“คุณเข้ามาทำไม!?” ถิงถิงที่กำลังนั่งลูบเท้าตัวเองอยู่บนเตียงสะดุ้งสุดตัว เธอรีบคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมกายราวกับมันเป็นเกราะกำบัง
จ้องมองร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสายตาหวาดระแวง และด้วยความประหม่าทำให้เธอเผลอขบเม้มริมฝีปากตัวเอง จนลืมไปว่ามีแผลเก่าที่เขาเพิ่งฝากไว้บนรถคันหรู
“ซี้ด...” หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแปลบ พยายามขยับตัวหนีจนชิดหัวเตียงเมื่อเห็นว่าจอมมารกำลังยุ่มย่ามขึ้นมานั่งบนเตียงเดียวกัน
“จ จะทำอะไรคะ” หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งเห็นมือหนาเอื้อมมาหมายจะคว้าต้นคอ เหตุการณ์ป่าเถื่อนบนรถก็ไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ
ร่างเล็กเริ่มสั่นเทา ทว่าลูเซียโน่กลับไม่ได้ตอบโต้อะไร เขายังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยพลางล้วงหยิบหลอดยาขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท
มือหนารั้งต้นคอเธอไม่ให้หนี ทว่าคราวนี้สัมผัสของเขากลับแผ่วเบาอย่างเหลือเชื่อ ปลายนิ้วเรียวแตะแต้มยาสมานแผลลงบนริมฝีปากบางอย่างใจเย็น
ถิงถิงนั่งนิ่งค้างราวกับถูกมนต์สะกด เธอเผลอสบตากับชายหนุ่มที่เพิ่งทำร้ายเธอไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ในวินาทีนี้เขากลับกลายเป็นคนเดียวที่นั่งทายาให้เธออย่างอ่อนโยนที่สุด
บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ความใกล้ชิดในระยะลมหายใจรินรดทำให้ถิงถิงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ผิดกับเสียงก้อนเนื้อในอกซ้ายที่เต้นโครมครามจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก วินาทีนี้เธอเหมือนเห็นภาพทับซ้อนของพี่โซ่ผู้แสนดีในร่างของลูเซียโน่มาเฟียจอมโหด
“คะ คุณ...” เธอกำลังจะเอ่ยปากถามในสิ่งที่ค้างคาใจ แต่แล้วก็ต้องหลุดจากภวังค์เมื่อมือหนาละจากใบหน้าแล้วขยับมาดึงผ้าห่มที่เธอคลุมขาไว้ออกอย่างถือวิสาสะ
“อย่า!” หญิงสาวขัดขืนและพยายามรั้งผ้าห่มไว้แน่น ทว่าเพียงพริบตาเดียว แววตาที่ดูอ่อนโยนเมื่อครู่ก็สูญหายไป กลายเป็นสายตาที่เย็นชาและดุดันของลูเซียโน่คนเดิมที่ตวัดมองมาเป็นการสั่งให้หยุด
“อยู่นิ่งๆ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกออกคำสั่งออกมา ทันทีที่เขากระชากผ้าห่มออกสำเร็จ แผ่นประคบเย็นที่เขาเตรียมมาก็ถูกแกะออกอย่างรวดเร็ว
ลูเซียโน่บรรจงวางแผ่นประคบลงบนรอยช้ำที่หลังเท้าของเธออย่างแผ่วเบา ท่าทางของเขาดูชำนาญและทะนุถนอม ราวกับว่าเขาเคยทำสิ่งนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
และใช่...มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเธอซุ่มซ่ามแค่ไหน
“ทำไมถึงตอบตกลง” ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมห้อง จู่ๆ ลูเซียโน่ก็โพล่งคำถามขึ้นมาโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
“คุณหมายถึงอะไร...” ถิงถิงเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เธอแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ ทั้งที่หัวใจกระตุกวูบเพราะรู้ดีว่าเขากำลังหมายถึงเรื่องที่ร้านอาหารนั่น
“ฉันถามว่าทำไมเธอถึงตอบตกลงเป็นแฟนกับมัน” น้ำเสียงของเขาต่ำลึกลงกว่าเดิม ปลายนิ้วที่กดแผ่นประคบเริ่มออกแรงหนักขึ้นตามอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว แต่เขาก็ยังคงก้มหน้าก้มตาประคบขาให้เธอต่อไปคล้ายพยายามจะสะกดกลั้นอะไรบางอย่าง
“นั่นมันเรื่องส่วนตัวของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคุณ” มือหนาที่กำลังขยับชะงักกึกทันควัน ลูเซียโน่เงยหน้าขึ้นสบตาเธอในที่สุด ใบหน้าคมคายฉายแววจริงจังจนน่าขนลุก ดวงตาสีเทาที่เคยเรียบนิ่งตอนนี้วาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่พยายามจะระงับไว้
“อย่ากวนประสาทฉันตอนนี้ แค่ตอบมาดีๆ”
“...” ถิงถิงหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้งด้วยหัวใจที่เต้นรัว แววตาของเขาในตอนนี้เหมือนพายุที่กำลังก่อตัว
“เพราะฉันไม่ได้รัก...” จนสุดท้ายเธอก็ยอมตอบ
ทว่า...
