LOGINสิ่งที่ได้ยินทำให้วินไม่อยากจะเชื่อคำพูดของเอเนร่าเลย โดยปกติแล้วนิสัยของเอเนร่านั้นเป็นเด็กมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างมาก เวลาที่อยากเรียนหรืออยากจะทำอะไรแล้วเธอจะตั้งใจทำมันให้ดีที่สุดจะไม่ล้มเลิกง่าย ๆ
"ลูกไม่ชอบบรู๊คลินงั้นเหรอ หรือเขาทำอะไรให้ลูกไม่พอใจ บอกพ่อได้นะเดี๋ยวพ่อจะคุยกับบรู๊คลินให้" วินพยายามหว่านล้อมให้ลูกสาวกลับมาสนใจการเรียนโยคะอีกครั้ง แม้จะไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงเลยก็ตาม
"หนูพอใจคุณอาค่ะ แต่หนูแค่เบื่อโยคะแล้วเท่านั้น หนูไม่เรียนแล้วค่ะฝากพ่อบอกเขาด้วย" เมื่อพูดจบเอเนร่าก็เดินกลับขึ้นห้องทันที
"พักนี้ทำไมแปลก ๆ ไปนะ" วินบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างไม่เข้าใจในตัวของลูกสาว
วินยังไม่ตัดสินใจคุยกับบรู๊คลินเรื่องเลิกสอนโยคะให้ลูกสาว เขาเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะเอเนร่ากำลังโกรธและงอนเรื่องเขาอยู่จึงทำให้ลูกสาวประท้วงโดยการไม่เรียนโยคะ วินคิดว่าพอลูกสาวหายงอนหรืออารมณ์ดีขึ้นเธออาจจะกลับมาเรียนโยคะเหมือนเดิมจึงไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับบรู๊คลิน
สองวันที่ผ่านมาเขากับเอเนร่าขาดการติดต่อกัน แม้บรู๊คลินจะพยายามโทร.หาหรือทักข้อความไปหาหลายต่อหลายครั้งก็ตามก็ไม่มีวี่แววการติดต่อกลับจากเธอเลย ซึ่งเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเอเนร่าจึงเงียบหายไปเช่นนี้ จะโทร.ไปถามวินก็คงไม่ใช่เรื่องที่สมควรนักจึงได้แต่รอเวลาให้ถึงวันเสาร์เร็ว ๆ เท่านั้น
เมื่อถึงวันเสาร์บรู๊คลินรีบบึ่งรถบิ๊กไบค์คันใหญ่มาหาเอเนร่าที่บ้านทันทีตั้งแต่เช้าตรู่ วินที่เพิ่งเดินลงมาชั้นล่างของบ้านเพื่อเปิดประตูบ้านและนำรถออกเตรียมตัวจะไปทำงาน เขามองเห็นรถของบรู๊คลินจอดเทียบอยู่ข้างรถยนต์จึงประหลาดใจและตกใจที่ชายหนุ่มมาก่อนเวลานัด วินนัดบรู๊คลินให้มาสอนเอเนร่าในเวลาเก้าโมงเช้าไปจนถึงเที่ยง แต่นี่เพิ่งเจ็ดโมงเช้าเอง
"บรู๊ค"
"หวัดดีครับพี่ เอ่อ...พอดีผมกะเวลาผิดไปนิดหนึ่งครับ" บรู๊คลินแก้ตัวกลบเกลื่อนพิรุธความผิดปกติบางอย่างที่กลัวว่าจะปิดไม่มิด
"เข้ามาก่อนสิ เอเนร่ายังไม่ตื่นเลยเดี๋ยวพี่ขึ้นไปปลุกให้" วินอาสา
"ไม่ต้องครับพี่วิน ปล่อยให้เธอนอนต่อเถอะครับ ผมมาเร็วเอง"
"งั้นก็ตามนั้น พักนี้เอเนร่าดูแปลก ๆ ไป พี่อยากให้นายช่วยดูให้หน่อยนะ เหมือนว่าลูกมีอะไรปิดบังแต่พี่ไม่อยากจะเซ้าซี้ลูกหรอกแต่ถ้าเอเนร่าเล่าอะไรให้นายฟังก็ช่วยมาบอกหน่อยแล้วกัน" วินปรึกษาบรู๊คลิน เพราะเขาคิดว่าบรู๊คลินกับเอเนร่าเข้ากันได้ดีเอเนร่าน่าจะไว้ใจและเชื่อใจบรู๊คลิน แต่บรู๊คลินมีอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะสาเหตุที่เอเนร่าแปลกไปก็อาจจะมาจากเขาด้วย
"ครับ พี่ไม่ต้องห่วง"
