ตอนที่ 4 กลิ่นโอเมก้า
โอเมก้าหนุ่มเดินมาหยุดอยู่บนขอบสระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งด้านใต้ถูกจำลองไว้ให้เสมือนคล้ายตู้ปลาขนาดยักษ์ เพราะรอบด้านเป็นกระจกใส มีเพียงส่วนบนสุดนี้เท่านั้นที่คงเอาไว้ ใช้สำหรับให้คนลงไปดูแลความสะอาด การ์ดดูแลความปลอดภัยหน้าเดิมๆ 2-3 คน ยืนถืออุปกรณ์ดำน้ำพร้อมหางเงือกสีฟ้าครามเอาไว้รอ
“วันนี้คุณชาร์คกำชับมาว่า ให้นายทำให้เต็มที่ เพราะว่าแขกข้างล่างนั้นสำคัญมาก”
“ถ้าอย่างนั้น...ฝากบอกเขาด้วยนะครับว่า ผมเต็มที่ทุกครั้ง...ไม่ต้องกำชับ” มือโยนผ้าเช็ดตัวไปพาดไว้กับราวสเตนเลส ขาก้าวเข้าไปภายในชุดนายเงือก แล้วยืนหันหลังเพื่อให้ผู้ช่วยรูดซิปยาว และตรวจดูความเรียบร้อยปลอดภัยของชุดว่ามีรูขาด รอยรั่วตรงไหนหรือไม่
“ว้าววววว” เสียงปรบมือต้อนรับเงือกหนุ่ม ดังลอดผ่านกระจกใสเข้ามาจนถึงด้านใน อาจเพราะตู้นี้ ความหนาของกระจกไม่ได้มากเท่าที่ทำงานเดิม พื้นที่ว่างภายในมีอยู่ไม่มากนักเพราะมันถูกจัด ถูกวางเต็มไปด้วยโขดหิน ถ้ำจำลอง ยิ่งไปกว่านั้นแรงบีบอัดจากฟีโรโมนอันน่าอึดอัดบีบรัดช่องอกเล็ก ชวนให้อึดอัดเก็บอากาศไม่สะดวกเหมือนทุกที การทำงานในค่ำนี้จึงเต็มไปด้วยอุปสรรคความยากลำบากแต่ถึงอย่างนั้นนายเงือกรับจ้างอย่างเขาก็ต้องยิ้มรับทุกสถานการณ์
“ครั้งก่อนพวกคุณเอาฉลามขาวมาอวดให้พวกเราชม ผมยังคิดว่ามาคราวนี้อาจได้เห็นวาฬเพชฌฆาต หรืออาจเป็นพวกปลาโลมา ไม่คิดว่าคุณจะเลี้ยงนายเงือกเอาไว้....สวยจริงๆ มันมหัศจรรย์มาก”
หนึ่งในบรรดาแขกลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารค่ำ เดินถือแก้วไวน์ใหญ่เดินมาหยุดยืนมองนายเงือก ซึ่งกำลังแหวกว่ายลัดเลาะไปตามโขดหินแนวปะการัง ปลายหางสีทองพลิ้วสะบัด เคลื่อนไหวนุ่มนวลชวนมอง ความงดงามอันแปลกใหม่ ดึงดูดสายตาบรรดาอัลฟ่าคนอื่นๆ ให้ค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทีละคน จนไม่นานรอบตู้ปลาใหญ่ขนาดเท่าตู้คอนเทนเนอร์ขนถ่ายสินค้าก็ถูกล้อมรอบไปด้วยสายตานับสิบคู่
มายากลสุดพิเศษ คือการเสกดอกไม้สดๆ ช่อใหญ่ขึ้นมาจากสายน้ำ เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราว ดังลั่นไปทั่วห้องอาหาร สายตาชื่นชมยินดีนับสิบ หาได้มีความหมายเท่ากับสายตาของเจ้านายผู้จ่ายเงินค่าจ้างเพียงคนเดียว ยิ้มบางจุดประกายเล็กๆ ตรงมุมปากนั้นมีค่าสำหรับเขาเหลือเกิน
“เงือกตัวนี้น่าสนใจดีจริงๆ นะครับคุณนาวี” ชายคนหนึ่งเอ่ยชื่นชมเสียงดัง
