Masuk“จะว่าไปเรื่องนี้แก้วกับแม่ที่ผิด พี่เชนทร์เป็นแค่หมากตัวหนึ่ง ไม่แปลกที่เขาจะไม่พอใจ โกรธและเกลียดแก้ว” วาติยาแย้ง ข้อนี้ธาริการู้ดี แต่มันอดไม่ได้ ราเชนทร์ทำกับน้องสาวตนเกินไป มีหรือที่พี่สาวจะยอม
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พูดดีๆ ขอหย่าแบบเงียบๆ ก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย เอาเป็นว่าพี่ขอไปแก้แค้นแทนแก้วสักอาทิตย์นึงแล้วกัน จากนั้นพี่จะเจรจาขอหย่ากับนายราเชนทร์แบบสันติวิธี บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น” วาติยายิ้มได้ ความกังวลหายไปเกินครึ่ง
“ดีค่ะพี่ไหม”
“ไปส่งผักกับพี่ดีกว่า ที่ตลาดน่ะมีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะเลย แก้วจะได้ไม่เหงา ส่งผักเสร็จแล้วพี่จะพาแก้วไปกินของอร่อยๆ ขุนให้แก้วอ้วนขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อยจะได้มีน้ำมีนวล”
ธาริกาจูงมือน้องสาวไปที่รถกระบะคันเก่งของตน วาติยารู้สึกสบายใจและมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้พี่สาว ไม่ว่ายามทุกข์หรือยามสุขมือของพี่สาวคนนี้อบอุ่นเสมอ
ราเชนทร์เดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขามีความสุขที่สุดในรอบเจ็ดเดือนที่ผ่านมา มีความสุขที่ไม่ต้องทนเห็นผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาเดินอยู่ในเรือนกุหลาบของเขา บ้านที่เป็นมรดกตกทอดของคุณตาที่ยกให้เขา คุณหญิงรุ่งระวีมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของบุตรชาย นางอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้
“วันนี้อารมณ์ดีจังเลยนะตาเชนทร์” คุณหญิงเอ่ยถามบุตรชายที่ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟา
“คนมีความสุขก็ต้องยิ้มสิครับ”
ราเชนทร์ตอบอย่างอารมณ์ดี
“มีความสุขเรื่องอะไรจ๊ะ”
“ตัวกาลีบ้านกาลีเมืองที่ชื่อวาติยาออกไปจากชีวิตผมแล้วครับ” ราเชนทร์ตอบ ไม่ออมคำพูดยามเอ่ยถึงวาติยา
“จริงเหรอลูก เมื่อไหร่ล่ะ” คุณหญิงรุ่งระวีถาม
“เมื่อวานนี้ครับ ในที่สุดผมก็ทำให้ผู้หญิงหน้าด้านออกไปจากบ้านผมได้สักที”
“แน่ใจนะว่ามันจะไม่กลับมาอีก” คุณหญิงถามอย่างกังวล “กลัวจะไปแล้วไม่ไปลับน่ะสิ”
“แน่ใจครับ ถึงกลับมาผมก็จะทำให้กระเด็นออกไปภายในวันนั้นเลยครับ” เขาตอบอย่างเชื่อมั่นว่าเขาต้องทำสำเร็จเหมือนครั้งก่อน
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ดีสิลูก แม่ล่ะเกลียดทั้งแม่ทั้งลูกเลย เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเจอ”
“อย่าไปพูดถึงตัวกาลกิณีให้เสียปากเลยครับ คุณแม่ครับ มะรืนนี้ผมจะทำบุญบ้านที่เรือนกุหลาบ วันนี้ผมให้คนมาขนของของวาติยาออกไปจากห้องนั้นแล้ว ตกแต่งใหม่หมด ผมจะให้พระมารดน้ำมนต์ไล่เสนียดออกไปจากเรือนกุหลาบของผม”
