ตอนที่ 2 สัตว์เลี้ยงตัวใหม่
“ว้าว นี่มันบ้านคน หรือว่าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกันแน่วะเนี่ย”
เงือกรับจ้างเดินลากกระเป๋าเดินทาง มาหยุดอยู่หน้าตู้กระจก มีลักษณะคล้ายตู้ปลาขนาดใหญ่ พอๆ กับตู้คอนเทนเนอร์ยักษ์ โขดหิน ปะการัง สีสันสดใสกับปลาน้อย ปลาใหญ่ สัตว์โลกใต้ทะเลนานาพันธุ์ แหวกว่ายไปมาไม่ต่างอะไรจากที่ทำงานเดิม
แววตาตื่นเต้น ประหลาดใจกวาดมองไปรอบบ้าน ซึ่งตั้งอยู่ติดหรืออาจเรียกว่ามันรุกล้ำถลำลงไปในท้องทะเล หากมองแค่เพียงภายนอก ผู้คนส่วนใหญ่คงคิดว่าที่แห่งนี้เป็นโรงแรม รีสอร์ตหรูหราระดับห้าดาว แต่หารู้ไม่ว่า มันคืออาณาจักรของคนรวย ที่คงมีเงินเหลือในธนาคารจนไม่รู้จะเอาไปผลาญกับอะไร เลยนำมาใช้สร้างบ้านสุดอลังการหลังนี้
“นี่ห้องพักของนาย” ชายคนหนึ่งเปิดประตูกว้าง มือผายเข้าไปภายในห้องพักขนาดใหญ่ ไม่ต่างอะไรกับห้องสวีทรูมโรงแรมดัง
“นี่ห้องผมอย่างนั้นเหรอครับ โคตรเจ๋ง สุดยอดไปเลย มองเห็นวิวทะเลด้วย” ยิ้มกว้างเปิดออกไปพร้อมประตู ซึ่งเชื่อมต่อกับระเบียงไม้ระแนง ก้มลงไปเห็นน้ำทะเลสีฟ้าใสแต่กลับไม่เห็นพื้นทรายหรือโขดหินแนวปะการังเบื้องล่าง พ้นออกไปนั้นเป็นวิวท้องทะเลไกลสุดลูกหูลูกตามองไปได้จนเส้นเส้นขอบฟ้าเป็นเส้นตรงอยู่สุดโพ้นทะเล
“ใช่ ที่นายได้พักห้องนี้เพราะว่าห้องพักของคุณนาวี อยู่เยื้องไปทางด้านนั้น นายจะได้ลงไปทำงานได้ง่ายขึ้น” นิ้วชี้ไปยังบันไดวนเวียนโค้งทอดลงไปจากระเบียงห้อง จมหายลงไปยังผิวน้ำทะเลลึก
“ห้องคุณนาวี?” โอเมก้าตัวสูงเดินไปชะเง้อคอยาว ยืดชะโงกมองลงไปยังส่วนของชั้นล่าง ตามทิศทางของมือชี้ แต่จนแล้วจนรอดก็มองไม่ออกว่าหน้าต่าง ช่องกระจกบานไหน คือส่วนที่เป็นห้องของนายจ้างกันแน่
“อือ คุณนาวีเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้”
“นี่...เขาชอบทะเลมากขนาดนี้เลยเหรอครับ” เงือกรับจ้างอนุมานเอาจากการสร้างบ้าน แถมยังจ้างนายเงือกมานั่งดูส่วนตัวจะว่าชอบก็ไม่น่าใช่ ควรเรียกว่า "หลงใหล" จึงจะถูก
“ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ส่วนเรื่องอื่น...ไม่ต้องยุ่ง”
