مشاركة

บทที่ 5

last update تاريخ النشر: 2025-11-11 19:17:37

              จันทร์รวีเหวี่ยงตุ๊กตาตัวโปรดลงกับพื้นอย่างแรง เสียงกระแทกดัง “ปัก!” ก้องอยู่ในห้องเช่าแคบ ๆ แววตาของเธอฉายชัดทั้งความหงุดหงิดและความเจ็บใจ

“เกือบแล้วเชียว...เกือบจะจับเจ้าเสี่ยอ้วนได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว!” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงแผ่วแต่แฝงความเกรี้ยวกราด

“เสียดายที่เมียมันรู้เรื่องเร็วกว่าที่คิด...ถ้าช้าอีกสักสองสามวัน ไอ้เสี่ยอ้วนนั่นเสร็จกูแน่”

หญิงสาวเดินวนไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย ใจไม่เป็นสุข

แผนที่วางไว้เป็นเดือนพังไม่เป็นท่า เพราะมีใครบางคนในบริษัทปากไว แอบไปฟ้องยัยเถ้าแก่เนี้ยนั่นเสียก่อน

“ซวยจริง ๆ เชียว!” จันทร์รวีสบถออกมาพร้อมกับคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูเงาสะท้อนในหน้าจออย่างหัวเสีย แก้มข้างหนึ่งบวมปูดขึ้นจนเห็นได้ชัด เธอยกมือแตะเบา ๆ แล้วร้อง “โอ๊ย!” ด้วยความเจ็บ

“โดนนังหมูตอนนั่นตบซะหน้าบวมเลย ดั้งกูเพิ่งทำมาใหม่ยังไม่ทันเข้าที่ดีเลย!” เธอบ่นพึมพำกระปอดกระแปดพลางหมุนตัวไปมาหน้ากระจก

“ไม่รู้จะกระเทือนโดนข้างในรึเปล่า เดี๋ยวต้องโทรหาหมอให้ดูหน่อยซะแล้ว...แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!” เธอกดเบอร์คลินิกเสริมความงามเจ้าประจำทันที

น้ำเสียงที่เคยอ่อนหวานถูกแทนที่ด้วยความร้อนรน

“สวัสดีค่ะ...จะขอนัดหมออาร์ตด่วนหน่อยค่ะ ดั้งโดนกระแทกแรง...เอ่อ หมายถึงพอดีมีอุบัติเหตุนิดหน่อยค่ะ”

เมื่อปลายสายตอบกลับว่า หมอจะว่างพรุ่งนี้ช่วงบ่าย จันทร์รวีก็ถอนหายใจแรง ๆ

“ให้มันได้อย่างนี้สิ...นอกจากจะโดนตบหน้าเยินแล้ว ยังต้องมานั่งรักษาหน้าอีก!”

เธอพึมพำเสียงหงุดหงิด ก่อนเดินไปหยิบแผ่นเจลเย็นจากตู้เย็นมาวางบนแก้มอย่างทะนุถนอม

ไม่ใช่เพราะกลัวเจ็บ...แต่กลัว “ความสวยจะเสียทรง” มากกว่า

ระหว่างที่จันทร์รวีกำลังประคบหน้า มืออีกข้างก็เลื่อนดูข่าวในโทรศัพท์ไปอย่างไร้จุดหมาย ทั้งข่าวบันเทิง ข่าวสังคม และข่าวธุรกิจ เธอเลื่อนผ่านไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสายตาหยุดนิ่งอยู่ที่ภาพของชายคนหนึ่ง ภาพในบทความที่เธออ่านซ้ำมาแล้วหลายรอบตลอดหลายวันที่ผ่านมา ด้วยความสนใจที่ไม่อาจอธิบายได้

“ภูวินทร์ ชนะวุฒิเดช”

นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของบริษัทสตาร์ทอัพด้านไอที ที่เพิ่งติดอันดับ 1 ใน 10 บริษัทมาแรงประจำปี

