกลั้นกิริยาอาการความดีอกดีใจเอาไว้ แล้วดึงมือออกจากผมก่อนที่จะเดินไปยืนกอดออกบนริมระเบียงที่ยื่นออกไปด้านนอกห้องพัก"พี่ไม่ได้โกหกน้ำนะคะ ที่พี่พูดออกมาทั้งหมดล้วนเป็นความจริงจากใจ ล้วนเป็นความสัตย์จริงทั้งนั้น แต่ถ้าน้ำคิดว่าพี่โกหก แล้วพี่จะโกหกไปเพื่ออะไรล่ะคะ" ผมเดินเข้าไปยืนขนาบข้างเรือนร่างอรชรของน้ำ"รักน้ำ แต่ทำไมไปคบกับอีกคนล่ะ หรือเห็นว่าน้ำโง่มากใช่มั้ยคะ " น้ำเปล่งน้ำเสียงหวานพูดออกมาอย่างเจ้าแง่เจ้างอน"พี่มีความจำเป็นบางอย่างที่จะต้องคบกับเอิงเอยและส่วนหนึ่งก็เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งความ

  • โปรดอย่ากลับมา   39

    (TANTAI TALK)@ห้องพักตอนนี้ผมเดินมาหยุดยังหน้าห้องพักซึ่งน้ำพักอาศัยอยู่ ก่อนที่จะเลื่อนแขนแกร่งยกขึ้นแล้วใช้ฝ่ามือกุมกำปั้นเคาะลงบนบานประตูสองถึงสามครั้งเพื่อเป็นสัญญาณเรียกคนด้านในห้องก๊อกๆ!🚪"น้ำนี่พี่เองนะ แทนไท" ผมแนบดวงหน้าเข้าไปประชิดบานประตูแล้วเอ่ยบอกคนด้านในให้ได้ทราบภายในเวลาไม่กี่วินาทีบุคคลด้านในก็เปิดบานประตูออกมา เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรของน้ำ ซึ่งบนดวงหน้าของหล่อนมีแต่รอยนิ้วมือ และตามเนื้อตัวแดงแจ๋คล้ายกับโดนน้ำร้อนลวก"พี่เทน" น้ำรีบวิ่งเข้ามาโอบกอดผม"พี่มีเรื่องจะคุยกับน้ำ ขอเข้าไปหน่อยนะครับ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่มิได้โอบกอดกลับไป ก่อนที่เราทั้งสองคนจะเดินเข้าไปในห้องพักได้อย่างง่ายดาย.."ใครเหรอ?" มีผู้หญิงอีกหนึ่งคนนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนฟูกเตียง ทันใดที่เห็นเราสองคนเดินเข้ามาพร้อมกันหล่อนคนนั้นก็รีบกระเด้งลุกขึ้นนั่งพรวดพราด"เธอออกไปก่อนได้มั้ยนีน่า คือฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่แทนน่ะ" น้ำเดินเข้าไปกระซิบกระซาบบอกแก่ผู้หญิงคนนั้น ถ้าเดาไม่ผิดหล่อนก็คงจะเป็นเพื่อนสนิทของน้ำที่สมรู้ร่วมคิดกันหลอกเอิงเอยเข้าไปในป่าอย่างแน่นอน"ไม่เป็นไรหรอกครับ น้อ

