Share

ทางเลือก

last update Tanggal publikasi: 2026-08-22 11:57:24

คืนก่อนวันเริ่มงาน ไอรีนนั่งจมอยู่ในความมืดของห้องนอนเป็นเวลานาน แสงจันทร์สีเงินนวลสาดผ่านผ้าม่านบางลงมาทาบบนพื้นไม้ปาร์เกต์ เกิดเป็นลายเงาซี่โครงที่ไหวพริบช้าๆ ตามแรงลมพัดสบัดเบา หญิงสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง สายตาเลื่อนลอยทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งมีเพียงหลังคาบ้านเรือนเรียงรายใต้ท้องฟ้าที่มืดสนิทไร้ดาว

ความคิดของเธอย้อนกลับไปไกลกว่าสามวันที่ผ่านมา... ย้อนกลับไปถึงคืนที่ตำรวจโทรมาแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพ่อ น้ำเสียงเป็นทางการของคนปลายสาย คำว่า "อุบัติเหตุ" ที่ฟังดูว่างเปล่าและแห้งแล้งเกินกว่าจะอธิบายความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ที่ตามมา เธอจำได้แม่นยำว่าตัวเองยืนนิ่งเคว้งคว้างอยู่กลางห้องครัวนานเท่าไรก่อนจะรู้สึกตัวว่าน้ำตาไหลอาบแก้ม และจำได้ดียิ่งกว่านั้นว่านับแต่วันนั้น เธอไม่เคยมีเวลาให้ตัวเองได้โศกเศร้าอย่างเต็มที่เลยสักครั้ง เพราะภาระอันหนักอึ้งรอบด้านรอให้สะสาง ทั้งงานศพ เอกสารมรดก และการดูแลไออุ่นที่ยังคงตัวสั่นพรั่นพรึงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเบรกรถยนต์ดังบาดแก้วหูบนท้องถนน

พ่อของเธอเป็นชายเงียบขรึม ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในบริษัทค้าวัสดุก่อสร้างมาเกือบสามสิบปี ไม่เคยดื่มเหล้า ไม่เคยเล่นการพนัน และไม่เคยแสดงท่าทีว่ามีปัญหาทางการเงินให้ลูกสาวทั้งสองต้องเป็นกังวล ทุกๆ เดือนเขาจะพาไอรีนและไออุ่นไปกินข้าวที่ร้านประจำ สั่งอาหารเมนูเดิมเสมอ เป็นความเรียบง่ายที่ทำให้ไอรีนเชื่อมั่นมาตลอดว่าเธอรู้จักพ่อของเธอดีที่สุดในโลก

ทว่าสัญญากู้ยืมเงินสิบสองล้านบาทที่ปรากฏขึ้นหลังการตายของเขากลับเปิดเผยให้เห็นว่า อาจมีบางมุมมืดในชีวิตของพ่อที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย และความไม่รู้นั้นเองที่กรีดลึกลงในใจให้รู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าตัวเลขหนี้สินเสียอีก เธอไม่ได้เพียงแค่สูญเสียพ่อไปตลอดกาล แต่กำลังสูญเสียภาพจำอันแสนดีที่เคยมีต่อเขาไปทีละน้อยด้วยเช่นกัน

เสียงเคาะประตูเบาๆ ดึงไอรีนให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน ไออุ่นแง้มประตูเข้ามา สวมชุดนอนลายดอกไม้หวาน ผมยาวสั้นสยายลอยชายอยู่บนบ่า

"พี่ไอรีนยังไม่นอนอีกเหรอคะ" ไออุ่นถามพลางเดินเข้ามานั่งลงที่ขอบเตียง

"ยังนอนไม่หลับน่ะ" ไอรีนตอบ พยายามปรับสีหน้าแล้วส่งยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

ไออุ่นมองหน้าพี่สาวอยู่ครู่หนึ่งด้วยสายตาสบลึกเกินวัย

"พี่ไอรีน พรุ่งนี้พี่จะไปทำงานใหม่ใช่ไหมคะ... ที่พี่บอกหนูเมื่อเย็น"

