Compartilhar

บทที่ 5

Autor: ชุ่ยเวย
อาอิงหลัวนึกว่าตนฟังผิดไป

นางมองเว่ยเจิง ใบหน้านั้นมีความรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ที่มากกว่านั้นคือท่าทีราวกับเห็นว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่นางควรทำอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้นางเพิ่งถูกบังคับกรอกยาหงฮวา ร่างกายยังไม่ทันฟื้นดี เมื่อวานเพื่อช่วยน้องสาวของเขา นางยังเอาตัวรับคานหลังคาที่ร่วงลงมา จนตอนนี้ไหล่ยังพันผ้าพันแผลอยู่

มาตอนนี้เขายังจะให้นางออกไปรับผิดแทนเว่ยเจี่ยวเจี่ยวอีก

อาอิงหลัวโมโหจนแทบหัวเราะออกมา นางยืดหลังตรงแล้วเงยหน้ามองเว่ยเจิง

“หากข้าไม่ยอมเล่า?”

“ท่านแม่ทัพจะมัดข้าแล้วลากไปหรือ?”

เว่ยเจิงดูเหมือนไม่คิดว่านางจะตอบเช่นนี้ จึงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว

“อิงหลัว อย่าพูดเพราะอารมณ์เลย เจ้าเป็นพี่สะใภ้ คอยปกป้องน้องสาวก็เป็นเรื่องสมควรมิใช่หรือ?”

“ก็แค่ออกไปขอโทษเท่านั้น ไม่ได้ให้เจ้ารับข้อหาอะไรเสียหน่อย”

อาอิงหลัวยังไม่ทันเอ่ยปาก ด้านนอกประตูก็พลันเกิดเสียงเอะอะขึ้น

“มหาปุโรหิตมาแล้ว…”

“ท่านอวี๋เยวียน!”

เสียงอื้ออึงของชาวบ้านพลันเงียบลง ราวกับทุกคนต่างเกรงขามใครบางคน

เว่ยเจิงหันไปจ้องทางประตูใหญ่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสั่งว่า “เปิดประตู”

บ่าวชายขานรับแล้วรีบเข้าไปผลักประตูเปิด

ด้านนอกประตูเต็มไปด้วยชาวบ้าน อวี๋เยวียนกำลังพลิกกายลงจากหลังม้า

เขายังคงสวมชุดขาวดุจหิมะ สีหน้าเรียบเฉยเย็นชา

เขาเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา กวาดตามองทุกคนที่อยู่ตรงนั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“เรื่องไฟไหม้วัดไม่ได้เกิดจากฝีมือคน ข่าวที่ลือกันนั้นเป็นเพียงข่าวผิดๆ ไม่ต้องพูดถึงอีก”

ชาวบ้านต่างหันมองหน้ากัน ก่อนจะมีคนหนึ่งรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น

“ท่านมหาปุโรหิต อยู่ดีๆ วัดจะเกิดไฟไหม้ขึ้นมาได้อย่างไร? หากมิใช่เพราะคุณหนูท่านนั้นทำเทียนล้ม แล้วจะมีสาเหตุอื่นใดได้อีก?”

สีหน้าอวี๋เยวียนไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย สายตาเหลือบผ่านเว่ยเจี่ยวเจี่ยวที่กำลังเช็ดน้ำตา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ในหมู่สตรีที่ไปประกอบพิธีวันนั้น มีผู้หนึ่งมีบาปกรรมติดตัวจนทำให้เทพแห่งขุนเขาพิโรธ จึงบันดาลเพลิงจากฟ้าลงมาเพื่อลงโทษ”

พอคำนี้หลุดออกมา ผู้คนทั่วทั้งบริเวณก็แตกฮือ

อาอิงหลัวใจหายวาบ นางเงยหน้ามองอวี๋เยวียนโดยไม่รู้ตัว

เว่ยเจิงก้าวขึ้นไปขวางอยู่เบื้องหน้าเว่ยเจี่ยวเจี่ยว แล้วถามเสียงขรึม “เป็นผู้ใดกัน?”

