เข้าสู่ระบบสวนผักเขียวขจีซึ่งมีผักนานาชนิดปลูกเต็มพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ หญิงสาวร่างบางสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนพอดีตัวสีน้ำเงินเข้ม บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้างกำบังแสงอาทิตย์อันร้อนแรง เธอใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก ก่อนจะก้มลงหยิบเข่งผักใส่ท้ายรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ของเธอ
“เสร็จหรือยังไอ้จ้อย เร็วๆ สิ เดี๋ยวไม่ทันส่งผักหรอก”
ธาริกาเจ้าของสวนผักธารทิพย์บ่นกับลูกน้องวัยสิบเจ็ดปีที่ทำงานช้าไม่ได้ดั่งใจ
“โธ่! พี่ไหม จ้อยทำจนมือจะเป็นลิงอยู่แล้ว” จ้อยบ่นกลับ
“เร็วๆ เลยไม่ต้องพูดมาก เหลืออีกสี่ห้าเข่งเอง” ธาริกาบ่นจ้อยแต่ก็ช่วยกันยกเข่งผักขึ้นไปบนรถกระบะจนหมด ธาริกากำลังนั่งประจำที่คนขับ ลุงหมายคนดูแลสวนผักก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธอ
“หนูไหม หนูแก้วมา นั่งร้องไห้โฮอยู่ที่ศาลาแน่ะ”
ลุงหมายบอกกับธาริกาวิ่งลงจากรถทันทีที่ได้ยิน ไม่สนใจว่าจะต้องรีบไปส่งผัก เพราะน้องสาวของเธอสำคัญที่สุด
วาติยาโผเข้าหาร่างของพี่สาวทันที ใบหน้าน้องสาวมีแต่น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ธาริกาแฝดผู้พี่กอดร่างของน้องสาวไว้แน่นอย่างปกป้องและคุ้มครอง
“เป็นอะไรแก้ว แม่บังคับให้ทำอะไร” วาติยายิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเก่าเมื่อธาริกาพูดถึงมารดา
“พี่ไหม ฮือ แก้วทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว”
วาติยาพูดอยู่ที่อกของพี่สาว อกอุ่นที่คอยปกป้องและดูแลยามที่เธอท้อแม้สิ้นหวัง โดดเดี่ยวและอ้างว้าง อกอุ่นที่ไม่เคยทอดทิ้งเธอให้เผชิญกับเรื่องเลวร้ายตามลำพัง ธาริกาปล่อยให้น้องสาวฝาแฝดร้องไห้จนพอใจ เสียงร้องไห้เหือดหายเหลือเพียงแต่เสียงสะอื้น
“เล่าให้พี่ฟังได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น”
ธาริกาดันร่างของน้องสาวออกห่าง ลูบศีรษะของวาติยาเบาๆ อย่างปลอบโยน วาติยาพยักหน้าพร้อมกับเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเจ็ดเดือนก่อนจนถึงปัจจุบันให้ฟัง ดวงตาของธาริกาเบิกกว้างเมื่อรู้ว่ามารดาบังคับให้น้องสาวทำเรื่องน่าอับอาย ไม่แปลกที่ฝ่ายชายจะรังเกียจ แต่สิ่งที่เขาทำกับน้องสาวเธอมันเกินไป
“อีตาราเชนทร์นี่ก็เหลือเกิน ตัณหากลับ มัวเมาในโลกีย์ เป็นพี่หน่อยไม่ได้ พี่จะไม่วิ่งหนี หน้าด้านโชว์หนังสดให้ดู พี่ก็จะดูให้มันรู้ไปว่าใครจะทนไม่ได้” ธาริกาพูดอย่างแค้นเคือง
“พี่เชนทร์ เขาแกล้งทำ เพื่อให้แก้วออกจากบ้านของเขา ที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอกค่ะ” วาติยาแก้ตัวแทนราเชนทร์
“แล้วนี่จะทำยังไงต่อไป จะหนีหรือว่าจะกลับไปอยู่ในนรกตามเดิม” ธาริกาถามน้องสาว
“แก้วก็ไม่รู้ ถ้าแก้วไม่กลับไปแม่ก็ต้องลำบาก”
วาติยายังห่วงมารดาเหมือนเดิม ธาริกาส่ายหน้า เธอรู้จักนิสัยมารดาดี เห็นแก่เงิน รักความสบาย ไม่ดูดำดูดีลูกๆ
