Mag-log inปุณณวิชญ์ขับรถมายังร้านอาหารที่เธอบอกให้มารับ ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีทั้งนั่งรับประทานเป็นโต๊ะ หรือถ้าเป็นหมู่คณะก็มีห้องแยกเป็นส่วนตัว ชายหนุ่มดูป้ายหน้าร้านเมื่อทราบว่าเธอและเพื่อนครูอยู่ห้องไหนเขาก็เลือกนั่งบริเวณที่เห็นประตูทางออก ชายหนุ่มสั่งอาหารทานเล่นมาสามอย่างกับน้ำมะพร้าวปั่นอีกหนึ่งแก้ว จากนั้นก็นั่งอ่านเมลไปเรื่อยๆ โดยมองไปยังประตูเกือบทุกห้านาที
นั่งเพียงไม่นานกัลยณัฏฐ์ก็ส่งข้อความมาบอกว่าอีก 30 นาทีให้มารับได้เธอจะรอเขาที่ลานจอดรถ
ปุณณวิชย์นั่งทานอาหารต่ออีก 15 นาที ก็เรียกพนักงานมาเก็บเงินจากนั้นก็ไปเข้าห้องน้ำ จัดการโทรบอกมารดาของหญิงสาวว่าอีกสักครู่จะพาเธอกลับบ้าน พอกลับมาที่โต๊ะอีกทีประตูห้องจัดเลี้ยงที่เขานั่งเฝ้าอยู่ก็เปิดกว้าง เขามองไปในห้องก็ไม่เห็นมีใครอยู่สักคน
เขารีบไปยังลานจอดรถที่อยู่ด้านหลังของร้านทันที
“ช่วยด้วย... ช่วยด้วย ช่วย...” เสียงร้องหายไปเมื่อชายหนุ่มต่อยเข้าที่ท้องของหญิงสาว เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มตะโกนเรียกคนมาช่วย แค่เพียงหมัดเดียว หญิงสาวก็ฟุบลงกับพื้นคอนกรีต ชายคนเดิมพยายามช้อนตัวหญิงสาวขึ้น แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่นัก แล้วเขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรมากระแทกปลายคาง เขาสลัดศีรษะอย่างมึนงง มือใหญ่ขยุ้มคอเสื้อ เขาลุกขึ้นไปตามแรงดึง จากนั้นหมัดหนักๆ ก็กระแทกปลายคางอีกครั้งจนร่างเซถลา ก่อนล้มลงไม่ห่างจากหญิงสาวเมื่อครู่
“น้าวิชญ์ ฮือ... ฮือ..” กัลยณัฏฐ์พยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เขารีบเข้าไปพยุงเธอให้ลุกขั้น เธอโผเข้ากอดเขาทันที ร่างเล็กๆในอ้อมกอดสั่นเทา
“ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว” น้ำเสียงทั้งอบอุ่นและห่วงใย เขามองไปยังคู่กรณีเมื่อครู่ก็หายไปจากลานจอดรถแล้ว
“เจ็บมากไหม ไปหาหมอก่อนดีกว่า”
เธอส่ายหัว แต่ยังกอดเขาไวแน่นอย่างคนเสียขวัญ
“ไม่เป็นไรค่ะไม่เจ็บเท่าไหร่ค่ะ แค่จุกๆ ค่ะ ปออยากกลับบ้าน” เสียงสะอื้นเบาๆ
“เรื่องมันไม่จบแค่นี้แน่ ผมจะแจ้งความ” ชายคนเดิมขับเบนซ์ มายังจุดที่เขายืนอยู่แล้วเปิดกระจกออกมาตะโกนอย่างหัวเสีย
“ผมก็กำลังจะไปแจ้งความเหมือนกัน”
“ผมไม่ได้ทำอะไร แต่แผลบนหน้าผมนี่สิหลักฐาน” เข้าชี้หน้าตัวเองที่ยังมีรอยเลือดเกรอะกรัง
“ผมก็ว่าดีนะ เดี๋ยวผมไปขอภาพจากล้องวงจรปิดของทางร้านให้เอง จะได้รู้ว่าทำไมผมถึงต่อยคุณ” ปุณณวิชญ์พูดอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า เพราะตอนที่เขาเดินเข้ามานั้นชายหนุ่มคนนี้กำลังฉุดกระชากหญิงสาวขึ้นรถ ก่อนที่จะต่อยไปยังท้องจนเธอทรุดลงไปกองที่พื้น เขาไม่อยากคิดเลยว่าถ้าหากเขามาช้าสักนาที จะเกิดไรขึ้นเพราะลานจอดรถเวลานี้ไม่มีคนอื่นอยู่เลย