“ผัวพี่นิจหล่อขึ้นนะ แถมยังดูมาดดีอีก...น่าสนใจจริง ๆ” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ แววตาเป็นประกายวับด้วยความสนใจ จันทร์รวีเคยพบภูวินทร์มาก่อนแล้วครั้งหนึ่ง ในวันแต่งงานของเขากับคะนึงนิจ

“แถมยังเป็นเจ้าของบริษัทที่กำลังไปได้สวยอีกต่างหาก” รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนมุมปาก ก่อนกลายเป็นรอยยิ้มเจือเลศนัย

“สาธุ...ขอให้พี่นิจช่วยพูดให้ได้งานในบริษัทผัวเธอด้วยเถอะ คราวนี้กูจะทำให้หลงจนโงหัวไม่ขึ้นเลยคอยดู ขอให้มีโอกาสสักครั้งเถอะ” เธอพูดพลางหัวเราะหึในลำคอ

“หล่อ ๆ แบบนี้ หายากจะตาย สมัยนี้ เจอแต่พวกรวยแต่เขือ หล่อแต่กินไม่ได้ ส่วนพวกรวยจริงก็อ้วนพุงยุ้ย มีเมียมีลูกเป็นโขยง” เธอสบถพลางถอนหายใจ

“ไอ้เสี่ยเม้งที่เคยเลี้ยงกูก็ดันไปติดกลิ่นใหม่อีก...ทีนี้จะเอาเงินที่ไหนไปอัปหน้า อัปนม กระเป๋า L ก็เพิ่งออกคอลเล็กชั่นใหม่อีกต่างหาก เฮ้อ...”

เธอวางโทรศัพท์ลง มองเงาตัวเองในกระจก...แววตาที่มุ่งมั่นและเย็นชาในคราวเดียวกันฉายชัดออกมา

“ถ้าชีวิตมันจะพลิก...คราวนี้ต้องให้มันพลิกกลับมาเข้าข้างกูบ้างแล้วล่ะ”

...

วันนี้ภูวินทร์กลับถึงบ้านตั้งแต่บ่ายสอง ทำเอาคะนึงนิจเผลอทำตัวไม่ถูกไปชั่วครู่ เพราะปกติแล้วเขามักจะกลับถึงบ้านตอนเย็น หรือไม่ก็ค่ำไปเลย ด้วยภาระงานที่บริษัท

ภูวินทร์เอื้อมมือรับลูกชายจากอ้อมแขนของคะนึงนิจเพื่อช่วยอุ้ม เจ้าหมูน้อยช่วงนี้น้ำหนักเพิ่มเอา ๆ เนื้ออวบแน่น แก้มกลมน่าฟัด เขาก้มลงระดมหอมทั่วพวงแก้มจนเจ้าตัวเล็กหัวเราะคิกคักเสียงใส

“นิจครับ พี่คัดประวัติพี่เลี้ยงกับแม่บ้านมาให้นิจลองดูไว้หกคน นิจช่วยเลือกดูหน่อย แต่ละคนมีประวัติดี ไม่มีคดีติดตัว พี่ให้วิทยาตรวจสอบอย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว เอกสารอยู่บนโต๊ะนั่นครับ”

ภูวินทร์พูดพร้อมส่งยิ้มอ่อนโยน เขาอุ้มลูกชายไว้แน่น ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

“เดี๋ยวพี่ดูเจ้าหมูน้อยนี่เอง นิจไปดูเอกสารเถอะ ถ้าเลือกได้แล้ว พี่จะรีบทำสัญญาจ้าง จะได้ให้เขามาช่วยนิจเร็ว ๆ หน่อย เจ้าตัวเล็กนี่หนักขึ้นทุกวัน ขนาดอุ้มแป๊บเดียว พี่ยังเริ่มเมื่อยแขนเลย”

เขาพูดพลางแอบจิ้มแก้มกลมของลูกชายอย่างมันเขี้ยว

เจ้าหมูน้อยหัวเราะคิกคัก ยิ้มแป้นจนตาหยี เหมือนจะรู้ว่า “เจ้าหมูน้อย” ที่พ่อพูดถึงก็คือตัวเองนั่นแหละ

