Masuk“เสียงใครกันนะกำลังนินทาแม่” เมษาเดินถือถาดเปลือกส้มโอเชื่อมเข้ามาพอดี
“ไม่ได้นินทานะคะ แค่เล่าให้น้าวิชญ์ฟังเฉยๆ” เด็กสาวรีบเดินไปกอดแขนมารดาแล้วยิ้มอย่างประจบ
“ถืออะไรมาครับพี่”
“เปลือกส้มโอเชื่อมจ๊ะ ลองชิมดูไหม ครั้งนี้รสชาติลงตัวที่สุดแล้ว พี่ว่าจะแพคใส่ถุงแล้วไปฝากขายที่ร้านครูกัลยา”
พอพี่สาวพูดถึงชื่อครูกัลยาเขาก็นึกได้ว่าซื้อขนมมาฝากลูกสาวครูกัลยาด้วย
“หนูดี น้าวิชญ์ซื้อขนมปังนมสดมาฝากด้วยนะ น้าไม่รู้ว่าจะชอบทานหรือเปล่าเลยซื้อมาหลายกล่อง”
“ชอบค่ะ ร้านนี้เพื่อนหนูดีบอกว่าอร่อย แต่ต้องต่อแถวยาวมาก นี่น้าวิชญ์ไปยืนต่อแถวมาเหรอคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“น้าวิชญ์นี่ใจที่สุดเลยค่ะ ใครได้เป็นแฟนนะโชคดีเป็นบ้า” หนูดีแกะกล่องขนมเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“ถึงกับเป็นบ้า คงไม่มีใครอยากเป็นแฟนน้าแน่” เขาอดที่จะหัวเราะกับคำเปรียบเปรยของหลานสาวไม่ได้
“แล้วนี่ซื้อมาเยอะเลย จะทานกันหมดไหม อ้วนกันพอดี” เมษามองกล่องขนมที่ยังวางอยู่อีกหลายกล่อง
“เอาไปแบ่งให้พี่โอปสิลูก”
“ค่ะแม่ หนูดีก็ว่าจะขอแบ่งไปให้พี่โอปอยู่พอดี เพราะเราคงทานกันไม่หมด น้าวิชญ์จะว่าไหมคะ” เธอหันมาถามคนซื้อ
“ได้สิ เมื่อวานบ้านนั้นก็มีน้ำใจจัดงานวันเกิดให้หนูดี” เขาไม่ได้บอกว่าที่ซื้อมาเยอะก็กะว่าจะเอาไปฝากหญิงสาวนั่นแหละ แต่ยังไม่มีโอกาสพูด เมษาก็พูดขึ้นมาก่อนซึ่งมันก็เข้าทางเขาพอดี
“เดี๋ยวหนูดีรีบเอาไปให้นะคะ จะเอาโทรศัพท์ไปอวดพี่โอปด้วยค่ะ” เด็กสาวถือถุงใส่กล่องขนมวิ่งไปอย่างรวดเร็ว
“อร่อยครับพี่” ปุณณวิชญ์พึ่งเคยทานเปลือกส้มโอเชื่อมครั้งแรกก็รู้สึกติดใจ ทำเอาคนทำยิ้มไม่หุบ
“แล้วนี้นึกยังไงถึงซื้อโทรศัพท์ให้หลาน” เมษานั่งลงข้างๆ น้องชาย
“จริงๆ แล้วผมซื้อลูกโลกจำลองมาให้หนูดี แต่มันซ้ำกับของโอปอตอนไปซื้อก็ไม่รู้ว่าจะเอาของขวัญมาให้คนเดียวกัน เลยมีการปะทะคารมกันนิดหน่อย”
“แล้วนี่ต้องไปซื้อของขวัญชิ้นใหม่ใช่ไหม”
“ครับที่เมื่อคืนต้องรีบกลับเพราะกลัวหนูดีรอของขวัญ เลยอ้างว่ามีธุระ”
“อ๋อ อันที่จริงไม่เห็นต้องลำบากเลย”
“ไม่เป็นไรครับ หนูดีเป็นหลานคนเดียวของผม อีกอย่างก็อย่างที่ผมบอกหนูดีไปเมื่อครู่ ผมไม่ได้ให้ของขวัญหนูดีมาหลายปีแล้ว”
“จ้ะ พี่เข้าใจ”
“พี่ษาครับ ผมเห็นที่ผืนติดๆ กันนี้ประกาศขาย”