"ใช่จ้ะ" ไอรีนตอบสั้นๆ เธอบอกไออุ่นไปเพียงว่าได้งานทำบัญชีให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง รายได้ดีพอจะช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของครอบครัวได้มาก ไม่ได้ปริปากเอ่ยถึงรายละเอียดซับซ้อนอื่นใดทั้งสิ้น ไม่พูดถึงตึกสูงเสียดฟ้าที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นเกินความจำเป็น ไม่เอ่ยถึงชายผู้มีสายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งทว่ากลับพูดถึงเรื่องสกปรกอย่างหน้าตาเฉย

"หนูดีใจนะที่พี่ได้งานใหม่" ไออุ่นพูดพลางแย้มยิ้ม "แต่พี่ดูเครียดกว่าปกติ... พี่แน่ใจนะคะว่าทุกอย่างโอเค"

ไอรีนยื่นมือไปลูบเรือนผมนุ่มของน้องสาวอย่างเบามือ เหมือนที่เคยทำมาตั้งแต่ไออุ่นยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ "โอเคสิ พี่แค่ต้องปรับตัวกับที่ทำงานใหม่นิดหน่อย ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก"

ไออุ่นพยักหน้ารับ คล้ายเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็เลือกที่จะไม่ซักไซ้ต่อ เธอลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มจางๆ

"พี่ไอรีน ขอบคุณนะคะที่ดูแลหนูมาตลอด หนูรู้ว่าตั้งแต่พ่อไม่อยู่ พี่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว... หนูอยากให้พี่รู้ว่าหนูขอบคุณพี่มากจริงๆหนูรักพี่นะ"

คำพูดนั้นทำให้ลำคอของไอรีนตีบตันขึ้นมาทันที เธอพยายามกลืนก้อนความรู้สึกกดทับลงไป แล้วยิ้มให้น้องสาวอย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้

"รีบไปนอนเถอะ พรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้าไม่ใช่เหรอ"

เมื่อประตูปิดลง ไอรีนเอนกายลงนอนบนเตียงอีกครั้ง คราวนี้เธอปล่อยให้ตัวเองยอมรับความจริงอย่างเต็มหัวใจเป็นครั้งแรก... นั่นคือไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะอันตรายหรือมืดมนเพียงใด เธอก็ต้องก้าวต่อไป เพราะเบื้องหลังของเธอมีน้องสาวผู้พึ่งพาเธอเพียงคนเดียวในโลกใบนี้ และเธอจะไม่มีวันยินยอมให้อะไรมาทำร้ายไออุ่นได้อย่างเด็ดขาด

เช้าวันรุ่งขึ้น ไอรีนรู้สึกตัวตื่นก่อนนาฬิกาปลุกจะส่งเสียง ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังคงเป็นสีม่วงอมฟ้าจางๆ ของรุ่งอรุณที่ยังไม่สว่างเต็มที่ เธอลุกขึ้นอาบน้ำ แต่งกายด้วยชุดทำงานที่เรียบง่ายแต่ดูเป็นมืออาชีพที่สุดเท่าที่ตู้เสื้อผ้าพอจะมี เสื้อเชิ้ตสีขาวนวลตัดกับกางเกงสแล็คสีดำทรงสวย ผมมัดรวบเรียบร้อยไว้ด้านหลัง หญิงสาวเพ่งมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่อยู่นาน พยายามค้นหาความมั่นใจจากสิ่งที่เห็น แม้ลึกๆ ในอกจะรู้สึกราวกับกำลังก้าวเข้าสู่สนามรบที่ไม่เคยรู้มาก่อนก็ตาม

ร่างบางรินกาแฟร้อนใส่กระบอกเก็บความร้อน กลิ่นหอมอบอวลช่วยคลายความตึงเครียด ก่อนจะช้อนสายตามองนาฬิกาบนผนังครัว... เจ็ดโมงสี่สิบห้านาที ยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่ก่อนถึงเวลานัดหมาย ทว่าความกระสับกระส่ายกลับบีบคั้นให้อยู่นิ่งไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจออกจากบ้านก่อนเวลาเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง

ท้องถนนยามเช้าเนืองแน่นไปด้วยยานพาหนะที่เร่งรีบขวักไขว่ ไอรีนนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ เหม่อมองผ่านกระจกหน้าต่างไปยังผู้คนที่เดินสวนกันไปมาบนทางเท้า แต่ละคนต่างมีเรื่องราวและภาระชีวิตของตนเอง เธออดคิดไม่ได้ว่าเมื่อวานนี้เอง ชีวิตของเธอก็ยังเป็นเพียงหนึ่งในนั้น เป็นนักบัญชีอิสระธรรมดาๆ ที่มีความวิตกแค่เรื่องใบแจ้งหนี้ค่าน้ำค่าไฟ แต่วันนี้เธอกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนโดยสิ้นเชิง

ตึกเอเวอร์กรีนปรากฏแก่สายตาตั้งแต่ระยะไกล อาคารสูงตระหง่านโดดเด่นเหนือตึกรอบข้าง กระจกสีเข้มสะสาดแสงแดดยามเช้าจนแวววาวราวกับปราสาทแก้วที่ซุกซ่อนความลับมืดดำไว้ภายใน ไอรีนรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องทันทีที่แท็กซี่เลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลักมุ่งตรงไปยังอาคารนั้น เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามบังคับจังหวะหัวใจที่เริ่มรัวระทึกขึ้นทุกขณะ

เมื่อก้าวเข้าสู่ล็อบบี้อันหรูหราในเวลาแปดโมงห้าสิบห้านาที ไอรีนพบชายหนุ่มคนหนึ่งยืนรออยู่บริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับ เขาแต่งกายด้วยชุดสูทสีนํ้าเงินเข้มที่ดูผ่อนคลายกว่าของอลัน แต่ยังคงความเป๊ะและมีระเบียบในทุกรายละเอียด เขารูปร่างสูงใหญ่ บ่ากว้าง ใบหน้าคมเข้มติดรอยยิ้มเป็นมิตรซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากบรรยากาศเย็นชาที่เธอเคยสัมผัสจากอลัน

"คุณไอรีนใช่ไหมครับ" เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางยื่นมือมาทักทาย

"ผมชื่อแม็กซ์ เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณอลัน วันนี้ผมจะพาคุณไปทำสัญญาและแนะนำงานเบื้องต้นครับ"

ไอรีนยื่นมือไปแตะจับเบาๆ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเล็กๆ ที่ช่วยเจือจางความเย็นเยียบของตึกทั้งหลัง "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"

"เชิญทางนี้ครับ" แม็กซ์ผายมือนำทางไปยังลิฟต์ส่วนตัว ระหว่างก้าวเดิน เขาลอบมองไอรีนด้วยสายตาพิจารณาเล็กน้อยแต่ปราศจากความคุกคาม

"ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นนะครับ ทุกคนที่มาที่นี่ครั้งแรกก็มีท่าทางแบบนี้กันทุกคน"

"มันดูออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอคะ" ไอรีนถามกลับ พยายามแทรกอารมณ์ขันเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดในอก

แม็กซ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "มือคุณกำสายกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วเกร็งขาวหมดแล้วครับ"

ไอรีนก้มมองมือตัวเองแล้วรีบคลายเกร็งทันที ทำให้แม็กซ์ยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด บรรยากาศระหว่างทั้งสองผ่อนคลายลงเล็กน้อยขณะลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน ตัวเลขชั้นบนแผงควบคุมเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... สิบ... สิบห้า... ยี่สิบ ก่อนจะจอดนิ่งที่ชั้นสิบห้าตามที่อลันเคยระบุไว้ทางโทรศัพท์

ประตูลิฟต์เปิดออกสู่พื้นที่สำนักงานซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างจากห้องทำงานส่วนตัวของอลันอย่างสิ้นเชิง แทนที่จะเป็นความหรูหราสงบเงียบ ที่นี่กลับคึกคักไปด้วยพนักงานที่เดินไปมาอย่างขะมักเขม้น เสียงกดคีย์บอร์ดดังสม่ำเสมอผสมผสานกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเป็นระยะ ดูเป็นองค์กรธุรกิจปกติธรรมดาที่ไม่มีสิ่งใดน่าสงสัย

"ที่นี่คือแผนกบัญชีและการเงินของบริษัทในเครือครับ" แม็กซ์อธิบายพลางพาเธอเดินผ่านแถวโต๊ะทำงาน

