ตอนที่ 3 ชอบแบบไหน
‘เอ๋ ใต้ทะเลมีชีเปลือยด้วยอย่างนั้นเหรอ’ นายเงือกรับจ้างเกือบสำลักอากาศในช่องอก
ทันทีเมื่อหน้าต่างกระจกห้องนอนของนายจ้างถูกดึงให้เปิดขึ้น ร่างเปลือยขาวสว่างอล่างฉ่าง นอนแผ่แบอ้าถ่างขาเหยียดสบายหลับใหลอยู่บนเตียงใหญ่ ไม่นานนักเจ้าของขาขาวค่อยๆ ขยับร่างกายลุกขึ้นมานั่งอย่างช้าๆ ตรงส่วนกลางระหว่างขาสองข้าง มีสิ่งหนึ่งตื่นตึงตั้งแข็งชันโด่ขึ้นมา กระแทกสายตาของเงือกหนุ่ม
“เงือก...ตื่นเช้าเหมือนกันนี่”
อัลฟ่าเจ้าของอาณาจักรขยับลุก เดินเปลือยกายมาหยุดอยู่ใกล้ขอบกระจกกั้น ร่างกำยำสมส่วนบึกบึนอัดเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ถูกเนื้อผ้าพรางตาจากเขาไป ดวงตาสีครามมองลามละเลียดไล่จากปลายเส้นผมสีดำขลับ ลงมาบนบ่าไหล่ ไต่ต่ำเลื่อนล้ำลงไปจนถึงท่อนเนื้อตึงแข็งขืนกำลังผงกหัวหยัก เหมือนต้องการกล่าวทักทาย อรุณสวัสดิ์เงือกทะเล
“หน้าไม่อาย” แม้ปากจะขยับพูดไม่ได้เพราะต้องเก็บอากาศเอาไว้ข้างใน และป้องกันไม่ให้น้ำเค็มไหลเข้าไป หากแต่สายตาล้อเลียนขี้เล่นกับปากหยักขมุบขมิบบุ้ยชี้ลงไปลงยังจุดใต้ต่ำกว่าเอว
แม้ไม่มีเสียงใดเล็ดลอด ดังข้ามมาจากท้องทะเล หากแต่นาวีกลับพออ่านเดาความเงียบนั้นได้จากสายตากรุ้มกริ่มและรอยยิ้มจากมุมปากยก
“อิจฉาเหรอ” ปากขยับพูดออกไปโดยไร้เสียง คิ้วเข้มข้างหนึ่งของอัลฟ่ายกขึ้นเหมือนเยาะเย้ย ตามองเลยละลาบละล้วงชุดเงือกรัดรูปของอีกฝ่าย ไล่ตั้งแต่ส่วนบนลงไปถึงส่วนปลาย หน้าท้องราบเป็นลอนใหญ่เรียบเรื่อยลงมาจนถึงส่วนหน้าขาซึ่งถูกเนื้อผ้าชนิดพิเศษปกปิดเอวไว้ ตาคมหรี่มองอย่างจงใจไปยังเนื้อผ้ามันวาวที่มันราบเรียบไร้ส่วนโค้ง ส่วนนูนใดๆ โปนปูดออกมา
‘ทำไมมันมองอย่างนั้นวะ’ ริมฝีปากเม้มขยับกัดฟันเข้าหากันเมื่อเห็นสายตาไม่น่าไว้ใจคู่นั้นจ้องตอบ
“มองอะไร...” สายตาส่งคำถามยียวนสวนทางไปยังอีกด้านของบานกระจก
“มอง...ไอ้นั่น”
ตาขยิบจับนิ่งไปยังส่วนสะโพกกลมโค้งมนที่ใช้โยก โบกสะบัดพยุงตัวในการดำน้ำของเงือกหนุ่ม ฉับพลันกล้ามเนื้อมัดเอ็นเป็นท่อนใหญ่ขยับขยายพองตัว เหมือนอยากอวดให้นายเงือกแก้มแดงด้านนอกได้เห็นเต็มๆ ตา ฝ่ามือเลื่อนลงไปรองช้อนท่อนเนื้อนั้นประคองด้วยความภาคภูมิใจ คิ้วขยับขึ้นลงซ้ำสองสามที
