ตอนที่ 6 อยู่ข้างกัน
“แปลกจังเลย” นาวีกดจมูก จูบแก้มของคนในอ้อมแขนซ้ำทั้งซ้ายขวา
"แปลกอย่างนั้นเหรอครับ"
"ฉันยังไม่เคยเจอใครที่ไร้กลิ่นอย่างนายมาก่อน"
“คุณคงไม่คิดว่า ผมจะมีกลิ่นกุ้ง หอย ปู ปลา สาหร่ายทะเล ติดตัวขึ้นมาใช่มั้ยครับ” เปลือกตาหนักพยายามปรือขึ้นมา แต่มันก็ทำได้ยากเหลือเกิน
“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แค่รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย เอาล่ะดูเหมือนนายคงง่วงเต็มทน ฉันจะไม่ชวนคุยหรอกนะ นอนได้แล้ว”
“คุณนาวีครับ”
“หือ”
“คุณเป็นหมอนข้างใบที่อุ่นที่สุดเท่าที่ผมเคยกอดมาเลย”
ประโยคงัวเงียแผ่วลอยมาก่อนที่ทุกอย่างจะตกเข้าสู่ความเงียบงัน นาวีเอียงคอมองเปลือกตาบางของคนหลับสนิทแอบพินิจพิจารณาอะไรในใจอยู่เงียบๆ กระทั่งประตูห้องนอนซึ่งก่อนนั้นเจ้าของห้องปิดล็อกอย่างดีถูกเปิดออกพร้อมกับเลขาส่วนตัวของเขาก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ยินดีนัก
‘ออกไป’
คำสั่งอันไร้เสียง มีเพียงมือข้างหนึ่งยกขึ้นมาจากนั้นนาวีเพียงสะบัดปลายมือเล็กน้อย 2 - 3 ครั้ง ก่อนจะเอนแผ่นหลังลงไปวางท้ายทอยทับกับหมอนหนุนนุ่มนิ่ม ชาร์ค เพียงพยักหน้ารับคำสั่งจากนั้นเดินถอยหลังก้าวกลับออกไปทางเก่า
ห้องนอนที่เคยมืดมิดเวลานี้แสงสว่างของวันใหม่กำลังค่อยๆ โบกมือไล่ขับความสลัวรัวๆ รางๆ ให้ค่อยๆ ห่างออกไป เงือกหนุ่มนอนขยับกอดรัดร่างอุ่นเอาไว้ราวกับกลัวว่าหมอนข้างมีกล้ามเนื้อจะหายไปอย่างนั้น
“Good Morning ครับ” เจ้าของแพขนตาหนาสีดำขลับแหงนคอขึ้นไปหาเจ้าของท่อนแขนใหญ่ซึ่งตนใช้ประโยชน์จากมันต่างหมอนมาตลอดคืน
“อรุณสวัสดิ์ นอนหลับสบายดีหรือเปล่า”
"หลับสบายที่สุด แล้วก็ฝันดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะครับ แล้วคุณนาวี ยังไม่หลับบ้างเลยเหรอครับ”
“ฉันนอนไปนิดหน่อย นายไม่ต้องห่วงฉันหรอกฉันชินแล้ว”
“ดูตาคุณสิ แดงไปหมดแล้ว”
คนเพิ่งตื่นขยับยกข้อศอกดันตัวเองขึ้น มือหนึ่งยื่นไปลูบหางคิ้วเข้ม เจ้าของดวงตาก่ำแดงค่อยๆ ดึงเปลือกตาปิดลงมาช้าๆ ก่อนจะสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งหนุ่มหยุ่นกดประทับจูบลงบนเปลือกตาทั้งสองข้างอย่างแผ่วเบา
“ตอนนี้ผมตื่นแล้ว เดี๋ยวผมนั่งเฝ้าคุณบ้าง คุณนาวี...นอนสักหน่อยนะครับ”
“เอาอย่างนั้นเหรอ” ตาแดงแต่หวานฉ่ำหันไปถาม
“เอาอย่างนั้นล่ะครับ”
“ถ้าอย่างนั้น โอเชี่ยนนายจะใจดี ให้ฉันยืมแขนสักข้างได้หรือเปล่า”
“เพื่อคุณ...ผมสละให้ได้มากกว่านั้นอีกนะครับ”
