Masukแม่บ้านที่โดนตั้งคำถามอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ก็มีไหวพริบพอที่จะคิดคำตอบได้รวดเร็ว พอกับท่าทีของชรันที่นิ่งเฉย เขาตักอาหารกินและดูข่าวในโทรศัพท์ชิลๆ
“ฟ้าเห็นบริษัทรับสมัครหาแม่บ้านในกลุ่มหางานจากเฟสบุ๊คน่ะค่ะ สมัครไว้แล้วเขาเรียกให้มาทำที่นี่ ก่อนหน้านี้ก็ทำแม่บ้านตามบริษัทค่ะ” พิชามญช์ยิ้มเล็กน้อย “แล้วยังสาวยังแส้ มีคนคุยหรือมีแฟนบ้างไหม?” “ไม่มีค่ะคุณผู้หญิง ฟ้าต้องส่งเงินให้แม่ มีภาระ ไม่ค่อยได้เจอใครด้วยค่ะ อ้อ อาทิตย์หน้าฟ้าขอลากลับบ้านสักอาทิตย์นึงได้มั้ยคะ?” “คุณรันว่าไงคะ?” เธอแกล้งถามสามีทั้งที่รู้เพราะได้ยินทุกอย่างแล้วจากเมื่อคืน “แล้วแต่คุณเลยพิชา” “ไปเถอะจ้ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องงานของเธอหรอกนะ ตอนเธอไม่อยู่ มีคนทำหน้าที่แทนได้เหมือนกัน” คำพูดกำกวมที่ดูมีเลศนัยนั้น แน่นอนว่าแม่บ้านสาวรู้สึกได้แต่เธอพยายามไม่คิดมาก อาจจะเพราะมีแม่บ้านที่เป็นเมียคนขับรถด้วยอีกคนที่ทำงานบ้านได้ในช่วงที่เธอลางาน ธีทัตบึ่งไปถึงบ้านคุณพ่อของพรรณนารา พอกดกริ่งแล้วแจ้งแม่บ้านก็ได้รับเชิญให้เข้ามานั่งรอในบ้านหลังใหญ่ที่ดูมีฐานะเช่นกัน “รอสักครู่นะคะ พอดีคุณณัฐกับหนูพู่กันพึ่งกินข้าวเช้าเสร็จก็แยกย้ายกันขึ้นไปชั้นบน เดี๋ยวไปตามให้ค่ะ” “ขอบคุณมากครับ” พรรณนาราที่รู้ว่าธีทัตมาหาถึงบ้าน เธอดีใจมาก รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วลงไปหาเขาที่ห้องนั่งเล่น “พี่ธี สวัสดีค่ะ” ทั้งสองที่มองและยิ้มให้กัน เธอเขินเขานิดหน่อยตามประสาสาวๆ “ไปที่บ้านไม่เจอ เลยมาที่นี่ ทำไมน้องพู่เปลี่ยนวันไปค้างครับ?” “แม่อยากให้มีวันหยุดสุดสัปดาห์กับพ่อค่ะ” “พี่จะพยายามไปอยู่ที่นั่นให้บ่อยๆนะ น้องพู่จะได้ไม่เหงาเกินไป” เธอยิ้มแก้มแดงอายๆ จากนั้นทั้งสองคนก็ตกลงว่าจะไปเดินเล่นที่สวนข้างบ้านที่มีบ่อปลา ซึ่งพ่อของเธอเลี้ยงปลาคาร์ฟไว้มากมาย “เราแลกไอจีกันหน่อยดีไหม?” “อ้อ..ค่ะ แต่หนูไม่ค่อยได้โพสอะไรหรอกนะ” “อย่างน้อยก็ทักทายแชทคุยได้ไม่ใช่เหรอ?” “ค่ะ..พี่ธี” ธีทัตที่แก่กว่าเธอเจ็ดปี เขามองเธอด้วยความรู้สึกเหมือนมองหญิงสาวคนหนึ่ง จนต้องพยายามเตือนตัวเองไม่ให้พูดเกินเลยหรือทำกิริยาท่าทางให้เธอกลัว “เอ่อ..แล้ว..พี่ธีจะไปไหนต่อคะ? วันนี้วันเสาร์ พาแฟนไปเที่ยวเหรอคะ?” เธอแกล้งถามพลางดูปลาในบ่อไปด้วย ทำให้ธีทัตนิ่งไปนิดนึง “ไม่ได้ไปไหน พี่คิดว่าอยากพาแม่ไปทานข้าวเที่ยง ช่วงนี้อยากใช้เวลากับท่านให้เยอะขึ้นสักหน่อย” “พรุ่งนี้ละคะ?” เธอหันหน้ามาถามเขาด้วยดวงตาที่แสนสวย ราวกับมีดวงดาวระยิบระยับอยู่ในนั้น “พี่มารับพู่ไปเดินเล่นที่ห้างดีไหม? ไปกินขนมอะไรที่น้องพู่ชอบก็ได้” “จริงเหรอ? ได้เหรอคะ? แต่…ไม่ดีกว่าค่ะ หนู..