Mag-log inเผยมู่เหยี่ยช่วยประคองเธอไว้ครู่หนึ่งก่อนจะรีบปล่อยมือ: “ระวังหน่อย” จี้หมิงถังรีบเดินเข้ามาดึงตัวเธอไปไว้ข้างกาย: “เป็นอะไรไป ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ให้ครูพาไปหาหมอไหม” หลินซีอินรู้ดีว่าเป็นความหวังดีของอาจารย์ แต่ในเมื่อพวกผู้บริหารรอบข้างต่างก็มองมา เธอจึงทำได้เพียงตอบไปว่า: “อาจารย์คะ หนูไม่เป็นไรค่ะ”จี้หมิงถังปรายตามองเธออย่างขัดใจ ระหว่างเดินไปที่ห้องอาหารส่วนตัว ทั้งสองคนก็รั้งท้ายขบวนอีกครั้ง จี้หมิงถังกระซิบกับเธอเสียงเบา: “ครูบอกแล้วไงว่าไม่ต้องกลัว เธอจะกังวลอะไรนักหนา ครูก็หาทุนมาให้ได้เหมือนกันนั่นแหละ!” หลินซีอินยังจำได้ดีถึงเหตุการณ์ในปีนั้น ตอนที่จี้หมิงถังต้องคอยปั้นยิ้มและนั่งดื่มเอาใจผู้คนบนโต๊ะอาหาร สำหรับเธอแล้ว อาจารย์จี้เปรียบเสมือนพ่อและเป็นครูบาอาจารย์ที่เธอเคารพรัก พอเห็นเขาต้องมาทำอะไรแบบนั้น เธอก็รู้สึกปวดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยหากเป็นเงินทุนของเผยมู่เหยี่ย อาจารย์ของเธอก็ไม่ต้องยอมลดตัวลงไปทำตัวต่ำต้อยแบบนั้นอีก หลินซีอินส่ายหน้าพร้อมกับเข้าไปควงแขนเขา: “เขาไม่ได้รังแกหรือทำให้หนูลำบากใจเลยจริง ๆ ค่ะ อีกอย่างหมอนั่นน่ะประเภทโง่แ
หลินซีอินยังไม่ทันได้เอ่ยปาก หัวหน้าภาควิชาก็รั้งแขนเธอให้เดินเข้าไปหาแล้ว: “สะดวกครับ สะดวกมาก อาจารย์หลินรีบไปเถอะ” จี้หมิงถังโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เตรียมจะวีนแตกอยู่รอมร่อ แต่หัวหน้าภาควิชารีบคว้าตัวเขาไว้แน่น: “เหล่าจี้!” เขาลากจี้หมิงถังออกไปคุยเกลี้ยกล่อมอยู่นานสองนาน จี้หมิงถังเองก็ไม่อาจพูดออกไปตรง ๆ ได้ว่าผู้ชายคนนี้คืออดีตสามีของหลินซีอิน จึงได้แต่เก็บความหงุดหงิดไว้ในใจ ชายชราทำได้เพียงเอ่ยว่า: “ฉันขอคุยกับซีอินสักสองสามคำหน่อย”หัวหน้าภาควิชาปราม: “รู้จักกาลเทศะบ้างล่ะคุณ!”จี้หมิงถังดึงตัวหลินซีอินหลบไปอีกทางพลางกระซิบ: “หร่วนหร่วน ถ้าเธอรู้สึกอึดอัดใจ หรือเขาจงใจกลั่นแกล้งเธอละก็ พวกเราก็แค่เปลี่ยนสปอนเซอร์เจ้าใหม่ ยังไงโปรเจกต์เราก็ไม่ขาดคนลงทุนอยู่แล้ว!” หลินซีอินมองท่าทีฮึดฮัดของอีกฝ่าย ภายในใจกลับรู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก ทุนสนับสนุนของมหาวิทยาลัยใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆ ยิ่งเป็นนักลงทุนระดับเผยมู่เหยี่ยด้วยแล้วยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เธอส่ายหน้า: “หนูไม่เป็นไรค่ะ เขาคงไม่ทำให้หนูลำบากใจหรอก” “เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรก็บอกแล้วกัน อาจารย์จะคอยหนุนหลังเธอเอง!”เมื่อมองชา
