Share

ตอนที่ 7 ทำตัวอวดดี

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-08 14:28:29

เสียงเก้าอี้ขูดกับพื้นดังไปทั่วห้องเรียนก่อนจะตามมาด้วยเสียงพูดคุยจอแจของเหล่านักศึกษาที่กำลังทยอยเก็บของ เตอร์ที่ก็ก้มหน้ากวาดสมุดกับปากกาใส่กระเป๋าอย่างเงียบ ๆ เขาเริ่มปรับตัวได้มากขึ้นแล้วกับชีวิตของผู้ชายอีกคนที่ไม่ใช่ตัวเองถึงจะยังสับสนอยู่ทุกวันก็ตาม

“เฮ้ วิคกี้คนสวย!” เสียงแหลมเล็กแสนคุ้นดังขึ้นจากข้างหลังพร้อมกับร่างของน้ำใสเพื่อนสนิทของวิคเตอร์ที่เดินเข้ามาพร้อมยิ้มสดใส ตากลมของอีกฝ่ายเป็นประกายเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่

“ได้ข่าวว่าวันนี้พี่นนท์จะพาไปตัดชุดแต่งงานเหรอมึง” เตอร์ชะงักมือที่กำลังรูดซิปกระเป๋าเขาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า

น้ำใสตัวเล็กหน้าหวานมีแก้มแดงระเรื่อและริมฝีปากชมพูที่ยิ้มอยู่ตลอดจนดูน่ามองอย่างบอกไม่ถูก

“ก็...ไม่อยากไปน่ะ” น้ำใสเลิกคิ้วทำหน้าประหลาดใจ

“อ้าว ทำไมล่ะ เมื่อก่อนมึงวาดฝันไว้ไม่ใช่เหรอว่าจะได้ใส่ชุดแต่งงานสวย ๆ ฟูๆแบบเจ้าหญิงแต่งกับพี่นนท์สุดหล่อ”

“ห๊ะ! พูดงั้นจริงเหรอ” เตอร์แทบสำลักน้ำลายเขาหันขวับมองเพื่อนทันที

“จริงสิ!” น้ำใสยิ้มตาหยี

“วันนั้นมึงยังพูดเลยว่าจะตัดชุดเจ้าสาวแนวเซ็กซี่หน่อย ๆ จะได้มัดใจพี่นนท์ให้อยู่หมัด!”

“...พูดแบบนั้นเลยเหรอ” เตอร์ทวนเสียงแผ่วในใจด่าระงมให้ตายเถอะ

วิคเตอร์...มึงเป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ย!

เตอร์ยกมือเกาหัวแรง ๆ อย่างหงุดหงิดแต่ต้องรีบฝืนยิ้มกลบเกลื่อนเมื่อเห็นเพื่อนมองด้วยสายตางง ๆ

“ยังไงวันนี้ก็ขอให้พี่นนท์หลงในเรือนร่างสวย ๆ ของมึงนะ” น้ำใสพยักหน้าอย่างมั่นใจ

“...” เตอร์กลอกตาถอนหายใจยาว

“ขอบใจ แต่คงไม่ถึงขั้นนั้นหรอก” เสียงเขาเรียบจนอีกฝ่ายทำหน้างงแต่เจ้าตัวก็ไม่สนใจแล้ว

หลังเลิกเรียนทั้งสองเดินคุยกันไปเรื่อยจนมาถึงหน้าคณะ อากาศตอนบ่ายแดดแรงจนพื้นซีเมนต์สะท้อนแสงจ้า เตอร์หยีตา พลางยกมือบังแดดไว้แต่จู่ ๆ เขาก็ชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นภาพหนึ่งตรงริมถนน

รถสปอร์ตคันหรูสีดำจอดเด่นอยู่ไม่ไกลฝากระโปรงหน้ามีชายร่างสูงนั่งเอนตัวพิงด้วยท่าทางสบาย ๆ แว่นกันแดดสีดำสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ…คือ นนท์ รัชชานนท์ รัตนทรัพย์ไพศาล

