Share

ทางเลือก

last update publish date: 2026-08-22 11:57:24

คืนก่อนวันเริ่มงาน ไอรีนนั่งจมอยู่ในความมืดของห้องนอนเป็นเวลานาน แสงจันทร์สีเงินนวลสาดผ่านผ้าม่านบางลงมาทาบบนพื้นไม้ปาร์เกต์ เกิดเป็นลายเงาซี่โครงที่ไหวพริบช้าๆ ตามแรงลมพัดสบัดเบา หญิงสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง สายตาเลื่อนลอยทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งมีเพียงหลังคาบ้านเรือนเรียงรายใต้ท้องฟ้าที่มืดสนิทไร้ดาว

ความคิดของเธอย้อนกลับไปไกลกว่าสามวันที่ผ่านมา... ย้อนกลับไปถึงคืนที่ตำรวจโทรมาแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพ่อ น้ำเสียงเป็นทางการของคนปลายสาย คำว่า "อุบัติเหตุ" ที่ฟังดูว่างเปล่าและแห้งแล้งเกินกว่าจะอธิบายความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ที่ตามมา เธอจำได้แม่นยำว่าตัวเองยืนนิ่งเคว้งคว้างอยู่กลางห้องครัวนานเท่าไรก่อนจะรู้สึกตัวว่าน้ำตาไหลอาบแก้ม และจำได้ดียิ่งกว่านั้นว่านับแต่วันนั้น เธอไม่เคยมีเวลาให้ตัวเองได้โศกเศร้าอย่างเต็มที่เลยสักครั้ง เพราะภาระอันหนักอึ้งรอบด้านรอให้สะสาง ทั้งงานศพ เอกสารมรดก และการดูแลไออุ่นที่ยังคงตัวสั่นพรั่นพรึงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเบรกรถยนต์ดังบาดแก้วหูบนท้องถนน

พ่อของเธอเป็นชายเงียบขรึม ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในบริษัทค้าวัสดุก่อสร้างมาเกือบสามสิบปี ไม่เคยดื่มเหล้า ไม่เคยเล่นการพนัน และไม่เคยแสดงท่าทีว่ามีปัญหาทางการเงินให้ลูกสาวทั้งสองต้องเป็นกังวล ทุกๆ เดือนเขาจะพาไอรีนและไออุ่นไปกินข้าวที่ร้านประจำ สั่งอาหารเมนูเดิมเสมอ เป็นความเรียบง่ายที่ทำให้ไอรีนเชื่อมั่นมาตลอดว่าเธอรู้จักพ่อของเธอดีที่สุดในโลก

ทว่าสัญญากู้ยืมเงินสิบสองล้านบาทที่ปรากฏขึ้นหลังการตายของเขากลับเปิดเผยให้เห็นว่า อาจมีบางมุมมืดในชีวิตของพ่อที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย และความไม่รู้นั้นเองที่กรีดลึกลงในใจให้รู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าตัวเลขหนี้สินเสียอีก เธอไม่ได้เพียงแค่สูญเสียพ่อไปตลอดกาล แต่กำลังสูญเสียภาพจำอันแสนดีที่เคยมีต่อเขาไปทีละน้อยด้วยเช่นกัน

เสียงเคาะประตูเบาๆ ดึงไอรีนให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน ไออุ่นแง้มประตูเข้ามา สวมชุดนอนลายดอกไม้หวาน ผมยาวสั้นสยายลอยชายอยู่บนบ่า

"พี่ไอรีนยังไม่นอนอีกเหรอคะ" ไออุ่นถามพลางเดินเข้ามานั่งลงที่ขอบเตียง

"ยังนอนไม่หลับน่ะ" ไอรีนตอบ พยายามปรับสีหน้าแล้วส่งยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

ไออุ่นมองหน้าพี่สาวอยู่ครู่หนึ่งด้วยสายตาสบลึกเกินวัย

"พี่ไอรีน พรุ่งนี้พี่จะไปทำงานใหม่ใช่ไหมคะ... ที่พี่บอกหนูเมื่อเย็น"

"ใช่จ้ะ" ไอรีนตอบสั้นๆ เธอบอกไออุ่นไปเพียงว่าได้งานทำบัญชีให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง รายได้ดีพอจะช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของครอบครัวได้มาก ไม่ได้ปริปากเอ่ยถึงรายละเอียดซับซ้อนอื่นใดทั้งสิ้น ไม่พูดถึงตึกสูงเสียดฟ้าที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นเกินความจำเป็น ไม่เอ่ยถึงชายผู้มีสายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งทว่ากลับพูดถึงเรื่องสกปรกอย่างหน้าตาเฉย