“อ๋อ ที่ลุงแย้มน่ะ แกแก่แล้วลูกๆ เลยจะให้ย้ายไปอยู่ด้วยที่เชียงใหม่ วิชญ์ถามทำไม หรือว่าสนใจ” ปกติน้องชายไม่เคยสนใจเรื่องที่ทางสักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เมษาเลยรู้สึกแปลกใจ
“ครับพี่ ผมเห็นว่าติดกับสวนของเราเลยกะว่าจะลองไปถามราคาแกเสียหน่อย พี่ษาว่างวันไหน เราลองไปถามด้วยกันนะครับ”
“วิชญ์จะซื้อพี่ก็ไม่ว่าอะไรนะ แต่ต้องมาดูแลเอง ลำพังแค่ที่ของเราก็เยอะแล้วพี่คงดูแลไม่ไหว” เนื่องจากต้องทำงานประจำและลำพังสวนของตัวเองยังต้องจ้างคนงาน ถ้าต้องเพิ่มอีกสวนเธอคงดูแลไม่ทั่วถึงแน่ๆ
“ผมคิดว่าจะมาดูแลเองครับพี่”
“อ้าวแล้วบริษัทล่ะ เห็นว่ากำลังไปได้สวยเลยไม่ใช่เหรอ หรือบริษัทมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าครับพี่ ตอนนี้ที่บริษัทกำลังไปได้ดี ทุกอย่างลงตัวครับ ผมเลยพอจะมีเวลากลับมาอยู่ที่บ้านบ้าง”
“ก็ดีเลยสิ หนูดีรู้คงดีใจ เพราะอยู่กันสองคนบางทีก็เหงา”
“พี่ษาจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะขออยู่ด้วยที่บ้านตลอดไป” ชายหนุ่มถามพี่สาวอย่างเกรงใจ เพราะตัวเองออกจากบ้านไปนานแล้ว เมื่อจะกลับมาอยู่ก็กลัวว่าพี่สาวและหลานสาวจะอึดอัด
“ใครจะว่าละ พี่ดีใจด้วยซ้ำเพราะเรามีกันอยู่แค่นี้ บ้านนี้ก็บ้านของวิชญ์เหมือนกัน นอกเสียจากว่าวิชญ์เห็นว่ามันคับแคบหรือไม่สะดวกสบาย”
“ไม่เลยครับพี่ ผมอยู่ได้ เพียงแต่อยากทำห้องนอนให้หนูดีใหม่ หนูดีเริ่มโตแล้วผมอยากให้มีห้องส่วนตัว”
“พี่ก็กำลังคิดว่าจะขออนุญาตวิชญ์อยู่เหมือนกัน พอดีห้องพ่อกับแม่ก็ปิดไว้นานแล้วไม่ได้ใช้พี่ว่าจะให้วิชญ์ย้ายไปอยู่ห้องนอนใหญ่ ส่วนห้องเดิมของวิชญ์ก็ให้ยกหนูดีอยู่แทน”
“พี่ษาทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ ไม่เห็นต้องขอนุญาตเลย” เขากุมมือพี่สาวแล้วพูดต่อ
“แต่ห้องผมจะไม่เล็กไปหรือครับพี่ หนูดีเป็นผู้หญิงน่าจะต้องใช้พื้นที่ห้องเยอะกว่าผู้ชายนะครับ”
“ไม่เล็กไปหรอกวิชญ์ พี่เห็นวิชญ์ต้องทำงานด้วย ห้องใหญ่น่าจะเหมาะกว่าจะได้จัดโต๊ะทำงานด้วย วิชญ์ว่าดีไหม”
“ก็ดีครับพี่ ผมว่าจะให้ช่างมาทำห้องใหม่ทั้งสามห้องเลยดีไหมครับ ให้เค้าติดฝ้าเพดานเพิ่มแล้วจะติดแอร์ทั้งสามห้องเลย เรื่องค่าใช้จ่ายผมจัดการเอง อันที่จริงมันก็ไม่ร้อนเท่าไหร่ แต่ผมว่าถ้าหน้าร้อนอากาศน่าจะร้อนกว่านี้” เขาเองไม่ได้กลัวความลำบาก เพราะเคยนอนแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่เขาอยากให้พี่สาวกับหลานสาวได้นอนสบายหลักจากเรียนและทำงานหนักกันมาทั้งวัน
