Partager

ตอนที่ 11 อ๋องพิการ

last update Date de publication: 2026-04-24 10:10:14

            เดินมาถึงประตูเรือนยั่งยืนเฉียนฟู่กับหวู่เอินสบตากับชิวหมัวมัวด้วยท่าทางลำบากใจ ชิวหมัวมัวมององครักษ์ทั้งสองด้วยความฉงน พลางกล่าวออก “ท่านอ๋อง แม่นางฉินมาแล้วเจ้าค่ะ”

            “ให้นางเข้ามา” เสียงนั้นเคร่งขรึมอีกทั้งยังทรงพลังชวนให้คนฟังขนลุกซู่

            ชิวหมัวมัวพาฉินมี่เดินเข้าไปด้านใน จังหวะนั้นกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ก็โชยมาแตะจมูกอย่างรุนแรง จนฉินมี่เกือบหงายหลัง ทั้งสองรีบยกชายแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกทันที

            “ท่านอ๋อง นี่ท่าน…” เขายังไม่ให้องครักษ์ทำความสะอาดร่างกายให้อีกหรือ นี่เขาจงใจกลั่นแกล้งฉินมี่ชัด ๆ

            “ชิวหมัวมัวเจ้าออกไปก่อน” เซียวเหิงกล่าวเสียงเรียบ

            “แต่ว่า…”

            “เจ้าฟังข้าพูดไม่รู้เรื่องหรือ” เซียวเหิงกดเสียงต่ำบ่งบอกว่าพยายามข่มอารมณ์โกรธเอาไว้สุดกำลัง “บอกเฉียนฟู่กับหวู่เอิน หากข้าไม่สั่งก็ไม่ต้องเข้ามา”

            ชิวเหลียนจึงทำหน้าคล้ายกับอยากจะร้องไห้ “เจ้าค่ะ” เดิมทีการเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเซียวเหิงเป็นหน้าที่ขององครักษ์ทั้งสอง เพราะเขาไม่ชอบให้สตรีมองเห็นเขาอยู่ในสภาพเช่นนี้ ซึ่งการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาต้องใช้กำลังมหาศาลแล้วฉินมี่ตัวแค่นี้จะทำคนเดียวได้อย่างไร

อีกทั้งกลิ่นอุจจาระปัสสาวะคละคลุ้งบนตัวบนเตียงเขานั้นเล่า สตรีสูงศักดิ์อย่างฉินมี่จะทนรับไหวได้อย่างไร ถึงเขาบอกว่าจะไม่สังหารนาง แล้วทำเช่นนี้ต่างกันตรงไหนเล่า

            แม้แต่อดีตพระชายาที่เคยปักใจรักใคร่กับเซียวเหิงมาเนิ่นนานยังไม่เคยปรนนิบัติเขาเช่นนี้ แล้วฉินมี่นับเป็นอะไรถึงให้นางมาพบเจอกับเรื่องพวกนี้

            เพล้ง!

            คล้อยหลังชิวเหลียนเซียวเหิงก็เริ่มปาข้าวของที่อยู่บนหัวเตียงลงมา แต่ฉินมี่กลับหลบเลี่ยงได้อย่างหวุดหวิด อีกทั้งยังย่างเท้าเข้าไปด้านในห้องที่มีม่านแพรขวางกั้นไม่หยุด และมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาห่างกันราวสิบก้าว พร้อมกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ฉินมี่คารวะท่านอ๋องเจ้าค่ะ”

            ฉินมี่มองคนที่นอนเอนตัวอยู่บนเตียงไม้อย่างนิ่งงัน ใบหน้าของเขาหล่อเหลางดงามปานเทพเซียน คิ้วเข้มรูปดาบเฉียงขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลคล้ายกับเป็นลูกเสี้ยวของชนเผ่า จมูกเป็นสันโด่ง กรอบหน้าคมชัดริมฝีปากบางเม้มแน่น เพียงแต่เส้นผมกลับกลายเป็นสีเงินยวงมันปลาบเกือบทั้งหมด เหตุใดถึงเป็นเช่นนั้น เขาเพิ่งอายุสามสิบปีเท่านั้น ผมหงอกไปครึ่งศีรษะแล้วหรือ

            เพล้ง!

