Home / มาเฟีย / ใต้กลลวงของคนเลว / ขอเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

Share

ขอเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-22 11:55:35

นามบัตรใบนั้นวางนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานของไอรีนมาตลอดสามวันเธอไม่ได้แตะต้องมันอีกเลยนับตั้งแต่คืนที่ก้าวออกจากตึกเอเวอร์กรีน ทำเพียงแค่วางมันพิงไว้กับขาโคมไฟตั้งโต๊ะ ให้ตัวอักษรสีเงินบนพื้นดำเรียบสะท้อนแสงไฟวิบวับทุกครั้งที่เปิดใช้งานยามค่ำคืน ราวกับมันกำลังทำหน้าที่เป็นนาฬิกาทรายจงใจคอยเตือนเธอว่า เวลาที่เหลืออยู่กำลังจะหมดลงทุกขณะ

ตลอดสามวันที่ผ่านมา ไม่มีคืนไหนเลยที่เธอจะข่มตาหลับสนิท หญิงสาวเอาแต่นอนพลิกตัวไปมาบนเตียง ฟังเสียงพัดลมหมุนสม่ำเสมอเป็นจังหวะเดียวกับความคิดซ้ำซากที่วนเวียนอยู่ในหัว ตัวเลขสิบสองล้านบาทลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าไม่ต่างจากกำแพงตึกตระหง่านสูงลิบจนมองไม่เห็นยอดและปลายทาง และทุกครั้งที่ลองพยายามคำนวณความเป็นไปได้ในการหาเงินกู้ก้อนนั้นด้วยตัวเอง คำตอบที่ได้กลับมาก็ยังคงมีเพียงหนึ่งเดียวเสมอ... เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหน ไม่ว่าจะพยายามบากหน้าไปหยิบยืมจากใคร ชีวิตทั้งชีวิตของเธอก็ไม่มีวันพอชดใช้หนี้ก้อนนี้ได้ทัน

เข้าสู่เช้าวันที่สี่ ลำแสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านบางเข้ามาทาบลงบนพื้นห้องครัว ไอรีนนั่งนิ่งอยู่ตรงโต๊ะอาหาร สองมือกุมถ้วยกาแฟที่เย็นชืดไปนานแล้วโดยไม่ทันรู้ตัว สายตาเลื่อนลอยทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งมีเพียงผนังปูนเก่าๆ ของตึกข้างบ้านที่ตรึงสายตาไว้

"พี่ไอรีน"

เสียงเรียกของไออุ่นดังขึ้นตรงประตูห้องครัว ดึงสติให้ไอรีนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะรีบปรับสีหน้าแล้วหันไปยิ้มให้น้องสาว

ไออุ่นเดินเข้ามานั่งลงตรงข้าม ผมยาวประไหล่ยังคงเปียกหมาดๆ จากการอาบน้ำ สวมชุดนักศึกษาที่ยังติดกระดุมไม่ครบดี เธอมองพี่สาวด้วยสายตาพิจารณาที่ดูฉลาดเกินวัยยี่สิบปี

"พี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ สามสี่วันนี้พี่ดูขอบตาคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนเลย"ไอรีนรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน พยายามปั้นยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ไม่มีอะไรหรอก แค่กำลังหัวหมุนกับการจัดการเอกสารมรดกของพ่อน่ะ มันยุ่งยากกว่าที่คิดไว้เยอะเลย" ไออุ่นเอียงคอเล็กน้อย แววตาคล้ายไม่เชื่อเท่าใดนัก แต่ก็เลือกที่จะไม่ซักไซ้ต่อ เธอเป็นเด็กที่รู้จักเว้นระยะห่างและเกรงใจพี่สาวเสมอมา นับแต่วันที่พ่อจากไปอย่างกะทันหัน ไอรีนก็กลายเป็นเสาหลักเพียงต้นเดียวของบ้านหลังนี้โดยไม่มีใครทันตั้งตัว และแนนก็เรียนรู้ที่จะไม่สร้างภาระให้พี่สาวต้องกังวลมากไปกว่าที่เป็นอยู่

"พี่อย่าหักโหมดูแลตัวเองด้วยนะ" ไออุ่นพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นหยิบกระเป๋าเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัย

"หนูไปก่อนนะพี่ วันนี้มีเรียนยาวถึงตอนเย็นเลย"

เสียงประตูหน้าบ้านปิดลงเบาๆ ทิ้งให้ไอรีนตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้งพร้อมกับถ้วยกาแฟเย็นชืดในมือ