วินออกไปทำงานแล้ว บรู๊คลินจึงถือโอกาสนี้ลอบขึ้นห้องนอน อีกเรื่องที่เขารู้คือเอเนร่าจะไม่ล็อกประตูห้องนอนทำให้ง่ายต่อการเข้าห้องนอน เธอหลับอยู่บรู๊คลินค่อย ๆ ย่องเท้าเข้าไปใกล้เตียงนอน หญิงสาวนอนหงายอ้าปากเหวอผ้าห่มเลื่อนลงไปอยู่ที่เอวจึงได้เห็นว่าเธอใส่เสื้อกล้ามสีขาวนอนและที่สำคัญเธอโนบรา บรู๊คลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"อื้อ...จิ๊" เสียงจิ๊จ๊ะในลำคอบ่งบอกว่าถูกรบกวนการนอนเป็นอย่างงมาก เธอพยายามใช้มือปัดออก
"คิดถึงมากรู้ไหม" บรู๊คลินล้มตัวลงนอนข้างกายยกแขนขึ้นโอบกอดแล้วดึงร่างเพรียวบางเข้ามาแนบชิด ปากและจมูกของเขาคลอเคลียจูบซับทั่วดวงหน้าของเธอ
"ไม่!" เธอไม่ได้ตอบ แต่พูดขึ้นมาด้วยความรำคาญที่ถูกก่อกวน "ตื่นได้แล้ว ถ้าไม่ตื่นจะจับกินแล้วนะ" เสียงคุ้นหูทำให้เธอได้สติแต่ยังไม่ลืมตาขึ้นมามอง เอเนร่านอนนิ่งไปสักพักเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงไม่ใช่ความฝัน
"เป็นอะไร หือ...ตื่นมาคุยกันหน่อยสิ"
"มาทำไม พ่อไม่ได้บอกเหรอว่าฉันไม่เรียนโยคะแล้ว" เธอพูดขึ้นมาโดยไม่ได้มองหน้า เพราะกลัวว่าจะทำใจแข็งตัดใจไม่ได้
"ไม่ได้บอก บอกแค่ว่าฝากดูแล"
"ไม่จริง คุณอาโกหก ลุกออกไปจากเตียงฉันได้แล้วและออกไปจากบ้านหลังนี้ด้วย" เธอเอ่ยปากไล่แม้จะพยายามดิ้นหนีจากอ้อมแขนของเขาไม่ได้ จึงใช้สายตากลมโตนัยน์ตาสีน้ำตาลแดงจ้องมองด้วยอาการไม่พอใจ
"งอนหรือ มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดเลย ให้ผมอธิบายก่อนได้ไหม" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นมา ผู้หญิงหน้าฝรั่งคนนี้มีอิทธิพลต่อหัวใจของเขามาก เขาไม่อยากให้เธอโกรธหรืองอนเลย
"ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ออกไปจากห้องฉัน ออกไป" เธอไม่ได้ตะคอกหรือขึ้นเสียงใส่ผู้ใหญ่ แต่เค้นเสียงบอกอีกฝ่าย บรู๊คลินไม่ลุกและเขายังขยับเข้าหา "ไม่! ปล่อยนะ อย่ามากอด"
วันนั้นเราบังเอิญเดินชนกันตรงมุมตึกสำนักงาน เป็นครั้งแรกที่ผมได้มองใบหน้าสดใสชัด ๆ และได้สัมผัสเรือนร่างนุ่มนิ่มของเธอ เธอน่ารักน่ามองไปเสียทุกส่วน แถมกลิ่นกายยังหอมกรุ่นจนใจผมแอบคิดอยากก้มลงไปสูดดมใกล้ ๆ“ขอโทษทีครับ เจ็บตรงไหนมั้ยครับ”“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ”เธอทำท่าจะเดินจากไป แต่ผมรอช้าไม่ได้ ต้องหารับมือเพื่อรั้งเธอไว้ก่อน“เดี๋ยวก่อนครับ เราเคยเจอกันมาก่อนมั้ย คุณทำงานที่ตึกนี้เหรอครับ”“ใช่ค่ะ ทำงานที่นี่” เธอชะงักทักทาย สายตาคู่โตมองหน้าผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะประหม่าจนต้องหลบสายตาไปทางอื่น“ผมก็ทำงานที่นี่เหมือนกันครับ ผมชื่อวินนะ คุณชื่ออะไรเหรอครับ”“นิรดาค่ะ... คงต้องขอตัวก่อนนะคะ”“เรา... พอจะมีโอกาสได้เจอกันอีกมั้ยครับ”........ ร่างบางเดินหายเข้าไปในตึก ทิ้งให้ผมยืนอยู่อย่างคนไม่รู้อะไรเลย นอกจากชื่อของเธอ... นิรดาเธอทำงานอยู่แผนกไหนกันแน่? ผมเฝ้าหาข้อมูลจนสืบรู้มาว่าเธอเป็นพนักงานธนาคารอยู่ชั้นสาม หลังจากนั้น เราสองคนก็ได้เจอกันบ่อยขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความตั้งใจของผมเองที่พยายามพาตัวเองไปวนเวียนใกล้ ๆ เธอ จากได้สบตา ก็เริ่มได้พูดคุย จากทำความรู้จัก ก็เลื่อนสถานะมา
