بيت / มาเฟีย / ใต้บัลลังก์มาเฟีย / บทที่10 ความสามารถที่เหนือกว่า

مشاركة

บทที่10 ความสามารถที่เหนือกว่า

last update آخر تحديث: 2025-12-10 11:29:51

เจซุสพยักหน้า มือทั้งสองข้างกอดอกเม้มปากเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าสามารถจำกัดขอบเขตได้แล้ว แต่ผมต้องการคำตอบที่ใกล้เคียงกว่านี้” พูดจบเขาก็เลิกคิ้วมองเธอ

แชมเปญเห็นแววตาที่เชื่อมั่นของเจซุส ก็เผยรอยยิ้มที่สดใสแล้วยักไหล่เล็กน้อย “แน่นอนค่ะ ด้วยระยะห่างระหว่างคดี ทำให้เรารู้ว่าสถานที่เกิดเหตุไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถูกคำนวณมาอย่างระมัดระวัง ฆาตกรพบสถานที่และเลือกเหยื่อที่เหมาะสม สมองของเขาไม่ธรรมดา แต่...” เธอยกมุมปากขึ้นแล้วพูดต่อ “จะมาสู้กับฉันได้ยังไง”

แชมเปญก้าวเท้าเดินช้าๆ ตามความเคยชินไปมาในห้อง มือยังคงถือแฟ้มเอกสาร ในห้องไม่มีเสียงอื่นใด ทุกคนราวกับกำลังจดจ่ออยู่กับหญิงสาวผู้งดงามเพียงคนเดียว เสียงฝีเท้าของเธอแผ่วเบา แต่กลับดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด

ก๊อบๆ

เสียงนั้นราวกับพุ่งตรงเข้าไปในแก้วหู ส่งไปถึงสมองและติดตรึงอยู่ที่นั่น ขณะที่กำลังเดินเสียงฝีเท้าก็พลันหยุดลง ทำให้ทุกสายตาหันไปจับจ้องที่เธอ แชมเปญดีดนิ้วใส่แฟ้มเอกสาร ก่อนจะยิ้มแย้มเดินไปที่โต๊ะทำงานต่อหน้าคีริน

“บอสใหญ่คะ ฉันสามารถร่างภาพลักษณ์ของฆาตกรได้”

คีรินไม่ลังเล มองข้ามรอยยิ้มของเธอไป และมองนาฬิกาบนข้อมือก่อนจะเปิดปากกล่าว “ดี คุณเหลือเวลาสามนาที”

ในที่สุดแชมเปญก็หุบปาก แน่นอนว่าเธอเข้าใจดีว่าเมื่อเขาบอกว่าให้เวลาสิบนาที ก็ไม่สามารถมีเกินสิบนาทีได้ นับประสาอะไรกับนาทีที่สิบเอ็ด เธอคำนวณไว้หมดแล้วจะโง่ไปแบกรับข้อหา ‘ทำให้บอสโกรธ’ ได้อย่างไร

ช่างมันเถอะ

แชมเปญโบกมือ ก่อนจะมองไปที่เจซุสและอธิป ที่กำลังมองเธอด้วยสายตาที่สงสัยและระมัดระวัง หญิงสาวหายใจเข้าลึกๆ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง บนใบหน้าไม่เหลือความฮึกเหิม หรือความมั่นใจแบบเมื่อครู่แล้ว ถูกแทนที่ด้วย ความจริงจังและเย็นชาที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ราวกับเป็นคนละคนกัน