            เมื่อดึงสติจากดวงหน้างดงามพริ้มเพราของนางได้แล้ว เขาเขวี้ยงแจกันที่อยู่ใกล้มือที่สุดใส่นางอีกครั้ง แต่ฉินมี่ก็หลบหลีกได้ทันอีกเช่นเคย ตามด้วยหมอนและหมอนข้าง นางก็หลบทันทั้งสิ้น

            พอไม่มีอะไรให้เขวี้ยงแล้วสายตาก็มองหาสิ่งอื่นไปทั่วห้อง เขาหงุดหงิดให้ตนเองที่ตอนนี้ไม่ได้นั่งอยู่บนรถเข็นจึงเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ เมื่อหมดสิ้นหนทางเขาก็ตวาดใส่นาง “ไสหัวออกไป”

            ฉินมี่ทำหน้างง เรียกนางมาปรนนิบัติ แต่ยังไม่ได้ทำอะไรก็เสือกไสไล่ส่งนางแล้ว เขาเป็นไบโพลาร์หรือไม่ นางยกมือขึ้นกอดอกอย่างไม่เกรงกลัวสายตาเขา ส่วนหนึ่งที่ไม่กลัวก็เพราะนางแอบรู้มาว่าเว่ยอ๋องสูญเสียวรยุทธ์และกำลังภายในตั้งแต่ถูกพิษในสงครามครั้งนั้น “แต่ท่านอ๋องยังไม่ได้กินข้าวกินยาเลยนะเจ้าคะ”

            “ข้าไม่หิว”

            “ไม่หิวก็ต้องกิน อีกอย่าง…” นางใช้มือพัดโบกไปมาตรงปลายจมูกคล้ายกำลังไล่กลิ่นไม่พึงประสงค์ “ท่านอ๋องยังไม่ได้เช็ดตัวกระมัง”

            “มันเรื่องของข้า เจ้าไม่ต้องมายุ่ง” เดิมทีเขาคิดว่าเมื่อเขาเขวี้ยงปาข้าวของแล้วนางต้องกลัวจนหัวหดและรีบวิ่งหนีตายออกจากห้อง ไม่คาดคิดว่านางจะหน้าด้านหน้าทนถึงเพียงนี้

            “ท่านอ๋องเรียกข้ามาปรนนิบัติมิใช่หรือเจ้าคะ เช่นนั้นข้าจะละเลยหน้าที่นี้ได้อย่างไร” คนไข้พยศเช่นนี้นางชอบยิ่งนัก

            ฉินมี่กวาดสายตาไปทั่วห้องโดยไม่สนใจข้าวของที่ถูกเขาปาลงบนพื้นเมื่อครู่ เมื่อเห็นอ่างน้ำอุ่นกับเสื้อผ้าชุดใหม่ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ จึงเดินเข้าไปยกมาไว้ใกล้เตียงนอน อันดับแรกต้องเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อนถึงจะกินข้าวกินยาได้

            “ท่านต้องเช็ดตัว” นางจ้องไปบนตัวเขา เสื้อผ้าท่อนล่างเลอะไปด้วยอุจจาระตนเองที่เปื้อนไปถึงเตียงนอน เขาควบคุมการขับถ่ายของตนไม่ได้แสดงว่าช่วงล่างไร้ความรู้สึกอย่างนั้นหรือ นางจึงตัดสินใจถาม “ส่วนไหนในร่างกายของท่านที่ใช้งานไม่ได้บ้าง”

            “ออกไป!” ได้ยินคำถามนี้ เซียวเหิงก็รู้สึกโกรธจนหน้าเขียว มันเป็นความรู้สึกที่คับแค้นใจและไม่อยากคุยเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะกับสตรีตรงหน้าคนนี้

            “ข้าหมายถึง ร่างกายส่วนไหนที่ไร้ความรู้สึก” ฉินมี่ย้ำอีกครั้ง

            “ข้าบอกให้ออกไป”

            “ข้าไม่ไป จนกว่าจะทำหน้าที่เสร็จ”

            “เจ้าอยากตายหรือไง”

            “ข้าว่าท่านน่าจะตายก่อนข้าเสียอีก”

            “ทำไมข้าต้องตายก่อนเจ้า” สตรีผู้นี้ช่างหาญกล้าต่อปากต่อคำกับเขานัก

            “เพราะกลิ่นเหม็นพวกนี้อย่างไรเล่า”

            ฉินมี่ไม่ได้สนใจเขาอีก ย่างสามขุมเข้าไปใกล้เตียงมากขึ้น เซียวเหิงรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี สตรีผู้นี้เสียสติไปแล้วหรือถึงไม่กลัวตาย