คะนึงนิจนั่งดูแฟ้มประวัติของผู้สมัครที่ภูวินทร์คัดมาให้ด้วยสีหน้าครุ่นคิด

เธอใช้เวลาอ่านอย่างละเอียด ไล่ดูทีละแผ่น ทีละบรรทัด จนในที่สุดก็สามารถคัดออกมาได้สองคนที่ดูเหมาะสมที่สุด

คนแรกชื่อ “ฝน” เด็กสาวต่างจังหวัด จบเพียงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพราะทางบ้านขัดสน พ่อแม่ทำอาชีพรับจ้างไม่มีเงินส่งเรียนต่อ ฝนตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ มาหางานทำ เคยเป็นผู้ช่วยเลี้ยงเด็กในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง มีใบรับรองงานจากทางโรงเรียนซึ่งระบุชัดถึงความขยันและรับผิดชอบ นอกจากนี้ เมื่อภูวินทร์ให้เลขาฯ ตรวจสอบประวัติย้อนหลัง ก็ไม่พบช่วงเวลาว่างงานหรือพฤติกรรมที่น่าสงสัยเลย

อีกคนชื่อ “พร” อายุ 50 ปี หญิงใจดีใบหน้าสุภาพ เคยทำงานเป็นแม่ครัวในร้านอาหารหลายแห่ง หลังสามีเสียชีวิตและลูก ๆ ต่างแยกย้ายไปทำงาน เธอตัดสินใจสมัครเป็นแม่บ้านเพื่อแบ่งเบาภาระของลูก และอยากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

คะนึงนิจยกแก้วน้ำขึ้นจิบเบา ๆ พลางทอดสายตามองเอกสารทั้งสองชุดอยู่ครู่หนึ่งก่อนบอกกล่าวแก่ภูวินทร์ถึงการตัดสินใจของตนเอง

ภูวินทร์เลือกที่จะให้อิสระแก่ภรรยาอย่างเต็มที่ในการตัดสินใจ เพราะลูกจ้างทั้งสองคนนี้จะต้องอยู่กับเธอตลอดทั้งวันในช่วงที่เขาไม่อยู่บ้าน และคนที่เขาคัดมาทั้งหมดก็ผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดจากเขาอีกชั้นหนึ่งแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าไว้ใจได้แน่นอน

เขาหวังว่า การมีคนมาช่วยดูแลทั้งบ้านและลูก จะทำให้คะนึงนิจได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยกับลูกน้อยที่ยิ่งโตก็ยิ่งซน อยากรู้อยากเห็นไม่รู้จบ และไม่ต้องวุ่นวายกับการดูแลบ้านที่หนักหน่วงทุกวัน

แม้ที่ผ่านมาเขาจะเคยจ้างแม่บ้านชั่วคราวมาช่วยอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนกับการมีแม่บ้านประจำที่อยู่กับบ้านและเข้าใจจังหวะชีวิตของครอบครัวจริง ๆ

เขาเพียงหวังว่า อย่างน้อยที่สุด คะนึงนิจจะได้หายเหนื่อย และมีรอยยิ้มกลับมาสดใสเหมือนเดิม

...

คะนึงนิจรีบกดรับสายทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นได้เพียงกริ๊งแรก โชคดีที่เป็นช่วงเวลาที่ภาคินทร์เพิ่งหลับกลางวันพอดี ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นเรื่องยาวเลยทีเดียว

เพียงแค่ได้ยินเสียงของหนุ่ย น้องชายเพียงคนเดียวของเธอ...หัวใจของคะนึงนิจก็อุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด เธอรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปยังช่วงชีวิตที่ยังมีน้องชายอยู่ข้าง ๆ ช่วงเวลาที่เสียงหัวเราะของเขาเคยทำให้บ้านทั้งหลังมีชีวิตชีวา

มันผ่านมานานเหลือเกิน...