เพียงแต่...ออร่าที่แผ่ออกมาจากเธอยังคงเย่อหยิ่ง ทระนง และเฉียบแหลม

“จากการวิเคราะห์ทั้งหมดของฉันในตอนนี้ สามารถร่างภาพลักษณ์ของผู้ร้ายได้แล้ว” เมื่อพูดถึงตรงนี้แชมเปญก็หมุนตัวหนึ่งครั้ง สายตาที่แน่วแน่มองไปที่ทั้งสามคนก่อนจะกล่าว “เขาเป็นผู้ชายอายุระหว่างยี่สิบถึงยี่สิบสองปี ผมสั้น แต่งกายเรียบร้อยสะอาดสะอ้านอยู่เสมอ มีนิสัยค่อนข้างเงียบขรึม และไม่ค่อยติดต่อกับคนรอบข้าง เขาไม่มีพ่ออาศัยอยู่คนเดียวกับพี่สาวหรือแม่ อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก นอกจากนี้...” แชมเปญเงยหน้าขึ้นและกล่าวอย่างมั่นใจ “ผลการเรียนของเขาดีมาก มักจะได้รับรางวัลและความสำเร็จสูงในการศึกษา”

ใช่แล้ว!

เธอรู้สึกว่าขาดอะไรบางอย่างไป นั่นก็คือสิ่งนี้ เขาช่างระมัดระวัง ฉลาด และมีไหวพริบขนาดนี้ เป็นคนที่มีความสามารถไม่เลว จึงสามารถสรุปได้ว่าผลการเรียนของเขาดีมาก

 ที่ไปเรียนเพราะต้องการให้คนที่เขารักมีความสุข พยายามทำผลงานให้ดีเพราะต้องการให้คนที่รักมีความสุขแต่เขากลับพังทลายลงเมื่อพบว่าคนๆ นั้นมีคนอื่นที่รักไม่ใช่ตัวเขาเอง ดังนั้นจึงดื้อรั้น เกลียดชัง และต้องการระบายความโกรธ แต่ยังมีจุดหนึ่งที่เธอยังไม่เข้าใจ นั่นคือทำไมเขาถึงพุ่งเป้ามาที่คีริน?

ทำไมต้องเป็นตระกูลโภคินชยกุล?

เป็นไปได้หรือไม่ว่าผู้หญิงที่เขารักมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลนี้?

อธิปหยิบแล็ปท็อปบนโต๊ะของคีรินขึ้นมาเปิดใช้งาน นิ้วเรียวยาวขาวนวลของเขาเริ่มร่อนไปบนแป้นพิมพ์ เขามีชื่อเสียงไปทั่วโลก ไม่เพียงแต่เพราะเป็นคนของตระกูลโภคินชยกุล แต่ยังเป็นเพราะเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์อันดับหนึ่งของโลก เป็นผู้ก่อตั้งแก๊งที่ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์รับงานแฮกเกอร์มืออาชีพ โดยรวบรวมสมาชิกที่เป็นแฮกเกอร์ชั้นยอดจากทั่วโลก อธิปก็เป็นหนึ่งในสิบแฮกเกอร์ที่เก่งที่สุดในโลก สิ่งที่แตกต่างจากอีกเก้าคนก็คือ เขาครองอันดับหนึ่ง เป็นแฮกเกอร์ที่เก่งที่สุด!

หลักฐานความสามารถอันโด่งดังนี้คือเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นอธิปอายุเพียงสิบเอ็ดปี เขาแค้นบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในออสเตรเลีย เนื่องจากผู้นำบริษัทนั้นเล่นสกปรก กล้าโจมตีฟาร์โก ในขณะนั้นแก๊งฟาร์โกยังอ่อนแอ ไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนตอนนี้ เมื่อถูกรังแกจึงทำอะไรได้ไม่มากนัก

คีรินในตอนนั้นทำได้เพียงกัดฟันอดทน รอโอกาสแก้แค้น แต่อธิปไม่เป็นเช่นนั้น คีรินคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตคนที่กำลังจะตายอย่างเขาไว้ จึงทนเห็นผู้มีพระคุณถูกข่มเหงไม่ได้ ในฐานะผู้ดูแลระบบการสื่อสารทั้งหมดของแก๊งฟาร์โก เขาได้เดินทางไปร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่เพียงลำพัง เปลี่ยนที่อยู่ IP สร้างชื่อเล่นว่า Kicker และภายในเวลาเพียงสิบสองนาที ข้อมูลทั้งหมดของบริษัทนั้นก็ถูกขโมยไป