“อุ๊บ!!” ถิงถิงเป็นต้องเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจ เพราะคำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากหนาฉกวูบลงมาปิดปากเธอไว้ทันควัน
จูบในครั้งนี้ต่างออกไปจากเดิม มันไม่มีความดิบเถื่อนหรือจงใจจะสั่งสอนเหมือนครั้งก่อน หากแต่มันกลับเต็มไปด้วยความสั่นเครือและอ้อนวอนอย่างถึงที่สุด
“อย่าพูดว่าเธอไม่รักฉัน” น้ำเสียงนั้นเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน ลมหายใจที่สอดประสานกันทำให้รู้ว่าไม่ใช่แค่หัวใจของเธอเท่านั้นที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกมา แต่หัวใจของเขาก็สั่นไหวไม่แพ้กัน
“...” น้ำตาที่เพียรสะกดกั้นเริ่มรินไหลลงมาอีกระลอก ถิงถิงจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าผ่านม่านน้ำตาด้วยความสับสน
เขาต้องการอะไรกันแน่?
ทำไมถึงทำเหมือนรัก ทั้งที่ใจร้ายกับเธอขนาดนี้
“ทะ ทำไม ทำไมตอนนั้นคุณถึงเลือกทิ้งฉันไป” เธอสะอื้นไห้พลางเค้นถามประโยคที่ติดค้างอยู่ในใจมาตลอดสามปี
ใช่แล้ว...ตอนนี้เธอกำลังใจอ่อน คนที่มีความรักให้เขาอยู่เต็มเปี่ยม ทั้งหัวใจยังคงรออยู่แต่เขามาตลอด ไม่อยู่ในจุดนี้ก็คงไม่มีทางเข้าใจ
“ทำไมถึงหายไปโดยไม่บอกลาเลยสักคำ รู้ไหมว่าคนที่ต้องรออยู่ตรงนี้มันทรมานแค่ไหน...” ความเจ็บปวดที่สะสมมานานระเบิดออกมาเป็นหยดน้ำตาที่ไม่มีท่าทีจะหยุด หากวันนั้นเขาให้เหตุผลสักนิด หรือเลือกที่จะบอกลาให้จบกันไป เธอคงไม่ตกอยู่ในนรกของการรอคอยที่ไร้ความหวังตลอดมา
สามปีที่ต้องทนอยู่กับคำถามซ้ำๆ เขาทิ้งเธอทำไม เขาอยู่ที่ไหน เขายังมีชีวิตอยู่ไหม ทุกอย่างมันหลอกหลอนจนเธอไม่เคยข่มตานอนหลับได้สนิทเลยสักคืนเดียว
“ขอโทษ...” ลูเซียโน่เอ่ยแผ่วเบาพลางเอื้อมมือหนาไปซับน้ำตาที่แก้มเนียนอย่างอ่อนโยน ดวงตาคู่คมที่เคยมองเธอด้วยความเย็นชา ตอนนี้กลับฉายแววเจ็บปวดรวดร้าวราวกับมีใบมีดนับพันกรีดลึกเข้าไปในหัวใจ
คำขอโทษนั้นเบาหวิวทว่ากลับหนักอึ้งไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งโกรธแค้นในโชคชะตา เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และเจ็บปวดที่เห็นเธอต้องแตกสลายเพราะน้ำมือของเขาเอง
ร่างสั่นเทาที่ดูแตกสลายถูกกระชากเข้าสู่อ้อมกอดที่แสนคุ้นเคย อ้อมกอดที่ถิงถิงเคยกะเกณฑ์ว่ามันคือพื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเธอ
หญิงสาวซบหน้าลงกับแผงอกแกร่งปล่อยโฮออกมาสุดเสียงราวกับต้องการระบายความอัดอั้นทั้งหมดที่ถาโถมเข้ามา ขณะที่ลูเซียโน่ไม่ได้เอ่ยคำใด เขาเพียงแต่ลูบเรือนผมสลวยแผ่วเบา ก่อนจะเชยคางมนขึ้นเพื่อจูบซับน้ำตาที่นองหน้าอย่างทะนุถนอม