ในชาติที่แล้ว เขาจากไปตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบห้าปี ทิ้งความทรงจำความเศร้าเสียใจถาโถมในใจเธอ และวันนี้ การได้ยินเสียงของเขาอีกครั้งในโลกใหม่นี้...ก็เหมือนโชคชะตากำลังมอบของขวัญชิ้นล้ำค่าให้เธออีกครั้ง

“พี่นิจคร้าบบบบบ~ กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่า”

เสียงของหนุ่ยดังสดใสปลายสาย

“ไม่ยุ่งเลยจ้ะ น้องคินเพิ่งหลับไปพอดี มีเวลาคุยกันยาว ๆ เลย” คะนึงนิจตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะถามต่อรัว ๆ อย่างคนคิดถึง

“หนุ่ยล่ะ เป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้เรียนหนักมากไหม ได้กินข้าวครบทุกมื้อหรือเปล่า แล้วอากาศช่วงนี้ฝนตกบ่อย อย่าลืมพกร่มนะ ถ้าเห็นฝนตั้งเค้าอย่าเดินตากฝนเด็ดขาดนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”

หนุ่ยหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เสียงหัวเราะสดใสจนคะนึงนิจพลอยยิ้มตาม

“โหย พี่นิจครับ ถามรัวเป็นเพลงแร็ปอย่างนี้ ผมตอบแทบไม่ทันเลย” หนุ่ยหัวเราะเสียงสดใส “ผมเพิ่งสอบไฟนอลเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับ ช่วงนี้ปิดเทอม จะมีเวลาว่าง ๆ สักเดือนหนึ่ง กะว่าจะเล่นกับน้องคินให้หนำใจหลังย้ายเข้าไปอยู่ด้วย”

คะนึงนิจหัวเราะตามเบา ๆ เสียงของเธออบอุ่นจนปลายสายรู้สึกได้ แต่ในความอบอุ่นนั้นกลับแฝงไว้ด้วยร่องรอยของความคิดถึงที่ลึกเกินคำพูด

เธอลืมไปชั่วขณะ ว่านี่คือเสียงของน้องชายที่...ในอีกชาติหนึ่ง เธอไม่มีโอกาสได้ยินอีกแล้ว

หัวใจของเธอแผ่วสั่นเล็กน้อยเมื่อความทรงจำผุดขึ้นมา ความเสียใจที่ฝังอยู่ในใจเสมอ คือการจากไปของหนุ่ยที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนเธอไม่ทันตั้งตัว

เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะพบหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย

หากวันนั้นเธอรู้ล่วงหน้า...เธอคงทำทุกอย่างเพื่อยื้อชีวิตน้องชายไว้

เสียงของหนุ่ยในปลายสายยังคงฟังดูร่าเริงเหมือนเดิม

แต่สำหรับคะนึงนิจ...ทุกถ้อยคำ ทุกเสียงหัวเราะ กลับกลายเป็นสิ่งมีค่าที่เธออยากจดจำไว้ให้ยาวนานที่สุด

“พี่ภูบอกแล้วใช่ไหมครับว่าป้าสร้อยกับผมจะย้ายไปอยู่ด้วย” เสียงของหนุ่ยฟังดูสดใสแต่แฝงความตื่นเต้นอยู่ในที

“ผมคุยกับป้าตั้งนานแน่ะ กว่าจะกล่อมให้ป้าเห็นด้วย หมดน้ำลายไปเป็นปี๊บ ๆ เลย”

คะนึงนิจหัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินน้ำเสียงกึ่งบ่นกึ่งอารมณ์ดีของน้องชาย

“ผมลืมบอกพี่ภูไปครับว่า ป้าสร้อยมีข้อแม้นิดหน่อยว่า...ถ้าน้องคินเข้าเรียนประถมแล้ว อาจจะขอกลับไปอยู่บ้านสวนเหมือนเดิมอีกทีหนึ่ง” เขาพูดเสียงเรียบขึ้นในตอนท้าย ก่อนเสริมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“แต่ป้าบอกว่า เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันอีกทีตอนถึงเวลา”

คะนึงนิจรับฟังเรื่องที่หนุ่ยเล่าด้วยความสบายใจ

เมื่อคืนหลังจากทราบข่าวจากภูวินทร์ หญิงสาวก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย เพราะภูวินทร์เป็นฝ่ายโทรไปขอให้ป้าสร้อยกับน้องชายย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้าน