คดีการทำธุรกิจสีดำของพวกเขา ถูกส่งมอบให้กับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในเวลาเพียงสิบสองนาที ซึ่งไม่สั้นแต่ก็ไม่ยาว Kicker กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างดุเดือดในเกือบทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครกล้าท้าทายอธิป

เขาเก่งเกินไป ยอดเยี่ยมเกินไป

เด็กอายุสิบเอ็ดปี ใช้เวลาสิบสองนาทีทำลายระบบไฟร์วอลล์ทั้งหมด และบุกรุกเข้าไปในเครือข่ายภายในของบริษัทขนาดใหญ่ ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยเกือบสมบูรณ์แบบได้ แม้แต่แฮกเกอร์ที่เก่งกาจในตอนนี้ก็ยังทำสิ่งนั้นได้ยาก

แชมเปญหรี่ตาลง ดวงตาสีฟ้าครามก็หดตัวเล็กน้อย มองดูอธิปที่กำลังร่อนมือบนแป้นพิมพ์ เสียงดังต่อเนื่องราวกับบทเพลงประสานเสียง เขากำลังเข้าถึงข้อมูลของนิวยอร์กเกี่ยวกับผู้ร้ายตามเบาะแสที่เธอได้ร่างไว้

นิ้วของเขาเร็วมาก แต่ว่า....

แชมเปญยื่นมือออกไป แย่งแล็ปท็อปจากมือของอธิป ชายหนุ่มกำลังพิมพ์อยู่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว นิ้วของเขาจึงเคาะลงบนโต๊ะดังแกร๊กหนึ่งครั้ง

แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก...

จากนั้นก็มีเสียงดังติดต่อกัน ซึ่งฟังไม่ได้ศัพท์ว่าเป็นเสียงแป้นพิมพ์ มือที่สวยงามร่อนราวกับร่ายรำอยู่บนแป้นพิมพ์ แชมเปญพิมพ์ไปพูดไป “ฉันเหลือเวลาไม่ถึงสองนาที ที่จะหาตัวผู้ร้ายภายในกรอบเวลาที่บอสของคุณกำหนด  ความเร็วในการพิมพ์ของคุณอยู่ที่ประมาณ 172 คำต่อนาทีตัวอักษรต่อนาที จากนั้นก็อนุมานได้ว่าคุณสามารถเคาะแป้นพิมพ์ได้ 14.33 ครั้งต่อวินาที ถ้าคำนวณแล้วคุณคือปรมาจารย์แห่งการพิมพ์ จริงๆ ค่ะ แต่ความเร็วในการพิมพ์ของฉันเร็วกว่าคุณประมาณ 0.0002 วินาที ซึ่งเทียบเท่ากับการประหยัดเวลาได้ 0.114 วินาทีในหนึ่งนาที ดังนั้นเรื่องการหาที่อยู่ของฆาตกร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉัน พวกคุณแค่จับกุมเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็พอแล้วค่ะ”

เจซุสเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเหลือบมองอธิป มุมปากของเขากระตุก สายตาของอธิปและเจซุสประสานกัน ทั้งสองไม่รู้จะพูดอะไรดี จึงแลกเปลี่ยนความหมายร่วมกันผ่านสายตา

เธอคนนี้... ตกลงแล้วเธอเป็นตัวอะไรกันแน่?