'อยากอวดมากใช่มั้ย ได้ไหนมีอะไรดี...งัดออกมาดูสิ โอเชี่ยนจะรอชม'
เงือกขี้เล่นว่ายน้ำตรงดิ่งเข้ามา จากนั้นหย่อนสะโพกวางลงไปบนโขดหินเรียบก้อนหนึ่ง นั่งในท่วงท่าสบาย มองคล้ายเงือกหนุ่มกำลังไขว่ห้าง นั่งเท้าคางมองดูสิ่งน่าสนใจ ก่อนจะใช้สายตาท้าทาย จ้องลงไปยังท่อนเนื้อแข็งแท่งยาวของนายจ้างอย่างจงใจ เหมือนอย่างที่อีกฝ่ายมองตนเมื่อครู่
ป๊อป ป๊อป ป๊อป ปากขยับพ่นฟองอากาศขนาดเท่าลูกเทนนิสออกมา แล้วปล่อยให้มันลอยขึ้นไป จากนั้นใช้ปลายนิ้วสะกิดทำให้มันแตก คอเอียงยกแก้ม แจกยิ้มสดใสให้เป็นการต้อนรับเช้าวันใหม่
"ฮึ.." กล้ามเนื้อใบหน้าตึงค่อยๆ คลายแล้วยิ้มบางๆ ตอบกลับไปเช่นเดียวกัน
“คุณนาวี” เลขาหน้านิ่งเปิดประตูเดินเข้ามายืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ตาขวางมองไปยังเงือกรับจ้าง ที่ยังคงนั่งเท้าคางกระดิกหางหยอกกับปลา 3-4 ตัวที่มันว่ายน้ำเอาหัวมาพุ่งชนขนสีทอง
“วันนี้ตื่นเร็วจังเลยนะครับ” เสื้อคลุมเนื้อบางถูกวางทับลงบนบ่ากว้าง ก่อนจะขยับมายืนอยู่ด้านหน้าสายตามองลงไปยังส่วนเอว มีแท่งเนื้อใหญ่ยังคงตั้งลำขนานกับพื้นโลกไม่ได้เหี่ยว ไม่ได้หด พับงออ่อนตัวลงไป
“ฉันตื่นเร็ว ไม่ดีเหรอ”
“ดูเหมือนเจ้านี่จะทำให้คุณ พอใจไม่น้อย” หน้าตึงหันไปมองเงือกหนุ่มที่ยังคงนั่งทำหน้าทะเล้นล้อเล่นอยู่กับปลาตัวใหญ่
“ฉันคิดว่านายจะดีใจ ที่เห็นว่าฉันชื่นชอบสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ที่นายหามาให้นี่ซะอีก” มือคว้าเชือกผูกเอวมาตวัดพันหลวมๆ เป็นเวลาเดียวกับเงือกหางครามขยับตัวลุกไปจากโขดหิน หันมายิ้มก่อนจะสะบัดหางว่ายน้ำจากไป
“ผมต้องดีใจอยู่แล้ว”
“เอาล่ะ ฉันจะไปอาบน้ำ"
“แล้วคุณอยากให้ผม เข้าไปช่วยหรือเปล่า” ร่างสูงขยับมายืนชิด ฝ่ามือลูบวนอยู่แถวหน้าท้องแกร่ง เสื้อคลุมอาบน้ำถูกอะไรบางอย่างทิ่มแทงจนเนื้อผ้าตุงยื่นออกมา ปลายนิ้วหยาบขยับต่ำก่อนจะค่อยๆ สัมผัสมันเบาๆ
"ผมช่วยคุณได้นะ..." หากแต่ข้อมือแข็งถูกหยุดเอาไว้