บิดาและมารดาของเธอแยกทางกันตั้งแต่เล็ก ธาริกาอยู่กับบิดา วาติยาอยู่กับมารดา แต่ไปมาหาสู่กันตลอด จนกระทั่งบิดาของเธอเสียชีวิต เธอจึงนำเงินที่ได้จากประกันชีวิตของบิดามาซื้อที่ดินเพิ่มเติม ผสมเล็กผสมน้อยจนที่ดินของเธอมีร่วมยี่สิบไร่ เธอปลูกผักสวนครัวทุกชนิดที่สามารถปลูกได้ แล้วนำไปขายที่ตลาดทั้งขายส่งและขายปลีก รายได้ต่อวันอาจไม่มากนัก แต่สามารถอยู่ได้หากประหยัดและอดออม มารดามาขอเงินเธอทุกเดือน ได้มากบ้างน้อยบ้าง แต่ระยะหลังนี้ไม่เลย ซึ่งเธอก็สงสัยอยู่ เพิ่งมารู้ความจริงจากน้องสาวว่าได้ลูกเขยเป็นมหาเศรษฐีนี่เอง
“ห่วงแต่แม่ ห่วงตัวเองบ้างสิ ระวังจะอกแตกตายสักวัน” ธาริกาต่อว่าน้องสาวไม่จริงจังนัก แต่นั่นทำให้วาติยาร้องไห้อย่างหนัก
“แก้วไม่อยากกลับไปที่นั่นพี่ไหม เขาใจร้ายกับแก้ว เขาด่าแก้ว ว่าแก้วทุกวัน พี่เชนทร์เขาไม่อยากให้แก้วอยู่ที่บ้านของเขา”
วาติยาระบายความอัดอั้นที่สุมอยู่ในอกให้พี่สาวฟัง ธาริกาคิดหาหนทางที่จะช่วยน้องให้รอดพ้นจากขุมนรกขุมนี้
“แก้วไม่ต้องกลับไปที่นั่นอีกแล้ว พี่จะไปอยู่ที่นั่นแทนแก้วเอง” ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจธาริกาให้พูดอย่างนั้นออกไป แต่สิ่งที่เธอทำไปทั้งหมดก็เพื่อน้องสาว ใครที่ดูถูกน้องสาวของเธอ พวกเขาจะได้รับรู้ถึงการตอกกลับที่สาสม
“พี่ไหมพูดอะไรแก้วไม่เข้าใจ”
“เราสองคนเป็นฝาแฝดกัน หน้าตาก็เหมือนกันแทบทุกอย่าง ถ้าแก้วไม่บอก พี่ไม่บอก ยิ่งแม่ไม่ต้องเป็นห่วง รายนั้นไม่มีทางบอกแน่นอนเพราะถ้าบอกก็อดได้เงิน พี่จะเข้าไปเป็นคุณผู้หญิงของบ้านอิศราภักดีแทนแก้วเอง ส่วนแก้วก็อยู่ที่นี่ อยู่จนกว่าพี่จะเอาทะเบียนหย่ามาให้แก้วพร้อมกับสินสมรสจำนวนมหาศาล”
ธาริกาพูดอย่างมาดมั่น เธอต้องทำให้ได้ หากได้เงินจำนวนนั้นมา มารดาจะได้เลิกเคี่ยวเข็ญน้องสาวให้จ้องแต่จับผู้ชายรวยๆ สักที เธอสงสารน้อง เพราะน้องสาวของเธอไม่เคยได้รับอิสระทางความคิดเลย ประการสำคัญธาริกาอยากแก้แค้นแทนน้องสาว ใครร้ายมาเธอจะร้ายกลับคืนเป็นสิบเท่า
“แต่แก้วต้องช่วยพี่ แก้าต้องเล่ารายละเอียดของคนบ้านนั้นให้พี่ฟังทุกคน โดยเฉพาะนายราเชนทร์ผู้ชายปากปีจอคนนั้น พี่ขอเวลาสองวันในการบันทึกข้อมูล” ธาริกาพูดกับวาติยาด้วยท่าทางที่มุ่งมั่
“พี่ไหมแน่ใจเหรอ ที่จะทำแบบนี้” วาติยาถามพี่สาวอีกครั้ง
“แน่ใจสิ คนอย่างพี่ถ้าคิดจะสู้ก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด ไม่ว่าผลมันจะออกมายังไงพี่ยอมรับได้เสมอ” ธาริกาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คอยดูนะพี่จะตอกกลับนายราเชนทร์ให้หน้าหงายเลย แก้วหนีมาแบบนี้นายราเชนทร์ก็ได้ใจน่ะสิ แถมมามือเปล่าด้วยยิ่งชอบใจใหญ่ จะเลิกกันทั้งทีก็ต้องได้อะไรมาบ้างแหละ”
วาติยาไม่อยากคิดภาพธาริกาต่อปากต่อคำหรือมีปากเสียงกับราเชนทร์ มันคงมันอย่าบอกใคร ต่างฝ่ายต่างแรงทั้งคู่