ราเชนทร์ทำอย่างที่พูดทุกอย่าง วันนี้เขาสั่งให้คนมาขนของทุกอย่างที่อยู่ในห้องนั้นพร้อมเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นออกจากห้องนั้น และเอาเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่เข้ามาไว้แทน
“แล้วเรื่องทำบุญมะรืนนี้จัดการหรือยัง” คุณหญิงเอ่ยถามบุตรชาย
“เรียบร้อยแล้วครับ วิชัยจัดการทุกอย่างแล้ว ผมเลยมาบอกคุณแม่ไว้ก่อน และต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า เพราะมันกะทันหัน” ราเชนทร์พนมมือไหว้มารดาพร้อมกับพูดขอโทษ
“ไม่เป็นอะไรหรอกลูก เรื่องแค่นี้เอง แม่ดีใจด้วยที่ลูกไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับผู้หญิงที่ไม่มียางอายอย่างวาติยา หมดเคราะห์หมดโศกแล้วนะลูก”
คุณหญิงโอบกอดร่างของบุตรชาย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้ม น้ำตาเอ่อคลอด้วยความดีใจ นางไม่รู้เลยว่า เคราะห์ใหญ่กำลังเดินทางมาหาลูกชายถึงที่
คราวนี้แหละ...มันส์
ธาริกามองกระเป๋าที่วางอยู่ตรงหน้าบ้านไม้หลังขนาดกลางของตน วันนี้เธอต้องเดินทางไปที่บ้านอิศราภักดี ไปใช้ชีวิตเป็นคุณผู้หญิงของบ้านหลังนั้นแทนน้องสาว ธาริการวบรวมข้อมูลที่วาติยาเล่ามาสองคืนจนขึ้นใจ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบันทึกลงในสมองของเธอเรียบร้อยแล้ว
“พี่ไปก่อนนะ รอฟังข่าวจากพี่ ลุงหมายฝากดูแก้วด้วยนะคะ ไอ้จ้อยอย่าลืมรดน้ำที่สวนผักล่ะ ฉันไม่อยู่อย่าอู้งาน ไม่งั้นเจอหักเงินเดือนแน่” ธาริกาสั่งลุงหมายและไอ้จ้อย
“ไม่ต้องห่วงหนูไหม ลุงจะดูแลหนูแก้วเป็นอย่างดี” ลุงหมายรับคำ
“ผมก็จะดูแลสวนผักให้ดีเช่นกันครับ” ไอ้จ้อยพูดออกไป ยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้หรือเปล่า
“ปากดีไปเถอะเอ็งไอ้จ้อย ทำให้ได้อย่างที่พูดล่ะ”
ธาริกาสั่งเสร็จก็เดินไปโอบกอดน้องสาวอีกครั้ง ก่อนจะเดินถือกระเป๋าไปขึ้นรถประจำทางคันเล็กที่จอดรออยู่ เพื่อไปยังท่ารถประจำอำเภอ จุดหมายปลายทางของเธอคือกรุงเทพมหานคร
ระยะทางจากสระบุรีมายังกรุงเทพใช้เวลาไม่นานนัก ธาริกาลงจากรถทัวร์ปรับอากาศ สิ่งแรกที่เธอคิดจะทำคือเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะชุดที่เธอสวมใส่มาไม่เหมาะกับคำว่าโสเภณีอย่างที่ราเชนทร์ว่าวาติยา ธาริกาหยิบเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าชุดหนึ่ง และเปลี่ยนมันที่ห้องน้ำ
ธาริกามองชุดที่เธอสวมใส่ใหม่ในกระจกเงาอย่างพอใจ ทันทีที่เธอเดินออกมาจากห้องน้ำ สายตาทุกคู่มองมายังเธอเป็นตาเดียว โดยเฉพาะผู้ชายที่มองเธอตาเป็นมัน หากแต่ธาริกาหาได้สนใจไม่ หญิงสาวก้าวขึ้นแท็กซี่ที่จอดเรียงรายอยู่นับสิบคัน ก่อนจะบอกชื่อสถานที่ให้แท็กซี่รู้
11.30 น.