“พี่ก็ว่าจะติดแอร์อยู่เหมือนกัน ปีที่แล้วหนูดีบ่นว่าร้อน อ่านหนังสือไม่ค่อยรู้เรื่อง ส่วนค่าใช้จ่ายวิชญ์มาเบิกที่พี่ได้เลย”
“ไม่เป็นไรครับพี่ษา ให้ผมมีโอกาสได้ดูแลพี่กับหลานบ้าง ไหนๆ เราก็ต้องให้ช่างมาทำห้องแล้ว ผมว่าทำห้องน้ำเพิ่มอีกห้องดีไหมครับ เพิ่มไปตรงด้านหลังห้องของหนูดีก็ได้ พี่ษากับหนูดีจะได้ใช้อย่างสะดวก” เมษารู้ว่าตอนนี้น้องชายมีรายได้พอที่จะจับจ่ายได้อย่างสบาย แต่ก็เกรงใจที่ต้องมาจ่ายทั้งหมด
“พี่เกรงใจวิชญ์” เมษาดูแล้วคงเสียค่าใช้จ่ายมากโขอยู่ เธอเองก็พอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง เรื่องห้องน้ำก็เป็นอีกเรื่องที่เธอลืมคิดไปเพราะแต่ก่อนอยู่กันสองคนก็ไม่ได้ลำบากอะไร
“โธ่ พี่ษาครับ แค่นี้เองผมไม่ได้ลำบากอะไร เอาเป็นว่าเราตกลงตามนี้นะครับ เดี๋ยวผมทำแบบให้พี่ษาดูก่อนว่าจะปรับปรุงต่อเติมตรงไหนบ้าง แต่ในช่วงที่ช่างมาทำเราคงต้องหาที่อยู่ชั่วคราวกันก่อน คงไม่นานเพราะทีมช่างที่ผมเคยทำงานด้วยนั้นทำงานเร็วและเรียบร้อยดีครับ”
“งั้นก็ตามใจวิชญ์ เรื่องนี้พี่ไม่ถนัดเลย แต่วิชญ์ต้องบอกล่วงหน้านะ พี่จะได้หาที่อยู่เตรียมไว้หรือถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกพี่นะ”
“ครับพี่ษา ผมจะรีบจัดการครับ คงเสร็จก่อนฤดูฝน” เขาคำนวณคร่าวๆ ว่าคงใช้เวลาสัก 2 เดือนทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย
พิจิกาเดินเข้ามายังบริเวณห้องโถงกว้างที่ตอนนี้มีแขกที่เข้าพักนั่งทานอาหารบางตา
“อ้าวหนูดี ลืมอะไรหรือเปล่า” กัลยาเงยหน้าจากการทำบัญชี
“เปล่าค่ะครู หนูดีเอาขนมมาให้ค่ะ น้าวิชญ์ซื้อมาฝากค่ะ” เธอยื่นกล่องขนมให้ พร้อมชะเง้อมองไปทั่ว
“พี่โอปกลับไปบ้านแล้วจ้ะ หนูไปหาพี่เค้าที่บ้านสิลูก”
“ค่ะครู หนูดีจะเอาโทรศัพท์ไปอวดพี่โอปค่ะ น้าวิชญ์ซื้อให้ค่ะ” เด็กสาวชูโทรศัพท์ในมือให้หญิงสูงวัยตรงหน้าดู
“ผู้ใหญ่ให้ของมา เราต้องดูแลรักษาดีๆ นะลูก คงแพงอยู่” กัลยาเอ็นดูเด็กสาวเหมือนลูกจึงอดไม่ได้ที่จะบอกหรือสอนอะไรที่เธอเห็นว่าสมควร
“ค่ะครู” เธอรับคำอย่างนอบน้อม
“เอาขนมไปให้พี่เค้าด้วยสิบอก”
“ครูไม่เอาไว้เหรอคะ มีตั้งหลายกล่อง อร่อยนะคะ น้าวิชญ์บอกว่าไปยืนต่อแถวเป็นชั่วโมงเลยค่ะ”