Chapter 5พูดจบก็เข้าไปรายงานเจ้านายในบ้าน ไม่นานเกินรอราเชนทร์ก้าวดุ่มๆ ออกมานอกบ้านพร้อมด้วยคุณหญิงรุ่งระวีราเชนทร์จ้องมองผู้หญิงที่ยืนยิ้มและก้าวเท้าเข้ามาหาตนตาไม่กระพริบ เขาแน่ใจว่าใช่วาติยา เมียไม่ปรารถนา แต่ที่ไม่แน่ใจคือการแต่งตัวของเธอที่เปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนชนิดที่ว่าหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ วาติยาที่ยืนอยู่ตรงหน้าราเชนทร์ตอนนี้ สวมเสื้อเกาะอกสีแดงสดกับกางเกงยีนขาสั้นชนิดที่ว่าสั้นมาก ผมยาวสลวยหยักศกเป็นธรรมชาติปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าถูกปกปิดด้วยแว่นตาสีน้ำตาลเข้ม“แหมพี่เชนทร์ขา เห็นเมียตัวเองใส่ชุดเซ็กซี่แค่เนี้ยมองตาไม่กะพริบเลยนะคะ”ธาริกาถอดแว่นตาออก พร้อมกับเดินเข้ามาหาราเชนทร์ที่ยืนใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาไม่นึกว่าวาติยาจะหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้ และไม่คิดว่าเธอจะกลับมาที่นี่อีก“กลับมาทำไม ฉันอุตส่าห์นิมนต์พระมาไล่เสนียดจัญไรออกไปจากบ้านฉันแล้วนะ นึกว่าความร้อนจากน้ำมนต์จะช่วยปัดเป่าสิ่งเลวทรามให้ออกไปจากชีวิตฉันถาวร ไม่น่าเชื่อน้ำมนต์ยังเอาชนะความหน้าด้านหน้าทนของเธอไม่ได้เลย”ราเชนทร์ต่อว่าอย่างเผ็ดร้อน ปากอย่างนี้นี่เองที่ทำให้น้องสาวของเธออยู่ที่นี่ไม
Chapter 4“จะว่าไปเรื่องนี้แก้วกับแม่ที่ผิด พี่เชนทร์เป็นแค่หมากตัวหนึ่ง ไม่แปลกที่เขาจะไม่พอใจ โกรธและเกลียดแก้ว” วาติยาแย้ง ข้อนี้ธาริการู้ดี แต่มันอดไม่ได้ ราเชนทร์ทำกับน้องสาวตนเกินไป มีหรือที่พี่สาวจะยอม“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พูดดีๆ ขอหย่าแบบเงียบๆ ก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย เอาเป็นว่าพี่ขอไปแก้แค้นแทนแก้วสักอาทิตย์นึงแล้วกัน จากนั้นพี่จะเจรจาขอหย่ากับนายราเชนทร์แบบสันติวิธี บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น” วาติยายิ้มได้ ความกังวลหายไปเกินครึ่ง“ดีค่ะพี่ไหม”“ไปส่งผักกับพี่ดีกว่า ที่ตลาดน่ะมีอะไรให้ทำตั้งเยอะแยะเลย แก้วจะได้ไม่เหงา ส่งผักเสร็จแล้วพี่จะพาแก้วไปกินของอร่อยๆ ขุนให้แก้วอ้วนขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อยจะได้มีน้ำมีนวล”ธาริกาจูงมือน้องสาวไปที่รถกระบะคันเก่งของตน วาติยารู้สึกสบายใจและมีความสุขเมื่ออยู่ใกล้พี่สาว ไม่ว่ายามทุกข์หรือยามสุขมือของพี่สาวคนนี้อบอุ่นเสมอราเชนทร์เดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขามีความสุขที่สุดในรอบเจ็ดเดือนที่ผ่านมา มีความสุขที่ไม่ต้องทนเห็นผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าภรรยาเดินอยู่ในเรือนกุหลาบของเขา บ้านที่เป็นมรดกตกทอดของคุณตาที่ยกให้เขา คุณหญิง
Chapter 3สวนผักเขียวขจีซึ่งมีผักนานาชนิดปลูกเต็มพื้นที่กว่ายี่สิบไร่ หญิงสาวร่างบางสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนพอดีตัวสีน้ำเงินเข้ม บนศีรษะสวมหมวกปีกกว้างกำบังแสงอาทิตย์อันร้อนแรง เธอใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผาก ก่อนจะก้มลงหยิบเข่งผักใส่ท้ายรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่ของเธอ“เสร็จหรือยังไอ้จ้อย เร็วๆ สิ เดี๋ยวไม่ทันส่งผักหรอก”ธาริกาเจ้าของสวนผักธารทิพย์บ่นกับลูกน้องวัยสิบเจ็ดปีที่ทำงานช้าไม่ได้ดั่งใจ“โธ่! พี่ไหม