Accueil / โรแมนติก / โอบรักด้วยหัวใจ / ตอนที่ 21 ลองเปิดใจ

Partager

ตอนที่ 21 ลองเปิดใจ

last update Date de publication: 2026-05-07 18:54:00

ปุณณวิชญ์ตื่นนอนแต่เช้าแม้จะนอนดึกแต่ก็รู้สึกสดชื่นกว่าทุกๆ วัน พอออกมาจากห้องพักก็เห็นแขกผู้เข้าพักท่านอื่นกำลังใส่บาตรกันอยู่ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง

“ใส่บาตรไหมคะ” เสียงหวานดังไล่หลังเขามา

“ผมไม่ได้เตรียมของมาเลย”  เขาหันไปยังเจ้าของเสียง ใบหน้าสวยหวานนั้นดูสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก

“นี่ค่ะ แม่เตรียมให้แขกที่มาพัก แต่น้าวิชญ์ เอ้ย... พี่วิชญ์คงยังไม่รู้เพราะไม่เคยค้างที่นี่คืนวันศุกร์”

“ครับ” ชายหนุ่มรับถุงอาหารแห้งในมือหญิงสาวจากนั้นเดินไปยังระเบียงที่ติดริมน้ำที่ตอนนี้มีเรือของพระเทียบท่าอยู่ เขารอคนก่อนๆ ใส่บาตร แล้วเขาก็เป็นคนสุดท้าย พอจะหันมาขอบคุณเจ้าของถุงอาหารก็ไม่เจอเสียแล้ว ปุณณวิชญ์ไปเอารถที่จอดไว้หน้ารั้วบ้านหลังเล็กตั้งแต่เมื่อคืน เจ้าของบ้านคงอยู่ที่ไหนสักที่ในโฮมสเตย์เพราะประตูรั้วถูกล็อคจากทางด้านนอก ชายหนุ่มเข้าแอปพลิเคชั่นไลน์ เพื่อส่งข้อความไปบอกเธอ

‘ขอบคุณสำหรับของใส่บาตร ผมไปรับหนูดีก่อนนะครับแล้วจะรีบมา’

ชายหนุ่มขับรถผ่านบ้านของตนเองกับพี่สาวที่ตอนนี้เสร็จไปแล้วเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครอยู่สักคนคงเพราะยังไม่ถึงเวลาทำงาน

“ปอมาทานข้าวก่อนไหมลูก”

“ค่ะแม่” หญิงสาวเดินมานั่งข้างๆ มารดาอย่างว่าง่าย แล้วจัดแจงตักข้าวให้บุพการีทั้งสอง

“ปอ เมื่อคืนวิชญ์เข้ามาขออนุญาตแม่คบหากับลูก ปอจะว่ายังไง”

“อะไรนะคะ” มือที่กำลังจะตักข้าวใส่ปากชะงัก หญิงสาวตกใจไม่น้อย เมื่อคืนที่เขาขอเธอเป็นแฟนเธอคิดว่าเขาไม่ได้จริงจังอะไร เมื่อเช้าเจอกันเขายังมีทีท่าปกติเหมือนทุกครั้ง

“ตกใจอะไร นี่ยังไม่คุยกันอีกเหรอ” ปองพลถามลูกสาวที่นั่งทำหน้าตกใจยู่ตรงหน้า

“พูดแล้วค่ะแต่ปอก็คิดว่าเค้าพูดเล่น” กัลยณัฏฐ์คิดอย่างนั้นจริงๆ

“คงไม่เล่นแล้วล่ะลูก วิชญ์เค้าเป็นผู้ใหญ่แล้วคงไม่ได้พูดเล่นกับเรื่องแบบนี้ แล้วหนูคิดว่าเค้าเป็นคนยังไง”

“ปอก็พึ่งรู้จักยังไม่นานไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเค้าเป็นคนนิสัยใจคอเป็นยังงัย แต่เท่าที่ได้คุยก็นิสัยดีอยู่นะคะ”

“อย่าปิดกั้นตัวเอง ปอก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้วแม่ไม่ว่าอะไรถ้าจะลองศึกษากันไปก่อน ถ้ามันไม่ใช่ก็แค่ถอยออกมา แม่รู้ว่าลูกสาวของแม่ฉลาดพอที่จะรู้ว่าใครดีหรือไม่ดีใช่ไหม”

“ค่ะแม่ แล้วจะเป็นอะไรไหม ถ้าปอจะลองเปิดใจศึกษากับเค้าดูถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ ปอก็คงจะถอยอย่างที่แม่บอก ดีไหมคะ”

“แม่กับพ่อตามใจลูกเสมอ เพราะเชื่อว่าหนูจะติดสินใจอย่างมีสติ” กัลยามองหน้าลูกสาวแล้วดึงเข้ามากอด อดใจหายไม่ได้ นี่ลูกเธอโตพอที่จะมีความรักแล้วหรือ

“ปออายุ 23 ย่าง 24 แล้วคุณวิชญ์อายุเท่าไหร่กัน”

