Masuk“หนูนอนไม่หลับค่ะ ขอนอนด้วยคืนนึงได้มั้ย? มุมห้องก็ได้”
ฟ้าทำท่าประหลาดใจที่คุณหนูแสนสวยดูบอบบางจะอยากมานอนบนพื้นห้องของแม่บ้านอย่างเธอ แต่พอนึกถึงเรื่องที่เคยเห็นชุดของพรรณนาราในถังขยะ ทำให้เธอยอมเปิดประตูให้ “น้องพู่นอนบนเตียงก็ได้ค่ะ นอนพื้นมันปวดหลัง” “ขอบคุณค่ะพี่ฟ้า เอ่อ..อย่าบอกใครว่าหนูมานอนที่นี่นะ ถ้าแม่ถามหนูจะแก้ตัวเอง” เมื่อปิดประตูและทั้งสองล้มตัวลงนอนแล้ว ฟ้านอนครุ่นคิดเรื่องที่เด็กสาวน่าจะถูกล่วงละเมิด เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่มาขอนอนด้วย ทั้งที่ตอนนี้พึ่งจะสามทุ่มเท่านั้น ยัยเด็กคนนี้ต้องกลัวมากแน่นอน..ว่าแต่อีป้านั่นเป็นใจให้ผัวทำมิดีมิร้ายลูกสาวหรือเปล่า? หรือโดนวางยานอนหลับเหมือนเวลาที่เขามาเอากับฉัน.. ชรันที่อาบน้ำเสร็จออกมาก็พบว่าพิชามญช์นอนเอนหลังเล่นโทรศัพท์อยู่ พอเขาชวนเธอดื่มไวน์ก่อนนอนด้วยกัน เธอปฏิเสธ “ไม่ล่ะค่ะ รู้สึกว่าดื่มไวน์แล้วหลับลึก ตื่นสายกว่าปกติ” “แต่ไวน์องุ่นพวกนี้ดีต่อสุขภาพนะ เราไม่ได้ดื่มเยอะสักหน่อย” เขาจำใจต้องเปิดไฟ reading lamp นอนดูโซเชี่ยลในโทรศัพท์เงียบๆอยู่ร่วมชั่วโมง พิชามญช์ที่ทำท่าหลับไปแล้วแต่ชรันก็ยังอยากให้เธอหลับลึกกว่านี้จึงรอไปอีกสักพักแล้วค่อยๆย่องออกไปที่ห้องของลูกเลี้ยงสาว แต่ทว่าประตูที่ไม่ได้ล็อกและไฟที่ปิดสนิท พอเขาเดินไปที่เตียงกลับพบเพียงความว่างเปล่าและหมอนที่หายไป โทรศัพท์สั่นเพราะสายโทรเข้าจากเจ้านายหนุ่มใหญ่ ฟ้ารีบกระวีกระวาดรับสายพร้อมกับพูดเสียงเบาเพราะกลัวพรรณนาราจะตื่น “มาหาที่ห้องทำงานเหมือนเดิมนะ” “ค่ะ” ฟ้าลุกออกจากเตียงอย่างเงียบเชียบ เปิดตู้เสื้อผ้าเลือกชุดชั้นในสุดเซ็กซี่เพื่อไปปรนนิบัติสามีในความลับ พรรณนารารับรู้ว่าฟ้าออกไปจากห้องหลังจากรับโทรศัพท์ แต่ความที่ยังเดียงสา เธอคิดว่าฟ้าอาจอยากคุยโทรศัพท์แบบส่วนตัวแต่เพราะเธออยู่ในห้องด้วยเลยไปคุยข้างนอก ผ่านไปประมาณ 20 นาที พรรณนาราเริ่มกลัวที่ต้องอยู่ในห้องตามลำพัง เธอคิดไปถึงขนาดที่ว่าถ้าชรันไปหาที่ห้องแล้วไม่เห็นเธอ เขาอาจตามหาและมาเจอในขณะที่อยู่คนเดียวได้ จึงออกไปนอกห้องเพื่อไปตามหาฟ้า แต่ด้านนอกบ้านรอบบริเวณกลับไม่เห็นใคร เธอเห็นแสงไฟเล็ดลอดจากผ้าม่านหน้าต่างห้องทำงานที่ชั้นล่างจึงเอาหูเงี่ยฟังเพราะได้ยินเสียงของผู้ชายและผู้หญิงกำลังทำกิจกรรมบางอย่างกันอยู่ พรรณนาราเอามือทาบอก เพราะเริ่มคิดแล้วว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลกับผู้หญิงในบ้านนี้กับสามีใหม่ของแม่ เธอเดินอ้อมไปที่ประตูห้องครัวทางหลังบ้าน เปิดอย่างเบามือและย่องเข้ามาในบ้านที่มืดๆ แต่เธอต้องหยุดเดินทันทีที่แอบเห็นด้านหลังแม่ของเธอกำลังยืนอยู่หน้าห้องทำงาน อย่าบอกนะว่าในห้องนั้นคือพี่ฟ้า…แล้วแม่..