“ฉันอยากได้มื้อเช้าเป็นแพนเค้กกับไข่คน นายช่วย...ไปเตรียมให้ฉันหน่อย” มือ เลื่อนไปกดปุ่มระบบไฮดรอลิค ควบคุมหน้าต่างอัตโนมัติให้ปิดลง จากนั้นเลือกโหมดตั้งโปรแกรมแสดงภาพ 3 มิติ เสมือนจริงเป็นฉากริมหน้าผาอันสูงชัน เมื่อมองออกไปนั้นเหมือนห้องนี้ถูกแขวนไว้ริมขอบผาสูงจริงๆ
"ครับ"
ท้องทะเลลึกกลับคืนสู่ความมืดอย่างเดิมเมื่อตอนที่โอเชี่ยนดำน้ำเวียนกลับมาอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าเจ้านายขี้อวดคงไม่เปิดหน้าต่างออกมาดูเงือกว่ายน้ำอีก เขาจึงตัดสินใจว่ายน้ำกลับขึ้นไปด้านบนเพราะถือว่าหมดหน้าที่แล้วในเช้านี้
“ขอโทษนะครับ แถวนี้มีฟิตเนส หรือว่ายิมบ้างหรือเปล่า” พนักงานน้องใหม่หันไปถามทีมนักดำน้ำที่ทำงานร่วมกัน ขณะนั่งกินมื้อเช้าอยู่ภายในห้องอาหารรวม
“มียิมรวมของพวกบอดี้การ์ด อยู่ปีกซ้ายเดินไปสุดทางเดิน บนชั้นสามห้องออกกำลังกายใช้ได้ 24 ชั่วโมง” บอดี้การ์ดคนหนึ่งชี้ไม้ชี้มือบอกทางให้
“ขอบคุณครับ”
เวลาว่างส่วนที่เหลือ จากการนั่งรอให้เจ้านายกลับมาจากธุระข้างนอก คนชอบออกกำลังกายใช้มันหมดไปภายในยิมขนาดใหญ่ วิวทะเลสีฟ้าคราม กับคลื่นแตกฟองสีขาวนั้นทำให้คนรักทะเลอย่างโอเชี่ยนมองมันอย่างไม่รู้เบื่อ
“นายเองอย่างนั้นเหรอ” เสียงกังวานหนักแน่นดังทะลุหูฟังแบบบลูทูธจนเงือกรับจ้างต้องเอี้ยวหน้าหันไปมอง
“คุณนาวี” มือดึงหูฟังไร้สายออกจากหูทันที
“ได้เจอกันสักทีนะ...โอเชี่ยน”
นายจ้างร่างสูงใหญ่ขยับมายืนอยู่ด้านข้างเครื่องออกกำลังกายแบบลู่วิ่ง สายตามองลงไปยังหน้าจอซึ่งบอกให้รู้ว่า เงือกรับจ้างคนนี้ นอกจากจะดำน้ำเก่งแล้ว ยังสามารถวิ่งฮาล์ฟมาราธอนได้อีกด้วย เห็นได้จากระยะทางร่วม 23 กิโลเมตร นั้นถือว่าต้องเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงมากทีเดียว
“อันที่จริงเราสองคนเจอกันมาหลายครั้งแล้วนะครับ” นิ้วเลื่อนกดลงไปยังปุ่มลดระดับความเร็วและความชันของลู่วิ่ง
“ฉันหมายถึง เจอกัน ได้พูดคุยกันจริงๆ โดยไม่มีกระจกกั้นน่ะ”
"อ๋อ..."
"ชอบออกกำลังกายมากเหรอ"
"งานที่ผมทำ จำเป็นต้องมีร่างกายที่แข็งแรงครับ"
"ก็จริง..."