“โอเค แล้วผมต้องทำอะไรบ้าง” ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ต้องการให้ยุ่งเรื่องเจ้านาย ลูกจ้างชั่วคราวอย่างเขาก็ใช่ว่าจะชื่นชอบยุ่งเรื่องคนอื่นมากนัก จึงเปลี่ยนจากสนใจในตัวบุคคล มาเป็นสอบถามเกี่ยวกับหน้าที่ขอบเขตการทำงานแทน
“อุปกรณ์จำเป็นเกี่ยวกับการดำน้ำ ชุดนายเงือกของนายแบบต่างๆ ฉันให้คนจัดห้องแยกเก็บเอาไว้ให้อยู่ด้านในนั้นแล้ว เพื่อที่นายจะได้หยิบจับมาใช้ได้สะดวกขึ้น ส่วนหน้าที่ของนาย คือการดำน้ำลงไปใต้นั้น พยายามทำให้คุณนาวีมีความสุขที่สุด”
“ฮะ! ดำน้ำลงไป...นี่หมายความว่าผมต้องดำลงในทะเลจริงๆ เหรอ” นายเงือกรับจ้างชะโงกลงไปมองบันไดวนก่อนจะค่อยๆ เดินลงไปจนถึงส่วนล่างสุดบันไดขั้นสุดท้าย สายตากวาดมองไปรอบๆ ไม่เห็นขอบ อาณาเขตว่ามันเป็นสระจำลองหรือมีแนวกั้นอันตรายใดๆ
“ใช่ ทะเลจริงๆ”
“เดี๋ยวก่อน มันไม่ได้อยู่ในข้อตกลงนี่”
“ไม่อยู่ยังไง...ในสัญญาระบุเอาไว้ชัดเจนว่า นายรับจ้างดำน้ำลึกไม่เกิน 10 เมตร มีสถิติดำน้ำได้นานสุด 3 -5 นาที โดยไม่ต้องขึ้นมาพักหายใจ”
“แต่คุณไม่ได้บอกว่าจะให้ผมลงไปดำในน้ำทะเลจริงๆ”
“นายก็ไม่ได้ระบุเอาไว้เหมือนกันว่าจะว่ายแค่ในตู้ปลาเท่านั้น”
“นี่คุณหัวหมอกับผมเหรอ ได้ถ้าอย่างนั้นผมไม่ทำ ยกเลิกสัญญาไปเลย”
โอเมก้าผู้เชี่ยวชาญชำนาญเรื่องการดำน้ำหันกลับไปมองทะเลกว้างอย่างหนักใจ การว่ายน้ำในสระกับในทะเลจริงนั้นต่างกันมาก สำหรับอาชีพนายเงือกรับจ้าง ใช้ทักษะการดำน้ำแบบ ฟรีไดฟ์ คือการดำลงไปในน้ำลึก 5 -10 เมตร โดยปราศจากอุปกรณ์เครื่องช่วยในการหายใจ ต้องใช้ทักษะ ความแข็งแรงของร่างกายตัวเอง แถมยังต้องแบกรับภาระเป็นชุดเงือกอันหนักอึ้งน้ำหนักรวมไม่ต่ำกว่า 10 กิโลกรัมนั่นอีก ที่เขากังวลอยู่เวลานี้ คือคลื่นทะเลอันแปรปรวน ความขุ่นของน้ำ แม้กระทั่งปัจจัยอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
“ได้ ทั้งหมดก็สามแสนบาท คูณด้วยสองร้อยสี่สิบเดือน รวมเป็นเจ็ดสิบสองล้านบาท นั่นคือมูลค่าความเสียหายจากการยกเลิกสัญญา เทียบเท่าเงินประกันชีวิตที่เราจะจ่ายให้ ในกรณีที่นาย...เสียชีวิต” ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกดึงออกมาจากสูทเข้มสีกะลามะพร้าว กระดาษขาว 2 – 3 แผ่นสะบัดโบกไปมาพร้อมปากกาหนึ่งด้าม
“ฮะ!”