“หนูดีเคยบอกว่า 32 ค่ะ” กัลยณัฏฐ์ตอบไปคามที่ตัวเองได้รู้มา

“พ่อนึกว่าเค้าอายุเยอะกว่านี้ เห็นหนูเรียกว่าน้า”

“ก็เรียกตามหนูดีค่ะ” เธอไม่กล้าบอกว่าพึ่งรับกับเขาไปว่าจะเรียกว่าพี่

“แม่ว่า ลองเปลี่ยนมาเรียกพี่ดีกว่าไหม อายุไม่ต่างกันถึงขนาดต้องเรียกว่าน้า ใครได้ยินคงคิดว่าปอมีแฟนแก่ทั้งๆ ที่ไม่ใช่อย่างนั้นเลย” กัลยาอยากให้ลูกสาวใช้คำที่เหมาะสมกับปุณณวิชญ์

“ค่ะแม่” เธอยิ้มดีใจที่บิดามารดาไม่ว่าอะไรที่เธอจะเปิดใจคบหากับผู้ชายคนนี้

กัลยามองลูกสาวที่เดินไปต้อนรับแขก แม้จะยังไม่อยากให้ลูกสาวมีใคร แต่พอเมื่อคืนปุณณวิชญ์เข้ามาขออนุญาตคบกับกัลยณัฏฐ์เธอก็ไม่คิดจะห้าม เพราะกลัวว่าถ้าห้ามไปแล้วทั้งสองคนอาจจะแอบคบหากัน ซึ่งนั่นคงจะไม่ดีเท่าไหร่ เมื่อชายหนุ่มกล้าที่จะเดินมาบอก เธอก็กล้าที่จะให้เขาได้ศึกษาดูกับลูกสาวของเธอ

“เตรียมชุดไปค้างสักคืนนะหนูดี” ปุณณวิชญ์มาถึงบ้านตั้งแต่เช้า หลังทานอาหารเช้าเขากับพี่สาวก็นั่งคุยสัพเพเหระระหว่างรอหลานสาวจัดเสื้อผ้า

“ค่ะ น้าวิชญ์” 

“วิชญ์คุยกับแม่ของโอปอแล้วใช่ไหม” เมษาถามเมื่อลูกสาวเดินเข้าไปเก็บของในห้อง

“บอกแล้วครับ”

“พี่กัลยาว่ายังไงบ้าง”

“ก็ไม่ว่าไรนะครับ เธอไม่ได้ห้ามแต่บอกว่าอย่าทำให้ลูกสาวเธอเสียใจ”

“แล้วหนูปอล่ะ วิชญ์บอกเธอไปหรือยังว่ารู้สึกยังไงกับเธอ”

“ผมไม่ได้บอกว่ารู้สึกยังไงกับเธอ ผมแค่ขอเธอเป็นแฟน” พูดจบฝ่ามือของพี่สาวก็ฟาดลงบนต้นแขนจนเขาต้องรีบหลบ เพราะกลัวจะมีครั้งที่สองตามมา

“อะไรกัน ขอเป็นแฟน แต่ไม่บอกว่ารู้สึกยังไง แล้วผู้หญิงเค้าจะรู้ไหมว่าคิดยังไงกับเขา” เมษาต่อว่าน้องชาย

“ก็ผมเคยจีบใครซะที่ไหน พี่ก็รู้” เขาพูดความจริง เพราะที่ผ่านมามีแต่ผู้หญิงเข้ามาจีบตลอด

“ย่ะ พ่อคนเสน่ห์แรง ระวังจะเจอคู่แข่งคารมดีเข้าสักวัน แล้วจะหาว่าไม่เตือน เบื่อนักเชียวพวกชอบให้ผู้หญิงเดาความรู้สึกเอง” เมษาสะบัดหน้าใส่น้องชายแล้วเดินเข้าห้องนอนตามพิจิกาไป

ปุณณวิชญ์นั่งคิดตามที่พี่สาวบอก เขาไม่รู้ว่าจะบอกยังไงว่าเขาชอบเธอ มันคงดูแปลกๆ ที่อยู่คนเราจะเดินไปบอกว่าชอบใครหรือรักใครสักคน เขาไม่ใช่วัยรุ่นเสียด้วยสิ สำหรับชายหนุ่มวัย 32 แล้วการกระทำเท่านั้นที่จะแสดงให้หญิงสาวรับรู้ถึงความรู้สึกที่เขามีให้กับเธอ

ทั้งสามคนแวะซื้อชุดสังฆทานและ น้ำส้มอีก10 ขวด จากนั้นปุณณวิชญ์ก็ขับรถตรงไปยังตลาดน้ำอัมพวาทันที

“โอ้โห ไม่มาแค่สิบกว่าวัน บ้านของเราเสร็จไปเยอะแล้ว” พิจิกาตื่นเต้นกว่าตอนที่น้าชายเอารูปให้ดูเสียอีก 

“ชอบไหมครับ”