“คุณนาวีดูไม่เหมือนกับ คนที่ยืนอยู่อีกด้านของบานกระจกเลยนะครับ” ใบหน้าชุ่มเหงื่อปรับเสียงหอบเหนื่อยให้ช้าลง มือคว้าขวดน้ำยกขึ้นจิบอย่างช้าๆ
“ไม่เหมือนอย่างนั้นเหรอ”
"ครับ...ไม่เหมือนเลย"
"ยกตัวอย่างมาสิ"
“อย่างแรกเลย...ตอนนี้คุณใส่เสื้อผ้าแล้ว” ยิ้มกระตุกน้อยๆ เป็นการหยั่งเชิงเจ้านาย เพราะยังไม่มั่นใจว่าอุปนิสัยของเขาเป็นคนอย่างไรแน่
“แล้วนายชอบแบบไหน หรือว่าอย่างไหนดูดีกว่ากัน” หน้านิ่งถามกลับ เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อใบหน้าคมคายขยับเกร็งทันที
“มันตอบยากนะครับ เพราะว่ามันก็ดีคนละแบบ”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตอบก่อนว่า ฉันชอบนายเวลาใส่ชุดนายเงือกมากกว่า” ตามองเสื้อยืดแขนกุดเหงื่อชุ่มเปียกลู่รัดกล้ามอกเต่งตึง
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอตอบว่า...ผมชอบคุณ ตอนไม่ใส่เสื้อผ้ามากกว่า แต่....ผมชอบสายตาของคุณตอนนี้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา” มือจับชายเสื้อยืดแล้วถอดมันออกไปวางพาดไว้กับราวจับ เป็นจังหวะเดียวกับสายพานลู่วิ่งหยุดสนิทลง ร่างเพรียวสมส่วนจึงหันกลับมาเผชิญหน้านายจ้างตรงๆ
“ทำไม”
“ตอนที่คุณยืนอยู่ในห้องคนเดียวนั้นน่ะ สายตาเวลาที่คุณใช้มันมองมาที่ผม เหมือนคนอมทุกข์...เหมือนว่าโลกนี้ ไม่สามารถให้ความสุข ไม่สามารถมอบความสบายใจ ทำให้คุณรู้สึกสนุกสนาน หรือสร้างความบันเทิงใดๆ ให้คุณได้เลย ผมเหมือนกำลังว่ายน้ำ ท่ามกลางโขดหินและซากปะการังที่ตายแล้ว”
“แล้วตอนนี้ล่ะ”
“คุณดูเหมือนคนปกติธรรมดาทั่วไป อย่างไม่น่าเชื่อ”
“นายเองก็เหมือนกัน ตอนที่นายใส่หางนายเงือก ว่ายน้ำอยู่ใต้ทะเลนั้นไม่เหมือนกับนาย ที่กำลังยืนคุยกับฉันอยู่เวลานี้”
“ยังไงครับ”
“แววตาน่ะ ตอนที่นายอยู่ใต้น้ำ ดูเหมือนนายมีความสุขมาก ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เวลาดำน้ำคนเราจะสามารถยิ้ม สามารถหัวเราะ หรือถ่ายทอดส่งต่อความสุขมาให้คนที่ยืนดูอยู่ด้านนอกได้ขนาดนั้น จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าบางทีนายอาจเป็นเงือกจริงๆ”
“แล้วตอนนี้ล่ะครับ”
“ตอนนี้....นายดูเหมือนคนปกติธรรมดาทั่วไป อย่างไม่น่าเชื่อ” ริมฝีปากหยักขยับเผยอขึ้นเล็กน้อย หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมา
เจ้าของแผงอกเปลือยชำเลืองสายตามองผ่านข้ามหัวไหล่สูงไป เห็นพ่อฉลามหนุ่มเดินหน้าขึ้งถมึงทึง ตรงมายังจุดที่คนทั้งสองกำลังแลกเปลี่ยนรอยยิ้มให้แก่กัน
“พวกนั้นมากันแล้วครับ” ตาขวางเขียวปั้ด มองมายังท่อนอกเปลือยชุ่มเหงื่ออย่างไม่ค่อยพอใจ