“ขอบคุณครับ” นาวียิ้มพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้เงือกหนุ่มที่กำลังดีดตัวพุ่งขึ้นไปสูดอากาศด้านบน
“สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของเราน่ะครับ” ชาร์คเข้ามายืนข้างเคียงไหล่อัลฟ่าผู้เป็นเจ้านาย พร้อมพูดอธิบายถึง “สัตว์เลี้ยง” ใต้ทะเล
‘สัตว์เลี้ยงอย่างนั้นเหรอ’ ประโยคบอกเล่าขัดหู ดึงใบหน้าของโอเมก้าหางครามสะบัดขวับ ตาขวางมองอย่างไม่พอใจ หากแต่อีกฝ่ายไม่ได้หันมามอง
“สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ของพวกคุณแต่ละตัว ช่างน่าสนใจเหลือเกินนะครับ คุณนาวีอยากจะขายต่อมันให้ผมหรือเปล่า...ผมอยากได้ไปเลี้ยงไว้ที่บ้านสักตัว”
“ไม่ครับ ผมไม่คิดจะขายเขาให้ใคร” คำตอบชัด เอ่ยขึ้นทันทีเหมือนไม่มีสิ่งใดให้ต้องขบคิดลังเล
“น่าเสียดายจัง ผมสนใจเงือกตัวนี้เอามากๆ เอาเป็นว่าถ้าคุณนาวีเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ บอกผมได้นะครับ”
“ทำไมคุณไม่ลองให้ชาร์คหาให้สักคนล่ะครับ เขาเก่งมากเรื่องการหาอะไรแปลกๆ มาให้ผมเลี้ยง” นาวีปรายหางตาไปยังเลขาส่วนตัว
“..!!!!..”
“เอ๋นั่นมัน...”
วิ๊งงง ทั่วทั้งห้องอาหารเงียบกริบ ฟีโรโมนกลิ่นไม่คุ้นเคยจากโอเมก้าลอยมาในอากาศ สายตากร้าวกระด้างกวาดมองไปทั่วทุกซอกทุกมุม แขกในห้องต่างเริ่มยืนไม่นิ่งหายใจติดขัดขึ้นมาทันที
“ที่นี่เลี้ยงโอเมก้าเอาไว้ด้วยอย่างนั้นเหรอ”
“โอเมก้ากำลังฮีท”
“ชาร์ค...” เสียงกร้าวดุดันหันทางเลขาและพ่วงด้วยตำแหน่งหัวหน้าบอดี้การ์ด
“ผมจะไปดูให้เดี๋ยวนี้ครับ”
บอดี้การ์ดหนุ่มพร้อมลูกน้อง 7 – 8 คน เดินเรียงแถวออกไปจากห้อง สายตาสอดส่องกวาดมองทุกซอกทุกมุม แต่ยิ่งเดินหา กลิ่นนั้นกลับเหมือนค่อยๆ จางหายไปเรื่อยๆ
“มันเป็นใครกัน” อัลฟ่าผู้ทำหน้าที่หัวหน้าบอดี้การ์ดหันกลับไปมองยังห้องอาหาร แล้วค่อยๆ ขยับฝีเท้าก้าวกลับเข้าไปอย่างช้าๆ
“คุณชาร์ค นี่พวกเรากำลังหาอะไรเหรอครับ” บอดี้การ์ดที่ไม่มีสายเลือดอัลฟ่าและเป็นเพียงเบต้าธรรมดาๆ จึงไม่อาจรับรู้ถึงฟีโรโมนอันตลบอบอวลชวนให้คลุ้มคลั่งเอ่ยถาม
“คนแปลกหน้า”
“แต่ที่นี่ก็มีแต่พวกเรากันเอง กับแขกของคุณนาวีทั้งนั้นนี่ครับ”
“อย่าโง่ได้มั้ย ถ้ามีแต่พวกเรากันเอง แล้วฉันกับพวกคนในห้องนั้นจะได้กลิ่นโอเมก้ามาจากไหน ไป๊...ไปช่วยกันตามหา” ดวงตาเฉียบหรี่มองไปยังส่วนของตู้ปลา
โอเชี่ยน นายเงือกหนุ่มผู้เป็นดาวเด่นของมื้อค่ำคืนนี้ กำลังนอนอยู่บนโขดหินใช้ข้อศอกทั้งสองยันกาย ยกแผงอกเต่งตึงกับจุกเนื้อเหนือเนินอกสีชมพูเหมือนเหงือกปลา ท้าทายสายตาอัลฟ่านับสิบ ข้อมือสะบัดโบกไปมาเหมือนกำลังหยอกล้อเล่นกับฝูงปลาทะเล