“ที่สุดเลยค่ะน้าวิชญ์ แล้วชั้นล่างเป็นห้องอะไรบ้างคะ หนูดีดูในแบบหลายทีแล้วแต่ก็มองไม่ค่อยออกค่ะ”

“ก็ห้องรับแขก ตรงนี้ห้องครัว ส่วนที่ยื่นออกไปเป็นห้องทำงานน้าเอง” เขาอธิบายให้หลานสาวฟังพร้อมชี้ให้ดูเพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้น เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงัก

“ไปกันเลยไหม หนูปอคงกำลังรอเราอยู่เดี๋ยวไหว้พระเสร็จพี่ว่าจะเข้าสวนสักหน่อย เมื่อวานคนเฝ้าสวนบอกว่าส้มโอบางส่วนเริ่มเก็บได้แล้ว”

“ค่ะแม่” พิจิกาเดินนำทั้งสองตรงไปโอบรักโฮมสเตย์

“ไม่ไปด้วยกันจริงๆ เหรอคะพี่กัลยา” เมษาเอ่ยชวนอีกครั้งหลังจากที่ปุณณวิชญ์และกัลยณัฏฐ์ชวนไปแล้วหนึ่งรอบ

“ตามสบายกันเลย แล้วจะขับรถไปหรือนั่งเรือไปกันล่ะ”

“นั่งรถไปน่าจะไวกว่าครับ จะได้ไม่เสียเวลามาก” ชายหนุ่มเป็นคนตอบคำถาม

“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ งานที่นี่ไม่ได้ยุ่งขนาดนั้น” 

“ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” 

กัลยามองตามลูกสาวตัวเองที่เดินเคียงคู่ไปกับชายหนุ่ม เธอภาวนาให้ทั้งสองเปิดใจเรียนรู้กันและกันอย่าให้มีอะไรมาทำให้ลูกสาวคนเดียวของเธอต้องเสียใจเลย

บริเวณวัดยามบ่ายผู้คนเริ่มบางตา หลังจากถวายสังฆทานเสร็จก็พากันมานั่งพักร้อนใต้ต้นโพ ชายหนุ่มเดินตามมาทีหลังแล้วก็สวนทางกับผู้หญิงนุ่งขาวห่มขาวคนหนึ่ง

“ป้าจันทร์ สวัสดีครับ” ปุณณวิชญ์ยกมือไหว้ทักทายผู้หญิงคนหนึ่ง ผมสีขาวของเธอเกล้าไว้อย่างเรียบร้อย เธอพยายามเพ่งสายตามองคนตรงหน้า 

“ผมวิชญ์น้องพี่เมษาครับ” เขาแนะนำตัวแล้วกวักมือเรียกให้ กัลยณัฏฐ์เดินมายังจุดที่เขายืนคุยอยู่ เธอยกมือไหว้ผู้หญิงสูงวัยตรงหน้า ชายหนุ่มแนะนำให้เธอรู้จักป้าจันทร์ แม่ของดวงใจเพื่อนสมัยเรียนของเขา

“แฟนเหรอพ่อคุณ หน้าตาสะสวย เหมาะสมกันมาก พยายามเข้าใจกันให้มากหน่อยนะช่วงนี้อุปสรรคมันเยอะ แต่ถ้าจับมือกันผ่านไปได้ก็อยู่กันจนแก่จนเฒ่า เราสองคนเป็นคู่แท้”

ทั้งสองคนมองหน้าป้าจันทร์แต่ไม่ได้พูดอะไร

“หนูมาใกล้ๆ ป้าหน่อยสิ ขอป้าดูหน้าชัดๆ อีกที”

หญิงสาวก้าวขาไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ

“คนเราพออายุมาก ความสุขอาจไม่ใช่การอยู่ด้วยกัน หากแต่ความสุขอยู่ที่ว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไรแล้วสบายใจมากกว่า อย่ายืดติด อะไรที่มันเกิดขึ้นแล้ว มันยากต่อการแก้ไข คนเรารักกันมานานพอมาถึงจุดหนึ่งความรักอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอให้ใช้ชีวิตร่วมกัน ให้ถือว่าเค้าสองคนทำบุญร่วมกันมาแค่นี้ บอกท่านให้ปล่อยวางแล้วจะพบความสุขที่แท้จริง”

กัลยณัฏฐ์ยืนฟังแล้วนิ่ง พยายามคิดตามว่าที่ป้าจันทร์พูดหมายถึงใคร ตอนแรกเธอคิดว่าหมายถึงตัวเธอกับชายหนุ่มตรงหน้า แต่ประโยคสุดท้ายนี่สิ ‘บอกท่านให้ปล่อยวาง’ ป้าจันทร์หมายถึงใคร

“อย่าไปฟังป้าจันทร์แกมากเลยคุณ ผมเคยเจอป้าแกตั้งแต่เด็กๆ ป้าแกก็ทักไปเรื่อยแหละ” เขาไม่อยากให้เธอคิดมากจึงพูออกไปแบบนั้น ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าป้าจันทร์เหมือนมีพลังพิเศษที่หยั่งรู้ เรื่องระหว่างเขากับเธอที่ป้าจันทร์พูดนะนั้น ไม่น่าหนักใจเท่าเรื่องที่ป้าจันทร์ พูดกับหญิงสาว 

