Home / มาเฟีย / ใต้บัลลังก์มาเฟีย / บทที่16 คุณคือฆาตกร

Share

บทที่16 คุณคือฆาตกร

last update Last Updated: 2025-12-17 19:49:31

ในห้องโถงใหญ่

ทั้งสี่คนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากแชมเปญได้ยินคีรินพูดถึงการตายของมาวิสในคุก และยังมีกระดาษในมือซึ่งเขียนข้อความว่า ‘We are the same’ เธอรีบคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมแล้ววิ่งออกมาดู

ในมือของแชมเปญคือแล็ปท็อปรุ่นใหม่ล่าสุด ข้างกายเธอคือชายหนุ่มรูปงามผู้ ทรงอิทธิพลสามคนแห่งตระกูลโภคินชยกุล หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่กุมอำนาจ และเป็นสายเลือดเศรษฐกิจของโลก

คีรินยืนอยู่ด้านหลังแชมเปญ ส่วนเจซุสและอธิปยืนอยู่สองข้าง สิ่งเดียวที่พวกเขาทุกคนกำลังทำคือจ้องมองไปที่หน้าจอแล็ปท็อป ซึ่งเต็มไปด้วยตัวเลขและรูปภาพบางส่วน ในนั้นมีรูปถ่ายของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ในฝ่ามือกำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ หากขยายภาพจะเห็นชัดเจนว่าบนกระดาษเขียนว่า we are the same.

บรรยากาศในห้องเงียบงันอย่างที่สุด เงียบจนกระทั่งได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ หรือเสียงหัวใจเต้นอย่างชัดเจน

นิ้วของแชมเปญกำลังจะพิมพ์ลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง

“หยุดก่อน” อธิปเอ่ยขึ้น สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอแล็ปท็อป

ทันทีที่เขาพูดจบ นิ้วของแชมเปญก็หยุดลง ดวงตาสีฟ้าครามของเธอหรี่ลงเล็กน้อย

อะไรกัน?

ความหมายของคุณคือ...” แชมเปญพูดติดอ่างไม่จบประโยค แต่ก็เพียงพอให้อธิปเข้าใจว่าเธอต้องการจะสื่ออะไร

ชายหนุ่มตอบกลับสายตาของเธอ ด้วยการมองที่ลุ่มลึกและเย็นชา จากนั้นก็พยักหน้าเบาๆ “ตามข้อมูลที่เราได้รับจากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติอเมริกา มาวิสคนนี้ไม่มีทางฆ่าตัวตายได้แน่นอน ดังนั้นนี่จึงเป็นคดีฆาตกรรมอย่างไม่ต้องสงสัย”

“แต่เหตุผลและฆาตกร? นั่นแหละคือกุญแจสำคัญ” คีรินที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลังแชมเปญมาครู่หนึ่งก็เอ่ยขึ้น เขายืนสง่างาม มองดูภาพถ่ายและเอกสารในคอมพิวเตอร์ด้วยสายตาที่เฉียบคมราวเหยี่ยว

จากนั้นสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วเดินไปที่หน้าต่างกระจกสูงจรดพื้น มองทิวทัศน์เมืองยามค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยแสงไฟเล็กๆ หลากสีสันอย่างล้ำลึก คือการผสมผสานที่อธิบายไม่ได้ของสองแนวคิดที่มาคู่กันเสมอ นั่นคือ เสน่ห์เย้ายวนและความลึกลับ

ในใจของเขากำลังคิดถึงเรื่องที่อธิบายไม่ได้ ว่าทำไมแชมเปญถึงเหมือนเธอคนนั้นมากขนาดนี้ แต่กลับไม่ใช่เธอคนนั้น ชัดเจนว่าเขาเคยคิดไว้ว่าหลังจากเธอถอดผ้าขนหนูออกแล้ว เขาจะดีใจมากแค่ไหน เขาจะโอบกอดเธอไว้ จะดีใจจนอาจจะรั้งหญิงสาวให้อยู่ข้างๆ เพื่อเล่าว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธออยู่ที่ไหน ทำอะไร และต้องทนทุกข์ยากลำบากอย่างไรบ้าง?

แต่ทว่า...ทำไมถึงไม่มีอะไรเลย?

