สองวันต่อมา...
@มหาวิทยาลัย
"วันนี้โคตรปวดหัวเลยอะ อาจารย์สอนไม่เข้าใจเลย"
หลังจากที่เรียนภาควิชาตอนเช้าเสร็จ ทั้งสามสาวคณะบริหารปีสองหมาดๆ ก็เดินลงจากตึกคณะเดินต่อไปที่ศูนย์อาหารใหญ่ของมหาวิทยาลัย ขณะที่กำลังจะหย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวสำหรับทานอาหารเที่ยงไคร่าสาวสวยสุดมั่นและเอาแต่ใจตามประสาลูกคุณหนูผู้มีคนคอยตามใจตลอดเวลาก็เอ่ยปากบ่นถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึกไม่โอเคตอนนี้
ซึ่งก็คือเกี่ยวกับวิชาที่เพิ่งเรียนเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วอย่างการทำบัญชีนั่นเอง เธอไม่ชอบวิชาที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ที่สุด มันเข้าใจยากและวุ่นวายชวนปวดหัวจวนจะคลื่นไส้ให้ได้
"อาจารย์สอนไม่เข้าใจหรือแกไม่พร้อมจะเข้าใจเองห่ะยัยไคร่า" พลอยใสสาวสวยหน้าตาน่ารักดวงตากลมโตสุกใสผิวขาวอมชมพูผมสีน้ำตาลดาร์กช็อกโกแลตลอนยาวถึงกลางหลัง รูปร่างผอมเพรียวอย่างสุขภาพดี
เป็นลูกคุณหนูฐานะทางบ้านดีในระดับหนึ่งและเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ไม่มีพี่น้องเป็นเพื่อนสนิทในกลุ่มอีกหนึ่งคนของไคร่าและน้ำขิงที่รู้จักตั้งแต่ปีหนึ่ง
เธอมีนิสัยที่น่ารัก สดใสและแอบโก๊ะบ้างบางเวลาซึ่งต่างจากไคร่าลูกสาวมาเฟียที่เป็นลูกคนสุดท้ายของตระกูลที่ถูกตามใจมาโดยตลอด ไคร่าจะเป็นผู้หญิงลุยๆ กล้าได้กล้าเสียไม่เกรงกลัวใคร รักเพื่อนชอบช่วยเหลือแต่ถ้ามีเรื่องไม่ได้ดั่งใจเธอก็จะโวยวายเล็กน้อย
ในขณะที่น้ำขิงจะเป็นสาวสวยที่มีทั้งความสดใสและความนิ่งอยู่ในตัวบางครั้งก็ดูสุขุมตามประสาลูกสาวคนโตที่ชอบอยู่กับพ่อตั้งแต่เด็กๆ
ซึ่งทั้งสามคนก็สามสไตล์แต่อยู่ด้วยกันได้อย่างหลงตัวและไม่เคยมีปัญหากันเลยสักครั้ง
"ฉันก็พยายามจะเข้าใจนะแต่สมองปฏิเสธความรู้อะ ง่วงด้วย" ไคร่าตอบพลอยใสพร้อมกลอกตาทำหน้าเบื่อหน่ายและเซ็งมากๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองไม่ค่อยชอบ
"เหอะ ฉันละเหลือเชื่อกับแกจริงๆ" น้ำขิงว่าเพื่อนพร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเหนื่อยหน่ายใจกับคำตอบของไคร่า ก่อนที่จะส่ายหน้าเบาๆ แล้วก้มหน้าสนใจข้าวในจานตรงหน้าที่ซื้อมากินแทน
