ตอนที่ 7 สินค้า
“แค่เดินอยู่ข้างคุณ...เท่านั้นเองเหรอครับ”
“ก็ไม่เชิง เพราะนอกจากเดินข้างๆ แล้ว ฉันอยากให้นายช่วยหันมายิ้มให้ฉันบ่อยๆ ด้วย”
“งานยากจังเลย” โอเมก้าความสูงน้อยกว่า เอาคางเกยลงไปบนไหล่สูง ปลายจมูกแตะชนบนผิวแก้มอุ่นๆ
“ยากงั้นเหรอ”
“ยากสิครับ เพราะปกติผมไม่ได้ยิ้มให้ใครง่ายๆ หรอกนะ” หน้าเอียงออดอ้อนทำเอาอัลฟ่าห้ามใจเอาไว้ไม่อยู่ ร่างอุ่นขยับผลักคนด้านข้างลงไปนอนราบจากนั้นตวัดขา ข้ามขึ้นมานั่งคร่อมพร้อมกับโน้มคอลงไปบดปากกระชากจูบเข้าหากัน
“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมดังขัดจังหวะมาจากด้านหลังหยุดลิ้นฉ่ำทั้งสองให้แยกออกจากกัน
“บอดี้การ์ดคุณนาวีนี่...เคาะประตูไม่เป็นเหรอครับ” เจ้าของห้องคลายท่อนขายาวซึ่งเมื่อครู่ยกขึ้นมาเกี่ยวรัดรอบเอวนายจ้างเอาไว้แน่น
“ต้องไปเตรียมตัวแล้วครับ” ร่างสูงขยับเดินมาหยุดอยู่ชิดติดขอบเตียง
“อืม”
“คุณนาวีไปเตรียมตัวเถอะครับ” เจ้าของร่างเปลือยค่อยๆ ดันตัวออกมาจากใต้แผงอก
“ถ้าอย่างนั้นก็ลุกขึ้นสิ”
“ผมเหรอ...” คิ้วยกกระดกขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม
“ใช่”
“เอาจริงเหรอครับเนี่ย ผมคิดว่าคุณชวนเล่นๆ ซะอีก”
“ฉันดูเหมือนคนชอบพูดเล่นอย่างนั้นเหรอ”
“ก็ไม่เหมือนหรอกครับ เพียงแต่มันก็ยังมีปัญหาอื่นอีก ที่ทำให้ผมไม่สะดวกไปกับคุณ” มือจับสาบเสื้อนอนเนื้อละเอียดก่อนจะค่อยๆ ติดกระดุมเสื้อ 2 เม็ดบน ที่ไม่รู้ว่ามันหลุดออกไปตอนไหนให้เข้าที่
“นายมีปัญหาอะไรอีกอย่างนั้นเหรอ ปัญหาเยอะเหลือเกินนะ พ่อเงือกหนุ่มของฉัน”
“เสื้อผ้าที่ผมเอามา มันมีแค่ชุดออกกำลังกาย กับชุดดำน้ำ ผมไม่มีชุดสูทสวยหรูดูดี แบบที่พวกคุณใส่กันหรอกนะครับ จะไปตัด หาซื้อ หาเช่าตอนนี้ก็คงไม่ทัน”
“ปัญหาเล็กน้อยเท่านี้เองเหรอที่นายกังวล”
“ครับ ปัญหานี้แหละ”
“ถ้าอย่างนั้นลุกขึ้นจากเตียงได้แล้ว เสื้อผ้าของฉันมีออกเยอะแยะ นายใส่เสื้อผ้าของฉันก็ได้ ขนาดตัวของเราสองคน ไม่ได้ต่างกันมากสักเท่าไหร่ ฉันคิดว่าพอจะมีเสื้อผ้าที่นายพอใส่ได้อยู่”
“ใส่เสื้อผ้าของคุณอย่างนั้นเหรอ นี่เราสนิทกัน ถึงขนาดใส่เสื้อผ้าชุดเดียวด้วยกันได้แล้วเหรอครับ”