“โอเชี่ยน เย็นนี้ฉันมีแขกคนสำคัญมาที่บ้าน นายพอจะมีโชว์อะไรเด็ดๆ มาแสดงให้พวกเราชมเพลินๆ ระหว่างมื้อค่ำบ้างหรือเปล่า” นาวีหันกลับมาพูดกับเงือกรับจ้างอย่างเดิม
“ไม่มีปัญหาครับ”
“ขอบใจ” ยิ้มละไมอย่างสุภาพมอบให้ แล้วเดินออกไปจากห้องออกกำลังกาย ทิ้งไว้เพียงเลขาส่วนตัวขี้หวง
“ฉันชอบท่าทางมั่นใจของนายนะโอเชี่ยน” ชาร์คขยับมายืนอยู่ต่อหน้า
“ผมคิดว่า ก่อนที่คุณจะตัดสินใจว่าจ้างผมมา คุณน่าจะสืบประวัติผมมาพอสมควรแล้ว”
“ฉันรู้ว่านายดำน้ำเก่ง ว่ายน้ำเก่ง แต่ไม่คิดว่านายจะ...ให้ท่าเก่ง ด้วยเหมือนกัน”
“ฮึ คุณชาร์ค เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ”
“ฉันเข้าใจอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ปลายนิ้วเคาะกลับลงไปบนหน้าจอเครื่องวิ่งออกกำลังกาย ซึ่งยังแสดงผลการวิ่งระยะทาง 23 กิโลเมตร โดยใช้ระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที ยิ้มเย้ยจุดประกายอยู่ตรงมุมปากอย่างท้าทายไม่ไหวหวั่น
“ผมอยู่ในที่ของผมครับ คุณนาวีเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาผมเอง”
“ดี พยายามอยู่ในที่ของนาย อย่างเดิมก็แล้วกัน เพราะถ้าหากนายก้าวขา ข้ามออกมาพ้นตู้ปลาเมื่อไหร่ ฉันอาจจับนายแล่เนื้อ ถลกหนังเอาไปทำซาซิมิ รีบกลับไปเตรียมตัวได้แล้ว เย็นนี้โชว์ของนายจะอยู่ภายในตู้ปลาใหญ่ฝั่งห้องอาหารสำหรับต้อนรับแขก”
โอเมก้านักดำน้ำสะบัดเสื้อยืดขึ้นไปพาดบ่า มือคว้าขวดน้ำเดินตามหลังเจ้านายกับบอดี้การ์ดขี้หวงออกไป เว้นระยะให้ห่างพอประมาณ ทางแยกก่อนถึงมุมเลี้ยวกลับห้องพักนั้น เห็นกลุ่มคนใส่เสื้อผ้าหรูหราดูภูมิฐาน เดินเรียงหน้ากันมา 6-7 คน
“นั่นมัน..."
คลื่นฟีโรโมนอันน่าอึดอัดจากเหล่าบรรดาอัลฟ่าขี้โอ่ทั้งหลาย ถูกปล่อยออกมาข่มกันเอง ฟุ้งกระจายไปรอบบริเวณโถงทางเดิน ขณะใบหน้ากำลังระบายยิ้มเสแสร้ง มือหลายข้างยื่นออกไปเขย่าจับ ทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ฟีโรโมนที่โอเชี่ยนจับพิรุธได้ มันเต็มไปด้วยกลิ่นของทะเยอทะยานไม่เป็นมิตร
“อัลฟ่าทั้งนั้นเลยนี่ ซวยแล้วไอ้เชี่ยน” ดูเหมือนสิ่งที่เขาเคยสงสัยจะเป็นจริงซะแล้ว
'คุณนาวีกับคนพวกนี้เป็นตระกูลอัลฟ่าจริงๆ'
ลำพังการต้องเอาตัวเองเข้าไปใกล้อัลฟ่าสักคนนั่นก็นับว่าเสี่ยง แต่นี่โอเชี่ยนโอเมก้าหัวเดียวกระเทียมลีบ กำลังจะต้องไปว่ายน้ำให้หมาป่าทั้งฝูงดู โอเมก้ารับจ้างที่พยายามปิดบังสถานะตัวเองมาตลอดหลายปี รีบวิ่งกลับไปยังห้องพัก จากนั้นนั่งจิ้มปฏิทินนับรอบกะประมาณว่าช่วงเวลาที่ตัวเองจะเกิดอาการฮีท คือเมื่อไหร่แน่ เพราะหากนั่งนับนิ้วไล่ไปมามันก็จวนจะครบกำหนดได้เวลารอบเดือนแล้วจริงๆ แล้วไอ้อาการฮีทบ้าบอมันก็ไม่เคยมาตรงรอบ ตรงเวลาแถมไม่มีสัญญาณบอกเตือนล่วงหน้าซะด้วย