“ผมขอตัวก่อนนะครับป้าจันทร์” ปุณณวิชญ์รีบพาหญิงสาวออกมา

“พี่เข้าสวนก่อนนะวิชญ์” เมษาเตรียมหมวกปีกกว้างพร้อมเสื้อแขนยาวเดินหายเข้าไปในสวนทันทีที่กลับมาจากวัด

“เย็นนี้เราไปเดินตลาดกันนะคะ” พิจิกาชวนน้าชาย

“ได้สิ จะไปตอนไหนก็โทรบอกนะ น้าขอไปตรวจงานอีกสักครู่” เขาบอกหลานสาวแต่สายตาจับจ้องที่ใบหน้าเนียนสวย พร้อมส่งยิ้มให้

“ค่ะน้าวิชญ์” พิจิกาเอาแต่ก้มมองโทรศัพท์จึงไม่เห็นสองหนุ่มสาวส่งสายตาให้กัน

กัลยณัฏฐ์และพิจิกาเดินมาโอบรักโฮมสเตย์กันตามลำพัง

“จบแล้วจะเรียนต่อที่ไหนล่ะหนูดี คิดไว้หรือยัง”

“หนูดีอยากเรียนที่เดิม แต่แม่กับน้าวิชญ์อยากให้ลองไปสอบเข้าโรงเรียนในกรุงเทพฯ หนูดีไม่อยากไปเลย ต้องอยู่หออีกคงเหงาน่าดู”

“ช่วงแรกๆ ที่พี่ไปอยู่หอพักก็เหงามากเหมือนกัน อยากกลับก็กลับไม่ได้ทั้งเรียน ทั้งกิจกรรม บางคืนก็นอนร้องไห้”

“แล้วพี่โอปทำยังไงคะ” 

“ก็ได้เพื่อนร่วมห้อง คอยช่วยปลอบ บางทีก็พากันร้องไห้แต่มันก็ผ่านมาได้”

“หนูดีคงคิดถึงแม่”

“พี่ไปเรียนตอนอยู่ปีหนึ่งยังเหงาขนาดนั้นแต่หนูดีพึ่งจะขึ้นม. 4 ก็น่าเห็นใจ ลองคุยกับแม่อีกทีก็ได้ อย่าพึ่งคิดไปเอง ท่านอาจแค่ให้ไปลองสอบวัดความรู้ว่าอยู่ระดับไหน แต่พอถึงเวลาที่ต้องเลือกเรียนจริงๆ ก็คงเป็นหนูดีที่ตัดสินใจเอง”

“ค่ะพี่โอป” เด็กสาวรู้สึกสบายใจมากขึ้นที่ได้ยินพี่สาวคนสนิทแนะนำ

เช้าวันอาทิตย์หลังจากช่วยกันทำความสะอาดห้องพักของแขกที่เช็คเอาท์ไปจนครบทุกห้องแล้วพิจิกาก็ขอตัวกลับ โดยมีกัลยณัฏฐ์นั่งรถไปด้วย ส่วนเมษากลับไปตั้งแต่เมื่อวานเย็นโดยติดรถไปกับสิงหนาทที่ต้องเข้าไปซื้อของพอดี

ก่อนที่จะออกจากโอบรักโฮมสเตย์ปุณณวิชญ์เข้าไปขออนุญาตครูกัลยาเพื่อพากัลยณัฏฐ์ไปดูหนังหลังจากที่ส่งพิจิกาแล้ว

“พี่วิชญ์จะไปไหนคะ” เมื่อออกจากบ้านพิจิกา ชายหนุ่มขับรถไปทิศทางตรงกันข้ามกับทางไปตลาดน้ำอัมพวา

“ไปดูหนังครับ” เขาตอบเสียงเรียบ

“ไปดูหนังปอไม่เอาด้วยหรอกค่ะ ปอต้องรีบกลับ ป่านนี้แม่คงเป็นห่วงแล้วค่ะ” สีหน้าวิตกกังวลจนคิ้วเรียวสวยขมวดติดกัน

“อย่าทำหน้าเครียดอย่างนั้นสิครับสิ เดี๋ยวแก่เร็วจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะ” 

“ไม่เห็นจะกลัวเลยนี่คะ เพราะบางคนแถวนี้แก่ไปก่อนแล้ว” เธอหัวเราะเมื่อได้พูดย้อนเขาไปแบบนั้น

“อย่างผมเค้าไม่ได้เรียกแก่ เค้าเรียกคนมากประสบการณ์” เขาแก้ตัวอย่างไม่จริงจังนัก

“ชวนคุยนอกเรื่องอีกแล้วพี่วิชญ์เนี่ย ปอกลัวแม่เป็นห่วงจริงๆ นะคะ ปอขอโทรศัพท์ไปบอกท่านก่อนได้ไหม”