ฝ่ามือทาบลงไปบนแผงอกจากนั้นช้อนท่อนแขนลงไปรองด้านหลังท้ายทอยใหญ่ ประคองให้อีกฝ่ายล้มตัวลงมานอนในท่าสบาย แล้วรีบเดินไปรูดปิดดึงผ้าม่านเพราะไม่ต้องการให้มีแสงสว่างใดๆ ลอดผ่านเข้ามา
“โอเชี่ยน”
“ชู่ววววว” นิ้วชี้ถูกยกขึ้นมาคั่นตรงกลางระหว่างริมฝีปาก 2 คู่ ส่งสัญญาณให้รู้ว่าต้องการให้อีกฝ่ายนอนเฉยๆ
“อือ” ริมฝีปากคู่แรกเบี่ยงหลบจากนั้นประกบแลกจูบระหว่างกัน
เพียงไม่นานทุกอย่างภายในห้องนอนมืดก็กลับคืนสูงความเงียบสงบ มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศซึ่งมันติดอยู่บนฝ้าเพดานห่างไป ส่วนลมหายใจแผ่วเบาเข้าออกสม่ำเสมอนั้นเรียบสงบ
“ไหนว่าเป็นคนหลับยากไง ... จุ๊บ”
โอเมก้าขยับชายผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้นายจ้างจากนั้นหันซ้ายหันขวาเปิดลิ้นชักหนึ่งดึงออกมาแล้วแกะยาเม็ดเล็กออกจากแผงแยงยัดมันใส่เข้าไปในปาก เป็นจังหวะเดี๋ยวกับมีเสียงเคาะเบาๆ มาจากประตูหน้าห้อง โอเมก้ารีบเก็บยากดฮอร์โมนเก็บเข้าไปในที่ซ่อนอย่างเดิม จากนั้นลุกเดินไปเปิดประตูทั้งที่ยังไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า
“คุณชาร์ค มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่ามาตามให้ผมลงไปดำน้ำ”
“คุณนาวีล่ะ” สีหน้าไม่พอใจลดระดับสายตาลงไปมองเครื่องชายที่มันไร้สิ่งปกปิด
“ยังไม่ตื่นครับ”
“นายกำลังวางแผน คิดจะทำอะไรกันแน่โอเชี่ยน” สายตามองผ่านเลยเข้าไปยังตำแหน่งเตียงนอน ซึ่งเวลานี้มีเจ้านายอัลฟ่ากำลังนอนหลับอย่างสบาย
“วางแผน...ผมเนี่ยนะครับจะวางแผนอะไร”
“จำได้มั้ยว่าเมื่อวานฉันบอกอะไรนาย”
“จำได้ครับ แล้วคุณล่ะจำได้หรือเปล่า?” ประกายตาสดใสจุดประกายสว่างวาบขึ้นมาในทันที
“อะไร” เสียงแข็งตวัดห้วน
“นี่ห้องผม...ผมยังคงยืนอยู่ในที่ของผม” รอยยิ้มเยาะเย้ยอย่างคนขี้เล่นยั่วอีกคนให้โมโห
“ฮึ อย่าทำเป็นลำพองนัก นายก็แค่...ของใหม่”
“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ก็หมายความว่ามีใครบางคนกำลังตกอยู่ในสถานะ...ของเก่าสินะครับ”
“นี่นาย”
“ถ้าคุณนาวีตื่น ผมจะจัดการเอง อาจจะเที่ยงหรือว่าบ่าย ผมไม่มั่นใจ”
“วันนี้ช่วงค่ำ คุณนาวีมีงานสำคัญมากต้องไปจัดการ ห้ามให้ตื่นเกินบ่ายโมงเข้าใจมั้ย” เลขาหน้าบูดเดินหายไปพร้อมกับกลิ่นอัลฟ่ารุนแรง
โอเชี่ยนโอเมก้าวัย 25 ปีเดินถอยกลับไปสอดตัวเองเข้าไปยังใต้ผ้าห่มอุ่นจากนั้นขยับย้ายหัวลงไปนอนหนุนแขนอัลฟ่าหนุ่มใหญ่แล้วผล็อยหลับไปเพราะยังมีอาการอ่อนเพลียเพราะอยู่ในช่วงฮีทของรอบเดือน
“อืออออ วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขจริงๆ เลย”
