Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2025-11-11 19:18:28

ฝนและพรเริ่มเข้ามาทำงานเป็นพี่เลี้ยงและแม่บ้านให้คะนึงนิจภายในสองวันหลังจากที่เธอตัดสินใจเลือก ทั้งหมดดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพราะภูวินทร์เป็นคนจัดการเรื่องเอกสารและการจ้างงานด้วยความรอบคอบและคล่องแคล่วตามแบบฉบับของเขา

ส่วนหนุ่ยและป้าสร้อยนั้น ทั้งสองขอเวลาเก็บข้าวของหนึ่งสัปดาห์ คะนึงนิจจึงมอบหมายให้ฝนกับพรช่วยกันทำความสะอาดห้องพักที่เตรียมไว้สำหรับทั้งสองคน ส่วนภูวินทร์ก็จัดการเรื่องรถไปรับตามวันที่นัดหมายไว้เรียบร้อย

              วันที่ป้าสร้อยกับหนุ่ยมาถึงบ้าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น คะนึงนิจรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนหัวใจที่เคยขาดหายไปกลับมาเต็มอีกครั้ง

ภาคินทร์ยิ้มกว้างเมื่อเห็นทั้งสองคน เด็กน้อยพยายามเดินเขย่งเท้าเข้าหาอย่างทะเล้นเหมือนตั้งใจจะอวดว่า “ตอนนี้ผมเดินได้แล้วนะ!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบห้องอย่างเอ็นดู เด็กน้อยหัวเราะคิกคัก ส่วนป้าสร้อยก็ย่อตัวลงอ้าแขนรับหลานไว้แน่นด้วยความรัก

คะนึงนิจยืนนิ่งมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่พองโต ความสุขเอ่อท่วมในอก จากความสูญเสียในชาติก่อน วันนี้เธอได้ป้าสร้อย และหนุ่ย น้องชายที่รัก กลับมาอยู่เคียงข้างอีกครั้ง

“ยินดีต้อนรับครับป้าสร้อย หนุ่ย” ภูวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและจริงใจ “ผมกับนิจดีใจมากที่ทั้งป้าและหนุ่ยย้ายมาอยู่ด้วยกัน อยากให้ถือว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของป้ากับหนุ่ย ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นของใช้หรือสิ่งของอะไร ก็บอกผมหรือนิจได้เลยนะครับ”

เขาหันไปมองภรรยาพร้อมยิ้มบางเบาก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แฝงความเกรงใจ

“เย็นนี้พี่มีนัดทานข้าวกับลูกค้าชาวรัสเซีย คงต้องขอตัวออกไปก่อน ส่วนงานเลี้ยงต้อนรับป้ากับหนุ่ย เราจัดกันเย็นพรุ่งนี้ดีไหมครับ นิจช่วยพี่จัดการหน่อย ถ้ามีอะไรที่ต้องการเพิ่มเติมหรือต้องจัดการด่วน โทรหาวิทยาได้เลย พี่สั่งเขาไว้แล้วว่าให้คอยดูแลทุกเรื่องให้เรียบร้อย”

ภูวินทร์พูดจบก็หันไปยิ้มให้ป้าสร้อยอีกครั้ง

“ฝากดูแลนิจกับเจ้าตัวเล็กด้วยนะครับป้า ผมสบายใจขึ้นมากเลยครับที่มีป้ามาอยู่ด้วย”

คะนึงนิจเชื้อเชิญ “แก้ว” รุ่นน้องร่วมคณะ ซึ่งยังเป็นน้องรหัสของเธอด้วยให้มาที่บ้านในวันที่เธอจัดงานเลี้ยงต้อนรับป้าสร้อยกับหนุ่ยพอดี เพราะจังหวะเหมาะกับที่แก้วเพิ่งโทรหาเธอเพื่อพูดคุยถามข่าวคราวกัน แก้วเป็นคนที่ทั้งป้าสร้อยและหนุ่ยรู้จักมานานหลายปีแล้ว