“วันนี้พวกเราคงต้องขอตัวกลับก่อน อยู่ต่อไม่ได้ซะแล้ว...ฟีโรโมนมันแรงเหลือเกิน” อัลฟ่า 2 – 3 เดินมากล่าวลานาวี ขณะที่อัลฟ่าอื่นเริ่มยืนไม่อยู่นิ่ง
ปกติธรรมดายามเมื่ออัลฟ่าไดักลิ่นฟีโรโมนของพวกโอเมก้า อุปมาเหมือนหมาป่าได้กลิ่นกระต่ายอยู่ในโพรง แต่เมื่อใดก็ตาม หากถึงคราวโอเมก้าฮีทในช่วงรอบเดือนของการผสมพันธุ์ ฟีโรโมนที่ปล่อยออกมานั้นจะรุนแรงดั่งพายุเฮอริเคน มันจะพัดพาความอดทน อดกลั้นของเหล่าอัลฟ่านักล่า ให้ฟุ้งกระจายหายไปสิ้น หลงเหลือไว้เพียงความทะยานอยาก หิวกระหาย คล้ายหมาป่าทั้งฝูงกำลังยืนชะเง้อคอมองซากลูกกวางที่ถูกนายพรานนำมาล่ามไว้ให้อยู่ต่อหน้า สัญชาตญาณแห่งหมาป่ามีหรือจะยอมปล่อยเนื้ออันโอชะนี้ให้หลุดลอย
“เป็นแบบนี้ได้ยังไงชาร์ค โอเมก้าที่ไหนกัน”
ปึก ปึก ปึก ข้อนิ้วแข็งเคาะกระจก พร้อมส่งสัญญาณมือเป็นคำถามว่าตนเองเลิกงานได้แล้วหรือยัง เพราะภายในห้องอาหารเวลานี้นั้นไร้ซึ่งแขกผู้ทรงเกียรติ ชาร์ค หัวหน้าบอดี้การ์ด ทำท่าสะบัดมือตอบกลับ จากนั้นเห็นเพียงส่วนหางกรุยกรายสีทองวิบวับลอยสูงขึ้นไป
“โอเมก้ากำลังฮีทอยู่ ร่างกายกำลังอ่อนแอ คงหนีไปไหนไม่ได้ไกล หรือถ้าหากมันคิดจะซ่อนตัวก็ไม่ง่ายเลย...หามันให้เจอ”
“คุณนาวีไม่ต้องห่วงครับ ผมให้ลูกน้องช่วยกันออกตามหาคนที่น่าสงสัยแล้ว”
“ดี ให้คนของนายตรวจรอบๆ บ้านให้รอบคอบ อย่าให้เกิดเรื่องอย่างคราวก่อนอีกเข้าใจมั้ย”
เป็นเพราะเมื่อเดือนก่อน ข้อมูลลับในห้องทำงานของนาวี มีคนขโมยมันออกไป ทำให้แผนการตลาดรั่วไหล มูลค่าความเสียหายทางธุรกิจนับว่ามากพอสมควร แถมเมื่อตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้าน กลับไม่พบหลักฐานการบุกรุกใดๆ นอกจากกลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้า ที่มันทิ้งไว้ให้ดมต่างหน้าเท่านั้น
“แล้วคืนนี้ คุณนาวีจะให้โอเชี่ยน ไปส่งคุณเข้านอนหรือเปล่าครับ” อัลฟ่าตำแหน่งบอดี้การ์ดสะบัดหางตาเลยขึ้นไปยังด้านบนขอบของตู้ปลา
“คืนนี้โอเชี่ยนน่าจะเหนื่อย จากการว่ายน้ำในตู้มาพอสมควรแล้ว ให้เขาพักผ่อนเถอะ”
“แล้วคุณวีจะนอนหลับเหรอครับ”
“ชาร์ค ฉันน่ะไม่ได้นอนหลับเพราะสัตว์เลี้ยงที่นายหามาให้หรอกนะ”
“ถ้าไม่ได้หลับเพราะพวกมัน...แล้วอยากให้ผมช่วยให้คุณหลับสบายหรือเปล่า” ฝ่ามือลูบล้วงลึกเข้าไปภายในตัวเสื้อ ปลายนิ้วสอดลอดผ่านช่องว่างระหว่างกระดุมส่วนอก นิ้วกดบดหัวนมแข็งใต้เนื้อผ้าก่อนจะขยับสายตามองสูงขึ้นไปหาอัลฟ่าผู้เป็นเจ้านาย
“คุณนาวี นานมากแล้วนะครับ ที่เราสองคน...”