“ผมขออนุญาตท่านไว้แล้วครับ ตั้งแต่ก่อนออกมา” ในที่สุดเขาก็บอกความจริงกับเธอไป

“ร้ายนักนะคะ แล้วแม่ว่ายังไงบ้าง” กัลยณัฏฐ์รู้สึกดีที่ชายหนุ่มเข้าตามตรอกออกตามประตู

“ท่านไม่ว่าอะไร แค่อย่ากลับดึกมากเพราะพรุ่งนี้ต้องไปทำงาน”

“ค่ะ แล้วทำไมไม่ดูที่นี่ล่ะคะ” เธอหมายถึงในตัวเมือง

“ไปดูกรุงเทพฯ ดีแล้ว ผมว่าจะให้คุณไปช่วยเลือกหนังสือให้หนูดีด้วย” เขาแค่หาข้ออ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วเขาอยากใช้เวลาอยู่กับเธอให้นานๆ มากกว่า

“อ๋อ แอบหลอกใช้งานด้วยนี่เอง” น้ำเสียงไม่ได้จริงจังเท่าไหร่

“ปอ ยังเจ็บท้องอยู่ไหม” เขาถามขึ้นมาเห็นว่าอีกไม่กี่กิโลเมตรก็จะผ่านหน้าโรงพยาบาล

“ถ้าไม่ขยับตัวเร็วๆ หรือยกของหนักก็แทบไม่รู้สึกแล้วค่ะ”

“ถ้าเปลี่ยนใจจะแจ้งความก็บอกผมได้นะครับ ผมได้เทปจากกล้องวงจรปิดมาแล้ว”

“พี่วิชญ์ไปเอามาได้ยังไง แล้วไปเอาตอนไหนคะ” เธอถามรัวๆ

“เมื่อเช้าเสาร์ ก่อนไปรับหนูดี ผมไปขอพบผู้จัดการร้านอธิบายเหตุผล เค้าเลยให้เทปมาครับ” 

“ขอบคุณพี่วิชญ์อีกครั้งนะคะ ปอคงไม่แจ้งความหรอกค่ะ ไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว”

“ครับ คนประเภทนี้ ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงแต่ถ้าต้องทำงานร่วมกันจริงๆ ก็คงต้องมีคนกลาง”

“ค่ะ ปอคงไม่กล้าอยู่ใกล้ไม่รู้ว่าที่เค้าทำไปเพราะเมาหรือเพราะนิสัยเค้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ”

“ถ้ามันลำบากใจมาก ปอก็ออกมาทำงานกับผมก็ได้นะ” เขาอยากให้เธอมาทำงานกับเขา จะได้มีโอกาสอยู่ใกล้กันทุกวัน

“ปออยากเป็นครูเหมือนแม่ ถ้าปีนี้ปอสอบได้ก็คงดี จะได้ไม่ต้องสอนที่เดิม”

“แล้วจะไปสอนที่ไหนล่ะ” เขาไม่ค่อยรู้เรื่องนี้เท่าไหร่เลยต้องถามไปตรงๆ

“ก็คงโรงเรียนรัฐบาล ตามที่เค้ากำหนด”

“แล้วถ้ามันไกลมากล่ะ ปอจะไม่คิดถึงผมเหรอ” เอาอ้อน แต่เหตุผลจริงๆ ที่ชายหนุ่มไม่อยากให้เธอสอบผ่าน เพราะรู้ว่าทันที่ที่เธอสอบผ่านและได้บรรจุเป็นข้าราชการ ครอบครัวของเธอจะเป็นไปในทิศทางใด

“พี่วิชญ์อย่ามาทำเป็นปากหวานหน่อยเลยค่ะ ขี้คร้านจะดีใจที่ไม่ต้องเจอปอบ่อยๆ มีเวลาไปจีบสาวอีกตั้งเยอะ”

“ผมเคยจีบใครที่ไหน ถามหนูดีกับพี่ษาได้เลย” เขาแกล้งยื่นโทรศัพท์ให้เธอ

“ปอจะเชื่อก็ได้ แต่ถ้าปอเห็นว่ามันไม่เป็นอย่างที่พูดปอก็คงถอยเพราะปอไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ พี่วิชญ์คงเข้าใจนะคะ” กัลยณัฏฐ์บอกชายหนุ่มไปแบบตรงๆ

“ผมเข้าใจดีเลยล่ะและสัญญาได้เลยว่ามันไม่มีทางเป็นแบบนั้น ไม่ว่าจะตอนนี้หรืออีกกี่สิบปีข้างหน้า”  สีหน้าคนพูดดูจริงจังจนหญิงสาวอดยิ้มให้กับคำพูดของเขาไม่ได้