"คุณจะได้ทำงานร่วมกับทีมนี้เป็นหลัก แต่จะต้องรายงานตรงต่อคุณอลันในบางโปรเจกต์ที่ต้องการความละเอียดเป็นพิเศษ"

"บางโปรเจกต์..." ไอรีนทวนคำ ความสงสัยฉายชัดในน้ำเสียง

แม็กซ์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมามองเธอด้วยสายตาจริงจังขึ้นทันตา "คุณไอรีน... ผมขอให้คำแนะนำไว้อย่างหนึ่ง ทำงานของคุณให้ดีที่สุด อย่าถามคำถามที่ไม่จำเป็น และอย่าเข้าไปยุ่งกับเอกสารที่คุณไม่ได้ทำหน้าที่ดูแล นั่นจะปลอดภัยสำหรับตัวคุณที่สุดครับ"

น้ำเสียงของเขายังคงนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยน้ำหนักของคำเตือนที่หนักแน่น ไอรีนพยักหน้ารับ สัมผัสได้ถึงปราการไร้รูปที่โอบล้อมทุกตารางนิ้วของตึกแห่งนี้ ทั้งสองเดินต่อไปยังห้องประชุมเล็กตรงมุมชั้น มีโต๊ะกระจกใสวางอยู่กลางห้อง บนนั้นมีเอกสารสัญญาจ้างงานจัดวางไว้อย่างมีระเบียบ พร้อมปากกาหมึกซึมสีดำวางขนานอยู่ข้างๆ

"อ่านรายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนเซ็นนะครับ" แม็กซ์เปิดประตูให้เธอ "ผมจะรออยู่ข้างนอก มีอะไรสงสัยเรียกผมได้ตลอดเวลาครับ"

ไอรีนนั่งลงบนเก้าอี้ พลางทอดสายตามองกองเอกสารตรงหน้าที่หนาเกือบหนึ่งเซนติเมตร ตัวอักษรขนาดเล็กเรียงแน่นเต็มหน้ากระดาษนับสิบแผ่น เธอเริ่มเปิดอ่านทีละหน้าอย่างละเอียดรอบคอบ สายตากวาดผ่านข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาความลับ ข้อตกลงระยะเวลาสัญญาขั้นต่ำสามปี รวมถึงบทลงโทษรุนแรงหากมีการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทแก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทั่งในหน้าสุดท้าย มีข้อความสั้นๆ ข้อหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเธอชะงักจังหวะไปชั่วขณะ

เมื่อผู้ว่าจ้างลงนามในสัญญาฉบับนี้ หนี้สินทั้งหมดของนายธนากร ธนวัฒน์ ที่มีต่อบริษัท เอเวอร์กรีน โฮลดิ้ง จำกัด จะถือเป็นอันยกเลิกและสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ นับตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป

ไอรีนอ่านประโยคนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้แน่ใจว่ามันคือข้อผูกพันทางกฎหมายจริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญาปากเปล่า หญิงสาวทาบฝ่ามือลงบนกระดาษ รู้สึกได้ถึงน้ำหนักมหาศาลของพันธนาการใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

เธอหยิบปากกาขึ้นมา มือน้อยสั่นเทาเล็กน้อยขณะปลายปากกาจรดลงบนเส้นประด้านล่างกระดาษ ในหัวนึกถึงภาพรอยยิ้มของไออุ่นเมื่อคืนก่อน นึกถึงใบหน้าของพ่อในวันเก่าๆ ที่ยังคงเปี่ยมสุขโดยไร้ร่องรอยของหนี้สินใดๆ

เธอจรดปลายปากกาและลงลายมือชื่อของตัวเองอย่างหนักแน่น... แม้ก้อนเนื้อในอกจะเต้นระส่ำก็ตาม ครั้นเมื่อวางปากกาลง ประตูห้องประชุมก็เปิดออกอย่างไม่มีสัญญาณเตือน ไอรีนเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ และพบว่าผู้ที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่แม็กซ์ หากแต่เป็นอลันที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ตัดกับเสื้อเชิ้ตขาวตัวในอย่างเรียบร้อยสายตาคมกริบจับจ้องไปยังสัญญาที่มีลายเซ็นสดใหม่ของเธอ ก่อนจะช้อนขึ้นสบตากับเธอตรงๆ มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ผสมผสานระหว่างความพึงพอใจและบางสิ่งที่ลึกล้ำเกินกว่าไอรีนจะอ่านออก