            มือเล็กเอื้อมไปใกล้หมายจะถอดเสื้อให้เขา แต่มันกลับไม่ง่ายเช่นนั้น มือทั้งสองคู่เกิดการต่อสู้กันพัลวัน เหมือนเด็กกำลังตีกัน

ผ่านไปเกือบสองเค่อต่างคนต่างเหนื่อยไม่มีใครยอมใคร แต่ในที่สุดคนที่ขาใช้การไม่ได้ทั้งสองข้างก็ต้องหอบแฮ่ก ๆ มือไม้อ่อนไปหมด เพราะเซียวเหิงฝึกยุทธ์ไม่ได้จึงทำให้เขาเหนื่อยเร็วกว่าปกติ

            ฉินมี่ก็เหนื่อยจนหายใจหอบเช่นเดียวกัน แต่นางยังไม่ยอมแพ้ คิดไม่ผิดที่นางทำให้ร่างกายแข็งแรงก่อนจะมาพบเขา นางเอ่ยถามเขาหน้าตาเฉยชาคล้ายเป็นเรื่องปกติ “จะถอดส่วนบนหรือส่วนล่างก่อน”

            “ข้าไม่ถอดส่วนไหนทั้งนั้น” เป็นครั้งแรกที่เขาพ่ายแพ้ต่อสตรี ผู้หญิงอะไรตัวเล็กนิดเดียว แต่พลังเยอะเป็นบ้า

            “ท่านไม่สามารถทนกลิ่นเหม็นพวกนี้ได้ทั้งวันหรอก” เซียวเหิงยิ่งหน้าแดงทั้งโกรธทั้งอับอาย สตรีผู้นี้ไม่ได้ตายดีแน่ “งั้นเช็ดส่วนบนก่อนก็แล้วกัน” ว่าแล้วนางก็ปลดสายรัดเอวถอดเสื้อเขาออกอย่างทุลักทุเล เพราะเขาไม่ให้ความร่วมมือ แต่ท้ายที่สุดนางก็ทำได้สำเร็จ

            พอท่อนบนเปลือยเปล่าฉินมี่ถึงกับต้องร้อง ว้าว! กล้ามท้องเป็นลอนสวยจนอยากใช้มือลูบไล้ “หนึ่ง สอง สาม…”

            “เจ้านับอะไร” เซียวเหิงขมวดคิ้ว

            “ไม่ ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 45 ตอนจบ

    ช่วงนี้เซียวเหิงฮ่องเต้มีราชกิจรัดตัว เพราะต้องจัดการงานหลายอย่างที่ฮ่องเต้องค์ก่อนและอดีตไทเฮาได้ทำค้างไว้ อีกทั้งยังต้องแต่งตั้งขุนนางและอ๋องต่างสกุลที่ไว้ใจได้ไปทำงานตามเมืองต่าง ๆ ทั้งแคว้นฉิน และแคว้นเว่ย เพื่อแบ่งเบาภาระของเขาการทำงานของเซียวเหิงเป็นลำดับขั้นตอน อีกทั้งยังชัดเจนและเด็ดขาด เน้นการช่วยเหลือราษฎรที่อดอยากทั้งสองแคว้นเป็นหลัก และดำเนินการปราบขุนนางกังฉินอย่างจริงจัง เมื่อตรวจสอบแล้วใครผิดจริงก็ริบทรัพย์และตัดสินโทษประหารชีวิตทันทีไม่มีผ่อนปรนแม้แต่น้อยทำให้ในราชสำนักและตามหัวเมืองต่าง ๆ ต่างมีขุนนางต้องโทษประหารชีวิตไปหลายร้อยคนในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ท้องพระคลังที่เคยว่างเปล่า กลับมีทรัพย์สมบัติเพิ่มเข้ามาอย่างมากมายมหาศาล ทรัพย์สินส่วนนี้จึงถูกจัดสรรออกเป็นหลายส่วน เพื่อช่วยเหลือกรมกองต่าง ๆ อีกทั้งยังแบ่งไปช่วยเหลือราษฎรตามถิ่นทุรกันดาน ทั้งเรื่องปากท้อง อาชีพ และการศึกษาเมื่อเซียวเหิงฮ่องเต้ประกาศราชโองการอย่างชัดเจนว่าจะไม่รับสนมเข้าวังอีก ขุนนางทั้งหลายก็ไม่กล้ามีปากเสียง เพราะการทำงานของเขาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคนแล้วว่า ทั้งเที่ยงธรรมและให้ความช