ในชาติก่อน...เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย

ภูวินทร์มัวแต่วุ่นอยู่กับงานสารพัด ส่วนเธอก็ทุ่มเทอยู่กับการดูแลลูกและพยายามทำหน้าที่ภรรยาและแม่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

และชาติที่แล้วนั้น เต็มไปด้วยเรื่องราวอันขมขื่น

เธอสูญเสียน้องชายไป หลังจากหย่าขาดกับภูวินทร์ได้เพียงสามปี หนุ่ยถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม และคดีไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ เพราะเขากลายเป็นผู้กระทำผิดในข้อหาเป็นชู้และบุกรุกบ้านคนอื่น

ไม่กี่ปีต่อมา ป้าสร้อยก็ล้มป่วยลงด้วยโรคร้าย กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นมะเร็ง ก็เข้าสู่ระยะสุดท้ายที่ไม่อาจรักษาได้อีกแล้ว

เธอติดค้างน้ำใจของคนทั้งสองนี้มากเหลือเกิน

หนุ่ยคือกำลังสำคัญที่คอยช่วยเหลือเรื่องเงินทองในวันที่เธอเริ่มต้นต่อสู้กลับมาทำงานอีกครั้ง

ส่วนป้าสร้อย...ก็เป็นเหมือนร่มเงาที่คอยเลี้ยงดูน้องคิน อย่างใกล้ชิด ทำให้เธอมีแรงใจและเวลาพอจะยืนหยัดต่อสู้ในเส้นทางอาชีพได้อย่างเต็มที่

เมื่อสูญเสียคนทั้งสองในเวลาไล่เลี่ยกัน...ชีวิตของเธอแทบจะพังทลายลงอีกครั้ง หากไม่นับรวมการหย่าร้างกับภูวินทร์แล้ว เหตุการณ์นี้คือบาดแผลที่หนักหนาที่สุดในชีวิตของเธอ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • โอกาสรักคืนใจ   บทส่งท้าย

    แก้วเดินกลับเข้ามาในวงสนทนาหลังจากเข้าห้องน้ำ เสียงหัวเราะและบรรยากาศอบอุ่นยังคงคละคลุ้งอยู่รอบโต๊ะ หนุ่ยนั่งอยู่ข้างที่นั่งของเธอ หญิงสาวแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะนั่งลงตามเดิมอย่างสงบเสงี่ยม“คุยอะไรกันอยู่คะ?” แก้วเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นทุกคนดูอารมณ์ดี“ภูกับนิจจะมีลูกสาวน่ะสิ พวกเราเลยดีใจกันใหญ่เลย” แม่ของแก้วพูดขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ว้าว ดีจังเลยค่ะ น้องคินจะมีน้องสาวแล้ว!” แก้วหันไปทางเด็กน้อยที่นั่งบนตักของภูวินทร์ เด็กชายกำลังจดจ่ออยู่กับรถของเล่นคันเล็กในมือ“คินจะมีน้องสาว...รักน้อง!”เสียงใส ๆ ของภาคินทร์ทำให้ทุกคนหัวเราะเบา ๆ เด็กน้อยยื่นมือไปลูบท้องของแม่อย่างทะนุถนอมคะนึงนิจลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดู ความอบอุ่นเอ่อท้นอยู่ในหัวใจของเธอ เธอดีใจเหลือเกิน ที่ในชาตินี้ ลูกสาวของเธอกลับมาหาอีกครั้ง ลูกสาวที่เธอเคยคิดถึงและโหยหามาตลอดเวลาในชาติก่อนภาพความทรงจำเมื่อวานแวบเข้ามาในความคิด วันที่เธอไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล“ยินดีด้วยนะคะ คุณพ่อคุณแม่...ลูกในท้องเป็นผู้หญิงค่ะ”เสียงของคุณหมอคนเดิมที่เคยดูแลเธอตอนตั้งครรภ์ภาคินทร์เอ่ยด้ว