ทำไมยังยืนทนฟังอยู่แบบนั้น?…. พรรณนาราเริ่มคิดทันที ถ้ามีคนรู้ว่าเธอไปนอนห้องของแม่บ้านที่มีความสัมพันธ์กับชรันอาจเป็นปัญหาได้ เธอค่อยๆถอยกลับออกไปทางเดิมที่ประตูห้องครัวทางหลังบ้าน รีบวิ่งเข้าไปเก็บหมอนและเสื้อกันหนาวแล้วออกมาจากห้องของฟ้าเพื่อกลับเข้าบ้านทางห้องครัวตามเดิม ซึ่งก็พอดีกับพิชามญช์ที่เดินอ้อมมาจากหน้าบ้านตรงมาที่ห้องพักของฟ้า พอเปิดประตูแล้วไม่พบใคร เลยสบถออกมา “ไปอยู่ที่ไหนนะ? เสียเรื่องหมด” เธอได้ยินคำสบถนั้นเพราะยังอยู่ตรงประตูห้องครัว พอดูตรงหน้าต่างก็เห็นว่าแม่กำลังเดินมาเพื่อเข้าบ้านเพราะขี้เกียจอ้อมกลับทางหน้าบ้าน พรรณนารารีบหมอบลงที่เคาน์เตอร์จนกระทั่งแม่เดินผ่านไป ฉันต้องเอาตัวรอดในคืนนี้ก่อน..ใช่สิ ห้องเก็บของ.. ชรันที่เสร็จกิจกับแม่บ้านสาวแล้ว เขาถามคำถามหนึ่งขึ้นมา “หนูพู่ได้ไปหาเธอบ้างมั้ย?” “ยังไงคะ?” “แกชอบทำตัวมีปัญหา ต่อต้านแม่ เก็บตัว ไม่ค่อยพูดว่าต้องการอะไร เลยคิดว่าอาจจะอยากคุยกับคนวัยใกล้ๆกันหรือเปล่า เพราะแกเองก็ลูกคนเดียวไม่มีพี่มีน้อง” “ไม่ค่ะคุณรัน ฟ้าไม่กล้าสนิทสนมกับลูกสาวเจ้านายหรอกค่ะ หนูพู่เองก็ไม่เคยคุยกับฟ้าอยู่แล้วด้วยอย่างที่ทุกคนเห็น ทานข้าวเสร็จก็ขึ้นห้องเลยตลอด” “อือ..โอเค งั้นฉันไปนอนก่อนล่ะ” ชรันเปิดประตูห้องทำงานก็เจอพิชามญช์เปิดไฟห้องนั่งเล่น นั่งไขว่ห้างดื่มไวน์ชิลๆอยู่ เขารีบทำมือจากข้างหลังให้ฟ้าหลบไปก่อน เธอจึงรีบไปหลบใต้โต๊ะทำงานของเขา “อ้าว พิชา ทำไมตื่นขึ้นมากลางดึกมานั่งดื่มไวน์แบบนี้ล่ะ ไปนอนกันเถอะ ผมมัวส่งเมลตอบเรื่องงานกับต่างประเทศพึ่งเสร็จ” เขาพูดด้วยเสียงที่ปกติแต่ก็ดังพอให้ฟ้าได้ยินเพื่อที่จะได้เตรียมทางหนีทีไล่ พร้อมกับเดินไปนั่งโอบไหล่ภรรยา “พิชาตื่นมาไม่เห็นคุณ ก็คิดอยู่ว่าคงอยู่ห้องทำงานนั่นแหละค่ะ ตอนแรกว่าจะเข้าไป..แต่เปลี่ยนใจ” ชรันถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะทั้งเขาและฟ้าต่างสนทนาและส่งเสียงอย่างเร่าร้อนในห้องทำงาน เขาเริ่มคิดว่าพิชามญช์น่าจะได้ยิน “ง่วงแล้ว..ไปนอนก่อนนะคะ คุณรัน..อยากทำงานต่อก็ได้นะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ปกติแต่แฝงความโกรธแค้นเอาไว้ ก่อนจะลุกและเดินเร็วๆกลับขึ้นไปบนห้อง โดยมีชรันกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามไป แม่บ้านสาวถือโอกาสจังหวะนี้รีบกลับไปที่ห้องพักซึ่งพรรณนาราได้หายตัวไปแล้ว พรุ่งนี้ก็รอดูว่าอีคุณนายนี่จะเอาเรื่องเอาราวมั้ย..แต่คงได้ยินทุกอย่างแหละ..อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดแล้วกัน..อย่างมากฉันก็แค่กลับไปเป็นแม่บ้านที่บริษัท.. “พิชา..เดี๋ยว คุณโกรธผมเหรอ?” “ไม่ค่ะ ทำไมต้องโกรธล่ะ?” “ทำไมคุณไม่เข้าไปในห้องทำงาน?” “ก็แค่ไม่อยากรบกวนคุณรันเท่านั้นเอง” “ผมรู้ว่าคุณไม่ได้โง่” พิชามญช์แค่ยิ้มอย่างเลือดเย็นให้ก่อนจะล้มตัวลงนอน ชรันพยายามโอ้โลมกอดจูบเพื่อเอาใจเธอให้มีอะไรด้วย แต่เธอรู้สึกรังเกียจและแค้นในใจจึงไม่เล่นด้วย “ตามใจนะ” ช่วงเช้าตรู่ พรรณนาราได้ออกจากห้องเก็บของรีบขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวและเรียกรถมารับจากแอปพลิเคชันเพื่อไปโรงเรียน ทำให้ตอนเช้าพิชามญช์ที่ไปตามถึงห้องก็ไม่เจอ “พู่กัน อยู่ไหนน่ะ?” “อยู่ที่โรงเรียนแล้วค่ะ หนูตื่นเช้าเลยเรียกรถมาเอง แม่จะได้ไม่ต้องเจอรถติดและได้นอนพักด้วย” เธอเกิดสงสารแม่ขึ้นมาจากเรื่องเมื่อคืนที่รู้ว่าแม่บ้านลอบเล่นชู้กับชรัน “วันนี้แม่ไปรับนะ คืนนี้..แม่ไปนอนด้วยได้มั้ย?” “เอ่อ..ได้สิคะ” ทางด้านฟ้าก็ได้เก็บของกลับบ้านแต่เช้าเช่นกันก่อนที่ทุกคนจะลงมา เธอได้ทันเห็นพรรณนาราขึ้นแท็กซี่ไปโรงเรียนแล้วจึงออกไปตามหลังกันไม่กี่นาที 20.00 พิชามญช์มาที่ห้องของลูกสาวพร้อมกับนมอุ่นๆแก้วหนึ่ง เธอยื่นให้ลูกสาวด้วยหน้าตาที่เศร้าหมองพร้อมกับถอนหายใจยาว “พู่..ถ้าแม่ต้องเลิกกับอาชรัน คงต้องไปหางานทำ แม่จะให้ลูกไปอยู่กับพ่อถาวรเลย” “เกิดอะไรขึ้นคะ?..” เธอถามตะกุกตะกักด้วยเพราะความจริงรู้ดีว่าแม่รู้เรื่องชู้สาวระหว่างแม่บ้านกับชรันไปแล้ว “คุณอาแอบมีอะไรกับคนใช้ชื่อฟ้า แม่ไม่อยากไปสู้กับคนชั้นต่ำแบบนั้น มีสองทางคือ พู่จะช่วยแม่เพื่อให้แม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ หรือปล่อยให้เขาเลือกแม่บ้านเป็นคุณนายแทน” พรรณนาราขมวดคิ้วทันที “หนูจะช่วยอะไรได้คะ? มันไม่เกี่ยวกับหนูเลย” “เพราะคุณอาชรันรักหนูเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ถ้าลูกอ้อนเขาเอาใจเขา คนใช้นั่นจะได้ออกไปเอง” เธอทำหน้าเครียดเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาทำเรื่องแย่ๆกับเธอไม่นานมานี้ “เรื่องของผู้ใหญ่ แม่ไม่ลองเปิดใจคุยกันละคะ” “ตกลงอยากเห็นแม่ตกอับ? แค่ให้ช่วยพูดช่วยอ้อนเอาใจนี่ไม่ได้เลยใช่มั้ย?” พรรณนาราก้มหน้านิ่ง พิชามญช์พยายามทำใจเย็นลงและตะล่อมให้เธอดื่มนมอุ่นๆ “แม่ขอโทษ..ช่างเถอะ ดื่มนมแล้วเรานอนกันนะ” เธอรับแก้วใส่นมมาแล้วดื่มไปนิดหน่อยก่อนจะล้มตัวลงนอน แม่ของเธอไปปิดไฟและลงมานอนที่ข้างกัน “ฝันดีนะลูก” ……………………………….