登入วันเกิดลูกชายอายุครบห้าขวบ เราสามคนพ่อแม่ลูกไปดูฝนดาวตกด้วยกัน ระหว่างที่กำลังดูฝนดาวตกกันอยู่ จู่ๆ มีคนโทรหาสามีฉัน จากนั้นเขาก็รีบออกไปทันที อาการหอบหืดของลูกกำเริบกลางดึก ยาที่มีก็อยู่ในรถของสามี ฉันอุ้มลูกวิ่งไปมาอย่างทุลักทุเลในทุ่งกว้างที่ร้างผู้คน โทรหาสามีครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สามีกลับส่งข้อความมาอย่างไร้เยื่อใยว่า “ฉันมีเรื่องด่วน อย่าเพิ่งโทรมากวน” เช้าวันรุ่งขึ้น ในที่สุดสามีก็รับสายฉันสักที แต่เสียงที่ได้ยินดันเป็นเสียงรักแรกของสามี “เมื่อคืนสุนัขฉันป่วยตายกะทันหัน อาอวี่กลัวฉันเศร้าก็เลยอยู่เป็นเพื่อนฉันทั้งคืน เขาเพิ่งจะหลับไปเมื่อกี้นี้เอง ถ้าพี่มีเรื่องอะไร บอกฉันไว้ก่อนก็ได้” ฉันลูบใบหน้าเขียวคล้ำของลูก “บอกเขาว่าเราหย่ากัน”
查看更多หลังตัดสินใจแยกทางกับลู่อวี่ ฉันขึ้นเครื่องบินไปชมทางช้างเผือกและชมดวงดาวที่ทะเลทรายโกบีอันกว้างใหญ่นี่คือความฝันของลูก เขาชอบเรื่องอวกาศเรื่องดาราศาสตร์มากวันเกิดวันนั้น เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นฝนดาวตกในทุ่งกว้าง แต่คิดไม่ถึงว่าที่นั่นจะเป็นที่สุดท้ายในชีวิตเขาฉันจะทำให้ฝันเขาเป็นจริงลู่อวี่เซ็นสัญญาหย่าแล้วส่งมาให้ฉันอาจเป็นเพราะรู้สึกผิด เขาจึงร่างสัญญาขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งฉบับ ยกทรัพย์สินเกือบทั้งหมดให้ฉันฉันก็รับไว้อย่างไม่เกรงใจเหมือนกันวินาทีที่ฉันเซ็นชื่อเสร็จ ฉันรู้สึกโล่งมาก รู้สึกว่าหลุดพ้นแล้วจริงๆถึงเวลากลับไปแล้วล่ะฉันจะเล่าทุกอย่างที่เห็นระหว่างทางให้ลูกฟัง ให้เขารู้ว่าแม่ทำให้ฝันของเขาเป็นจริงแล้วเพิ่งลงเครื่อง เลขาของลู่อวี่ก็โทรมา“คุณหลี รีบมาที่โรงพยาบาลด่วน ประธานลู่เกิดอุบัติเหตุ”เลขาอธิบายทางโทรศัพท์ ตั้งแต่ฉันแยกทางกับลู่อวี่ เขาก็เปลี่ยนไปเหมือนคนละคนเขาไม่ไปบริษัทเลย ขังตัวเองอยู่ในห้องและเอาแต่ดื่มเหล้า สถานที่เพียงแห่งเดียวที่เขาไปคือสุสานของลูก เขานั่งอยู่ที่นั่นทั้งวัน ดื่มเหล้าจนเมามาย โดนคนร้องเรียนหลายคน แถมยังเคยโดนจับไปสถานีตำรว