“นายกลับไปพักผ่อนเถอะ ฉันนอนเองได้” ขาก้าวถอยหลังออกมาเล็กน้อย ปล่อยมือนั้นยื่นค้างอยู่กลางอากาศ จากนั้นเดินกลับไปตามโถงทางเดินเพื่อมุ่งหน้ากลับห้องนอน
ตุบ! หางเงือกหนักอึ้งถูกโยนทิ้งลงไปบนพื้นสระ แขนขาอ่อนเปลี้ยเพลียแรง จนแทบทรงตัวไม่อยู่
“ทำได้ดี” ดวงตากร้าวกวาดมองไปรอบสระเหมือนพยายามจะมองหาอะไรบางอย่าง
“แน่นอน...ต้องดีอยู่แล้ว” คนที่เพิ่งดำน้ำเป็นระยะเวลาติดต่อกันนานถึง 2 ชั่วโมงยืนหอบหายใจถี่
“เอาล่ะ ฉันมีข่าวดีจะบอก”
“อะไร”
“คืนนี้นายไปพักได้เลย ไม่จำเป็นต้องลงใต้ทะเลอีก”
“เหอะ! ถ้าผมดำน้ำอยู่ในตู้นั้น 2 ชั่วโมง แล้วคุณยังจะบังคับให้ผมไปลงทะเลอีก คุณเตรียมโดนผมฟ้องข้อหาทารุณกรรมลูกจ้างได้เลย” เงือกรับจ้างคว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ตวัดมันขึ้นมาคลุมกาย ปากสั่นสีซีดเต้นระริก
“เอาล่ะนายไปพักได้”
คล้อยหลังเงือกรับจ้าง ปลายรองเท้าคู่ใหญ่ถูกใช้เขี่ยลงไปยังหางเงือกสีฟ้ามันระยับ มือจับยกชุดนายเงือกอันหนักอึ้งขึ้นมาสำรวจ จมูกโด่งกดก้มลงไปทำท่าสูดดมใกล้ๆ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ คุณชาร์ค”
“โอเชี่ยน ประวัติของมัน...ได้ระบุเอาไว้หรือเปล่าว่าเป็นโอเมก้า เบต้า หรือแค่คนธรรมดาทั่วไป” หางเงือกถูกโยนกลับไปให้การ์ดดูแลความปลอดภัยเพื่อนำมันกลับเข้าไปเก็บในตู้อุปกรณ์
“ไม่ได้ระบุนี่ครับ”
"......."