“นอนเตียงกันมาทั้งคืนขนาดนี้ น้ำลายนาย ฉันยังกินเข้าไปได้ แล้วนับประสาอะไรกับเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ตัว ฉันจะให้นายใส่ไม่ได้”
“นี่มันหมายความว่ายังไงครับคุณนาวี” เลขาใกล้ชิดเดินเข้ามายืนติดกระดุมเสื้อให้เจ้านาย
“งานเลี้ยงคืนนี้ ฉันต้องการพาโอเชี่ยนไปด้วย”
“แต่คืนนี้ เป็นงานเลี้ยงภายในของพวกเรานะครับ”
“ฉันรู้ ฉันถึงได้พาเขาไปด้วยไง”
“คุณนาวี ครั้งก่อนความลับบริษัทของเรารั่วไหล พวกเรายังตามจับคนร้าย หนอนบ่อนไส้ไม่ได้เลยนะครับ แล้วนี่คุณยังจะเสี่ยงพาไอ้เจ้าเงือกรับจ้างที่เราไม่รู้หัวนอนปลายตีน...” บอดี้การ์ด ผู้ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเจ้านายทักท้วงทันที
“ชาร์ค นายเป็นคนพาเขามาให้ฉันเองนะ อย่างน้อยฉันเชื่อว่า นายคงตรวจสอบประวัติของเด็กคนนี้มาพอสมควรแล้ว...ใช่หรือเปล่า”
“แต่นั่น ผมให้มันแค่มาดำน้ำ แค่ต้องการให้มัน มาทำให้คุณรู้สึกไม่เหงา”
“ใช่...เวลาที่ฉันอยู่กับโอเชี่ยน ฉันไม่รู้สึกเหงาอีกเลย ขอบใจนะที่ส่งเขามาให้ฉัน”
“คุณนาวี หรือเป็นเพราะเจ้าเด็กโอเชี่ยนคนนี้ ระยะหลังมานี่ คุณถึงได้เย็นชากับผมนัก”
“นายอยู่กับฉันมานานนะชาร์ค นานพอที่จะรู้จักนิสัยฉันดี”
“ครับเพราะผมรู้จักคุณดีผมถึงรู้ว่า...”
“แบบนี้โอเคมั้ยครับ”
โอเมก้าเดินออกมาจากห้องน้ำ กางมือสองข้างเดินหมุนตัวมาหยุดอยู่ต่อหน้าอัลฟ่าทั้งสอง ชุดทักซิโดสีขาวกับหูกระต่ายสีเหลืองทองเข้ากับสีผมสว่าง ขับเครื่องหน้าเงือกรับจ้างดูหล่อละมุนสะดุดตา สายตาสองคู่มองไล่ตั้งแต่ปลายเส้นผมสีทอง ลงมาจนถึงรองเท้าคัทชูสีขาวครีมขัดจนมันระยับ หากแต่ดวงตาคู่หนึ่งแสดงออกถึงความชื่นชมภูมิใจ ส่วนอีกคนนั้นมีให้เพียงความว่างเปล่าเย็นชา
"เป็นยังไงครับ ผมดูดีหรือเปล่า"
“เกือบแล้ว”
"แค่เกือบเองเหรอ"
"ใช่แค่เกือบ เพราะมันจะสมบูรณ์ขึ้นถ้ามีสิ่งนี้" นาวีขยับเดินกลับไปยังตู้กระจกขนาดใหญ่ ก่อนจะกดสแกนนิ้วมือเพื่อปลดล็อกความปลอดภัย จากนั้นเลือกหยิบเข็มกลัดประดับไพลินสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างคล้ายเกลียวคลื่นออกมา กลัดติดลงบนอกเสื้อ