“อย่างนั้นเหรอ ครูเอาไว้ชิมหน่อยก็แล้วกัน ที่เหลือหนูเอาไปให้พี่เค้าเลย ครูว่าพี่โอปของหนูคงจะชอบ” กัลยาหยิบขนมออกมาจากถุงเพียงหนึ่งกล่องแล้วก็ยื่นถุงให้เด็กสาว
“พี่โอปค้า....” เสียงเรียกดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาประตูรั้วทำให้กัลยณัฏฐ์ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ต้องรีบเดินออกมาดู
“อ้าวหนูดี” ยังมีทันถามว่าเด็กสาวมาทำอะไรเพราะนี่ก็ใกล้ค่ำแล้วเจ้าตัวก็รีบชูโทรศัพท์ในมือขึ้นอวดพี่สาวคนสนิททันที
“หนูดีเอาโทรศัพท์มาอวดพี่โอปค่ะ เมื่อกี้ไปที่โอบรักแล้วครูบอกว่าพี่กลับบ้านมาแล้ว ส่วนนี่ก็ของฝากจากน้าวิชญ์ค่ะ” เด็กสาวยื่นถุงใส่กล่องขนมปังนมสดเจ้าดังให้เธอแล้วพากันเดินเข้าไปคุยกันในบ้าน
“ฝากขอบใจน้าวิชญ์ของหนูดีด้วยนะคะ” เธอเดินเอาขนมปังไปเก็บในตู้เย็นโดยไม่ลืมหยิบเยลลี่รสผมไม้ที่เด็กสาวชอบมายื่นให้เพราะดูท่าทางแล้วคงจะวิ่งมาจากโอบรักโฮมสเตย์เป็นแน่
“พี่โอปดูสิ น้าวิชญ์ซื้อเคสมาให้ด้วย ลายถูกใจที่สุดเลยค่ะ” คนเห่อของใหม่พูดจับโทรศัพท์ในมืออย่างทะนุถนอม
หญิงสาวมองโทรศัพท์ในมือพิจิกาแล้วก็มีรอยยิ้มที่มุมปาก เพราะดูรุ่นแล้วไม่น่าจะแพงมากอย่างที่เธอบอกเขาไปเมื่อตอนกลางวัน
“ชอบไหมคะ”
“ชอบที่สุดเลยค่ะ รุ่นนี้พึ่งออกใหม่ เพื่อนหนูดีบางคนกำลังเก็บเงินซื้อกันอยู่ น้าวิชญ์นี่รู้ใจหนูดีจริงๆ” เธออดที่จะชมน้าชายให้หญิงสาวฟังไม่ได้
กัลยณัฏฐ์มองแววตาและรอยยิ้มที่เปลี่ยนไปของเด็กสาวแล้วก็รู้สึกดีใจ เพราะดูเหมือนว่าเธอจะสดใสขึ้น อาจเป็นเพราะมีน้าชายมาอยู่ใกล้ๆ ทำให้คนที่ขาดพ่อรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง เธอยากให้เด็กสาวได้รับความรักความอบอุ่นจากครอบครัวอย่างที่เธอได้รับจากพ่อและแม่
“พี่โอปอ่านหนังสืออะไรคะ” พิจิกามองกองหนังสือตรงหน้า
“หนังสือเตรียมสอบจ้ะ” เธอตอบพร้อมพลิกปกหนังสือให้เด็กสาวดู
“สอบบรรจุเหรอคะ แม่เคยเล่าให้ฟังว่ากว่าแม่จะสอบได้ก็หลายปีอยู่เหมือนกันค่ะ” เธอเล่าตามที่ได้ฟังมา
“ใช่จ้ะบางคนทำงานมาตั้งหลายปีแต่ยังสอบไม่ได้เลยก็มี”
“พี่โอปเก่ง หนูดีว่ายังไงก็ต้องสอบได้ค่ะ” กัลยณัฏฐ์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ออกไป