“ปอคงไม่เลือกไปสอบที่ไกลๆ หรอกค่ะ ห่วงพ่อกับแม่ คงเลือกไม่ไกลมาก แต่ก็ต้องดูอีกทีว่าปีนี้เขตใกล้ๆ มีที่ไหนรับบ้าง พอสอบเสร็จก็ต้องรอเรียกถ้าใครที่ทำคะแนนดีๆ อยู่ลำดับต้นๆ ก็อาจจะโดนเรียนมาบรรจุก่อน ส่วนที่เหลือก็รอเรียกตามลำดับ ถ้าภายในสองปีแล้วยังเรียกไม่ถึงลำดับที่เราสอบได้ ปีต่อไปก็ต้องสอบใหม่” เธออธิบายให้เขาฟัง ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่ ที่จะได้บรรจุเป็นข้าราชการครูอย่างที่เธอตั้งใจแต่เธอเองก็ไม่เคยท้อ

“ยุ่งยากเหมือนกัน กว่าจะได้เป็นครูอย่างพี่ษากับน้ากัลยา ผมเอาใช่ช่วยนะขอให้สอบได้ตามที่ตั้งใจ แต่ก็ไม่อยากให้เครียดสอบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ตัวเล็กแค่นี้ผมเลี้ยงได้สบายมาก” เขากระชับมือเธอแน่น

“ขอบคุณพี่วิชญ์นะคะ ปอว่าจะให้เวลาตัวเองสัก 2 ปี ถ้าทำเต็มที่แล้วยังสอบไม่ผ่านก็คงต้องทำงานที่โรงเรียนเอกชนอย่างเดิม”

“ทำไมไม่ลองเปิดโรงเรียนกวดวิชาล่ะ ผมเคยไปส่งหนูดีที่โรงเรียนคนเยอะมาก”

“ก็เป็นความคิดที่น่าสนใจ แต่คงต้องหาประสบการณ์ให้มากกว่านี้ วิชาภาอังกฤษคนเริ่มสนใจเรียนเยอะแต่ส่วนใหญ่ก็จะนิยมเรียนกับครูต่างชาติหรือไม่ก็คนที่จบจากต่างประเทศ”

“ปอคิดจะไปเรียนต่างประเทศไหม” เขาเริ่มเห็นช่องทาง ถ้าหญิงสาวไปเรียนภาษาเพิ่มเติมสักปี ระหว่างนั้นเขาจะหาโอกาสคุยกับพ่อของเธอ ชายหนุ่มหวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก่อนเธอกลับมา

“ไม่คิดค่ะที่บ้านไม่มีเงินขนาดนั้นเราแค่พอกินพอใช้” อาชีพชาวส่วนและเจ้าของโฮมสเตย์ทำให้เธอกับครอบครัวมีกินมีใช้อย่างไม่ลำบากแต่ถ้าจะต้องไปเรียนต่างประเทศเธอคงไม่กล้าขอเงินจากท่าน นอกจากจะได้ทุนไปเรียนแต่นั่นก็ไกลเกินกว่าที่เธอจะคิดถ้าปีนี้เธอสอบได้แล้วโรงเรียนที่เธอได้ทำงานมีทุนให้ไปเรียนเธอก็คงหาโอกาสสักครั้ง

“แล้วถ้าผมให้ทุนไปเรียนล่ะ”

“นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ค่ะ ปอคงไม่กล้ารบกวนพี่วิชญ์ขนาดนั้น” เธอรีบปฏิเสธออกไปโดยไม่ต้องคิด

“รบกวนที่ไหนคนเค้าเต็มใจ พอกลับมาก็มาเปิดโรงเรียนกวดวิชาเดี๋ยวป๋าวิชญ์จัดการหาตึกทำเลดีๆ ให้” เสียงหัวเราะของทั้งสองประสานกันทันทีที่เขาพูดจบ

“ไม่คุยเรื่องนี้แล้วค่ะปอง่วงถึงแล้วปลุกด้วยนะคะ” เธอหลับตาแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 60 ตอนจบ

    กัลยณัฏฐ์เงียบหายไปตั้งแต่เช้าวันจันทร์ เขารีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาส่งเธอและอยากเจอเพื่อนของเธอด้วยแต่พอมาถึงน้ากัลยาก็บอกว่าเพื่อนเธอมารับไปตั้งแต่เช้าปุณณวิชญ์ทำงานอยู่ที่บ้านตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาแวะไปคุยกับมารดาของแฟนสาวทุกวัน เพราะกลัวเธอจะเหงา“เหงามากไหม” กัลยาถามชายหนุ่มที่นั่งมองเรือสัญจรไปมาอยู่หน้าระเบียง ชายหนุ่มพึ่งจะรดน้ำต้นไม่เสร็จ ยิ่งมองต้นพิทูเนียในกระถางเขาก็ยิ่งคิดถึงเจ้าของ“ครับน้า ปอไม่ติดต่อมาเลย” ใบหน้าเศร้าสร้อยของชายหนุ่มทำให้เธอยิ้มดีใจที่ลูกสาวได้พบเจอคนดีๆ อย่างเขา ระหว่างที่กัลยณัฏฐ์ไม่อยู่ชายหนุ่มจะแวะมาเธอทุกวัน บางวันก็มาทานอาหารเย็นด้วยอย่างวันนี้เขาก็มานั่งเล่นที่โอบรักโฮมเสตย์ตั้งแต่เช้า“เดี๋ยววันศุกร์ก็คงได้เจอกัน น้าเองก็ไม่เคยห่างกันนานแบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องอดทน” “ครับ” เขาตอบแบบหงอยๆ แล้วนั่งอยู่ที่เดิมจนพระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า ท้องน้ำเบื้องหน้ากลายเป็นสีส้ม ก่อนจะค่อยๆ หายไปกับความมืดยามค่ำคืนเช้าวันศุกร์ปุณณวิชญ์ตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้แล้วที่กัลยณัฏฐ์จะกลับมา เขานั่งทำงานอย่างกระสับกระส่ายรอเวลาที่เธอจะโทรหา จนเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว ชา

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 59 เราจำเป็นต้องห่างกันสักพัก

    กว่าสัปดาห์ที่ปุณณวิชญ์นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กัลยณัฏฐ์เฝ้าดูแลไม่ห่าง และระหว่างนี้เธอก็ได้มีโอกาสช่วยเขาจัดการกับไฟล์เอกสารต่างๆ ที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบ เธออาศัยช่วงที่เขาทานยาแล้วนอนพักในตอนบ่าย จัดเรียงข้อมูลที่อยู่ในโน้ตบุ๊กของเขา ชายหนุ่มดูจะพอใจเป็นย่างมากเพราะช่วยให้เขาทำงานได้เร็วขึ้น และการที่ไม่ต้องอยู่เฉยๆ ทำให้เธอจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็วคงเพราะมีเขาอยู่ใกล้ๆ กลางคืนเธอก็นอนเป็นเพื่อนเขาทุกคืน และจะกลับไปบ้านบ้างในตอนเย็นที่พี่สาวของเขามาเยี่ยมโดยมีพิจิกานั่งรถไปด้วยทุกครั้ง เพราะชายหนุ่มยังไม่ยอมให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียว วันนี้เขาได้รับอนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้เพราะแผลหายดีแล้ว โดยเธอเป็นคนพาขากลับมาที่บ้าน“คืนนี้พี่นอนไม่หลับแน่เลย” ปุณณวิชญ์พูดในระหว่างที่เธอกำลังช่วยเขาจัดโต๊ะทำงาน “ไม่ได้แปลกที่เสียหน่อยจะนอนไม่หลับได้ยังไงคะ”“ก็คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวนี่ครับ คงเหงาน่าดูเลย”“ให้หนูดีมานอนด้วยไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้เรียกใช้ได้”“ไม่เอาหรอก ใครมานอนด้วยก็ไม่เหมือนมีปอมานอนด้วย”“พี่วิชญ์พูดแบบนี้ ถ้าเกิดคนอื่นมาได้ยินปอเสียหายแย่เลยนะคะ” กัลยณัฏฐ์ต่อว่า

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 58 ผลของการกระทำ

    มุกไหมนั่งมองตัวเองในกระจกภายในห้องนอนของบ้านไม้สักหนังใหญ่ ตั้งแต่เธอมาอยู่กับพ่อเลี้ยงมงคล หญิงสาวมีความสุขมาก พ่อเลี้ยงเอาใจเธอทุกอย่าง ทุกคืนเขามานอนที่ห้องของเธอและไม่เคยสนใจภรรยาของเขาอีกเลย เวลาไปงานเลี้ยงหรือไปติดต่อธุรกิจต่างๆ เขาก็จะพามุกไหมไปด้วยทุกครั้งจนใครๆ ก็ต่างก็พากันเอาอกเอาใจเธอในฐานะคนรักคนใหม่ของพ่อเลี้ยงมงคล เธอมีชีวิตหรูหราชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็เข้าร้านเสริมสวย ช้อปปิ้ง แต่งตัว พ่อเลี้ยงเองก็ไม่เคยว่าอะไรเธอเลยสักนิด แต่เขามีข้อแม้ว่าไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับเขมิกาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น “พ่อเลี้ยงไปไหนเหรอป้าชื่น” มุกไหมตื่นนอนมาตอนเกือบเที่ยงถามขึ้น “ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นรีบขับรถอออกไปหลังจากที่รับโทรศัพท์” ป้าชื่นตอบโดยไม่มองหน้าหญิงสาวเลยเพราะนางไม่พอใจที่หญิงสาวมาแย่งความรักไปจากนายหญิงของนาง มุกไหมไม่สนใจว่านางจะปฏิบัติกับเธอยังไง เพราะเธอมีแค่พ่อเลี้ยงก็พอแล้ว หญิงสาวนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ระเบียงก็เห็นว่าป้าชื่นนั่งรถคนงานออกไปจากไร่ หญิงสาวไม่สนใจเพราะคนที่คอยรับใช้เธอในบ้านหลังนี้คือชบาคนเดียว “คุณมุกคะ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 57 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 2