ไม่อยากเป็นแบบแม่” ความที่เธอยังเป็นแค่เด็กที่กำลังจะเป็นสาว วุฒิภาวะยังไม่มาก แม้พยายามเก็บอาการแต่ธีทัตก็ดูออกว่าเธอชอบเขา “น้องพู่ตั้งใจเรียนนะ อย่าพึ่งวอกแวกสนใจเรื่องอื่น ถ้าเรียนจบ ม.ปลาย อยากปรึกษาเรื่องเรียนคณะอะไร มหาวิทยาลัยที่ไหน พี่ยินดีนะครับ” พรรณนารารู้สึกผิดหวังเหมือนอกหักที่เขาใช้คำพูดตัดบท เธอทำได้เพียงแค่พยักหน้าและยิ้มเจื่อนๆ แฟนสาวของพี่ธีคงจะสวย..ทำไมฉันต้องมาเจอเขาในสถานะแบบนี้ด้วย…ทำไมต้องอายุน้อยกว่าเขาทำให้เขามองฉันเป็นแค่เด็ก… ธีทัตเห็นเธอสลดลง ทำให้เขาคิดว่าตัวเองคงพูดปิดกั้นเกินไปจนพรรณนาราอาจเข้าใจผิด “พี่พูดเพราะเป็นห่วง ไม่ได้ตำหนิว่าน้องสนใจเรื่องอื่นไม่สนใจเรียน พี่..จะพูดยังไงดี” แต่ไม่ทันจะพูดอะไร พ่อของเธอก็โผล่มาพอดีและเขาจำธีทัตไม่ได้ “ใครน่ะ? เห็นแม่บ้านบอกว่ามีผู้ชายมาหาลูก” “สวัสดีครับ ผม..พอดีผ่านมาเลยซื้อขนมมาฝากน้องพู่ครับ ผมชื่อธีทัต” เขายกมือไหว้ณัฐวีย์ที่รับไหว้อย่างงงๆ “แล้วรู้จักพู่กันได้ยังไง? อายุเท่าไหร่?” “เอ่อ..คุณพ่อผม..กับคุณแม่ของน้อง..” ธีทัตยังไม่ทันพูดจบ คุณพ่อของพรรณนาราก็ของขึ้นทันทีที่รู้ว่าลูกชายของชู้รักภรรยาเก่าจะมายุ่งกับลูกสาวคนเดียวของเขา “ที่นี่ไม่ต้อนรับ ต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาท แต่ลูกสาวผมยังเด็ก อย่ามาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง” สายตาของธีทัตดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัด พรรณนาราตกใจที่พ่อของเธอพูดไม่ไว้หน้าเขาเลย “พ่อคะ พี่ธีเป็นคนดีนะ พี่เขาไม่เกี่ยว” “ได้แม่ของลูกสาวผมไปคนนึงแล้ว จะเอาลูกสาวผมไปอีกคนนึงเหรอ? คนดีก็ส่วนคนดี แต่เลือดในกายคุณมีเลือดชั่วของมันอยู่ครึ่งหนึ่ง ของแบบนี้..มันคงไม่พ้นส่งต่อกันผ่าน DNA ไปได้หรอก พู่กัน! เข้าบ้านไปเลย” “พ่อ..” “น้องพู่เชื่อคุณพ่อนะ พี่ไม่เป็นไร..พี่เข้าใจ..” เขายิ้มบางๆและพยักหน้าให้เธอเข้าบ้านไปก่อน “ผมขอโทษด้วยครับคุณพ่อ” ณัฐวีย์สะบัดหน้าไม่รับคำขอโทษและเดินตามลูกสาวเข้ามาในบ้านจนทันกัน “ไวไฟแบบพ่อมันไม่มีผิด เด็กสาวอายุแค่สิบห้ายังกล้ามาก้อร้อก้อติกถึงบ้าน ห้ามไปสุงสิงอะไรกับมันเข้าใจไหมพู่? ถ้าไม่เชื่อฟัง พ่อจะกักบริเวณ” พรรณนาราคว้าถุงขนมที่วางบนโต๊ะในห้องนั่งเล่นแล้วขึ้นไปบนห้องของตัวเองเงียบๆ ส่วนเขาตัดสินใจโทรหาอดีตภรรยาถึงเรื่องนี้ “ผมจะทบทวนเรื่องที่พู่กันต้องไปอยู่กับคุณ เพราะเมื่อกี้ลูกชายของชู้มาหาลูกสาวผมถึงบ้าน” “ลูกชายเขาไม่ได้มาอยู่ที่นี่หรอกค่ะ เขาก็อยู่กับแม่” “ผมจะไม่ขอคบค้ากับคนตระกูลนี้ไม่ว่าจะเป็นใคร บอกแค่นี้ ถ้าไม่คิดว่าลูกยังเห็นคุณเป็นแม่ ผมคงไม่ให้ไปแม้แต่วันเดียว” “เห็นใจชาด้วยเถอะคุณณัฐ ชาก็อยากอยู่กับลูก” หลังจากที่ธีทัตกลับออกไปได้ไม่นานนัก เขาก็ส่งข้อความถึงพรรณนาราในไอจี “ไม่ต้องคิดมากนะน้องพู่ เป็นใครก็โกรธ ถ้าเกิดกับพี่เองก็ต้องรู้สึก แต่เราก็ยังคุยกันเป็นพี่น้องได้นะครับ” “ค่ะ” พรรณนาราพิมพ์ตอบไปแค่นั้น แล้วนอนก่ายหน้าผาก พลางคิดถึงเรื่องที่พ่อเลี้ยงทำอะไรแย่ๆกับเธอ ฉันต้องหาทางเอาตัวรอดก่อน เรื่องอื่นค่อยคิดทีหลัง.. ตัวธีทัตเองเมื่อเห็นเธอตอบมาแค่นั้น เขาได้แต่ทำใจว่าด้วยอายุของเธอยังน้อย ทำให้เขาต้องระมัดระวังคำพูดหรือการแสดงออกกับเธอ ในตอนเย็นหลังเลิกเรียนในวันจันทร์ พิชามญช์ได้มารับลูกสาวด้วยตัวเองที่โรงเรียนและเมื่อถึงบ้านเธอก็ทำอาหารที่พรรณนาราชอบกินให้ หลายๆอย่างที่เธอพยายามเอาอกเอาใจลูกสาว ทั้งหมดก็เพื่อให้ตายใจเท่านั้น สายตาของชรันที่แอบมองลูกสาวเธอนั้นชัดเจน แม้เขาจะพยายามหลบซ่อนมันแค่ไหนก็ตาม “ดีแล้วล่ะที่คุณเอาใจใส่ลูกแบบนี้ ถ้าแกชอบอะไรคุณซื้อมาเยอะๆเลย” “ไม่เป็นไรค่ะ หนูกินอะไรก็ได้เหมือนทุกคน อิ่มแล้วขอขึ้นไปข้างบนนะคะ” พรรณนาราลุกออกจากห้องรับประทานอาหารไปก่อนและรีบขึ้นไปอาบน้ำ จากนั้นนั่งเงียบๆในห้องรอฟังว่าแม่และพ่อเลี้ยงกลับขึ้นมาเข้าห้องตอนไหน เสียงเคาะประตูทำเอาเธอตกใจ แต่เป็นเสียงแม่ที่เอ่ยถาม “พู่กัน นอนแล้วเหรอลูก?” “ยังค่ะ คุยกับเพื่อนอยู่” เธอเปิดประตูแง้มเพื่อตอบสั้นๆ โดยมีชรันยืนมองอยู่ด้านหลังเหมือนจะกลืนกินเธอได้เลย “นอนไวก็ดีนะลูก พรุ่งนี้แม่จะไปส่งไปโรงเรียนนะ” “ฝันดีค่ะ” เธอบอกลาเชิงตัดบทกลายๆ เมื่อแนบหูฟังจากประตูว่าทั้งคู่เข้าไปในห้องนอนแล้ว เธอรีบหยิบหมอนและเสื้อกันหนาวมาตัวหนึ่ง ย่องออกจากห้องไปที่บ้านหลังเล็กที่พักของแม่บ้าน พรรณนาราจำได้ว่ามีแม่บ้านชื่อฟ้าที่น่าจะนอนคนเดียวเพราะแม่บ้านวัยกลางคนนั้นพักกับสามีที่เป็นคนขับรถ จึงเลือกเคาะประตูห้องหนึ่งจากการคาดเดาเพราะรองเท้าที่วางอยู่หน้าห้อง เธอเคาะประตูเบาๆอยู่หลายที จนคนในห้องที่มาเปิดให้จากที่ง่วงงัวเงียก็ตกใจจนตาสว่าง “น้องพู่?…มีอะไรหรือเปล่าคะ?” ………………………………….