“นายเซ็นเอง...จำได้หรือเปล่า”
“บ้าเอ๊ย” มือคว้าสัญญาว่าจ้างมาพลิกอ่านอย่างละเอียดอีกครั้ง
“เราเสนอค่าจ้างให้ตามที่นายขอมา ทั้งวันหยุด วันลา สวัสดิการครบถ้วนไม่มีขาดตกบกพร่อง ดังนั้นหวังว่านายจะทำงาน ให้สมกับเงินที่เราจ่ายไป”
“ก็ได้ หวังว่าพวกคุณ คงไม่ใช่พวกชอบทารุณกรรมลูกจ้างหรอกนะ แล้วผมก็ระบุชัดเจนว่า การดำน้ำของผมรอบหนึ่งไม่เกิน 2 ชั่วโมง และต้องมีทีมเซฟตี้ คอยสแตนด์บายช่วยเหลือผมในกรณีฉุกเฉินตลอดเวลา”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงฉันเตรียมเอาไว้หมดแล้ว”
“ฮึ ขอให้จริงเถอะ ถ้าคุณผิดสัญญา ผมจะฟ้องกรมแรงงาน แล้วเรียกค่าปรับพวกคุณให้อ่วมทีเดียวเชียว”
“นายไม่ต้องห่วงเรื่องค่าปรับหรอก ทางเรามีปัญญาจ่ายให้นายอยู่แล้ว เอาล่ะมาฟังข้อตกลงระหว่างเรา"
"อืม" หน้าหงิกงอปาก ย่นจมูกมู่ทู่อย่างไม่สบอารมณ์ หากแต่อีกคนแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ
"ในหนึ่งวันนายจะได้ลงน้ำแค่ 2 ครั้งเท่านั้น คือช่วงเช้า 07:00-09:00 น. กับอีกช่วงคือประมาณ 22:00-24:00 น. หากเกินจากนี้ ฉันจะแจ้งให้รู้ล่วงหน้า และมีค่าล่วงเวลาให้ ส่วนช่วงเวลาที่ว่างอยู่ นายอยากจะออกไปเดินเล่นหรือทำอะไรก็แล้วแต่นาย”
“อะไรนะ! นี่คุณเห็นผมเป็นตัวอะไรเนี่ยดำน้ำกลางคืนเนี่ยนะ...” ตาโตเหลือกค้างเมื่อได้ยินช่วงเวลาทำงาน
“ไม่ว่านายจะเคยทำอะไร เคยเป็นใครมาก่อน ลืมมันไปให้หมด เพราะที่นี่เรามีกฎเป็นของเราเอง ตอนนี้ยังพอมีเวลา พักผ่อนให้เต็มที่ คืนนี้ สามทุ่มฉันจะกลับมา นายต้องดำน้ำลงไปทำหน้าที่ตัวเองเข้าใจมั้ย โอเชี่ยน”
“เฮ้! แล้วคุณชื่ออะไร พ่อคนคุมกฎ” ตาขวางมองไปยังคนที่เดินมาด้วยกันนานเกือบชั่วโมงแต่ไม่ได้ถามชื่อ
“ชาร์ค”
“ฮึ ฉลามหัวค้อนเหรอ” คิ้วกระตุกยั่วโมโห
“ระวังเถอะ สักวันนายจะโดนฉลามขย้ำ” คนหน้าเข้ม ขี้เก๊กเดินหายไปจากห้อง
“เชอะ...น่ากลัวตายล่ะ”
สามทุ่มเป๊ะแบบไม่มีขาด ไม่มีเกินแม้แต่นาทีเดียว ประตูห้องพักของนักดำน้ำรับจ้างถูกเปิดออก พร้อมกับผู้ชายหน้าดุ 2 -3 คน อยู่ในชุดว่ายน้ำรัดรูป ยกเว้นนายคนที่ชื่อมีความหมายเหมือนสัตว์ดุร้ายในทะเล ที่ยังคงใส่ชุดเดิม
“พร้อมแล้วใช่มั้ย”
คนหน้านิ่งยืนมองเงือกหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สังเกตเห็นพื้นระเบียงเปียกแฉะ จึงพอเดาได้ว่าเงือกรับจ้างคนนี้ คงลงไปวอร์มร่างกายรอเรียบร้อยแล้ว นับว่าสมราคาค่าจ้างแสนแพง ผู้ชายที่เดินตามมาเปิดตู้แบกหางนายเงือกสีสวยสดใสใหม่เอี่ยม แล้วตรงเข้ามาช่วยกันแปลงร่างนายเงือกรับจ้าง โดยไม่มีใครปริปากพูดอะไรสักคำ
"ถามจริง คุณจะให้ผมลงไปดำน้ำเวลานี้จริงเหรอ"
"นายมีปัญหาอะไร"