ในอดีตชาติ...คะนึงนิจจำได้ดีถึงน้ำใจของแก้วที่มักจะช่วยหางานอีเว้นท์มาให้เธอเสมอในช่วงเวลาที่ชีวิตกำลังตกต่ำ ความช่วยเหลือนั้นอาจดูเล็กน้อยในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเธอแล้ว...มันคือแสงไฟสำคัญที่ช่วยพาเธอกลับมายืนได้อีกครั้งหลังหย่าร้าง

ปัจจุบัน แก้วยังคงทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทเครื่องสำอางชั้นนำแห่งหนึ่ง เธอแต่งงานกับเก่ง เพื่อนชายที่คบหากันตั้งแต่ช่วงมหาวิทยาลัย แต่ยังไม่มีลูก แม้จะพยายามทำกิฟต์มาหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ

คะนึงนิจคอยให้กำลังใจแก้วอยู่เสมอ เพราะเธอรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มสดใสของหญิงสาวคนนั้น มีความอ่อนโยนและความเข้มแข็งซ่อนอยู่มากเพียงใด เธอชื่นชอบในนิสัยตรงไปตรงมาของแก้ว...ผู้หญิงที่ไม่มีพิษมีภัยกับใคร มีแต่น้ำใจและความเอื้ออารีที่อบอุ่นอย่างแท้จริง

“สวัสดีค่ะ ป้าสร้อย โชคดีจังที่แก้วได้มางานเลี้ยงต้อนรับด้วย ลาภปากเลยค่ะ!” เสียงใสร่าเริงของแก้วทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ

“สวัสดีค่ะ พี่ภู ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ” เธอหันไปทักภูวินทร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิด ๆ ตามนิสัยคนพูดเก่ง

ภูวินทร์หัวเราะเบา ๆ “สวัสดีครับ แก้ว พูดแบบนี้พี่เขินเลย”

ทุกคนหัวเราะกันครึกครื้น คะนึงนิจเองก็ยิ้มตามอย่างอารมณ์ดี

“น้องคิน สวัสดีน้าแก้วสิลูก”

หนุ่มน้อยยืนมองแก้วด้วยแววตาใสแจ๋ว ก่อนจะยิ้มเขิน ๆ แล้วซุกเข้าหาแม่

แก้วหัวเราะเสียงใส “สุดหล่อของน้าแก้ว! ขอน้าอุ้มหน่อยนะครับคนเก่ง”

เธออ้าแขนออกอย่างอ้อน ๆ เจ้าตัวเล็กทำท่าอิดออด ม้วนไปม้วนมาแอบเหล่ตามองอยู่หลายรอบเหมือนจะชั่งใจ จนสุดท้ายก็ยอมโผให้แก้วอุ้มแต่โดยดี

“อุ้ย ตัวแน่นน่าฟัดจังเลย!” แก้วหัวเราะด้วยความเอ็นดู เธอแต่งงานมาได้สามปีแล้วและหวังอยากมีลูกน้อยคล้องใจกับสามีมานานแล้ว แต่ก็พบกับความผิดหวังมาตลอด

“สวัสดีครับ พี่แก้ว” เสียงหนุ่ยดังขึ้นอย่างสุภาพและอบอุ่นทันทีที่เขาเดินมาถึงหน้าบ้าน

แก้วหันไปมอง ก่อนอุทานด้วยความตกใจปนเอ็นดู

“ต๊าย! นี่หนุ่ยเหรอเนี่ย ทำไมตัวสูงขนาดนี้ โอ๊ย...แบบนี้แก้วก็กลายเป็นคนเตี้ยที่สุดในกลุ่มพวกเราไปเลยสิคะเนี่ย!”