“เตรียมหาที่ทำงานใหม่ได้เลย” หนุ่มเจ้าของรถเบนซ์ตะโกนอย่างหัวเสียแล้วรีบขับรถออกไปทันที เสียงล้อรถเบียดถนน ดังเอี๊ยด แต่ปุณณวิชญ์ก็ไม่ใส่ใจ
“ผมขอโทษนะ” เขาหันมามองหน้าเธออย่างสำนึกผิดที่ทำให้เธอมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานและผู้ชายคนนั้นยังเป็นถึงหลานชายของเจ้าของโรงเรียนที่เธอสอนอยู่อีกด้วย
“น้าวิชญ์ไม่ได้ทำไรผิดค่ะ” เธอคลายมือจากตัวเขาอย่างอายๆ เพราะพึ่งนึกได้ว่ากำลังกอดเขาอยู่
“ถ้าผมมาเร็วกว่า คงไม่เกิดเรื่องขึ้น” ความรู้สึกผิดยังเกาะกินใจ
“อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ ปอเองก็มีส่วนผิดค่ะ พอดีงานเลิกเร็วกว่าที่คิด ครูท่านอื่นจะไปร้องเพลงกันต่อที่ร้านคาราโอเกะเลยรีบออกจากร้านพร้อมๆ กัน ปอออกมาแล้วไม่เห็นน้าวิชญ์เลยว่าจะเดินมาดูที่ลานจอดรถ แต่นึกไม่ถึงว่าจะเจอครูหนุ่ยที่นี่” เธอหยุดเล่า ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ
“ผมมาถึงนานแล้วครับ แต่ไปเข้าห้องน้ำและโทรบอกน้ากัลยาว่ากำลังจะกลับ พอเดินกลับมาที่หน้าห้องจัดเลี้ยงก็เห็นประตูเปิดกว้างพอมองไปข้างใน ไม่เห็นใครสักคนเลยรีบมาดูที่รถ” เขาอธิบายให้เธอฟัง
“ขอบคุณนะคะ” ปุณณวิชญ์พยุงเธอเดินไปยังรถของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก
“ตกใจมากไหม ผมว่าไปหาหมอก่อนดีกว่าแล้วค่อยไปแจ้งความสีหน้าดูไม่ดีเลย”
“แค่ตกใจค่ะไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่ต้องไปแจ้งความได้ไหมคะ ปอไม่อยากให้แม่รู้ หมอก็ไม่ต้องไปหาตอนนี้ปอไม่เป็นไรแล้วค่ะ”
“งั้นเรากลับกันเถอะ น้ากัลยาคงกำลังรอ”
“เรื่องนี้ปอไม่อยากให้แม่รู้” เธอย้ำเขาอีกครั้งพร้อมเขย่าแขนเขาเบาๆ
“ถ้าไม่อยากให้ท่านรู้ ผมก็จะไม่บอก”
“แต่ปอกลัวว่าจะโดนไล่ออก”
“เรื่องแค่นี้เอง อย่ากังวลไปเลยผู้ใหญ่ที่ต้องปกครองคนเป็นจำนวนมาก คงไม่เอาเรื่องแค่นี้มาไล่ออกหรอกครับ คุณไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าลืมสิครับคนที่ต่อยหลานชายเขาคือผมนะครับ”
“แต่ปอเป็นต้นเหตุ”
“เรื่องมันยังไม่เกิด อย่าพึ่งคิดมากเลย” เอาเอื้อมมือมาจับมือน้อยๆ ที่ตอนนี้เย็นเฉียบ
“ค่ะ”
“หาไรอุ่นๆ ดื่มก่อนเข้าบ้านไหม เผื่อจะดีขึ้น” เขาจอดรถหน้าร้านสะดวกซื้อ
“ไม่เป็นไรค่ะ ปอกลัวแม่จับได้ ปอโกหกไม่เก่ง” เธอถอนหายใจอีกครั้ง
“เอาอย่างนี้ก็ดีไหม ผมส่งคุณที่บ้านแล้วไปโฮมสเตย์คนเดียว ถ้าแม่คุณถามผมก็จะบอกว่าคุณตากแดดมาทั้งวันเลยเพลียแล้วฝากให้ผมมาบอกว่าจะเข้านอนเลย ดีไหมดูจากสภาพคุณตอนนี้แล้วท่านคงถามแน่ๆ” กางเกงเธอมีคราบดินเกาะเป็นหย่อมๆ
“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเห็นด้วยกับเขา
“แต่ผมไม่ได้ช่วยฟรีๆ นะ”
“จะให้ปอทำอะไรปอยอมทุกอย่าง ขอแค่ไม่ให้แม่รู้เรื่องก็พอค่ะแต่ต้องไม่ยากมากนะคะ”
“ไม่ยากอะไรเลย” ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์