“ซี้ดดดดด อ๊า” ร่างสั่นสะท้านเหมือนคนต้องลมหนาว ปิดประตูห้องล็อกกลอนแน่นหนา จากนั้นถอดกางเกงว่ายน้ำรัดรูปที่ใส่อยู่ติดตัวกองไว้กลางทางระหว่างประตูห้องและเตียงนอน มื้อรื้อค้นกระเป๋าเดินทางหยิบกล่องอะลูมิเนียมขนาดเท่าหนังสือเล่มหนึ่งออกมา ยื่นหน้าออกไปสแกนม่านตาเพื่อปลอดล็อก หยิบหลอดแก้วพร้อมเข็มฉีดยาแหลม แล้วปักมันลงบนท่อนแขนทันที
‘ยาระงับอาการฮีทแบบเฉียบพลัน’ ถูกฉีดเข้าไปในเส้นเลือด ยาออกฤทธิ์กดฟีโรโมนอันพลุ่งพล่านของโอเมก้าให้กลายเป็นศูนย์ หากแต่มันจะมีฤทธิ์อยู่ได้เพียงระยะสั้นๆ ในกรณีที่มีอาการฮีทรุนแรง เมื่อเย็นนั้นนับว่าโชคดีที่โอเชี่ยนนับระยะเอาไว้ล่วงหน้าจึงแอบพกยาฉุกเฉินซ่อนมันไว้ในส่วนรอยต่อของหาง เมื่อเริ่มมีอาการจึงใช้ช่วงจังหวะเล่นมายากลปักเข็มแหลมแทงทะลุเข้าไป แต่ถึงอย่างนั้นพวกอัลฟ่ามันก็ยังได้กลิ่นแม้จะเป็นเพียงกลิ่นจางๆ
“บ้าเอ๊ย เกือบไปแล้ว”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"โอเชี่ยน...หลับหรือยัง"
"คุณนาวี"
**** อร๊ายยยย แอบเป็นห่วงน้องเชี่ยนเลย แต่ว่าเอ๊ะ...โอเมก้าลอบเข้ามาทำไม มันเป็นใคร ... นี่มันคงไม่คิดว่าลูกฉันเป็นคนร้ายปลอมตัวมาหรอกนะ...และ...และ...และ... ว๊ายฉลามหัวเน่า กิ๊วๆๆ
ตอนพิเศษ กลิ่นไม้ซีดาร์ควันบุหรี่สีเทาจางมีกลิ่นฉุนถูกพ่นออกมาผ่านริมฝีปากหยัก อัลฟ่ากลิ่นไม้ซีดาร์เหม็นไหม้จนขม เดินหลบออกมาจากงานแต่งอันหวานชื่นระหว่างเจ้านายกับโอเมก้า ออกมายืนระงับความรู้สึกผิดหวังของตัวเองอย่างเงียบๆ บนดาดฟ้าเรือสำราญมูลค่าหมื่นล้านเพียงลำพัง“โทษที ขอบุหรี่ให้ผมสักมวนได้หรือเปล่าครับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุน่าจะราวยี่สิบต้นๆ เดินเข้ามาถามหาสิ่งที่เขาอัดควันมันใส่ปอด ดวงตาคมมองขวางแต่ยอมล้วงสิ่งที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในสูทสีครีม ส่งให้เจ้าของฟีโรโมนอัลฟ่ากลิ่นดอกเจอราเนียมอ่อนๆ ลอยมา“คุณชื่อชาร์คใช่หรือเปล่าครับ” ปากคาบบุหรี่มวนยาวยื่นหน้ามาใกล้คนที่ถือไฟแช็กในมือ“นายรู้จักฉันอย่างนั้นเหรอ” นิ้วหัวแม่มือทำหน้าที่ขีดส่วนปลาย เพื่อจุดกลไกไฟแช็กแล้วยื่นไปตรงปลายบุหรี่มวนใหม่“ไม่รู้จักก็บ้าแล้ว คุณเป็นไอดอลผมเลยนะ” เจ้าของปอดเล็กที่เพิ่งสูดนิโครตินเข้าไปหัวเราะร่าหันมายิ้มให้“แต่ฉันไม่รู้จักนาย”“โอ้ ขอโทษครับ ผมลืมแน