⚔️⚔️ฟ้าเดินตรงมาหาที่ประตูรั้ว ชรันมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะให้ทันทีเชิงประชดประชัน “มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ดูดีขึ้นเป็นกองเลยนะ หนูพู่เอาเธอมาชุบเลี้ยงอย่างดีเพื่อให้มาใส่ร้ายฉันล่ะสิ อย่าลืมว่าฉันเลี้ยงดูเธอมากี่ปีแล้วล่ะฟ้า? ตอนนี้กลับปีกกล้าขาแข็ง” “เลี้ยงดูหรือล่อลวงให้รัก? เอาเงินฟาดหัวเพื่อให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างฟ้าไปไหนไม่รอด ถ้าฟ้ายังงมงายกับคุณอยู่ก็คงไม่พ้นเป็นแม่บ้านสนองตัณหาคุณตลอดไป น้องพู่ทำให้ฟ้าได้เรียนหนังสือต่อ นู่น..บนนั้น..ห้องนอนที่ฟ้าไม่เคยคิดว่าจะได้มีแบบคนอื่นมาตลอดชีวิต มีคนคอยดูแลให้คุณค่า ฟ้าจะปกป้องน้องพู่ทุกอย่างที่คนอย่างฟ้าพอจะทำได้” “อยากเป็นเมียพ่อหนูพู่ล่ะสิ หาที่เกาะใหม่ได้แล้วสินะ” “เพราะคุณไปทำลูกสาวเขานี่” “พิชาต่างหากที่ยกหนูพู่ให้เป็นเมียฉันอีกคน” “ไม่มีแม่คนไหนทำแบบนั้นกับลูกตัวเองหรอก กลับไปเถอะค่ะ ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายดีที่สุด” ฟ้าหันหลังกลับเข้าไปในบ้านทันที ส่วนชรันที่กำหมัดแน่นได้ตรงกลับบ้านแล้วนั่งดื่มอย่างบ้าคลั่ง ธีทัตทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไปรับพรรณนาราแล้วถึงห้องก็ยังนั่งทำงานต่อ นอนหลับดึกๆดื่นๆจ
ชรันกลับถึงบ้านก็ไม่เป็นอันกินอันนอนหลังจากโดนลูกเลี้ยงสาวถอนหงอกเสียอย่างไม่เป็นท่า เขาเจ็บใจที่ถูกหลอกว่านอนกับเธอมาตลอด เสียเงินไปเยอะแยะมากมาย ซื้อรถซื้อของให้นับไม่ถ้วน จริงสิ..ฉันโดนแอบถ่ายในบ้านหลังนี้ แสดงว่ามีกล้องซุกซ่อนอยู่หลายจุดแน่นอน…เขาตรงไปที่ห้องนอนแม่บ้านที่เคยเป็นห้องของฟ้า ก่อนจะยกให้เด็กสาวคราวลูกได้อยู่เพื่อปรนเปรอสวาทให้ เมื่อรื้อค้นอย่างถี่ถ้วนก็พบกล้องที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นเมื่อไปที่ห้องทำงานก็พบเช่นกันโดยวางซ่อนไว้ในช่องหลืบของโซฟาที่ใช้นั่งเล่นในห้อง ชรันเขวี้ยงมันลงบนพื้นอย่างโมโหสุดขีด เขาแน่ใจว่าเป็นพิชามญช์ที่ทำทั้งหมดและเริ่มประสาทกินกับความคิดที่ว่าในบ้านนี้มีอีกกี่จุดที่มีกล้องคอยบันทึกทุกอย่างในเวลาที่เขาชะล่าใจว่าเธอไม่อยู่บ้านเลยทำอะไรก็ได้ ในตอนนี้สิ่งที่เขาจะต้องจัดการคือควบคุมสติและปรึกษาทนายเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตของชีวิตฉันไม่พร้อมจะสูญเสียชีวิตในตอนที่อายุขนาดนี้เด็ดขาด..ส่วนเธอ..พิชามญช์ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก.. ณัฐวีย์ที่รับรู้ว่าชรันติดต่อมาหาว่าที่ภรรยาของเขา นั่นทำให้เขาย้ายเธอและลูกชายให้ไปอยู่ที่คอนโดของพรรณนาราท