“ไม่กล้ารับปากเลยค่ะ มองหน้าน้าวิชญ์แล้วเปลี่ยนใจทันไหมคะ”
“ไม่ทันแล้วครับผมถือว่าคุณตกลงแล้วนะครับ” เขาจอดรถหน้าบ้านหลักเล็กๆ ของเธอแล้วหันมาพูดด้วยใบหน้าจริงจัง
“น้าวิชญ์ดูสีหน้าจริงจังจนปอชักจะกลัวๆ แล้วค่ะ” เธอยิ้ม
ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูรั้ว เดินนำเธอไปยังประตูบ้าน
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แค่ผมอยากให้คุณเรียกผมว่า ‘พี่’ แทนคำว่าน้าได้ไหม”
“โธ่! ... เรื่องแค่นี้เอง ไม่มีปัญหาเลยค่ะ” เธอบอกด้วยเสียงที่สดใสเหมือนลืมความกังวลใจเมื่อครู่ไปแล้ว เธอเองก็อยากเรียกชายหนุ่มว่าพี่อยู่เหมือนกัน แต่ก็กลัวเขาจะว่าเมื่อเขาขอมาอย่างนี้เธอก็รีบตอบตกลง
“แล้วถ้าจะขอไปรับไปส่งที่โรงเรียนล่ะครับ”
“ก็ได้บ้างนะคะ ถ้าน้าวิชญ์ เอ้ย...พี่วิชญ์ว่าง” เธอยังไม่คุ้นกับการเรียกเขาว่าพี่
“ขอพักโอบรักโฮมสเตย์ฟรี 1 คืน”
“ได้ค่ะ” เธอไม่เห็นว่าเป็นเรื่องแปลก เขาช่วยเหลือเธอมากกว่าค่าที่พักเสียอีก
“ขอส่วนลดอีก 20 เปอร์เซ็นต์”
“ได้ค่ะ”
“ขอมาทานข้าวด้วยบ่อยๆ”
“ได้ค่ะ”
“ขอเป็นแฟน”
“ได้ค่ะ”
“ตามนั้น ผมไปล่ะ ฝันดีนะ” ปุณณวิชญ์ได้คำตอบที่ต้องการแล้วเดินตัวปลิวออกไป โดนไม่ฟังคนที่พยายามตะโกนไล่หลัง
“พี่วิชญ์ เดี๋ยวค่ะ ข้อสุดท้ายพี่วิชญ์ขี้โกง” กัลยณัฏฐ์ตะโกนไล่หลังชายหนุ่มออกไป พอเขาเดินลับตาไปแล้วเธอก็เดินเข้าบ้านด้วยหลากหลายความรู้สึก ชายหนุ่มขอเธอเป็นแฟนเขาพูดจริงหรือแค่ต้องการให้เธอสบายใจหลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มา
หญิงสาวอาบน้ำชำระล้างร่างกายแล้วนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียงก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน
“สวัสดีครับน้าพล น้ากัลยา” ปุณณวิชญ์ยกมือไหว้
“อ้าวโอปอล่ะ” ปองผลถามชายหนุ่มที่บอกว่าจะไปรับลูกสาวของเขา แต่กลับเดินมาคนเดียว
“ผมเห็นเธอนั่งสัปหงกมาในรถสงสัยจะเพลีย เลยแวะส่งที่บ้านแล้วอาสามาบอกน้าทั้งสองให้ครับ”
“น้าขอบใจมากนะ ที่เป็นธุระให้” กัลยาบอกชายหนุ่ม
“ไม่เป็นไรครับ” เขานั่งลงตรงข้ามเจ้าของโฮมสเตย์แล้วตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ เรื่องที่จะขอศึกษาดูใจกับลูกสาวของคนทั้งสอง สีหน้าของกัลยาแปลกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดออกมาตรงๆ แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ส่วนปองพลก็นั่งนิ่งเหมือนใช้ความคิด
“เรื่องนี้น้าอยากให้เราคุยกันเอง เรื่องหัวใจเราบังคับใครไม่ได้” กัลยาตัดสินใจพูดออกไป
“ครับ”
“ลูกสาวผมอายุยังน้อยยังไม่ประสากับเรื่องนี้ ต่างจากคุณที่คงผ่านอะไรมาเยอะถ้ารักกันจริงก็อย่าใช้ความได้เปรียบตรงนั้นมาทำให้เธอเสียใจ” ปองพลที่นั่งฟังอยู่นานก็พูดขึ้นมาบ้าง
“ครับ ผมจะไม่ทำให้เธอเสียใจไม่ว่าจะตอนนี้หรือแม้จะผ่านไปกี่ปีก็ตาม” เขาให้คำมั่น