ทำไมที่ขาของเธอถึงไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็นเล็กๆ?

คีรินเคยหลอกตัวเองว่าเมื่อโตขึ้นแผลเป็นมันก็จางหายไปได้ แต่แม้กระทั่งตอนที่เขาก้มลงไปมองอย่างชัดเจน มันก็ไม่มี ผิวพรรณของหญิงสาวยังคงเรียบเนียน ต้นขาเรียวยาวที่งดงามนั้นไม่ใช่ของเธอคนนั้นที่เขาเฝ้าตามหา คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน มือที่กำอยู่ในกระเป๋ากางเกงบีบแน่นแล้วคลายออก สุดท้ายแล้วเขาจะต้องตามหาเธอคนนั้นไปอีกนานแค่ไหนกัน?

“นี่คือคดีฆาตกรรมในห้องปิดตาย” คีรินกล่าวอย่างเฉยชา น้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อทุกคนที่อยู่ในห้อง

เมื่อได้ยินคีรินพูดเช่นนั้น แชมเปญที่ยังไม่แน่ใจนักจึงเอ่ยโต้แย้งทันที “คุณเอาอะไรมาตัดสินว่านี่คือคดีฆาตกรรม? คุณควรจำไว้ว่าการรักษาความปลอดภัย ของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติอเมริกานั้นเข้มงวดอย่างยิ่ง ไม่มีช่องโหว่แม้แต่น้อย การจะบุกรุกเข้าไปในที่นั่นก็เป็นปัญหาใหญ่แล้ว หากใครสามารถทำได้อย่างที่คุณพูด คนๆ นั้นหากไม่เป็นแค่นักฆ่า แต่ต้องมีระดับสติปัญญาล้ำเลิศอย่างหาใครเปรียบไม่ได้ด้วย”

“ฉันตัดสินจาก…” คีรินหันกลับมา ริมฝีปากบางเผยอออก ดวงตาสีดำคมกริบเหลือบมองเธอ “เพราะแนคือคีริน”

“พรืด! ฮ่าๆ หัวหน้าใหญ่ช่างรู้วิธีล้อเล่นจริงๆ” แชมเปญหัวเราะออกมา จากนั้นสีหน้าก็กลับมาจริงจังอย่างรวดเร็ว ในดวงตาฉายแววเย้ยหยันเล็กน้อย “แต่นี่ไม่ใช่เรื่องตลก”

“ฉันไม่รู้จักการล้อเล่น” คีรินกล่าว

หลังจากเขาพูดจบ คนที่อยู่ด้านหลังก็พยักหน้าเห็นด้วย หากใครบอกว่าหัวหน้าใหญ่อย่างคิรินรู้จักล้อเล่น พวกเขาเชื่อว่าสี่คุณชายจากสี่ตระกูลใหญ่ห้ำหั่นกันเองยังจะง่ายกว่า แต่เรื่องที่สี่คนสำคัญอย่างคีริน, เจิ้งเลี่ยง, ไมค์และเจโรม จะห้ำหั่นกันเองน่ะหรือ แม้แต่ในความฝันก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น นับประสาอะไรกับความเป็นจริง

“ถ้าหัวหน้าพูดแบบนี้ แสดงว่าต้องมีการคาดเดาส่วนตัวแล้วใช่ไหม? ช่วยบอกให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหม?” เจซุสกัดริมฝีปากล่าง ริมฝีปากสีชมพูอ่อนยิ่งขับให้ผิวขาวผ่องโดดเด่น ประกอบกับใบหน้าที่ดูเหมือนผิวเด็กทารก ทำให้มองไม่ออกเลยว่าเขาเป็นผู้ชายที่อายุเกือบสามสิบปีแล้ว

ผู้ชายช่างเป็นสิ่งที่สร้างความหลอกลวงของธรรมชาติจริงๆ

แชมเปญสั่นศีรษะเบาๆ แล้วกล่าว “ฉันเองก็อยากฟัง” พูดจบ ธอก็เลิกคิ้วเรียวสวย ริมฝีปากโค้งขึ้น กอดอกไว้ ท่าทางสบายๆ นั้นช่างคล้ายกับใครบางคน จนเจซุสกระตุกมุมปาก