"ซิ่วไหมล่ะ เหมือนแกจะไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับการบริหารนะไคร่า" พลอยใสที่ตักข้าวเข้าปากไปหนึ่งคำกำลังเคี้ยวข้าวแก้มตุ้ยแสดงความคิดเห็นออกไปหลังจากที่สมองฉุกคิดขึ้นมาได้
ในเมื่อเพื่อนดูลำบากใจเวลาเรียนวิชาเอกก็อย่าฝืนดีกว่า สู้ซิ่วออกไปแล้วสอบเข้าใหม่กับคณะที่ใช่ดีกว่า
"ซิ่วเหรอ ถ้าฉันซิ่วฉันโดนเฮียเคย์ฟาดหลังแอ่นแน่" แต่ไคร่าที่ได้ยินคำว่าซิ่วก็ออกอาการขนลุกทันทีพร้อมกับบอกเหตุผลที่ทำให้เธอมีอาการแบบนั้น
อย่างที่รู้กันว่าเคย์เดนคือพี่ชายคนโตที่มีอำนาจที่สุดในบ้าน พ่อแม่ยังต้องยอมฟังพี่ชายคนนี้พูดทุกอย่างและทุกเรื่องที่พี่ชายคนนี้บอกว่าดีมันก็คือดี เพราะเคย์เดนจะเป็นคนหัวไว ฉลาดมีความรู้มองการณ์ไกล การที่พี่ชายบอกว่าเรียนบัญชีนั่นแหละดีแล้วจะได้มาช่วยมาทำงานหลังจากเรียนจบ ไคร่าจึงไม่สามารถค้านอะไรได้ อีกอย่างเธอก็ไม่มีสิ่งที่อยากเรียนตายตัวด้วย ไม่มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจอยากให้เรียน
สภาพเธอเลยเป็นอย่างที่เห็น ชอบเที่ยวไม่ค่อยสนใจการเรียน ใช้เงินแก้ปัญหามากกว่าใช้สมอง
"เดี๋ยวนะเฮียเคย์ที่แกหมายถึงคือเฮียเคย์ที่ดูนิ่งๆ เย็นชาเป็นพี่ชายคนโตคนนั้นปะ"
"อืม คนนั้นแหละดุอย่าบอกใครเลยเชียว ไม่เชื่อแกก็ถามยัยน้ำขิงสิ ยัยนี้เป็นคู่หมั้นพี่ชายฉัน" ไคร่าตอบพร้อมโบ้ยไปหาน้ำขิงที่นั่งกินข้าวเงียบๆ อยู่ข้างๆ จนน้ำขิงที่ได้ยินแบบนั้นเกือบสำลักข้าวที่กินเลยทีเดียวเมื่อไคร่าเปิดเผยเรื่องการหมั้นของเธอกับเคย์เดนให้พลอยใสทราบ ขณะที่พลอยใสได้ยินดังนั้นก็หูผึ่งตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่หูเพิ่งได้ยินมา
"ห้ะ! จริงดิขิง แกหมั้นกับพี่ชายไคร่าจริงเหรอ" น้ำขิงเงียบแต่สายตาล่อกแล่กไปมาอย่างเลิ่กลั่กขั้นสุด เธอตั้งใจจะปิดเรื่องการหมั้นไม่ให้ใครทราบเนื่องจากไม่ใช่หมั้นกันด้วยความรัก แม้กระทั่งพลอยใสที่เป็นเพื่อนในกลุ่มก็จะไม่บอกให้ทราบ ถึงแม้ว่าเธอจะมั่นใจว่าถ้าพลอยใสรู้เธอจะไม่เอาไปพูดก็ตาม
"อืม แต่แกอย่าไปบอกใครนะ ฉันไม่อยากให้ใครรู้"