พอเข้ามาอยู่คนเดียวในห้องก็ส่งข้อความหาเธอ ชายหนุ่มเดาได้ว่าเธอคงยังไม่นอนเพราะถ้าเป็นตัวเองแล้วเจอเรื่องอย่างเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมาก็คงนอนไม่หลับเหมือนกัน
ติ๊ง ติ๊ง เสียงจากแอปพลิเคชั่นไลน์ดังขึ้นกัลยณัฏฐ์ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือหน้าเดิมมา 20 นาทีแล้วก็รีบหยิบขึ้นมาดู
‘นอนหรือยังครับ’
‘ยังค่ะ’
‘เจ็บท้องอยู่ไหม มียาทาหรือเปล่า’
‘ก็ยังเจ็บอยู่นิดหน่อย คงไม่ต้องทายาหรอกคะ พรุ่งนี้คงหาย’
‘พรุ่งนี้ผมจะไปรับหนูดีแต่เช้า ไปด้วยกันไหม’
‘ไม่ดีกว่าค่ะ ปอจะช่วยแม่ดูแลแขก’
‘ครับ แล้วจะรีบพาหนูดีมาหาคุณคงอยากได้เพื่อนคุย’
‘ขอบคุณอีกครั้งนะคะ’
‘ผมรู้ว่าคุณคงนอนไม่หลับ แต่ก็อยากให้พยายามนอนพรุ่งนี้จะได้สดชื่น อย่าลืมว่าผมบอกน้ากัลยาไว้ว่าคุณรีบเข้านอน ถ้าพรุ่งนี้คุณตาดำเป็นแพนด้าท่านจะสงสัยได้’
‘ค่ะ เดี๋ยวปอกินยาลดน้ำมูก คงพอช่วยได้’
‘ใจจริงก็อยากห้ามเพราะมันไม่ดีเท่าไหร่ แต่วันนี้ยอมให้หนึ่งวัน ฝันดีนะครับ’
‘ค่ะ’
กัลยณัฏฐ์เงียบหายไปตั้งแต่เช้าวันจันทร์ เขารีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาส่งเธอและอยากเจอเพื่อนของเธอด้วยแต่พอมาถึงน้ากัลยาก็บอกว่าเพื่อนเธอมารับไปตั้งแต่เช้าปุณณวิชญ์ทำงานอยู่ที่บ้านตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาแวะไปคุยกับมารดาของแฟนสาวทุกวัน เพราะกลัวเธอจะเหงา“เหงามากไหม” กัลยาถามชายหนุ่มที่นั่งมองเรือสัญจรไปมาอยู่หน้าระเบียง ชายหนุ่มพึ่งจะรดน้ำต้นไม่เสร็จ ยิ่งมองต้นพิทูเนียในกระถางเขาก็ยิ่งคิดถึงเจ้าของ“ครับน้า ปอไม่ติดต่อมาเลย” ใบหน้าเศร้าสร้อยของชายหนุ่มทำให้เธอยิ้มดีใจที่ลูกสาวได้พบเจอคนดีๆ อย่างเขา ระหว่างที่กัลยณัฏฐ์ไม่อยู่ชายหนุ่มจะแวะมาเธอทุกวัน บางวันก็มาทานอาหารเย็นด้วยอย่างวันนี้เขาก็มานั่งเล่นที่โอบรักโฮมเสตย์ตั้งแต่เช้า“เดี๋ยววันศุกร์ก็คงได้เจอกัน น้าเองก็ไม่เคยห่างกันนานแบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องอดทน” “ครับ” เขาตอบแบบหงอยๆ แล้วนั่งอยู่ที่เดิมจนพระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า ท้องน้ำเบื้องหน้ากลายเป็นสีส้ม ก่อนจะค่อยๆ หายไปกับความมืดยามค่ำคืนเช้าวันศุกร์ปุณณวิชญ์ตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้แล้วที่กัลยณัฏฐ์จะกลับมา เขานั่งทำงานอย่างกระสับกระส่ายรอเวลาที่เธอจะโทรหา จนเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว ชา