ในที่สุดสายตาของอวี๋เยวียนก็เลื่อนไป

เขาค่อยๆ หันหน้าไป สายตาเลยผ่านผู้คนแล้วหยุดลงที่อาอิงหลัว

“คือนาง อาอิงหลัว ภรรยาคนแรกของแม่ทัพเว่ย”

ทุกสายตาพลันหันมาจับจ้องอาอิงหลัว

ไหล่ของนางยังพันผ้าพันแผล สีหน้าก็ซีดเซียว

อาอิงหลัวมองอวี๋เยวียน

นางกับเขาก็ถือว่าเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์ ผูกพันกันไม่น้อย

แม้นางจะรู้แล้วว่าเขามีใจให้เว่ยเจี่ยวเจี่ยว จึงจงใจไม่ไปรับโคมของนาง แต่นางก็ไม่เคยโทษเขาเลย

เรื่องของหัวใจ ฝืนกันไม่ได้

แต่เหตุใดเขาต้องทำกับนางถึงเพียงนี้?

เพียงเพื่อปกป้องเว่ยเจี่ยวเจี่ยว ถึงกับต้องผลักนางออกไปรับผิดแทนเลยหรือ?

“ขอถามมหาปุโรหิต ข้ามีบาปกรรมอะไรติดตัว ถึงได้ล่วงเกินเทพองค์ใดเข้า?”

อวี๋เยวียนหลุบตาลง น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย

“ความลับสวรรค์มิอาจแพร่งพราย เรื่องนี้เจ้าต้องออกไปเดินแห่ประจานด้วยตนเองสามวัน เพื่อขจัดบาปกรรมที่ติดตัว จากนั้นยังต้องคัดคัมภีร์อีกหมื่นม้วน จึงจะปัดเป่าเคราะห์ภัยได้”

อาอิงหลัวโมโหจนหลุดหัวเราะ นางกำลังจะพูดต่อ แต่เว่ยเจิงกลับคว้าข้อมือนางไว้

น้ำเสียงของเขาพลันเคร่งขึ้น

“อิงหลัว เจ้าเกิดที่หุบเขาอวิ๋นกุ้ย ก็น่าจะรู้ดีว่าคำตัดสินของมหาปุโรหิตไม่มีทางผิด อย่าดื้อดึงไม่ฟังเหตุผล”

ดื้อดึงไม่ฟังเหตุผล

อาอิงหลัวเผยอริมฝีปาก ยังไม่ทันได้พูดอะไร เว่ยเจิงก็เชิดคางเป็นเชิงสั่งบ่าวชายที่อยู่ด้านหลังเสียแล้ว

“พาฮูหยินไป”

หญิงรับใช้สูงวัยสองคนเข้าประกบซ้ายขวา จับแขนนางไว้แล้วลากออกไป แผลที่ไหล่ถูกดึงจนเจ็บปวดรุนแรง ทำให้สายตาของนางพร่ามัวไปชั่วขณะ

คนเหล่านั้นผลักนางออกไปกลางถนน แล้วมีคนสาดน้ำเย็นจัดหนึ่งกระบวยใส่ น้ำซึมผ่านเสื้อผ้าจนชุ่มและกระทบแผลที่ไหล่

นางเจ็บจนแทบหมดสติ

“บาปกรรมเกาะติดร่าง ต้องขับไล่สิ่งอัปมงคล…”

บางคนขว้างใบผักใส่นาง บางคนก็ถ่มน้ำลาย

ใบผักเน่ากระแทกหน้าผากนาง แล้วห้อยเปียกแฉะลงมา

อาอิงหลัวก้มหน้าไม่หลบ และไม่มีแรงแม้แต่จะหลบ ได้แต่ปล่อยให้คนเหล่านั้นฉุดพาไป

คนเหล่านั้นคุมตัวนางไว้ นางไม่มีแรงแม้แต่จะดิ้นรน และทุกวันยังต้องถูกพาออกไปเดินแห่ประจานตามท้องถนนนานสามชั่วยาม

จนกระทั่งถึงวันเทศกาลฮวาซิ่น การถูกแห่ประจานของนางจึงสิ้นสุดลง และในที่สุดเว่ยเจิงก็ปรากฏตัว

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ใต้ม่านหมอก ข้าพบชะตาที่หนีไม่พ้น   บทที่ 20

