Home / โรแมนติก / โอบรักด้วยหัวใจ / ตอนที่ 19 เป็นห่วง

Share

ตอนที่ 19 เป็นห่วง

last update publish date: 2026-05-06 11:00:55

ชายหนุ่มมาที่บ้านของตัวเองตั้งแต่เช้าเพื่อเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้สิงหนาทเพราะวันนี้เขาจะไม่เข้ามาอีกแล้ว จากนั้นก็จัดของในรถที่กระจัดกระจายให้เข้าที่เพียงไม่นานหญิงสาวตัวเล็กก็เดินเข้ามา วันนี้เธอสวมกางเกงพละและเสื้อสีฟ้าคอปก ที่มีตราประจำโรงเรียนอยู่ที่กระเป๋าบนอกเสื้อด้านซ้าย ผมที่สั้นตอนนี้เริ่มยาวขึ้น ดูต่างจากวันแรกไปมากแต่ยังไงก็ยังคงน่ารักสำหรับเขา

ชายหนุ่มเดินไปรับถุงผ้าในมือแล้วเปิดประตูวางไว้ที่เบาะหลัง ก่อนจะเปิดประตูฝั่งตรงข้ามคนขับให้เธอ

กัลยณัฏฐ์เอามือเกาะประตูรถแล้วมองหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“ขึ้นรถก่อน เดี๋ยวไปสายนะ ถ้าอยากรู้อะไรค่อยถามระหว่างทางก็ได้” เขาบอกแล้วรีบวิ่งอ้อมไปยังฝั่งคนขับแล้วขับรถออกไปอย่างช้า พร้อมกันหันมามองคนข้างๆ

“รถใครคะ” เธอถามเมื่อรถออกจากซอยเล็กๆ เข้าสู่ถนนหลัก

“รถผมเอง”

“ไม่ตลกนะคะ วันก่อนไม่ใช่คันนี้” เธอจ้องหน้าเขาอย่างต้องการคำตอบ

“นั่นรถพี่สิงห์ พอดีวันนั้นรถผมไม่อยู่ก็เลยยืมรถพี่สิงห์ไปใช้ก่อนต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกตั้งแต่แรก โกรธหรือเปล่า” เขามองใบหน้าหวาน ที่สีหน้าไม่แสดงอาการอะไรออกมา

“ไม่โกรธหรอกค่ะ แค่แปลกใจเพราะนึกว่าคันนั้นเป็นรถน้าวิชญ์ ปอก็ต้องขอโทษที่ว่าน้าวิชญ์ไม่ล้างรถ” เธอพูดเสียงเบาๆ ทำให้เขานึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก แทนที่เธอจะโกรธเขากลายเป็นว่าเธอกลัวเขาจะโกรธเสียอีก นี่ถ้าเป็นมุกไหมคงโวยวายไปแล้ว พักหลังมานี่ชายหนุ่มนึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่ชอบเอาเธอไปเปรียบเทียบกับมุกไหมอยู่เรื่อย

ปุณณวิชญ์มองเธอด้วยสายตาที่ชื่นชมในความเป็นคนมีเหตุผลของเธอ หญิงสาวไม่มีท่าทีกระเง้ากระงอดเหมือนเด็กๆ อย่างที่เขากลัว ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าเขานั้นโชคดีเป็นอย่างมากที่มีโอกาสได้รู้จักกับผู้หญิงคนนี้ ภายนอกเธอดูเหมือนเด็กแต่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ใจเย็นและมีเหตุผลกว่าที่เขาคิดไว้มาก หลังจากที่เขาปิดกันหัวใจตัวเองมานานถึงสองปี ชายหนุ่มคิดว่าวันนี้เขาพร้อมแล้วที่จะรับหญิงสาวตรงหน้าเข้ามาอย่างเต็มหัวใจ

“ทานอะไรมาหรือยังครับ” เขาพยายามชวนคุยด้วยท่าทางปกติ ทั้งๆ ที่ในใจของตัวเองนั้นคิดอะไรไปไกลอยู่มาก

“ยังเลยค่ะ ว่าจะไปทานที่โรงอาหารของโรงเรียน” ตามปกติแล้วเธอมักจะทานอาหารเช้าที่โรงเรียนเพราะไม่อยากเสียเวลาทำอาหารตอนเช้า ครั้นจะไปทานที่โฮมสเตย์กับบิดามารดาก็ไม่อยากให้มารดาต้องตื่นมาทำอาหารแต่เช้า