เธอมองไปยังบานประตูห้องนอนของน้องสาว ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปหยุดยังภาพถ่ายครอบครัวใบเก่าที่แขวนอยู่บนผนังทางเดิน ภาพพ่อยิ้มกว้างในวันรับปริญญาของเธอ ภาพแม่ที่จากไปตั้งแต่ไออุ่นยังเด็ก ภาพความทรงจำอันอบอุ่นทุกอย่างที่มีในชีวิตล้วนผูกพันอยู่กับบ้านหลังนี้... อยู่กับน้องสาวคนนี้

เธอไม่มีสิทธิ์ทำให้ชีวิตของทุกคนพังทลายลง เพียงเพราะความหวาดกลัวในสิ่งที่ยังมองไม่เห็น บ่ายวันนั้น ไอรีนตัดสินใจก้าวออกจากบ้านไปเดินเล่นเพื่อหวังให้หัวสองข้างโปร่งโล่งขึ้น เธอเดินเรื่อยเปื่อยไปตามริมฟุตบาทของถนนสายเดิมที่คุ้นเคย ผ่านร้านกาแฟเล็กๆ ที่เคยหิ้วโน้ตบุ๊กไปนั่งทำงานเป็นประจำ ผ่านสวนสาธารณะที่มีคู่รักและครอบครัวออกมาใช้เวลารามบ่ายอย่างสงบร่มเย็น

ทุกสิ่งรอบตัวดูดำเนินไปอย่างเป็นปกติธรรมดาเหมือนทุกวัน แต่ไอรีนกลับรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังมองโลกใบนี้ผ่านกระจกใสอีกบานหนึ่ง... โลกสงบสุขที่เธอเคยอยู่อาศัย กับโลกที่กำลังมืดมนลง เธอเพิ่งข้ามไปรับรู้ว่ามีอยู่จริงใต้พื้นผิวอันเรียบเฉย มันมีเส้นขีดแบ่งบางๆ กั้นกลางไว้ และในยามนี้ เธอกำลังยืนคาบเกี่ยวอยู่บนเส้นแบ่งนั้นพอดี

หญิงสาวทอดกายลงนั่งบนม้านั่งไม้ตัวหนึ่งในสวน ทอดสายตามองนกพิราบที่บินโฉบลงมาจิกเศษขนมปังบนพื้นหญ้า ทว่าความคิดในหัวกลับแล่นย้อนกลับไปยังห้องทำงานกว้างใหญ่บนชั้นสูงสุดของตึกเอเวอร์กรีน ย้อนไปหาดวงตาสีดำล้ำลึกคู่นั้นที่จับจ้องมายังเธอโดยไม่กะพริบ “ผมไม่ได้อยากได้เงินคุณ”

น้ำเสียงทุ้มต่ำประโยคนั้นยังคงกังวานก้องอยู่ในหัวอย่างไม่รู้จบ มันขัดแย้งกับทุกสถานการณ์ที่เธอคาดเดาไว้ก่อนไปพบเขา เธอเตรียมใจไปเจอกับการข่มขู่ กดดันเค้นคั้นเอาเงิน หรือแม้กระทั่งความรุนแรงรูปแบบต่างๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาจริงๆ คือข้อเสนองานที่ฟังดูสมเหตุสมผลเกินไป สมเหตุสมผล... จนน่าประหวั่นใจ

เธอรู้ดีว่าคนระดับอลันไม่มีทางให้อะไรใครฟรีๆ ทุกสิ่งที่เขายื่นให้อย่างใจดีย่อมมีราคาที่ต้องแลกเปลี่ยน เพียงแต่ราคานั้นอาจไม่ใช่ตัวเลขบนกระดาษสัญญา หากแต่เป็นสิ่งอื่นที่อันตรายกว่านั้นมากมาย ทว่าเมื่อเหลียวมองรอบกาย เธอก็ไร้ซึ่งตัวเลือกอื่นให้พิจารณา หากปฏิเสธ หนี้สินสิบสองล้านบาทจะยังคงหลอกหลอนเธอและไออุ่นไปตลอดชีวิต เธอไม่อาจรู้เลยว่าพวกของอลันจะใช้วิธีการพิสดารใดในการทวงหนี้หากเธอคิดขัดขืน และเธอไม่กล้าเอาชีวิตของน้องสาวไปเสี่ยงกับผลลัพธ์อันเลวร้ายนั้นเป็นอันขาด