ตอนที่ 17 หัวใจมหาสมุทรเด็กน้อยวัยสามขวบ ดำน้ำดีดขาดุ๊กดิ๊กแหวกว่ายไปมาใต้ท้องมหาสมุทร เคียงข้างผู้เป็นพ่อ และคุณแม่ท้องโตอย่างคล่องแคล่ว สิ่งนี้เป็นภาพที่ทุกคนเห็นกันชินตา จนหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายน้อยคนใหม่ของตระกูลอัลฟ่า คงเป็นปลากลับชาติมาเกิด เพราะนอกจากจะว่ายน้ำและดำน้ำเก่งแล้ว “น้องทะเล” ยังมีความสามารถพิเศษไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ คือมีฟีโรโมนดึงดูดสัตว์ทะเลได้“แม่...อันนี้ อันนี้” ลูกชายคนแรกว่ายน้ำมาหา มือเล็กกับนิ้วสั้นป้อมเกาะหัวไหล่พร้อมกับยื่นสิ่งที่จับมาได้จากใต้ทะเลอวดให้แม่ดู“ปลาดาวอย่างนั้นเหรอ ทะเลเอาพี่เขาขึ้นมาทำไมลูก เอาพี่เขาลงไปส่งบ้านเร็ว เดี๋ยวพ่อแม่เขากลับมาไม่เจอพี่อยู่ที่เดิม พ่อแม่เขาต้องเสียใจมากแน่ๆ” โอเชี่ยนหันไปมองดูปลาดาวตัวหนึ่ง ซึ่งลูกชายคงหยิบมาจากพื้นทรายด้านล่าง แล้วชูขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่ออวดให้ตนเห็น“พี่เขาคิดถึงครอบครัวเหรอ” แววตาแห่งความสำนึกผิดมองกลับมายังปลาดาวตัวใหญ่ในมือเล็ก“ใช่ครับ เขาต้องอยู่กับครอบครัวนะลูก เหม
ตอนที่ 16 โอเชี่ยนน้อย“แต่งงานเหรอครับ” โอเมก้าในอ้อมกอดผลุดลุกขึ้นมานั่งทำตาโต“ใช่แต่งงาน ฉันว่ากำหนดการเดิม คงต้องเลื่อนให้เร็วขึ้นซะแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ในท้องของนายนี่คงมีนาวี หรือโอเชี่ยนตัวน้อยๆ นอนหลับปุ๋ยอยู่แน่” ฝ่ามืออบอุ่นวางลงบนหน้าท้องราบ ส่วนมืออีกข้างยังกำกางเกงในสีขาวของเขาเอาไว้แน่น“โอเชี่ยนน้อย กับนาวีน้อยอย่างนั้นเหรอครับ”“โอเชี่ยน นายรู้ตัวใช่มั้ยว่า สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ปกติ” นาวีเอื้อมมือลงไปหยิบเปลือกหอยขึ้นมาชิ้นหนึ่ง“คุณหมายถึง..อันนี้เหรอ” เจ้าของกระโจมหันไปมองทุกอย่างรอบตัว จากนั้นค่อยคลานกลับขึ้นไปนั่งขดอยู่ภายในอ้อมกอดอบอุ่น“เชี่ยนน้อย”“ใช่...โอเชี่ยนน้อยของฉัน”“แต่ผมยังไม่ได้บอกแม่เลยนะครับ”“เรื่องอื่นนายไม่ต้องเป็นห่วง เป็นกังวลอะไรทั้งนั้น ตอนนี้หน้าที่เดียวของนายคือกินเยอะๆ นอนเยอะๆ ส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง ตกลงมั้ย”
ตอนที่ 15 โอเมก้าสร้างรังทันทีเมื่อเจ้านายโผล่หน้าขึ้นมาพ้นผิวน้ำ หัวหน้าบอดี้การ์ดซึ่งยืนชะเง้อคอ รออยู่ตรงตีนบันไดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กระทั่งกลิ่นฟีโรโมนแปลกๆ ลอยมาแตะจมูก สันกรามสองข้างจึงขบกัดเข้าหากันแน่น พร้อมสายตาขวางมองผ่านไปยังต้นคอของโอเมก้า ซึ่งมาร่องรอยจากการผูกพันธะให้เห็นเต็มสองตา“ชาร์ค ขอเสื้อคลุมให้โอเชี่ยนหน่อย ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นอ่อนโยนเอ่ยถามเป็นเชิงสั่ง ท่อนแขนยังรั้งไม่ยอมให้โอเมก้าขึ้นจากน้ำเนื่องจากเวลานี้ไม่มีแม้สิ่งช่วยปกปิดติดกายสักชิ้นเดียว“นี่ครับ” มือส่งเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตัวใหม่ไปให้ แต่สายตายังไม่อาจละไปจากรอยรักการผูกพันธะสัญญาใจของเจ้านายและเงือกรับจ้าง“คุณนาวีครับ” เจ้าของฝ่ามือเย็นกระตุกแขนเจ้านาย“หือ”“คือ...