“ผมขอไปทานด้วยได้ไหม ผมก็ยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน” ปุณณิวิชญ์แกล้งถามไปอย่างนั้น เขาไม่กล้าไปนั่งทานอาหารในโรงเรียนที่มีแต่เด็กๆ เต็มไปหมด

“ถ้าน้าวิชญ์ไม่กลัวเป็นเป้าสายตาก็ได้ค่ะ” ก็ดูตัวเขาสิสูงเกินมาตรฐานชายไทย ไหนจะใบหน้าที่หล่อเหลา คิ้วเข้มถ้าไปนั่งในโรงอาหารคงจะเป็นจุดสนใจไม่น้อยทีเดียว

“คุณพูดอย่างนี้ผมก็อายเป็นนะครับ” เขาหัวเราะเบาๆ แล้วถามต่อ “แล้วมีร้านไหนที่เปิดแต่เช้าบ้างล่ะ”

 “น้าวิชญ์อยากทานอะไรล่ะคะ” 

“ไม่รู้สิ ปกติไม่ค่อยทานตอนเช้า รวบทีเดี่ยวมื้อเที่ยงเลย”

“จริงๆ ปอจะบอกว่าอาหารเช้าสำคัญที่สุด แต่บางทีเร่งรีบปอเองก็ทานแค่กาแฟเหมือนกันค่ะ”

“ก็จริงครับ” เขาเห็นด้วยกับหญิงสาว

“งั้นไปร้านกาแฟใกล้ๆ โรงเรียนก็ได้ค่ะ ร้านนี้มีทั้งกาแฟ ข้าวต้มโจ๊ก ไข่กระทะ ขนมปังปิ้ง ปอเคยมาทานอยู่หลายครั้งเหมือนกันค่ะ” แล้วเธอก็บอกทางไปร้านกาแฟ

พอทั้งสองคนไปถึงที่ร้านก็มีคนนั่งทานอยู่แล้วหลายโต๊ะ ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และยังมีครูบางคนที่มองเขากับหญิงสาวด้วยสีหน้าสงสัย กัลยณัฏฐ์ยิ้มให้ครูที่นั่งอยู่ถัดไปอีกสองโต๊ะ จากนั้นพ่อค้าวัยกลางคนแต่งตัวสะอาดสะอ้านก็เดินมารับออเดอร์

“คุณแนะนำหน่อยสิ ที่นี่อะไรอร่อย” ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเบาๆ 

“ที่นี่อร่อยทุกอย่างค่ะ” กัลยณัฏฐ์กระซิบตอบ

“ผมเอาเหมือนคุณเลยละกันนะครับ ขี้เกียจคิดน่ะ” เขาตอบแล้วหันไปยิ้มโปรยเสน่ห์ให้กับครูสาวอีกสองท่านที่เดินเข้ามาทีหลัง

เมื่อหญิงสาวสั่งกาแฟและไข่กระทะสำหรับตัวเองและชายหนุ่มแล้วก็มีความรู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องอยู่ พอหันไปมองยังโต๊ะที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่เธอก็ยิ้มทักทาย

“ครูโบว์ ครูแมว สวัสดีค่ะ หญิงสาวหันไปกล่าวทักทายเพื่อนร่วมงาน ที่ไม่สนใจเธอเท่าไหร่ เพราะสายตาของคนทั้งคู่นั่นจ้องไปที่บุรุษหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่ด้านขวามือของเธอมากกว่า

ปุณณวิชญ์ยิ้มทักทาย อย่างคนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

“กาแฟกับไข่กระทะสุดอร่อยมาแล้วครับ” พ่อค้ายกกาแฟที่ยังมีควันลอยขึ้นมาจากแก้วส่งกลิ่นยั่วน้ำลายวางตรงหน้าหนึ่งหนุ่มกับหนึ่งสาวแล้วหันไปรับออเดอร์โต๊ะข้างๆ 

“หน้าผมมีอะไรติดไหม” เขายื่นหน้ามาใกล้ๆ จนเธอได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟจางๆ มาปะทะจมูก

“ไม่มีค่ะ” พูดพลางคนกาแฟพลาง ตอนนี้ใจเธอเต้นเร็วและแรงแทบจะทะลุออกมาแล้ว

“แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นจ้องหน้าผมจัง” เขากระซิบ

“คนที่ใส่เสื้อสีแดงใช่ไหมคะ” เธอเห็นครูผู้ชายท่านหนึ่งใส่เสื้อประจำสีแดง

“ใช่ๆ คนนั้นแหละ”

“ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นครูสอนพละนะคะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน เพราะไม่เคยคุยด้วยค่ะ” ที่โรงเรียนมีครูหลายแผนก แค่ลำพังแผนกภาษาต่างประเทศเองก็เกือบสิบคนแล้ว เธอจึงไม่ค่อยรู้จักครูจากแผนกอื่นมากเท่าไหร่นัก

“ครับ” เขานั่งทานไปเรื่อยๆ โดยหันไปมองชายคนนั้นเป็นระยะ ผู้ชายคนนั้นเลิกจ้องหน้าเขาแล้วแต่กลับมองมาทางหญิงสาวบ่อยๆ แต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่สนใจที่จะมองไปทางนั้นเขาก็เบาใจ แต่ก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมตัวเองต้องหงุดหงิดที่มีคนมามองกัลยณัฏฐ์

“มื้อนี้ปอเลี้ยงนะคะ” เสียงของหญิงสาวทำให้เขาเลิกสนใจผู้ชายคนนั้น

“ไม่ได้หรอกครับผมเป็นผู้ชาย ให้ผมจ่ายดีกว่า” เขารีบหยิบกระเป๋าสตางค์สีดำออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์แล้วยื่นให้พ่อค้า

“134 บาทครับ” พ่อค้าบอกหันมาบอกเขาที่ยื่นธนบัตรฉบับละหนึ่งพันบาทส่งให้

“นี่ค่ะ ไม่ต้องทอนนะคะ” หญิงสาวส่งธนบัตรสีแดงและสีฟ้าให้พ่อค้าอย่างละฉบับ พ่อค้ารีบหันไปรับแล้วกล่าวขอบคุณ

ปุณณวิชญ์เดินตามหญิงสาวออกมาจากร้านกาแฟ เขาแกล้งเงียบเพื่อดูปฏิกิริยาของคนที่ขึ้นมานั่งข้างๆ

“น้าวิชญ์โกรธอะไรปอเหรอคะ”

“เปล่านี่ครับ” 

“ไม่โกรธ แต่ทำไมตั้งแต่ออกจากร้านมาเงียบผิดปกติล่ะคะ เรื่องที่ปอแย่งจ่ายเงินใช่ไหมคะ” กัลยณัฏฐ์ไม่อยากให้เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ทำให้อารมณ์ของใครต้องขุ่นมัว หญิงสาวเลือกที่จะถามออกไปตรงๆ

 “ก็ผมบอกว่าจะจ่ายเอง แต่คุณก็แย่งผมจ่าย” เขาเถียงอย่างไม่จริงจังนัก

“ก็ปอมีพอเงินดี พ่อค้าไม่ต้องเสียเวลาหาเงินทอน วันนี้ปอจ่ายน้าวิชญ์ค่อยจ่ายวันอื่นก็ได้นี่คะหรือว่าจะมาทานด้วยกันแค่วันเดียว” คำพูดของเธอทำให้เขายิ้มกว้างเพราะนั่นหมายถึงว่าจะมีการมาทานอาหารด้วยกันในครั้งต่อไปอีกอย่างแน่นอน

“จริงนะ งั้นเพื่อเป็นการทำโทษคุณต้องให้ผมเลี้ยงตลอดไป”

“มีใครที่ไหนเค้าทำโทษกับแบบนี้ จอดข้างหน้าเลยค่ะว่างพอดี” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นที่ว่างริมถนนก่อนถึงประตูโรงเรียนไม่ไกลมาก

ปุณณวิชญ์หักพวงมาลัยเข้าจอดตามที่เธอบอก

“วันนี้ผมทำงานที่ไซต์ในตลาด ที่ชี้ให้ดูวันก่อน ถ้าให้มารับตอนไหนก็บอกนะครับ”

“น้าวิชญ์ไปรับที่ร้านอาหารเลยได้ไหมคะ”

“อ้าวแล้วจะไปร้านอาหารยังไง อย่าบอกว่าจะไปกับครูหนุ่ย” น้ำเสียงติดประชดเล็กน้อย จนคนฟังหันมามองหน้าอย่างไม่แน่ใจ

“ไปกับครูโบว์ค่ะ” กัลยณัฏฐ์รีบบอก

“ครับ” เขารับคำพร้อมรอยยิ้มพราวบนใบหน้า

“ปอไปนะคะ” วันนี้เธอโบกมือให้เขาอย่างสนิทสนม ไม่ได้ยกมือไหว้อย่างครั้งก่อน นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่น้อยเขายิ้มกว้างโบกมือตอบเช่นกัน