"หนูดีใจนะที่พี่ได้งานใหม่" ไออุ่นพูดพลางแย้มยิ้ม "แต่พี่ดูเครียดกว่าปกติ... พี่แน่ใจนะคะว่าทุกอย่างโอเค"

ไอรีนยื่นมือไปลูบเรือนผมนุ่มของน้องสาวอย่างเบามือ เหมือนที่เคยทำมาตั้งแต่ไออุ่นยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ "โอเคสิ พี่แค่ต้องปรับตัวกับที่ทำงานใหม่นิดหน่อย ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก"

ไออุ่นพยักหน้ารับ คล้ายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็เลือกที่จะไม่ซักไซ้ต่อ เธอลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มจางๆ

"พี่ไอรีน ขอบคุณนะคะที่ดูแลหนูมาตลอด หนูรู้ว่าตั้งแต่พ่อไม่อยู่ พี่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว... หนูอยากให้พี่รู้ว่าหนูขอบคุณพี่มากจริงๆหนูรักพี่นะ"

คำพูดนั้นทำให้ลำคอของไอรีนตีบตันขึ้นมาทันที เธอพยายามกลืนก้อนความรู้สึกกดทับลงไป แล้วยิ้มให้น้องสาวอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้

"รีบไปนอนเถอะ พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้าไม่ใช่เหรอ"

เมื่อประตูปิดลง ไอรีนเอนกายลงนอนบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้เธอปล่อยให้ตัวเองยอมรับความจริงอย่างเต็มหัวใจเป็นครั้งแรก... นั่นคือไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะอันตรายหรือมืดมนเพียงใด เธอก็ต้องก้าวต่อไป เพราะเบื้องหลังของเธอมีน้องสาวผู้พึ่งพาเธอเพียงคนเดียวในโลกใบนี้ และเธอจะไม่มีวันยินยอมให้อะไรมาทำร้ายไออุ่นได้อย่างเด็ดขาด

เช้าวันรุ่งขึ้น ไอรีนรู้สึกตัวตื่นก่อนนาฬิกาปลุกจะส่งเสียง ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังคงเป็นสีม่วงอมฟ้าจางๆ ของรุ่งอรุณที่ยังไม่สว่างเต็มที่ เธอลุกขึ้นอาบน้ำ แต่งกายด้วยชุดทำงานที่เรียบง่ายแต่ดูเป็นมืออาชีพที่สุดเท่าที่ตู้เสื้อผ้าพอจะมี เสื้อเชิ้ตสีขาวนวลตัดกับกางเกงสแล็คสีดำทรงสวย ผมมัดรวบเรียบร้อยไว้ด้านหลัง หญิงสาวเพ่งมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่อยู่นาน พยายามค้นหาความมั่นใจจากสิ่งที่เห็น แม้ลึกๆ ในอกจะรู้สึกราวกับกำลังก้าวเข้าสู่สนามรบที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ตาม

ร่างบางรินกาแฟร้อนใส่กระบอกเก็บความร้อน กลิ่นหอมอบอวลช่วยคลายความตึงเครียด ก่อนจะช้อนสายตามองนาฬิกาบนผนังครัว... เจ็ดโมงสี่สิบห้านาที ยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่ก่อนถึงเวลานัดหมาย ทว่าความกระสับกระส่ายกลับบีบคั้นให้อยู่นิ่งไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจออกจากบ้านก่อนเวลาเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง

ท้องถนนยามเช้าเนืองแน่นไปด้วยยานพาหนะที่เร่งรีบขวักไขว่ ไอรีนนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ เหม่อมองผ่านกระจกหน้าต่างไปยังผู้คนที่เดินสวนกันไปมาบนทางเท้า แต่ละคนต่างมีเรื่องราวและภาระชีวิตของตนเอง เธออดคิดไม่ได้ว่าเมื่อวานนี้เอง ชีวิตของเธอก็ยังเป็นเพียงหนึ่งในนั้น เป็นนักบัญชีอิสระธรรมดาๆ ที่มีความวิตกแค่เรื่องใบแจ้งหนี้ค่าน้ำค่าไฟ แต่วันนี้เธอกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนโดยสิ้นเชิง