“ทำไมเหรอ”
“ผมได้นอนเต็มอิ่มน่ะสิครับ แล้วนี่คุณนาวีตื่นนานแล้วเหรอครับ”
“ตื่นได้สักพักแล้ว กำลังคิดว่าจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องสักหน่อย”
“แล้ว...ทำไมยังไม่ไปล่ะครับ”
“ก็เพราะว่ามีใครบางคน นอนทับแขนฉันอยู่” เจ้าของท่อนแขนพับข้อศอกดึงศีรษะเล็กให้เข้ามาซุกอยู่ตรงกลางระหว่างอก จากนั้นฝังจมูกลงไปบนแก้มบุ๋ม
“ไม่เห็นจะยากเลยนี่ คุณนาวีก็แค่ตัดหัวคนคนนั้นทิ้ง เท่านี้ก็ยกแขนออกได้แล้ว” โอเมก้าแหงนหน้าระรื่นยิ้มสดใส
“ฉันไม่ใจร้ายกับเขาขนาดนั้นหรอก”
“เอาล่ะ ผมคืนแขนให้คุณแล้ว ถ้าคุณอยากจะไป ก็ไปเถอะครับ...ผมไม่รั้งไว้หรอก”
“ไม่ไป ยังไม่อยากไป” มือเกี่ยวเอวรัดแน่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า คุณนาวี แต่เลขาของคุณบอกกับผมว่าคุณมีงานสำคัญมากเย็นนี้นี่ครับ”
“ชาร์คมาที่ห้องนี้เหรอ”
เจ้านายอัลฟ่านึกไปถึงใบหน้าบึ้งตึงของเลขาส่วนตัว ชาร์ครับใช้ใกล้ชิดเขามานานหลายปี อาจเรียกได้ว่าเป็นคนหนึ่งที่รู้จัก รู้ใจ รู้อุปนิสัยใจคอเขามากที่สุด อีกทั้งซื่อสัตย์ไว้ใจได้ เขาจึงขยับเลื่อนตำแหน่งจากบอดี้การ์ดคอยเดินตาม มาเป็นเลขาผู้ช่วย และความใกล้ชิดทำให้อาจมีบ้างบางครั้ง บางคราวที่เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งบนเตียง แต่มันก็เป็นเพียงแค่เซ็กชั่วครั้งชั่วคืนเท่านั้นตามประสาคนหนุ่มทั่วไป
“ครับ ตอนที่คุณหลับอยู่ คุณนาวีครับ ระหว่างคุณกับคุณชาร์ค...เอ่อ” ตาหรี่มองเจ้านายเหมือนยังไม่ค่อยมั่นใจว่าจะถามออกไปดีหรือเปล่า
"นายกำลังสงสัยเรื่องฉันกับชาร์ค"
"ก็...ผมไม่ชอบแย่งของใคร ไม่อยากเป็นมือที่สาม อีกอย่างดูท่าทางเขาจะหวงคุณมาก"
"เขาหวง และเป็นห่วงฉัน ในฐานะที่เขาเป็นบอดี้การ์ดของฉันเท่านั้น"
"คุณแน่ใจเหรอ"
"แน่ใจสิ เอาล่ะเลิกสนใจเรื่องของคนอื่นได้แล้ว นายมาอยู่ที่นี่ได้สักอาทิตย์หนึ่งแล้ว เคยออกไปเที่ยวที่ไหนบ้างหรือเปล่า” นาวีขยับลุกขึ้นมานั่งในท่าสบายแต่ทั้งแขนทั้งมือยังกอดก่ายไม่ยอมปล่อยร่างของเงือกหนุ่มให้เป็นอิสระ
“นอกจากยิม ห้องอาหาร ชายหาด ผมก็แค่กระโดดลงไปว่ายน้ำเล่นในทะเล ดำน้ำดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย ผมจะไปไหนได้ล่ะครับ บอดี้การ์ดคุณยืนคุมซะทุกประตูขนาดนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฉันจะพาเธอออกไปเอง”
“คุณนาวีจะพาผมออกไปข้างนอกอย่างนั้นเหรอครับ ไปไหนเหรอ” คนที่ยังไม่เคยเดินออกไปพ้นแนวรั้วของตัวบ้านใหญ่ยิ้มอย่างมีความหวัง