    ภูมิทัศน์และบรรยากาศของดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือแตกต่างจากตะวันตกเฉียงใต้อย่างสิ้นเชิงดินแดนแถบนี้ฤดูหนาวมาเยือนเร็ว เพียงย่างเข้าเดือนสิบหิมะก็เริ่มโปรยปรายแล้วเสียงลมนอกกระโจมครวญคราง เว่ยเจิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะ มือกำหนังสือราชการฉบับหนึ่งไว้ มองอยู่นานสองนาน แต่กลับอ่านไม่เข้าหัวแม้แต่คำเดียวเขาวางหนังสือราชการลง ก่อนล้วงหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อปิ่นเงินเล่มนั้นดอกพุดที่ประดับอยู่บนหัวปิ่นเริ่มสึกไปบ้างแล้ว แม้แต่เงาวาวตามขอบก็หม่นลงจากการลูบคลำซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวันเขาจะหยิบมันออกมาดูสักครั้ง เมื่อดูจนพอแล้วจึงเก็บกลับไว้ตรงอกเสื้อดังเดิมทหารคนสนิทเข้ามาเติมถ่าน เหลือบเห็นปิ่นในมือของเขาเข้าก็ไม่กล้าซักถาม เพียงก้มหน้าแล้วถอยออกไปคนทั้งค่ายต่างรู้ดีว่าในใจของท่านแม่ทัพมีใครคนหนึ่ง คนผู้นั้นมิได้อยู่ข้างกาย และเขาก็ไม่เคยเอ่ยถึงเลยแต่ทุกครั้งที่ล่วงเข้าสู่ยามดึก เขามักนั่งอยู่เพียงลำพัง เหม่อมองปิ่นเล่มนั้นอยู่นานเว่ยเจิงหลับตาลง พลันหวนนึกถึงฤดูใบไม้ผลิครั้งนั้นเมื่อหลายปีก่อนครั้งแรกที่เขาได้พบอาอิงหลัว คือในงานเทศกาลฮวาซิ่นแห่งหุบเขาอวิ๋นกุ้ยตอนนั้นเขารู้เพ

  • ใต้ม่านหมอก ข้าพบชะตาที่หนีไม่พ้น   บทที่ 19

    เขามิได้กางร่ม ร่างกายเปียกโชกไปทั้งตัว อาภรณ์สีดำสนิทแนบไปกับเรือนกาย ทั่วทั้งร่างดูราวกับรูปสลักหินที่ถูกสายฝนชโลมจนชุ่มเป็นเว่ยเจิงเห็นได้ชัดว่าเขาดื่มสุราไปไม่น้อย ท่ามกลางม่านสายฝน สายตาของเขายังคงตรึงอยู่ที่นางไม่วาง พลางขอบตาแดงเรื่อเขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนหยุดลงอีกครั้ง ราวกับเกรงว่าหากเข้าใกล้นางมากกว่านี้ นางจะเหมือนวิหคที่ตกใจแล้วโผบินหนีไป“อิงหลัว” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “เจ้า...ช่วยหันกลับมามองข้าสักครั้งได้หรือไม่?”อาอิงหลัวยืนอยู่ด้านในธรณีประตู มองเขาผ่านม่านสายฝนนางหยิบร่มกระดาษน้ำมันคันหนึ่ง ก้าวออกไปในสายฝน ก่อนยื่นด้ามร่มเข้าไปในมือของเขา“เว่ยเจิง ข้าไม่เกลียดท่านอีกแล้ว แต่ก็จะไม่รักท่านอีกต่อไปเช่นกัน ท่านกลับไปเถิด”เว่ยเจิงกำร่มคันนั้นไว้ ข้อนิ้วซีดขาว สายฝนไหลรินจากปลายคางของเขาไม่ขาดสายเขาขยับริมฝีปากอยู่หลายครั้ง ทว่ากลับเอ่ยสิ่งใดไม่ออก ผ่านไปครู่ใหญ่จึงฝืนเค้นคำหนึ่งออกมา“ข้ารู้ว่าองค์ชายสามทรงมีใจให้เจ้า ข้าไม่อาจสู้กับเขาได้ สิ่งที่ข้ามอบให้เจ้าได้ย่อมมีไม่มากเท่าเขา เจ้าเลือกเขาก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว แต่ราชสกุลนั้นไร้เยื่อใยนัก เจ