เรื่องที่หลินซีอินหย่าร้าง ก่อนหน้านี้เธอยังไม่กล้าปริปากบอกอาจารย์ผู้มีพระคุณ แต่เรื่องพรรค์นี้มันปิดกันให้มิดไม่ได้หรอก ยิ่งตอนหลังเธอยังต้องคลอดลูกอีก พอจี้หมิงถังรู้เรื่องที่เธอหย่าก็ไม่ได้ดุด่าอะไร แต่นั่นกลับยิ่งทำให้หลินซีอินรู้สึกผิดและละอายใจมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่จี้หมิงถังกับภรรยาดีต่อเธอมากกว่าเดิม หลังกลับประเทศ เธอก็พาลูกแวะไปเยี่ยมเยียนท่านทั้งสองถึงบ้าน ผู้อาวุโสเคยถามไถ่ถึงพ่อของเด็ก แต่หลินซีอินก็แค่ตอบปัด ๆ ให้พ้นเรื่องไป เธอไม่กล้าบอกว่าตัวเองต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง และพ่อของเด็กก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีลูกคนนี้อยู่บนโลก ทว่าตอนนี้เผยมู่เหยี่ยมายืนอยู่ตรงหน้า ซ้ำยังเตรียมจะมาลงทุนในโปรเจกต์ของเธออีก ความสัมพันธ์แบบนี้ปิดบังต่อไปไม่มิดแน่ หลินซีอินกระซิบเสียงแผ่ว: “อาจารย์คะ เขาคือ...อดีตสามีของหนูเองค่ะ” สีหน้าของจี้หมิงถังทะมึนทึงขึ้นมาทันตาเห็น เขารักและเอ็นดูหลินซีอินเหมือนลูกแท้ ๆ ในเมื่อตอนนี้ได้มาเจอหน้าไอ้หมูบ้าที่เคยคาบผักกาดขาวแสนงามของเขาไปแทะกินแล้วโยนทิ้งเมื่อหลายปีก่อน จะไม่ให้โมโหได้ยังไง! ตอนที่หลินซีอินเล่าเรื่องนี้ให้ฟั
“เข้าใจแล้วค่า” หลินซีอินเคารพรักเขาเสมือนพ่อแท้ ๆ และยังได้สัมผัสถึงความอบอุ่นแบบพ่อที่ห่างหายไปนานจากเขา เวลาพูดคุยด้วยเธอจึงมีความเป็นกันเองอยู่มาก ช่วงเก้าโมงกว่า สองศิษย์อาจารย์ก็ลงไปรอที่หน้าตึกห้องปฏิบัติการ เวลานัดหมายคือเก้าโมงครึ่ง พอถึงเวลาเก้าโมงยี่สิบกว่านาที รถหรูหลายคันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าตึกตามลำดับ สปอนเซอร์ในครั้งนี้มาติดต่อกับภาควิชาเคมีโดยตรง ดังนั้นนอกจากจี้หมิงถังและหลินซีอินแล้ว คนอื่น ๆ ต่างก็เป็นระดับหัวหน้าภาควิชาเคมีทั้งสิ้น ทว่าด้านข้างยังมีนักศึกษาสาวอีกหลายคนสวมกระโปรงน่ารักสดใสสมวัย ในอ้อมแขนประคองช่อดอกไม้เอาไว้เตรียมพร้อมสำหรับเข้าไปมอบให้แขก คนขับรถคันแรกก้าวลงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปเปิดประตูหลัง สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือเรียวขาที่ก้าวลงมาจากรถ รองเท้าหนังขัดมันวาววับ ช่วงขายาวเหยียดตรง กางเกงสแล็กเข้ารูปไร้รอยยับย่นแม้แต่นิดเดียว มองแค่ช่วงขา หลินซีอินก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้ต้องตัวสูงมากแน่ ๆ และน่าจะยังอายุน้อย เธอเคยคิดมาตลอดว่า คนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานจนกลับมาบริจาคเงินให้มหาวิทยาลัยเก่าได้ น่าจะมีอ