“เอ่อ...คุณนาวี”
“ไพลินสีนี้ เข้ากับสีตานายพอดี”
“ติดให้แน่นนะครับ ถ้ามันหล่นหาย ผมไม่รับผิดชอบนะ” โอเมก้าเบี่ยงข้างหันไปมองเงาตัวเองในบานกระจก
“ถ้านายทำหาย...ฉันอนุญาตให้เอาตัวนายมาใช้หนี้แทนได้” แขนเกี่ยวเอวชิดก่อนจะปิดปากประกบบดจูบเคล้าคลึงต่อหน้าบอดี้การ์ดหนุ่ม หากไม่ใช่เพราะใกล้เวลางานสำคัญ รับรองว่าเงือกหนุ่มในอ้อมกอดนั้นคงไม่มีโอกาสได้เป็นอิสระง่ายๆ
โอเมก้าตื่นตาตื่นใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่ตัวเองไม่เคยเห็น เมื่อตอนแรกคิดง่า “งานกาล่าดินเนอร์” มันจะเป็นแบบในหนัง ในละครที่จัดงานตามโรงแรมหรูๆ มีงานเต้นรำ ดื่มเหล้าอะไรทำนองนั้น หากแต่นี่ดูจะห่างไกลกันเหลือเกิน เมื่อเฮลิคอปเตอร์ส่วนบุคคลที่นั่งมาจอดลงบน เรือสำราญขนาดใหญ่เท่าตึกสิบชั้น กำลังลอยลำอยู่กลางทะเลลึกห่างจากฝั่งสักราวๆ 20 กิโลเมตร แสงไฟสว่างส่องลอดมาตามช่องหน้าต่างนับร้อย ผู้คนนับร้อยเดินกันขวักไขว่อยู่บริเวณดาดฟ้าเรือ ซึ่งเหมือนกำลังมีงานเลี้ยงฉลองอะไรสักอย่าง
“นี่มันอะไรครับเนี่ย” ตาโตหันมามองคนด้านข้าง
“ยินดีต้อนรับ สู่อาณาจักรของฉัน” ท่อนแขนขยับกางข้อศอกออกห่างตัวเล็กน้อย
“เอาจริงดิ” ฟันกัดริมฝีปากเม้มเข้าหากันเหมือนยังไม่มั่นใจ หางตาปรายมองลงไปยังท่อนแขนท่าทางลังเล
“อยู่ข้างฉัน” ประโยคย้ำชัดเจนตอบกลับมาหนักแน่น
“ครับ...” มือสอดคล้องแขนแล้วขยับเท้าก้าวตามเจ้าของเรือสำราญลำใหญ่เดินไปท่ามกลางผู้โดยสารและแขกเหรื่อเรือนพัน
โอเมก้าเพียงหนึ่งเดียว ต้องเข้ามาเดินเฉิดฉายอยู่กลางวงล้อมของอัลฟ่า ก้าวขาแบกร่างกายอันหนักอึ้งไปทั่วงาน ฟีโรโมนกลิ่นต่างๆ แผ่ออกมาจากอัลฟ่านับร้อย ภายในห้องโถงสำหรับจัดงานเปิดตัวเรือสำราญลำใหม่ ทำให้ระบบหายใจโอเมก้าติดขัดแต่ยังคงต้องฝืนเดินยิ้มระรื่นราวกับไม่มีอะไร
“ผู้ชายคนนี้ดูหน้าคุ้นๆ นะครับ ดูเหมือนผมเคยเห็นเขามาก่อน ที่ไหนสักแห่ง” อัลฟ่าแก่คราวพ่อคนหนึ่งเดินมาเขม่นตามอง
“คุณอาจเคยเห็นผม ในตู้ปลามั้งครับ” เงือกหนุ่มส่งยิ้มอันทรงเสน่ห์ออกไป
“เอ๋...นี่คือ พ่อเงือกหนุ่มตัวนั้นเหรอเนี่ย ว้าว พอใส่เสื้อผ้าแล้วจำเกือบไม่ได้ ถ้าไม่สะดุดตาที่ผมสีทองล่ะก็ ผมคงลังเลไม่น้อยทีเดียว”