    พอหญิงสาวออกไปได้สักครู่ปุณณวิชญ์ก็เรียกตรีทิพย์เข้ามาถามเรื่องงานทันที“ไม่พักผ่อนก่อนเหรอคะพี่ เรื่องงานเอาไว้ทีหลังก็ได้งานไม่ได้หนักหนาอะไร”“พี่อยากรีบตรวจเอกสารให้เสร็จระหว่างที่นอนอยู่ที่นี่ เพราะถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่คงต้องคอยรับส่งปอพี่ไม่กล้าไว้ใจให้อยู่ที่โรงเรียนคนเดียวอีกแล้ว”“ก็ดีนะคะ แต่ทำไมน้องปอถึงโชคร้ายอย่างนี้ก็ไม่รู้ ครั้งก่อนก็คุณมุกใหม่ครั้งนี้ก็อยากจะมาเจอคนใกล้ตัวจับไปอีก”“นั่นแหละสิพี่ใจหายหมดเลยตั้งแต่รู้เรื่อง นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องจะจบลงจริงๆ หรือเปล่าเพราะคดีเก่าก็ยังจับตัวมุกไหมไม่ได้เลย”“นั่นสิค่ะ ตรีให้เครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทยน้องไว้แล้ว ช่วงไหนน้องปอว่าตรีว่างจะชวนไปเรียนศิลปะป้องกันตัวสักหน่อย ตรีเองก็อยากเรียนอยู่ด้วย”“ก็ดีเหมือนกันนะ ตรีลองไปหาที่เรียนดู เรื่องค่าใช้จ่ายพี่จะจัดการทั้งสองคนเลย”“ใจดีที่สุดเลยนะคะ ชวนหนูดีไปด้วยอีกคนดีไหมคะ”“ดีเลย พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้บ้าง” เขาเอ่ยจากใจจริง“แล้วตอนนี้พี่เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า”“ก็ยังเจ็บแผลอยู่ ขยับตัวมากไม่ค่อยได้”“อย่างนั้นก็นอนเล่นอยู่บนเตียงส

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 56 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 1

    เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 56 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 1

    เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 12 ก็แค่หาเรื่องคุย 2

    กัลยณัฏฐ์อ่านหนังสือมานานเท่าไหร่ไม่รู้ พอเงยหน้าอีกทีเข็มยาวก็ชี้ไปที่เลขหก ส่วนเข็มสั้นนั้นเลยเลขเก้ามาครึ่งหนึ่งแล้ว เธอลุกขึ้นบิดขี้เกียจ ก่อนที่จะเดินไปอาบน้ำเรียกความสดชื่นเพื่อกลับมาอ่านหนังสือต่อเสียงจากแอปพลิเคชั่นไลน์ดังขึ้นเมื่อเธอเดินมาถึงโซฟาตัวยาวที่ใช้นั่งอ่านหนังสือตังแต่บ่าย‘ว่าง

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 11 ก็แค่หาเรื่องคุย 1

    การรีโนเวทบ้านไม้ใต้ถุนสูงเริ่มขึ้นหลังจากที่ปุณณวิชญ์ให้ทีมวิศวกรและสถาปนิกมาดูบ้านจากนั้นเขาก็เสนอแบบกับเมษา เมื่อพี่สาวและหลานสาวตกตงตามแบบที่เสนอ ชายหนุ่มก็ให้ทีมงานเข้ามาทำทันที ระหว่างนี้เขาให้เมษาและพิจิกาไปพักที่บ้านเช่าในตัวเมืองใกล้ๆ กับโรงเรียนที่พิจิกาเรียนอยู่ ส่วนปุณณวิชญ์นั้นก็มาตรวจ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 10 ที่ปรึกษาเฉพาะกิจ 2

    “เสียงใครกันนะกำลังนินทาแม่” เมษาเดินถือถาดเปลือกส้มโอเชื่อมเข้ามาพอดี“ไม่ได้นินทานะคะ แค่เล่าให้น้าวิชญ์ฟังเฉยๆ” เด็กสาวรีบเดินไปกอดแขนมารดาแล้วยิ้มอย่างประจบ“ถืออะไรมาครับพี่”“เปลือกส้มโอเชื่อมจ๊ะ ลองชิมดูไหม ครั้งนี้รสชาติลงตัวที่สุดแล้ว พี่ว่าจะแพคใส่ถุงแล้วไปฝากขายที่ร้านครูกัลยา”พอพี่สาวพ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 9 ที่ปรึกษาเฉพาะกิจ 1

    เวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมงพิจิกาและกัลยณัฏฐ์ก็ช่วยกันเก็บกวาดบริเวณหน้าบ้านและล้างจานชามเก็บเข้าที่ พิจิกาขอตัวไปช่วยงานที่โอบรักโฮมสเตย์ต่อส่วนเจ้าของบ้านนั้นยังต้องตรวจการบ้านต่ออีกสักพัก“ไปก่อนเลยหนูดี พี่ตรวจการบ้านเสร็จแล้วจะตามไป”“ค่ะพี่โอป แล้วพี่โอปให้หนูดีเอาข้าวกลางวันมาให้ไหมคะ” คนตัวเล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status