ตึกเอเวอร์กรีนปรากฏแก่สายตาตั้งแต่ระยะไกล อาคารสูงตระหง่านโดดเด่นเหนือตึกรอบข้าง กระจกสีเข้มสะสาดแสงแดดยามเช้าจนแวววาวราวกับปราสาทแก้วที่ซุกซ่อนความลับมืดดำไว้ภายใน ไอรีนรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องทันทีที่แท็กซี่เลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลักมุ่งตรงไปยังอาคารนั้น เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามบังคับจังหวะหัวใจที่เริ่มรัวระทึกขึ้นทุกขณะ

เมื่อก้าวเข้าสู่ล็อบบี้อันหรูหราในเวลาแปดโมงห้าสิบห้านาที ไอรีนพบชายหนุ่มคนหนึ่งยืนรออยู่บริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับ เขาแต่งกายด้วยชุดสูทสีนํ้าเงินเข้มที่ดูผ่อนคลายกว่าของอลัน แต่ยังคงความเป๊ะและมีระเบียบในทุกรายละเอียด เขารูปร่างสูงใหญ่ บ่ากว้าง ใบหน้าคมเข้มติดรอยยิ้มเป็นมิตรซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากบรรยากาศเย็นชาที่เธอเคยสัมผัสจากอลัน

"คุณไอรีนใช่ไหมครับ" เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางยื่นมือมาทักทาย

"ผมชื่อแม็กซ์ เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณอลัน วันนี้ผมจะพาคุณไปทำสัญญาและแนะนำงานเบื้องต้นครับ"

ไอรีนยื่นมือไปแตะจับเบาๆ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเล็กๆ ที่ช่วยเจือจางความเย็นเยียบของตึกทั้งหลัง "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"

"เชิญทางนี้ครับ" แม็กซ์ผายมือนำทางไปยังลิฟต์ส่วนตัว ระหว่างก้าวเดิน เขาลอบมองไอรีนด้วยสายตาพิจารณาเล็กน้อยแต่ปราศจากความคุกคาม

"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นนะครับ ทุกคนที่มาที่นี่ครั้งแรกก็มีท่าทางแบบนี้กันทุกคน"

"มันดูออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอคะ" ไอรีนถามกลับ พยายามแทรกอารมณ์ขันเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดในอก

แม็กซ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "มือคุณกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วเกร็งขาวหมดแล้วครับ"

ไอรีนก้มมองมือตัวเองแล้วรีบคลายเกร็งทันที ทำให้แม็กซ์ยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด บรรยากาศระหว่างทั้งสองผ่อนคลายลงเล็กน้อยขณะลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน ตัวเลขชั้นบนแผงควบคุมเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... สิบ... สิบห้า... ยี่สิบ ก่อนจะจอดนิ่งที่ชั้นสิบห้าตามที่อลันเคยระบุไว้ทางโทรศัพท์

ประตูลิฟต์เปิดออกสู่พื้นที่สำนักงานซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างจากห้องทำงานส่วนตัวของอลันอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นความหรูหราสงบเงียบ ที่นี่กลับคึกคักไปด้วยพนักงานที่เดินไปมาอย่างขะมักเขม้น เสียงกดคีย์บอร์ดดังสม่ำเสมอผสมผสานกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเป็นระยะ ดูเป็นองค์กรธุรกิจปกติธรรมดาที่ไม่มีสิ่งใดน่าสงสัย

"ที่นี่คือแผนกบัญชีและการเงินของบริษัทในเครือครับ" แม็กซ์อธิบายพลางพาเธอเดินผ่านแถวโต๊ะทำงาน

"คุณจะได้ทำงานร่วมกับทีมนี้เป็นหลัก แต่จะต้องรายงานตรงต่อคุณอลันในบางโปรเจกต์ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ"

"บางโปรเจกต์..." ไอรีนทวนคำ ความสงสัยฉายชัดในน้ำเสียง

แม็กซ์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองเธอด้วยสายตาจริงจังขึ้นทันตา "คุณไอรีน... ผมขอให้คำแนะนำไว้อย่างหนึ่ง ทำงานของคุณให้ดีที่สุด อย่าถามคำถามที่ไม่จำเป็น และอย่าเข้าไปยุ่งกับเอกสารที่คุณไม่ได้ทำหน้าที่ดูแล นั่นจะปลอดภัยสำหรับตัวคุณที่สุดครับ"

น้ำเสียงของเขายังคงนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยน้ำหนักของคำเตือนที่หนักแน่น ไอรีนพยักหน้ารับ สัมผัสได้ถึงปราการไร้รูปที่โอบล้อมทุกตารางนิ้วของตึกแห่งนี้ ทั้งสองเดินต่อไปยังห้องประชุมเล็กตรงมุมชั้น มีโต๊ะกระจกใสวางอยู่กลางห้อง บนนั้นมีเอกสารสัญญาจ้างงานจัดวางไว้อย่างมีระเบียบ พร้อมปากกาหมึกซึมสีดำวางขนานอยู่ข้างๆ

"อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนเซ็นนะครับ" แม็กซ์เปิดประตูให้เธอ "ผมจะรออยู่ข้างนอก มีอะไรสงสัยเรียกผมได้ตลอดเวลาครับ"

ไอรีนนั่งลงบนเก้าอี้ พลางทอดสายตามองกองเอกสารตรงหน้าที่หนาเกือบหนึ่งเซนติเมตร ตัวอักษรขนาดเล็กเรียงแน่นเต็มหน้ากระดาษนับสิบแผ่น เธอเริ่มเปิดอ่านทีละหน้าอย่างละเอียดรอบคอบ สายตากวาดผ่านข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาความลับ ข้อตกลงระยะเวลาสัญญาขั้นต่ำสามปี รวมถึงบทลงโทษรุนแรงหากมีการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทแก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทั่งในหน้าสุดท้าย มีข้อความสั้นๆ ข้อหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเธอชะงักจังหวะไปชั่วขณะ

เมื่อผู้ว่าจ้างลงนามในสัญญาฉบับนี้ หนี้สินทั้งหมดของนายธนากร ธนวัฒน์ ที่มีต่อบริษัท เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง จำกัด จะถือเป็นอันยกเลิกและสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ นับตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป

ไอรีนอ่านประโยคนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้แน่ใจว่ามันคือข้อผูกพันทางกฎหมายจริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญาปากเปล่า หญิงสาวทาบฝ่ามือลงบนกระดาษ รู้สึกได้ถึงน้ำหนักมหาศาลของพันธนาการใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เธอหยิบปากกาขึ้นมา มือน้อยสั่นเทาเล็กน้อยขณะปลายปากกาจรดลงบนเส้นประด้านล่างกระดาษ ในหัวนึกถึงภาพรอยยิ้มของไออุ่นเมื่อคืนก่อน นึกถึงใบหน้าของพ่อในวันเก่าๆ ที่ยังคงเปี่ยมสุขโดยไร้ร่องรอยของหนี้สินใดๆ

เธอจรดปลายปากกาและลงลายมือชื่อของตัวเองอย่างหนักแน่น... แม้ก้อนเนื้อในอกจะเต้นระส่ำก็ตาม ครั้นเมื่อวางปากกาลง ประตูห้องประชุมก็เปิดออกอย่างไม่มีสัญญาณเตือน ไอรีนเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ และพบว่าผู้ที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่แม็กซ์ หากแต่เป็นอลันที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ตัดกับเสื้อเชิ้ตขาวตัวในอย่างเรียบร้อยสายตาคมกริบจับจ้องไปยังสัญญาที่มีลายเซ็นสดใหม่ของเธอ ก่อนจะช้อนขึ้นสบตากับเธอตรงๆ มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ผสมผสานระหว่างความพึงพอใจและบางสิ่งที่ลึกล้ำเกินกว่าไอรีนจะอ่านออก

"ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการ คุณไอรีน" เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มเรียบเช่นเคย ทว่าแววตากลับทรงพลังเสียจนทำให้ไอรีนรู้สึกเหมือนเธอเพิ่งก้าวข้ามเส้นแบ่งบางอย่างที่ไม่สามารถย้อนกลับได้อีกต่อไป

เขาสืบเท้าเข้ามาในห้อง หยิบสัญญาขึ้นมาพลิกดูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวางกลับลงบนโต๊ะพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย "จากนี้ไป คุณไม่ใช่แค่คนที่เป็นหนี้ผมอีกต่อไป... แต่คุณคือคนของผม"