แค่เห็นก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันทีแต่สิ่งที่ทำให้เตอร์ขมวดคิ้วแน่นกว่าคือ...ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ บนฝากระโปรงรถเช่นกัน ผมยาวสีทองอ่อนพลิ้วตามลม ริมฝีปากแดงสดกำลังหัวเราะคิกคักพลางกอดแขนของนนท์แน่นจนอกแทบแนบกับต้นแขนของเขา

“เอ๊ะ...นั่นพี่นนท์นิ มากับใครเหรอ” น้ำใสหันมามองตามสายตาเตอร์ก่อนจะอ้าปาก เตอร์เม้มปากแน่นมุมปากกระตุกขึ้นนิด ๆ อย่างหมั่นไส้

“สงสัยแม่ย่านางคงขอติดรถมาด้วยมั้ง” เตอร์ตอบอย่างเมินเฉย

เตอร์เดินลงบันไดจากตึกคณะช้า ๆ เสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นคอนกรีตดังแผ่วเบาในบรรยากาศยามเย็น เขายกมือขึ้นล้วงกระเป๋ากางเกง

ดวงตาสีเข้มเหลือบไปเห็นร่างของนนท์ที่ยืนพิงรถอยู่ตรงลานจอดพร้อมหญิงสาวหน้าตาสวยหวานในชุดเดรสสีฟ้าอ่อน ผมยาวสลวยม้วนปลายเบา ๆ ดูจงใจแต่งมาเต็มที่ตั้งแต่หัวจรดเท้า

“จะไปได้หรือยัง” เสียงของเตอร์ดังขึ้นอย่างเรียบแต่แฝงความหงุดหงิดในน้ำเสียง

นนท์หันกลับมาช้า ๆ แว่นกันแดดสีชาเลื่อนลงปลายจมูก เขาถอดมันออกก่อนจะปรายตามองตรงมาที่เตอร์ สายตาคมนิ่งเยือกเย็นจ้องกันอย่างไม่ยอมหลบ เตอร์ที่เห็นท่าทางนั้นก็หลุดถอนหายใจเบา ๆ ยกมือกอดอกพร้อมกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างหมั่นไส้เต็มที

หญิงสาวที่ยืนข้าง ๆ ยกมือแตะผมตัวเองเบา ๆ พร้อมยิ้มบางแบบที่ดูไม่จริงใจนัก ก่อนจะเอียงหน้าเข้าหานนท์เล็กน้อยแล้วพูดเสียงแอ๊บหวานจนแทบฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงคนจริง ๆ หรือเสียงแสดงละคร

“คนนี้เหรอคะพี่นนท์...ที่ปู่พี่บังคับให้แต่งงานด้วย”

คำพูดนั้นทำให้เตอร์ชะงักไปนิดเขาหันขวับไปมองหญิงสาวเต็มตา ใบหน้าสวยก็จริงแต่รอยยิ้มกลับเย็นชาน่าหมั่นไส้สุด ๆ ดวงตากลมโตนั้นมองมาอย่างประเมินค่าราวกับกำลังวัดราคากันอยู่ในตลาด

“คนสวย...ไม่มีใครให้เกาะแล้วเหรอถึงมาเกาะคนปากแบบนี้” เสียงประชดดังลอดออกจากปากโดยไม่ทันคิดของตัวเขาหรือจะบอกว่าร่างของเตอร์หลุดพูดไปตามสันดานตัวเองเต็ม ๆ จนบรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง

นนท์ชะงักแววตาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันทีคิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่น นี่มันไม่ใช่นิสัยของวิคเตอร์ที่เขารู้จักเลย คนที่ยอมให้คนด่า ยอมให้พูดแรง ๆ โดยไม่เถียง...ตอนนี้กลับสวนคำออกมาแบบไม่กลัวใครสักนิด

“ปากแบบกูแล้วมันทำไม” น้ำเสียงของนนท์ต่ำลงกว่าปกติ เขาก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ จนเหลือระยะเพียงแค่สองก้าว

เตอร์ยังคงยืนนิ่งแววตาไม่หลบไม่ลดมือที่กอดอกค่อย ๆ คลายลงเพราะเริ่มอึดอัดจากสายตาคมของอีกฝ่าย