ส่วนคนสุดท้ายเด็กชายฟาร์เดลวัยแปดเดือน ช่วงที่ตั้งท้องคนนี้เธอบอกเลยว่าแพ้ท้องหนักมาก กินอะไรเข้าไปคืออาเจียนออกมาหมด แต่พอถึงเวลาคลอดคุณหมอกลับมาบอกว่าเด็กตัวโต ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้จะต้องผ่าคลอด กว่าจะผ่านพ้นช่วงเวลานั้นมาได้ เล่นเธอขลาดเรื่องการมีลูกไปอีกนานเลย“ตาตามา” เสียงน้องเดมี่เรียกคุณตาวิน พร้อมกับชี้มือไปหน้าบ้าน จนทุกคนในบ้านต้องมองตามวินกับภรรยามาเยี่ยมหลาน ๆ นั่นเอง นิรดาเองก็เพิ่งคลอดลูกสาวได้ไม่นาน หลังจากที่เอเนร่าคลอดน้องฟาร์เดลได้ไม่ถึงสามเดือน วินก็ส่งข่าวมาบอกว่าแม่เลี้ยงคลอดน้องแล้วนะ ลูกสาวของนิรดากับวินมีชื่อว่าน้องญาดา น่ารักน่าชังเหมือนแม่มาก เป็นน้องสาวที่ห่างกับเธอยี่สิบเก้าปีเลย“สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะพี่นิ่ม นึกว่าจะมาวันอาทิตย์ นี่นั่งเครื่องมาไม่บอกหนูเหรอคะพ่อ”“คุณวินคิดถึงหลาน ๆ ค่ะ อยากจะมาตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้วอีกค่ะ แต่งานไม่เสร็จจึงต้องมาวันศุกร์แทน”“เจ้าอ้วนของตา โอ้ ตาอุ้มหนูไม่ไหวแล้วนะเนี่ย” คุณตาวินเดินไปหอมแก้มหลานสาวทั้งสองคนก่อนจะรับร่างหลานชายมาอุ้ม“ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับพี่”“ของฝากจากกรุงเทพฯ น่ะ นี่เหล้าอิตาลีเชียวนะได้มาจากลูก
น้องชายทั้งสองของเอเนร่าถูกเชิญมานำขบวนถือแหวนให้พี่สาวและช่อดอกไม้ และแน่นอนว่าเพื่อนเจ้าสาวจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากกุ๊บกิ๊บเพื่อนสนิทสาวที่รู้ใจเอเนร่าที่สุด ขณะที่เจ้าสาวกำลังเดินผ่านแขกเหรื่อนั้นเธอหันไปสบตากับอริส แม่ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ มันทำให้เธอน้ำตาคลอ ใบหน้าของบรู๊คลินเปื้อนยิ้มขณะมองมาที่หญิงสาว เขาในลุคนี้ดูหล่อเท่กว่าทุกวัน ทรงผมที่ถูกจัดแต่งมาอย่างเนี๊ยบเอเนร่าไม่เคยเห็นเขาในลุคนี้มาก่อน และนั้นคงจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอกับเขาต้องรู้จักกันมากขึ้น บรู๊คลินยื่นมือออกมารอรับ วินจับมือของลูกสาวไปวางทาบทับบนฝ่ามือใหญ่ ไม่มีใครพูดอะไรออกมามีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น“นางสาวเอเนร่า สุขภักดี คุณจะรับนายบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามีของคุณหรือไม่” บาทหลวงถาม“รับค่ะ”“คุณบรู๊คลิน คุณจะรับนางสาวเอเนร่า สุขภักดีเป็นภรรยาของคุณหรือไม่” “รับครับ”“ข้าพเจ้าเอเนร่า สุขภักดีขอรับบรู๊คลิน ลีเบิร์นเนอร์เป็นสามี และขอสัญญาว่าจะถือความซื่อสัตย์ต่อคุณในยามสุขและยามทุกข์ ทั้งในเวลาป่วยและเวลาสบายเพื่อรักแลยกย่องให้เกียรติคุณจนกว่าชีวิตจะหาไม่” เอเนร่ากล่าวคำปฏิญาณ“ข้าพเจ้าบรู๊คลิน