คำพูดนั้นเรียบง่ายทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจมหาศาล ไอรีนรู้สึกขนลุกซาบซ่านไปทั้งแขน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความหวาดหวั่น หรือเป็นเพราะกระแสความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองยังไม่กล้าคิด เธอทำได้เพียงพยักหน้ารับเบาๆ ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดตอบกลับไป

อลันหมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวอะไรเพิ่ม ทิ้งไอรีนไว้กับความเงียบและสัญญาจ้างงานที่วางอยู่บนโต๊ะกระจก เธอมองตามแผ่นหลังนิ่งสงบของเขาที่ลับหายไปตามทางเดิน ความรู้สึกในใจสับสนปั่นป่วนราวกับพายุที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ

เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่า ประโยคที่เขาเอ่ยเมื่อครู่จะนำพาชีวิตเธอไปสู่สิ่งใดในทางปฏิบัติ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอตระหนักได้อย่างเด่นชัด... คือนับตั้งแต่วินาทีที่ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษแผ่นนี้ เธอได้ก้าวเข้าสู่โลกของผู้ชายที่ชื่อว่า อลัน อย่างเต็มตัวแล้ว และไม่มีทางที่ชีวิตจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้กลลวงของคนเลว   คำมั่นสัญญา

    หกเดือนผ่านไปอย่างเงียบงัน ราวกับกาลเวลาได้ตั้งใจทอดตัวให้ทุกบาดแผลค่อยๆ สมานลงทีละน้อย คฤหาสน์หลังงามใจกลางเมืองซึ่งครั้งหนึ่งเคยปกคลุมด้วยเงาแห่งความหวาดระแวง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สด เสียงหัวเราะแผ่วใส และแสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามาแต้มพื้นหินอ่อนเป็นประกายอ่อนโยน ทุกมุมของบ้านคล้ายได้รับชีวิตใหม่ อลันยังคงอยู่เคียงข้างไอรีนไม่ห่าง ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เขาเฝ้าดูชีวิตของเธออย่างใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยที่สุด ไอรีนในชุดคลุมท้องสีอ่อนยืนอยู่ริมหน้าต่าง ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสงบ หน้าท้องที่นูนขึ้นตามอายุครรภ์หกเดือนทำให้เธอดูอ่อนโยนกว่าเดิมอย่างประหลาด และทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนชีวิตน้อยๆ ใต้ฝ่ามือ อลันก็มักจะมองภาพนั้นด้วยแววตาแน่นิ่งลึกซึ้ง ราวกับทั้งโลกของเขาถูกย่ออยู่ตรงหน้าเพียงเท่านี้หลังการขอแต่งงานในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงเทียนและคำสัญญา งานวิวาห์ของทั้งคู่ก็ผ่านพ้นไปอย่างงดงาม มิใช่เพราะความหรูหราของสถานที่หรือเสียงชื่นชมจากผู้คน หากเพราะในวันนั้น ไอรีนได้เห็นชายผู้เคยแบกรับทุกอย่างเพียงลำพังยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยหัวใจที่เปิดเผยที่สุด อลันไม

  • ใต้กลลวงของคนเลว   คลี่คลาย 1.2

    "เธอเหนื่อยมามากแล้วนะไออุ่น..." แม็กซ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลกว่าทุกครั้ง มือหนาที่แข็งแรงขึ้นตามลำดับเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้เบาๆ "ตลอดหนึ่งเดือนเต็ม เธอยอมทิ้งชีวิตตัวเองมานั่งเฝ้าผู้ชายเลือดเย็นอย่างฉัน... ไม่เหนื่อยบ้างเลยหรือไง"ไออุ่นส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคมของเขาอย่างมั่นคง“เหนื่อยดิ คิดว่าฉันเป็นหุ่นยนต์หรือไง” ไออุ่นตอบทันควัน ทำเอาแม็กซ์ชะงักไปเล็กน้อย เธอถอนหายใจพรืดแล้วเหลือบมองเขาด้วยแววตาดื้อๆ “แต่เหนื่อยแล้วไง นายยังหายใจอยู่ ฉันก็ต้องดูแลต่อสิ คนอย่างนายถ้าปล่อยไว้คนเดียวไม่เกินครึ่งวันก็คงดื้อจนแผลฉีกอีก แล้วก็อย่ามาทำหน้าเหมือนตัวเองเป็นภาระนะ ฉันไม่ชอบ” น้ำเสียงห้าวของเธอแข็งอยู่เพียงเปลือกนอก แต่ท้ายประโยคกลับเบาลงเหมือนคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งอย่างอ่อนโยน “อีกอย่าง...ถ้าวันนั้นไม่มีนาย ฉันก็คงไม่ได้มายืนด่านายตรงนี้เหมือนกัน เพราะงั้นเลิกคิดมาก แล้วกินซุปซะ”แม็กซ์มองเธออยู่ครู่ใหญ่ เหมือนต้องการแน่ใจว่าทุกคำของเธอเป็นจริง “ฉันเคยคิดว่าถ้าไม่ผูกพันกับใคร ก็จะไม่มีใครใช้เป็นจุดอ่อนของฉันได้” เขาพู