สายลมเย็นพัดผ่านให้ใบไม้เหนือศีรษะพลิ้วไหว ไอรีนหลับตาลง ช้าๆ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด อันที่จริง... เธอรู้คำตอบของตัวเองมาตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากตึกนั้นแล้ว เพียงแต่ต้องใช้เวลาถึงสามวันเต็มเพื่อโน้มน้าวและบังคับใจตัวเองให้ยอมรับมันเท่านั้น

เย็นวันนั้น ไอรีนเดินทางกลับมาถึงบ้านก่อนไออุ่นเล็กน้อย เธอเดินตรงไปยังโต๊ะทำงาน หยิบนามบัตรแผ่นบางขึ้นมาถือไว้อีกครั้ง สัมผัสความเย็นของเนื้อกระดาษเคลือบมันใต้ปลายนิ้ว มือบางลังเลอยู่เหนือแป้นโทรศัพท์นานหลายวินาที หัวใจเต้นระทึกขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้และสุดท้าย... เธอก็กดหมายเลขนั้นลงไป

เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นเพียงสองครั้งก่อนจะมีคนรับสาย ทว่ามันกลับไม่ใช่เสียงของเลขาอย่างที่เธอคาดคิด หากแต่เป็นเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่เธอจำได้ทันที

"ผมกำลังสงสัยอยู่พอดี ว่าคุณจะโทรมาเมื่อไหร่" อลันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบปราศจากความแปลกใจ ราวกับคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องเลือกเส้นทางนี้

ไอรีนกำมือข้างที่ว่างแน่น พยายามปรับเสียงตัวเองให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ฉันตกลงค่ะ"

ปลายสายเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง นานเสียจนไอรีนเริ่มระแวงว่าสัญญาณโทรศัพท์หลุดไปแล้วหรือไม่

"ดี" ในที่สุดเขาก็ตอบกลับมา มีกระแสความพึงพอใจบางอย่างแฝงอยู่ในน้ำเสียงลึกๆ นั้น

"พรุ่งนี้เวลาเก้าโมงเช้า มารายงานตัวที่ตึกเอเวอร์กรีน ชั้นสิบห้า จะมีเจ้าหน้าที่นำคุณไปทำสัญญาและแนะนำรายละเอียดงาน"

"สัญญาหรือคะ" ไอรีนถามกลับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

"เป็นขั้นตอนปกติของการจ้างงานครับ" เขาตอบ ทว่าการเน้นย้ำคำว่า "ปกติ" ด้วยจังหวะจะโคนแปลกๆ กลับยิ่งทำให้ไอรีนรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดาอย่างที่พูด

"ส่วนรายละเอียดหนี้สินของคุณพ่อคุณ จะถูกยกเลิกเป็นโมฆะในทันทีที่คุณเซ็นสัญญาเริ่มงาน... ผมเป็นคนรักษาคำพูดเสมอ คุณไอรีน"

"ฉันจะจำคำพูดคุณไว้" เธอตอบกลับ พยายามเน้นเสียงให้ฟังดูมั่นใจกว่าความรู้สึกสั่นคลอนภายใน

ก่อนจะตัดสาย อลันทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของไอรีนกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว

"ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของผม คุณไอรีน"

สัญญาณตัดไปแล้ว ทิ้งเธอไว้กับความเงียบกริบในห้องนั่งเล่นที่จู่ๆ ก็ดูอ้างว้างและกว้างใหญ่กว่าที่เคย คืนนั้น ไอรีนนอนไม่หลับอีกเช่นเคย ทว่าคราวนี้ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวเพียงอย่างเดียว แต่กลับมีบางสิ่งแทรกซึมเข้ามา... ความรู้สึกตื่นเต้นปนระทึกขวัญที่เธอไม่อยากยอมรับว่ามันมีอยู่จริง

เธอนอนจ้องมองเพดานท่ามกลางความมืดมิด หวนนึกถึงภาพห้องทำงานกว้างใหญ่บนชั้นสูงสุดของตึก นึกถึงดวงตาสีดำล้ำลึกที่จับจ้องมายังเธอไม่ลดละ นึกถึงน้ำเสียงทุ้มเรียบที่เอ่ยคำว่า “ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของผม” ราวกับมันเป็นทั้งคำเชิญชวนและคำขู่และเตือนไปพร้อมๆ กัน

เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่า โลกใบที่อลันพูดถึงนั้นจะมีหน้าตาอย่างไร รู้เพียงแค่ว่านับตั้งแต่รุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ชีวิตของเธอจะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมอีกแล้ว และลึกลงไปในอก มีเสียงกระซิบเบาๆ ที่เธอพยายามกดข่มมันไว้ไม่ให้ดังขึ้นมา... เสียงที่บอกว่า เธอไม่ได้มีเพียงความกลัวเท่านั้น หากแต่ยังเกิดความอยากรู้อยากเห็นอย่างประหลาด ว่าชายที่ชื่อ อลัน เศรษฐโสภณ ผู้สามารถพูดถึงหนี้สินสิบสองล้านบาทและภัยมืดได้อย่างเย็นชาคนนี้ จะเป็นคนอย่างไรกันแน่เมื่ออำนาจและผลประโยชน์ถูกเปิดออก ในที่สุดเธอก็หลับตาลงเมื่อแสงขมุกขมัวของรุ่งอรุณเริ่มลับขอบฟ้า โดยไม่รู้เลยว่า การตัดสินใจในคืนนี้จะนำพาชีวิตของเธอไปไกลเกินกว่าที่เคยจินตนาการไว้มากมายเพียงใด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ใต้กลลวงของคนเลว   แก้แค้น

    กลิ่นควันไหม้ของไฟโชยหึ่งฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณท่าเรือฝั่งตะวันออกเสียงระเบิดดังกึกก้องกังวาน เปลวไฟสีส้มพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในยามเช้าตรู่ โกดังเก็บอาวุธและสินค้าเถื่อนขนาดใหญ่ของวิกเตอร์กลายเป็นทะเลเพลิงในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ความเสียหายพินาศยับเยินจนไม่อาจประเมินมูลค่าได้ กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำของอลันออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านและซากศพไร้วิญญาณของลูกน้องวิกเตอร์แม็กซ์ยืนมองผลงานตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย เขายกโทรศัพท์ขึ้นรายงานผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงนิ่ง“เรียบร้อยแล้วครับนาย... โกดังฝั่งตะวันออกถูกทำลายราบคาบ ไม่เหลือแม้แต่ซากตามคำสั่งครับ”ภายในเพนต์เฮาส์หรูสุดอลังการ อลันยืนฟังรายงานจากปลายสายพลางหมุนแก้วบรั่นดีในมืออย่างสบายอารมณ์ นัยน์ตาคู่คมสะท้อนแสงแดดยามเช้าทว่าแฝงความเหี้ยมเกี้ยม“ดีมาก...” อลันเอ่ยเสียงเรียบ “กวาดล้างร่องรอยให้หมด แล้วส่ง ของขวัญชิ้นเล็กๆ ไปให้ไอ้เวรวิกเตอร์ ทำให้มันรู้ว่าถ้ายังไม่หยุดวุ่นวายกับไอรีน ครั้งต่อไปจะไม่ใช่แค่โกดัง แต่จะเป็นหัวของมันเอง”“ครับนาย”กดตัดสายเสร็จ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องนอน เสียงถอนหาครางงื

  • ใต้กลลวงของคนเลว   ตักตวงความหวาน

    ความเงียบสงบหลังพายุอารมณ์ระลอกแรกผ่านพ้นไปได้เพียงไม่นาน ทว่า ฤทธิ์ยาปลุกเซ็กส์ชนิดพิเศษที่วิกเตอร์ตั้งใจใช้บดขยี้ไอรีนกลับยังไม่หมดฤทธิ์ลงง่ายๆความร้อนระอุที่ซ่อนตัวอยู่ลึกในกระแสเลือดเริ่มประทุและแผดเผาร่างกายของหญิงสาวขึ้นมาอีกครั้ง ร่างบางที่นอนหมดแรงบนอกแกร่งเริ่มบิดเกร็ง ผิวกายขาวเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาจนขึ้นสีแดงระเรื่อไปทั้งตัว ลมหายใจแผ่วเบาแปรเปลี่ยนเป็นหอบถี่วูบไหว ริมฝีปากบางเผยอออกครางแผ่วต่ำในลำคอ ร่างกายตอบสนองความต้องการอย่างต้านทานไม่อยู่มือเรียวเล็กขยับไปลูบไล้หน้าอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของอลัน สะโพกผายบิดวนเบาๆ ถูไถเข้าหาความแข็งแกร่งของเขาที่ยังคงแช่ค้างอยู่ภายในกายเธอ ฤทธิ์ยาบีบบังคับให้เธอละทิ้งเกราะป้องกันตนเองจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันร้อนแรงที่อยากจะให้ชายตรงหน้าครอบครองเธอไว้ทั้งหมด“อลัน... อลัน...”ไอรีนส่งเสียงครางกระเส่าเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงหวาน นัยน์ตาคู่โตเยิ้มหยาดเยิ้มไปด้วยฤทธิ์ยาที่แฝดเผา“ช่วย... ช่วยฉันอีก... มันยังไม่หาย... ร้อน... ร้อนไปหมดแล้ว...”อลันชะงักกึก... สายตาคู่คมที่เคยดุดันพลันอ่อนแสงลง ความรู้สึกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อ