ชุดเงือกของผม” ตาละห้อยพยายามกวาดมองไปทั่วท้องทะเล เพราะไม่รู้ว่าชุดเงือกที่ถูกถอดโยนทิ้งไปเมื่อครู่ มันลอยน้ำหายไปทางไหนแล้ว“เดี๋ยวฉันให้คนลงไปงมให้ ตอนนี้เรากลับห้องก่อนเถอะ เธ
ตอนที่ 14 พยานรัก“โอเชี่ยนนั่นนายจะไปไหน...ทางนั้นต่างหาก” มือรั้งต้นแขนเงือกรับจ้างที่กำลังเดินแยกกลับไปยังบันไดทางขึ้นกลับห้องบนชั้นสาม“แต่ว่าห้องผมไปทางโน้น” โอเมก้าชี้นิ้วไปตามทางเดิน“แต่ห้องของฉันไปทางนั้น” อัลฟ่าเจ้าของบ้านบุ้ยปากไปยังบันไดซึ่งทอดต่ำลงไปยังชั้นใต้ดิน“หมายความว่า คุณนาวีจะให้ผมไปนอนที่ห้องด้วย อย่างนั้นเหรอครับ”“ทำไมล่ะ นายก็เคยลงไปนอนที่ห้องของฉันอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”“มันก็ใช่ครับ แต่ว่า....” สายตาเหลือบไปทางหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนมองตาขวางอยู่ด้านข้างเหมือนไม่วางใจ ขนาดผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากมาย นายเลขาขี้หวงคนนี้ก็ยังดูเหมือนไม่เชื่อใจเงือกรับจ้างอย่างเขาอยู่ดี“ฉันให้คนของฉันย้ายเสื้อผ้า ข้าวของในห้องนาย ลงไปไว้ชั้นล่างหมดแล้ว ถึงกลับไปห้องนายก็คงนอนไม่ได้หรอก”“หา..ของผมอย่างนั้นเหรอ”“ใช่ เหลือไว้แค่ชุดดำน้ำ หางปลา ตีนกบ กับอุปกรณ์ดำน้ำเท่านั้นแหละ”
ตอนที่ 13 ความลับโอเมก้า“ผมจะพาคุณลงไปขอโทษครอบครัวของผม”โอเมเก้าใจเด็ดคว้าคอคนใจทราม กระโดดกลับลงสู่ท้องทะเลอันดำมืด เชือกเส้นใหญ่ยังคงผูกรั้งรัดรอบคอเอาไว้ หากแต่โอเชี่ยนจำได้ว่า ปลายข้างหนึ่งของมันถูกวางเอาไว้บนพื้นกระดานของเรือประมง ไม่ได้ผูกโยงยึดติดอะไรไว้ ดังนั้นการพุ่งหลาวลงไปจึงไม่ต้องกลัวว่าคอจะหักตูมมมม อากาศก้อนใหญ่ถูกสูดกักเข้าไปเก็บในปอดลึก ท่อนแขนพยายามเกี่ยวรัดรอบร่างของอัลฟ่าจิตใจต่ำช้าไม่ให้มันหลุดมือหนี หากทว่าหมัดหนักรัวอัดเข้ามาใส่ เชือกรัดรอบคอถูกขึงดึงรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก ในขณะที่โอเมก้าพยายามยื้อแย่งปลดเชือกออกจากรอบคอ‘ไอ้บ้านี่ ปล่อยนะโว้ย’ สองมือต่อสู้สุดกำลัง ส่วนสองเท้าพยายามถีบอัลฟ่าที่มันกล้าใส่ร้าย หาว่าทะเลนี้ทำร้าย ทำลายครอบครัวของนาวี บนบกนั้นความชำนาญตนอาจจะน้อยแต่เมื่อไหร่จมลงใต้น้ำมันเหมือนนี่แหละคือที่สำหรับตน ไม่ว่าจะหมุนซ้ายหมุนขวา แหวกว่ายไปมาในท่วงท่าไหน โอเมก้ารู้สึกถึงอิสระของร่างกายทุกส่วน‘คิดจะหลอกให้กูจมน้ำอย่างนั้นเหรอ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก&rsquo