“คืนนี้ฉันต้องไปงานกาล่าดินเนอร์ เปิดตัวโปรเจคใหม่ของฉัน”
“หา งานกาล่าดินเนอร์อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นผมขอปฏิเสธดีกว่า” ยิ้มเมื่อครู่หุบเหี่ยวลงในทันที
“ทำไมล่ะ”
“คุณนาวีอย่าลืมสิครับ ผมเป็นแค่นายเงือกรับจ้างดำน้ำครับ ไม่ถนัดงานสังคมชนชั้นสูงของพวกนั้นหรอก
“แต่สำหรับฉัน งานก็คืองาน คนก็คือคน ไม่มีคำว่าชนชั้นที่สูงหรือว่าต่ำ” คำตอบเฉียบขาดปรับสีหน้าสลดเป็นสดใสขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นมันก็คงยังไม่อาจปัดเป่าความคิดกังวลของคนที่เกิดมาในสายเลือดของโอเมก้าอย่างเขาได้
“นั่นมันเป็นความคิดของคุณแค่คนเดียวนี่ครับ ส่วนคนอื่นเขาอาจไม่ได้คิดอย่างนั้น อีกอย่างถึงผมไป ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงด้วย”
“สิ่งที่นายต้องทำ คือการเดินอยู่ข้างฉัน เท่านั้นพอ...”
ตอนพิเศษ กลิ่นไม้ซีดาร์ควันบุหรี่สีเทาจางมีกลิ่นฉุนถูกพ่นออกมาผ่านริมฝีปากหยัก อัลฟ่ากลิ่นไม้ซีดาร์เหม็นไหม้จนขม เดินหลบออกมาจากงานแต่งอันหวานชื่นระหว่างเจ้านายกับโอเมก้า ออกมายืนระงับความรู้สึกผิดหวังของตัวเองอย่างเงียบๆ บนดาดฟ้าเรือสำราญมูลค่าหมื่นล้านเพียงลำพัง“โทษที ขอบุหรี่ให้ผมสักมวนได้หรือเปล่าครับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุน่าจะราวยี่สิบต้นๆ เดินเข้ามาถามหาสิ่งที่เขาอัดควันมันใส่ปอด ดวงตาคมมองขวางแต่ยอมล้วงสิ่งที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในสูทสีครีม ส่งให้เจ้าของฟีโรโมนอัลฟ่ากลิ่นดอกเจอราเนียมอ่อนๆ ลอยมา“คุณชื่อชาร์คใช่หรือเปล่าครับ” ปากคาบบุหรี่มวนยาวยื่นหน้ามาใกล้คนที่ถือไฟแช็กในมือ“นายรู้จักฉันอย่างนั้นเหรอ” นิ้วหัวแม่มือทำหน้าที่ขีดส่วนปลาย เพื่อจุดกลไกไฟแช็กแล้วยื่นไปตรงปลายบุหรี่มวนใหม่“ไม่รู้จักก็บ้าแล้ว คุณเป็นไอดอลผมเลยนะ” เจ้าของปอดเล็กที่เพิ่งสูดนิโครตินเข้าไปหัวเราะร่าหันมายิ้มให้“แต่ฉันไม่รู้จักนาย”“โอ้ ขอโทษครับ ผมลืมแน
ตอนที่ 17 หัวใจมหาสมุทรเด็กน้อยวัยสามขวบ ดำน้ำดีดขาดุ๊กดิ๊กแหวกว่ายไปมาใต้ท้องมหาสมุทร เคียงข้างผู้เป็นพ่อ และคุณแม่ท้องโตอย่างคล่องแคล่ว สิ่งนี้เป็นภาพที่ทุกคนเห็นกันชินตา จนหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายน้อยคนใหม่ของตระกูลอัลฟ่า คงเป็นปลากลับชาติมาเกิด เพราะนอกจากจะว่ายน้ำและดำน้ำเก่งแล้ว “น้องทะเล” ยังมีความสามารถพิเศษไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ คือมีฟีโรโมนดึงดูดสัตว์ทะเลได้“แม่...