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่17 เป้าหมายคือเธอ

    หลังจากคำพูดของคีริน ทั้งห้องก็ดูเหมือนจะจมดิ่งลงสู่ความเงียบอีกครั้ง แชมเปญยังคงกอดอกไว้ เพียงแต่ริมฝีปากของเธอเม้มเข้าหากัน นัยน์ตาไหววูบ เลือดทั่วร่างราวกับหยุดไหล สมองยังประมวลผลข้อมูลไม่ทันหลังจากผ่านไปชั่วขณะ เธอถึงได้รู้สึกตัวราวกับเพิ่งตื่นขึ้น ม่านตาสีฟ้าครามหดตัวเล็กน้อย เผยอยิ้มเย้ยหยันเบาๆ “หัวหน้าใหญ่ คุณช่างมีอารมณ์ขันจริงๆ บอกว่าฉันเป็นฆาตกร ทั้งที่ฉันถูกจับตัวมาที่ตระกูลโภคินชยกุล และไม่ได้ออกไปไหนเลยแม้แต่ครึ่งก้าว”ขณะที่พูดเธอก็เลิกคิ้วขึ้น สายตาที่คมกริบราวกับใบมีดพุ่งตรงไปยังคีริน ที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างสูงจรดพื้น ล้อเล่นอะไรกัน! ถ้าบอกว่าเธอเป็นฆาตกร? นั่นแปลว่าต้องรับโทษทั้งหมดอย่างนั้นหรือ? ยิ่งกว่านั้นมันเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลมากที่จะบอกว่าเธอเป็นฆาตกร คีรินไม่ได้เป็นคนที่เหนือกว่าอะไรเลย เสียแรงที่เคยนับถือจนถึงขั้นหวาดกลัวขนาดนั้นความรุ่งเรืองของตระกูลโภคินชยกุลในปัจจุบันก็เป็นเพียงผลมาจากบรรดาลูกน้องคนสนิทเท่านั้น แม้จะคิดเช่นนั้น แต่ลึกๆ ในใจก็ยังมีความหวั่นอยู่บ้างความจริงแล้ว...เธอกำลังกลัวเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดเช่นนั้น เจซุสก็พยักหน้าคล้อยตาม “นักสังหา

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่16 คุณคือฆาตกร

    ในห้องโถงใหญ่…ทั้งสี่คนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากแชมเปญได้ยินคีรินพูดถึงการตายของมาวิสในคุก และยังมีกระดาษในมือซึ่งเขียนข้อความว่า ‘We are the same’ เธอรีบคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมแล้ววิ่งออกมาดูในมือของแชมเปญคือแล็ปท็อปรุ่นใหม่ล่าสุด ข้างกายเธอคือชายหนุ่มรูปงามผู้ ทรงอิทธิพลสามคนแห่งตระกูลโภคินชยกุล หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่กุมอำนาจ และเป็นสายเลือดเศรษฐกิจของโลกคีรินยืนอยู่ด้านหลังแชมเปญ ส่วนเจซุสและอธิปยืนอยู่สองข้าง สิ่งเดียวที่พวกเขาทุกคนกำลังทำคือจ้องมองไปที่หน้าจอแล็ปท็อป ซึ่งเต็มไปด้วยตัวเลขและรูปภาพบางส่วน ในนั้นมีรูปถ่ายของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ในฝ่ามือกำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ หากขยายภาพจะเห็นชัดเจนว่าบนกระดาษเขียนว่า we are the same.บรรยากาศในห้องเงียบงันอย่างที่สุด เงียบจนกระทั่งได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ หรือเสียงหัวใจเต้นอย่างชัดเจนนิ้วของแชมเปญกำลังจะพิมพ์ลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง“หยุดก่อน” อธิปเอ่ยขึ้น สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอแล็ปท็อปทันทีที่เขาพูดจบ นิ้วของแชมเปญก็หยุดลง ดวงตาสีฟ้าครามของเธอหรี่ลงเล็กน้อยอะไรกัน?ความหมายของคุณคือ...” แชมเปญพูดติดอ่า

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่15 คุณไม่สามารถทำให้ผมมีอารมณ์ได้