กว่าสัปดาห์ที่ปุณณวิชญ์นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กัลยณัฏฐ์เฝ้าดูแลไม่ห่าง และระหว่างนี้เธอก็ได้มีโอกาสช่วยเขาจัดการกับไฟล์เอกสารต่างๆ ที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบ เธออาศัยช่วงที่เขาทานยาแล้วนอนพักในตอนบ่าย จัดเรียงข้อมูลที่อยู่ในโน้ตบุ๊กของเขา ชายหนุ่มดูจะพอใจเป็นย่างมากเพราะช่วยให้เขาทำงานได้เร็วขึ้น และการที่ไม่ต้องอยู่เฉยๆ ทำให้เธอจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็วคงเพราะมีเขาอยู่ใกล้ๆ กลางคืนเธอก็นอนเป็นเพื่อนเขาทุกคืน และจะกลับไปบ้านบ้างในตอนเย็นที่พี่สาวของเขามาเยี่ยมโดยมีพิจิกานั่งรถไปด้วยทุกครั้ง เพราะชายหนุ่มยังไม่ยอมให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียว วันนี้เขาได้รับอนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้เพราะแผลหายดีแล้ว โดยเธอเป็นคนพาขากลับมาที่บ้าน“คืนนี้พี่นอนไม่หลับแน่เลย” ปุณณวิชญ์พูดในระหว่างที่เธอกำลังช่วยเขาจัดโต๊ะทำงาน “ไม่ได้แปลกที่เสียหน่อยจะนอนไม่หลับได้ยังไงคะ”“ก็คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวนี่ครับ คงเหงาน่าดูเลย”“ให้หนูดีมานอนด้วยไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้เรียกใช้ได้”“ไม่เอาหรอก ใครมานอนด้วยก็ไม่เหมือนมีปอมานอนด้วย”“พี่วิชญ์พูดแบบนี้ ถ้าเกิดคนอื่นมาได้ยินปอเสียหายแย่เลยนะคะ” กัลยณัฏฐ์ต่อว่า
มุกไหมนั่งมองตัวเองในกระจกภายในห้องนอนของบ้านไม้สักหนังใหญ่ ตั้งแต่เธอมาอยู่กับพ่อเลี้ยงมงคล หญิงสาวมีความสุขมาก พ่อเลี้ยงเอาใจเธอทุกอย่าง ทุกคืนเขามานอนที่ห้องของเธอและไม่เคยสนใจภรรยาของเขาอีกเลย เวลาไปงานเลี้ยงหรือไปติดต่อธุรกิจต่างๆ เขาก็จะพามุกไหมไปด้วยทุกครั้งจนใครๆ ก็ต่างก็พากันเอาอกเอาใจเธอในฐานะคนรักคนใหม่ของพ่อเลี้ยงมงคล เธอมีชีวิตหรูหราชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็เข้าร้านเสริมสวย ช้อปปิ้ง แต่งตัว พ่อเลี้ยงเองก็ไม่เคยว่าอะไรเธอเลยสักนิด แต่เขามีข้อแม้ว่าไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับเขมิกาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น “พ่อเลี้ยงไปไหนเหรอป้าชื่น” มุกไหมตื่นนอนมาตอนเกือบเที่ยงถามขึ้น “ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นรีบขับรถอออกไปหลังจากที่รับโทรศัพท์” ป้าชื่นตอบโดยไม่มองหน้าหญิงสาวเลยเพราะนางไม่พอใจที่หญิงสาวมาแย่งความรักไปจากนายหญิงของนาง มุกไหมไม่สนใจว่านางจะปฏิบัติกับเธอยังไง เพราะเธอมีแค่พ่อเลี้ยงก็พอแล้ว หญิงสาวนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ระเบียงก็เห็นว่าป้าชื่นนั่งรถคนงานออกไปจากไร่ หญิงสาวไม่สนใจเพราะคนที่คอยรับใช้เธอในบ้านหลังนี้คือชบาคนเดียว “คุณมุกคะ