กัลยณัฏฐ์เงียบหายไปตั้งแต่เช้าวันจันทร์ เขารีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาส่งเธอและอยากเจอเพื่อนของเธอด้วยแต่พอมาถึงน้ากัลยาก็บอกว่าเพื่อนเธอมารับไปตั้งแต่เช้าปุณณวิชญ์ทำงานอยู่ที่บ้านตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาแวะไปคุยกับมารดาของแฟนสาวทุกวัน เพราะกลัวเธอจะเหงา“เหงามากไหม” กัลยาถามชายหนุ่มที่นั่งมองเรือสัญจรไปมาอยู่หน้าระเบียง ชายหนุ่มพึ่งจะรดน้ำต้นไม่เสร็จ ยิ่งมองต้นพิทูเนียในกระถางเขาก็ยิ่งคิดถึงเจ้าของ“ครับน้า ปอไม่ติดต่อมาเลย” ใบหน้าเศร้าสร้อยของชายหนุ่มทำให้เธอยิ้มดีใจที่ลูกสาวได้พบเจอคนดีๆ อย่างเขา ระหว่างที่กัลยณัฏฐ์ไม่อยู่ชายหนุ่มจะแวะมาเธอทุกวัน บางวันก็มาทานอาหารเย็นด้วยอย่างวันนี้เขาก็มานั่งเล่นที่โอบรักโฮมเสตย์ตั้งแต่เช้า“เดี๋ยววันศุกร์ก็คงได้เจอกัน น้าเองก็ไม่เคยห่างกันนานแบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องอดทน” “ครับ” เขาตอบแบบหงอยๆ แล้วนั่งอยู่ที่เดิมจนพระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า ท้องน้ำเบื้องหน้ากลายเป็นสีส้ม ก่อนจะค่อยๆ หายไปกับความมืดยามค่ำคืนเช้าวันศุกร์ปุณณวิชญ์ตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้แล้วที่กัลยณัฏฐ์จะกลับมา เขานั่งทำงานอย่างกระสับกระส่ายรอเวลาที่เธอจะโทรหา จนเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว ชา
กว่าสัปดาห์ที่ปุณณวิชญ์นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กัลยณัฏฐ์เฝ้าดูแลไม่ห่าง และระหว่างนี้เธอก็ได้มีโอกาสช่วยเขาจัดการกับไฟล์เอกสารต่างๆ ที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบ เธออาศัยช่วงที่เขาทานยาแล้วนอนพักในตอนบ่าย จัดเรียงข้อมูลที่อยู่ในโน้ตบุ๊กของเขา ชายหนุ่มดูจะพอใจเป็นย่างมากเพราะช่วยให้เขาทำงานได้เร็วขึ้น และการที่ไม่ต้องอยู่เฉยๆ ทำให้เธอจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็วคงเพราะมีเขาอยู่ใกล้ๆ กลางคืนเธอก็นอนเป็นเพื่อนเขาทุกคืน และจะกลับไปบ้านบ้างในตอนเย็นที่พี่สาวของเขามาเยี่ยมโดยมีพิจิกานั่งรถไปด้วยทุกครั้ง เพราะชายหนุ่มยังไม่ยอมให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียว วันนี้เขาได้รับอนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้เพราะแผลหายดีแล้ว โดยเธอเป็นคนพาขากลับมาที่บ้าน“คืนนี้พี่นอนไม่หลับแน่เลย” ปุณณวิชญ์พูดในระหว่างที่เธอกำลังช่วยเขาจัดโต๊ะทำงาน “ไม่ได้แปลกที่เสียหน่อยจะนอนไม่หลับได้ยังไงคะ”“ก็คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวนี่ครับ คงเหงาน่าดูเลย”“ให้หนูดีมานอนด้วยไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้เรียกใช้ได้”“ไม่เอาหรอก ใครมานอนด้วยก็ไม่เหมือนมีปอมานอนด้วย”“พี่วิชญ์พูดแบบนี้ ถ้าเกิดคนอื่นมาได้ยินปอเสียหายแย่เลยนะคะ” กัลยณัฏฐ์ต่อว่า
