LOGINเมื่อแม่เจียงเห็นว่าผมมีท่าทีแน่วแน่ เธอก็ได้แต่กัดฟันรับปากว่าจะให้คนมารับเจียงหนิงเสวียนกลับไปพอผมกลับถึงห้องพักผู้ป่วย เจียงหนิงเสวียนเห็นผมเข้า ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที“ฉันนึกว่านายไปแล้ว”ผมไม่พูดอะไร เพียงแต่มองเธออย่างสงบนิ่งเธอสะอื้นอยู่“ตั้งแต่เล็กแม่เป็นคนเลี้ยงฉันมาคนเดียว ทั้งมาตรฐานและความคาดหวังสูงลิ่วพวกนั้นกดดันฉันจนแทบหายใจไม่ออก ที่ฉันคบใครสักคนก็เพียงเพราะอยากหลุดพ้นจากการควบคุมของท่าน”“ที่ฉันเกลียดนายก็เพราะนายเข้าข้างแม่ แล้วบีบบังคับให้ฉันแต่งงาน”เรื่องที่เธอพูด ผมรู้ดีทั้งหมดมาตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กแม่เจียงเข้มงวดกับเธอมากถ้าเต้นรำได้ไม่ดี ก็จะถูกลงโทษให้ยืนและห้ามกินข้าวถ้าสอบได้คะแนนไม่ดี ก็จะโดนทุบตีอย่างหนักทุกครั้งที่เจอเรื่องคับข้องใจ เธอจะมาหาผม แล้วซบอยู่ในอ้อมแขนผมพลางร้องไห้อย่างหนักครั้งหนึ่ง ผมเองก็เคยเป็นคนที่ช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความทุกข์ผมเลิกแขนเสื้อขึ้น บนแขนเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วนครั้งแรกที่เธอพาซ่งเฉิงกลับมาบ้าน แค่ผมเอ่ยปากต่อว่าเพียงประโยคเดียว ก็โดนเธอเอาน้ำร้อนทั้งการาดใส่จนเป็นแผลพุพองผิวหนังที่แขนหลุดอ
“ไม่ ไม่ใช่แม่ฉัน...เป็นฉันเอง ฉันตามหานายมานานมากแล้ว”เธอสะอื้นจนพูดต่อไม่ออกตอนที่ผมยังคิดจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง เจียงหนิงเสวียนกลับชักออกมาจากไหนก็ไม่รู้แล้วเอามีดกระหน่ำแทงท้องตัวเองอย่างบ้าคลั่งพริบตานั้น เลือดไหลนองเต็มพื้น ทำเอาผมยืนตะลึงอึ้งอยู่กับที่“เฮ่อเซียว ฉันผิดไปแล้ว ก่อนหน้านี้ที่ฉันทรมานนาย ก็เพราะฉันเกลียดนายที่ทำลายอิสรภาพของฉัน แต่ตอนนี้ฉันขาดนายไม่ได้แล้ว”“กลับไปกับฉันได้ไหม?”ท่าทางคลุ้มคลั่งของเจียงหนิงเสวียนทำให้หัวใจผมเต้นเร็วขึ้นผมรีบเรียกรถพยาบาล แล้วพาเธอส่งโรงพยาบาลตลอดทางเธอยังเรียกชื่อผมไม่หยุดภายใต้การเลี้ยงดูของแม่เจียง เธอจึงมีนิสัยดื้อรั้นและยึดติดมาโดยตลอดแต่ผมนึกไม่ถึงเลยว่าเจียงหนิงเสวียนจะถึงขั้นทำร้ายตัวเองสุดท้ายลูกในท้องก็ไม่รอดหมอบอกว่าเธอทำร้ายตัวเองรุนแรงเกินไป ต่อไปจะตั้งครรภ์อีกก็ยากมากแต่เจียงหนิงเสวียนกลับยิ้มออกมา“ท้องไม่ได้ก็ช่าง แบบนี้ฉันก็ไม่ต้องแต่งกับคนพิการคนนั้นของตระกูลโจวแล้ว...”ผมฟังเธอพึมพำกับตัวเองแล้วได้แต่คิดว่า เจียงหนิงเสวียนเสียสติไปแล้วผมลุกขึ้นเตรียมโทรหาแม่เจียง ให้มารับเจียงหนิงเสวี