“บ้าเอ๊ย! ถ้ากินยาระงับ กดฟีโรโมนเอาไว้ตอนนี้ แล้วจะโชว์ยังไงวะ”
โอเมก้าหนุ่มผู้มีฟีโรโมนกลิ่นพิเศษ ในการทำให้เหล่าสัตว์น้ำทั้งหลายชื่นชอบรักใคร่ ซ้ำยังเข้าใจว่าเงือกตัวใหญ่นั้นคือสัตว์น้ำสปีชีส์เดียวกัน กระทั่งยอมให้โอเมก้านั้นสั่งซ้าย สั่งขวาได้ตามปรารถนา แต่หากเขากินยาระงับ มันจะส่งผลทำให้ไม่สามารถปลดปล่อยฟีโรโมนออกไปได้ และจะส่งผลกระทบอันยิ่งใหญ่ในการแสดงแน่นอน
"โอ๊ยยยย ไอ้เชี่ยน เอาไงดีเนี่ย"
***เอาล่ะสิน้องโอเชี่ยนอยู่กลางดงอัลฟ่าเลยนะลูก แล้วอีฉลามเดี๋ยวเถอะๆ ถอยห่าง ถ่างหอยแกออกไปให้ไกลๆ หางลูกฉันเลยนะเดี๋ยวแม่ฟาดเลย คุณนาวีเขามีใจให้ลูกฉันย่ะ....(ฉันเดานะเพราะเขาแอบมองปิ๊กาจู๊ กับบั้นท้ายลูกชั้น)
ตอนพิเศษ กลิ่นไม้ซีดาร์ควันบุหรี่สีเทาจางมีกลิ่นฉุนถูกพ่นออกมาผ่านริมฝีปากหยัก อัลฟ่ากลิ่นไม้ซีดาร์เหม็นไหม้จนขม เดินหลบออกมาจากงานแต่งอันหวานชื่นระหว่างเจ้านายกับโอเมก้า ออกมายืนระงับความรู้สึกผิดหวังของตัวเองอย่างเงียบๆ บนดาดฟ้าเรือสำราญมูลค่าหมื่นล้านเพียงลำพัง“โทษที ขอบุหรี่ให้ผมสักมวนได้หรือเปล่าครับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุน่าจะราวยี่สิบต้นๆ เดินเข้ามาถามหาสิ่งที่เขาอัดควันมันใส่ปอด ดวงตาคมมองขวางแต่ยอมล้วงสิ่งที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในสูทสีครีม ส่งให้เจ้าของฟีโรโมนอัลฟ่ากลิ่นดอกเจอราเนียมอ่อนๆ ลอยมา“คุณชื่อชาร์คใช่หรือเปล่าครับ” ปากคาบบุหรี่มวนยาวยื่นหน้ามาใกล้คนที่ถือไฟแช็กในมือ“นายรู้จักฉันอย่างนั้นเหรอ” นิ้วหัวแม่มือทำหน้าที่ขีดส่วนปลาย เพื่อจุดกลไกไฟแช็กแล้วยื่นไปตรงปลายบุหรี่มวนใหม่“ไม่รู้จักก็บ้าแล้ว คุณเป็นไอดอลผมเลยนะ” เจ้าของปอดเล็กที่เพิ่งสูดนิโครตินเข้าไปหัวเราะร่าหันมายิ้มให้“แต่ฉันไม่รู้จักนาย”“โอ้ ขอโทษครับ ผมลืมแน
ตอนที่ 17 หัวใจมหาสมุทรเด็กน้อยวัยสามขวบ ดำน้ำดีดขาดุ๊กดิ๊กแหวกว่ายไปมาใต้ท้องมหาสมุทร เคียงข้างผู้เป็นพ่อ และคุณแม่ท้องโตอย่างคล่องแคล่ว สิ่งนี้เป็นภาพที่ทุกคนเห็นกันชินตา จนหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายน้อยคนใหม่ของตระกูลอัลฟ่า คงเป็นปลากลับชาติมาเกิด เพราะนอกจากจะว่ายน้ำและดำน้ำเก่งแล้ว “น้องทะเล” ยังมีความสามารถพิเศษไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ คือมีฟีโรโมนดึงดูดสัตว์ทะเลได้“แม่...