มุกไหมนั่งมองตัวเองในกระจกภายในห้องนอนของบ้านไม้สักหนังใหญ่ ตั้งแต่เธอมาอยู่กับพ่อเลี้ยงมงคล หญิงสาวมีความสุขมาก พ่อเลี้ยงเอาใจเธอทุกอย่าง ทุกคืนเขามานอนที่ห้องของเธอและไม่เคยสนใจภรรยาของเขาอีกเลย เวลาไปงานเลี้ยงหรือไปติดต่อธุรกิจต่างๆ เขาก็จะพามุกไหมไปด้วยทุกครั้งจนใครๆ ก็ต่างก็พากันเอาอกเอาใจเธอในฐานะคนรักคนใหม่ของพ่อเลี้ยงมงคล เธอมีชีวิตหรูหราชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็เข้าร้านเสริมสวย ช้อปปิ้ง แต่งตัว พ่อเลี้ยงเองก็ไม่เคยว่าอะไรเธอเลยสักนิด แต่เขามีข้อแม้ว่าไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับเขมิกาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น “พ่อเลี้ยงไปไหนเหรอป้าชื่น” มุกไหมตื่นนอนมาตอนเกือบเที่ยงถามขึ้น “ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นรีบขับรถอออกไปหลังจากที่รับโทรศัพท์” ป้าชื่นตอบโดยไม่มองหน้าหญิงสาวเลยเพราะนางไม่พอใจที่หญิงสาวมาแย่งความรักไปจากนายหญิงของนาง มุกไหมไม่สนใจว่านางจะปฏิบัติกับเธอยังไง เพราะเธอมีแค่พ่อเลี้ยงก็พอแล้ว หญิงสาวนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ระเบียงก็เห็นว่าป้าชื่นนั่งรถคนงานออกไปจากไร่ หญิงสาวไม่สนใจเพราะคนที่คอยรับใช้เธอในบ้านหลังนี้คือชบาคนเดียว “คุณมุกคะ
พอหญิงสาวออกไปได้สักครู่ปุณณวิชญ์ก็เรียกตรีทิพย์เข้ามาถามเรื่องงานทันที“ไม่พักผ่อนก่อนเหรอคะพี่ เรื่องงานเอาไว้ทีหลังก็ได้งานไม่ได้หนักหนาอะไร”“พี่อยากรีบตรวจเอกสารให้เสร็จระหว่างที่นอนอยู่ที่นี่ เพราะถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่คงต้องคอยรับส่งปอพี่ไม่กล้าไว้ใจให้อยู่ที่โรงเรียนคนเดียวอีกแล้ว”“ก็ดีนะคะ แต่ทำไมน้องปอถึงโชคร้ายอย่างนี้ก็ไม่รู้ ครั้งก่อนก็คุณมุกใหม่ครั้งนี้ก็อยากจะมาเจอคนใกล้ตัวจับไปอีก”“นั่นแหละสิพี่ใจหายหมดเลยตั้งแต่รู้เรื่อง นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องจะจบลงจริงๆ หรือเปล่าเพราะคดีเก่าก็ยังจับตัวมุกไหมไม่ได้เลย”“นั่นสิค่ะ ตรีให้เครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทยน้องไว้แล้ว ช่วงไหนน้องปอว่าตรีว่างจะชวนไปเรียนศิลปะป้องกันตัวสักหน่อย ตรีเองก็อยากเรียนอยู่ด้วย”“ก็ดีเหมือนกันนะ ตรีลองไปหาที่เรียนดู เรื่องค่าใช้จ่ายพี่จะจัดการทั้งสองคนเลย”“ใจดีที่สุดเลยนะคะ ชวนหนูดีไปด้วยอีกคนดีไหมคะ”“ดีเลย พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้บ้าง” เขาเอ่ยจากใจจริง“แล้วตอนนี้พี่เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า”“ก็ยังเจ็บแผลอยู่ ขยับตัวมากไม่ค่อยได้”“อย่างนั้นก็นอนเล่นอยู่บนเตียงส
เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ
เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ
ปุณณวิชญ์ตื่นนอนแต่เช้าแม้จะนอนดึกแต่ก็รู้สึกสดชื่นกว่าทุกๆ วัน พอออกมาจากห้องพักก็เห็นแขกผู้เข้าพักท่านอื่นกำลังใส่บาตรกันอยู่ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง“ใส่บาตรไหมคะ” เสียงหวานดังไล่หลังเขามา“ผมไม่ได้เตรียมของมาเลย” เขาหันไปยังเจ้าของเสียง ใบหน้าสวยหวานนั้นดูสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก“นี่ค่ะ แม่
ปุณณวิชญ์ขับรถมายังร้านอาหารที่เธอบอกให้มารับ ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีทั้งนั่งรับประทานเป็นโต๊ะ หรือถ้าเป็นหมู่คณะก็มีห้องแยกเป็นส่วนตัว ชายหนุ่มดูป้ายหน้าร้านเมื่อทราบว่าเธอและเพื่อนครูอยู่ห้องไหนเขาก็เลือกนั่งบริเวณที่เห็นประตูทางออก ชายหนุ่มสั่งอาหารทานเล่นมาสามอย่างกับน้ำมะพร้าวปั่นอีกหนึ่งแก้
ชายหนุ่มมาที่บ้านของตัวเองตั้งแต่เช้าเพื่อเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้สิงหนาทเพราะวันนี้เขาจะไม่เข้ามาอีกแล้ว จากนั้นก็จัดของในรถที่กระจัดกระจายให้เข้าที่เพียงไม่นานหญิงสาวตัวเล็กก็เดินเข้ามา วันนี้เธอสวมกางเกงพละและเสื้อสีฟ้าคอปก ที่มีตราประจำโรงเรียนอยู่ที่กระเป๋าบนอกเสื้อด้านซ้าย ผมที่สั้นตอนนี้เริ่มยาวข
ปุณณวิชญ์ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดคุยกับอาธร เมื่อขับผ่านมาถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นขบวนพาเหรดกีฬาสี มีนักเรียนบางส่วนเดินเข้าไปในรั้วโรงเรียนบ้างแล้ว ด้านหน้ารถติดยาวหลายร้อยเมตรชายหนุ่มจอดรถแล้วนั่งรอให้ขบวนผ่านไปช้าๆ สีสุดท้ายที่กำลังจะถึงรั้วโรงเรียนเป็นขบวนของนักกีฬาสีฟ้า นั