นี่...นี่มันไม่ใช่ท่าทางของคีรินหรอกหรือ? เธอไปเรียนรู้ความโอหังลำพองแบบหัวหน้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

“ฆาตกร... คือคุณไงล่ะ ไดแอนน่า แชมเปญ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่17 เป้าหมายคือเธอ

    หลังจากคำพูดของคีริน ทั้งห้องก็ดูเหมือนจะจมดิ่งลงสู่ความเงียบอีกครั้ง แชมเปญยังคงกอดอกไว้ เพียงแต่ริมฝีปากของเธอเม้มเข้าหากัน นัยน์ตาไหววูบ เลือดทั่วร่างราวกับหยุดไหล สมองยังประมวลผลข้อมูลไม่ทันหลังจากผ่านไปชั่วขณะ เธอถึงได้รู้สึกตัวราวกับเพิ่งตื่นขึ้น ม่านตาสีฟ้าครามหดตัวเล็กน้อย เผยอยิ้มเย้ยหยันเบาๆ “หัวหน้าใหญ่ คุณช่างมีอารมณ์ขันจริงๆ บอกว่าฉันเป็นฆาตกร ทั้งที่ฉันถูกจับตัวมาที่ตระกูลโภคินชยกุล และไม่ได้ออกไปไหนเลยแม้แต่ครึ่งก้าว”ขณะที่พูดเธอก็เลิกคิ้วขึ้น สายตาที่คมกริบราวกับใบมีดพุ่งตรงไปยังคีริน ที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างสูงจรดพื้น ล้อเล่นอะไรกัน! ถ้าบอกว่าเธอเป็นฆาตกร? นั่นแปลว่าต้องรับโทษทั้งหมดอย่างนั้นหรือ? ยิ่งกว่านั้นมันเป็นเรื่องที่ไร้เหตุผลมากที่จะบอกว่าเธอเป็นฆาตกร คีรินไม่ได้เป็นคนที่เหนือกว่าอะไรเลย เสียแรงที่เคยนับถือจนถึงขั้นหวาดกลัวขนาดนั้นความรุ่งเรืองของตระกูลโภคินชยกุลในปัจจุบันก็เป็นเพียงผลมาจากบรรดาลูกน้องคนสนิทเท่านั้น แม้จะคิดเช่นนั้น แต่ลึกๆ ในใจก็ยังมีความหวั่นอยู่บ้างความจริงแล้ว...เธอกำลังกลัวเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดเช่นนั้น เจซุสก็พยักหน้าคล้อยตาม “นักสังหา

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่16 คุณคือฆาตกร

    ในห้องโถงใหญ่…ทั้งสี่คนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากแชมเปญได้ยินคีรินพูดถึงการตายของมาวิสในคุก และยังมีกระดาษในมือซึ่งเขียนข้อความว่า ‘We are the same’ เธอรีบคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมแล้ววิ่งออกมาดูในมือของแชมเปญคือแล็ปท็อปรุ่นใหม่ล่าสุด ข้างกายเธอคือชายหนุ่มรูปงามผู้ ทรงอิทธิพลสามคนแห่งตระกูลโภคินชยกุล หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ที่กุมอำนาจ และเป็นสายเลือดเศรษฐกิจของโลกคีรินยืนอยู่ด้านหลังแชมเปญ ส่วนเจซุสและอธิปยืนอยู่สองข้าง สิ่งเดียวที่พวกเขาทุกคนกำลังทำคือจ้องมองไปที่หน้าจอแล็ปท็อป ซึ่งเต็มไปด้วยตัวเลขและรูปภาพบางส่วน ในนั้นมีรูปถ่ายของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้น ในฝ่ามือกำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ หากขยายภาพจะเห็นชัดเจนว่าบนกระดาษเขียนว่า we are the same.บรรยากาศในห้องเงียบงันอย่างที่สุด เงียบจนกระทั่งได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ หรือเสียงหัวใจเต้นอย่างชัดเจนนิ้วของแชมเปญกำลังจะพิมพ์ลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง“หยุดก่อน” อธิปเอ่ยขึ้น สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอแล็ปท็อปทันทีที่เขาพูดจบ นิ้วของแชมเปญก็หยุดลง ดวงตาสีฟ้าครามของเธอหรี่ลงเล็กน้อยอะไรกัน?ความหมายของคุณคือ...” แชมเปญพูดติดอ่า