อันนี้ อันนี้” ลูกชายคนแรกว่ายน้ำมาหา มือเล็กกับนิ้วสั้นป้อมเกาะหัวไหล่พร้อมกับยื่นสิ่งที่จับมาได้จากใต้ทะเลอวดให้แม่ดู“ปลาดาวอย่างนั้นเหรอ ทะเลเอาพี่เขาขึ้นมาทำไมลูก เอาพี่เขาลงไปส่งบ้านเร็ว เดี๋ยวพ่อแม่เขากลับมาไม่เจอพี่อยู่ที่เดิม พ่อแม่เขาต้องเสียใจมากแน่ๆ” โอเชี่ยนหันไปมองดูปลาดาวตัวหนึ่ง ซึ่งลูกชายคงหยิบมาจากพื้นทรายด้านล่าง แล้วชูขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่ออวดให้ตนเห็น“พี่เขาคิดถึงครอบครัวเหรอ” แววตาแห่งความสำนึกผิดมองกลับมายังปลาดาวตัวใหญ่ในมือเล็ก“ใช่ครับ เขาต้องอยู่กับครอบครัวนะลูก เหม
ตอนที่ 16 โอเชี่ยนน้อย“แต่งงานเหรอครับ” โอเมก้าในอ้อมกอดผลุดลุกขึ้นมานั่งทำตาโต“ใช่แต่งงาน ฉันว่ากำหนดการเดิม คงต้องเลื่อนให้เร็วขึ้นซะแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ในท้องของนายนี่คงมีนาวี หรือโอเชี่ยนตัวน้อยๆ นอนหลับปุ๋ยอยู่แน่” ฝ่ามืออบอุ่นวางลงบนหน้าท้องราบ ส่วนมืออีกข้างยังกำกางเกงในสีขาวของเขาเอาไว้แน่น“โอเชี่ยนน้อย กับนาวีน้อยอย่างนั้นเหรอครับ”“โอเชี่ยน นายรู้ตัวใช่มั้ยว่า สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ปกติ” นาวีเอื้อมมือลงไปหยิบเปลือกหอยขึ้นมาชิ้นหนึ่ง“คุณหมายถึง..อันนี้เหรอ” เจ้าของกระโจมหันไปมองทุกอย่างรอบตัว จากนั้นค่อยคลานกลับขึ้นไปนั่งขดอยู่ภายในอ้อมกอดอบอุ่น“เชี่ยนน้อย”“ใช่...โอเชี่ยนน้อยของฉัน”“แต่ผมยังไม่ได้บอกแม่เลยนะครับ”“เรื่องอื่นนายไม่ต้องเป็นห่วง เป็นกังวลอะไรทั้งนั้น ตอนนี้หน้าที่เดียวของนายคือกินเยอะๆ นอนเยอะๆ ส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง ตกลงมั้ย”
ตอนที่ 15 โอเมก้าสร้างรังทันทีเมื่อเจ้านายโผล่หน้าขึ้นมาพ้นผิวน้ำ หัวหน้าบอดี้การ์ดซึ่งยืนชะเง้อคอ รออยู่ตรงตีนบันไดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กระทั่งกลิ่นฟีโรโมนแปลกๆ ลอยมาแตะจมูก สันกรามสองข้างจึงขบกัดเข้าหากันแน่น พร้อมสายตาขวางมองผ่านไปยังต้นคอของโอเมก้า ซึ่งมาร่องรอยจากการผูกพันธะให้เห็นเต็มสองตา“ชาร์ค ขอเสื้อคลุมให้โอเชี่ยนหน่อย ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นอ่อนโยนเอ่ยถามเป็นเชิงสั่ง ท่อนแขนยังรั้งไม่ยอมให้โอเมก้าขึ้นจากน้ำเนื่องจากเวลานี้ไม่มีแม้สิ่งช่วยปกปิดติดกายสักชิ้นเดียว“นี่ครับ” มือส่งเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตัวใหม่ไปให้ แต่สายตายังไม่อาจละไปจากรอยรักการผูกพันธะสัญญาใจของเจ้านายและเงือกรับจ้าง“คุณนาวีครับ” เจ้าของฝ่ามือเย็นกระตุกแขนเจ้านาย“หือ”“คือ...ชุดเงือกของผม” ตาละห้อยพยายามกวาดมองไปทั่วท้องทะเล เพราะไม่รู้ว่าชุดเงือกที่ถูกถอดโยนทิ้งไปเมื่อครู่ มันลอยน้ำหายไปทางไหนแล้ว“เดี๋ยวฉันให้คนลงไปงมให้ ตอนนี้เรากลับห้องก่อนเถอะ เธ