ความเศร้าและความเจ็บปวดในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาถูกระบายออกมาจนหมดฉันเสียดายชีวิตของลูกมากตอนลูกตาย พ่อของเขากลับอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เพราะสุนัขของเธอตายเป็นเรื่องที่ตลกสุดๆหลินจือจือทนเห็นฉันตำหนิลู่อวี่ไม่ได้ เธอมายืนด้านหน้าเขาแล้วพูดว่า“เมื่อคืนอาอวี่ไม่รู้ว่าเล่อเล่อหอบกำเริบ คนเป็นพ่ออย่างเขาก็เสียใจมากเหมือนกัน ทำไมพี่ยังตำหนิเขาอีก?”หลินจือจือจะพูดต่อ แต่โดนลู่อวี่ผลักออกไป“พอแล้ว เธอเลิกพูดได้แล้ว!”หลินจือจือเกือบล้ม ใบหน้าเต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ“อาอวี่ ฉันทนเห็นนายโดนพี่หลีตำหนิไม่ได้ เธอ......”เป็นครั้งแรกที่ลู่อวี่ไม่หันไปมองหลินจือจือ เขาเอาแต่จ้องตาฉัน พูดออกมาอย่างเจ็บปวด“ขอโทษ ฉันไม่รู้ว่าลูกหอบกำเริบ เมื่อก่อนฉันคิดว่าเขายังเด็ก ยังมีเวลาอยู่กับเขาอีกนาน ฉันไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ฉันนึกว่าเธอแค่งอนเฉยๆ”เมื่อก่อนฉันงอนเขาเพราะหลินจือจือจำได้ว่าครั้งหนึ่งฉันกับลูกเอาอาหารไปให้ลู่อวี่ที่บริษัทพอเปิดประตูเข้าไป ฉันเห็นเขากำลังกินอาหารเที่ยงกับหลินจือจือ ทั้งสองคนนั่งชิดกันมาก แทบจะเบียดกันแล้วตอนนั้นความโกรธของฉันพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุด แต่ส
“นายว่าอะไรนะ ป้ายหลุมศพใคร?”ลู่อวี่ถึงกับช็อก มองคนงานด้วยความตกตะลึงคนงานงงเล็กน้อย“ลู่เล่อหยาง ลูกชายของคุณหลีไงครับ พวกคุณเป็นเพื่อนของคุณหลีเหรอ?”ลู่อวี่เซเล็กน้อย ดวงตาสองข้างจ้องชื่อบนป้ายหลุมศพ เหมือนต้องการจับผิดยังไงยังงั้นแต่กลับไม่เป็นไปตามที่เขาคิดไว้บนป้ายหลุมศพสลักชื่อลู่เล่อหยางไว้อย่างชัดเจนมันคือชื่อสกุลของลูกชายตอนนี้ฉันโกยเถ้ากระดูกที่มีเศษฝุ่นเศษดินปะปนอยู่ใส่กล่องเรียบร้อยแล้ว ใช้มือสองข้างที่เต็มไปด้วยเลือดกอดมันไว้แนบอก ไม่ยอมให้ใครแตะต้องมันดวงตาลู่อวี่แดงก่ำ ถามฉันเสียงดัง“หลีหยาง ทำไมเธอไม่บอกฉันว่าลูกตาย ทำไม?!”ดวงตาหลินจือจือฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอรีบเดินไปจับมือเขา“อาอวี่ เรื่องนี้......”แต่ครั้งนี้ลู่อวี่ไม่ชายตามองเธอสักนิด เขาสะบัดมือเธอออกทันที“ฉันเป็นพ่อของเขา แต่ฉันไม่มีโอกาสเห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยซ้ำ ถ้าไม่บังเอิญเจอเธอวันนี้ เธอคงไม่บอกฉันด้วยใช่ไหมว่าฝังเขาไว้ที่ไหน!”ตั้งแต่บริษัทของลู่อวี่เข้าที่เข้าทาง เขาก็ใจเย็นมาตลอดเป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาตะโกนถามเหมือนคนเสียสติแบบนี้แต่ฉันกลับไม่รู้สึกอะไรเลย