  • ใต้กลลวงของคนเลว   คลี่คลาย 1.1

    เวลาล่วงเลยผ่านไป ราวกับ เพื่อปล่อยให้ร่างกายที่บอบช้ำและหัวใจที่ผ่านคืนเลวร้ายได้ค่อยๆ เยียวยาตัวเอง บ้านพักริมทะเลหลังเดิมซึ่งเคยเป็นสมรภูมิของเสียงปืน ถูกซ่อมแซมทีละส่วนจนเกือบไม่เหลือร่องรอยของคืนนั้น รอยกระสุนบนเสาไม้หน้าระเบียง แม้ช่างจะเสนอให้เปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ไออุ่นกลับขอให้เก็บรอยเล็กๆ รอยหนึ่งไว้ มันอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเสียจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น แต่สำหรับเธอ รอยนั้นไม่ใช่อนุสรณ์ของความรุนแรง หากเป็นเครื่องเตือนใจว่าพวกเขารอดมาแล้วจริงๆ และชีวิตหลังจากนี้ไม่ควรถูกใช้ไปกับการหวาดกลัวเพียงอย่างเดียวในสัปดาห์แรก บ้านทั้งหลังยังมีกลิ่นสี กลิ่นยาฆ่าเชื้อ และกลิ่นเค็มของทะเลปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร เสียงค้อนจากช่างซ่อมดังขึ้นตั้งแต่สายและเงียบลงก่อนตะวันตกดิน ไออุ่นเป็นคนเดินตรวจทุกมุมด้วยตัวเอง เธอถามตั้งแต่ชนิดของสกรูที่ใช้ยึดบานพับ ไปจนถึงระยะเวลาสำรองไฟของสัญญาณเตือนภัย นายช่างวัยกลางคนพยายามอธิบายอย่างละเอียด ทว่าเมื่อเห็นหญิงสาวกอดอกขมวดคิ้ว เขาก็รีบยืนยันว่าได้ทดสอบทุกอย่างแล้วถึงสามรอบ เธอพยักหน้าเพียงนิด ก่อนทิ้งท้ายเสียงห้าวว่า “ดี ถ้าดังช้ากว่าคนร้ายครึ

  • ใต้กลลวงของคนเลว   บทสรุป 1.2

    ครั้งหนึ่ง วิกเตอร์เคยเชื่อว่าโซเฟียไม่ใช่น้องสาวของอลันจริงๆ เชื่อหลักฐานปลอมที่ถูกจัดฉาก เชื่อในศักดิ์ศรีของตนมากกว่าดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของหญิงสาวคนนั้น คืนที่เขาลงมือ เขาจำได้ว่าโซเฟียไม่ได้ร้องขอชีวิตให้นานนัก เธอเพียงเรียกชื่อเขาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นจนแทบไม่เป็นคำ เหมือนคนที่ยังเชื่อว่าเขาจะหยุดได้ในวินาทีสุดท้าย ทว่าความโกรธในตอนนั้นทำให้เขาหูหนวกและตาบอด เขาเลือกจะฟังเสียงของตนเองมากกว่าความจริง และเมื่อความทรงจำเหล่านั้นย้อนกลับมาในคืนนี้ มันจึงไม่ใช่เพียงภาพอดีต หากเป็นคำพิพากษาที่ไม่มีศาลใดเมตตาได้อีกเสียงหัวเราะของวิกเตอร์แปรเปลี่ยนเป็นเสียงสะอื้นที่บิดเบี้ยวและเจ็บปวด เขาทรุดลงกับพื้นชั่วขณะก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาว่างเปล่า คนที่เคยเชื่อว่าตนควบคุมทุกอย่างได้กำลังแตกสลายอยู่ตรงหน้าทุกคน เขาล้วงปืนออกมาจากเสื้อคลุมด้วยมือที่สั่นเทา ปลายกระบอกปืนยกขึ้นจ่อขมับตนเองอย่างเชื่องช้า “โซเฟีย...พี่ขอโทษ” คำพูดนั้นหลุดออกจากปากเขาเหมือนเสียงของคนที่ถูกความผิดบาปฉีกทึ้งจนไม่เหลือศักดิ์ศรีใด ๆ อีกต่อไป อลันตะโกนห้าม แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะใช้คำพูดหยุดยั้งได้วา