🏠😈ฟ้าเดินตรงมาหาที่ประตูรั้ว ชรันมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับส่งเสียงจิ๊จ๊ะให้ทันทีเชิงประชดประชัน “มาอยู่ที่นี่เองเหรอ ดูดีขึ้นเป็นกองเลยนะ หนูพู่เอาเธอมาชุบเลี้ยงอย่างดีเพื่อให้มาใส่ร้ายฉันล่ะสิ อย่าลืมว่าฉันเลี้ยงดูเธอมากี่ปีแล้วล่ะฟ้า? ตอนนี้กลับปีกกล้าขาแข็ง” “เลี้ยงดูหรือล่อลวงให้รัก? เอาเงินฟาดหัวเพื่อให้เด็กเมื่อวานซืนอย่างฟ้าไปไหนไม่รอด ถ้าฟ้ายังงมงายกับคุณอยู่ก็คงไม่พ้นเป็นแม่บ้านสนองตัณหาคุณตลอดไป น้องพู่ทำให้ฟ้าได้เรียนหนังสือต่อ นู่น..บนนั้น..ห้องนอนที่ฟ้าไม่เคยคิดว่าจะได้มีแบบคนอื่นมาตลอดชีวิต มีคนคอยดูแลให้คุณค่า ฟ้าจะปกป้องน้องพู่ทุกอย่างที่คนอย่างฟ้าพอจะทำได้” “อยากเป็นเมียพ่อหนูพู่ล่ะสิ หาที่เกาะใหม่ได้แล้วสินะ” “เพราะคุณไปทำลูกสาวเขานี่” “พิชาต่างหากที่ยกหนูพู่ให้เป็นเมียฉันอีกคน” “ไม่มีแม่คนไหนทำแบบนั้นกับลูกตัวเองหรอก กลับไปเถอะค่ะ ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายดีที่สุด” ฟ้าหันหลังกลับเข้าไปในบ้านทันที ส่วนชรันที่กำหมัดแน่นได้ตรงกลับบ้านแล้วนั่งดื่มอย่างบ้าคลั่ง ธีทัตทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไปรับพรรณนาราแล้วถึงห้องก็ยังนั่งทำงานต่อ นอนหลับดึกๆดื่นๆจ
ชรันกลับถึงบ้านก็ไม่เป็นอันกินอันนอนหลังจากโดนลูกเลี้ยงสาวถอนหงอกเสียอย่างไม่เป็นท่า เขาเจ็บใจที่ถูกหลอกว่านอนกับเธอมาตลอด เสียเงินไปเยอะแยะมากมาย ซื้อรถซื้อของให้นับไม่ถ้วน จริงสิ..ฉันโดนแอบถ่ายในบ้านหลังนี้ แสดงว่ามีกล้องซุกซ่อนอยู่หลายจุดแน่นอน…เขาตรงไปที่ห้องนอนแม่บ้านที่เคยเป็นห้องของฟ้า ก่อนจะยกให้เด็กสาวคราวลูกได้อยู่เพื่อปรนเปรอสวาทให้ เมื่อรื้อค้นอย่างถี่ถ้วนก็พบกล้องที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง จากนั้นเมื่อไปที่ห้องทำงานก็พบเช่นกันโดยวางซ่อนไว้ในช่องหลืบของโซฟาที่ใช้นั่งเล่นในห้อง ชรันเขวี้ยงมันลงบนพื้นอย่างโมโหสุดขีด เขาแน่ใจว่าเป็นพิชามญช์ที่ทำทั้งหมดและเริ่มประสาทกินกับความคิดที่ว่าในบ้านนี้มีอีกกี่จุดที่มีกล้องคอยบันทึกทุกอย่างในเวลาที่เขาชะล่าใจว่าเธอไม่อยู่บ้านเลยทำอะไรก็ได้ ในตอนนี้สิ่งที่เขาจะต้องจัดการคือควบคุมสติและปรึกษาทนายเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตของชีวิตฉันไม่พร้อมจะสูญเสียชีวิตในตอนที่อายุขนาดนี้เด็ดขาด..ส่วนเธอ..พิชามญช์ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆหรอก.. ณัฐวีย์ที่รับรู้ว่าชรันติดต่อมาหาว่าที่ภรรยาของเขา นั่นทำให้เขาย้ายเธอและลูกชายให้ไปอยู่ที่คอนโดของพรรณนาราท