“ปกติผมเองก็ไม่ค่อยชินกับการใส่เสื้อผ้าเท่าไหร่เหมือนกันครับ ยิ่งเสื้อผ้าหรูๆ แบบนี้ด้วยแล้ว ห่างไกลจากชีวิตจริงเหลือเกิน”
"นายใส่ชุดเงือกวันนั้นมันเยี่ยมมาก แต่แบบนี้ก็ดูดีไปอีกแบบ"
"แต่ผมว่าเขาดูดีทุกแบบนะ"
“วันนี้คุณนาวีพานายเงือกส่วนตัวมาด้วย ไม่ทราบว่าจะมีนัยสำคัญอะไรหรือเปล่าครับ” ผู้ชายอีกคนที่อยู่ในห้องอาหารวันนั้นเดินเข้ามาสมทบ
“เรือสำราญของเราที่จะเปิดตัวใหม่ ผมมีไอเดียอยากให้เรามี จัดแสดงโชว์ใต้น้ำ เหมือนที่พวกคุณเคยได้เห็นไปเมื่อวันก่อน วันนี้ผมถึงได้พาเขามาด้วย” เจ้าของบริษัทเดินเรือสำราญหันไปยิ้มให้กับหุ้นส่วนสำคัญหลายคน
เจ้าของเรือสำราญมูลค่าหมื่นล้านพูดถึงโปรเจคสำคัญ ที่เขาเพิ่งคิดมันได้เมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากแผนการตลาดเดิม ถูกมือดีขโมยโปรเจคลับไปเผยแพร่ ทำให้ความลับรั่วไหล เป็นผลให้คู่แข่ง นำโปรเจคใหญ่ของเขาไปปรับใช้กับธุรกิจตัวเอง เกิดเป็นวิกฤตที่ทำให้นาวีต้องใช้สมองขบคิดแก้ปัญหานี้มานานนับเดือน
“ถ้าทำได้อย่างนั้น ผมว่าเรามีโอกาสที่จะเรียกคืนลูกค้าเดิมที่เสียไปกลับมานะครับ” หุ้นส่วนคนหนึ่งพยักหน้าก่อนจะหันมามองเงือกรับจ้างตาเป็นประกาย
“เป็นความคิดที่ดีมากทีเดียว ผมเห็นด้วย”
“ผมก็เห็นด้วยนะครับ” เสียงตอบรับพร้อมกับรอยยิ้มขยับคลี่ออกมาจากทุกใบหน้า คงเหลือไว้เพียงคนเดียวในห้องเท่านั้นที่ขยับปรับหน้าให้ยิ้มยากลำบากเหลือเกิน
“ฮึ รอยยิ้มหยิ่งผยองของนาย มันจางไปตั้งแต่ตอนไหนนะ”
คำเยาะเย้ยถากถางดังใกล้ห่างไปเพียงไม่ถึงศอก บอดี้การ์ดรูปหล่อเจ้าของฟีโรโมน ‘กลิ่นเปลือกไม้ซีดาร์’ อันหอมล้ำลึก ลักษณะคล้ายกลิ่นควันไฟเดินเข้ามาใกล้ ยิ่งทำให้เหมือนโอเมก้ากำลังตกอยู่ในวงล้อมของควันไฟอันน่าอึดอัด
“รอยยิ้มของผมมันไม่เคยหายไปหรอก”
“นี่นายยังกล้าอวดเก่งอีกอย่างนั้นเหรอ”
“ผมไม่ได้อวดเก่ง ผมแค่มั่นใจในตัวเอง แล้วผมก็เห็นคุณค่าของผม สิ่งที่อยู่ในนี้” นิ้วชี้ลงไปตำแหน่งหน้าอกข้างซ้ายพร้อมรอยยิ้มสดใสอย่างเดิม
“ฮึ นายนี่มันอ่อนหัดจริงๆ”
“อ่อนหัด?”