“แต่ข้างล่างนั่น...มันไม่เห็นจะมีอะไรเลย” มือชี้กลับลงไปยังท้องทะเล
เมื่อช่วงบ่ายหลังจากเก็บข้าวของ เสื้อผ้าต่างๆ เข้าที่โอเชี่ยนตัดสินใจกระโดดลงไปดำน้ำสำรวจพื้นที่การทำงานของตัวเองอยู่นานนับชั่วโมงทั้งระยะใกล้ ระยะไกล ลึกมาก ลึกน้อย กะประมาณระยะตามคนชื่อชาร์คบอก แต่ด้านล่างลึกลงไปนั้น เขาเห็นมันเป็นเพียงแนวกำแพงหินกันคลื่นทึบๆ ไม่เห็นจะมีร่องรอยของบานกระจกนิรภัยอันคุ้นเคย อย่างที่ทำงานเก่า
"นายไม่เห็น...ไม่ได้แปลว่ามันไม่มี"
ติ๊ด เสียงสัญญาณอะไรบางอย่างดังขึ้น พร้อมกับไฟสีแดงจุดเล็กๆ ตรงมุมระเบียงห้องสว่างวาบขึ้นมา นักดำน้ำ 2- 3 คนเมื่อครู่ใช้มือผลักหัวไหล่ผมให้เดินลงไปตามบันไดวน กลับลงไปยังเบื้องล่าง ขาสองข้างที่มันรวบชิดติดกันอยู่ภายในหางใหญ่ขยับย้ายเคลื่อนไหวด้วยความทุลักทุเล
“คุณนาวีกลับเข้าห้องแล้ว นายมีเวลาเตรียมตัวอีก 1 นาที”
“ฮะ! นี่...เดี๋ยวสิคุณ”
“กลับลงไปอีกครั้งแล้วจะรู้เอง คนของฉันจะว่ายอยู่ห่างๆ สัญญาณมือต่างๆ เป็นไปตามหลักสากล"
“ไฟฉายล่ะ”
“ไม่จำเป็นต้องใช้”
“แต่นี่มัน 4 ทุ่มนะคุณ ใต้นั้นมืดอย่างกับเอาหัวมุดลงไปในโอ่ง ไม่มีไฟฉายนำทาง แล้วถ้าหัวผมมันไปโหม่งโขดหินสมองไหล หรือไปโดนตัวอะไรกัด ทำร้ายขึ้นมาคุณจะรับผิดชอบชีวิตผมยังไง”
“ฉันเตรียมเงินประกันเอาไว้ให้แล้ว สบายใจได้...โดด!”
“แม่งโว้ย!” โอเมก้าหนุ่มสบถหยาบใส่ไอ้ฉลามหน้านิ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าแล้วดีดตัวพุ่งหลาวจากบันไดขั้นสูงลงไปยังทะเลมืด
เป็นเรื่องแปลกประหลาดสุดมหัศจรรย์อย่างน่าเหลือเชื่อ เมื่อการกลับลงมาสู่ท้องทะเลอีกครั้ง เบื้องล่างนี้กลับสว่างไสวไม่ต่างอะไรกับตอนที่เขาดำน้ำอยู่ภายในสระจำลอง แสงสว่างราวกับมีพระอาทิตย์ดวงโตลอยอยู่เหนือผิวน้ำขึ้นไป เกิดเป็นลำแสงสีทองสว่างไสวส่องทอดลงมาเป็นลำแสง ทะลุลงไปยังแนวปะการังเบื้องล่าง สะท้อนเม็ดทรายสว่างเหมือนมีกากเพชรมายากลผสมอยู่ด้วย
ฟีโรโมนแห่งความสุข ของโอเมก้าหลั่งออกมาจากทุกอนุอณูรูขุมขน ปลาฝูงใหญ่แหวกว่าย แวะวนไปมาดูกล้าๆ กลัวๆ เพราะไม่เคยเห็นเงือกตัวนี้มาก่อน มือเปล่าโบกสะบัดพัดน้ำ ล้อเล่นกับปลาตัวที่กล้าหาญว่ายเข้ามาหา ทันใดนั้นเองฉากมืดทึบแสงเหมือนกำแพงหิน เปลี่ยนวับกลายเป็นกระจกใสในชั่วพริบตา
‘นี่มันอะไรกันวะเนี่ย’
ห่างออกไปไม่มากนัก ชายคนหนึ่งกำลังยืนเหม่อมองตรงมาทางเขา แววตาแสนเศร้าคู่นั้นเขาจดจำมันได้เป็นอย่างดี เงือกรับจ้างออกแรงส่วนสะโพก สะบัดหางว่ายน้ำตรงเข้าไปหา จากนั้นว่ายน้ำวนไปมาเป็นวงกลม เพื่ออวดสรีระร่างกายอันสมส่วน อีกทั้งอวดท่อนหางสีฟ้าน้ำทะเล ส่วนปลายคล้ายขนนกสีทองระยิบระยับพลิ้วไหวไปตามแรงบังคับ