พอหญิงสาวออกไปได้สักครู่ปุณณวิชญ์ก็เรียกตรีทิพย์เข้ามาถามเรื่องงานทันที“ไม่พักผ่อนก่อนเหรอคะพี่ เรื่องงานเอาไว้ทีหลังก็ได้งานไม่ได้หนักหนาอะไร”“พี่อยากรีบตรวจเอกสารให้เสร็จระหว่างที่นอนอยู่ที่นี่ เพราะถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่คงต้องคอยรับส่งปอพี่ไม่กล้าไว้ใจให้อยู่ที่โรงเรียนคนเดียวอีกแล้ว”“ก็ดีนะคะ แต่ทำไมน้องปอถึงโชคร้ายอย่างนี้ก็ไม่รู้ ครั้งก่อนก็คุณมุกใหม่ครั้งนี้ก็อยากจะมาเจอคนใกล้ตัวจับไปอีก”“นั่นแหละสิพี่ใจหายหมดเลยตั้งแต่รู้เรื่อง นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องจะจบลงจริงๆ หรือเปล่าเพราะคดีเก่าก็ยังจับตัวมุกไหมไม่ได้เลย”“นั่นสิค่ะ ตรีให้เครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทยน้องไว้แล้ว ช่วงไหนน้องปอว่าตรีว่างจะชวนไปเรียนศิลปะป้องกันตัวสักหน่อย ตรีเองก็อยากเรียนอยู่ด้วย”“ก็ดีเหมือนกันนะ ตรีลองไปหาที่เรียนดู เรื่องค่าใช้จ่ายพี่จะจัดการทั้งสองคนเลย”“ใจดีที่สุดเลยนะคะ ชวนหนูดีไปด้วยอีกคนดีไหมคะ”“ดีเลย พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้บ้าง” เขาเอ่ยจากใจจริง“แล้วตอนนี้พี่เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า”“ก็ยังเจ็บแผลอยู่ ขยับตัวมากไม่ค่อยได้”“อย่างนั้นก็นอนเล่นอยู่บนเตียงส
เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ
เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ
ปุณณวิชญ์ตื่นนอนแต่เช้าแม้จะนอนดึกแต่ก็รู้สึกสดชื่นกว่าทุกๆ วัน พอออกมาจากห้องพักก็เห็นแขกผู้เข้าพักท่านอื่นกำลังใส่บาตรกันอยู่ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง“ใส่บาตรไหมคะ” เสียงหวานดังไล่หลังเขามา“ผมไม่ได้เตรียมของมาเลย” เขาหันไปยังเจ้าของเสียง ใบหน้าสวยหวานนั้นดูสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก“นี่ค่ะ แม่
ชายหนุ่มมาที่บ้านของตัวเองตั้งแต่เช้าเพื่อเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้สิงหนาทเพราะวันนี้เขาจะไม่เข้ามาอีกแล้ว จากนั้นก็จัดของในรถที่กระจัดกระจายให้เข้าที่เพียงไม่นานหญิงสาวตัวเล็กก็เดินเข้ามา วันนี้เธอสวมกางเกงพละและเสื้อสีฟ้าคอปก ที่มีตราประจำโรงเรียนอยู่ที่กระเป๋าบนอกเสื้อด้านซ้าย ผมที่สั้นตอนนี้เริ่มยาวข
ปุณณวิชญ์ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดคุยกับอาธร เมื่อขับผ่านมาถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นขบวนพาเหรดกีฬาสี มีนักเรียนบางส่วนเดินเข้าไปในรั้วโรงเรียนบ้างแล้ว ด้านหน้ารถติดยาวหลายร้อยเมตรชายหนุ่มจอดรถแล้วนั่งรอให้ขบวนผ่านไปช้าๆ สีสุดท้ายที่กำลังจะถึงรั้วโรงเรียนเป็นขบวนของนักกีฬาสีฟ้า นั
นอกจากกัลยาและลูกสาวแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าคืนนี้เขาพักที่นี่ ช่างประจวบเหมาะเสียจริง กลางดึกทุกอย่างเสียบสงัด ชายหนุ่มค่อยๆ ออกมาจากห้อง เขานั่งรออย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออก น้าปองพลเดินออกมาจากห้องนอนด้านในสุด แล้วตรงไปยังห้องริมประตูทางเข้า แล้วหายเข้าไปในห้องนั้น เขานั่งรอ





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