“บนเรือลำนี้น่ะ...สิ่งนี้ มันไม่มีความหมายหรอกนะไอ้หนู” นิ้วแข็งแทงกดลงไปตรงตำแหน่งเดียวกัน
“นั่นมันสำหรับคุณต่างหาก...ไม่ใช่ผม” มือแข็งปัดนิ้วใหญ่ให้กระเด็นหลุดไปจากอก
“ฉันอาจเป็นของเก่า แต่ก็ยังคงมีคุณค่า เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณนาวีไม่เคยปล่อยมือจากฉัน แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงมีหาง ว่ายน้ำได้เหมือนปลาอย่างนาย คุณนาวีจ่ายเงินมา เพียงเพื่อเอานายมาใส่ตู้เรียกแขกขึ้นเรือเท่านั้น”
“ทำไมมายืนหลบอยู่บนนี้คนเดียวล่ะ”
กลิ่นสะอาดปลอดโปร่ง อันเป็นเอกลักษณ์ของอัลฟ่าผู้มีฟีโรโมนเป็นกลิ่นของ “โอโซนิค” หรือกลิ่น “โอโซน” ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมือนอย่างเวลาเรายืนอยู่กลางทุ่งหญ้าโล่งกว้างหลังฝนตกใหม่ๆ
“ผมไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าผมเป็นแค่สินค้าทางการตลาดของคุณ”
** อ้าว ยังไงกันล่ะอีพ่อ....อย่าบอกนะว่าที่มาทำดีกับน้องเพราะแบบนี้ แม่จะทุบนะเอาดีๆ
ตอนพิเศษ กลิ่นไม้ซีดาร์ควันบุหรี่สีเทาจางมีกลิ่นฉุนถูกพ่นออกมาผ่านริมฝีปากหยัก อัลฟ่ากลิ่นไม้ซีดาร์เหม็นไหม้จนขม เดินหลบออกมาจากงานแต่งอันหวานชื่นระหว่างเจ้านายกับโอเมก้า ออกมายืนระงับความรู้สึกผิดหวังของตัวเองอย่างเงียบๆ บนดาดฟ้าเรือสำราญมูลค่าหมื่นล้านเพียงลำพัง“โทษที ขอบุหรี่ให้ผมสักมวนได้หรือเปล่าครับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่ง อายุน่าจะราวยี่สิบต้นๆ เดินเข้ามาถามหาสิ่งที่เขาอัดควันมันใส่ปอด ดวงตาคมมองขวางแต่ยอมล้วงสิ่งที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านในสูทสีครีม ส่งให้เจ้าของฟีโรโมนอัลฟ่ากลิ่นดอกเจอราเนียมอ่อนๆ ลอยมา“คุณชื่อชาร์คใช่หรือเปล่าครับ” ปากคาบบุหรี่มวนยาวยื่นหน้ามาใกล้คนที่ถือไฟแช็กในมือ“นายรู้จักฉันอย่างนั้นเหรอ” นิ้วหัวแม่มือทำหน้าที่ขีดส่วนปลาย เพื่อจุดกลไกไฟแช็กแล้วยื่นไปตรงปลายบุหรี่มวนใหม่“ไม่รู้จักก็บ้าแล้ว คุณเป็นไอดอลผมเลยนะ” เจ้าของปอดเล็กที่เพิ่งสูดนิโครตินเข้าไปหัวเราะร่าหันมายิ้มให้“แต่ฉันไม่รู้จักนาย”“โอ้ ขอโทษครับ ผมลืมแน
ตอนที่ 17 หัวใจมหาสมุทรเด็กน้อยวัยสามขวบ ดำน้ำดีดขาดุ๊กดิ๊กแหวกว่ายไปมาใต้ท้องมหาสมุทร เคียงข้างผู้เป็นพ่อ และคุณแม่ท้องโตอย่างคล่องแคล่ว สิ่งนี้เป็นภาพที่ทุกคนเห็นกันชินตา จนหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายน้อยคนใหม่ของตระกูลอัลฟ่า คงเป็นปลากลับชาติมาเกิด เพราะนอกจากจะว่ายน้ำและดำน้ำเก่งแล้ว “น้องทะเล” ยังมีความสามารถพิเศษไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ คือมีฟีโรโมนดึงดูดสัตว์ทะเลได้“แม่...