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 35

    หญิงสาวในชุดคลุมท้องสีขาว จูงมือเด็กชายวัยสามขวบเดินเล่นอย่างช้า ๆ บนสนามหญ้าหน้าบ้าน อากาศยามเช้าเริ่มเย็นลง เป็นสัญญาณของฤดูหนาวที่กำลังจะมาเยือนคะนึงนิจเงยหน้ามองท้องฟ้า แสงแดดยามสายเริ่มทอแรงขึ้นตามกาลเวลา“น้องคินคะ เราขึ้นบ้านกันเถอะ เดี๋ยววันนี้เราจะไปดูโรงเรียนของลูกกันนะคะ”เสียงของหญิงสาวอ่อนโยนและชัดเจน เอ่ยช้า ๆ อย่างใจเย็นกับลูกชายตัวน้อย ที่ตอนนี้เริ่มเข้าใจประโยคซับซ้อนยาว ๆ ของผู้ใหญ่ได้มากขึ้นแล้ว“คินจะไปโรงเรียน”เสียงเล็ก ๆ ของภาคินทร์เอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาใสแจ๋วเต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะก้าวเท้าเล็ก ๆ เดินตามมือแม่ขึ้นไปยังตัวบ้านอย่างว่าง่าย“พี่กำลังจะลงไปตามพอดีเลย”เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นจากบันได ภูวินทร์ในชุดลำลองสีน้ำเงินเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มลงอุ้มลูกชายขึ้นมาแนบอกอย่างอ่อนโยน“นิจต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมอีกไหม เดี๋ยวพี่เล่นกับลูกต่อให้”“มีเอกสารโรงเรียนกับสมุดสุขภาพของโรงพยาบาลที่นิจวางไว้ในห้องนอนค่ะ แล้วก็...ขอขึ้นไปเปลี่ยนชุดนิดนึง อยากใส่กางเกง จะได้เดินสะดวกขึ้นค่ะ”ภูวินทร์พยักหน้าเบา ๆ “เดี๋ยวพี่พานิจขึ้นไปเองดีกว่

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 34

    ในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แสงไฟนวลซีดส่องสลัวอยู่เหนือเตียงคนไข้หลายเตียง เสียงเครื่องช่วยหายใจและเสียงฝีเท้าเจ้าหน้าที่ดังแผ่วเบาเป็นระยะบนเตียงมุมห้อง หญิงสาวร่างผอมซีดผู้มีใบหน้าเสียโฉมครึ่งหนึ่งนอนกระสับกระส่ายอยู่ใต้ผ้าห่มสีเทาเก่า เธอพลิกตัวไปมา ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาแดงเรื่อเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง“ภูวินทร์...เขาเป็นของฉัน...” เธอพึมพำเสียงพร่า “…นังนิจ แกแย่งผัวฉันไป...”จันทร์รวีเหม่อมองเพดานเหมือนหลงอยู่ในภวังค์ เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นคือความจริงหรือความฝัน ตั้งแต่วันที่เธอขับรถพุ่งชน ภูวินทร์ ภาพฝันเดิมก็หลอกหลอนเธอทุกคืน ฝันว่าเธอได้ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านใหญ่หรูหรา มีภูวินทร์อยู่เคียงข้าง และมีลูกชายตัวน้อยเรียกเธอว่า “แม่”ความฝันนั้นงดงามจนเธอเริ่มเชื่อว่ามันคือความจริง เธอต่างหากที่เป็นภรรยาของภูวินทร์ เป็นเจ้าของชีวิตและครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ของคะนึงนิจ“เขาเป็นของฉัน เขาต้องเป็นของฉันคนเดียว” จันทร์รวีเริ่มตะโกนซ้ำ ๆ ก่อนเสียงกรีดร้องจะดังลั่นทั่วห้อง ผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ตื่นตกใจร้องเรียกพยาบาลกันระงมเจ้าหน้าที่รีบกรูเข้ามาควบคุมตัวเธอ จันทร์รวีย