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่15 คุณไม่สามารถทำให้ผมมีอารมณ์ได้

    เสียงครางแผ่วเบาของผู้หญิง ราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิที่ลอยเข้าสู่หูของคีริน ทำให้ร่างกายของเขาตึงเครียดขึ้นมา มือหนาหดกลับอย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบริเวณนั้นจุดอ่อนไหว เปลี่ยนมาจับและบีบคลึงผิวขาวผ่องบนต้นขาของเธอ ดวงตาคมราวกับมีเปลวไฟอยู่ภายใน กำลังจะลุกโชน แต่ไม่รู้ว่าจะระเบิดออกมาอย่างไรดี จึงทำได้เพียงกัดฟันแน่นและออกแรงบีบที่ต้นขาเนียนสวยแชมเปญไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้กำลังมากขนาดนี้ จึงไม่ได้เตรียมใจไว้ ต้นขาสวยเจ็บแปลบ เธอขบเม้มริมฝีปาก แล้วส่งเสียงร้องออกมาแผ่วเบา เสียงร้องเล็กๆ นั้นราวกับลูกแมว ทั้งน่ารัก และทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะต้องการทำรุนแรงใส่สักครั้งดวงตาที่คมกริบของคีรินยังคงจ้องมองอย่างตั้งใจส่วนแชมเปญนั้นรู้สึกอับอายแทบจะทนไม่ไหวตกลงเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?หญิงสาวหนีบเรียวขาที่บอบบางเข้าหากันแน่น มีเจตนาจะก้มลงเก็บผ้าขนหนู โดยหวังจะถอยห่างจากคีรินให้ไกลที่สุด แต่ทว่า...มือหนายังคงไม่ปล่อย หนำซ้ำยังเพิ่มแรงบีบมากขึ้นอีกด้วย“คะ คุณคีริน หนึ่งนาทีสิบสองวินาที น่าจะพอให้คุณยืนยันแล้วนะคะ?” แชมเปญยิ้มออกมา พยายามอดทนต่อความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วต้นขา แล้วเอ่

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่14 ถอดตามคำสั่ง

    แชมเปญเผยรอยยิ้มจางๆ ริมฝีปากขยับราวกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไว้ นิ้วที่จับขอบผ้าขนหนูไว้กำแน่นขึ้น ผิวของเธอเปลี่ยนเป็นขาวซีดสลับกับแดงเรื่อ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถาม “ฉันขอถามคุณหนึ่งคำได้ไหมคะ?”คีรินจ้องมองตรงมาที่เธอ เขาไม่พูดอะไรเพียงแค่เม้มปากเบาๆ แทนคำตอบแชมเปญฝืนยิ้ม “ทำไมคุณถึงต้องการตัวฉันคะ?”ต้องการตัวฉัน?ไม่ใช่ว่าคีรินจะไม่เข้าใจความหมายของเธอเขาหัวเราะออกมาเบาๆ “คุณคิดว่าคุณมีความสามารถมากพอ ที่จะทำให้ผมต้องการอย่างนั้นหรือ?” ขณะที่พูด คีรินเน้นคำว่า “ต้องการ” อย่างชัดเจน เขายกคิ้วมองแชมเปญด้วยสีหน้าที่ขบขันอย่างที่สุด ราวกับว่าเขาเพิ่งได้ยินเรื่องตลกมาเมื่อแชมเปญได้ยินเขาพูดเช่นนั้น จิตใจของเธอก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย คีรินไม่ได้ต้องการตัว นั่นแสดงว่าเขาเพียงแค่ต้องการตรวจสอบบางอย่างบนตัวเธอเท่านั้น แต่เมื่อคิดทบทวนดูอีกครั้ง บนร่างกายเธอมีอะไรที่ต้องตรวจสอบกันแน่? หรือว่าเขากำลังสงสัยว่าจะซ่อนอาวุธอะไรไว้บนร่างกาย?ความคิดนี้ทำให้แชมเปญรู้สึกว่าตัวเองช่างน่าขัน ไม่มีทางที่คีรินผู้ทรงอิทธิพลจะกลัวว่าเธอจะพกอะไรติดตัวมา หากจำเป็น เขาก็แค่จับขังไว้แล้วสั่งค