“เป็นยังไงครับคุณนาวี คุณชอบ สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ ที่ผมหามาให้หรือเปล่า” ร่างสูงขยับเข้ามายืนเคียงข้างอัลฟ่าหนุ่ม ตามองตรงไปยังนายเงือกรับจ้าง ที่กำลังว่ายน้ำอยู่ในทะเลกว้างเบื้องหน้า
“ถ้าฉันบอกว่าชอบ...นายจะทำยังไง” น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลชวนฟัง ทำให้กล้ามเนื้อส่วนร่องแก้มของอีกคนกระตุกยกขึ้นเล็กน้อย
“ผมคงดีใจ ที่สามารถหาสัตว์เลี้ยงถูกใจมาให้คุณได้สักที หลังจากที่พยายามมานาน” ชาร์ค เลขาส่วนตัว พร้อมควบตำแหน่งบอดี้การ์ดประจำตระกูลอัลฟ่าเก่าแก่หันไปยิ้มให้เจ้านาย
“แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่ชอบล่ะ นายจะทำยังไงกับเขา” สายตาละจากท้องทะเลอันงดงามหันกลับมามองเลขา
“ผมคงเสียใจนิดหน่อย หลังจากนั้นผมจะให้ลูกน้องทำเอกสาร เบิกเงินประกันชีวิต แล้วโอนกลับไปให้ครอบครัวของเงือกตัวนี้” หางตาไม่ชอบใจปรายมองไปยังเจ้าของหางสีทองที่โบกอยู่ไปมา
“เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาสินะ...”
“ครับ ช่วยไม่ได้นี่นา ในเมื่อพวกมันไร้ความสามารถ ไม่อาจทำให้คุณพึงพอใจได้ จะเลี้ยงเอาไว้ทำไม ” เลขาคนสนิทปรายหางตาออกไปมองยังท้องทะเลลึก ใจหนึ่งชื่นชมในความอ่อนช้อยงดงามของเงือกหนุ่มที่กำลังพยายามว่ายน้ำหยอกล้อ เล่นกับสัตว์ต่างๆ ราวกับเป็นพวกเดียวกัน หากแต่มันจะสำคัญอะไร ในเมื่อเงือกตัวนั้นไม่อาจทำให้เจ้านายหนุ่มประทับใจได้
“ปกติแล้ว ฉันไม่ชอบสัตว์เลี้ยงที่นายหามาให้เท่าไหร่”
“ผมชินกับการถูกคุณปฏิเสธซะแล้วล่ะครับ”
“แล้วทำไม...นายยังไม่ละความพยายามสักที”
คลื่นพลังจากฟีโรโมนมวลหนัก บีบอัดมวลอากาศภายในห้องนอนใหญ่ จนทำให้ผู้ชายอีกคนขยับช่องอกสูดลมหายใจเข้าออกด้วยความยากลำบาก มือกำออกแรงบีบจนเกร็ง เห็นเป็นเส้นเลือด เส้นเอ็น กระตุกอยู่ยึกๆ นูนขึ้นมา ทั้งส่วนใบหน้า ก้านคอและหลังมือ ชั่วพริบตาใบหน้านั้นเอียงหันกลับไปมองยังท้องทะเลอีกคราว อากาศในห้องจึงกลับมาปลอดโปร่งได้อย่างเดิม
“ผมไม่ยอมแพ้ ให้กับอะไรง่ายๆ คุณเองก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ” มือวางลงบนไหล่สูงทั้งสองข้าง กล้ามเนื้อส่วนปลายนิ้วลงน้ำหนัก บีบนวดเบาๆ อย่างเอาใจ ปลายจมูกกดไซ้ละเลียดใกล้ท้ายทอยขาวของเจ้านาย
เป็นเวลาเดียวกับที่เงือกหางสีฟ้าว่ายน้ำวกกลับมาพร้อมปลาฝูงใหญ่ นัยน์ตาคมคู่สีฟ้าน้ำทะเลสดใสพุ่งมองมายังคนทั้งสอง ก่อนที่มุมปากหยักจะเหยียดยกรับกับคิ้วสีเข้ม สองมือเปล่าแบกาง ไหล่กว้างยกยักน้อยๆ ก่อนจะเอี้ยวตัวกลับ สะบัดหางว่ายน้ำจากไป
“เห็นแก่ความพยายามของเขา ฉันจะเลี้ยงเงือกตัวนี้ เอาไว้ดูเล่น อีกสักระยะ...”