“ปากหมาไง ถามได้...นึกว่าเอาหมาทั้งโลกมารวมกันอยู่ในปาก”

คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ใบหน้านนท์ตึงขึ้น ลิ้นดุนแก้มข้างในเบา ๆ อย่างพยายามข่มอารมณ์ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้ามาใกล้อีกจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาลอยเข้ามาในจมูกของเตอร์อย่างไม่ตั้งใจ

“ทำตัวอวดดี...” นนท์กระซิบใกล้หูเสียงแหบพร่ากับลมหายใจร้อน ๆ ที่เป่ารดแก้ม ทำให้หัวใจของเตอร์เต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่

“เดี๋ยวจะเจอคนปากหมาดูดปากจนร้องไม่ออกนะ”

เตอร์ที่ถูกพูดใส่แบบนั้นก็ชะงักไปชั่ววินาทีก่อนจะยกคางขึ้นเล็กน้อยดวงตาคมวาบจ้องกลับอย่างไม่กลัว

“ไหนบอกไม่พิศสวาทกู...แล้วทำไมถึงอยากจะมาดูดปากกูจังวะ” เสียงเรียบแต่สั่นนิด ๆ เพราะทั้งโกรธและทั้งสับสนในเวลาเดียวกัน

“กูไม่พิศสวาทมึงหรอก...” นนท์เลิกคิ้วขึ้นมุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน เขาพูดช้า ๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโมโห

“แต่กูจะสั่งสอนให้จำว่าปากหมาแบบมึงน่ะ”

“มันต้องเจอของจริง...”

คำพูดนั้นแทบจะจบพร้อมแรงกระชากที่ทำให้เตอร์เซถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าอีกฝ่ายโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน

แววตาของนนท์ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความโกรธแต่มันแฝงความอยากรู้อะไรบางอย่าง...เหมือนอยากพิสูจน์ว่า ‘คนตรงหน้า’ ยังใช่คนเดิมหรือเปล่า

เตอร์หายใจแรงใจเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความไม่พอใจมือที่อยู่ข้างตัวกำแน่นเขาพยายามฝืนร่างที่อยากผลักออก

“เก่งให้ได้ตลอดนะ วิคเตอร์...” เสียงของนนท์ต่ำลงเหมือนคำขู่

“หลังจากนี้ มึงเจอกูแน่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 5 ลงโทษคนดื้อ NC

    นนท์เอามือโอบเอวเตอร์แน่น ประคองออกจากแดนซ์ฟลอร์แบบไม่สนสายตาคนในผับที่เริ่มหันมามองตามแล้วกระซิบกัน“เห้ย เดี๋ยว ๆ กูยังไม่เมานะ” เตอร์เดินงง ๆ นนท์หันมามองใกล้มากจนแทบจะแตะหน้ากากเสียงทุ้มกดต่ำจนขนลุก“กูรู้… แต่กูก็จะพาเมียกูออกไปแบบนี้แหละ”“จะหึงอะไรนักวะ กูก็มากับมึงมากับกับเพื่อน” เตอร์บ่นเบา ๆ เหมือนงอน“กูก็จะหวงแบบนี้แหละ… เมียกู ไม่อยากให้ใครมองทั้งนั้น ” นนท์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้หูจนลมหายใจร้อน ๆ กระทบผิวเตอร์หน้าแดงเป็นมะเขือเทศ แม้พยายามไม่ยิ้มก็ยิ้มจนแก้มปริ ถูกผัวลากออกจากฟลอร์อย่างคนแพ้แต่ยอมแพ้ด้วยความเต็มใจด้านหลังน้ำใสส่งไลน์ทันที…สติ๊กเกอร์โชคดีนะเพื่อนพร้อมหน้าเจ้าเล่ห์…เตอร์เห็นตอนขึ้นรถก็ได้แต่สบถในใจ…คืนนี้กูโดนแน่…เตอร์ทำอะไรไม่ถูกเพราะเขาไม่ได้คิดว่าจะทำให้นนท์หึงขนาดนี้ ร่างสูงดันตัวเตอร์เข้าไปในรถเบาๆแล้วเขากดสตาร์ทพร้อมเปิดแอร์เย็นฉ่ำไว้รอ ก่อนที่จะเดินอ้อมเข้ามาในรถฝั่งคนขับแล้วปรับเบาะถอยออกจนสุด ก่อนจะรั้งตัวเตอร์ขึ้นมานั่งตักตัวเอง“มึงจะทำอะไรนนท์” นนท์ทำตาโตใส่เตอร์แบบกวนๆแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์“ไม่บอกแต่ขอจูบหน่อย ”นนท์ประกบริมฝีปากของเตอร์อย่างอย่าง