"ยินดีต้อนรับอย่างเป็นทางการ คุณไอรีน" เขาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มเรียบเช่นเคย ทว่าแววตากลับทรงพลังเสียจนทำให้ไอรีนรู้สึกเหมือนเธอเพิ่งก้าวข้ามเส้นแบ่งบางอย่างที่ไม่สามารถย้อนกลับได้อีกต่อไป

เขาสืบเท้าเข้ามาในห้อง หยิบสัญญาขึ้นมาพลิกดูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวางกลับลงบนโต๊ะพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย "จากนี้ไป คุณไม่ใช่แค่คนที่เป็นหนี้ผมอีกต่อไป... แต่คุณคือคนของผม"

คำพูดนั้นเรียบง่ายทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจมหาศาล ไอรีนรู้สึกขนลุกซาบซ่านไปทั้งแขน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความหวาดหวั่น หรือเป็นเพราะกระแสความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองยังไม่กล้าคิด เธอทำได้เพียงพยักหน้ารับเบาๆ ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดตอบกลับไป

อลันหมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวอะไรเพิ่ม ทิ้งไอรีนไว้กับความเงียบและสัญญาจ้างงานที่วางอยู่บนโต๊ะกระจก เธอมองตามแผ่นหลังนิ่งสงบของเขาที่ลับหายไปตามทางเดิน ความรู้สึกในใจสับสนปั่นป่วนราวกับพายุที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ

เธอไม่อาจรู้ได้เลยว่า ประโยคที่เขาเอ่ยเมื่อครู่จะนำพาชีวิตเธอไปสู่สิ่งใดในทางปฏิบัติ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอตระหนักได้อย่างเด่นชัด... คือนับตั้งแต่วินาทีที่ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษแผ่นนี้ เธอได้ก้าวเข้าสู่โลกของผู้ชายที่ชื่อว่า อลัน อย่างเต็มตัวแล้ว และไม่มีทางที่ชีวิตจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใต้กลลวงของคนเลว   ทางเลือก

    คืนก่อนวันเริ่มงาน ไอรีนนั่งจมอยู่ในความมืดของห้องนอนเป็นเวลานาน แสงจันทร์สีเงินนวลสาดผ่านผ้าม่านบางลงมาทาบบนพื้นไม้ปาร์เกต์ เกิดเป็นลายเงาซี่โครงที่ไหวพริบช้าๆ ตามแรงลมพัดสบัดเบา หญิงสาวนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง สายตาเลื่อนลอยทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งมีเพียงหลังคาบ้านเรือนเรียงรายใต้ท้องฟ้าที่มืดสนิทไร้ดาว ความคิดของเธอย้อนกลับไปไกลกว่าสามวันที่ผ่านมา... ย้อนกลับไปถึงคืนที่ตำรวจโทรมาแจ้งข่าวการเสียชีวิตของพ่อ น้ำเสียงเป็นทางการของคนปลายสาย คำว่า "อุบัติเหตุ" ที่ฟังดูว่างเปล่าและแห้งแล้งเกินกว่าจะอธิบายความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ที่ตามมา เธอจำได้แม่นยำว่าตัวเองยืนนิ่งเคว้งคว้างอยู่กลางห้องครัวนานเท่าไรก่อนจะรู้สึกตัวว่าน้ำตาไหลอาบแก้ม และจำได้ดียิ่งกว่านั้นว่านับแต่วันนั้น เธอไม่เคยมีเวลาให้ตัวเองได้โศกเศร้าอย่างเต็มที่เลยสักครั้ง เพราะภาระอันหนักอึ้งรอบด้านรอให้สะสาง ทั้งงานศพ เอกสารมรดก และการดูแลไออุ่นที่ยังคงตัวสั่นพรั่นพรึงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเบรกรถยนต์ดังบาดแก้วหูบนท้องถนน พ่อของเธอเป็นชายเงียบขรึม ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในบริษัทค้าวัสดุก่อสร้างมาเกือบสามสิบปี ไม่เคยดื่มเหล