ท่าทีเฉยเมยของฉันทำให้เขาโมโหมาก“สรุปว่าเธอโกรธฉันเรื่องอะไร? ฉันอธิบายไปหลายครั้งแล้ว จือจือเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่รู้จักใคร เธอติดต่อฉันได้คนเดียว ถ้าไม่โทรหาฉัน แล้วจะให้โทรหาใคร?”“เล่อเล่อเป็นเด็ก งอแงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่เธอโตแล้ว ทำไมยังงี่เง่าอีก?”“เธอจะเอายังไงกันแน่?”สิ่งที่เขาพูดออกมา ทำให้ฉันรู้สึกตลกมากหลินจือจือโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เธอไม่มีทักษะการเข้าสังคมเลยเหรอ ไม่มีเพื่อนร่วมงานที่บริษัทเลยเหรอ?ที่บอกว่ารู้จักลู่อวี่แค่คนเดียว เพราะมีจุดประสงค์อื่นต่างหาก เธอแค่อยากอยู่กับเขาตามลำพังเท่านั้นเองส่วนลู่อวี่ เขารู้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้หรือเปล่า คงมีแต่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้“ฉันต้องการหย่ากับนาย โดยเร็วที่สุด”ฉันตอบเสียงเรียบลู่อวี่โมโหจนพูดอะไรไม่ออกขณะนั้นหลินจือจือเหลือบมาเห็นกล่องเก็บเถ้ากระดูกที่ฉันวางไว้บนหลุมศพ ยังไม่ทันได้เอาลงไปฝัง เธอจึงหยิบมันขึ้นมา“อาอวี่ ฉันอยากฝังเสี่ยวฮวาไว้ตรงนี้”จากนั้นเธอหันมามองฉัน ใบหน้าเธอมีรอยยิ้ม แต่ฉันรู้สึกว่าเธอเหมือนงูพิษน่ากลัว ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว“พี่หลี เสี่ยวฮวาตายแล้ว พี่อย่าเอากล่องเก็บเถ้ากระ
ฉันให้เพื่อนอย่างซ่งเยว่ช่วยร่างสัญญาหย่าและกำหนดข้อตกลงที่ฉันต้องการยังจำได้ว่าตอนที่ซ่งเยว่เจอลู่อวี่ครั้งแรก เธอเคยพูดหยอกเขาว่า “ถ้านายกล้าทำให้หยางหยางเสียใจ ทนายอย่างฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่”ลู่อวี่รับปากอย่างจริงจัง เขาบอกว่าเธอไม่มีโอกาสนั้นแน่นอนตอนนั้นฉันก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้เหมือนกันแ
ที่แท้เรื่องด่วนของลู่อวี่ก็คือสุนัขที่หลินจือจือเลี้ยงไว้ตาย เธอคือรักแรกของเขา เขาแค่เป็นห่วงเธอเท่านั้นเองนี่คือสาเหตุที่เขาออกไป นี่คือสาเหตุที่เขาไม่รับสายฉันหลังวางสาย ฉันจัดการเรื่องงานศพของลูกอย่างเหม่อลอย ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึกราวกับหุ่นเชิดตอนได้รับกล่องเก็บเถ้ากระดูกของลูก ฉันก็ยัง
วันต่อมาฉันเอากล่องเก็บเถ้ากระดูกของลูกมายังสุสานที่เลือกไว้เรียบร้อย เตรียมฝังเถ้ากระดูกของลูกไว้ที่นี่ฉันไม่ได้บอกลู่อวี่ในความคิดของฉัน เขาคือฆาตกรที่ฆ่าลูกทางอ้อม มีแต่จะทำให้การไปเกิดใหม่ของลูกต้องมัวหมองเปล่าๆแต่คิดไม่ถึงว่าบนโลกมีเรื่องบังเอิญขนาดนี้ ฉันเจอลู่อวี่กับหลินจือจือที่สุสาน