บ้านอิศราภักดีวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะเรือนกุหลาบเรือนหลังขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่อยู่ภายใต้อาณาเขตของบ้านอิศรา-ภักดี ได้จัดพิธีทำบุญ ขับไล่เสนียดจัญไรที่อยู่ในบ้านส่วนตัวของราเชนทร์ให้ไปแล้วไม่ต้องกลับมา เจ้าของบ้านสั่งให้ตกแต่งห้องเดิมของวาติยาใหม่ ข้าวของทุกชิ้นที่วาติยาใช้เขาสั่งให้คนเอาไปบริจาค แล้วสั่งของชุดใหม่เข้ามาแทน
แขกที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่บนโต๊ะหน้าบ้านต่างพากันมองไปยังสตรีสาวสวยแต่งตัวจี๊ดเข็ดฟันที่เดินมาหยุดหน้าบ้าน สร้อยที่กำลังบริการแขกของเจ้านายหันไปมองตามสายตาของหลายคน เธอดีใจ ตกใจและแปลกใจในเวลาเดียวกันเมื่อเห็นวาติยาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมลิบลับ
“สร้อย นั่นคุณแก้วนี่ หายไปไม่กี่วันเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ” ทับทิมสาวใช้อีกคนพูดกับสร้อย “ไปบอกคุณเชนทร์ดีกว่า คุณเชนทร์เห็นต้องปรี๊ดแตกแน่ๆ”
Chapter 54 เสื้อผ้าของเธอถูกถอดออกจากร่างกายทีละชิ้นๆ เหลือเพียงเสื้อในสีชมพูเข้มเข้าชุดกับอันเดอร์แวร์ตัวจิ๋ว ในขณะที่ริมฝีปากหนาเล้าโลมไปตามร่างกายของเธออย่างเชื่องช้า เหมือนกับว่าเขากำลังสำรวจผิวเนื้อเนียนที่ละเอียดเนียนนุ่มของเธอ “อ๊า อืม” วาติยาครางเสียงเบา เมื่อชายหนุ่มดูดเม้มที่ติ่งหูของเธอเบาๆ ก่อนจะ แนบใบหน้าซุกอยู่ที่ซอกคอระหงไซ้วนไปรอบลำคอของเธอ ซาฮัคสอดมือไปใต้แผ่นหลังบาง เพื่อปลดตะขอให้เป็นอิสระ ชายหนุ่มค่อยๆ ถอดเสื้อในสีหวานของเธอออกจากบ่าเนียนเรียบ สายตาของเขาจับจ้องที่ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ซึ่งเขาเองไม่สามารถรู้ได้ ก่อนจะละสายตามามองทรวงอกคู่สวยที่ได้รับอิสระจากเสื้อใน บัวตูมที่เบ่งบานเต็มสองตาของเขา ทำให้ซาฮัคอดใจไม่ไหวที่จะดอมดมบัวตูมคู่นั้น เป็นอีกครั้งที่ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยความเสียวซ่านรัญจวนใจ เมื่ออุ้งปากระอุดูดดึงยอดอกของเธออย่างหิวกระหาย ร่างบางบิดเร้าไปมาด้วยความกระสันเสียว ขนเส้นเล็กที่อยู่ตามร่างกายของเธอตั้งชัน เพราะไม่อาจทนกับเพลิงพิศวาสที่เขาปลุกเธอขึ้นมาได้ ยอดอกทั้งสองข
Chapter 53 ราเชนทร์พูดก่อนจะหันไปถามพนักงานขายว่าราคาเท่าไหร่ และจ่ายเงินตามจำนวนนั้นทันที ราเชนทร์บรรจงสวมสร้อยเงินนั้นลงบนลำคอของเธอ มือบางจับอยู่ที่จี้ รูปหัวใจเบาๆ เหมือนกับว่าสร้อยเส้นนี้คือสิ่งล้ำค่า เพราะมันเป็นสร้อยที่คนที่เธอรักมอบให้และสวมให้เธอด้วยมือของเขาเอง “สร้อยเส้นนี้แก้วจะใส่ทุกวัน จะถอดออกแค่ตอนกลางคืนเท่านั้น หากวันใดที่พี่เชนทร์ไม่ต้องการแก้ว แก้วจะเอาสร้อยเส้นนี้คืนพี่เชนทร์” ธาริกาพูดออกมาจากใจจริง เพราะเธอไม่รู้ว่าหากราเชนทร์รู้ความจริง ขึ้นมาว่าเธอไม่ใช่ วาติยาตัวจริงอะไรจะเกิดขึ้น เพราะสิ่งที่ราเชนทร์เกลียดที่สุด คือการโกหก “ไม่มีวันนั้นหรอกแก้ว เพราะพี่รักแก้วและรักตลอดไป” หากว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สาธารณะเขาจะจูบเธอให้ขาดใจเลยทีเดียว แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงจูบที่แก้มนวลของเธอเท่านั้น จากนั้นทั้งสองก็จับมือกันเดินซื้อของอย่างมีความสุข ซาฮัคพาวาติยาเดินเข้ามาในห้องนอนของเขา เรียวขาของวาติยาแทบก้าวเดินไม่ออก เมื่อสายตาของเธอมองไปที่เตียงหนานุ่มที่มีขนาดใหญ่อ