Pacific Gateways Co., Ltdในตอนสายของวัน พนักงานของบริษัทต้องแปลกใจ เมื่อมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาขอพบชรัน จากนั้นได้กรูกันเข้าไปในห้องทำงานของเขาและเชิญให้ไปสถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งแน่นอนว่าชรันฉลาดพอที่จะไม่ให้ปากคำอะไรที่จะมัดตัวเขาได้นอกจากขอให้การในชั้นศาลเท่านั้นและต้องการใช้ทนายให้พูดแทน เขายื่นประกันและถูกปล่อยตัวให้กลับบ้าน ความคั่งแค้นในใจ พยายามคิดหาแต่ว่าทำไมผู้หญิงสามคนถึงรวมหัวกันแจ้งความเขา แล้วเด็กสาวที่เลี้ยงไว้อยู่ๆก็หายไปติดต่อไม่ได้กลับไปโผล่อยู่กับฟ้าและพรรณนาราได้ยังไง คลิปต่างๆที่จะมัดตัวเขาของทั้งสามคนมาจากไหน? จากใคร? ได้มายังไง? ชรันคิดได้แค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ พิชามญช์มีสายโทรเข้าปลายสายที่รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องสงสัยเธอจนได้ พิชามญช์แค่รับสายแล้วทำน้ำเสียงปรกติเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร“พิชา..วันนี้ตำรวจมากันที่บริษัทผม มีทนายความมายื่นแจ้งความให้ผู้หญิงสามคน ลูกสาวคุณเป็นหนึ่งในนั้นด้วย มีอะไรจะพูดมั้ย? อย่าลืมว่าคุณยกพู่กันให้ผมเอาเอง”“ฉันเลี้ยงแต่ลูกอยู่ในห้องตั้งแต่คืนที่จับได้ว่าคุณเอากับอดีตภรรยาคุณธี ใครจะจัดการอะไรเรื่องแบบนี้
แบมซื้ออาหารและน้ำเข้ามาให้ชรันที่บ้าน เธอย่างกรายเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบจนวังเวง เขาที่นั่งรออยู่แล้วได้รีบเดินมาต้อนรับ “แม่บ้านไม่มีสักคนเหรอคะ?” “เหลือป้าแม่บ้านกับคนขับรถ พอดีสั่งไว้ว่าไม่ต้องทำอาหารเผื่อเพราะตอนแรกคิดว่าจะไปนั่งดื่มข้างนอก แต่รู้สึกเพลียเลยไม่ออกไปน่ะ” ชรันทำมือว่าให้ตามเขาไปที่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งเตรียมจานช้ามช้อนส้อมแก้วน้ำไว้แล้ว “หนูแบมนั่งคุยกับอาสักพักสิ จะถามเรื่องพิชาหน่อย” “เอ่อ..ค่ะ แต่หนูไม่กินนะคะ พอดีทานมาแล้ว” เขารินน้ำผลไม้ให้เธอแล้วไปนั่งฝั่งตรงข้าม เริ่มต้นถามว่าไปเจอพิชามญช์ที่ไหน ต่อด้วยคุยกันเรื่องคดี เรื่องลูกชายทั้งสองคน ไม่นานนักแบมเริ่มมีอาการง่วงซึมแต่ก็ยังรู้สึกตัวบ้าง เขารีบเข้าไปโอบเธอให้ลุกขึ้นแล้วประคองเดินไปนั่งพักที่โซฟาห้องรับแขก “คุณอา..ทำไม?..” แบมพูดถามได้แค่นั้นเท่าที่สติยังพอมีเหลือก่อนจะเริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ชรันจึงปล่อยเธอไว้ก่อนจะเดินไปปิดประตูบ้านล็อกเอาไว้ ปิดไฟและปิดผ้าม่านจนหมด เหลือเพียงความมืดสลัวในบ้านที่กว้างขวางนี้เท่านั้น แบมที่สะลึมสะลือเพราะชรันไม่ได้ใช้ยากับเธอมากนัก ก็เพราะเขายังอยากให้เ