"บ้าน่า นี่แกหมั้นกับทายาทมหาวิทยาลัยเราเลยนะเว้ยขิง ถ้ามีคนรู้นะทุกคนต้องอิจฉาแกแน่นอน" พลอยใสว่าพร้อมนัยน์ตาเป็นประกายอมยิ้มอย่างนึกอิจฉาเพื่อน
"แกอย่าให้ใครรู้เด็ดขาดเลยนะพลอยใส ไม่งั้นหัวแกหลุดจากบ่าแน่" น้ำขิงขู่เพื่อน เธอคิดว่าเคย์เดนก็คงไม่อยากให้ใครทราบเรื่องนี้เหมือนกัน อีกอย่างเขาเป็นพวกไม่ชอบสนใจเรื่องของคนอื่น คนอื่นก็อย่ามาสนใจเรื่องของเขาเช่นกัน ไม่งั้นอาจจะได้เห็นโหมดน่ากลัวเอาได้
"โอเคๆ ฉันเหยียบไว้เลยแต่อิจฉาแกอะ ระดับเฮียเคย์หนึ่งในกลุ่มสุดฮอตของวิศวะปีสี่เลยนะแถมเฮียยังหล่ออย่างกับรูปปั้นกรีกโรมันอีกด้วย อิจฉาอะ เอ้านั่นไงพูดยังไม่ทันขาดคำเลย เดินหล่อมานู่นแล้วยัยน้ำขิง"
พลอยใสพูดยังไม่ทันขาดคำพอหันไปทางเข้าของศูนย์อาหารก็เห็นสามหนุ่มร่างสูงไล่เลี่ยกันสวมชุดช็อปสีแดงตามคณะที่เรียนกำลังเดินเข้ามาในศูนย์อาหารพร้อมกันพอดี
โดยตรงกลางที่เดินล้วงมือในกระเป๋าเสื้อช็อปเป็นเคย์เดน หน้าตาหล่อเหลาของเขามีแต่ความเรียบนิ่งเดินมองตรงไม่หันมองข้างทางที่มีสาวๆ ยืนมองด้วยสายตาหวานเยิ้มเป็นประกายสักนิด ส่วนข้างๆ ที่เดินขนาบข้างมาด้วยอีกสองคนก็คือออสตินกับจอมทัพเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กๆ ของเคย์เดนซึ่งความหล่อที่มีก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าเคย์เดนเช่นกัน
"เหมือนพวกเฮียจะเดินตรงมาทางโต๊ะพวกเราเลยอะ" ไคร่าที่นั่งมองกลุ่มพี่ชายตัวเองเดินหน้าหล่อมาแต่ไกลพูดลอยๆ กับเพื่อนทั้งสองคนขณะที่สายตายังคงมองกลุ่มพี่ชายไม่วางตา
ทำให้น้ำขิงที่เห็นแบบนั้นถึงกับออกอาการนั่งไม่เป็นสุขทันที เธอไม่ทราบว่าถ้าเคย์เดนเดินตรงมาทางโต๊ะของพวกเธอแล้ว คนที่เขาเล็งไว้จะเป็นใครระหว่างเธอกับไคร่า
จนกระทั่ง…
"ของเธอ" ทันทีที่ร่างสูงของเคย์เดนเดินไปถึงโต๊ะตัวที่น้ำขิงนั่งอยู่เขาก็ยื่นแบล็กการ์ดสีดำหนึ่งใบให้น้ำขิง แต่น้ำขิงนิ่งเคย์เดนจึงวางลงตรงหน้าของน้ำขิงแทน
ซึ่งการกระทำแบบนี้ทำให้น้ำขิงทำตัวไม่ถูกหัวใจเต้นแรงมือไม้เปียกชื้นเพราะความตื่นเต้นที่กำลังเล่นงานไม่หยุด แบล็กการ์ดที่ใครๆ ก็รู้ว่ามันมีมูลค่ามหาศาลขนาดไหนและบ่งบอกถึงฐานะของคนที่ครอบครองได้ด้วยว่าร่ำรวยขนาดไหน
แต่จู่ๆ เคย์เดนก็นำมาให้เธอแบบนี้ หมายความว่าไง?