“Yes or no” เขาถามย้ำอีกครั้ง“นี่มันเป็นวันเกิดฉันนะ” เอเนร่าสวนกลับไปทันที “ผมอยากเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณ แต่งงานกับผมนะครับ” เขาพูดพร้อมทรุดกายนั่งคุกเข่ากับพื้นและหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน แหวนเพชรเม็ดงามวงใหญ่กว่าที่เธอสวมอยู่“ทุกคนรู้เรื่องอยู่แล้วใช่ไหมค่ะ พ่อรู้ใช่ไหม” เอเนร่ายังเล่นตัวไม่ยอมตอบคำถามของบรู๊คลิน และหันไปจี้ถามทั้งสามคน นิรดาหลบตาเธอคนแรก นั่งหมายความว่าทุกคนรู้เรื่องหมดยกเว้นเธอ“พ่อรู้นิดเดียว บรู๊คบอกจะเซอร์ไพส์ลูก พ่อรู้แค่นั้น” “ใช่ฉันก็รู้แค่นั้น เพราะคุณอาบรู๊คไม่ยอมบอกอะไรเลย” กุ๊บกิ๊บรีบออกตัว“พี่ก็รู้เท่าที่คุณวินรู้แหละค่ะ” นิรดาตอบบ้าง“ผมวางแผนเองคนเดียวเลย หันมาตอบคำถามผมก่อน เร็ว!” บรู๊คลินรับผิดก่อนจะรบเร้าให้เอเนร่าตอบเขาก่อน“ค่ะ ตกลง”“เย้!!! รักคุณที่สุดเลยที่รักของผม วันนี้ผมเรียกพี่ว่าพ่อได้เต็มปากแล้วนะครับพ่อวิน” คำพูดของบรู๊คลินเรียกเสียงหัวเราะให้ทุกคนในบ้าน วันเกิดปีนี้เป็นวันที่สุดพิเศษและมีความสุขที่สุด วินได้เจอผู้หญิงที่รักเขาและเขาก็รักเธอแล้ว นั้นเป็นสิ่งที่เธอหมดห่วงและยอมตกลงแต่งงา
วันเสาร์ เป็นวันที่วินกับนิรดาหยุดงานทำให้ทั้งสองนัดเจอกันเพื่อไปเลือกซื้ออาหารมาจัดงานวันเกิดเล็ก ๆ ให้ลูกสาวสุดที่รัก ก่อนหน้านั้นสองวันวินชวนลูกสาวคุยถึงงานวันเกิดที่จะถึงว่าจะจัดแบบไหน หรือบรู๊คลินอยากพาไปเลี้ยงที่ไหนไหม“แล้วลูกคุยกับบรู๊คหรือยังว่าจะไปที่ไหน” “ไม่ต้องคุยหรอกค่ะพ่อ เราทำอาหารกินภายในครอบครัวเหมือนทุกปีก็พอ”เมื่อได้ยินสิ่งที่เอเนร่าพูดก็พอจะเดาได้ว่าระหว่างสองคนเกิดอะไรขึ้น จึงปล่อยเลยตามเลยเพราะว่าก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือนบรู๊คลินยังคุยกับเขาอยู่เลยว่าจะทำเซอร์ไพส์ในงานวันเกิดของเอเนร่า ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติมจึงไม่รู้ว่าบรู๊คลินคิดจะทำอะไรงานวันเกิดปีนี้เอเนร่าไม่ได้เหงาอย่างที่คิด แม้วาในทุกปีจะมีเพียงพ่อกับเธอเท่านั้น แต่ทว่าปีนี้มันพิเศษกว่าทุกปีเพราะว่ามีนิรดา และยังมีกุ๊บกิ๊บมาร่วมงานวันเกิดเธอด้วย และที่สำคัญอริสวิดีโอคอลข้ามประเทศมาอวยพรวันเกิดให้ลูกสาว“สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก แม่ขอให้หนูมีความสุขและ ขอให้หนูประสบความสำเร็จในชีวิตในทุก ๆ เรื่องนะลูก เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต แม่รักลูกนะจ๊ะ” “ขอบคุณค่ะแม่ หนูก็รักแม่ค่ะ”“ส่วนของข