หลังจากถูกอาจารย์เตือน พอเข้าคลาสในวันรุ่งขึ้น เธอจึงพูดเสริมไปอีกสองสามประโยค แต่งงานแล้ว และมีลูกแล้วค่ะคำพูดนี้ทำเอานักศึกษาหลายคนพากันโอดครวญอย่างเสียดาย มีคนใจกล้าหน่อยถามเธอออกไปตรง ๆ เลยว่า: “อาจารย์อายุเท่าไหร่กันเองครับ มีลูกแล้วเนี่ย ไม่ได้หลอกพวกเราใช่ไหม” หลินซีอินยิ้มบาง ๆ: “ไว้คราวหน้าจะพามาให้รู้จักพวกพี่ ๆ ก็แล้วกันนะ” เจอคำตอบนี้เข้าไป เหล่านักศึกษาถึงกับสิ้นฤทธิ์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาลดความชื่นชอบในตัวเธอลงเลย เพราะความรู้ความสามารถในสายวิชานั้นไร้ที่ติ แถมเวลาสอนยังมีอารมณ์ขัน เสน่ห์ดึงดูดใจเรียกได้ว่าเต็มสิบไม่หัก อาจารย์แบบนี้ใครบ้างจะไม่ชอบ ตอนแรกหลินซีอินก็แอบกังวล กลัวว่านักศึกษาจะเรียนไม่รู้เรื่องหรือไม่ชินกับสไตล์การสอนของเธอ แต่พอเห็นกระแสตอบรับแล้ว ก็รู้เลยว่าตัวเองคิดมากไปเอง เธอถึงได้โล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง ตอนนี้นักศึกษาที่เธอสอนเป็นเด็กปริญญาตรี แต่อีกสักสองปีเธอก็ต้องเริ่มรับหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้เด็กปริญญาโทแล้ว หลินซีอินจึงต้องคอยพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ดังนั้นพอกลับถึงบ้าน รอจนหลินโย่วสิงเข้านอน เธอถึงจะได้
หลินซีอินบอกกับเซียวรั่วอีว่าเธอปล่อยวางได้แล้ว ทว่าเมื่อตกดึก ในยามที่สรรพสิ่งเงียบสงัด ขณะที่เธอนอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง ภาพของเผยมู่เหยี่ยกลับผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่ ตั้งแต่แรกพบที่ตกหลุมรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น จวบจนได้แต่งงานกัน และต้องทนรับความขมขื่นสารพัด ทั้งที่รู้แก่ใจว่าอดีตแทบไม่มีความทรงจำดี ๆ หลงเหลืออยู่ แต่เธอก็ยังหวนนึกถึงเรื่องราวเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับจงใจทรมานตัวเอง หากความรู้สึกชอบของเผยมู่เหยี่ย คือการปฏิบัติกับเธอเหมือนที่ผ่านมา เขาก็คงมีความเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับคำคำนี้แล้วล่ะ ใครต่างก็บอกว่า บนโลกนี้มีอยู่สองสิ่งที่ไม่อาจปิดบังซ่อนเร้นได้นั่นคือ อาการไอ และ ความรัก แต่เธอกลับมองไม่เห็นร่องรอยของความรักจากตัวเผยมู่เหยี่ยเลยแม้แต่น้อย การที่เขาบอกว่าชอบเธอ ช่างเป็นการดูถูกคำว่าชอบเสียจริง ก่อนหน้านี้ เธอเคยสงสัยว่าเผยมู่เหยี่ยอาจจะรู้เรื่องลูกแล้ว ถึงได้กลับมาวอแวกับเธอ แต่เมื่อลองตรองดูดี ๆ ก็คิดว่าคงไม่ใช่ หากเขารู้ว่านั่นคือลูกของตัวเอง คงบุกมาแย่งตัวเด็กไปซึ่ง ๆ หน้าแล้ว ไม่มีทางมาใช้ไม้อ่อนอ้อมค้อมแบบนี้แน่ ช่างเ