"ขะของขิงเหรอ?" น้ำขิงเงยหน้าขึ้นถามคนตัวสูงข้างๆ ด้วยสีหน้าสงสัย เธอยังคงไม่เข้าใจเหมือนเดิมว่าเคย์เดนมีเหตุผลอะไรที่จะต้องให้บัตรใบนี้กับตัวเอง
"อืม เมื่อเช้าฉันลืมให้ รูดใช้ตามสบายได้เลย" เพราะเมื่อเช้าต่างคนต่างนั่งรถมาเรียนแถมเขายังเห็นน้ำขิงทำหน้าบึ้งตึงเหมือนกำลังไม่พอใจเขาอีกด้วย
ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าได้ไปทำอะไรให้น้ำขิงไม่พอใจหรือเปล่า จะถามก็ไม่กล้าเพราะหลังจากออกจากห้องนอนของน้ำขิงสองวันที่แล้วเธอกับเขาก็ไม่ได้คุยกันเลย ตอนเจอหน้ากันในห้องโถงน้ำขิงก็เลือกที่จะเงียบแล้วเดินออกไปพร้อมอาการเหมือนคนไม่พอใจจนเขาถึงกับงง
วันนี้เขาเลยต้องรวบรวมความกล้าที่ได้แอบไปปรึกษาน้องชายไว้มาหาน้ำขิงเพื่อง้อเธอ
ใช่เขามาง้อ เพราะน้องชายของเขาบอกไว้ว่าน้ำขิงอาจจะกำลังงอนอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าน้ำขิงงอนอะไร
"ทำไมถึงให้ขิงล่ะ"
"บัตรไม่ค่อยได้ใช้ เธอเอาไปใช้ละกัน" เสียงนิ่งๆ ขรึมๆ หน่อยเอ่ยออกไปพร้อมเหตุผลที่ฟังดูไม่เข้าท่าเท่าไหร่แบบไม่เต็มเสียงนัก เพราะไม่เคยทำอะไรทำนองนี้กับใครมาก่อน ตอนพูดจบก็เลยทำตัวไม่ถูกสักเท่าไหร่
"หืม? คู่หมั้นยังให้ขนาดนี้ ถ้าแต่งงานไปพี่ไม่ยกมรดกให้น้ำขิงหมดเลยเหรอ" ไคร่าที่นั่งมองพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แซวพี่ชายตัวเองลอยๆ ก่อนที่จะตวัดสายตามองหน้าพี่ชายด้วยนัยน์ตาล้อเลียนในเวลาต่อมา
ปากบอกว่าหมั้นกันเฉยๆ ไม่ได้ชอบ ไม่ได้สนใจ แต่เทคแคร์ดีขนาดนี้มองจากดาวอังคารยังดูออกว่าพี่ชายตัวเองคิดไม่ซื่อกับเพื่อนของเธอ
"ไคร่า!" แต่การล้อเลียนแบบนั้นก็ทำให้น้ำขิงแอบเสียงดังใส่เพื่อนตัวเองที่แซวออกมาแบบนั้น เพราะสำหรับเธอแล้วการแต่งงานกับเคย์เดนคือภาพที่ริบรี่มาก
"มันให้เราอะ ก็รูดใช้ไม่ต้องเกรงใจเลยนะขิง ไอ้เคย์มันตังค์เหลืออยู่แล้ว" จอมทัพที่มองน้องสาวนั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดซีเรียสอยู่ก็อดพูดให้น้ำขิงผ่อนคลายลงด้วยความเอ็นดูไม่ได้
เอาจริงๆ เขาเองก็ไม่คิดว่าการที่เคย์เดนชวนมาที่ศูนย์อาหารใหญ่ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาสามปีที่เรียนที่นี่เคย์เดนไม่เคยเฉียดกายเข้ามาในนี้เลยสักครั้ง เวลาจะทานอาหารก็จะมีลูกน้องส่งอาหารมาให้แล้วเข้าไปนั่งกินพร้อมกันที่ห้องพักสำหรับนักศึกษาวีไอพี
แต่เหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกที่คุณชายรักสันโดษอย่างเคย์เดนย่างกรายเข้ามาในศูนย์อาหารที่ผู้คนแน่นตึกแบบนี้ แถมตอนนี้ยังขยับตัวไปด้านหลังน้องสาวของเขาพร้อมกับกางแขนวางฝ่ามือใหญ่ลงบนโต๊ะอาหารในท่าที่กำลังคร่อมน้ำขิงจากทางด้านหลังอีกด้วย
หมับ!