อันนี้ อันนี้” ลูกชายคนแรกว่ายน้ำมาหา มือเล็กกับนิ้วสั้นป้อมเกาะหัวไหล่พร้อมกับยื่นสิ่งที่จับมาได้จากใต้ทะเลอวดให้แม่ดู“ปลาดาวอย่างนั้นเหรอ ทะเลเอาพี่เขาขึ้นมาทำไมลูก เอาพี่เขาลงไปส่งบ้านเร็ว เดี๋ยวพ่อแม่เขากลับมาไม่เจอพี่อยู่ที่เดิม พ่อแม่เขาต้องเสียใจมากแน่ๆ” โอเชี่ยนหันไปมองดูปลาดาวตัวหนึ่ง ซึ่งลูกชายคงหยิบมาจากพื้นทรายด้านล่าง แล้วชูขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่ออวดให้ตนเห็น“พี่เขาคิดถึงครอบครัวเหรอ” แววตาแห่งความสำนึกผิดมองกลับมายังปลาดาวตัวใหญ่ในมือเล็ก“ใช่ครับ เขาต้องอยู่กับครอบครัวนะลูก เหม
ตอนที่ 16 โอเชี่ยนน้อย“แต่งงานเหรอครับ” โอเมก้าในอ้อมกอดผลุดลุกขึ้นมานั่งทำตาโต“ใช่แต่งงาน ฉันว่ากำหนดการเดิม คงต้องเลื่อนให้เร็วขึ้นซะแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ในท้องของนายนี่คงมีนาวี หรือโอเชี่ยนตัวน้อยๆ นอนหลับปุ๋ยอยู่แน่” ฝ่ามืออบอุ่นวางลงบนหน้าท้องราบ ส่วนมืออีกข้างยังกำกางเกงในสีขาวของเขาเอาไว้แน่น“โอเชี่ยนน้อย กับนาวีน้อยอย่างนั้นเหรอครับ”“โอเชี่ยน นายรู้ตัวใช่มั้ยว่า สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ปกติ” นาวีเอื้อมมือลงไปหยิบเปลือกหอยขึ้นมาชิ้นหนึ่ง“คุณหมายถึง..อันนี้เหรอ” เจ้าของกระโจมหันไปมองทุกอย่างรอบตัว จากนั้นค่อยคลานกลับขึ้นไปนั่งขดอยู่ภายในอ้อมกอดอบอุ่น“เชี่ยนน้อย”“ใช่...โอเชี่ยนน้อยของฉัน”“แต่ผมยังไม่ได้บอกแม่เลยนะครับ”“เรื่องอื่นนายไม่ต้องเป็นห่วง เป็นกังวลอะไรทั้งนั้น ตอนนี้หน้าที่เดียวของนายคือกินเยอะๆ นอนเยอะๆ ส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง ตกลงมั้ย”
ตอนที่ 15 โอเมก้าสร้างรังทันทีเมื่อเจ้านายโผล่หน้าขึ้นมาพ้นผิวน้ำ หัวหน้าบอดี้การ์ดซึ่งยืนชะเง้อคอ รออยู่ตรงตีนบันไดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กระทั่งกลิ่นฟีโรโมนแปลกๆ ลอยมาแตะจมูก สันกรามสองข้างจึงขบกัดเข้าหากันแน่น พร้อมสายตาขวางมองผ่านไปยังต้นคอของโอเมก้า ซึ่งมาร่องรอยจากการผูกพันธะให้เห็นเต็มสองตา“ชาร์ค ขอเสื้อคลุมให้โอเชี่ยนหน่อย ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นอ่อนโยนเอ่ยถามเป็นเชิงสั่ง ท่อนแขนยังรั้งไม่ยอมให้โอเมก้าขึ้นจากน้ำเนื่องจากเวลานี้ไม่มีแม้สิ่งช่วยปกปิดติดกายสักชิ้นเดียว“นี่ครับ” มือส่งเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตัวใหม่ไปให้ แต่สายตายังไม่อาจละไปจากรอยรักการผูกพันธะสัญญาใจของเจ้านายและเงือกรับจ้าง“คุณนาวีครับ” เจ้าของฝ่ามือเย็นกระตุกแขนเจ้านาย“หือ”“คือ...ชุดเงือกของผม” ตาละห้อยพยายามกวาดมองไปทั่วท้องทะเล เพราะไม่รู้ว่าชุดเงือกที่ถูกถอดโยนทิ้งไปเมื่อครู่ มันลอยน้ำหายไปทางไหนแล้ว“เดี๋ยวฉันให้คนลงไปงมให้ ตอนนี้เรากลับห้องก่อนเถอะ เธ