*** เอ๋...นังฉลาม อย่าเด้อจ้า อย่ามาทำอะไรน้องเชี่ยนของฉันนะ ส่วนพี่นาวี...เธอจะมาดี หรือมาร้ายล่ะฉันเฝ้าจับตาดูเธออยู่นะ
ตอนพิเศษ กลิ่นไม้ซีดาร์ควันบุหรี่สีเทาจางมีกลิ่นฉุนถูกพ่นออกมาผ่านริมฝีปากหยัก อัลฟ่ากลิ่นไม้ซีดาร์เหม็นไหม้จนขม เดินหลบออกมาจากงานแต่งอันหวานชื่นระหว่างเจ้านายกับโอเมก้า ออกมายืนระงับความรู้สึกผิดหวังของตัวเองอย่างเงียบๆ บนดาดฟ้าเรือสำราญมูลค่าหมื่นล้านเพียงลำพัง“โทษที ขอบุหรี่ให้ผมสักมวนได้หรือเปล่าครับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุน่าจะราวยี่สิบต้นๆ เดินเข้ามาถามหาสิ่งที่เขาอัดควันมันใส่ปอด ดวงตาคมมองขวางแต่ยอมล้วงสิ่งที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในสูทสีครีม ส่งให้เจ้าของฟีโรโมนอัลฟ่ากลิ่นดอกเจอราเนียมอ่อนๆ ลอยมา“คุณชื่อชาร์คใช่หรือเปล่าครับ” ปากคาบบุหรี่มวนยาวยื่นหน้ามาใกล้คนที่ถือไฟแช็กในมือ“นายรู้จักฉันอย่างนั้นเหรอ” นิ้วหัวแม่มือทำหน้าที่ขีดส่วนปลาย เพื่อจุดกลไกไฟแช็กแล้วยื่นไปตรงปลายบุหรี่มวนใหม่“ไม่รู้จักก็บ้าแล้ว คุณเป็นไอดอลผมเลยนะ” เจ้าของปอดเล็กที่เพิ่งสูดนิโครตินเข้าไปหัวเราะร่าหันมายิ้มให้“แต่ฉันไม่รู้จักนาย”“โอ้ ขอโทษครับ ผมลืมแน
ตอนที่ 17 หัวใจมหาสมุทรเด็กน้อยวัยสามขวบ ดำน้ำดีดขาดุ๊กดิ๊กแหวกว่ายไปมาใต้ท้องมหาสมุทร เคียงข้างผู้เป็นพ่อ และคุณแม่ท้องโตอย่างคล่องแคล่ว สิ่งนี้เป็นภาพที่ทุกคนเห็นกันชินตา จนหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายน้อยคนใหม่ของตระกูลอัลฟ่า คงเป็นปลากลับชาติมาเกิด เพราะนอกจากจะว่ายน้ำและดำน้ำเก่งแล้ว “น้องทะเล” ยังมีความสามารถพิเศษไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ คือมีฟีโรโมนดึงดูดสัตว์ทะเลได้“แม่...อันนี้ อันนี้” ลูกชายคนแรกว่ายน้ำมาหา มือเล็กกับนิ้วสั้นป้อมเกาะหัวไหล่พร้อมกับยื่นสิ่งที่จับมาได้จากใต้ทะเลอวดให้แม่ดู“ปลาดาวอย่างนั้นเหรอ ทะเลเอาพี่เขาขึ้นมาทำไมลูก เอาพี่เขาลงไปส่งบ้านเร็ว เดี๋ยวพ่อแม่เขากลับมาไม่เจอพี่อยู่ที่เดิม พ่อแม่เขาต้องเสียใจมากแน่ๆ” โอเชี่ยนหันไปมองดูปลาดาวตัวหนึ่ง ซึ่งลูกชายคงหยิบมาจากพื้นทรายด้านล่าง แล้วชูขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่ออวดให้ตนเห็น“พี่เขาคิดถึงครอบครัวเหรอ” แววตาแห่งความสำนึกผิดมองกลับมายังปลาดาวตัวใหญ่ในมือเล็ก“ใช่ครับ เขาต้องอยู่กับครอบครัวนะลูก เหม