เฮือก!
อ่า~ ให้ตายเถอะแล้วแม่งเคยพูดว่าน้ำขิงไม่ใช่สเปค
"ตอนเย็นไปหาฉันที่คณะด้วย จะได้กลับพร้อมกัน" เสียงทุ้มกระซิบบอกเบาๆ ใกล้ใบหูที่กำลังแดงขึ้นน้อยๆ ของน้ำขิง ขณะที่สายตาก็จ้องมองเสียวใบหน้าสวยไปเงียบๆ ด้วย ก่อนที่จะถอยร่างกายออกแล้วเดินจากไปในที่สุด
เฮ้อ!
ทันทีที่ร่างสูงของเคย์เดนเดินจากไปจนพ้นสายตาแล้ว เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกก็ดังขึ้นจากน้ำขิงในทันที หัวใจของเธอแทบจะเต้นทะลุออกมาจากหน้าอกตอนที่เคย์เดนขยับตัวลงมากระซิบข้างหูเมื่อกี้
"เหมือนพี่ชายฉันจะเริ่มชอบแกหรือเปล่าวะขิง"
"เอ้า นี่หมั้นกันแต่ไม่ได้ชอบกันเหรอวะขิง" พลอยใสถามตาโตอย่างตกใจกับสิ่งที่เพิ่งรู้อีกครั้ง เป็นเรื่องที่ประหลาดใจตอนได้ยินมากๆ ปกติคนเราจะปรองดองกันในลักษณะนั้นมันก็ต้องชอบกันรักกันหรือเปล่าแต่นี่ไม่ได้ชอบกันเหรอ?
"พี่ฉันกับยัยน้ำขิงไม่ได้หมั้นกันเพราะชอบกันหรอก แต่หมั้นกันเพราะผู้ใหญ่เห็นชอบ" ไคร่าตอบ
"มีงี้ด้วยเหรอ?" พลอยใสอึ้ง ไคร่าที่เห็นเพื่อนทำหน้าอึ้งแบบนั้นจึงพูดต่อว่า...
"อืม ก็พ่อแม่พวกเราเป็นเพื่อนกันอะ สงสัยจองกันตั้งแต่ในท้องละมั้ง"
"โบราณมาก แต่เอาเถอะยังไงก็ช่างอะ ถ้าเป็นฉันนะ...ฉันก็หมั้นอะเพราะเฮียเคย์หล่อมาก" ถึงแม้ว่าจะรู้สึกล้าหลังไปบ้างกับการจับหมั้นแบบนั้น แต่ถ้าเป็นเธอโดนจับหมั้นกับคนหล่ออย่างเคย์เดนบ้าง พลอยใสก็คิดว่าคุ้มที่จะได้สามีหล่อในอนาคต
"อย่ามัวดี๊ด๊านักเลยยัยพลอยกินข้าวได้แล้ว" น้ำขิงที่หยุดสงสัยกับการกระทำของเคย์เดนแต่ยังใจเต้นแรงกับเหตุการณ์เมื่อกี้นี้เบื่อที่จะนั่งฟังเพื่อนสนใจเรื่องของตัวเองก็เลยตำหนิด้วยการสั่งให้เพื่อนทานข้าวแทน ส่วนตัวเองก็นั่งกินไปด้วยเช่นกัน
แต่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่ดีๆ จู่ๆ เธอก็รู้สึกอยากจะบ้าตายกับสิ่งที่วนเวียนเข้ามาในหัวไม่หยุดไม่หย่อนตอนนี้ เพราะไอ้คำว่า 'ตอนเย็นไปหาที่คณะด้วยจะได้กลับพร้อมกัน' คอยดังซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเธอไม่หยุดเลยนะสิ!