Pacific Gateways Co., Ltdในตอนสายของวัน พนักงานของบริษัทต้องแปลกใจ เมื่อมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาขอพบชรัน จากนั้นได้กรูกันเข้าไปในห้องทำงานของเขาและเชิญให้ไปสถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งแน่นอนว่าชรันฉลาดพอที่จะไม่ให้ปากคำอะไรที่จะมัดตัวเขาได้นอกจากขอให้การในชั้นศาลเท่านั้นและต้องการใช้ทนายให้พูดแทน เขายื่นประกันและถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน ความคั่งแค้นในใจ พยายามคิดหาแต่ว่าทำไมผู้หญิงสามคนถึงรวมหัวกันแจ้งความเขา แล้วเด็กสาวที่เลี้ยงไว้อยู่ๆก็หายไปติดต่อไม่ได้กลับไปโผล่อยู่กับฟ้าและพรรณนาราได้ยังไง คลิปต่างๆที่จะมัดตัวเขาของทั้งสามคนมาจากไหน? จากใคร? ได้มายังไง? ชรันคิดได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ พิชามญช์มีสายโทรเข้าปลายสายที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องสงสัยเธอจนได้ พิชามญช์แค่รับสายแล้วทำน้ำเสียงปรกติเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร“พิชา..วันนี้ตำรวจมากันที่บริษัทผม มีทนายความมายื่นแจ้งความให้ผู้หญิงสามคน ลูกสาวคุณเป็นหนึ่งในนั้นด้วย มีอะไรจะพูดมั้ย? อย่าลืมว่าคุณยกพู่กันให้ผมเอาเอง”“ฉันเลี้ยงแต่ลูกอยู่ในห้องตั้งแต่คืนที่จับได้ว่าคุณเอากับอดีตภรรยาคุณธี ใครจะจัดการอะไรเรื่องแบบนี้
แบมซื้ออาหารและน้ำเข้ามาให้ชรันที่บ้าน เธอย่างกรายเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบจนวังเวง เขาที่นั่งรออยู่แล้วได้รีบเดินมาต้อนรับ “แม่บ้านไม่มีสักคนเหรอคะ?” “เหลือป้าแม่บ้านกับคนขับรถ พอดีสั่งไว้ว่าไม่ต้องทำอาหารเผื่อเพราะตอนแรกคิดว่าจะไปนั่งดื่มข้างนอก แต่รู้สึกเพลียเลยไม่ออกไปน่ะ” ชรันทำมือว่าให้ตามเขาไปที่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งเตรียมจานช้ามช้อนส้อมแก้วน้ำไว้แล้ว “หนูแบมนั่งคุยกับอาสักพักสิ จะถามเรื่องพิชาหน่อย” “เอ่อ..ค่ะ แต่หนูไม่กินนะคะ พอดีทานมาแล้ว” เขารินน้ำผลไม้ให้เธอแล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม เริ่มต้นถามว่าไปเจอพิชามญช์ที่ไหน ต่อด้วยคุยกันเรื่องคดี เรื่องลูกชายทั้งสองคน ไม่นานนักแบมเริ่มมีอาการง่วงซึมแต่ก็ยังรู้สึกตัวบ้าง เขารีบเข้าไปโอบเธอให้ลุกขึ้นแล้วประคองเดินไปนั่งพักที่โซฟาห้องรับแขก “คุณอา..ทำไม?..” แบมพูดถามได้แค่นั้นเท่าที่สติยังพอมีเหลือก่อนจะเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ชรันจึงปล่อยเธอไว้ก่อนจะเดินไปปิดประตูบ้านล็อกเอาไว้ ปิดไฟและปิดผ้าม่านจนหมด เหลือเพียงความมืดสลัวในบ้านที่กว้างขวางนี้เท่านั้น แบมที่สะลึมสะลือเพราะชรันไม่ได้ใช้ยากับเธอมากนัก ก็เพราะเขายังอยากให้เ