  • ใต้กลลวงของคนเลว   บทสรุป 1.1

    ค่ำคืนนั้น คฤหาสน์หลังใหญ่จมอยู่ใต้ความเงียบอันหนักอึ้ง ราวกับทุกเสียงในโลกถูกกลืนหายไปพร้อมกับความหวังที่ค่อย ๆ ริบหรี่ลงในหัวใจ ไอรีนนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวเดิมมานานเกินกว่าจะนับเวลาได้ สองมือของเธอประสานแน่นจนปลายนิ้วเย็นเฉียบ ริมฝีปากสั่นระริกขณะพึมพำคำภาวนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดวงตาคู่สวยแดงช้ำจากการร้องไห้ แต่เธอก็ไม่กล้าปิดเปลือกตาลงแม้เพียงวินาทีเดียว เพราะทุกครั้งที่หลับตา ภาพของไออุ่น น้องสาวสุดที่รัก ก็จะฉายชัดขึ้นมาในความมืดด้วยใบหน้าซีดเผือด เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่ไม่มีใครรู้ว่าจะไปถึงทันหรือไม่ ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจเธออย่างเงียบงัน หากวันนั้นเธอระวังมากกว่านี้ หากเธอปกป้องน้องได้ดีกว่านี้ เหตุการณ์ทั้งหมดอาจไม่เดินทางมาถึงจุดที่ทุกลมหายใจต้องแลกกับความหวาดหวั่นเช่นนี้ก็เป็นได้ภายในบ้าน ไม่มีใครกล้าพูดเสียงดัง ผู้ติดตามยืนกระจายตัวอยู่ตามมุมห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เสียงนาฬิกาบนผนังดังติ๊กต่อกเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าในความรู้สึกของไอรีน มันกลับดังราวกับเสียงตอกย้ำวินาทีแห่งการรอคอยอันโหดร้าย ทุกนาทีที่ผ่านไปหมายถึงอันตรายที่อาจเพิ่มขึ้นอีกห

  • ใต้กลลวงของคนเลว   เงื่อนงำที่คลี่คลาย

    บรรยากาศภายในคฤหาสน์ของอลันหนักอึ้งราวกับอากาศทั้งหลังถูกกดทับด้วยเงามืดแห่งความสูญเสีย ทุกคนในบ้านต่างเงียบงัน ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมาเกินความจำเป็น เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดที่วิ่งเข้าออกด้านนอกดังแว่วมาเป็นระยะ แต่ภายในห้องรับรองใหญ่กลับเต็มไปด้วยความเงียบที่บีบรัดหัวใจยิ่งกว่าสิ่งใด ๆไอรีนนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ร่างบางสั่นสะท้านจนแทบทรงตัวไม่อยู่ น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เมื่อภาพน้องสาวเพียงคนเดียวถูกพาตัวไปยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า“ไออุ่น... ฮึก... อลัน ไออุ่นจะเป็นอะไรไหม” เสียงของเธอสั่นพร่าแทบไม่เป็นคำ “ฉันควรอยู่กับน้อง ฉันไม่ควรปล่อยให้น้องต้องเจอเรื่องแบบนั้นเลย”อลันนั่งอยู่ข้างเธอ แขนแกร่งโอบร่างคนที่กุมหัวใจของเขาเอาไว้แน่น เขากดศีรษะทุยของเธอให้ซบลงกับอกกว้าง แล้วลูบแผ่นหลังเล็กอย่างปลอบประโลม แม้สีหน้าของเขาจะนิ่งขึง แต่แววตาคมกริบกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกผิดกัดกินอยู่ลึก ๆ ในใจ เขาเป็นคนที่ควรปกป้องทุกคนในครอบครัว แต่ในค่ำค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status