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 44 ตั้งครรภ์แฝด

    หมอฉีที่ตามเสด็จมาด้วยจึงเข้ามาตรวจชีพจรให้นาง สีหน้าของเขาดูประหลาดใจเล็กน้อย “มีสิ่งใดผิดปกติหรือ” เซียวเหิงอดเป็นห่วงพระชายาไม่ได้ “พระชายาน่าจะตั้งครรภ์แฝดพ่ะย่ะค่ะ” “ครรภ์แฝดรึ” เซียวเหิงมีท่าทางไม่อยากเชื่อ เขาเก่งถึงเพียงนี้ ฉินมี่หันมองหมอฉีพลางกล่าวออกด้วยความตื่นเต้น “ท่านแน่ใจหรือ” “คราวก่อนไม่มั่นใจจึงไม่ได้กราบทูล แต่ตอนนี้มั่นใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คราวก่อนชีพจรของนางยังไม่มั่นคงขนาดนี้ หมอฉีจึงไม่กล้าพูดออกไป เชียวเหิงจับมือนางมากุมไว้ มือของนางเย็นเฉียบ “เจ้าจงรักษาร่างกายให้ดี” “เพคะ” ทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้วเซียวเหิงจึงขึ้นไปนอนเอนกายเคียงข้างนาง โอบกอดนางไว้แล้วถาม “เจ้าจะไม่บอกเราจริง ๆ หรือ ว่าเจ้ามาจากที่ใด” “ฝ่าบาทยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกหรือเพคะ” “เรื่องของเจ้าเราไม่เคยลืม” ฉินมี่จึงไม่คิดปิดบังเขาอีก “หม่อมฉันมาจากอนาคตเพคะ” “มาจากอนาคตอย่างนั้นหรือ” “เพคะ น่าจะห่างจากที่นี่ราว ๆ หนึ่งพันปี” เซียวเหิงไม่อยากเชื่อเลยส

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 43 เจ้ายินดีเป็นฮองเฮาหรือไม่

    ทางด้านของฉินมี่ ตั้งแต่ตื่นขึ้นมาก็นั่งเหม่อมองภูเขาอยู่เกือบสองชั่วยามแล้ว เจียวฝางเดินยกยาบำรุงมาให้พร้อมกล่าว “องค์หญิง ดื่มยาสักหน่อยนะเจ้าคะ” ฉินมี่ตื่นจากภวังค์หันมายกยาขึ้นดื่มอย่างช้า ๆ ช่วงนี้นางรู้สึกแพ้ท้องอย่างหนักจึงต้องดื่มยาแก้คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย เจียวฝางกล่าวต่อ “ได้ยินว่าท่านอ๋อง ไม่สิ ได้ยินว่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่รวมสองแคว้นเข้าด้วยกันแล้วเจ้าค่ะ” แต่ฉินมี่ยังคงเงียบงัน เจียวฝางจึงพูดขึ้นอีก “องค์หญิงไม่ยินดีหรือเจ้าคะ” “เขากลับมาอย่างปลอดภัยข้าก็ดีใจแล้ว” ตอนนี้เขาเป็นถึงฮ่องเต้ เรื่องระหว่างนางกับเขายิ่งลำบากขึ้นไปอีก “เช่นนี้ ฝ่าบาทจะทรงตามหาองค์หญิงหรือไม่เจ้าคะ” “ข้าก็ไม่รู้” เดิมทีนางคิดว่าการแอบซ่อนจดหมายไว้ใต้หมอนจะทำให้เขารู้ที่อยู่ของนาง แต่นี่ก็ผ่านมาสองเดือนกว่าแล้ว เขาคงไม่คิดตามหานางแล้ว ทหารที่เซียวเหิงฮ่องเต้ส่งออกไปตามหาพระชายากลับมารายงานว่าไม่พบร่องรอยของฉินมี่สักคน เซียวเหิงรู้สึกร้อนใจเป็นอย่างมาก ห้าวันแล้วที่เขากลับมาพักที่จวนอ๋องแต่กลับไม่ได้นอนเลยสักคืน เอาแต่นั่