ทุกคนรอบตัวหัวเราะออกมาพร้อมกัน เสียงหัวเราะของผู้ใหญ่และเด็กน้อยอย่างภาคินทร์ที่เห็นผู้ใหญ่หัวเราะก็หัวเราะตามไปด้วย ผสมปนกันจนกลายเป็นบรรยากาศแสนอบอุ่นที่อบอวลไปทั่วบ้าน

หลังจากรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จ สมาชิกทุกคนพากันมานั่งพักผ่อนที่ห้องนั่งเล่น เสียงหัวเราะคุยคละเคล้ากับเสียงของเล่นที่กระทบพื้นเบา ๆ

ฝน พี่เลี้ยงเด็กคนใหม่ กำลังช่วยดูแลภาคินทร์ที่นั่งเล่นตัวต่ออยู่บนพรมอย่างเพลิดเพลิน ส่วนผู้ใหญ่ทั้งห้า คะนึงนิจ ภูวินทร์ ป้าสร้อย แก้วและหนุ่ย ต่างนั่งล้อมวงพูดคุยกันต่ออย่างผ่อนคลาย ระลึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ที่ทำให้บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอบอุ่น

ระหว่างนั้น แก้วเอ่ยขึ้นอย่างนึกขึ้นได้

“อ้อ พี่นิจคะ เมื่อวานนี้แก้วเพิ่งเจอจันทร์มาค่ะ เห็นน้องกำลังวิ่งวุ่นหางานอยู่”

เธอพูดพลางเปิดกระเป๋าหยิบซองเอกสารส่งให้ “จันทร์ฝากเรซูเม่มาให้แก้วหลายชุดเลยค่ะ แก้วเลยเอามาเผื่อพี่นิจหนึ่งชุด เผื่อพี่จะช่วยหางานให้น้องได้อีกทางหนึ่ง”

คะนึงนิจชะงักไปเล็กน้อย เพียงแค่ได้ยินชื่อ “จันทร์” หัวใจของเธอก็สะดุดขึ้นมาทันที เธอพยายามนิ่งเฉยปล่อยวางหลังจากรับสายจันทร์รวีเมื่อวันก่อน ด้วยไม่อยากชักนำผู้หญิงคนนี้เข้ามาใกล้เธอกับครอบครัวอีก

แก้วยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงเห็นใจ

“จันทร์น่าสงสารมากเลยค่ะ เห็นว่ายัยเถ้าแก่เนี้ยที่บริษัทเก่าเที่ยวใส่ร้ายเธอไปทั่ว หลายบริษัทที่รู้จักกันเลยไม่กล้ารับจันทร์เข้าทำงาน ตอนนี้ก็เลยลำบากหน่อย แก้วก็กำลังถามเพื่อน ๆ คนรู้จักให้เหมือนกัน เผื่อจะมีตำแหน่งไหนที่พอให้จันทร์ลองสมัครได้บ้าง” เสียงของแก้วยังคงอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความเมตตา

คะนึงนิจจำใจรับซองจากมือของแก้วมา เพราะแก้วไม่อาจล่วงรู้ได้ถึงเรื่องราวในอดีตชาติ...เรื่องราวที่จันทร์รวีเคยทำกับเธอไว้

เธอเปิดซองเอกสารออกดูช้า ๆ รูปถ่ายหญิงสาวในชุดสูทเรียบอยู่ตรงหน้า แววตาในภาพนั้นทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันที หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นน้อย ๆ ก่อนจะสูดลมหายใจลึก เหมือนกำลังรวบรวมสติ แล้วส่งเอกสารนั้นต่อให้          ภูวินทร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

“พี่ภูคะ...ที่บริษัทพอจะมีตำแหน่งงานให้จันทร์ลองสมัครไหมคะ” เสียงของเธอนุ่มเรียบแต่แฝงความพยายามควบคุมอารมณ์

“จันทร์เป็นหลานรหัสของนิจ แล้วก็เป็นน้องรหัสของแก้วอีกต่อหนึ่งค่ะ เคยทำงานเป็นเลขานุการผู้บริหารมาก่อน ตอนนี้ตกงาน เห็นว่า...พยายามหางานมาพักหนึ่งแล้ว”