อันนี้ อันนี้” ลูกชายคนแรกว่ายน้ำมาหา มือเล็กกับนิ้วสั้นป้อมเกาะหัวไหล่พร้อมกับยื่นสิ่งที่จับมาได้จากใต้ทะเลอวดให้แม่ดู“ปลาดาวอย่างนั้นเหรอ ทะเลเอาพี่เขาขึ้นมาทำไมลูก เอาพี่เขาลงไปส่งบ้านเร็ว เดี๋ยวพ่อแม่เขากลับมาไม่เจอพี่อยู่ที่เดิม พ่อแม่เขาต้องเสียใจมากแน่ๆ” โอเชี่ยนหันไปมองดูปลาดาวตัวหนึ่ง ซึ่งลูกชายคงหยิบมาจากพื้นทรายด้านล่าง แล้วชูขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่ออวดให้ตนเห็น“พี่เขาคิดถึงครอบครัวเหรอ” แววตาแห่งความสำนึกผิดมองกลับมายังปลาดาวตัวใหญ่ในมือเล็ก“ใช่ครับ เขาต้องอยู่กับครอบครัวนะลูก เหม
ตอนที่ 16 โอเชี่ยนน้อย“แต่งงานเหรอครับ” โอเมก้าในอ้อมกอดผลุดลุกขึ้นมานั่งทำตาโต“ใช่แต่งงาน ฉันว่ากำหนดการเดิม คงต้องเลื่อนให้เร็วขึ้นซะแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ในท้องของนายนี่คงมีนาวี หรือโอเชี่ยนตัวน้อยๆ นอนหลับปุ๋ยอยู่แน่” ฝ่ามืออบอุ่นวางลงบนหน้าท้องราบ ส่วนมืออีกข้างยังกำกางเกงในสีขาวของเขาเอาไว้แน่น“โอเชี่ยนน้อย กับนาวีน้อยอย่างนั้นเหรอครับ”“โอเชี่ยน นายรู้ตัวใช่มั้ยว่า สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้ มันไม่ปกติ” นาวีเอื้อมมือลงไปหยิบเปลือกหอยขึ้นมาชิ้นหนึ่ง“คุณหมายถึง..อันนี้เหรอ” เจ้าของกระโจมหันไปมองทุกอย่างรอบตัว จากนั้นค่อยคลานกลับขึ้นไปนั่งขดอยู่ภายในอ้อมกอดอบอุ่น“เชี่ยนน้อย”“ใช่...โอเชี่ยนน้อยของฉัน”“แต่ผมยังไม่ได้บอกแม่เลยนะครับ”“เรื่องอื่นนายไม่ต้องเป็นห่วง เป็นกังวลอะไรทั้งนั้น ตอนนี้หน้าที่เดียวของนายคือกินเยอะๆ นอนเยอะๆ ส่วนที่เหลือฉันจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง ตกลงมั้ย”
ตอนที่ 15 โอเมก้าสร้างรังทันทีเมื่อเจ้านายโผล่หน้าขึ้นมาพ้นผิวน้ำ หัวหน้าบอดี้การ์ดซึ่งยืนชะเง้อคอ รออยู่ตรงตีนบันไดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก กระทั่งกลิ่นฟีโรโมนแปลกๆ ลอยมาแตะจมูก สันกรามสองข้างจึงขบกัดเข้าหากันแน่น พร้อมสายตาขวางมองผ่านไปยังต้นคอของโอเมก้า ซึ่งมาร่องรอยจากการผูกพันธะให้เห็นเต็มสองตา“ชาร์ค ขอเสื้อคลุมให้โอเชี่ยนหน่อย ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นอ่อนโยนเอ่ยถามเป็นเชิงสั่ง ท่อนแขนยังรั้งไม่ยอมให้โอเมก้าขึ้นจากน้ำเนื่องจากเวลานี้ไม่มีแม้สิ่งช่วยปกปิดติดกายสักชิ้นเดียว“นี่ครับ” มือส่งเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดตัวใหม่ไปให้ แต่สายตายังไม่อาจละไปจากรอยรักการผูกพันธะสัญญาใจของเจ้านายและเงือกรับจ้าง“คุณนาวีครับ” เจ้าของฝ่ามือเย็นกระตุกแขนเจ้านาย“หือ”“คือ...ชุดเงือกของผม” ตาละห้อยพยายามกวาดมองไปทั่วท้องทะเล เพราะไม่รู้ว่าชุดเงือกที่ถูกถอดโยนทิ้งไปเมื่อครู่ มันลอยน้ำหายไปทางไหนแล้ว“เดี๋ยวฉันให้คนลงไปงมให้ ตอนนี้เรากลับห้องก่อนเถอะ เธ