“สวัสดีค่ะท่านชีค” วาติยาพนมมือไหว้ซาฮัคโดยไม่มองหน้าเขา “สวัสดีคุณแก้ว” ซาฮัคมองวาติยาที่ก้มหน้านิ่ง ไม่ยอมเงยหน้ามาสบตาเขา “ดิฉันทำตามสัญญาแล้วนะคะ เห็นทีต้องขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” เมื่อโฉมฉายพาลูกสาวมาส่งให้ซาฮัคเรียบร้อยแล้ว นางก็ขอตัวกลับทันทีเหมือนกับที่นางเคยทำเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “อย่าลืมที่ฉันสั่งเอาไว้ล่ะ แกคือตัวแทนของพี่สาวแก จำไว้” โฉมฉายพูดย้ำเบาๆ อยู่ที่ข้างใบหูของลูกสาว ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากห้อง ซาฮัคโบกมือให้คนของเขาให้ออกไปจากห้อง เพราะตอนนี้เขาอยากอยู่ตามลำพังกับผู้หญิงคนนี้ที่สุด จาเหม็ดมองการกระทำของเจ้าชีวิตแล้วรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก เพราะดูจากแววตาที่ซาฮัคมองมาที่วาติยา มันเปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความเสน่หาอย่างไม่ปิดบัง เรื่องวุ่นๆ อาจเกิดขึ้นหากมารดาของซาฮัครู้เรื่อง และคงไม่ยอมให้ผู้หญิงที่แปดเปื้อนคนนี้ได้อยู่ข้างกายซาฮัคอย่างมีความสุขแน่นอน และยังมีเรื่องของกีรตาว่าที่คู่หมั้นอีก คิดแล้วจาเหม็ดอดหวั่นใจและกลัดกลุ้มแทนไม่ได้ ลำแ
โฉมฉายพูดพร้อมกับกดปลายนิ้วชี้ไปที่หน้าผากของวาติยาอย่างแรง จนใบหน้างามผงะหงายไปทางด้านหลัง ร่างบางทรุดตัวลงนั่งก่อนจะปลดปล่อยน้ำตาให้รินไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงสะอื้นและร่างที่ร้องไห้จนตัวโยน ไม่อาจทำให้ความตั้งใจของโฉมฉายลดน้อยลงเลย มือเหี่ยวย่นจับที่ไหล่ของเธอไว้แน่น ก่อนจะออกแรงบีบเพื่อให้ลูกสาวเจ็บปวด “แม่แก้วเจ็บ” ความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่งผลให้วาติยาอยากจะตายไปตอนนี้เพื่อที่เธอจะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป “ฉันมีทางเลือกให้แกสามทาง เลือกเอานังแก้ว แกจะให้ฉันไปทำลายความสุขของพี่สาวแก ไปบอกว่าผู้หญิงที่ตาเชนทร์นอนกกนอนกอดด้วยทุกคืนไม่ได้ชื่อวาติยา แต่เป็นชื่อธาริกา ฉันอยากจะรู้นักว่าตาเชนทร์จะปล่อยให้พี่สาวแกเดินลอยชายอยู่ในบ้านหลังนั้นได้ไหม บางทีพี่สาวแกอาจจะเสียใจร้องไห้ฟูมฟายเหมือนกับแกตอนนี้ ที่ต้องห่างจากคนรัก หรือข้อสอง แกจะทนเห็นฉันตายไปเพราะไม่มีเงินไปใช้หนี้เขา ส่วนข้อที่สามคือแกยอมเป็นเมียของเขาตามเงื่อนไขที่เขาบอกฉันมา เรื่องทุกอย่างก็จะจบลง ไม่มีใครต้องเสียใจ” ทำไมจะไม่มีคนที่เส
Chapter 50 โฉมฉายย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะนางมีวิธีที่ทำให้วาติยาไม่อาจปฏิเสธได้ นางรู้จุดอ่อนของลูกสาวคนนี้ดี ซาฮัคยิ้มด้วยความพอใจก่อนจะจรดปลายปากกาลงบนเช็ค กรอกจำนวนเงินก่อนจะตวัดปลายปากกาอีกครั้งเพื่อเซ็นชื่อกำกับ “ดิฉันลานะคะ ขอบคุณมากค่ะ” โฉมฉายได้รับเช็คเรียบร้อยแล้วจึงขอตัวกลับทันที “เดี๋ยวคุณโฉมฉาย คุณรู้ใช่ไหมว่าถ้าคุณเบี้ยวผมอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณ แผ่นดินนี้จะไม่มีร่างของคุณให้สิงสถิตอยู่ที่ใดเลย นอกจากใต้พื้นดิน เพราะมันจะมีร่างของคุณนอนหมดลมหายใจอยู่ในนั้น” คำขู่ที่นางได้ยินทำให้นางไม่คิดที่จะเบี้ยวซาฮัคเลยแม้แต่น้อย เป็นเพราะนางรักชีวิตของตัวเองมากกว่าสิ่งใดอยู่แล้ว “ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป คุณก็จะเป็นของผมตลอดกาลคุณแก้ว” ซาฮัคยิ้มเมื่อคิดว่าตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดินของวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้างกายของเขาจะมีวาติยาอยู่เคียงข้าง แม้ว่าฐานะของเธอจะเป็นได้แค่โสเภณีของเขาก็ตาม เป็นผู้หญิงซึ่งถูกคนที่ขึ้นชื่อว่าแม่ขายเกียรติยศและศักดิ์ศรีก็ตามที หากแต่เธอกลับเป็นผู้หญิงที่เขารักมากที่สุ