  • โปรดอย่ากลับมา   38

    ตัดไปทางฝั่งของแทนไท(TANTAI TALK)ตอนนี้พวกเราทั้งสามคนกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่หน้าโทรทัศน์ในบ้านพักของผม..ซึ่งกำลังปรึกษาหารือถึงเรื่องราวของไอ้คิมหันต์"ดีเหมือนกัน จะได้ไปเคลียร์ให้จบจบ" ไอ้ก้องเอ่ยพูดขึ้น"กูไม่มีวันยอมให้มันมาแย่งผู้หญิงของกูหรอกนะ! กูตามจีบของกูมาเป็นปีปี ส่วนมันแม่ง! ทิ้งของที่มีค่าแล้วไปคว้าก้อนกรวดอย่างผู้หญิงคนอื่นมาเชิดหน้าชูตาเป็นแฟนแทน พอมาวันนี้วันที่เอิงเอยทำใจได้ วันที่น้องเริ่มต้นรักครั้งใหม่กับกูไปแล้ว มันก็ควรจะสำเหนียกตัวว่า มันไม่มีสิทธิตรงนั้นอีกต่อไปแล้วปะ!" ผมพูดอย่างใส่อารมณ์! "ตอนมันพูดว่า มันเคยเห็นของเอิงเอยทุกซอกทุกมุมแล้ว กูนี่อยากเอาก้อนหินยัดปากแล้วใช้สว่านเจาะฟันให้พรุนแม่ง!" ฝ่ามือหนาฟาดลงไปบนเนินเนื้อแกร่งช่วงหน้าขาอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้ "งั้นก็รีบไปกันเถอะ" หลังจากนั้นพวกผมสามคนก็เดินไปตามรายงานของพนักงานซึ่งส่งข้อความตอบกลับมาว่าไอ้คิมหันต์ยืนอยู่บริเวณชายหาดแถวโซน b ตรงข้ามกับบริเวณที่เอิงเอยเล่นน้ำอยู่"นั่นไง ไอ้คิมหันต์มันอยู่กับเพื่อนสนิทมัน คนนี้รู้สึกจะชื่อว่าไอ้คีย์ นักศึกษาแพทย์ปี 2 คณะเดียวกับเรา กูไปสืบมา

  • โปรดอย่ากลับมา   37

    "ที่เงียบเนี่ย เพราะกำลังคิดคำตอบหรือคิดถึงภาพของกิจกรรมเมื่อคืนล่ะ?" พี่เบนซ์เอ่ยถามอย่างรู้ทันเพราะหล่อนก็ค่อนข้างจะมีประสบการณ์ด้านนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน".....""ว่าไง กูก็อยากรู้เหมือนกันว่าที่เราเห็นภายนอก นิ่มนิ่ม เข้าข่ายเด็กเนิร์ดหน่อย พออยู่บนเตียงลีลาจะเราร้อนสักแค่ไหนกันเชียว" เพียงฟ้าจ้องหน้าฉันเพื่อรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ"ก็ไม่เลวนี่.." ฉันตอบอ้อมอ้อมกลับไป เพื่อเลี่ยงที่จะใช้คำพูดอย่างโจ่งแจ้งเกรงว่าคงไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่"งั้นก็แสดงว่าแซ่บ แล้ว...." เพียงฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงลากยาวก่อนที่จะหยุดชะงักพร้อมกับหันมาจ้องหน้าฉัน "กี่ชั่วโมงได้""เวลาที่นอนเอาเนี่ยกูจะมานั่งดูนาฬิกาอยู่ป่ะ ว่าได้กันไปกี่ชั่วโมงแล้ว ถามแปลกแปลกนะมึงเนี่ย งั้นกูถามมึงอ่ะอีเพียงฟ้าเวลาที่มึงเอากับเด็กในสต๊อกมึงมึงได้มาจับเวลาอยู่หรือเปล่าว่าผ่านไปกี่นาทีแล้ว" ฉันหันหน้าไปทางเพียงฟ้า"ไม่" หล่อนใส่ศีรษะกลับมา"แล้วมึงล่ะอีไอ เวลาที่มึงเอากับไอ้มังกร มึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูเวลาทุกชั่วโมงหรือเปล่า?" คราวนี้ฉันถามไอเดียร์กลับไปบ้าง"ก็มีดูบ้างนะ...แอบชำเลืองขึ้นไปเห็นเวลาตอนที่เอาโทรศั

