ทันทีที่ก้าวพ้นลิฟต์ส่วนตัวที่ต้องผ่านการสแกนม่านตาถึงสองชั้น ถิงถิงก็แทบจะลืมหายใจกับความโอ่อ่าตรงหน้าเพนท์เฮาส์ของประมุขแห่งโกลเด้นฮอว์กที่กินพื้นที่สามชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุง ผนังโดยรอบเป็นกระจกนิรภัยกันกระสุนหนาพิเศษที่มองเห็นวิวเมืองได้ 360 องศา หากแต่จากภายนอกไม่มีใครสามารถมองลอดเข้ามาได้แม้แต่นิดเดียว
บรรยากาศภายในถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์อิตาลีร่วมสมัย เน้นโทนสีดำหินอ่อนและทองคำสีกุหลาบที่ให้ความรู้สึกขรึม ขลัง และทรงอำนาจ ทุกย่างก้าวที่เดินผ่านโถงทางเดินกว้างขวาง เธอสังเกตเห็นชายชุดดำยืนประจำการตามจุดอับสายตาอย่างเงียบเชียบราวกับหุ่นปั้นที่ไม่มีลมหายใจ
“ดิฉันจะพาไปที่ห้องพักนะคะ” หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยนำทางผ่านห้องนั่งเล่นที่เพดานสูงลิ่วประดับด้วยโคมระย้าคริสตัลสั่งทำพิเศษ ซึ่งส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าที่ถูกกักขังไว้
ถิงถิงเดินตามอย่างจำยอม สายตาเหลือบไปเห็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งอยู่ทุกมุมตึก ทั้งเลเซอร์เซนเซอร์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และกล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่หมุนตามการเคลื่อนไหวของเธออย่างน่าขนลุก ที่นี่คือสวรรค์บนดินที่มีความปลอดภัยแน่นหนาที่สุดในโลก แต่สำหรับเธอ มันไม่ต่างจากกรงทองที่ถูกออกแบบมาเพื่อกักขังเธอไว้โดยเฉพาะ
“ดิฉันทำความสะอาดให้เรียบร้อยแล้วค่ะ” แม่บ้านเปิดประตูบานยักษ์ที่ปีกซ้ายชั้นสอง ถิงถิงก้าวเข้าไปในห้องที่ถูกแยกส่วนออกมาอย่างเป็นส่วนตัว สายตาคู่สวยกวาดมองการตกแต่งที่ตัดกับความเคร่งขรึมภายนอกอย่างสิ้นเชิง
ห้องทั้งห้องถูกเนรมิตด้วยโทนสีฟ้าสดใสให้ความสดชื่น ตรงกลางเป็นเตียงเจ้าหญิงหลังใหญ่ที่ดูนุ่มนวลชวนฝัน เฟอร์นิเจอร์ไม้สลักลายอย่างประณีต ข้าวของเครื่องใช้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบตามตำแหน่งที่เธอเคยชอบใช้เมื่อสามปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน
ถิงถิงเบิกตาค้าง หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอจะไม่รู้สึกหวั่นไหวขนาดนี้เลย หากความอลังการทั้งหมดนี้มันไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นจากอดีตของเขาและเธอ
“ห้องนี้เป็นห้องของใครเหรอคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด และเพื่อคลายปมสงสัยที่เริ่มรัดแน่นในอก
“ไม่มีเจ้าของค่ะ เพนท์เฮาส์ของนายท่านปกติแล้วนอกจากแม่บ้านและบอดี้การ์ดฝ่ายอารักขา ก็ไม่มีใครมีสิทธิ์ย่างกรายเข้ามาที่นี่ทั้งนั้น แม้แต่พวกดิฉันเอง เมื่อหมดหน้าที่ก็ต้องแยกย้ายกลับที่พักส่วนตัวทันที ส่วนพื้นที่ชั้นสอง หากไม่มีคำสั่งด่วนหรือความจำเป็นคอขาดบาดตาย จะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ขึ้นมาเหยียบเด็ดขาด ยกเว้นนายท่านเพียงคนเดียวค่ะ” แม่บ้านวัยกลางคนตอบพลางจัดชายผ้าห่มให้เรียบตึง
“ละ แล้วแฟนเขาล่ะคะ?” ถิงถิงหลุดปากถามออกไป หัวใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันไปหมด มันแฝงไปด้วยความอยากรู้ที่มากกว่าแค่การคลายสงสัย เธออยากรู้ว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา พื้นที่ข้างกายเขาถูกใครบางคนจับจองไปแล้วหรือยัง
“นายท่านไม่เคยพาใครมาที่นี่เลยค่ะ คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้ก้าวเข้ามาอยู่ที่นี่” แม่บ้านหันมาสบตาเธอด้วยแววตาที่มีความนัยบางอย่าง
“ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” และเมื่อทำหน้าที่เสร็จสิ้น เธอก็รีบถอยห่างและเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ถิงถิงยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุด
‘คุณเป็นคนแรก...’