    เสียงครางแผ่วเบาของผู้หญิง ราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิที่ลอยเข้าสู่หูของคีริน ทำให้ร่างกายของเขาตึงเครียดขึ้นมา มือหนาหดกลับอย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบริเวณนั้นจุดอ่อนไหว เปลี่ยนมาจับและบีบคลึงผิวขาวผ่องบนต้นขาของเธอ ดวงตาคมราวกับมีเปลวไฟอยู่ภายใน กำลังจะลุกโชน แต่ไม่รู้ว่าจะระเบิดออกมาอย่างไรดี จึงทำได้เพียงกัดฟันแน่นและออกแรงบีบที่ต้นขาเนียนสวยแชมเปญไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้กำลังมากขนาดนี้ จึงไม่ได้เตรียมใจไว้ ต้นขาสวยเจ็บแปลบ เธอขบเม้มริมฝีปาก แล้วส่งเสียงร้องออกมาแผ่วเบา เสียงร้องเล็กๆ นั้นราวกับลูกแมว ทั้งน่ารัก และทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะต้องการทำรุนแรงใส่สักครั้งดวงตาที่คมกริบของคีรินยังคงจ้องมองอย่างตั้งใจส่วนแชมเปญนั้นรู้สึกอับอายแทบจะทนไม่ไหวตกลงเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?หญิงสาวหนีบเรียวขาที่บอบบางเข้าหากันแน่น มีเจตนาจะก้มลงเก็บผ้าขนหนู โดยหวังจะถอยห่างจากคีรินให้ไกลที่สุด แต่ทว่า...มือหนายังคงไม่ปล่อย หนำซ้ำยังเพิ่มแรงบีบมากขึ้นอีกด้วย“คะ คุณคีริน หนึ่งนาทีสิบสองวินาที น่าจะพอให้คุณยืนยันแล้วนะคะ?” แชมเปญยิ้มออกมา พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วต้นขา แล้วเอ่

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่14 ถอดตามคำสั่ง

    แชมเปญเผยรอยยิ้มจางๆ ริมฝีปากขยับราวกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ นิ้วที่จับขอบผ้าขนหนูไว้กำแน่นขึ้น ผิวของเธอเปลี่ยนเป็นขาวซีดสลับกับแดงเรื่อ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถาม “ฉันขอถามคุณหนึ่งคำได้ไหมคะ?”คีรินจ้องมองตรงมาที่เธอ เขาไม่พูดอะไรเพียงแค่เม้มปากเบาๆ แทนคำตอบแชมเปญฝืนยิ้ม “ทำไมคุณถึงต้องการตัวฉันคะ?”ต้องการตัวฉัน?ไม่ใช่ว่าคีรินจะไม่เข้าใจความหมายของเธอเขาหัวเราะออกมาเบาๆ “คุณคิดว่าคุณมีความสามารถมากพอ ที่จะทำให้ผมต้องการอย่างนั้นหรือ?” ขณะที่พูด คีรินเน้นคำว่า “ต้องการ” อย่างชัดเจน เขายกคิ้วมองแชมเปญด้วยสีหน้าที่ขบขันอย่างที่สุด ราวกับว่าเขาเพิ่งได้ยินเรื่องตลกมาเมื่อแชมเปญได้ยินเขาพูดเช่นนั้น จิตใจของเธอก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย คีรินไม่ได้ต้องการตัว นั่นแสดงว่าเขาเพียงแค่ต้องการตรวจสอบบางอย่างบนตัวเธอเท่านั้น แต่เมื่อคิดทบทวนดูอีกครั้ง บนร่างกายเธอมีอะไรที่ต้องตรวจสอบกันแน่? หรือว่าเขากำลังสงสัยว่าจะซ่อนอาวุธอะไรไว้บนร่างกาย?ความคิดนี้ทำให้แชมเปญรู้สึกว่าตัวเองช่างน่าขัน ไม่มีทางที่คีรินผู้ทรงอิทธิพลจะกลัวว่าเธอจะพกอะไรติดตัวมา หากจำเป็น เขาก็แค่จับขังไว้แล้วสั่งค