  • โปรดอย่ากลับมา   36

    "มึงจะไปแคร์อะไรวะ สำหรับปลายทาง สำหรับเรื่องที่มันยังมาไม่ถึงว่ามันจะเป็นอย่างไร จะสมหวังหรือจะผิดหวังรึเปล่า แต่สิ่งสำคัญนั่นก็คือระหว่างทาง ว่าคนสองคนเนี่ยได้มีความสุขด้วยกัน ได้เต็มที่ไปกับมัน ได้สร้างความทรงจำดีดี แม้ว่าอนาคตข้างหน้าความสัมพันธ์จะต้องลดหลั่นลงไปเหลือเพียงแค่คำว่าคนรู้จัก แต่ทุกครั้งที่เรานึกถึงมันก็ทำให้เราอดยิ้มไม่ได้ อย่างน้อยน้อยครั้งหนึ่งเราก็เคยได้รู้จักกับความรัก แค่นี้ก็คุ้มแล้วไม่ใช่หรอวะ?"คำตอบของเพียงฟ้า..ไม่มีประโยคไหนเลยที่ฉันจะติแล้วเอ่ยค้านขึ้นมา...มันก็เป็นอย่างที่หล่อนว่าทุกประการสิ่งที่สำคัญที่สุดคือช่วงเวลา ช่วงความทรงจำดีดีระหว่างทางที่เราได้ใช้มันด้วยกัน ลองเสี่ยงอีกสักครั้งจะเป็นไรไป? อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่ฉันคิดก็ได้"ขอบคุณพวกมึงมากเลยนะที่เตือนสติกู กูก็แค่กลัว..""อย่ากังวลไปเลยมึง อะไรมันผ่านไปแล้ว จงเก็บเอาไว้เป็นบทเรียนเตือนใจก็พอ แต่อย่าได้เอามาใช้กับคนปัจจุบันเพราะอย่างที่กูบอกมึงตั้งแต่ตอนแรกนั่นแหละ สันดานของคนเรามันไม่เหมือนกัน" แล้วเราทั้งสามคนเพื่อนสนิทก็โอบกอดกัน"ได้คำตอบหรือยังคะ?" ทันใดที่เราทั้งสามคนเดินไปถึงบริเวณด้านหน้า

  • โปรดอย่ากลับมา   35

    "งั้นเดี๋ยวเอิงนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ พี่จะไปสั่งให้พนักงานเอาไอศกรีมมะพร้าวอ่อนมาเสิร์ฟ รับรองได้เลยว่าหอมหวาน ละมุนสุดสุด" พี่แทนคลายอ้อมกอดออกจากฉัน ก่อนที่ฉันจะก้าวขาย่างเหยียบลงบนหาดทรายแล้วยืนขึ้นด้วยความสูงเต็มที่.."ค่ะ" หันหน้ากลับไปตอบ "รอแป๊บนึงนะคะ" พี่แทนพูดจบก็สาวเท้าเดินออกไปและมุ่งหน้าสู่ตัวอาคารของรีสอร์ททันที ส่วนฉันก็หย่อนก้นลงนั่งบนเปลตาข่ายพร้อมกับไกวขาไปมาอย่างสบายใจ ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าดันไปตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่...แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มบนดวงหน้าของเขา หัวใจดวงน้อยที่หน้าอกข้างซ้ายก็ไหวกระเพื่อม..พองโตขยายใหญ่ขึ้นราวกับได้ปุ๋ยเร่งชั้นดีเลยทีเดียวฟอด!!"นั่งใจลอยอะไรอยู่คนเดียวหรอคะ?" อีกชั่วครู่ พี่แทนก็เดินกลับเข้ามาแล้วแอบขโมยหอมแก้มฉันจากทางด้านหลัง"เปล่าค่ะ""นี่ค่ะไอศกรีมมะพร้าวอ่อน รสชาติดีแน่นอนะพี่เอาหัวใจดวงนี้รับประกัน" พี่แทนหย่อนก้นลงนั่งบนขอนไม้ พร้อมกับส่งยื่นไอศครีมมะพร้าวอ่อนอีกลูกหนึ่งให้แก่ฉัน"ขอบคุณค่ะ" ฉันรับไอศกรีมมะพร้าวอ่อนจากพี่แทน แล้วก้าวขาลงจากเปลตาข่ายไปนั่งขนาบข้างเขาบนขอนไม้เช่นเดียวกัน"อร่อยมั้ยคะ?""อร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status