Chapter 49 หนึ่งอาทิตย์ที่ซาฮัคปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปโดยไม่สนใจว่าโฉมฉายจะนำเงินของตนไปถลุงในบ่อนการพนัน เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาต้องการอยู่แล้ว วันนี้ซาฮัคให้จาเหม็ดไปรับโฉมฉายมาหาเขาที่นี่ เพื่อยื่นข้อเสนออะไรบางอย่างกับนาง โฉมฉายเดินเข้ามาในห้องพักส่วนตัวของซาฮัค ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นตาตื่นใจ กับความสวยงามของเฟอร์นิเจอร์หลากชนิดที่ตกแต่งอย่างสวยงามสมฐานะ “ที่ผมให้จาเหม็ดไปรับคุณโฉมฉายมาวันนี้ เพราะอยากรู้รายละเอียด เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท ที่ผมร่วมทุนกับคุณครับ” คำพูดของซาฮัคทำให้โฉมฉายถึงกับนิ่งอึ้ง คำพูดของนางอึกอักอยู่ในลำคอไม่สามารถตอบคำถามของเขาได้ “ว่ายังไงครับ คุณโฉมฉาย” ซาฮัคถามย้ำเมื่อเห็นทีท่าอึกอักของนาง “อยู่ในระหว่างดำเนินงานอยู่ค่ะ มีความคืบหน้ายังไงดิฉันจะมาเรียนให้ท่านชีคทราบทีหลังนะคะ” โฉมฉายพยายามบ่ายเบี่ยง “ก็ได้ครับ ว่าแต่ชื่อบริษัทของเราชื่ออะไรครับ” เป็นอีกครั้งที่โฉมฉายพูดไม่ออก เหงื่อของนางเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้า ปากคอ เริ่มสั่นเมื่อหาคำตอบใ
Chapter 5พูดจบก็เข้าไปรายงานเจ้านายในบ้าน ไม่นานเกินรอราเชนทร์ก้าวดุ่มๆ ออกมานอกบ้านพร้อมด้วยคุณหญิงรุ่งระวีราเชนทร์จ้องมองผู้หญิงที่ยืนยิ้มและก้าวเท้าเข้ามาหาตนตาไม่กระพริบ เขาแน่ใจว่าใช่วาติยา เมียไม่ปรารถนา แต่ที่ไม่แน่ใจคือการแต่งตัวของเธอที่เปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมื
Chapter 3สวนผักเขียวขจีซึ่งมีผักนานาชนิดปลูกเต็มพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ หญิงสาวร่างบางสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนพอดีตัวสีน้ำเงินเข้ม บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้างกำบังแสงอาทิตย์อันร้อนแรง เธอใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก ก่อนจะก้มลงหยิบเข่งผักใส่ท้ายรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ของเธอ“เสร็จหร
Chapter 2ทางด้านราเชนทร์คิดหาทางกำจัดวาติยาให้ออกไปจากบ้าน แต่ไม่ว่าจะทำยังไงวาติยายังไม่มีท่าทีที่จะออกไปจากบ้านเลยสักนิด ก็ให้มันรู้ไปว่าระหว่างเขาและวาติยาใครจะชนะ และราเชนทร์ได้คิดแผนใหม่ขึ้นมาซึ่งคิดว่าน่าจะได้ผลราเชนทร์เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับสาว
Chapter 1“พี่เชนทร์กลับมาแล้ว” วาติยาพูดออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นสามีเดินเข้ามาในบ้าน หลังจากเดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ต่างจากบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี เขามีใบหน้าที่เรียบตึง ดวงตาที่มองมายังภรรยาบอกถึงความไม







![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)