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 4 คืนนี้กูโดนแน่

    ไฟสีส้มสลับม่วงกระพริบเป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่เต้นรัวช่วงใกล้ปล่อยผี ตรงชั้นสองของผับกำลังวุ่นพอ ๆ กับสนามรบ พนักงานหลายคนยืนห้อยฟักทองพลาสติกสลับหัวกะโหลกเชือกผูกไฟ LED จนทั่วฝ้าเพดานเหมือนเป็นรังของซอมบี้ EDM สักตัว นนท์ยืนกอดอกพิงราวกั้น มองลงไปด้วยสายตาแบบ…ถ้าใครติดไฟผิดตำแหน่งกูจะเดินไปจัดเองแล้วนะธามเดินขึ้นบันไดมาพร้อมเสียงบันไดไม้ดังอ๊อดแอ๊ด มือถือในมือยังเปิดภาพฮาโลวีนอยู่ เขาเดินมาหยุดข้าง ๆ นนท์แบบสบาย ๆ“นี่ ตามที่คุยกันนะเว้ย โครงหัวกะโหลกต้องอยู่ฝั่ง EDM เพราะมันมีไฟสโตรบ ไม่งั้นภาพรวมจะเละ”“เออ เดี๋ยวเพิ่มธีมลอยกระทงไปด้วยเลยมั้ยวะ รวมกันไปเลย ฮาโลวีน EDM กับลอยกระทง จัดหนักไป” นนท์พยักหน้าช้า ๆ เหมือนกำลังสแกนอีกสิบจุดในหัว“เห้ย เออว่ะ เข้าท่า!”ธามหันขวับมามองทำตาโตแล้วทำหน้าเหมือนค้นพบอเมริกาใหม่อีกรอบก่อนหัวเราะฮึ ๆ“แนวจัด”ทั้งคู่ยืนกอดอกพร้อมกันเหมือนเป็นหัวหน้าฝ่ายตรวจคุณภาพผีหลุดโลก พนักงานมองแบบเกร็ง ๆ แต่ก็พยายามติดของต่อ…ระหว่างกำลังตรวจผี ธามก็ทำเสียงจริงจังขึ้นมาซะงั้น“มึง… ลูกสาวมึงเป็นไงวะ เห็นว่าเข้าโรงพยาบาล” นนท์หันไปมอง ขมวดคิ้วแน่น“ก็ไข้หวัดธร