ภูวินทร์รับเอกสารจากมือเธออย่างสุภาพ และวางไว้บนโต๊ะข้างตัวโดยไม่ใส่ใจมากนัก

“ไว้พี่จะลองถามวุฒิดูนะครับ ตอนนี้ในส่วนงานที่พี่รับผิดชอบอยู่ ตำแหน่งเต็มหมดแล้ว”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “แต่เมื่อวานได้ยินว่า วุฒิกำลังหาเลขาฯ ส่วนตัวอยู่พอดี คนเดิมกำลังจะลาออก ไว้พี่จะส่งเอกสารต่อให้วุฒินะครับ ถ้าเขาสนใจก็คงติดต่อกลับหารุ่นน้องคนนี้ของนิจเอง”

คะนึงนิจพยักหน้าช้า ๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ มือเธอยังสัมผัสความสั่นเบา ๆ ของกระดาษที่เพิ่งส่งต่อให้เขา ความรู้สึกในใจเจือปนไปด้วยความหงุดหงิด เธออยากขว้างเอกสารชุดนั้นทิ้งออกไปไกล ๆ นอกบ้านแต่ก็ข่มอารมณ์ไว้

ภูวินทร์ลุกขึ้นพร้อมส่งยิ้มอ่อนโยน “เดี๋ยวพี่ไปสั่งให้ป้าพรชงชาอู่หลงที่พี่เพิ่งได้มาจากลูกค้าให้ชิมกันนะครับ เห็นว่าเป็นเกรดพรีเมี่ยม หาซื้อยากมาก แล้วก็มีผลไม้ที่พี่ให้ปอกไว้ พวกเรามาทานกันไปคุยกันไปต่อดีกว่า”

เขาพูดพลางเดินไปทางห้องครัว ทิ้งให้คะนึงนิจนั่งมองซองเอกสารที่เพิ่งถูกวางไว้ตรงโต๊ะ หัวใจของเธอสั่นระริกเบา ๆ ...

จันทร์รวี (ข้อความไลน์):

“พี่นิจคะ จันทร์ได้งานที่บริษัทของสามีพี่แล้วค่ะ จันทร์โทรหาพี่หลายรอบแล้ว จะขอบคุณเรื่องงานแต่เหมือนพี่นิจจะไม่ว่างรับสาย จันทร์เลยส่งไลน์มาขอบคุณแทนค่ะ ❤️”

คะนึงนิจมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างขึ้นด้วยข้อความนั้น ดวงตาเธอไล่อ่านตัวอักษรอย่างนิ่งเฉย ก่อนริมฝีปากจะคลี่ยิ้มบาง ๆ...รอยยิ้มที่ไร้แววอารมณ์ใด ๆ นอกจากความเหนื่อยหน่ายและความระแวดระวัง เธอวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะช้า ๆ

“พยายามเข้ามาจนได้สินะ”

น้ำเสียงในใจของเธอเยือกเย็นแต่แน่วแน่

“แต่ครั้งนี้ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันจะไม่ง่ายเหมือนครั้งก่อนแน่...จันทร์รวี”

เธอเงยหน้าขึ้น มองภาพลูกชายตัวน้อยที่กำลังนั่งเล่นของเล่นข้างตัวอย่างมีความสุข รอยยิ้มที่อ่อนโยนแตะแต้มบนริมฝีปาก

“น้องคิน...จะต้องได้รับความสุขและความมั่นคงจากพ่อของเขาอย่างครบถ้วน”

หลังจากรายงานตัวกับฝ่ายบุคคลเรียบร้อยแล้ว จันทร์รวีก็ขออนุญาตเข้าพบภูวินทร์ เพื่อแนะนำตัวและกล่าวขอบคุณด้วยตนเองก่อนจะเข้าร่วมการปฐมนิเทศพนักงานใหม่

“สวัสดีค่ะ ดิฉัน จันทร์รวี รุ่นน้องของคุณคะนึงนิจ ภรรยาของคุณภูวินทร์ค่ะ วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มงาน ก็เลยอยากมาสวัสดีและขอบคุณคุณภูวินทร์ด้วยตัวเองค่ะ”

เธอกล่าวกับเลขาฯ หน้าห้องของภูวินทร์ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พยายามยิ้มอย่างสุภาพ แต่แววตากลับแฝงด้วยประกายความมั่นใจลึก ๆ

จังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานใหญ่เปิดออก ภูวินทร์ก้าวออกมาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ข้างกายมีวิทยา เลขานุการส่วนตัว เดินตามมาติด ๆ

เลขานุการหน้าห้องรีบเอ่ยรายงานทันที “คุณจันทร์รวีขออนุญาตเข้าพบค่ะ พอดีท่านติดประชุมกับฝ่าย R&D ดิฉันได้แจ้งไปแล้วว่าให้รอการนัดหมายภายหลัง แต่คุณจันทร์รวียืนยันว่าจะรอพบให้ได้ เพื่อจะขอบคุณท่านด้วยตัวเอง”

น้ำเสียงของเลขาฯ สาวฟังดูสุภาพแต่แฝงความหวั่นใจ เพราะเธอจำได้ดีว่าเจ้านายเพิ่งกำชับไว้เมื่อเช้าว่า ไม่รับการเข้าพบจากบุคคลภายนอกโดยไม่ได้นัดหมาย

ภูวินทร์หยุดยืนอยู่ตรงหน้า เขาเหลือบมองหญิงสาวตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที แววตานิ่งสงบ เยือกเย็นจนยากจะคาดเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“อืม...ไม่เป็นไร” เขาพยักหน้าตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะสบตาจันทร์รวี

“ผมรับทราบแล้ว”

จากนั้น ก็หันหลังกลับอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองจันทร์รวีแม้แต่น้อย

เสียงส้นรองเท้าหนังของภูวินทร์กระทบพื้นห้องเป็นจังหวะสม่ำเสมอ จนประตูห้องทำงานค่อย ๆ ปิดลง

เหลือเพียงจันทร์รวีที่ยืนค้างอยู่ตรงนั้น ใบหน้ายังประดับด้วยรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นค่อย ๆ แผ่วลงทีละน้อยจนแทบไม่เหลือเค้าความมั่นใจเดิม มือเรียวกำแน่นแนบลำตัว ดวงตาฉายแววขุ่นมัวและอัดอั้น

เธอสูดลมหายใจลึก พยายามกลืนความขุ่นเคืองที่ตีขึ้นมาในอก...ความรู้สึกอยากจะกรีดร้องให้สุดเสียงถูกบีบเก็บไว้ภายในอย่างเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้ดังหวัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โอกาสรักคืนใจ   บทส่งท้าย

    แก้วเดินกลับเข้ามาในวงสนทนาหลังจากเข้าห้องน้ำ เสียงหัวเราะและบรรยากาศอบอุ่นยังคงคละคลุ้งอยู่รอบโต๊ะ หนุ่ยนั่งอยู่ข้างที่นั่งของเธอ หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะนั่งลงตามเดิมอย่างสงบเสงี่ยม“คุยอะไรกันอยู่คะ?” แก้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นทุกคนดูอารมณ์ดี“ภูกับนิจจะมีลูกสาวน่ะสิ พวกเราเลยดีใจกันใหญ่เลย” แม่ของแก้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ว้าว ดีจังเลยค่ะ น้องคินจะมีน้องสาวแล้ว!” แก้วหันไปทางเด็กน้อยที่นั่งบนตักของภูวินทร์ เด็กชายกำลังจดจ่ออยู่กับรถของเล่นคันเล็กในมือ“คินจะมีน้องสาว...รักน้อง!”เสียงใส ๆ ของภาคินทร์ทำให้ทุกคนหัวเราะเบา ๆ เด็กน้อยยื่นมือไปลูบท้องของแม่อย่างทะนุถนอมคะนึงนิจลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดู ความอบอุ่นเอ่อท้นอยู่ในหัวใจของเธอ เธอดีใจเหลือเกิน ที่ในชาตินี้ ลูกสาวของเธอกลับมาหาอีกครั้ง ลูกสาวที่เธอเคยคิดถึงและโหยหามาตลอดเวลาในชาติก่อนภาพความทรงจำเมื่อวานแวบเข้ามาในความคิด วันที่เธอไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล“ยินดีด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่...ลูกในท้องเป็นผู้หญิงค่ะ”เสียงของคุณหมอคนเดิมที่เคยดูแลเธอตอนตั้งครรภ์ภาคินทร์เอ่ยด้ว