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่13 ตรวจสอบร่องรอย

    “ถอดผ้าขนหนูออก” คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซึ่งเต็มไปด้วยแรงกดดันและคำสั่งแชมเปญได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกประหลาดใจว่าทำไมมือของเธอถึงสั่น อาจเป็นเพราะความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขา หรืออาจเป็นเพราะ...เป็นเพียงเพราะความเย่อหยิ่ง ราวกับผู้มีอำนาจสูงสุดของคีรินเท่านั้นแชมเปญพยายามระงับความกลัวไว้ แล้วกลับมาสู่ความสงบ ใช่! ต้องใจเย็นเธอคือไดแอนน่า แชมเปญแห่งองค์กรลับ เป็นนักฆ่าที่ใครๆ ก็ต้องเกรงกลัว เป็นนักล่าเงาที่ใครๆ ก็ต้องเทิดทูน แล้วทำไมเธอถึงจะต้องมากลัวเพียงเพราะคำพูดของเขาด้วยเล่า?แชมเปญเงยหน้าขึ้น ยืดหลังตรง มองเข้าไปในดวงตาของคีริน แล้วพูดเสียงดัง “คุณคีริน คุณช่างเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ เข้ามาในห้องลูกสาวคนอื่น แล้วยังกล้าสั่งให้เธอถอดเสื้อผ้าอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ ไม่ทราบว่า... ” แชมเปญหยุดไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย พุ่งตรงไปยังคีรินที่นั่งผึ่งผายอยู่บนเตียงของเธอ “คุณห่างหายจากการปลดปล่อยมานานเกินไป เลยกำลังหิวจนตาลายอยู่หรือเปล่าคะ?”คีรินยังคงนั่งอยู่บนขอบเตียง ด้วยท่าทีที่เย็นชาแต่แฝงไว้ด้วยอันตราย มุมปากของเขาเผยอยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ผมไม่มีความเห็นอะไ

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่12 ถอดผ้าออก

    คีรินไม่พูดอะไร เพียงแค่เหลือบตาไปมองเจซุสแวบหนึ่ง จากนั้นเขาก็หลับตาลง ขนตาที่ยาวและหนาปิดสนิท ใบหน้าเย็นชา แผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้ด้านหลัง ขาทั้งสองข้างที่เรียวยาวและแข็งแกร่งไขว้กัน มือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันบรรยากาศในห้องพลันจมดิ่งสู่ความเงียบงันเจซุสมองไปที่อธิปจากนั้นก็เชิดคางเล็กน้อย แล้วส่ายหน้าเบาๆ อธิปดูเหมือนจะเข้าใจความหมาย สายตามีแววจำใจอยู่บ้าง “คีริน ฉันจะพูดเรื่องนี้”คีรินยังคงหลับตาอยู่ ไม่ได้เอ่ยอะไร อธิปใช้ความเงียบนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่าอนุญาตแล้ว เพราะหากไม่ต้องการฟัง ชายหนุ่มคงไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่เตะเขาปลิวออกจากห้องไปแล้ว“ที่นายรั้ง นักสังหารไร้เงาไว้ที่นี่ เป็นเพราะ…” อธิปหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “นายน่าสงสัยว่าเธอคือคนที่กำลังตามหาใช่ไหม?”ความจริงแล้วเรื่องนี้อธิปก็พอจะคาดเดาจุดประสงค์ของคีรินได้รางๆ น่าจะเป็นเพราะอีกฝ่ายมีจุดที่น่าสงสัยเกี่ยวกับเบื้องหลังของผู้หญิงคนนี้ จึงรั้งเธอไว้ที่ตระกูลโภคินชยกุล ไม่อย่างนั้นนักสังหารไร้เงาคงถูกคีรินฆ่าทิ้งอย่างไม่ไยดีตั้งแต่ตอนที่จับตัวเธอได้แล้วนิสัยของคีรินนั้น อธิปเข้าใจดีกว่าเจ้าตัวเสียอีกเห็นคีรินย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status