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 3 เวียนว่ายตายเกิด

    หนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่รู้ตัว ชีวิตหลังมีลูกเหมือนถูกปั่นจนวันเวลาวิ่งเร็วขึ้นครึ่งหนึ่ง เสียงหัวเราะเด็ก เสียงงอแง ไหนจะงาน ไหนจะการเลี้ยงดู เข้ามาปะปนกันจนเหนื่อยแต่สุขแบบบอกไม่ถูกวันนี้เป็นวันเข้าพรรษา อากาศร้อนอบอ้าวเล็ก ๆ แต่ลมก็ยังพอพัดช่วยให้ไม่อึดอัดนัก หน้าโบสถ์คนเดินกันแน่น เสียงแม่ค้าขายดอกไม้ เสียงเด็กวิ่ง เสียงระฆังวัดที่ดังแผ่ว ๆ อยู่ไกล ๆ ทำให้บรรยากาศดูคึกคักแบบที่เห็นแล้วรู้สึกชื่นใจนนท์อุ้มลูกชายวัยเกือบสองขวบเนตั้นขึ้นมาประคองบนสะโพก เด็กน้อยแก้มกลม ผมเส้นนิ่มยาวปิดหูเล็กน้อย ใส่เสื้อยืดลายการ์ตูนกับกางเกงขาสั้นที่เขาชอบนักหนา อยู่ในท่าเกาะคอพ่อพลางมองไปรอบ ๆ แบบตาใสเป็นพิเศษ“เดินดี ๆ นะครับตัวแสบ” นนท์ก้มลงพูดกับลูก พลางใช้มืออีกข้างลูบหัวเบา ๆอีกด้านหนึ่งของครอบครัวเล็ก ๆ นี้ เตอร์เดินนำอยู่ ข้างแขนมีพานดอกไม้ ธูปเทียนสำหรับไหว้พระครบชุด หน้าตาเขาดูสดใสกว่าปีที่ผ่านมา เหมือนความเหนื่อยล้าหลายอย่างถูกแทนที่ด้วยความสงบที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น“เร็ว ๆ มานี่ เดี๋ยวคนแน่น” เขาหันมาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ ที่มีแต่ตอนอยู่กับนนท์และลูกเท่านั้นทั้งสามเดินผ่านหน้าวั

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 2 คนใจร้าย

    เสียงแป้นคีย์บอร์ดดังถี่เหมือนเครื่องจักรที่กำลังเร่งรอบแปะ ๆ ไม่หยุด ทุกตัวอักษรที่ถูกพิมพ์เหมือนพุ่งออกมาปะทะอากาศหนัก ๆแสงจากหน้าจอคอมส่องเข้าหน้าของนนท์จนเห็นใต้ตาคล้ำเป็นปื้น ผมที่เคยจัดทรงเรียบร้อยตอนเช้าตอนนี้ชี้มั่วไปหมด ริมฝีปากเม้มตึง ขากระตุกอยู่ใต้โต๊ะเพราะความเครียดที่สะสมมาหลายสัปดาห์แปดเดือนแล้วหลังมีลูกแต่กลับรู้สึกว่าทุกวันมันเหนื่อยขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเตอร์ได้กลับไปเรียนอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงนี้จะเป็นช่วงเริ่มฝึกงานและโปรเจกต์ที่ดันประจวบเหมาะมากองพร้อมกันจนเหมือนชีวิตไม่มีปุ่มหยุดหายใจเตอร์นั่งอุ้มลูกอยู่ที่โซฟาใกล้ ๆ แค่ระยะเอื้อมถึง เขามองนนท์ด้วยสายตาเป็นห่วงจนหัวใจตัวเองอึดอัดไปหมด เด็กน้อยในอ้อมแขนเพิ่งกินนมเสร็จหน้าแดงนิด ๆ ง่วงนอนกำลังจะหลับ แต่เตอร์กลับไม่กล้าจะลุกเพราะกลัวรบกวนคนตรงนั้นที่ทำงานจนไหล่แข็งไปหมดเขาเองก็เหนื่อยเหมือนกัน…เขาก็อดนอน…เขาก็อยากได้คำถามว่า “ไหวไหม” บ้างเหมือนกัน… เตอร์คิดแต่ไม่พูดออกไป เขาไม่อยากเป็นภาระให้นนท์ในช่วงที่อีกฝ่ายเครียดจนแทบระเบิดอยู่แล้วเมื่อเด็กหลับสนิท เตอร์ก็ลุกขึ้นอย่างเบามือที่สุด เขาค่อย ๆ วางลูกลงในแปล ผ้