ผมโยนโทรศัพท์ลงถังขยะ แล้วไม่หันกลับไปมองอีกแม้แต่ครั้งเดียว...หลังใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมานานกว่าครึ่งปี ตอนที่ผมคิดว่าชีวิตคงดำเนินไปอย่างสงบแบบนี้ต่อไปแม่เจียงก็โทรข้ามประเทศมาน้ำเสียงของเธอฟังดูเร่งร้อนอยู่บ้าง“เฮ่อเซียว อาเสวียนน่ะ หล่อนอยากเจอเธอ...”ผมนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบปฏิเสธอย่างเด็ดขาด“คุณน้าเจียง เราตกลงกันไว้แล้วไม่ใช่เหรอครับว่า คุณจะช่วยห้ามเธอไม่ให้มาหาผม”“ฉันเคยพูดแบบนั้นจริง แต่ไม่คิดว่าเธอจะเอาความปลอดภัยของตัวเองมาขู่ฉัน”“ฉันให้เงินซ่งเฉิงไปก้อนหนึ่ง เขาก็ทิ้งอาเสวียนทันที พออาเสวียนตามหาซ่งเฉิงไม่เจอแล้วมาคาดคั้นฉัน ฉันก็เล่าเรื่องเดิมพันระหว่างเราทั้งหมดให้เธอฟัง”“เธอเอาแต่ร้อนรนอยากเจอเธอให้ได้ ฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว...”แม่เจียงจนใจอย่างยิ่ง แต่เธอยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมผมต่อ“เฮ่อเซียว ตลอดสามปีมานี้ ฉันนับเธอเป็นลูกเขยของตัวเองมาตลอด พอตระกูลโจวรู้ว่าอาเสวียนหย่า พวกเขาก็มาหาถึงบ้าน”“พวกเขาไม่สนเลยว่าอาเสวียนจะเคยแต่งงานหรือเคยท้องมาก่อน แค่อยากหาคู่ให้ลูกชายคนเล็กที่เป็นอัมพาตของพวกเขา ฉันเองก็ปฏิเสธไม่ได้”“กิจการหลายส่วนขอ
เจียงหนิงเสวียนดูร้อนรนอยู่บ้าง สายตาที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายสลับมองระหว่างผมกับแม่ยายไปมา“อาเสวียน ถ้าเขาอยากไปก็ปล่อยเขาไปเถอะ แกไม่ได้เกลียดเขามาตลอดเหรอ?”“วางใจเถอะ ผมไม่มีวันทิ้งคุณเด็ดขาด! และจะไม่ยอมให้คุณแต่งเข้าตระกูลโจวด้วย”พอเห็นเจียงหนิงเสวียนเป็นแบบนี้ ซ่งเฉิงก็รีบยกมือขึ้นสาบานแต่เจียงหนิงเสวียนไม่แม้แต่จะเหลือบมองซ่งเฉิง เธอยังคงจ้องผมตาเขม็ง ราวกับจะเจาะผมให้เป็นรู“อย่างน้อยเราก็รู้จักกันมากว่ายี่สิบปี ต่อให้ตัดความสัมพันธ์กัน นายก็ไม่จำเป็นต้องไป ถือว่าเป็นการชดเชยก็แล้วกัน ฉันจะซื้อบ้านให้นายสักหลัง...”คำพูดของเจียงหนิงเสวียนทำให้ผมรู้สึกขบขันผมยิ้มก่อนเอ่ยขึ้น“ไม่ต้องลำบากเธอหรอก”ท่าทีห่างเหินของผมทำให้เจียงหนิงเสวียนต้องกลืนคำพูดที่ยังพูดไม่จบกลับลงไปเธอเม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็ยังไม่ยอมเลิกรา“ถ้านายไป นายจะไม่ได้เจอฉันอีกเลยนะ! คนอย่างแม่ฉันพูดคำไหนคำนั้น นายจะไม่มีวันกลับมาได้อีก!”“ทางที่ดีนายอย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกัน นายไปก็ไม่ได้ทำให้ฉันเสียอะไรเลย ฉันยังมีซ่งเฉิง ฉันไม่มีวันแต่งเข้าตระกูลโจวหรอก”เธอพึมพำกับตัวเอง สุดท้ายราวกับโน้มน้าว