  • ใต้ม่านหมอก ข้าพบชะตาที่หนีไม่พ้น   บทที่ 18

    เว่ยเจิงกระตุกมุมปากเล็กน้อย ก่อนนั่งลงตรงข้ามเขา รินสุราให้ตนเองหนึ่งจอก แต่กลับมิได้ดื่ม เพียงถือไว้ในมือแล้วหมุนเล่นไปมา“ช่วงนี้องค์ชายสามทรงมีงานรัดตัวแท้ๆ แต่ยังทรงมีเวลาสำราญพระทัยจัดงานเลี้ยงอยู่ที่นี่ได้ นับว่าทรงมีพระอารมณ์สุนทรีย์ยิ่งนัก”เขาหยุดเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง สายตาเหลือบผ่านไปทางอาอิงหลัวอย่างแนบเนียน“ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงนี้องค์ชายทรงใกล้ชิดกับฮูหยินของข้ายิ่งนัก ไม่ทราบว่าทรงมีเจตนาใดกันแน่?”“ฮูหยินของเจ้าหรือ”เหวินอวิ๋นเจี้ยนวางจอกสุราลง น้ำเสียงยังคงเนิบช้าไม่เร่งร้อน ทว่าทุกถ้อยคำกลับชัดเจนหนักแน่น“แม่ทัพเว่ยเห็นทีจะจำผิดไปแล้วกระมัง แม่นางอิงหลัวยังมิได้ออกเรือน แล้วคำว่า ‘ของเจ้า’ มาจากไหนกัน?”สีหน้าของเว่ยเจิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก อวี๋เยวียนที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างเรียบเฉย“การสมรสระหว่างอิงหลัวกับเว่ยเจิงแต่เดิมก็ยังมิได้ประทับตรารับรอง องค์ชายอย่าได้ทรงกริ้วเลยพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดนี้ฟังดูเหมือนกำลังไกล่เกลี่ย แต่แท้จริงกลับเป็นการซ้ำเติมลงตรงจุดเจ็บของเว่ยเจิงอีกครั้งเหวินอวิ๋นเจี้ยนหันไปมองอวี๋เยวียน ยิ้มบางก่อนเอ

  • ใต้ม่านหมอก ข้าพบชะตาที่หนีไม่พ้น   บทที่ 17

    เสียงของเขาแหบพร่ายิ่งนัก ราวกับแต่ละคำต้องฝืนเค้นออกมาจากลำคอ“อิงหลัว ที่จริงข้าชอบเจ้ามานานแล้ว”อาอิงหลัวมิได้เอ่ยตอบ“ไม่ใช่การใช้ประโยชน์ ไม่ใช่การวางแผนหลอกลวง”เขาเงยหน้ามอง รอบดวงตาแดงเรื่อ“เป็นเรื่องจริง”เขาเริ่มเล่า ว่าแรกเริ่มที่เขาเข้าหานางนั้น ก็เป็นเพราะเว่ยเจี่ยวเจี่ยวจริงๆเขาเล่าว่าต่อมาโดยไม่รู้ตัว เขากลับมีใจให้นาง แต่ไม่กล้ายอมรับเขาเล่าว่า เขากลัวว่านางยังมีอวี๋เยวียนอยู่ในใจ จึงยอมปล่อยให้มีการกักนางไว้ในศาลบรรพชนเขาเล่าว่า เขาตามหานางไม่พบ อวี๋เยวียนไม่ยอมช่วยคำนวณหาให้ เขาจึงส่งคนไปจับตาดูอวี๋เยวียน จนได้รู้ว่านางมาถึงเมืองหลวงแล้ว เขาจึงยื่นเรื่องต่อราชสำนัก ขอให้ได้กลับมาก่อนกำหนดเมื่อพูดมาถึงตอนท้าย เสียงของเขาเริ่มสั่น “ข้ารู้ว่าตอนนี้มาพูดเรื่องเหล่านี้ก็สายไปแล้ว แต่ข้ายังคงติดค้างคำอธิบายกับเจ้า”อาอิงหลัวฟังจนจบอย่างเงียบๆนางยกถ้วยชาตรงหน้าขึ้น จิบไปหนึ่งอึก แล้ววางลง“ข้ารู้แล้ว”เว่ยเจิงมองนาง พลางขยับปาก แต่กลับไม่อาจพูดอะไรออกมาได้เขารออยู่นานมาก ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงสี่คำนี้ไม่มีความโกรธ ไม่มีการซักถาม ไม่มีน้ำตานาง