กัลยณัฏฐ์เดินเข้าประตูโรงเรียนแล้วตรงไปยังเต็นท์ของกองเชียร์สีฟ้าเพื่อเช็คชื่อนักเรียน ก่อนเริ่มแข่งขันกีฬาชนิดแรกของวัน นักเรียนยังมากันไม่ครบ ครูโบว์และครูแมวเดินตามเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่ยังว่างอยู่

“ไปทานไข่กระทะกับใครมาเอ่ย” ครูโบว์ทักทาย

“น้าชายของน้องสาวที่สนิทกันค่ะ”

“ตอบซะคนฟังงงเลยนะคะ” ครูแมวที่นั่งรอฟังคำตอบหัวเราะ

หญิงสาวหัวเราะ “ปอก็ไม่รู้จะเรียงลำดับยังไง คือปอมีน้องที่สนิทอยู่คนหนึ่งชื่อหนูดี ผู้ชายคนนี้ก็เป็นน้าของน้องหนูดีค่ะ” คนตอบก็เริ่มจะงงกับคำพูดของตัวเอง

“พี่ว่าดูยังไม่แก่ขนาดนั้นนะคะ เรียกพี่ก็มั้งคะครูปอ”

“ปอก็ไม่ค่อยกล้าถามเรื่องอายุ เลยเรียกไปแบบนั้นตามที่หนูดีเรียกค่ะครูโบว์” 

“นี่ถ้าไม่เห็นหน้า แล้วได้ยินครูปอเรียก ต้องคิดว่าแก่แน่ๆ เลยค่ะแต่ที่ไหนได้ ทั้งหนุ่มทั้งหล่อ แบบนี้ชายในฝันครูเลยค่ะ” ครูโบว์แสดงท่าทางชื่นชมชายหนุ่ม

“เย็นนี้ชวนทานข้าวด้วยกันสิคะ ครูก็ชวนแฟนมาเหมือนกัน” ครูแมวเอ่ยขึ้นบ้าง

“ใช่ค่ะ เมื่อเช้ายังไม่ทันได้ทักทายกันเลยค่ะ พ่อค้าสิมารับออเดอร์อะไรตอนนั้นก็ไม่รู้นะคะ” 

“คุยอะไรกับอยู่ครับสาวๆ ผมซื้อน้ำส้มมาฝาก เจ้านี้คั้นสดๆ เลยนะครับ ผมไปยืนรอตั้งนาน แต่เพื่อสาวๆ นานแค่ไหนผมก็รอได้” ครูหนุ่ยเดินถือถุงใส่ขวดน้ำส้มคั้นเข้ามายังจุดที่สามสาวนั่งอยู่

“ขอบคุณนะคะครูหนุ่ย” ครูโบว์รับถุงน้ำส้มไปแช่ไว้ในกระติกน้ำแข็งหลังเต็นท์

“เมื่อวานครูปอสวยมากเลยนะครับ” ครูหนุ่ยเอ่ยชม กัลยณัฏฐ์ทั้งๆ ที่เมื่อวานก็ชมไปแล้วหลายรอบ จนหญิงสาวเริ่มรำคาญกับคำชมพร่ำเพรื่อ

“ขอบคุณค่ะ” ด้วยมารยาทเธอต้องตอบไปอย่างนั้น แต่เหมือนเขาจะไม่รู้ตัวเลยว่าเธอไม่ค่อยอยากจะคุยด้วย

“วันนี้ครูไม่ได้ขับรถมาใช่ไหมครับ” ครูทุกคนจะมีที่จอดรถประจำซึ่งทำให้เขารู้ว่าวันนี้เธอนั้นไม่ได้ขับรถมา 

“ค่ะ” 

“ดีเลย ตอนเย็นเราจะได้ไปร้านอาหารด้วยกัน”

“ขอบคุณนะคะ แต่ฉันนัดกับครูโบว์และครูแมวไว้แล้วค่ะ เอาไว้โอกาสหน้านะคะ นู่นเด็กๆ กำลังจะเริ่มเชียร์กันแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

“เล่นตัวแบบนี้แหละ ผมชอบ” เขาพูดเมื่อเธอเดินออกไปไม่ไกลนักแต่เสียงเด็กๆ ที่เริ่มร้องเพลงเชียร์ทำให้ไม่มีใครได้ยิน

หลังจากส่งหญิงสาวที่หน้าโรงเรียนปุณณวิชญ์ก็มาที่ไซต์งานแต่เช้า คนงานเริ่มทำงานกันได้สักครู่ เขาเดินตรวจดูความเรียบร้อยและทักทายคนงานอย่างที่เคยทำเป็นประจำ