ประโยคนั้นวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนแผ่นเสียงที่เล่นท่อนเดิมซ้ำๆ เขาจำได้จริงๆ งั้นเหรอ?
จำความฝันเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้แม่นยำขนาดนี้เลยหรือไงกัน หรือมันจะเป็นเพียงความบังเอิญที่เขาสร้างห้องนี้ขึ้นมาเพื่อประชดประชันเธอกันแน่
ถิงถิงทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนุ่มที่เธอเคยฝันอยากมี น้ำตาที่แห้งเหือดไปเริ่มคลอเคลียขึ้นมาอีกครั้ง ท่าทีที่เย็นชาปานน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาที่มองเธอเหมือนคนแปลกหน้าที่น่ารำคาญ คนใจร้ายคนนั้นจะสร้างวิมานสีฟ้าแห่งนี้ไว้เพื่อเธอทำไมกัน หากใจเขาไม่ได้หลงเหลือความรักให้เธออีกแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน
“พี่โซ่!” ทันทีที่ประตูคอนโดเปิดออก ชายหนุ่มในชุดวิศวกรที่ดูเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวันก็ต้องชะงักกับร่างเล็กๆ ในชุดนักศึกษาที่วิ่งถลาเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มสดใสที่กว้างกว่าวันไหนๆ
“กลับมาแล้วเหรอครับ” ลูเซียโน่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นแฟนสาวมารอรับถึงหน้าประตู ทั้งที่วันนี้เธอน่าจะเลิกเรียนช้ากว่าเวลาเลิกงานของเขา
ทว่าถิงถิงกลับไม่ตอบอะไร เธอเอาแต่ส่งยิ้มกว้างตาหยีอยู่อย่างนั้น
“เห็นแล้วสินะ...” จนลูเซียโน่หลุดยิ้มบางๆ ออกมา เขาเดาได้ทันทีว่ารอยยิ้มแสนหวานนี้มาจากเซอร์ไพรส์ที่เขาแอบซุ่มทำมาหลายวัน
“เหมยรักพี่โซ่ที่สุดในโลกเลย” สิ้นเสียงหวาน เธอก็กระโดดกอดเขาเต็มแรงราวกับลูกลิงตัวน้อย ลูเซียโน่รีบคว้าตัวเธอไว้มั่นพลางหัวเราะเบาๆ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยัยตัวแสบของเขาทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ แต่เขาก็ไม่เคยนึกรำคาญกลับชอบมันเสียด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มอุ้มร่างบางเดินเข้ามาในห้องโดยไม่ยอมวางลง สายตามองไปรอบๆ ห้องที่เคยเป็นสีเทาดำหม่นตามประสาผู้ชายทั่วไป ทว่าตอนนี้ถูกเขาเนรมิตใหม่ให้กลายเป็นโทนสีฟ้าสดใส รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ที่เขาตั้งใจเลือกเฟ้นเฉพาะสีที่เธอชอบมาประดับไว้จนห้องดูมีชีวิตชีวาขึ้นผิดตา
เขาวางเธอลงบนเตียงกว้างอย่างทะนุถนอม ถิงถิงทิ้งตัวลงนอนแล้วกวาดมือถูไปมาบนผ้าปูที่นอนสีนุ่มด้วยความตื่นเต้น
“ทำไมพี่ถึงยอมเปลี่ยนล่ะคะ ทั้งที่พี่ชอบสีดำจะตาย”
“ก็เหมยชอบบ่น...” ลูเซียโน่ตอบตามตรง ตั้งแต่นางฟ้าตัวน้อยย้ายมาอยู่ด้วย เธอก็มักจะงึมงำว่าห้องเขามันดูมืดมนเกินไป ถ้ามีสีฟ้ามาเติมแต่งบ้างคงจะดูสดใสกว่านี้
“พี่โซ่อะ นี่พี่ทำเพราะรำคาญเหมยเหรอคะ” หญิงสาวแสร้งมุ่ยหน้า
“ล้อเล่นครับ พี่รู้ว่าเหมยชอบ และอะไรที่เหมยชอบ พี่ก็ทำให้ได้ทุกอย่าง พี่ชอบเห็นเหมยมีรอยยิ้มแบบนี้ที่สุดนะ” เขาโน้มตัวลงไปลูบแก้มใสด้วยความรักใคร่
“เหมยเคยฝันว่าอยากมีห้องที่ตกแต่งด้วยสีฟ้าไปหมดทุกอย่าง มีเตียงเจ้าหญิงหลังใหญ่กลางห้อง แต่ป๊าบอกว่าของพวกนี้มันหายากและต้องสั่งทำพิเศษ แถมแพงมากด้วย ป๊าเลยไม่เคยยอมซื้อให้เหมยเลยสักครั้ง”
“ถ้าอย่างนั้น ในบ้านใหม่ของเรา เราสร้างห้องในฝันของเหมยเลยดีไหมครับ”
“จริงเหรอคะ พี่โซ่พูดจริงนะ!?” หญิงสาวดีดตัวขึ้นมานั่งด้วยความดีใจจนตัวสั่น
“ครับ พี่สัญญา” ทันทีที่ได้รับคำยืนยัน เธอก็กระโดดเข้าหอมแก้มเขาเป็นรางวัลเหมือนทุกครั้ง ทว่าด้วยความดีใจเกินเหตุก็ทำให้เธอเสียหลัก...