ธีทัตลงจากรถอ้อมไปเปิดประตูฝั่งของพรรณนาราแล้วดึงแขนเธอให้ออกมาแล้วเปิดประตูด้านหลังดันตัวเธอเข้าไป“พี่ธี..ไม่เอานะ พาหนูกลับบ้าน”“ใจดีให้ก็ดื้อ ปั่นหัวพี่สนุกไหมพู่กัน..”เขาเข้ามานั่งข้างๆจับแขนเธอที่ดันแผ่นอกบังคับให้นอนลงไปที่เบาะหลัง เริ่มต้นซุกไซร้ไปที่กลางลำตัวเธอแล้วเลิกกระโปรงสั้นขึ้นจนเห็นแพนตี้ลูกไม้แนบเนื้อตัวจิ๋ว“พูด..พี่เป็นใครสำหรับพู่”เขาจับคอเธอแม้จะไม่ได้บีบแน่นแต่ก็ทำให้เธอตื่นเต้นหายใจหอบจนตัวโยน ส่วนอีกมือเริ่มซุกซนใช้นิ้วแหวกชั้นในเข้าไปลูบคลึงส่วนสงวนจนเจ้าตัวสั่นสะท้าน“ถ้าหนูไม่พูดล่ะ”“ยั่วให้พี่โมโหเหรอ?”“เปล่า หนูชอบเวลาพี่หึง”“เพราะรักถึงหวง แล้วถ้าชอบให้หึงก็ยอมรับมาว่าเป็นเมียพี่..”“ขนาดนี้แล้วทำไมต้องพูดคะ คำพูดสำคัญกว่าการกระทำรึไง?”“พี่ไม่นอนกับใครถ้าไม่รัก”เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปลงด้วยมือเดียว ก่อนจะจับแท่งลำนั้นสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักที่รัดติ้ว โดยที่เธอยังใส่แพนตี้อยู่“อึก..อื้อออ”“ร่างกายหนูบอกว่ารักพี่นะ..สุดๆ..”แรงขมิบเป็นจังหวะถี่ๆส่งสัญญาณแทนคำพูดของหญิงสาวแต่นั่นมันยังไม่พอสำหรับเขา“อาา..แรงอีก..”สองขาที่เกร็งและรัดเอวแน่น ธีทัต
ฟ้าได้เอากระเป๋าเสื้อผ้ามารอที่บ้านภัทราวุธตั้งแต่บ่าย เธอตื่นเต้นที่จะได้อยู่กับน้องสาวที่รักและเอ็นดู โดยจะได้มีห้องส่วนตัวติดกับห้องของพรรณนารา ส่วนธีทัตได้รับการไหว้วานจากณัฐวีย์ให้ไปรับลูกสาวที่มหาวิทยาลัยแทนคนขับรถเพราะยุ่งกันอยู่ “ช่วงนี้พี่จะได้อยู่กับพู่ทุกวันตอนเย็นเลยล่ะ เพราะคุณพ่อหนูคงต้องเฝ้าภรรยานานเลย” “แล้วแต่เถอะค่ะ” “เอ้า ไม่ดีใจเหรอ?” “แม่ถีบหัวทุกคนให้พ้นทางได้แล้ว หนูคงไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก” “พู่..อย่าพูดแบบนั้นสิ ไม่น่ารักเลย” “หนูเป็นแบบนี้ พี่จะไม่รักก็ได้นะ” พรรณนารากล่าวแบบหยิ่งๆ แต่ธีทัตกลับมองว่านี่คือความดื้อดึงที่เขาชอบ “พ่อกับแม่กลับมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว คิดในแง่ดีหน่อยสิ” “ตั้งแต่หนูเกิดมา แม่กับหนูก็แข่งกันแย่งความรักจากพ่อมาตลอด แม่ไม่เคยอยากได้ลูกสาว ทำไมไม่ให้หมอเลือกเพศตั้งแต่แรกก็จบ” “ไม่พูดเรื่องนี้ดีกว่า เปลี่ยนเรื่องเนอะ พี่พาหนูไปกินอะไรอร่อยๆข้างนอกดีกว่าไหม?” เธอส่ายหน้าแล้วว่าจะกินที่บ้าน “หนูนัดกับเพื่อนจะไปเที่ยวกันคืนนี้ แบบ..ชิลๆตามประสาเพื่อนฝูง เดี๋ยวเพื่อนมารับตอนสามทุ่ม” ธีทัตตาเขียวขึ้นมาทันทีตามปร