“มีใครเห็นอาธรบ้าง” เขาถามกลุ่มคนงาน

“ยังไม่เห็นเลยครับ” คนงานตอบ

“ปกติเค้ามาสายแบบนี้ไหม”

“ไม่ครับ ปกติมาเช้ามาก” คนงานอีกคนตอบ

ปุณณวิชญ์พยักหน้า แล้วเขาก็เดินดูคนงานทำงานไปเรื่อยๆ จนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงก็เห็นชายหนุ่มที่ถามถึงเมื่อสักครูเดินเข้ามา

“สวัสดีครับพี่ ขอโทษนะครับ มาสายไปหน่อยผมพึ่งพาแม่ไปส่งโรงพยาบาลมา”

“แม่เป็นไรมากไหมวันนี้จะลาก็ได้นะไปดูแลแม่เถอะ” เขาไม่ใช่เจ้านายใจร้าย

“ไม่เป็นไรครับ แม่อยู่กับแฟนผมตอนเย็นเลิกงานผมค่อยไปก็ได้ อยู่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร” อาธรตอบ แต่สีหน้ายังดูกังวล

“อือ ขาดเหลืออะไรก็บอกพี่ได้นะหรือวันไหนอยากลาก็ไม่ต้องเกรงช่วงนี้พี่ไม่เข้ากรุงเทพฯ” 

“ขอบคุณครับพี่ ผมขอตัวก่อนนะครับ” แล้วชายหนุ่มก็เดินไปสบทบกับกลุ่มคนงาน

ปุณณวิชญ์โทรคุยกับดารณีเพื่อสั่งงาน จากนั้นก็เดินข้ามถนนไปยังตลาดสด เขาแวะร้านอาหารตามสั่ง จดรายการอาหารยื่นให้แม่ค้า

“ผมขอจ่ายไว้ก่อนเลยนะครับ ส่วนอาหารเดี๋ยวตอนเย็นจะให้คนมาเอา”  

แม่ค้ารีบคิดเงินอย่างรวดเร็ว ปุณณวิชญ์จ่ายเงินค่าอาหารเกินจำนวนที่แม้ค้าแจ้งนิดหน่อย พอเรียกยิ้มหวานๆ จากแม้ค้าได้ จากนั้นก็เดินกลับมาที่ไซต์งาน

“เดช เดช” 

“ครับพี่วิชญ์” เด็กหนุ่มชื่อเดชเดินมาตามเสียงเรียก

“เดี๋ยวเย็นนี้ไปเอาอาหารร้านนี้นะ พี่สั่งไว้แล้วจะได้ทานกันก่อนกลับบ้านแล้วถ้าไม่พอก็สั่งมาเพิ่มได้เลย ส่วนเครื่องดื่มก็ถัดไปอีกสองร้าน บอกเค้าจะเอาอะไรบ้าง ให้ลงบิลพี่ไว้คนขายเค้ารู้จักกันดีกับพี่” สั่งงานเสร็จก็เห็นแววดีใจจากเด็กหนุ่ม

 วันนี้เงินเดือนออก ชายหนุ่มรู้ว่าทุกคนทำงานมาทั้งเดือนเหนื่อยแค่ไหน เขาจึงสั่งอาหารและเครื่องดื่มมาให้เพราะรู้ดีว่ายังๆ คนงานก็ต้องนั่งดื่มฉลองเงินเดือนออกกันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่มันคงจะดีไม่น้อยที่นั่งดื่มโดยที่เงินเดือนในกระเป๋ายังอยู่ครบ  

ปุณณวิชญ์นั่งดูข่าวภาคค่ำอย่างไม่มีสมาธิ เขาพลิกดูนาฬิกาข้อมือและจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูอยู่หลายรอบ จนเมษานึกขำ

“ถ้ากังวลขนาดนั้นทำไมไม่ไปรอที่ร้านเลยล่ะ”

“พี่ษาก็พูดไป ใครกังวลอะไรไม่มี้” เขาเสียงสูง

“เบื่อจริงเลย พวกปากกับใจไม่ตรงกัน ดูสินั่งกระสับกระส่ายดูนาฬิกากับโทรศัพท์สลับกันไปมาทุก 5 นาที” เมษามองน้องชายอย่างรู้ทัน