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 35

    หญิงสาวในชุดคลุมท้องสีขาว จูงมือเด็กชายวัยสามขวบเดินเล่นอย่างช้า ๆ บนสนามหญ้าหน้าบ้าน อากาศยามเช้าเริ่มเย็นลง เป็นสัญญาณของฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนคะนึงนิจเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงแดดยามสายเริ่มทอแรงขึ้นตามกาลเวลา“น้องคินคะ เราขึ้นบ้านกันเถอะ เดี๋ยววันนี้เราจะไปดูโรงเรียนของลูกกันนะคะ”เสียงของหญิงสาวอ่อนโยนและชัดเจน เอ่ยช้า ๆ อย่างใจเย็นกับลูกชายตัวน้อย ที่ตอนนี้เริ่มเข้าใจประโยคซับซ้อนยาว ๆ ของผู้ใหญ่ได้มากขึ้นแล้ว“คินจะไปโรงเรียน”เสียงเล็ก ๆ ของภาคินทร์เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาใสแจ๋วเต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะก้าวเท้าเล็ก ๆ เดินตามมือแม่ขึ้นไปยังตัวบ้านอย่างว่าง่าย“พี่กำลังจะลงไปตามพอดีเลย”เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นจากบันได ภูวินทร์ในชุดลำลองสีน้ำเงินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกอย่างอ่อนโยน“นิจต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมอีกไหม เดี๋ยวพี่เล่นกับลูกต่อให้”“มีเอกสารโรงเรียนกับสมุดสุขภาพของโรงพยาบาลที่นิจวางไว้ในห้องนอนค่ะ แล้วก็...ขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดนิดนึง อยากใส่กางเกง จะได้เดินสะดวกขึ้นค่ะ”ภูวินทร์พยักหน้าเบา ๆ “เดี๋ยวพี่พานิจขึ้นไปเองดีกว่

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 34

    ในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แสงไฟนวลซีดส่องสลัวอยู่เหนือเตียงคนไข้หลายเตียง เสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงฝีเท้าเจ้าหน้าที่ดังแผ่วเบาเป็นระยะบนเตียงมุมห้อง หญิงสาวร่างผอมซีดผู้มีใบหน้าเสียโฉมครึ่งหนึ่งนอนกระสับกระส่ายอยู่ใต้ผ้าห่มสีเทาเก่า เธอพลิกตัวไปมา ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาแดงเรื่อเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง“ภูวินทร์...เขาเป็นของฉัน...” เธอพึมพำเสียงพร่า “…นังนิจ แกแย่งผัวฉันไป...”จันทร์รวีเหม่อมองเพดานเหมือนหลงอยู่ในภวังค์ เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นคือความจริงหรือความฝัน ตั้งแต่วันที่เธอขับรถพุ่งชน ภูวินทร์ ภาพฝันเดิมก็หลอกหลอนเธอทุกคืน ฝันว่าเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านใหญ่หรูหรา มีภูวินทร์อยู่เคียงข้าง และมีลูกชายตัวน้อยเรียกเธอว่า “แม่”ความฝันนั้นงดงามจนเธอเริ่มเชื่อว่ามันคือความจริง เธอต่างหากที่เป็นภรรยาของภูวินทร์ เป็นเจ้าของชีวิตและครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ของคะนึงนิจ“เขาเป็นของฉัน เขาต้องเป็นของฉันคนเดียว” จันทร์รวีเริ่มตะโกนซ้ำ ๆ ก่อนเสียงกรีดร้องจะดังลั่นทั่วห้อง ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ตื่นตกใจร้องเรียกพยาบาลกันระงมเจ้าหน้าที่รีบกรูเข้ามาควบคุมตัวเธอ จันทร์รวีย