  • ใต้ม่านหมอก ข้าพบชะตาที่หนีไม่พ้น   บทที่ 16

    อวี๋เยวียนยืนอยู่ที่เดิม มองใบหน้าอันสงบนิ่งของอาอิงหลัว รู้สึกแน่นขึ้นมาในลำคอเขาขยับปาก เสียงแหบพร่า“วันนั้นข้าไม่ได้ไปรับโคมของเจ้า” เขาหลุบตาลง เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ข้าเสียใจแล้ว ตลอดหนึ่งปีกว่ามานี้ ข้าเสียใจอยู่ทุกวัน”“ข้ารู้ว่าเจ้าปลอดภัย เดิมทีไม่ควรมารบกวนเจ้าอีก แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนาน ข้ายิ่งพบว่าตนเองไม่อาจลืมเจ้าได้ ข้าคำนวณแล้วว่าเจ้ามาเมืองหลวง ข้าคิดว่า...ข้าเพียงอยากพบเจ้าอีกสักครั้ง”เขาเงยหน้ามอง ดวงตาแดงเรื่อ “อิงหลัว เจ้ายกโทษให้ข้าได้หรือไม่?”อาอิงหลัวมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง“อวี๋เยวียน ท่านรักเว่ยเจี่ยวเจี่ยว มิได้มารับโคมของข้า เรื่องนี้ข้าไม่เคยโทษท่าน”“เรื่องความรู้สึกฝืนบังคับกันไม่ได้ ข้าเข้าใจ”ในดวงตาของอวี๋เยวียนมีประกายสายหนึ่งวาบผ่าน“แต่หากการให้อภัยที่เจ้าพูดถึง หมายถึงการที่เจ้าเพราะเว่ยเจี่ยวเจี่ยว จึงยัดเยียดชื่อว่าเป็นคนมีกรรมให้ข้า ให้ข้าถูกแห่ประจานตามท้องถนน ถูกกักไว้ในศาลบรรพชน”อาอิงหลัวเว้นไปครู่หนึ่ง“เรื่องนั้น ข้าไม่มีทางให้อภัยท่าน”ประกายแสงนั้นพลันดับลงในชั่วพริบตาสีหน้าของอวี๋เยวียนค่อยๆ ซีดลงอาอิงหลัวมองเขา แล้วถามว่

  • ใต้ม่านหมอก ข้าพบชะตาที่หนีไม่พ้น   บทที่ 15

    อาอิงหลัวอ้าปาก แต่ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้ว่าควรพูดอะไรนางเงียบไปครู่ใหญ่ จึงค่อยหันกลับไปมองเหวินอวิ๋นเจี้ยนเขายืนอยู่ข้างโต๊ะหน้าร้าน ไม่ได้เร่งรัด เพียงรออยู่เงียบๆในดวงตาของเขามีแววรอยยิ้มที่เปิดเผยตรงไปตรงมา ใสกระจ่างไร้สิ่งปิดบัง ไม่มีการตีสนิทเกินควรหรือการหยั่งเชิงแม้แต่น้อยอาอิงหลัวหลุบตาลง แล้วเงยขึ้นอีกครั้ง“ได้”ทั้งสองเดินทางขึ้นเหนือไปด้วยกัน เหวินอวิ๋นเจี้ยนก็รักษาคำพูดของตนเขาช่วยแนะนำนางให้รู้จักผู้ดูแลการจัดซื้อของจวนผู้มีบรรดาศักดิ์หลายแห่ง อีกทั้งเป็นสะพานเชื่อมให้นางได้พูดคุยกับขันทีผู้ดูแลงานของสำนักฝ่ายในแห่งวังหลวงร้านเครื่องเทศของอาอิงหลัว จากร้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ขยายจนกลายเป็นร้านชื่อดังที่มีชื่อเสียงไปทั่วสามสายถนนเครื่องหอมผสมชนิดหนึ่งที่นางคิดค้นขึ้น ด้วยกลิ่นหอมละมุนและติดทนนาน จึงได้รับคัดเลือกเข้าสู่รายชื่อเครื่องบรรณาการของวังหลวงอาอิงหลัวมิใช่สตรีที่ต้องพึ่งพาผู้อื่นเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้วนางมีชื่อการค้าของตนเอง มีลูกจ้างของตนเอง มีเสมียนบัญชีของตนเองนางส่งตั๋วเงินและจดหมายไปให้บิดามารดาและท่านป้าทุกเดือนผู้ส่งสารใช้เวลาเดินท

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status