“น้าวิชญ์ชอบพี่โอปจริงๆ เหรอคะ” เสียงของหลานสาวแทรกขึ้นมา

“นั่นสิ พี่ว่าจะถามอยู่ เห็นเทียวรับเทียวส่ง ถ้าไม่มีใจก็อย่าให้ความหวัง ไม่ว่ากับใครทั้งนั้น” เธอเตือนน้องชาย

“แล้วพี่คิดว่ายังไงถ้าผมจะลองคบหาเธอดู”

“พี่ไม่ว่าอะไรหรอกถ้าวิชญ์จะคบใครหรือไม่คบใคร มันอยู่ที่วิชญ์ว่ารู้สึกอย่างนั้นกับเธอจริงๆ หรือเพราะว่ารู้สึกเหงา”

“ครับ”

“ครับนี่คือชอบหรือไม่ชอบคะ” พิจิกาเซ้าซี้ อยากฟังคำตอบ

“แล้วหนูดีว่าพี่โอปของหนูดีเป็นยังไงบ้างล่ะ” ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามแต่เขาถามเธอกลับ

“ก็เป็นพี่สาวที่น่ารักที่สุดค่ะนิสัย ใจเย็น เข้าใจวัยรุ่นที่สำคัญหนูดียังไม่เคยเห็นพี่โอปมีแฟน”

“ถ้าอย่างนั้นวิชญ์ต้องทบทวนความรู้สึกของตัวเองดีๆ ถ้าจะคิดจริงจัง พี่ก็ดีใจด้วยหนูปอเป็นเด็กดี อย่าทำให้เธอผิดหวังหรือด่างพร้อย ถ้าจะให้ดีก็ไปบอกพี่กัลยาด้วยเข้าตามตรอกออกตามประตู” เมษาพูดกับชายหนุ่มด้วยสีหน้าจริงจังกว่าทุกครั้ง

“ครับพี่ ผมจะหาโอกาสบอกน้ากัลยาแต่คงต้องบอกเจ้าตัวก่อน”

“นี่หนูปอยังไม่รู้เหรอ ว่าวิชญ์รู้สึกยังไงกับเธอ” พี่สาวคนเดียวของชายหนุ่มมีสีหน้าประหลาดใจ

“อย่ามัวชักช้านะคะน้าวิชญ์ หนูดีเห็นรูปวันงานกีฬาสีแล้วนะคะ พี่โอปสวยมากถ้าไม่รีบบอกระวังจะแห้ว เพราะครูที่โรงเรียนก็ยังโสดหลายคนนะคะ” พิจิกาหัวเราะคิก

“สงสัยต้องเร่งสปีดแล้ว” ชายหนุ่มดีดตัวลูกขึ้นจากโซฟา คว้ากุญแจเดินออกจากบ้านไปทันที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 60 ตอนจบ

    กัลยณัฏฐ์เงียบหายไปตั้งแต่เช้าวันจันทร์ เขารีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาส่งเธอและอยากเจอเพื่อนของเธอด้วยแต่พอมาถึงน้ากัลยาก็บอกว่าเพื่อนเธอมารับไปตั้งแต่เช้าปุณณวิชญ์ทำงานอยู่ที่บ้านตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาแวะไปคุยกับมารดาของแฟนสาวทุกวัน เพราะกลัวเธอจะเหงา“เหงามากไหม” กัลยาถามชายหนุ่มที่นั่งมองเรือสัญจรไปมาอยู่หน้าระเบียง ชายหนุ่มพึ่งจะรดน้ำต้นไม่เสร็จ ยิ่งมองต้นพิทูเนียในกระถางเขาก็ยิ่งคิดถึงเจ้าของ“ครับน้า ปอไม่ติดต่อมาเลย” ใบหน้าเศร้าสร้อยของชายหนุ่มทำให้เธอยิ้มดีใจที่ลูกสาวได้พบเจอคนดีๆ อย่างเขา ระหว่างที่กัลยณัฏฐ์ไม่อยู่ชายหนุ่มจะแวะมาเธอทุกวัน บางวันก็มาทานอาหารเย็นด้วยอย่างวันนี้เขาก็มานั่งเล่นที่โอบรักโฮมเสตย์ตั้งแต่เช้า“เดี๋ยววันศุกร์ก็คงได้เจอกัน น้าเองก็ไม่เคยห่างกันนานแบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องอดทน” “ครับ” เขาตอบแบบหงอยๆ แล้วนั่งอยู่ที่เดิมจนพระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า ท้องน้ำเบื้องหน้ากลายเป็นสีส้ม ก่อนจะค่อยๆ หายไปกับความมืดยามค่ำคืนเช้าวันศุกร์ปุณณวิชญ์ตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้แล้วที่กัลยณัฏฐ์จะกลับมา เขานั่งทำงานอย่างกระสับกระส่ายรอเวลาที่เธอจะโทรหา จนเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว ชา