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 33

    คะนึงนิจเช็ดมือและแขนของชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างแผ่วเบา เขายังไม่ฟื้นเลย...แม้เวลาจะผ่านไปถึงสามวันแล้ว นับจากที่ถูกย้ายออกมาจากห้องไอซียูหลังจากอุบัติเหตุในเย็นวันนั้น รถพยาบาลนำตัวภูวินทร์ส่งถึงโรงพยาบาลในเวลาไม่นาน แพทย์ฉุกเฉินรีบพาเขาเข้าห้องผ่าตัดทันที ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกซี่โครงหักหนึ่งซี่ ขาขวาหัก และที่ร้ายแรงที่สุดคืออาการเลือดคั่งในสมองการผ่าตัดใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าคุณหมอจะออกมาแจ้งผล คะนึงนิจนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดแทบไม่ได้ไปไหนเลย เมื่อการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย ภูวินทร์ถูกย้ายเข้าห้องไอซียู เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องนานถึงหนึ่งสัปดาห์จากนั้น เขาจึงถูกย้ายมาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยทั่วไป ทว่า...เขากลับยังไม่รู้สึกตัวเลยจนถึงตอนนี้คะนึงนิจเฝ้าอยู่ข้างเตียงแทบตลอดเวลา ไม่ยอมกลับบ้านเลยแม้แต่วันเดียว หนุ่ยกับป้าสร้อยจะผลัดกันมาเยี่ยมในช่วงเช้า โดยจะพาภาคินทร์มาด้วย เด็กน้อยเรียกร้องหาพ่อกับแม่ทุกวันทุกครั้งที่ลูกชายเข้ามาในห้อง เขาจะนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียง จับมือพ่อไว้แน่นด้วยแววตาเศร้าสร้อยเกินวัย แล้วเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า“พ่อ..

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 32

    คะนึงนิจเปิดประตูห้องทำงานของภูวินทร์เบา ๆ แสงในห้องสลัวจนแทบมองไม่เห็น เธอมองเห็นร่างของชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ภาพความอ่อนล้าในแววตาเขาแวบขึ้นมาในใจของเธอแม้เขาจะยิ้มแย้มทักทายลูกน้อยที่ยืนรออยู่หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่คะนึงนิจรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นมีบางอย่างซ่อนอยู่ ตลอดมื้อเย็น เขาแทบไม่ได้พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่แฝงความเหม่อลอยและเงียบงันที่ดูผิดปกติ“ทำไมไม่เปิดไฟห้องล่ะคะ?” เธอเอ่ยขึ้น พลางก้าวเข้าไปเปิดสวิตช์จนห้องสว่างจ้าแสงไฟทำให้ภูวินทร์หยีตาเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภรรยา แววตานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความเหนื่อยล้าอย่างคนที่กำลังแบกรับบางสิ่งไว้เงียบ ๆเมื่อคะนึงนิจเดินเข้าใกล้ เขาโผเข้ากอดเอวเธอแน่น ซบหน้าลงกับลำตัวของเธออย่างหมดเรี่ยวแรงหญิงสาวยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ สัมผัสเช่นนี้ เธอไม่ได้รับมานานจนแทบจำไม่ได้“ขอพี่กอดนิจ...สักครู่เถอะ” เสียงของภูวินทร์แผ่วเบา แฝงแววเว้าวอน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนซบหน้ากลับลงอีกครั้งแน่นขึ้นกว่าเดิมคะนึงนิจยืนนิ่ง มองเส้นผมหยักศกของเขาที่เหมือนกับผมของลูกชายเธอซบอยู่ที่ตัวเธอ เธอทำตัวไม่ถูก แต่เ