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 33

    คะนึงนิจเช็ดมือและแขนของชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างแผ่วเบา เขายังไม่ฟื้นเลย...แม้เวลาจะผ่านไปถึงสามวันแล้ว นับจากที่ถูกย้ายออกมาจากห้องไอซียูหลังจากอุบัติเหตุในเย็นวันนั้น รถพยาบาลนำตัวภูวินทร์ส่งถึงโรงพยาบาลในเวลาไม่นาน แพทย์ฉุกเฉินรีบพาเขาเข้าห้องผ่าตัดทันที ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกซี่โครงหักหนึ่งซี่ ขาขวาหัก และที่ร้ายแรงที่สุดคืออาการเลือดคั่งในสมองการผ่าตัดใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าคุณหมอจะออกมาแจ้งผล คะนึงนิจนั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัดแทบไม่ได้ไปไหนเลย เมื่อการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย ภูวินทร์ถูกย้ายเข้าห้องไอซียู เพื่อเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องนานถึงหนึ่งสัปดาห์จากนั้น เขาจึงถูกย้ายมาพักฟื้นในห้องผู้ป่วยทั่วไป ทว่า...เขากลับยังไม่รู้สึกตัวเลยจนถึงตอนนี้คะนึงนิจเฝ้าอยู่ข้างเตียงแทบตลอดเวลา ไม่ยอมกลับบ้านเลยแม้แต่วันเดียว หนุ่ยกับป้าสร้อยจะผลัดกันมาเยี่ยมในช่วงเช้า โดยจะพาภาคินทร์มาด้วย เด็กน้อยเรียกร้องหาพ่อกับแม่ทุกวันทุกครั้งที่ลูกชายเข้ามาในห้อง เขาจะนั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียง จับมือพ่อไว้แน่นด้วยแววตาเศร้าสร้อยเกินวัย แล้วเอ่ยเสียงเบา ๆ ว่า“พ่อ..

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 32

    คะนึงนิจเปิดประตูห้องทำงานของภูวินทร์เบา ๆ แสงในห้องสลัวจนแทบมองไม่เห็น เธอมองเห็นร่างของชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ภาพความอ่อนล้าในแววตาเขาแวบขึ้นมาในใจของเธอแม้เขาจะยิ้มแย้มทักทายลูกน้อยที่ยืนรออยู่หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่คะนึงนิจรู้ดีว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นมีบางอย่างซ่อนอยู่ ตลอดมื้อเย็น เขาแทบไม่ได้พูดอะไร มีเพียงรอยยิ้มบาง ๆ ที่แฝงความเหม่อลอยและเงียบงันที่ดูผิดปกติ“ทำไมไม่เปิดไฟห้องล่ะคะ?” เธอเอ่ยขึ้น พลางก้าวเข้าไปเปิดสวิตช์จนห้องสว่างจ้าแสงไฟทำให้ภูวินทร์หยีตาเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภรรยา แววตานั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความเหนื่อยล้าอย่างคนที่กำลังแบกรับบางสิ่งไว้เงียบ ๆเมื่อคะนึงนิจเดินเข้าใกล้ เขาโผเข้ากอดเอวเธอแน่น ซบหน้าลงกับลำตัวของเธออย่างหมดเรี่ยวแรงหญิงสาวยืนนิ่ง ตัวแข็งทื่อ สัมผัสเช่นนี้ เธอไม่ได้รับมานานจนแทบจำไม่ได้“ขอพี่กอดนิจ...สักครู่เถอะ” เสียงของภูวินทร์แผ่วเบา แฝงแววเว้าวอน เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนซบหน้ากลับลงอีกครั้งแน่นขึ้นกว่าเดิมคะนึงนิจยืนนิ่ง มองเส้นผมหยักศกของเขาที่เหมือนกับผมของลูกชายเธอซบอยู่ที่ตัวเธอ เธอทำตัวไม่ถูก แต่เ