“เดิมพันอะไร? เอกสารยกเลิกสัญญาอะไร? แม่คะ นี่แม่หมายความว่ายังไงกัน?”เจียงหนิงเสวียนเงยหน้าขึ้นพรวด มือที่จับซ่งเฉิงไว้ก็คลายออกตามไปด้วยราวกับยังไม่เข้าใจสิ่งที่แม่ยายพูด เธอจึงหันมามองผม“เฮ่อเซียว นายเดิมพันอะไรไว้กับแม่ฉัน?”ผมเบือนหน้าหนี ไม่ได้ตอบคำถามของเจียงหนิงเสวียนแม่ยายเข้ามาบังสายตาของเจียงหนิงเสวียนไว้ ก่อนมองเธอด้วยความปวดใจอย่างยิ่ง“ฉันจัดการเรื่องแต่งงานให้แกไว้เรียบร้อยแล้ว แกต้องแต่งกับคุณชายน้อยของตระกูลโจว ถ้าเฮ่อเซียวไม่ขวางไว้ ป่านนี้แกคงแต่งเข้าตระกูลโจวไปนานแล้ว”“แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สาย ฉันคุยกับตระกูลโจวไว้เรียบร้อยแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้แกก่อเรื่องต่อไปอีก!”ริมฝีปากของเจียงหนิงเสวียนสั่นเล็กน้อย ราวกับถูกข่าวนี้กระแทกเข้าเต็มๆ จนมึนงง“แม่คะ! แม่จะให้หนูแต่งกับคนไร้ประโยชน์ของตระกูลโจวคนนั้นจริงๆ เหรอ? หนูเป็นลูกแม่นะ ไม่ใช่สินค้าที่ตั้งราคาไว้!”เธอหันกลับมามองผมอีกครั้ง น้ำเสียงกลับสั่นเล็กน้อย“เฮ่อเซียว นายพูดอะไรหน่อยสิ...”เจียงหนิงเสวียนเติบโตมาใต้เงาของแม่ตั้งแต่เด็ก เธอเกลียดการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจและโหยหาอิสรภาพเพราะอย่างน
กรรไกรในมือจึงหลุดร่วงลงพื้นเจียงหนิงเสวียนก้าวถอยหลังอย่างโซเซ ซ่งเฉิงรีบเข้าไปประคองเธอไว้เธอปาดน้ำตาออกจากใบหน้า“เฮ่อเซียว นายเลิกรักฉันได้ไหม ปล่อยฉันไปเถอะ”“ฉันจะให้นายเห็นกับตาว่า ฉันกับซ่งเฉิงมีความสุขกันแค่ไหน”เธอจากไปโดยมีซ่งเฉิงคอยประคองความเจ็บปวดทั้งหมดที่ผมรู้สึกเหมือนถูกคำพูดประโยคนั้นของเจียงหนิงเสวียนดึงรั้งไว้ราวกับกรรไกรเล่มนั้น ความเจ็บค่อยๆ ลึกลงไปทีละน้อยความสุขที่เจียงหนิงเสวียนพูดถึง ก็คือการทุ่มเงินกว่าห้าสิบล้านบาทเพื่อผลักดันซ่งเฉิงให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเธอติดสินบนนักข่าวและสื่อ จนข่าวที่เธอกับซ่งเฉิงมีความสุขกันแค่ไหนแพร่สะพัดไปทั่วราวกับเอาของรักของหวงที่ตัวเองเก็บทะนุถนอมมาหลายปีออกมาให้ทุกคนได้เห็นเธอจัดปาร์ตี้ที่บ้าน แล้วแนะนำคู่ค้าทางธุรกิจทั้งหมดให้ซ่งเฉิงรู้จักทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เมื่อก่อนผมไม่อาจแม้แต่จะหวังได้ท่ามกลางทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ผมยังคงเฝ้านับเวลาอย่างสงบวันนี้คือวันสุดท้ายที่แม่ยายให้ผมใช้ตัดสินใจ หลังจากวันนี้ไป ผมกับเจียงหนิงเสวียนคงไม่ได้พบกันอีกตลอดชีวิต“เฮ่อเซียว นายหน้าด้านจริงๆ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว