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 31

    เช้านี้อากาศสดใส แดดอ่อน ๆ ยามสายทอดลงบนสนามหญ้าหน้าบ้านชายหนุ่มเดินจูงมือลูกน้อยออกมาเดินเล่นในสวนหลังมื้อเช้าอย่างสบายใจ วันนี้เขาไม่มีธุระเร่งด่วนที่บริษัท เดิมทีตั้งใจจะพักทั้งวันอยู่กับลูกให้เต็มที่แต่ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์จาก ภารดี น้องสาวแท้ ๆ ก็ดังขึ้น เธอแจ้งว่ามีเรื่องด่วนและขอให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นในช่วงบ่าย เขาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนหลังวางสาย ภูวินทร์สั่งให้วิทยาเตรียมเอกสารและจัดการประชุมไว้ในช่วงบ่าย เขาจึงมีเวลาเล่นกับลูกช่วงเช้า ก่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นภูวินทร์จับมือลูกชายตัวน้อยที่สวมเสื้อยืดลายการ์ตูนตัวโปรดกับกางเกงขาสั้นสีแดง ใบหน้าเล็กสดใสอาบแสงแดดยามเช้า ดูน่ารักน่าเอ็นดู เด็กน้อยเงยหน้ามองพ่อ คอยฟังทุกถ้อยคำที่เขาพูด ก่อนจะเลียนเสียงหรือส่งยิ้มตอบกลับอย่างไร้เดียงสา ราวกับเข้าใจทุกอย่างทั้งคู่เดินช้า ๆ รอบแปลงดอกไม้ พลางช่วยกันตัดดอกกุหลาบที่กำลังบานสะพรั่ง เขาสอนลูกให้ระวังหนาม ค่อย ๆ เด็ดออกทีละอันจนเหลือแต่ช่อดอกที่สวยสะอาด“น้องคินเอาดอกไม้ไปให้คุณแม่ซิครับ” ภูวินทร์พูดพลางยื่นกุหลาบสีแดงให้ลูกน้อย เด็กชายพยักหน

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 25

    ภาพเพดานสีขาวสะอาดตาสะท้อนอยู่ในแววตาของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นจากห้วงมืดแห่งวิกฤตชีวิต เธอกะพริบตาช้า ๆ มองเห็นใบหน้าของพ่อและแม่ รวมทั้งคะนึงนิจกับหนุ่ยที่ยืนอยู่ปลายเตียง ดวงตาทุกคู่เต็มไปด้วยความห่วงใยน้ำตาของแก้วไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว“เกือบจะไม่ได้พบกันแล้ว...” เธอพึมพำเสียงแผ่วราวกระซิบ“แก้ว.

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 24

    คืนนี้ท้องฟ้ามืดมิด ไร้ซึ่งดวงจันทร์ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบเหงาที่ปกคลุมทั่วทั้งบ้าน หญิงสาวร่างบางในชุดนอนสีเหลืองนวลนอนนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมายแก้วหลับตาช้า ๆ ยกมือขึ้นวางเหนือศีรษะ หยดน้ำตาเอ่อคลอจนค้างอยู่ตรงหางตา ความปวดร้าวในใจยังคงกัดกินไม่หยุด เธอเฝ้าคิดว

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 23

    คะนึงนิจโถมตัวลงนอนบนเตียงอย่างอ่อนแรง เธอยังรู้สึกเหมือนอยู่ในฝันลางเลือนที่ได้พบกับผู้หญิงคนนั้น...คนที่ชื่อ ดาวในชาติที่แล้ว“ทำไมหนุ่ยถึงเจอกับผู้หญิงคนนี้...ในเวลานี้ได้นะ”เธอพึมพำเบา ๆ ด้วยเสียงสั่น ราวกับหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ความคิดสับสนวนเวียนอยู่ในใจ คะนึงนิจรู้สึกเหมือนโชคชะตาเล่นตลก ช

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 22

    เสียงเคาะประตูสองครั้งทำให้ชายหนุ่มที่กำลังจมอยู่ในภวังค์สะดุ้งกลับคืนสู่ปัจจุบันคะนึงนิจเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความเย็นชา“เราคงต้องคุยกันหน่อย”ภูวินทร์ลุกจากเตียง ขยับตัวนั่งตรง แสดงท่าทีพร้อมจะฟังทุกอย่างที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status