จ้อยทำจนมือจะเป็นลิงอยู่แล้ว” จ้อยบ่นกลับ“เร็วๆ เลยไม่ต้องพูดมาก เหลืออีกสี่ห้าเข่งเอง” ธาริกาบ่นจ้อยแต่ก็ช่วยกันยกเข่งผักขึ้นไปบนรถกระบะจนหมด ธาริกากำลังนั่งประจำที่คนขับ ลุงหมายคนดูแลสวนผักก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธอ“หนูไหม หนูแก้วมา นั่งร้องไห้โฮอยู่ที่ศาลาแน่ะ”ลุงหมายบอกกับธาริกาวิ่งลงจากรถทันทีที่ได้ยิน ไม่สนใจว่าจะต้องรีบไปส่งผัก เพราะน้องสาวของเธอสำคัญที่สุดวาติยาโผเข้าหาร่างของพี่สาวทันที ใบหน้าน้องสาวมีแต่น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ธาริกาแฝดผู้พี่กอดร่างของน้องสาวไว้แน่นอย่างปกป้องและคุ้มครอง“เป็นอะไรแก้ว แม่บังคับให้ทำอะไร” วาติยายิ่งร้องไห้หนักขึ้นก
Chapter 2ทางด้านราเชนทร์คิดหาทางกำจัดวาติยาให้ออกไปจากบ้าน แต่ไม่ว่าจะทำยังไงวาติยายังไม่มีท่าทีที่จะออกไปจากบ้านเลยสักนิด ก็ให้มันรู้ไปว่าระหว่างเขาและวาติยาใครจะชนะ และราเชนทร์ได้คิดแผนใหม่ขึ้นมาซึ่งคิดว่าน่าจะได้ผลราเชนทร์เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับสาวหมวหุ่นดี เขาโอบเอวสาวคนนั้นมานั่งบนโซฟา ก่อนเรียกสาวใช้ที่กำลังเดินไปยังห้องครัว“สร้อย” เจ้าของชื่อเดินมาหาเจ้านายเอาแต่ใจ มองหญิงสาวข้างร่างใหญ่แล้วนึกสงสารวาติยาขึ้นมาทันใด“คะคุณเชนทร์”“ไปตามแก้วมาหาฉันที่ห้องของเขา ตอนนี้เลยนะ”“ค่ะคุณเชนทร์” สร้อยพอเดาออกว่า อะไรจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะช่วยวาติยาได้อย่างไร เธอเป็นเพียงสาวใช้กินเงินเดือน ยุ่งเรื่องเจ้านายมากเกินไปไม่ส่งผลดีต่อตัวเองแน่นอนสร้อยเดินไปยังห้องครัว ที่ในห้องนั้นมีร่างสาวสวยนิสัยดีและน่าสงสารกำลังยืนทำอาหารอยู่หน้าเตา“คุณแก้วคะ คุณแก้ว คุณเชนทร์เรียกให้คุณแก้วไปหาที่ห้องค่ะ” สร้อยรีบพูดทันที วินาทีที่ได้ยินคำพูดสร้อย วาติยาเกิดความสงสัย เนื่องจากราเชนทร์ไม่เคยเรียกให้ตนไปหาที่ไหนทั้งนั้น หน้าเธอยังไม
Chapter 1“พี่เชนทร์กลับมาแล้ว” วาติยาพูดออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นสามีเดินเข้ามาในบ้าน หลังจากเดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ต่างจากบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี เขามีใบหน้าที่เรียบตึง ดวงตาที่มองมายังภรรยาบอกถึงความไม่เป็นมิตร ใบหน้าเย็นชาไร้รอยยิ้ม วาติยาชะงักเท้าที่จะเดินเข้าไปหา เมื่อได้ยินคำพูดที่เธอได้ยินจนขึ้นใจแล้ว “นึกว่ากลับมาบ้านคราวนี้ฉันจะไม่เห็นหัวเธอเดินอยู่ในบ้านของฉัน ที่ไหนได้ ยังลอยหน้าลอยตาทำเป็นคุณนายอยู่ที่นี่ หน้าด้าน ไม่มียางอาย เจ้าของบ้านไม่อยากให้อยู่ยังหน้าด้านหน้าหนา ไล่กี่ทีก็ไม่ยอมไปสักที” ราเชนทร์ อิศราภักดี มหาเศรษฐีติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เจ้าของกิจการหลายอย่าง แต่ที่ทำเงินให้มากที่สุดคงจะเป็นอาคารสำนักงานให้เช่า ที่อยู่ในตึกอาร์ซีเอส ตึกสูง 65 ชั้น ที่ทำรายได้ให้กับเขาตกเดือนละหลายร้อยล้านบาท เขามองหน้าวาติยาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยสายตาเกลียดชัง ดูแคลน สายตาที่มองมาทำให้วา