คราวนี้ถิงถิงไม่ได้ขัดขืน เธอหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่แสนคิดถึง ยอมรับกับตัวเองอย่างหมดรูปว่าเธอโหยหาความอ่อนโยนจากชายคนนี้มากเพียงใด
รสจูบที่เริ่มจากความปลอบประโลมแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาที่แผดเผา ไฟแห่งความคะนึงหาลุกโชนขึ้นมาจนคนสองคนตกอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ยากจะควบคุม ถิงถิงลืมสิ้นทุกความโกรธแค้น เธอรู้เพียงว่าตอนนี้หัวใจกำลังสั่งให้เธอกลับไปเป็นของเขาอีกครั้ง
ลูเซียโน่เริ่มได้ใจเมื่อคนใต้ร่างตอบสนอง มือหนาที่ร้อนระอุรุกล้ำเข้าไปใต้ชายเสื้อนักศึกษาเนื้อบาง บีบเคล้นทรวงอกอิ่มที่เขาเคยปั้นแต่งและครอบครองมานับครั้งไม่ถ้วน ความนุ่มนิ่มที่แสนคิดถึงประกอบกับกลิ่นกายหอมละมุนราวกับเด็กน้อยยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชน
ชายหนุ่มผละริมฝีปากออกมาซุกไซ้ซอกคอระหง ดูดเม้มฝากรอยตีตราความเป็นเจ้าของอย่างหนักหน่วง ขณะที่มืออีกข้างยังคงบีบเคล้นยอดอกตึงคัดผ่านบราเซียตัวจิ๋วจนสติของถิงถิงเริ่มขาวโพลนหายไปกับสัมผัสรัญจวนใจที่เขาป้อนให้
ร่างนวยนาดถูกกดลงกับเตียงนุ่มโดยมีร่างสูงใหญ่ขึ้นคร่อมทับ เสื้อตัวบางถูกถกขึ้นจนเห็นผิวขาวเนียนละเอียด ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะก้มลงครอบครองยอดถันด้วยความหิวกระหาย
“อื้อ...” ขณะที่ลิ้นร้อนตวัดรัวจนคนใต้ร่างสั่นสะท้าน ถิงถิงครางแผ่ว ขยุ้มเส้นผมสีเข้มของเขาแน่นเพื่อระบายความซ่านสยิวที่ตีตื้นขึ้นมาจนแทบสำลัก
ห้วงอารมณ์ดิบเถื่อนกำลังพาเธอทะยานไปสู่จุดที่กู่ไม่กลับ...
ทว่าในวินาทีที่ความรัญจวนกำลังพุ่งทะลุขีดจำกัด ภาพของใบหน้าใจดีและความอบอุ่นของชายที่รอเธออยู่ที่ร้านอาหารก็ผุดขึ้นมาในหัวเหมือนสายฟ้าฟาด
“พะ พี่โยธา!” เสียงหวานหวีดร้องชื่อนั้นออกมาท่ามกลางเสียงหอบพร่า
ทำเอาลูเซียโน่ชะงักกึกทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่ซุกอยู่กับทรวงอกขาวผ่องนิ่งค้างไปในพริบตา บรรยากาศที่เคยร้อนระอุแผดเผาพลันกลับกลายเป็นเย็นยะเยือกเหมือนถูกน้ำแข็งราดลงบนกองไฟ
มาเฟียหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ดวงตาสีเทาที่เคยฉายแววหิวกระหายเมื่อครู่ ตอนนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความแค้นและรังสีอำมหิตที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า...
“โยธางั้นเหรอ!?”