  • ใต้กลลวงของคนเลว   ไฟปรารถนาที่ลุกโชน

    บรรยากาศภายในรถ รถสปอร์ตคันหรูที่มีกระจกนิรภัยสีเข้มมืดสนิทเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบทว่ารวดเร็ว มุ่งตรงไปยังลานจอดรถ ขาเรียวยาวมุ่งสู่เพนต์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวขั้นสุดของเขาไอรีนกายสั่นระริกอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ฤทธิ์ยาปลุกกำเซ็กส์ชนิดรุนแรงกำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอจนหลุดลอย ความร้อนรุ่มปานไฟเผาส่งผลให้คนตัวเล็กร้อนวูบวาบไปทั่วท้องน้อย ลมหายใจหอบถี่ติดขัด เหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามผิวกายเนียนลื่น ความต้องการที่ไม่เคยพบเจอจู่โจมจนเธอต้องขบริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกั้นเสียงครางอย่างน่าอัปยศเมื่อประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกชั้นสูงสุดเพนต์เฮาส์ อลันกระชับร่างบางในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา ร่างกายของไอรีนสั่นเทาและตอบสนองเข้าหาอกแกร่งตามสัญชาตญาณ เขาพาร่างของเธอมาวางลงบนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์กลางห้องนอนใหญ่ แสงไฟสีส้มสลัวดึงดูดบรรยากาศให้ดิ่งลึกสู่ความวาบหวาม“อลัน... ชะ.. ช่วย... ช่วยฉันที...”ไอรีนส่งเสียงครางแผ่วเบา น้ำตาไหลอาบแก้มเนียน ร่างกายบิดเกร็งด้วยความทรมานจากฤทธิ์ยาที่รุนแรง มือเรียวเล็กไขว่คว้าเหนี่ยวรั้งชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นอลันโน้มตัวลงนั่งข้างกายเธอ มือหนาเรียว

  • ใต้กลลวงของคนเลว   วิกเตอร์ วิตโตรีโอ

    กลิ่นควันซิการ์ราคาแพงอบอวลอยู่ในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดของคาสิโนขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ที่ซึ่งแสงไฟนีออนด้านล่างทอดเงายาวผ่านกระจกบานโตเข้ามาทับเรือนร่างสูงใหญ่ของชายคนหนุ่มร่างสูงวิกเตอร์ หรือวิตโตรีโอ โรมาโน คู่อริคนสำคัญและศัตรูอาฆาตเบอร์หนึ่งของอลัน ชายหนุ่มลูกครึ่งไทยอิตาลีผู้มีใบหน้าคมหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ สันกรามคมกริบ นัยน์ตาสีรัตติกาลลึกล้ำเฉี่ยวคมรับกับโครงหน้าเข้ม รูปร่างสูงใหญ่กำยำบดบังแสงไฟจนดูราวกับเงามืดขนาดใหญ่ภูมิหลังของวิกเตอร์ไม่ได้เรียบง่ายหรือเติบโตในโลกสีขาวเลยแม้แต่น้อย เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลมาเฟียเก่าแก่ทางตอนใต้ของซิซิลี ประเทศอิตาลี ผู้กุมอำนาจเครือข่าย โคซา โนสตรา รุ่นก่อน มารดาของเขาเป็นสตรีชนชั้นสูงชาวไทยที่ถูกดึงเข้าสู่วงเวียนตระกูลมาเฟียตั้งแต่วัยเด็กวิกเตอร์ได้รับการหล่อหลอมมาด้วยเลือด ความรุนแรง และคมกระสุน เขาถูกเคี่ยวกรำให้เป็นนักฆ่าตั้งแต่อายุเพียงสิบสองปี ได้เรียนรู้การเอาชีวิตรอดผ่านการหักหลังและฆ่าฟันกันเองภายในตระกูลเพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูล จนกระทั่งเขากวาดล้างพี่น้องต่างมารดาและยึดอำนาจตระกูลมาเฟียมาไว้ในฝ่ามือได้สำเร็จตั้งแต