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 59 เราจำเป็นต้องห่างกันสักพัก

    กว่าสัปดาห์ที่ปุณณวิชญ์นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กัลยณัฏฐ์เฝ้าดูแลไม่ห่าง และระหว่างนี้เธอก็ได้มีโอกาสช่วยเขาจัดการกับไฟล์เอกสารต่างๆ ที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบ เธออาศัยช่วงที่เขาทานยาแล้วนอนพักในตอนบ่าย จัดเรียงข้อมูลที่อยู่ในโน้ตบุ๊กของเขา ชายหนุ่มดูจะพอใจเป็นย่างมากเพราะช่วยให้เขาทำงานได้เร็วขึ้น และการที่ไม่ต้องอยู่เฉยๆ ทำให้เธอจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็วคงเพราะมีเขาอยู่ใกล้ๆ กลางคืนเธอก็นอนเป็นเพื่อนเขาทุกคืน และจะกลับไปบ้านบ้างในตอนเย็นที่พี่สาวของเขามาเยี่ยมโดยมีพิจิกานั่งรถไปด้วยทุกครั้ง เพราะชายหนุ่มยังไม่ยอมให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียว วันนี้เขาได้รับอนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้เพราะแผลหายดีแล้ว โดยเธอเป็นคนพาขากลับมาที่บ้าน“คืนนี้พี่นอนไม่หลับแน่เลย” ปุณณวิชญ์พูดในระหว่างที่เธอกำลังช่วยเขาจัดโต๊ะทำงาน “ไม่ได้แปลกที่เสียหน่อยจะนอนไม่หลับได้ยังไงคะ”“ก็คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวนี่ครับ คงเหงาน่าดูเลย”“ให้หนูดีมานอนด้วยไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้เรียกใช้ได้”“ไม่เอาหรอก ใครมานอนด้วยก็ไม่เหมือนมีปอมานอนด้วย”“พี่วิชญ์พูดแบบนี้ ถ้าเกิดคนอื่นมาได้ยินปอเสียหายแย่เลยนะคะ” กัลยณัฏฐ์ต่อว่า

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 58 ผลของการกระทำ

    มุกไหมนั่งมองตัวเองในกระจกภายในห้องนอนของบ้านไม้สักหนังใหญ่ ตั้งแต่เธอมาอยู่กับพ่อเลี้ยงมงคล หญิงสาวมีความสุขมาก พ่อเลี้ยงเอาใจเธอทุกอย่าง ทุกคืนเขามานอนที่ห้องของเธอและไม่เคยสนใจภรรยาของเขาอีกเลย เวลาไปงานเลี้ยงหรือไปติดต่อธุรกิจต่างๆ เขาก็จะพามุกไหมไปด้วยทุกครั้งจนใครๆ ก็ต่างก็พากันเอาอกเอาใจเธอในฐานะคนรักคนใหม่ของพ่อเลี้ยงมงคล เธอมีชีวิตหรูหราชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็เข้าร้านเสริมสวย ช้อปปิ้ง แต่งตัว พ่อเลี้ยงเองก็ไม่เคยว่าอะไรเธอเลยสักนิด แต่เขามีข้อแม้ว่าไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับเขมิกาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น “พ่อเลี้ยงไปไหนเหรอป้าชื่น” มุกไหมตื่นนอนมาตอนเกือบเที่ยงถามขึ้น “ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นรีบขับรถอออกไปหลังจากที่รับโทรศัพท์” ป้าชื่นตอบโดยไม่มองหน้าหญิงสาวเลยเพราะนางไม่พอใจที่หญิงสาวมาแย่งความรักไปจากนายหญิงของนาง มุกไหมไม่สนใจว่านางจะปฏิบัติกับเธอยังไง เพราะเธอมีแค่พ่อเลี้ยงก็พอแล้ว หญิงสาวนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ระเบียงก็เห็นว่าป้าชื่นนั่งรถคนงานออกไปจากไร่ หญิงสาวไม่สนใจเพราะคนที่คอยรับใช้เธอในบ้านหลังนี้คือชบาคนเดียว “คุณมุกคะ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 57 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 2