ธีทัตลงจากรถอ้อมไปเปิดประตูฝั่งของพรรณนาราแล้วดึงแขนเธอให้ออกมาแล้วเปิดประตูด้านหลังดันตัวเธอเข้าไป“พี่ธี..ไม่เอานะ พาหนูกลับบ้าน”“ใจดีให้ก็ดื้อ ปั่นหัวพี่สนุกไหมพู่กัน..”เขาเข้ามานั่งข้างๆจับแขนเธอที่ดันแผ่นอกบังคับให้นอนลงไปที่เบาะหลัง เริ่มต้นซุกไซร้ไปที่กลางลำตัวเธอแล้วเลิกกระโปรงสั้นขึ้นจนเห็นแพนตี้ลูกไม้แนบเนื้อตัวจิ๋ว“พูด..พี่เป็นใครสำหรับพู่”เขาจับคอเธอแม้จะไม่ได้บีบแน่นแต่ก็ทำให้เธอตื่นเต้นหายใจหอบจนตัวโยน ส่วนอีกมือเริ่มซุกซนใช้นิ้วแหวกชั้นในเข้าไปลูบคลึงส่วนสงวนจนเจ้าตัวสั่นสะท้าน“ถ้าหนูไม่พูดล่ะ”“ยั่วให้พี่โมโหเหรอ?”“เปล่า หนูชอบเวลาพี่หึง”“เพราะรักถึงหวง แล้วถ้าชอบให้หึงก็ยอมรับมาว่าเป็นเมียพี่..”“ขนาดนี้แล้วทำไมต้องพูดคะ คำพูดสำคัญกว่าการกระทำรึไง?”“พี่ไม่นอนกับใครถ้าไม่รัก”เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปลงด้วยมือเดียว ก่อนจะจับแท่งลำนั้นสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักที่รัดติ้ว โดยที่เธอยังใส่แพนตี้อยู่“อึก..อื้อออ”“ร่างกายหนูบอกว่ารักพี่นะ..สุดๆ..”แรงขมิบเป็นจังหวะถี่ๆส่งสัญญาณแทนคำพูดของหญิงสาวแต่นั่นมันยังไม่พอสำหรับเขา“อาา..แรงอีก..”สองขาที่เกร็งและรัดเอวแน่น ธีทัต
ฟ้าได้เอากระเป๋าเสื้อผ้ามารอที่บ้านภัทราวุธตั้งแต่บ่าย เธอตื่นเต้นที่จะได้อยู่กับน้องสาวที่รักและเอ็นดู โดยจะได้มีห้องส่วนตัวติดกับห้องของพรรณนารา ส่วนธีทัตได้รับการไหว้วานจากณัฐวีย์ให้ไปรับลูกสาวที่มหาวิทยาลัยแทนคนขับรถเพราะยุ่งกันอยู่ “ช่วงนี้พี่จะได้อยู่กับพู่ทุกวันตอนเย็นเลยล่ะ เพราะคุณพ่อหนูคงต้องเฝ้าภรรยานานเลย” “แล้วแต่เถอะค่ะ” “เอ้า ไม่ดีใจเหรอ?” “แม่ถีบหัวทุกคนให้พ้นทางได้แล้ว หนูคงไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก” “พู่..อย่าพูดแบบนั้นสิ ไม่น่ารักเลย” “หนูเป็นแบบนี้ พี่จะไม่รักก็ได้นะ” พรรณนารากล่าวแบบหยิ่งๆ แต่ธีทัตกลับมองว่านี่คือความดื้อดึงที่เขาชอบ “พ่อกับแม่กลับมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว คิดในแง่ดีหน่อยสิ” “ตั้งแต่หนูเกิดมา แม่กับหนูก็แข่งกันแย่งความรักจากพ่อมาตลอด แม่ไม่เคยอยากได้ลูกสาว ทำไมไม่ให้หมอเลือกเพศตั้งแต่แรกก็จบ” “ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า เปลี่ยนเรื่องเนอะ พี่พาหนูไปกินอะไรอร่อยๆข้างนอกดีกว่าไหม?” เธอส่ายหน้าแล้วว่าจะกินที่บ้าน “หนูนัดกับเพื่อนจะไปเที่ยวกันคืนนี้ แบบ..ชิลๆตามประสาเพื่อนฝูง เดี๋ยวเพื่อนมารับตอนสามทุ่ม” ธีทัตตาเขียวขึ้นมาทันทีตามปร