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 31

    เช้านี้อากาศสดใส แดดอ่อน ๆ ยามสายทอดลงบนสนามหญ้าหน้าบ้านชายหนุ่มเดินจูงมือลูกน้อยออกมาเดินเล่นในสวนหลังมื้อเช้าอย่างสบายใจ วันนี้เขาไม่มีธุระเร่งด่วนที่บริษัท เดิมทีตั้งใจจะพักทั้งวันอยู่กับลูกให้เต็มที่แต่ไม่นานนัก เสียงโทรศัพท์จาก ภารดี น้องสาวแท้ ๆ ก็ดังขึ้น เธอแจ้งว่ามีเรื่องด่วนและขอให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นในช่วงบ่าย เขาจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแผนหลังวางสาย ภูวินทร์สั่งให้วิทยาเตรียมเอกสารและจัดการประชุมไว้ในช่วงบ่าย เขาจึงมีเวลาเล่นกับลูกช่วงเช้า ก่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เขาคาดไว้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นภูวินทร์จับมือลูกชายตัวน้อยที่สวมเสื้อยืดลายการ์ตูนตัวโปรดกับกางเกงขาสั้นสีแดง ใบหน้าเล็กสดใสอาบแสงแดดยามเช้า ดูน่ารักน่าเอ็นดู เด็กน้อยเงยหน้ามองพ่อ คอยฟังทุกถ้อยคำที่เขาพูด ก่อนจะเลียนเสียงหรือส่งยิ้มตอบกลับอย่างไร้เดียงสา ราวกับเข้าใจทุกอย่างทั้งคู่เดินช้า ๆ รอบแปลงดอกไม้ พลางช่วยกันตัดดอกกุหลาบที่กำลังบานสะพรั่ง เขาสอนลูกให้ระวังหนาม ค่อย ๆ เด็ดออกทีละอันจนเหลือแต่ช่อดอกที่สวยสะอาด“น้องคินเอาดอกไม้ไปให้คุณแม่ซิครับ” ภูวินทร์พูดพลางยื่นกุหลาบสีแดงให้ลูกน้อย เด็กชายพยักหน

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 28

    ขณะที่คะนึงนิจขับรถมาถึงหน้าบ้าน เธอเห็นรถยนต์สีบรอนซ์เงินคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่หน้าประตูรั้ว หนุ่ยก้าวลงจากรถคันนั้น แล้วโค้งตัวกล่าวลาให้หญิงสาวผมยาวที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ จากนั้นรถคันนั้นก็เคลื่อนออกไปช้า ๆ“หนุ่ย” คะนึงนิจลดกระจกรถลงเรียกน้องชายทันที“พี่นิจ กลับมาแล้วเหรอครับ เดี

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 27

    เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นเป็นจังหวะ โดยมีช่างภาพคอยบอกให้ชายหนุ่ม หญิงสาว และเด็กน้อยเปลี่ยนอิริยาบถไปเรื่อย ๆ เพื่อเก็บภาพจากหลายมุมมอง ก่อนจะขอถ่ายเดี่ยวเด็กน้อยที่กลายเป็นขวัญใจทั้งของทีมช่างภาพและคนที่ยืนดูอยู่โดยรอบคะนึงนิจในชุดเดรสสีไวน์แดงช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น ใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างป

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 26

    หลังจากการไกล่เกลี่ยผ่านทนายของทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อมานานเกือบเดือน ในที่สุด ทุกอย่างก็ได้ข้อยุติที่แก้วพึงพอใจ แม้เก่งและครอบครัวของเขาจะไม่พอใจก็ตามตามข้อตกลง แก้วได้รับสินสมรสแบ่งครึ่งกับเก่ง ส่วนคอนโดที่เก่งต้องการถือครองต่อ แก้วใช้ราคาตลาดเป็นเกณฑ์และให้เขาจ่ายส่วนแบ่ง

  • โอกาสรักคืนใจ   บทที่ 25

    ภาพเพดานสีขาวสะอาดตาสะท้อนอยู่ในแววตาของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นจากห้วงมืดแห่งวิกฤตชีวิต เธอกะพริบตาช้า ๆ มองเห็นใบหน้าของพ่อและแม่ รวมทั้งคะนึงนิจกับหนุ่ยที่ยืนอยู่ปลายเตียง ดวงตาทุกคู่เต็มไปด้วยความห่วงใยน้ำตาของแก้วไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว“เกือบจะไม่ได้พบกันแล้ว...” เธอพึมพำเสียงแผ่วราวกระซิบ“แก้ว.

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status