  • ใต้กลลวงของคนเลว   ขอเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

    นามบัตรใบนั้นวางนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานของไอรีนมาตลอดสามวันเธอไม่ได้แตะต้องมันอีกเลยนับตั้งแต่คืนที่ก้าวออกจากตึกเอเวอร์กรีน ทำเพียงแค่วางมันพิงไว้กับขาโคมไฟตั้งโต๊ะ ให้ตัวอักษรสีเงินบนพื้นดำเรียบสะท้อนแสงไฟวิบวับทุกครั้งที่เปิดใช้งานยามค่ำคืน ราวกับมันกำลังทำหน้าที่เป็นนาฬิกาทรายจงใจคอยเตือนเธอว่า เวลาที่เหลืออยู่กำลังจะหมดลงทุกขณะ ตลอดสามวันที่ผ่านมา ไม่มีคืนไหนเลยที่เธอจะข่มตาหลับสนิท หญิงสาวเอาแต่นอนพลิกตัวไปมาบนเตียง ฟังเสียงพัดลมหมุนสม่ำเสมอเป็นจังหวะเดียวกับความคิดซ้ำซากที่วนเวียนอยู่ในหัว ตัวเลขสิบสองล้านบาทลอยเด่นอยู่เบื้องหน้าไม่ต่างจากกำแพงตึกตระหง่านสูงลิบจนมองไม่เห็นยอดและปลายทาง และทุกครั้งที่ลองพยายามคำนวณความเป็นไปได้ในการหาเงินกู้ก้อนนั้นด้วยตัวเอง คำตอบที่ได้กลับมาก็ยังคงมีเพียงหนึ่งเดียวเสมอ... เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหน ไม่ว่าจะพยายามบากหน้าไปหยิบยืมจากใคร ชีวิตทั้งชีวิตของเธอก็ไม่มีวันพอชดใช้หนี้ก้อนนี้ได้ทัน เข้าสู่เช้าวันที่สี่ ลำแสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านบางเข้ามาทาบลงบนพื้นห้องครัว ไอรีนนั่งนิ่งอยู่ตรงโต๊ะอาหาร สองมือกุมถ้วยกาแฟที่เย็นชืดไปนานแล้วโดยไ

  • ใต้กลลวงของคนเลว   หนี้สินที่ไม่เคยรับรู้

    เสียงกริ่งประตูดังแผดขึ้นตอนสามทุ่มครึ่ง เสียงนั้นก้องบาดอารมณ์เสียจนไอรีนสะดุ้งสุดตัว ปลายปากกาในมือบางลากเส้นเบี้ยวไปทั้งบรรทัด ปากกาลูกลื่นกดลึกลงบนสมุดบัญชีที่เธอกำลังตรวจทานอย่างเคร่งเครียด หญิงสาวชะงัก ช้อนสายตามองนาฬิกาเรือนเก่าบนผนัง ก่อนจะเบนสายตาไปยังประตูห้องนอนของไออุ่นน้องสาวเพียงคนเดียวที่ปิดสนิท มีแสงไฟสว่างลอดออกมาจากใต้รอยเหลื่อมประตูเล็กน้อย แสดงว่าน้องคงยังไม่หลับ แต่กระนั้นก็คงไม่ใช่คนที่มาเคาะประตูบ้านยามวิกาลเช่นนี้แน่ ไอรีนลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวพยายามเลี่ยงไม่ให้เกิดเสียง เดินตรงไปยังประตูหน้าบ้าน แล้วค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปส่องผ่านรูตาแมวออกไปเบื้องนอก เงาร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู ท่าทางของพวกเขาสงบนิ่ง ดูเรียบเฉย เยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นมิตรหรือเพื่อนบ้านที่แวะมาทักทาย ชายคนหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาไว้ในมือ "คุณไอรีน วนัสนันท์ใช่ไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบถามขึ้นทันทีที่เธอปลดล็อกและแง้มประตูออกเพียงครึ่งบาน โดยยังคงคล้องสายโซ่กันขโมยไว้อย่างระมัดระวัง "พวกคุณเป็นใคร" ไอรีนถามกลับ น้ำเสียงพย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status