ตอนที่ 14 พยานรัก“โอเชี่ยนนั่นนายจะไปไหน...ทางนั้นต่างหาก” มือรั้งต้นแขนเงือกรับจ้างที่กำลังเดินแยกกลับไปยังบันไดทางขึ้นกลับห้องบนชั้นสาม“แต่ว่าห้องผมไปทางโน้น” โอเมก้าชี้นิ้วไปตามทางเดิน“แต่ห้องของฉันไปทางนั้น” อัลฟ่าเจ้าของบ้านบุ้ยปากไปยังบันไดซึ่งทอดต่ำลงไปยังชั้นใต้ดิน“หมายความว่า คุณนาวีจะให้ผมไปนอนที่ห้องด้วย อย่างนั้นเหรอครับ”“ทำไมล่ะ นายก็เคยลงไปนอนที่ห้องของฉันอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”“มันก็ใช่ครับ แต่ว่า....” สายตาเหลือบไปทางหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนมองตาขวางอยู่ด้านข้างเหมือนไม่วางใจ ขนาดผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากมาย นายเลขาขี้หวงคนนี้ก็ยังดูเหมือนไม่เชื่อใจเงือกรับจ้างอย่างเขาอยู่ดี“ฉันให้คนของฉันย้ายเสื้อผ้า ข้าวของในห้องนาย ลงไปไว้ชั้นล่างหมดแล้ว ถึงกลับไปห้องนายก็คงนอนไม่ได้หรอก”“หา..ของผมอย่างนั้นเหรอ”“ใช่ เหลือไว้แค่ชุดดำน้ำ หางปลา ตีนกบ กับอุปกรณ์ดำน้ำเท่านั้นแหละ”
ตอนที่ 13 ความลับโอเมก้า“ผมจะพาคุณลงไปขอโทษครอบครัวของผม”โอเมเก้าใจเด็ดคว้าคอคนใจทราม กระโดดกลับลงสู่ท้องทะเลอันดำมืด เชือกเส้นใหญ่ยังคงผูกรั้งรัดรอบคอเอาไว้ หากแต่โอเชี่ยนจำได้ว่า ปลายข้างหนึ่งของมันถูกวางเอาไว้บนพื้นกระดานของเรือประมง ไม่ได้ผูกโยงยึดติดอะไรไว้ ดังนั้นการพุ่งหลาวลงไปจึงไม่ต้องกลัวว่าคอจะหักตูมมมม อากาศก้อนใหญ่ถูกสูดกักเข้าไปเก็บในปอดลึก ท่อนแขนพยายามเกี่ยวรัดรอบร่างของอัลฟ่าจิตใจต่ำช้าไม่ให้มันหลุดมือหนี หากทว่าหมัดหนักรัวอัดเข้ามาใส่ เชือกรัดรอบคอถูกขึงดึงรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก ในขณะที่โอเมก้าพยายามยื้อแย่งปลดเชือกออกจากรอบคอ‘ไอ้บ้านี่ ปล่อยนะโว้ย’ สองมือต่อสู้สุดกำลัง ส่วนสองเท้าพยายามถีบอัลฟ่าที่มันกล้าใส่ร้าย หาว่าทะเลนี้ทำร้าย ทำลายครอบครัวของนาวี บนบกนั้นความชำนาญตนอาจจะน้อยแต่เมื่อไหร่จมลงใต้น้ำมันเหมือนนี่แหละคือที่สำหรับตน ไม่ว่าจะหมุนซ้ายหมุนขวา แหวกว่ายไปมาในท่วงท่าไหน โอเมก้ารู้สึกถึงอิสระของร่างกายทุกส่วน‘คิดจะหลอกให้กูจมน้ำอย่างนั้นเหรอ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก&rsquo