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่13 ตรวจสอบร่องรอย

    “ถอดผ้าขนหนูออก” คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา ซึ่งเต็มไปด้วยแรงกดดันและคำสั่งแชมเปญได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกประหลาดใจว่าทำไมมือของเธอถึงสั่น อาจเป็นเพราะความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขา หรืออาจเป็นเพราะ...เป็นเพียงเพราะความเย่อหยิ่ง ราวกับผู้มีอำนาจสูงสุดของคีรินเท่านั้นแชมเปญพยายามระงับความกลัวไว้ แล้วกลับมาสู่ความสงบ ใช่! ต้องใจเย็นเธอคือไดแอนน่า แชมเปญแห่งองค์กรลับ เป็นนักฆ่าที่ใครๆ ก็ต้องเกรงกลัว เป็นนักล่าเงาที่ใครๆ ก็ต้องเทิดทูน แล้วทำไมเธอถึงจะต้องมากลัวเพียงเพราะคำพูดของเขาด้วยเล่า?แชมเปญเงยหน้าขึ้น ยืดหลังตรง มองเข้าไปในดวงตาของคีริน แล้วพูดเสียงดัง “คุณคีริน คุณช่างเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ เข้ามาในห้องลูกสาวคนอื่น แล้วยังกล้าสั่งให้เธอถอดเสื้อผ้าอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ ไม่ทราบว่า... ” แชมเปญหยุดไปครู่หนึ่ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อย พุ่งตรงไปยังคีรินที่นั่งผึ่งผายอยู่บนเตียงของเธอ “คุณห่างหายจากการปลดปล่อยมานานเกินไป เลยกำลังหิวจนตาลายอยู่หรือเปล่าคะ?”คีรินยังคงนั่งอยู่บนขอบเตียง ด้วยท่าทีที่เย็นชาแต่แฝงไว้ด้วยอันตราย มุมปากของเขาเผยอยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ผมไม่มีความเห็นอะไ

  • ใต้บัลลังก์มาเฟีย   บทที่12 ถอดผ้าออก

    คีรินไม่พูดอะไร เพียงแค่เหลือบตาไปมองเจซุสแวบหนึ่ง จากนั้นเขาก็หลับตาลง ขนตาที่ยาวและหนาปิดสนิท ใบหน้าเย็นชา แผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้ด้านหลัง ขาทั้งสองข้างที่เรียวยาวและแข็งแกร่งไขว้กัน มือทั้งสองข้างประสานเข้าหากันบรรยากาศในห้องพลันจมดิ่งสู่ความเงียบงันเจซุสมองไปที่อธิปจากนั้นก็เชิดคางเล็กน้อย แล้วส่ายหน้าเบาๆ อธิปดูเหมือนจะเข้าใจความหมาย สายตามีแววจำใจอยู่บ้าง “คีริน ฉันจะพูดเรื่องนี้”คีรินยังคงหลับตาอยู่ ไม่ได้เอ่ยอะไร อธิปใช้ความเงียบนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่าอนุญาตแล้ว เพราะหากไม่ต้องการฟัง ชายหนุ่มคงไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่เตะเขาปลิวออกจากห้องไปแล้ว“ที่นายรั้ง นักสังหารไร้เงาไว้ที่นี่ เป็นเพราะ…” อธิปหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “นายน่าสงสัยว่าเธอคือคนที่กำลังตามหาใช่ไหม?”ความจริงแล้วเรื่องนี้อธิปก็พอจะคาดเดาจุดประสงค์ของคีรินได้รางๆ น่าจะเป็นเพราะอีกฝ่ายมีจุดที่น่าสงสัยเกี่ยวกับเบื้องหลังของผู้หญิงคนนี้ จึงรั้งเธอไว้ที่ตระกูลโภคินชยกุล ไม่อย่างนั้นนักสังหารไร้เงาคงถูกคีรินฆ่าทิ้งอย่างไม่ไยดีตั้งแต่ตอนที่จับตัวเธอได้แล้วนิสัยของคีรินนั้น อธิปเข้าใจดีกว่าเจ้าตัวเสียอีกเห็นคีรินย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status