    พอหญิงสาวออกไปได้สักครู่ปุณณวิชญ์ก็เรียกตรีทิพย์เข้ามาถามเรื่องงานทันที“ไม่พักผ่อนก่อนเหรอคะพี่ เรื่องงานเอาไว้ทีหลังก็ได้งานไม่ได้หนักหนาอะไร”“พี่อยากรีบตรวจเอกสารให้เสร็จระหว่างที่นอนอยู่ที่นี่ เพราะถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่คงต้องคอยรับส่งปอพี่ไม่กล้าไว้ใจให้อยู่ที่โรงเรียนคนเดียวอีกแล้ว”“ก็ดีนะคะ แต่ทำไมน้องปอถึงโชคร้ายอย่างนี้ก็ไม่รู้ ครั้งก่อนก็คุณมุกใหม่ครั้งนี้ก็อยากจะมาเจอคนใกล้ตัวจับไปอีก”“นั่นแหละสิพี่ใจหายหมดเลยตั้งแต่รู้เรื่อง นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องจะจบลงจริงๆ หรือเปล่าเพราะคดีเก่าก็ยังจับตัวมุกไหมไม่ได้เลย”“นั่นสิค่ะ ตรีให้เครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทยน้องไว้แล้ว ช่วงไหนน้องปอว่าตรีว่างจะชวนไปเรียนศิลปะป้องกันตัวสักหน่อย ตรีเองก็อยากเรียนอยู่ด้วย”“ก็ดีเหมือนกันนะ ตรีลองไปหาที่เรียนดู เรื่องค่าใช้จ่ายพี่จะจัดการทั้งสองคนเลย”“ใจดีที่สุดเลยนะคะ ชวนหนูดีไปด้วยอีกคนดีไหมคะ”“ดีเลย พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้บ้าง” เขาเอ่ยจากใจจริง“แล้วตอนนี้พี่เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า”“ก็ยังเจ็บแผลอยู่ ขยับตัวมากไม่ค่อยได้”“อย่างนั้นก็นอนเล่นอยู่บนเตียงส

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 56 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 1

    เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 56 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 1

    เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 21 ลองเปิดใจ

    ปุณณวิชญ์ตื่นนอนแต่เช้าแม้จะนอนดึกแต่ก็รู้สึกสดชื่นกว่าทุกๆ วัน พอออกมาจากห้องพักก็เห็นแขกผู้เข้าพักท่านอื่นกำลังใส่บาตรกันอยู่ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง“ใส่บาตรไหมคะ” เสียงหวานดังไล่หลังเขามา“ผมไม่ได้เตรียมของมาเลย” เขาหันไปยังเจ้าของเสียง ใบหน้าสวยหวานนั้นดูสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก“นี่ค่ะ แม่

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 20 ขออนุญาต

    ปุณณวิชญ์ขับรถมายังร้านอาหารที่เธอบอกให้มารับ ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีทั้งนั่งรับประทานเป็นโต๊ะ หรือถ้าเป็นหมู่คณะก็มีห้องแยกเป็นส่วนตัว ชายหนุ่มดูป้ายหน้าร้านเมื่อทราบว่าเธอและเพื่อนครูอยู่ห้องไหนเขาก็เลือกนั่งบริเวณที่เห็นประตูทางออก ชายหนุ่มสั่งอาหารทานเล่นมาสามอย่างกับน้ำมะพร้าวปั่นอีกหนึ่งแก้

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 18 เชื่อแล้วว่าเธอไม่ใช่เด็ก 2

    ปุณณวิชญ์ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดคุยกับอาธร เมื่อขับผ่านมาถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นขบวนพาเหรดกีฬาสี มีนักเรียนบางส่วนเดินเข้าไปในรั้วโรงเรียนบ้างแล้ว ด้านหน้ารถติดยาวหลายร้อยเมตรชายหนุ่มจอดรถแล้วนั่งรอให้ขบวนผ่านไปช้าๆ สีสุดท้ายที่กำลังจะถึงรั้วโรงเรียนเป็นขบวนของนักกีฬาสีฟ้า นั

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 17 เชื่อแล้วว่าเธอไม่ใช่เด็ก 1

    นอกจากกัลยาและลูกสาวแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าคืนนี้เขาพักที่นี่ ช่างประจวบเหมาะเสียจริง กลางดึกทุกอย่างเสียบสงัด ชายหนุ่มค่อยๆ ออกมาจากห้อง เขานั่งรออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก น้าปองพลเดินออกมาจากห้องนอนด้านในสุด แล้วตรงไปยังห้องริมประตูทางเข้า แล้วหายเข้าไปในห้องนั้น เขานั่งรอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status