ตอนที่ 16 โอเชี่ยนน้อย“แต่งงานเหรอครับ” โอเมก้าในอ้อมกอดผลุดลุกขึ้นมานั่งทำตาโต“ใช่แต่งงาน ฉันว่ากำหนดการเดิม คงต้องเลื่อนให้เร็วขึ้นซะแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ในท้องของนายนี่คงมีนาวี หรือโอเชี่ยนตัวน้อยๆ นอนหลับปุ๋ยอยู่แน่” ฝ่ามืออบอุ่นวางลงบนหน้าท้องราบ ส่วนมืออีกข้างยังกำกางเกงในสีขาวของเขาเอาไว้แน่น“โอเชี่ยนน้อย กับนาวีน้อยอย่างนั้นเหรอครับ”“โอเชี่ยน นายรู้ตัวใช่มั้ยว่า สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ปกติ” นาวีเอื้อมมือลงไปหยิบเปลือกหอยขึ้นมาชิ้นหนึ่ง“คุณหมายถึง..อันนี้เหรอ” เจ้าของกระโจมหันไปมองทุกอย่างรอบตัว จากนั้นค่อยคลานกลับขึ้นไปนั่งขดอยู่ภายในอ้อมกอดอบอุ่น“เชี่ยนน้อย”“ใช่...โอเชี่ยนน้อยของฉัน”“แต่ผมยังไม่ได้บอกแม่เลยนะครับ”“เรื่องอื่นนายไม่ต้องเป็นห่วง เป็นกังวลอะไรทั้งนั้น ตอนนี้หน้าที่เดียวของนายคือกินเยอะๆ นอนเยอะๆ ส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง ตกลงมั้ย”
ตอนที่ 15 โอเมก้าสร้างรังทันทีเมื่อเจ้านายโผล่หน้าขึ้นมาพ้นผิวน้ำ หัวหน้าบอดี้การ์ดซึ่งยืนชะเง้อคอ รออยู่ตรงตีนบันไดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กระทั่งกลิ่นฟีโรโมนแปลกๆ ลอยมาแตะจมูก สันกรามสองข้างจึงขบกัดเข้าหากันแน่น พร้อมสายตาขวางมองผ่านไปยังต้นคอของโอเมก้า ซึ่งมาร่องรอยจากการผูกพันธะให้เห็นเต็มสองตา“ชาร์ค ขอเสื้อคลุมให้โอเชี่ยนหน่อย ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นอ่อนโยนเอ่ยถามเป็นเชิงสั่ง ท่อนแขนยังรั้งไม่ยอมให้โอเมก้าขึ้นจากน้ำเนื่องจากเวลานี้ไม่มีแม้สิ่งช่วยปกปิดติดกายสักชิ้นเดียว“นี่ครับ” มือส่งเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตัวใหม่ไปให้ แต่สายตายังไม่อาจละไปจากรอยรักการผูกพันธะสัญญาใจของเจ้านายและเงือกรับจ้าง“คุณนาวีครับ” เจ้าของฝ่ามือเย็นกระตุกแขนเจ้านาย“หือ”“คือ...ชุดเงือกของผม” ตาละห้อยพยายามกวาดมองไปทั่วท้องทะเล เพราะไม่รู้ว่าชุดเงือกที่ถูกถอดโยนทิ้งไปเมื่อครู่ มันลอยน้ำหายไปทางไหนแล้ว“เดี๋ยวฉันให้คนลงไปงมให้ ตอนนี้เรากลับห้องก่อนเถอะ เธ