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนพิเศษ 1 พ่อแม่มือใหม่

    กลางดึกเงียบสนิทจนเหมือนมีเพียงแสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมเล็กข้างเตียงที่ส่องไหว ๆ ตามแรงลมแอร์อ่อน ๆ และเสียงเดียวที่ดังฝ่าเงามืดขึ้นมา“แอ้ แอ้ แอ้”เสียงร้องใส ๆ ของเจ้าตัวเล็กวัยหนึ่งเดือนดังแทรกเข้ามาในหูนนท์เหมือนเสียงไซเรนปลุกตามสัญชาตญาณ พอได้ยินแบบนั้น ร่างที่เพิ่งหลับได้ไม่ถึงสามชั่วโมงก็เหมือนถูกกดปุ่มเปิด ใช้เวลาไม่ถึงวินาที นนท์ก็กระพริบตาช้า ๆ ขึ้นมาเปลือกตาหนักราวกับมีทรายกดทับอยู่ข้างใน ทั้งร่างเหนื่อยล้าจนเหมือนถูกขโมยพลังไปครึ่งชีวิต แต่เมื่อเสียง “แอ้ แอ้” ดังขึ้นอีกคำเขาก็ถอนหายใจยาวแล้วพยายามยันแขนลุกขึ้นช้า ๆ ร่างโยกนิด ๆ เหมือนคนเมาเพราะยังไม่ตื่นเต็มที่“โอ๋ โอ๋…ลูกครับ”“พ่อเพิ่งหลับเองนะ…” เขาบ่นในคอแบบไม่มีแรงบ่นเหมือนทุกคืนที่ผ่านมาพอลุกนั่งได้ก็หันไปมองอีกฟากของเตียงก็เห็นเตอร์นอนคว่ำหน้าแนบหมอนไปซีกหนึ่ง แขนทั้งสองข้างกอดหมอนข้างไว้เหมือนเด็กน้อยหลับลึกจนไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว ผมยุ่งเล็กน้อยกระจายบนหมอน หายใจสม่ำเสมอราวกับไม่รู้เลยว่าลูกกำลังโวยอยู่ตรงนั้น“ครับ…หลับสบายเลยนะ” นนท์กระซิบหงอย ๆ ทั้งหมั่นไส้และเอ็นดูปนกันก่อนจะก้มลงหอมแก้มเตอร์เบาๆอย่างไม่คิ

  • ใจเย็นครับพี่...วิคเตอร์คนนี้ไม่ใช่คนเดิม   ตอนที่ 37 ขอชื่นใจหน่อยนะ NC (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมา หลังจากทานอาหารเช้าที่บ้านของวิคเตอร์แล้ว นนท์ก็ขอพาวิคเตอร์กลับมาอยู่ที่คอนโดกับเขา ความตื่นเต้นเริ่มซาตัวลง นนท์รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้น โทรหาเพื่อนสนิท ธาม โดม นัท ผ่านวิดีโอคอล เสียงสัญญาณดังขึ้น และภาพเพื่อน ๆ ปรากฏทันที“ไอ้นนท์… มีอะไร” ธามถามด้วยน้ำเสียงตกใจ“กูมีอะไรจะประกาศ…พวกมึงจะต้องไม่เชื่อแน่”“เรื่องอะไรวะ” เสียงประสานกันของเพื่อนๆดังขึ้น“เตอร์ท้องครับเพื่อน!” นนท์ยิ้มกว้าง น้ำเสียงสั่นเพราะตื่นเต้นเพื่อนทั้งสามแทบลุกขึ้นจากเก้าอี้ โอ้โห… ความตกใจทำให้เสียงแทบดังทะลุหู“มึงบอกจะรีบหย่าไม่ใช่เหรอไอ้นนท์ ตอนนี้ติดกับเป็นพ่อตลอดชีวิตแล้วดิ!” ธามหัวเราะจนหูแทบดับ“เมื่อคืนมึงทำเด็กเหรอวะ หื้ม” โดมยิ้มแหย ๆ แอบพูดหยอก“กูบอกแล้วว่าให้ใส่ถุง!” นัทแทบตะโกนจากอีกฝั่งนนท์หน้าแดงจ๋อย มือกุมหน้า แต่เตอร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังยกมือขึ้นเท้าเอวกลางสาย“เสือก!” นนท์ด่ากลางสายแบบขำ ๆเสียงหัวเราะดังขึ้นทั้งสองฝั่ง ห้องเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความเป็นกันเองหลังวางสาย นนท์เดินกลับมาหาเตอร์ทันที กอดร่างของเขาไว้จากด้านหลังแผ่นหลังเตอร์แนบชิดกับอกนนท์ ความอบอุ่นของกันและกันทำให้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status