“โอ๊ย!” เสียงหน้าผากชนกับหัวเตียงดัง ‘ปึก’ ทำเอาลูเซียโน่สะดุ้งรีบเดินเข้ามาดู
“นั่นไง... พี่ว่าแล้วเชียว” เขารีบลุกขึ้นไปหยิบแผ่นประคบเย็นที่มักจะมีติดห้องไว้เสมอราวกับเป็นยาสามัญประจำบ้าน เพราะยัยตัวดีของเขามักจะมีเรื่องให้เจ็บตัวได้ทุกวันอย่างไม่น่าเชื่อ
ลูเซียโน่นั่งประคบหน้าผากให้เธออย่างใจเย็น แววตาที่เขามองเธอในวันนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนจนเธอมั่นใจว่าเขาจะปกป้องเธอไปตลอดชีวิตแน่นอน
...
...
ภายในห้องทำงานสีเอิร์ธโทนที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูทว่ากลับดูดุดัน สายตาคมกริบของจอมมารแห่งโกลเด้นฮอว์กยังคงตรึงอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
ภาพในจอคือร่างบอบบางที่เขาสั่งกักขังไว้ในห้องนอนสีฟ้า ถิงถิงไม่รู้ตัวเลยว่าทุกอิริยาบถ ทุกคำพูด หรือแม้แต่เสียงลมหายใจของเธอ ถูกจับตามองผ่านกล้องวงจรปิดที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียนตลอด 24 ชั่วโมง
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูทำให้ชายหนุ่มละสายตาจากจอภาพเพียงชั่วครู่
“เข้ามา” และทันทีที่เขาอนุญาต ลูกน้องคนสนิทก็รีบก้าวมายืนอยู่ตรงหน้า
“หน่วย Cleaner ได้ทำการเก็บกวาดที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้วครับ ส่วน 001 เราส่งกลับถึงที่พักไปแล้วครับนาย” ไทเลอร์มือขวาคนสนิทรายงานด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ ส่วน 001 คือรหัสเรียกแทนตัวโยธา ศัตรูหัวใจที่ลูเซียโน่ตีตราหน้าไว้ว่าเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งที่ต้องจับตามอง
ลูเซียโน่พยักหน้ารับทราบด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอ่ยสั่งงานต่อ เสียงอุทานเบาๆ ที่ลอดออกมาจากลำโพงคอมพิวเตอร์ก็ฉุดรั้งความสนใจของเขาให้หันกลับไปมองอีกครั้ง
“โอ๊ย... เจ็บ” ภาพในจอเผยให้เห็นถิงถิงที่เดินขากะเผลก ลูบเท้าตัวเองปอยๆ หลังจากเดินเซไปเตะเข้ากับขาเตียงไม้แกะสลักอย่างจัง
“บอกหน่วยอารักขาทั้งหมดให้ถอนกำลังออกไปให้หมด ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ไม่ต้องติดต่อกูมา” ลูเซียโน่สั่งเสียงเข้ม
“ครับนาย” ไทเลอร์โค้งคำนับรับคำสั่งอย่างรู้หน้าที่ เขารีบก้าวออกจากห้องเพื่อส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดที่ยืนเรียงรายอยู่รอบชั้นสองสลายตัวกลับไปประจำการที่ฐานของตน และเปิดทางให้เจ้านายได้ใช้เวลาส่วนตัวอย่างเต็มที่
“ซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยน...” ชายหนุ่มพึมพำกับหน้าจอ สายตาที่เคยเย็นชากลับวูบไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามซ่อนมันไว้ลึกที่สุด
ลูเซียโน่หยัดยืนขึ้นเต็มความสูง เขาเดินไปหยิบของบางอย่างในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ก่อนจะก้าวยาวๆ ออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังวิมานสีฟ้าที่เขาจองจำเธอไว้ข้างในนั้นทันที