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 42 จัดการให้สิ้นซาก

    “เจ้าไปทำอันใด เขาถึงได้ตามฆ่าเจ้า” เรื่องที่ตู้ซือซงถูกสังหารเขาทราบแล้ว แต่ไม่คิดว่าตู้หนิงอวี่จะกล้ากลับมาอยู่ที่จวนของเขา “เพราะข้า เพราะข้ารู้ความลับของเขาเจ้าค่ะ” “ความลับอะไร” “เอ่อ… ความลับที่พวกเขาส่งทองคำให้แคว้นฉินเพื่อแลกกับสิบเมืองนั้นเจ้าค่ะ” ตู้หนิงอวี่คุกเข่าลงบนพื้นแล้วคลานไปกอดขาเขาไว้แน่น “ท่านอ๋องต้องช่วยข้านะเจ้าคะ ข้าไม่มีที่ให้ไปแล้วจริง ๆ ท่านอ๋องจะให้ข้าเป็นชายารองหรืออนุภรรยาก็ได้เจ้าค่ะ ขอแค่ให้อยู่รับใช้ท่านอ๋อง ข้ายอมทุกอย่าง” เซียวเหิงแค่นยิ้ม พลางสะบัดขาแรง มือของนางที่เกาะกุมอยู่จึงหลุดออก ร่างของนางฟุบลงกับพื้น แต่เซียวเหิงหาได้สนใจไม่ ตู้หนิงอวี่ตกใจกับการกระทำของเขาเป็นอย่างมาก “ท่านอ๋อง” เขาไม่อ่อนโยนกับนางเหมือนที่เคยเป็นแล้ว “ตอนที่เจ้าหนีไปจากที่นี่เคยไปอยู่ที่ใดก็จงกลับไปอยู่ที่นั่น” “ไม่นะเจ้าคะท่านอ๋อง ข้าจะอยู่กับท่าน ข้าสัญญาว่าจะไม่หนีท่านไปอีกแล้ว” เว้นช่วงไปสองลมหายใจนางจึงกล่าวต่อ “ที่ผ่านมาข้าหนีไปสวดมนต์ที่วัดเพื่อขอพรให้ท่านอ๋องหายเป็นปกติโดยเร็ว และท่านอ๋องก็หายจริง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 41 ได้รับชัย

    สิบวันต่อมาเว่ยอ๋องกวาดต้อนข้าศึกกระทั่งเข้ายึดเมืองเจิ้งโจวได้สำเร็จ เติ้งคุณต่อสู้อยู่กับขงซีห่าวเพื่อแก้แค้นที่เขาบังอาจมาหลอกลวงเขาถึงค่ายทหาร แม้ตอนนี้เลือดหลั่งไหลท่วมกายแล้วยังเอ่ย “ข้าจะฆ่าเจ้า” ว่าจบก็ถือดาบวิ่งเข้าหาขงซีห่าวอีกครั้ง ทั้งสองฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่สุดท้ายเติ้งคุณก็โดนขงซีห่าวฟันเอวจนร่างกายขาดเป็นสองท่อน หยวนหงเจี๋ยฮ่องเต้ที่กำลังต่อสู้อยู่กับเว่ยอ๋องเห็นแม่ทัพเติ้งสิ้นใจไปแล้วถึงกับหน้าถอดสี อีกทั้งความแค้นยิ่งเพิ่มมากขึ้น “หากวันนี้ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ก็อย่ามาเรียกข้าว่าฮ่องเต้” เซียวเหิงยิ้มหยัน “ข้าไม่เคยเรียกเจ้าว่าฮ่องเต้อยู่แล้ว” “หากเจ้าตายวันนี้ข้าจะเอามี่มี่ของข้ากลับแคว้นฉินไปด้วย” “หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าเสีย หากเจ้าอยากได้มี่มี่ก็ข้ามศพข้าไปก่อน ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าแตะต้องแม้แต่เส้นผมของนางอีก” สิ้นคำเว่ยอ๋องก็ออกกระบวนท่าพร้อมกับดาบคู่ใจ หยวนหงเจี๋ยยังแปลกใจว่าเหตุใดแว่ยอ๋องถึงได้แสดงท่าทีว่าหึงหวงฉินมี่ออกมา ทั้งที่เขาให้นางเป็นเพียงสาวใช้ อีกทั้งยังทำให้เขาออกกระบวนท่าอย่างบ้าคลั่งเ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 40 ตั้งครรภ์