ตอนที่ 14 พยานรัก“โอเชี่ยนนั่นนายจะไปไหน...ทางนั้นต่างหาก” มือรั้งต้นแขนเงือกรับจ้างที่กำลังเดินแยกกลับไปยังบันไดทางขึ้นกลับห้องบนชั้นสาม“แต่ว่าห้องผมไปทางโน้น” โอเมก้าชี้นิ้วไปตามทางเดิน“แต่ห้องของฉันไปทางนั้น” อัลฟ่าเจ้าของบ้านบุ้ยปากไปยังบันไดซึ่งทอดต่ำลงไปยังชั้นใต้ดิน“หมายความว่า คุณนาวีจะให้ผมไปนอนที่ห้องด้วย อย่างนั้นเหรอครับ”“ทำไมล่ะ นายก็เคยลงไปนอนที่ห้องของฉันอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”“มันก็ใช่ครับ แต่ว่า....” สายตาเหลือบไปทางหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนมองตาขวางอยู่ด้านข้างเหมือนไม่วางใจ ขนาดผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากมาย นายเลขาขี้หวงคนนี้ก็ยังดูเหมือนไม่เชื่อใจเงือกรับจ้างอย่างเขาอยู่ดี“ฉันให้คนของฉันย้ายเสื้อผ้า ข้าวของในห้องนาย ลงไปไว้ชั้นล่างหมดแล้ว ถึงกลับไปห้องนายก็คงนอนไม่ได้หรอก”“หา..ของผมอย่างนั้นเหรอ”“ใช่ เหลือไว้แค่ชุดดำน้ำ หางปลา ตีนกบ กับอุปกรณ์ดำน้ำเท่านั้นแหละ”
ตอนที่ 13 ความลับโอเมก้า“ผมจะพาคุณลงไปขอโทษครอบครัวของผม”โอเมเก้าใจเด็ดคว้าคอคนใจทราม กระโดดกลับลงสู่ท้องทะเลอันดำมืด เชือกเส้นใหญ่ยังคงผูกรั้งรัดรอบคอเอาไว้ หากแต่โอเชี่ยนจำได้ว่า ปลายข้างหนึ่งของมันถูกวางเอาไว้บนพื้นกระดานของเรือประมง ไม่ได้ผูกโยงยึดติดอะไรไว้ ดังนั้นการพุ่งหลาวลงไปจึงไม่ต้องกลัวว่าคอจะหักตูมมมม อากาศก้อนใหญ่ถูกสูดกักเข้าไปเก็บในปอดลึก ท่อนแขนพยายามเกี่ยวรัดรอบร่างของอัลฟ่าจิตใจต่ำช้าไม่ให้มันหลุดมือหนี หากทว่าหมัดหนักรัวอัดเข้ามาใส่ เชือกรัดรอบคอถูกขึงดึงรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก ในขณะที่โอเมก้าพยายามยื้อแย่งปลดเชือกออกจากรอบคอ‘ไอ้บ้านี่ ปล่อยนะโว้ย’ สองมือต่อสู้สุดกำลัง ส่วนสองเท้าพยายามถีบอัลฟ่าที่มันกล้าใส่ร้าย หาว่าทะเลนี้ทำร้าย ทำลายครอบครัวของนาวี บนบกนั้นความชำนาญตนอาจจะน้อยแต่เมื่อไหร่จมลงใต้น้ำมันเหมือนนี่แหละคือที่สำหรับตน ไม่ว่าจะหมุนซ้ายหมุนขวา แหวกว่ายไปมาในท่วงท่าไหน โอเมก้ารู้สึกถึงอิสระของร่างกายทุกส่วน‘คิดจะหลอกให้กูจมน้ำอย่างนั้นเหรอ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก&rsquo