  • ใต้กลลวงของคนเลว   ควบคุม

    สามวันผ่านไปนับจากบทสนทนาอันน่าหวาดหวั่นทางโทรศัพท์ในคืนนั้น ไอรีนและอลันไม่ได้พูดคุยกันอีกเลยนอกจากเรื่องงานที่เป็นทางการ เธอยังคงไปทำงานตามปกติ ยังคงเห็นรถเอสยูวี สีดำติดฟิล์มมืดสนิทคันเดิมจอดซุ่มอยู่ไม่ไกลจากหน้าบ้านทุกเช้า ทว่าเธอทำได้เพียงแค่เดินผ่านไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง เธอบอกตัวเองว่านี่คือการเอาตัวรอดอย่างสงบ แต่ลึกๆ รู้ดีว่าแท้จริงแล้วมันคือความหวาดผวาที่เธอไร้กำลังจะต่อต้านอำนาจอันเยือกเย็นของชายคนนั้น ที่ทำงาน... อลันไม่ได้ก้าวลงมายังแผนกบัญชีอีกเลยนับตั้งแต่คืนนั้น ไม่มีข้อความส่วนตัว ไม่มีสายตาจับจ้องจากปลายทางเดิน ไม่มีแม้กระทั่งการบังเอิญพบกันในลิฟต์ ไอรีนควรจะรู้สึกผ่อนคลาย แต่ทว่าทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านมุมมืด หรือยามที่ประตูลิฟต์เปิดออก หัวใจของเธอกลับสั่นระทึกด้วยความระแวง ร่างกายเกร็งตึงด้วยความหวาดกลัวว่าเงาร่างอันน่าเกรงขามและบรรยากาศกดดันของเขาจะปรากฏขึ้นมาเมื่อใด กระทั่งเบญจ์สังเกตเห็นอาการผวาและหวาดระแวงของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจน แต่ครั้งนี้เธอเลือกที่จะนิ่งเฉย เพียงส่งสายตาเป็นห่วงและเห็นใจมาให้เป็นระยะ ราวกับรู้ดีว่าเรื่องราวนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจ

  • ใต้กลลวงของคนเลว   ตัวตนที่แท้จริงของเขา

    หลังจากคืนงานเลี้ยงอันหรูหราริมแม่น้ำ ชีวิตของไอรีนดำเนินไปอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นปกติอีกครั้ง เธอตื่นแต่เช้า ออกไปทำงาน ตรวจสอบตัวเลขในบัญชี แล้วกลับบ้านมาดูไออุ่น ทุกอย่างเรียบร้อยเป็นกิจวัตรที่คุ้นเคยราวกับไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแต่บางครั้งในหัวก็ฉายภาพความเย็นชาอันน่าขนลุกของอลันในคืนนั้น กับน้ำเสียงอ่อนโยนที่ใช้เรียกชื่อเธอเปล่าๆ เป็นครั้งแรก สองสิ่งนี้ฉายวนตัดกันชัดเจนในความทรงจำ จนบางครั้งเธอเองก็สับสนว่าอันไหนคือตัวตนที่แท้จริงภายใต้หน้ากากของเขากันแน่หนึ่งอาทิตย์ถัดมา ไอรีนเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเล็กๆ เป็นครั้งแรก ระหว่างเดินจากป้ายรถเมล์ไปยังตึกบริษัท เธอรู้สึกราวกับมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องและก้าวตามอยู่ในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เมื่อหันกลับไปมอง กลับมีเพียงฝูงชนเดินถนนทั่วไปที่มุ่งหน้าไปยังจุดหมายของตน เธอสะบัดหัวไล่ความหวาดระแวง บอกตัวเองว่าคงแค่คิดมากไปเองจากเหตุการณ์ตึงเครียดในคืนวันนั้นแต่สัญชาตญาณกลับไม่เคยโกหกคนตัวเล็ก วันถัดมา ขณะนั่งกินข้าวเที่ยงคนเดียวในร้านอาหารใกล้บริษัท เธอสังเกตเห็นชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำเข้มนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมอับ เขาไม่ได้สนใจอาหารตรงหน้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status