“พ่อยังไม่กลับหรือ” เป็นประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอ เอเนร่าลอบถอนหายใจเมื่อทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง“กำลังกลับ” เธอตอบสั้น ๆ เพราะเธอไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนัก นับวันบรู๊คลินยิ่งดูหล่อเท่และเนี๊ยบตามฉบับนักธุรกิจหนุ่ม มันช่างแตกต่างจากบรู๊คลินคนที่เธอรู้จัก เขาดูดีในชุดสูทรองเท้าหนัง หากเป็นแต่ก่อนคงเห็นภาพเสื้อยืดตัวบางกับกางเกงสปอร์ตขายาวสะพายกระเป๋าใบใหญ่ เขาเดินมาหาและยกมือใหญ่ลูบศีรษะของแฟนสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะโอบรอบเอวหญิงสาวพาเดินเข้าบ้าน“งอนเหรอ……ช่วงนี้ผมงานยุ่งจริง ๆ ผมอยากให้คุณเข้าใจ” เขาพูดขณะทรุดกายนั่งก่อนฉุดร่างเพรียวบางลงไปนั่งตักหนาด้วย“เข้าใจค่ะ เพราะเข้าใจไงคะ ฉันถึงไม่ไปวุ่นวายกับคุณ”“บอกให้ไปอยู่ด้วยกันแต่แรก็ไม่ยอม ผมอยากตื่นเช้ามาเจอหน้าคุณคนแรกก่อนนอนก็อยากเห็นหน้าเมียเป็นคนสุดท้าย” น้ำเสียงเนือย ๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวน้อยใจแต่ปากแข็ง“ไม่ต้องพูดเลย จะให้ฉันทิ้งพ่องั้นเหรอ”“ไม่ใช่ยังงั้นซะหน่อย มีอะไรกินบ้างอะหิวมากเลย หิวจนจะกินคุณได้ทั้งตัวแล้ว” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย แล้วแกล้งจู่โจมหญิงสาวด้วยการใช้ปากและจมูกซุกไซร้งาบงับซอกคอ จนคนในอ้อมแขนดิ้นข
“งั้นก็รีบไปแต่งตัวนะลูกแล้วลงมาทานข้าวด้วยกัน”“ค่ะ” เอเนร่าตอบรับก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดเธอเหลือบตามองคนที่นั่งอยู่ที่โซฟา เธอยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนเดินขึ้นห้องไปบนโต๊ะอาหารที่มีพาสต้า สเต๊กเนื้อ มันบด และสลัดผักทูน่า ซึ่งเป็นฝีมือของพ่อม่ายลูกติด เอเนร่าเลือกใส่เสื้อคอกว้างโชว์ให้เห็นร่องอกนั่งอยู่ต
“พ่อหาได้เร็วทันใจหนูจังค่ะ แถมยังถูกใจหนูด้วย” ประโยคท้ายเอเนร่าพูดเสียงเบา วินฟังไม่ถนัดว่าลูกสาวพูดอะไรเพราะเอเนร่าหันหลังให้เขาขณะพูด แต่บรู๊คลินได้ยินมันชัดเจน“ลูกรักอยากเรียน พ่อก็ต้องส่งเสริมสิ่งที่ดีและมีประโยชน์กับลูก ไปอาบน้ำแต่งตัวนะลูกจะได้ลงมาทานอาหารกัน ตามสบายนะบรู๊ค”“ครับ” บรู๊คลิ
เอเนร่าจับเสื้อของไมค์ถอดออกทางศีรษะ เมื่อเสื้อหลุดออกจากกายแล้วทั้งคู่ก็ประกบปากจูบกันอย่างดูดดื่มอีกครั้ง มือเรียวลูบไล้ไปทั่วตัวของเธอบีบขยำทรวงอกอิ่มที่ใหญ่โตเกินวัย เขาพยายามจับเธอถอดกางเกงออกแต่เอเนร่าไม่ยอมเธอพลิกตัวหันหลังให้ไมค์ หันหน้าไปหาโทรทัศน์“ดูหนังกันก่อนสิกำลังสนุกเลย” เอเนร่าถ่วง
“ถอดสิ” ไมค์พูดสั้น ๆ พร้อมเอื้อมมือเรียวรูดซิปกระโปรงลงแล้วดึงรั้งชายกระโปรงออกจากขาเรียวยาวกระทั่งหลุดออกจากปลายเท้าที่ฝ่าเท้าขาวอมชมพู เขาอดใจไม่ไหวโน้มหน้าจูบที่แข้งเนียนขาวทำให้เอเนร่าหัวเราะชอบใจในการกระทำของคู่นอน“แต่ชิ้นนี้ต้องถอดด้วยปากนะ” เอเนร่าออดอ้อนเอ่ยขอออกไป เธอรู้ว่าอย่างไรเสียไมค