ตอนที่ 14 พยานรัก“โอเชี่ยนนั่นนายจะไปไหน...ทางนั้นต่างหาก” มือรั้งต้นแขนเงือกรับจ้างที่กำลังเดินแยกกลับไปยังบันไดทางขึ้นกลับห้องบนชั้นสาม“แต่ว่าห้องผมไปทางโน้น” โอเมก้าชี้นิ้วไปตามทางเดิน“แต่ห้องของฉันไปทางนั้น” อัลฟ่าเจ้าของบ้านบุ้ยปากไปยังบันไดซึ่งทอดต่ำลงไปยังชั้นใต้ดิน“หมายความว่า คุณนาวีจะให้ผมไปนอนที่ห้องด้วย อย่างนั้นเหรอครับ”“ทำไมล่ะ นายก็เคยลงไปนอนที่ห้องของฉันอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”“มันก็ใช่ครับ แต่ว่า....” สายตาเหลือบไปทางหัวหน้าบอดี้การ์ดที่ยืนมองตาขวางอยู่ด้านข้างเหมือนไม่วางใจ ขนาดผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมามากมาย นายเลขาขี้หวงคนนี้ก็ยังดูเหมือนไม่เชื่อใจเงือกรับจ้างอย่างเขาอยู่ดี“ฉันให้คนของฉันย้ายเสื้อผ้า ข้าวของในห้องนาย ลงไปไว้ชั้นล่างหมดแล้ว ถึงกลับไปห้องนายก็คงนอนไม่ได้หรอก”“หา..ของผมอย่างนั้นเหรอ”“ใช่ เหลือไว้แค่ชุดดำน้ำ หางปลา ตีนกบ กับอุปกรณ์ดำน้ำเท่านั้นแหละ”
ตอนที่ 13 ความลับโอเมก้า“ผมจะพาคุณลงไปขอโทษครอบครัวของผม”โอเมเก้าใจเด็ดคว้าคอคนใจทราม กระโดดกลับลงสู่ท้องทะเลอันดำมืด เชือกเส้นใหญ่ยังคงผูกรั้งรัดรอบคอเอาไว้ หากแต่โอเชี่ยนจำได้ว่า ปลายข้างหนึ่งของมันถูกวางเอาไว้บนพื้นกระดานของเรือประมง ไม่ได้ผูกโยงยึดติดอะไรไว้ ดังนั้นการพุ่งหลาวลงไปจึงไม่ต้องกลัวว่าคอจะหักตูมมมม อากาศก้อนใหญ่ถูกสูดกักเข้าไปเก็บในปอดลึก ท่อนแขนพยายามเกี่ยวรัดรอบร่างของอัลฟ่าจิตใจต่ำช้าไม่ให้มันหลุดมือหนี หากทว่าหมัดหนักรัวอัดเข้ามาใส่ เชือกรัดรอบคอถูกขึงดึงรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก ในขณะที่โอเมก้าพยายามยื้อแย่งปลดเชือกออกจากรอบคอ‘ไอ้บ้านี่ ปล่อยนะโว้ย’ สองมือต่อสู้สุดกำลัง ส่วนสองเท้าพยายามถีบอัลฟ่าที่มันกล้าใส่ร้าย หาว่าทะเลนี้ทำร้าย ทำลายครอบครัวของนาวี บนบกนั้นความชำนาญตนอาจจะน้อยแต่เมื่อไหร่จมลงใต้น้ำมันเหมือนนี่แหละคือที่สำหรับตน ไม่ว่าจะหมุนซ้ายหมุนขวา แหวกว่ายไปมาในท่วงท่าไหน โอเมก้ารู้สึกถึงอิสระของร่างกายทุกส่วน‘คิดจะหลอกให้กูจมน้ำอย่างนั้นเหรอ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก&rsquo