ตอนที่ 14 พยานรัก“โอเชี่ยนนั่นนายจะไปไหน...ทางนั้นต่างหาก” มือรั้งต้นแขนเงือกรับจ้างที่กำลังเดินแยกกลับไปยังบันไดทางขึ้นกลับห้องบนชั้นสาม“แต่ว่าห้องผมไปทางโน้น” โอเมก้าชี้นิ้วไปตามทางเดิน“แต่ห้องของฉันไปทางนั้น” อัลฟ่าเจ้าของบ้านบุ้ยปากไปยังบันไดซึ่งทอดต่ำลงไปยังชั้นใต้ดิน“หมายความว่า คุณนาวีจะให้ผมไปนอนที่ห้องด้วย อย่างนั้นเหรอครับ”“ทำไมล่ะ นายก็เคยลงไปนอนที่ห้องของฉันอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”“มันก็ใช่ครับ แต่ว่า....” สายตาเหลือบไปทางหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนมองตาขวางอยู่ด้านข้างเหมือนไม่วางใจ ขนาดผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากมาย นายเลขาขี้หวงคนนี้ก็ยังดูเหมือนไม่เชื่อใจเงือกรับจ้างอย่างเขาอยู่ดี“ฉันให้คนของฉันย้ายเสื้อผ้า ข้าวของในห้องนาย ลงไปไว้ชั้นล่างหมดแล้ว ถึงกลับไปห้องนายก็คงนอนไม่ได้หรอก”“หา..ของผมอย่างนั้นเหรอ”“ใช่ เหลือไว้แค่ชุดดำน้ำ หางปลา ตีนกบ กับอุปกรณ์ดำน้ำเท่านั้นแหละ”
ตอนที่ 13 ความลับโอเมก้า“ผมจะพาคุณลงไปขอโทษครอบครัวของผม”โอเมเก้าใจเด็ดคว้าคอคนใจทราม กระโดดกลับลงสู่ท้องทะเลอันดำมืด เชือกเส้นใหญ่ยังคงผูกรั้งรัดรอบคอเอาไว้ หากแต่โอเชี่ยนจำได้ว่า ปลายข้างหนึ่งของมันถูกวางเอาไว้บนพื้นกระดานของเรือประมง ไม่ได้ผูกโยงยึดติดอะไรไว้ ดังนั้นการพุ่งหลาวลงไปจึงไม่ต้องกลัวว่าคอจะหักตูมมมม อากาศก้อนใหญ่ถูกสูดกักเข้าไปเก็บในปอดลึก ท่อนแขนพยายามเกี่ยวรัดรอบร่างของอัลฟ่าจิตใจต่ำช้าไม่ให้มันหลุดมือหนี หากทว่าหมัดหนักรัวอัดเข้ามาใส่ เชือกรัดรอบคอถูกขึงดึงรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก ในขณะที่โอเมก้าพยายามยื้อแย่งปลดเชือกออกจากรอบคอ‘ไอ้บ้านี่ ปล่อยนะโว้ย’ สองมือต่อสู้สุดกำลัง ส่วนสองเท้าพยายามถีบอัลฟ่าที่มันกล้าใส่ร้าย หาว่าทะเลนี้ทำร้าย ทำลายครอบครัวของนาวี บนบกนั้นความชำนาญตนอาจจะน้อยแต่เมื่อไหร่จมลงใต้น้ำมันเหมือนนี่แหละคือที่สำหรับตน ไม่ว่าจะหมุนซ้ายหมุนขวา แหวกว่ายไปมาในท่วงท่าไหน โอเมก้ารู้สึกถึงอิสระของร่างกายทุกส่วน‘คิดจะหลอกให้กูจมน้ำอย่างนั้นเหรอ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก&rsquo