    ราวหนึ่งชั่วยามซูลี่จึงกลับมาพร้อมกับท่าทางเหนื่อยหอบเจือตกใจ “คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ…” “พูดให้มันดี ๆ” “คือว่า คือว่ายานี้ ยานี้เป็นยาบำรุงครรภ์เจ้าค่ะ” นัยน์ตาของตู้หนิงอวี่ขยายใหญ่ขึ้น พูดออกเสียงแผ่ว “ยาบำรุงครรภ์อย่างนั้นหรือ” ทำท่าคล้ายคิดหนัก “ไม่ได้การแล้ว ต้องรีบกำจัดนางเสีย” “บ่าวต้องทำอย่างไรบ้างเจ้าคะ” “เจ้าเต็มใจช่วยข้าหรือไม่” “เต็มใจเจ้าคะ ข้าเต็มใจทำเพื่อท่านทุกอย่าง” เพื่อในอนาคตนางจะได้ใกล้ชิดกับเว่ยอ๋อง ซูลี่ย่อมทำได้ทุกอย่าง “เช่นนั้นก็ดี เข้ามาใกล้ ๆ ข้า” ซูลี่ขยับกายเข้าไปใกล้ ตู้หนิงอวี่โน้มใบหน้าเข้าใกล้หูพลางกระซิบ ดวงตาของซูลี่วาวโรจน์เมื่อได้ยินแผนการนั้น “บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” สามวันต่อมาตู้หนิงอวี่ออกมาเดินเล่นที่ริมสระน้ำข้างเรือนรับรอง จึงบอกซูลี่ว่าอยากดื่มชาดอกไม้ของเรือนดอกโบตั๋น ซึ่งฉินมี่เป็นคนทำเอง นางจึงเข้าไปบอกแก่เจ้าของเรือน และให้เจียวฝางยกออกไปให้ และยังกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “เพียงแค่นี้คงไม่เป็นการรบกวนเจ้ามากเกินไ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 10 ให้นางมาปรนนิบัติข้า

    “นี่มันจะมากไปแล้วนะเจ้าคะ” เจียวฝางเดือดดาลแทนผู้เป็นนาย ฉินมี่ปรายตามองนาง เจียวฝางจึงก้มหน้าแล้วพูด “บ่าวพูดมากไปแล้วเจ้าค่ะ” แต่มันมากไปจริง ๆ นางไม่คิดว่าเว่ยอ๋องจะใจดำกับสตรีเช่นนี้ เขาคงเกลียดสตรีต่างแคว้นเข้าไส้จริง ๆ “เจ้ากลับไปบอกท่านอ๋องเถิดว่าข้าจะทำตามที่เขาสั่ง

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 9 โจ๊กปลาแสนอร่อย

    คล้อยหลังซูลี่ เจียวฝางที่อดทนอดกลั้นมานานจึงเอ่ยถามพ่อครัวหู “ซูลี่ นางเป็นใครกันถึงได้กล้าพูดเช่นนี้กับองค์หญิง” พ่อครัวหูถอนหายใจออกเบา ๆ “เดิมทีนางเคยเป็นสาวใช้ของอดีตพระชายาที่ท่านอ๋องรักมาก ตอนนี้อดีตพระชายาไม่อยู่แล้ว ท่านอ๋องจึงย้ายนางมาเป็นผู้ช่วยพ่อบ้าน”

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 8 ทำงานที่โรงครัว

    เห็นนางยืนจ้องอยู่นาน ฉินมี่จึงกล่าว “ชิวหมัวมัว” ชิวหมัวมัวได้สติจึงเรียกนาง “แม่นางฉิน” ฉินมี่ขมวดคิ้วกับคำเรียกขานของชิวหมัวมัวที่เปลี่ยนไป แต่เจียวฝางกลับพูดขึ้นก่อน “แม่นางฉินอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ไม่ใช่ว่า…” “แม่นางโปรดอภัยให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ แต่ท่านอ๋องสั่งมาเ

  • ใต้เงารักท่านอ๋องร้าย   ตอนที่ 7 นางไม่ใช่พระชายา

    พอถึงทางแยกเข้าจวนเว่ยอ๋อง องครักษ์เหยียนโม่โฉวกับไต้ห่าวซวนจึงคุมขบวนบรรณาการเข้าไปที่เมืองผิงเหยาซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นเว่ย ส่วนเฉียนฟู่กับหวู่เอิน พาขบวนเจ้าสาวตรงไปที่จวนเว่ยอ๋องราวสองเค่อรถม้าก็หยุดลง เฉียนฟู่จึงเอ่ยออก “ถึงจวนอ๋องแล้วขอรับ”เจียวฝางเป็นฝ่ายลงมาก่อน จากนั้นจึงช่วยประคองผู้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status